[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 149 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.149 - ตอนที่ 149


149.


ที่อยู่ตรงโน้นคือวาคาบะจังที่กำลังมองมาทางฉันที่กำลังยืนแทะปลาหมึกปิ้งอยู่อย่างเต็มปากเต็มคำด้วยสีหน้าตกตะลึง 

"เอ่อ...." 

วาคาบะจังทำท่าอึกอัก เหมือนเผลอตัวหลุดปากร้องทักแล้วไม่รู้ว่าควรทำยังไงต่อไป 
แต่ฉันนี่สิ ในใจนี่สติแตกมากกว่ากันหลายเท่า หัวใจเต้นตึกตักๆ ไม่หยุดเลย
ทำไงดีล่ะ ที่ผ่านมาอุตส่าห์ระวังมาตลอดไม่ให้คนรู้จักมาเห็นเข้าแท้ๆ ประมาทไปจริงๆ ไม่คิดว่านักเรียนซุยรันจะมาเดินเล่นแถวงานออกร้านเล็กๆ แบบนี้ ปกติฉันจะระวังตัวแอบไปกินในที่ลับตาคนแท้ๆ ฉันนี่บ้าที่สุดเลย ทำไงดีล่ะ โดนนักเรียนซุยรันมาเห็นเข้าแล้ว!

"เอ่อ... บังเอิญจังเลยนะคะ"

วาคาบะจังพูดอย่างลำบากใจเล็กๆ 

"...นั่นสิ..นะคะ" 

ฉันถือปลาหมึกปิ้งที่กินค้างไว้ในมือหนึ่งพลางพยายามวางท่าคุณหนู แต่ดูงี่เง่าชะมัด! โอ๊ย~! ไหงพ่ายแพ้ให้ความตะกละได้เนี่ย ตัวฉัน! จะหลงละเมอเพ้อพกกับความทรงจำในชาติก่อนมากไปแล้วนะ ยัยบ้า!
ใบหน้าของเหล่านักเรียนซุยรันผลัดกันผุดขึ้นมาทีละคน เซริกะจัง คิคุโนะจัง อายาเมะจัง รุเนะจัง... สมาชิก Pivoine ท่านประธาน อ๋า ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงท่านประธานโยโกะ ฉันมีหวังจบเห่แน่! มองเห็นภาพประธานและพวกโกรธากับความประพฤติเหลวไหลของฉันที่ทำให้ Pivoine อับอายขึ้นมารางๆ เลย... 

"เอ่อ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ"

เมื่อเห็นฉันนิ่งเงียบไปขณะจมปลักกับความคิดติดลบ วาคาบะจังก็ทักมาอย่างเกรงๆ  จริงด้วย ต้องปิดปากก่อน!

"คุณทาคามิจิ!"
"คะ!" 

วาคาบะจังเผลอยืนตัวตรงแน่วรับคำ

"เรื่องนี้ช่วยอย่าเอาไปบอกใครได้ไหม..."
"เรื่องนี้ หมายถึงเรื่องที่เราเจอกันวันนี้น่ะเหรอคะ" 

จะว่าเรื่องที่เจอกันในวันนี้หรือไงดี พูดตรงๆ คือเรื่องที่ฉันมายืนแทะปลาหมึกปิ้งอยู่ข้างทางน่ะค่ะ... 

"คือว่า... ก็ทั้งหลายทั้งปวงน่ะค่ะ..."
"...อื~ม ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่... แต่ทราบแล้วค่ะ ฉันจะไม่พูดเรื่องในวันนี้กับใครทั้งนั้น!"
"เอ๋ จริงเหรอ!?"

จริงเหรอ!? จะไม่เอาไปพูดกับใครจริงๆ นะ!?

"อื้อ! สัญญาเลยค่ะ!"

วาคาบะจังพยักหน้าอย่างหนักแน่น

"ขอบคุณนะ! สัญญานะ สัญญาแล้วนะ! ฉันเชื่อแล้วนะ!"
"อะ อื้อ" 

วาคาบะจังทำท่าเหวอๆ กับฉันที่รุกเร้าเอาเป็นเอาตาย แต่ก็ยังพยักหน้าอย่างชัดเจนอีกครั้ง
ดีล่ะ ถ้าวาคาบะจังเหมือนในการ์ตูนละก็ ต้องเชื่อถือได้แน่! มั้งนะ ใช่น่า! ถ้าฉันไม่ฝืนตัวเองให้ทำใจให้เชื่อ คืนนี้คงกลัวจนนอนไม่หลับแหงๆ

"งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ" 

ยังไงต้องขอเผ่นไปให้ไกลจากวาคาบะจังก่อน ก็รู้ดีอยู่นะว่าถึงจะเผ่นหนีไปก็ไม่ใช่ว่าจะทำให้ภาพฉันแทะปลาหมึกปิ้งเลือนหายไปจากควาทรงจำของวาคาบะจัง แต่ยังไงซะตอนนี้ก็ขอหนีความจริงก่อนล่ะ
ฉันยิ้มค้างอยู่บนหน้า ในมือถือปลาหมึกปิ้งที่กินค้างไว้ ทำท่าจะเผ่นหายไปจากตรงหน้าวาคาบะจัง

"เดี๋ยวก่อน คุณคิโชวอิน จะกลับไปในสภาพนี้น่ะเหรอ"
"เอ๋"  

ทั้งที่ฉันอยากจะหายไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด แต่วาคาบะจังกลับดึงฉันไว้เสียก่อน สภาพนี้ ? 

