NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.151 - ตอนที่ 151


151.


ได้วาคาบะจังช่วยเหลือไว้มาก ฉันเลยอยากหาทางตอบแทนบ้าง แต่ยังนึกไอเดียอะไรดีๆ ไม่ออกเลย
ถ้าเป็นตามปกติทั่วไปก็ต้องส่งของประจำบ้านคิโชวอิน อย่างคุกกี้ร้านขนมฝรั่งที่ใช้ระบบจองล่วงหน้าเท่านั้น ไม่รับลูกค้าทั่วไป หรือไม่ก็ผลไม้จากร้านชั้นสูงละมั้ง แต่จะส่งขนมฝรั่งไปให้ร้านเค้กมันก็เสียมารยาทใช่มั้ยล่า~ แถมนี่ยังเป็นของร้านไฮโซสุดๆ อีก  อื~ม...

หลังจากลังเลนั่นนี่อยู่นาน สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจเอาเป็นใบชาและกาแฟที่เหมาะกับเค้กของร้านบ้านทาคามิจิ สำหรับของส่วนตัวของวาคาบะจังก็เอาเป็นพวกของใช้สิ้นเปลืองในโรงเรียน อย่างสมุดโน้ตที่มีตราซุยรันส่งไปให้ที่บ้าน ของขวัญเนี่ยพวกของที่ใช้หรือกินแล้วหมดไปไม่เป็นภาระให้ผู้รับเนี่ยดีที่สุดแล้วล่ะ!  

 เรื่องในวันนั้นเป็นความลับของพวกเราสองคน เราจึงไม่มีการพูดคุยกันอย่างสนิทสนมแม้เจอกันในโรงเรียน พอเวลาผ่านไป ฉันก็ชักจะรู้สึกเหมือนกับว่าที่ได้ไปบ้านวาคาบะจังเป็นความฝันเข้าไปทุกที ฉันไปบ้านวาคาบะจังมาจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย คงไม่ได้นอนฝันกลางวันไปหรอกนะ  

 อีกไม่นานก็จะถึงงานกีฬาแล้ว การฝึกซ้อมของแต่ละห้องก็เริ่มเข้าที่ ในห้องฉันทุกคนต่างก็ฝึกซ้อมโดยหวังจะได้คะแนนสูงสุด แต่จะยังไงดีน้า~ รู้สึกว่าซ้อมไปขำไปนี่มันขาดความจริงจังยังไงก็ไม่รู้ พวกผู้ชายซ้อมแข่งขี่ม้าส่งเมือง แต่ยุทธการหนีลูกเดียวตั้งแต่เปิดเกมเนี่ยได้มาจากประสบการณ์ปีก่อนๆ หรือไงนะ ปีนี้ถ้าตั้งใจพยายามหน่อยน่าจะยืนหยัดอยู่ได้นานนา 

ปีนี้จักรพรรดิก็ไม่ลงแข่งขี่ม้าส่งเมืองตามที่ลั่นวาจาไว้ 
พอถามเด็กที่อยู่ห้องเดียวกับจักรพรรดิ ก็ได้ยินว่าตอนที่ในห้องคัดเลือกคนลงแข่งกีฬาแต่ละประเภท เหล่านักเรียนก็พากันเชื้อเชิญให้จักรพรรดิลงแข่งขี่ม้าส่งเมือง แต่จักรพรรดิกลับยกมือปรามโดยไม่พูดไม่จา
เพราะว่าตนถอนตัวออกมาแล้ว 
แต่กระนั้นเหล่าเพื่อนร่วมห้องก็ยังตามตื๊อเว้าวอน ทว่าจักรพรรดิเพียงแต่ส่ายศีรษะไปมา จากนั้นก็ว่าตัวเองถอนตัวไปแล้ว ไม่คิดจะกลับมาลงอีก แต่เพื่อเป็นการชดเชย จะขอฝึกพวกนักกีฬาที่ลงแข่งในขี่ม้าส่งเมืองแทน หนำซ้ำยังจะฝึกโหดพวกเด็กผู้ชายทุกคนเต็มกำลังเพื่อมุ่งหวังชัยชนะสมบูรณ์แบบในกีฬาทุกประเภท