"อุหวา!" 

 ชุดวันพีซสีขาวที่ฉันสวมมาเลอะคราบน้ำจิ้มปลาหมึกตั้งแต่หน้าอกลงมาถึงท้อง! กรี๊ด! ตรงกระโปรงก็มีเลอะเป็นจุดๆ ด้วย!

"อะไรเนี่ย ตายแล้ว! อ๋า! ทำไงดี!"

 ฉันรีบควักผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาจากกระเป๋า แต่แค่นี้คงเช็ดไม่ออกหรอก ไปชุบน้ำมาดีไหมนะ หรือว่าไปซื้อผงซักฟอกขจัดคราบมาก่อนดี... ตายแล้ว ที่มือก็เลอะ! ปลาหมึกปิ้งที่กินค้างอยู่นี่ก็เกะกะจัง ฮือ จะร้องไห้แล้วค่ะ...

"...เอ่อ คุณคิโชวอิน ถ้าไม่รังเกียจ แวะมาบ้านฉันก่อนดีไหมคะ ถ้ารีบถอดชุดไปซักน่าจะไม่เหลือคราบนะคะ..."

เอ๋! บ้านของวาคาบะจัง?! แต่ทำถึงขนาดนั้นคงไม่ดีละมั้ง

"ไม่หรอกค่ะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรียกแท็กซี่กลับทั้งแบบนี้ก็ได้ค่ะ" 

ฉันแสร้งทำเป็นไม่ทุกข์ร้อน ปฏิเสธคำชวนของวาคาบะเพื่อขอตัวออกมา ความจริงถ้ากลับบ้านไปทั้งที่ชุดเลอะน้ำจิ้มปลาหมึกปิ้งแบบนี้ มีหวังท่านแม่รู้ชัวร์ๆ ว่าไปแอบกินของข้างทางมา ชีวิตวิกฤติแหง... 

"ดูไม่เหมือนไม่เป็นไรเลยนะคะ... ไปล้างออกก่อนซักนิดแล้วค่อยกลับดีไหม นะคะ"
"แต่ว่า"
"ถ้ารีบล้างตอนนี้น่าจะยังล้างคราบออกทัน น่านะ" 

 สุดท้ายแล้วฉันก็ตามวาคาบะจังไปที่บ้านจากการชักชวนอย่างแข็งขัน  ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ... แต่มันเกิดอะไรขึ้นหลายอย่างเกินไป คิดอะไรไม่ออกแล้ว... 
วาคาบะจังบอกว่าอยู่ระหว่างทางกลับบ้านจากที่ไหนสักแห่ง แล้วก็บังเอิญเดินผ่านมาตรงนั้นพอดี เห็นเด็กท่าทางเป็นคุณหนูใส่ชุดวันพีซสีขาวยืนอยู่ก็เลยมองๆ ปรากฎว่านั่นคือฉันเอง...

"สะดุดตามากเลยเหรอ..."
"นั่นสินะคะ~" 
 
อะไรกันเนี่ย... บางทีนอกจากวาคาบะจังแล้ว ฉันอาจจะตกเป็นเป้าสายตาของคนเดินผ่านไปผ่านมาอีกหลายคนก็ได้ แต่ชุดวันพีซสีขาวนี่เลือกแบบลำลองมาแล้วนะคะ
วาคาบะจังเดินนำหน้าช่วยบังรอยเปรอะเปื้อนบนเสื้อผ้า  ส่วนฉันแอบเป็นกังวลว่าจะเอายังไงกับปลาหมึกปิ้งที่ยังถือคาอยู่ในมือดี
เดินๆ ไปได้ซักพัก วาคาบะจังก็บอกว่ากวักมือเรียกฉัน บอกว่า "ที่นี่แหละ~" 
 
บ้านของวาคาบะจังเป็นร้านเค้กในเมืองทั่วๆ ไป
ไม่ใช่เค้กหรูหราที่ทำขึ้นโดยปาติซิเย่ชื่อดังแบบที่นักเรียนซุยรันกินกันเป็นปกติ แต่เป็นพวกเค้กเรียบง่ายแบบช็อตเค้กสตรอว์เบอรี่ เค้กช็อคโกแลต มองบลังค์ อะไรทำนองนั้น ราคาก็ตกประมาณ 200-300 เยน ส่วนชูครีมราคา 150 เยน เป็นร้านเค้กเพื่อสามัญชนอย่างแท้จริง
แต่รสชาติดีที่หนึ่งเลยนะ
ตอนอ่าน Kimi dolce ในชาติก่อน ฉันก็นึกอยากกินเค้กของร้านบ้านวาคาบะจังมาตลอดเลย ก็คนวาดเขาวาดได้ดูน่าอร่อยมากๆ เลยนี่นา แล้วร้านเค้กในฝันก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว! 