อื้อ โชคดีจริงๆ ที่ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน ดีจริงๆ ที่ไม่ได้เกิดมาเป็นผู้ชาย ก็พวกเด็กผู้ชายห้องจักรพรรดิน่ะฝึกกันจนกลายเป็นกองกำลังสปาร์ตากันไปหมดแล้วนะ...  แววตาลุกโชติช่วง น่ากลัวชะมัด 
  

 
ในตอนนั้นเอง ท่านประธาน Pivoine กับนายตัวสำรองก็เกิดปะทะกันขึ้นมา
ดูเหมือนสาเหตุจะมาจากการที่สมาชิก Pivoine จะไล่นักเรียนธรรมดาที่นั่งอยู่ตรงจุดที่ทิวทัศน์ดีในห้องอาหารออกไปเพื่อตัวเองจะได้นั่งแทน มิหนำซ้ำสมาชิก Pivoine คนนั้นยังเป็นเด็กม.4 นักเรียนทั่วไปที่โดนไล่จากที่นั่งเป็นรุ่นพี่ม.6 นายตัวสำรองก็เลยเตือนไปแรงๆ ว่าหัดรู้จักเคารพรุ่นพี่รุ่นน้องบ้าง แต่คนที่โกรธเคืองก็คือพรรคเชิดชู Pivoine เหนือสิ่งอื่นใดที่ประธานคุมอยู่ หาว่ากล้าดียังไงเสนอหน้ามาตักเตือนสมาชิก Pivoine  ตอนนี้ ในห้องอาหารถูกครอบคุลมด้วยบรรยากาศตึงเครียดพร้อมจะระเบิดได้ทุกเวลา

"ทั้งที่มีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว แต่ไปไล่เขาเพราะตัวเองอยากนั่งตรงนี้ ก็เรียกว่าอันธพาลไม่ใช่หรือครับ หนำซ้ำอีกฝ่ายยังเป็นรุ่นพี่ ถือเป็นการกระทำที่ขาดมารยาทมาก"
"ต่อให้เป็นรุ่นน้อง แต่เด็กพวกนี้ก็ยังเป็นสมาชิก Pivoine ในโรงเรียนแห่งนี้ การที่ Pivoine ได้อภิสิทธ์เหนือกว่าในทุกเรื่องก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าคู่กรณีจะเป็นใครก็ไม่เกี่ยว  แล้วที่เธอมาเถียงฉันที่เป็นรุ่นพี่ ไม่เรียกว่าเป็นการกระทำที่ขาดมารยาทหรือไง" 
 "ผมเป็นประธานสภานักเรียน การปกป้องพวกนักเรียนถือเป็นหน้าที่ของสภานักเรียน จะถือว่าเป็น Pivoine แล้วต้องมีคนคอยตามใจทุกอย่างน่ะผิดไปแล้วครับ พวกคุณเองก็มีที่นั่งอภิสิทธ์ของพวกคุณอยู่แล้ว ที่นั่งอื่นก็ยังว่าง แต่ให้คนอื่นเขาหลบไปเพราะตัวเองอยากนั่ง ไม่คิดว่าเป็นการกระทำหยาบคายไม่เห็นหัวคนอื่นบ้างหรือครับ สภานักเรียนจะไม่ยอมอยู่นิ่งดูดายพฤติกรรมเห็นแก่ตัวแบบนั้นหรอกครับ"
"หยาบคายไม่เห็นหัวงั้นเหรอ !? ใช้วาจาแบบนั้น เธอเป็นใครมาจากไหนไม่ทราบ"
 
ท่านประธานเลิกคิ้วด้วยความโกรธ หากนายตัวสำรองยังไม่หวั่นไหว

"ต่อให้เป็น Pivoine ก็ถือว่าเป็นนักเรียนซุยรันเหมือนกัน ผมคิดว่าหากทำผิดก็ต้องถูกตักเตือน นี่เป็นหน้าที่ของสภานักเรียนครับ"
"หุบปากเดี๋ยวนี้นะ เจ้าคนโอหัง!" 

โอหัง!? 
 
"สภานักเรียนอะไรนั่นสุดท้ายแล้วก็มีแต่พวกโอหังไม่เข้าท่ากันทั้งนั้น ที่สภานักเรียนทำตัวใหญ่โตอยู่ได้ก็เพราะพวกเรา Pivoine มีใจอารีเอื้อเฟื้อมอบสิทธิในการบริหารที่เรียกว่าสภานักเรียนนั่นให้อยู่หรอกนะ แต่แล้วพวกเธอกลับเข้าใจผิดอย่างมหันต์ หันมาเป็นอริกับ Pivoine... ให้มันรู้จักที่ต่ำที่สูงซะบ้าง! จุดยืนของ Pivoine ที่เป็นสัญลักษณ์ของซุยรันกับสภานักเรียมจอมโอหังน่ะแตกต่างกันราวกับฟ้ากับดินเชียวนะ!" 
".....!"
 
คำพูดเชือดเฉือนของประธานกระตุ้นให้ความโกรธแล่นผ่านใบหน้าของนายตัวสำรอง
พวกอาจารย์รีบร้อนกันเข้ามาตามเสียงเอะอะแล้วปรามทั้งสองคนไว้ นายตัวสำรองถูกอาจารย์พาตัวออกไป ส่วนสมาชิกสภานักเรียนคนอื่นๆ ตามหลังไปอย่างเป็นห่วง พวกประธานขมึงตามองไล่ตามหลังไปคล้ายความโกรธยังไม่สงบลง

ฉันกลัวก็เลยปะปนอยู่กับพวกเซริกะจังดูความเป็นไปอยู่ห่างๆ แต่กระเพาะปวดแปลบๆ ความอยากอาหารหายวับเป็นปลิดทิ้ง  

"กลายเป็นเรื่องใหญ่ไปแล้วนะคะ..." 
"มิซึซากิคุงก็น่าจะระวังคำพูดคำจาหน่อย จะเป็นอะไรไหมนะ..."

พวกเซริกะกระซิบเบาๆ อย่างเกรงๆ รอบข้าง 
พอคิดถึงเรื่องในอนาคต ซักวันสะเก็ดไฟอาจกระเด็นมาถึงฉันที่เป็นสมาชิก Pivoine เหมือนกันก็ได้ คิดแล้วมือก็สั่นระริกไม่หยุด กลัวจังเลย... อยากได้หัวใจแข็งแรงๆ หน่อย ถึงภายนอกจะเป็นโรโคโค่ แต่เนื้อในฉันเป็นสามัญชนใจกระจิบกระจ้อยนะคะ
พอลองสอดส่ายสายตาดูว่าคาบุรากิทำอะไรอยู่ในเวลาแบบนี้ ก็พบว่าคาบุรากิกำลังจ้องมองมายังที่เกิดเหตุที่กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความเอะอะจากที่นั่งเฉพาะของ Pivoine ด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย เมื่อเห็นวาคาบะจังที่ทำสีหน้าลำบากใจละล้าละลังว่าจะไล่ตามนายตัวสำรองไปดีหรือไม่ ดวงตานั้นก็จับจ้องอยู่ที่วาคาบะจังไม่ยอมละสายตาเลย 