"ประตูทางเข้าอยู่ด้านหลังนะ"  

 วาคาบะจังกวักมือเรียกให้ฉันเดินอ้อมมาที่หลังร้านเค้ก เปิดประตูรั้วแล้วเชิญฉันเข้าไปข้างใน ระหว่างที่วาคาบะจังไขกุญแจประตูหน้าบ้านอยู่ พอเหลือบมองไปข้างๆ ก็เห็นจักรยานที่ส่วนหน้าบุบบู้บี้วางอยู่ด้านข้างของประตูหน้าลึกเข้าไปข้างใน
อ้าว? นี่มันจักรยานที่วาคาบะจังเคยขี่มาซุยรันไม่ใช่เหรอ  เอ๋...ไหงกลายสภาพจนเกือบจำไม่ได้งี้ล่ะ เกิดอะไรขึ้นเหรอ!? 
วาคาบะจังสังเกตเห็นฉันมองอยู่ ก็เลยหัวเราะบอกว่า "อ๋อ นั่นน่ะเหรอ"

"ตอนปิดเทอมหน้าร้อน ไปชนกับรถท่านคาบุรากิเข้าจนพังน่ะ~" 
"เอ๋!?"

ชนกับรถคาบุรากิ?! 

"ที่ว่าชนนี่... แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า!?"
"สบายๆ~ กำลังจะเลี้ยวแล้วก็ชนเข้ากับรถที่โผล่มาจากข้างๆ กระเด็นตัวลอยไปทั้งคนทั้งรถเลยล่ะ ยังดีที่โดดลงมาจากจักรยานได้ทัน ก็เลยแค่ฟกช้ำกับเป็นแผลถลอกนิดหน่อย ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะ"
"นี่ยังเรียกไม่เป็นอะไรมากอีกเหรอคะ"

เท่าที่ดูสภาพยับเยินของจักรยานน่ะนะ... วาคาบะจังหัวเราะอะฮะฮะพลางเชิญฉันเข้าไปในบ้าน 

"ขอรบกวนหน่อยนะคะ"
"ค่าๆ เชิญเลยค่า~ งั้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่านะ เดี๋ยวจะเอาชุดเปลี่ยนมาให้ ไปรอในห้องเปลี่ยนชุดก่อนเลยก็ได้นะคะ  อ๊ะ แล้วนั่นจะทำยังไงเอ่ย"

วาคาบะจังชี้มาที่ปลาหมึกปิ้งในมือฉัน เอาไงดีล่ะ

"เอาเป็นว่ารับฝากไว้ก่อนดีกว่านะ มาล้างมือตรงนี้ก่อน เอ่อ แล้วก็ชุดเปลี่ยนๆ"

วาคาบะจังรับเอาปลาหมึกปิ้งที่ฉันกินค้างไว้มาถือแล้วเดินเร็วๆ เข้าข้างในบ้านไป ก่อนจะออกมาพร้อมกับชุดเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

"เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเรียกนะคะ จะได้เอาชุดไปซัก"
"ขอบคุณค่ะ"

ฉันรับเอาชุดเปลี่ยนมาแล้วก้มหัวขอบคุณ ในพริบตานั้นเอง ท้องก็ส่งเสียงร้องจ๊อก!

"......."

อยากละลายไหลหายให้พ้นๆ ไปเลย 

"ตอนนี้ก็บ่ายสามแล้ว ยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงหรือเปล่าคะ ถ้าอะไรง่ายๆ แบบยากิโซบะ พอจะทำให้ได้นะ" 
"ไม่ล่ะ จะรบกวนมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว!"
"ฉันเองก็ยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงมาเหมือนกัน ถ้าไม่รังเกียจ มาทานด้วยกันช่วงรอให้เสื้อผ้าแห้งดีไหมคะ อ๊ะ หรือว่าจะไม่ทานยากิโซบะ..."
"ไม่ใช่นะคะ!" 
 
ชอบมากต่างหากล่ะ ความจริงตะกี้กะว่าจะไปกินต่อหลังกินปลาหมึกปิ้งเสร็จนี่แหละ

"งั้นเดี๋ยวจะไปเตรียมให้นะคะ! แล้วปลาหมึกปิ้งนี่จะเอาไงดี หั่นให้ละเอียดใส่ลงไปผัดกับยากิโซบะก็แล้วกันเนอะ"