 นายตัวสำรองโดยตำหนิจากผ.อ.โรงเรียนโดยตรง แน่นอนว่า Pivoine ลอยตัว ฉันเองก็ยังรู้สึกว่าไม่ยุติธรม แต่ที่นี่คือซุยรัน ถึงนายตัวสำรองจะเจ็บใจแต่ก็คงต้องยอมรามือไป
ทางฝั่งโรงเรียนก็ได้ออกมาตำหนิสภานักเรียนถึงทัศนคติที่มีต่อ Pivoine อย่างชัดเจน คดีที่เกิดขึ้นในโรงอาหารจึงเป็นอันคลี่คลายไปในตอนนี้ ก็ได้แต่หวังว่าอย่าให้เกิดปัญหาขึ้นอีกเลยนะ 


ในที่สุดวันงานกีฬาก็มาถึง
จักรพรรดิกับกองทัพสปาตาร์ในปกครองพุ่งออกไปก่อนเพื่อน อ๋า เด็กผู้ชายพวกนั้นโดนฝึกโหดมาขนาดไหนกันเนี่ย แรงใจผิดกันเป็นกองเลย ความเฮฮาแบบงานเทศกาลเป็นศูนย์เลยล่ะ แต่พวกสาวๆ ห้องเดียวกันก็ร้องกรี๊ดกร๊าดเชียร์กันสนุกสนานดีอยู่นะ 
นายตัวสำรองก็สร้างผลงานดีไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน  อื้ออื้อ ความเครียดน่ะต้องเคลื่อนไหวร่างกายระบายมันออกไปจะดีที่สุด สู้เขานะ นายตัวสำรอง

ในช่วงนั้น ลำดับวิ่งร้อยเมตรที่ฉันลงแข่งก็เริ่มใกล้เข้ามา พอไปถึงสถานที่ที่พวกนักกีฬาเตรียมออกตัว วาคาบะจังก็บังเอิญสบตากับฉันเข้า แล้วก็โพสต์ท่ากำหมัด 'จะพยายามให้เต็มที่นะคะ!'  อะฮะฮะ กำลังใจมาเต็มเลยนะ วาคาบะจัง แต่กลุ่มวิ่งของฉันกับวาคาบะจังมันคนละกลุ่มกันนะ 
ขณะฉันยิ้มให้กำลังจะตอบวาคาบะจังไป พวกเด็กๆ กลุ่มเดียวกับฉันที่มีกำหนดวิ่งร้อยเมตรเหมือนกันก็เข้ามาแทรกพลางเขม่นวาคาบะจังว่า  "อย่ามาทำตัวตีเสมอนะ! ไม่รู้หรือไงว่าท่านผู้นี้คือใคร!?" 

"ไปกันเถอะค่ะ ท่านเรย์กะ ยายนี่ไม่รู้จักเจียมตัวซะบ้าง!" 

ฉันโดนเด็กๆ พวกนั้นลากไปไกลวาคาบะจัง ขอโทษนะ วาคาบะจัง...อุตส่าห์ทักมาแท้ๆ
แต่ลองคิดให้ดีๆ ตัวฉันเองพูดแบบนี้ก็อาจจะแปลกๆ แต่ร้องทักคิโชวอิน เรย์กะผู้เป็น Pivoine สบายใจเฉิบแบบนั้น ไม่รู้จักกลัวอะไรจริงๆ นะ วาคาบะจัง...
ในกลุ่มวิ่งร้อยเมตรพอเป็นพิธีนี่ เป็นอันว่าฉันได้ที่หนึ่งไปอย่างสบายๆ พวกเด็กๆ กลุ่มเดียวกันพากันปรบมืออวยว่า "ยอดไปเลยค่ะ ท่านเรย์กะ!" อะไรมันจะต้องเตี๊ยมกันขนาดนั้น ลำบากใจจริงๆ...
ดูเหมือนวาคาบะจังจะได้ที่สองไปอย่างน่าเสียดาย แต่ก็เห็นหัวเราะอย่างสนุกสนานนะ


งานกีฬาของโรงเรียนซุยรันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น---

 ---------------------------------

 

หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
xxxxxxxx! (หมดมุกแล้วอ่ะ...orz) 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET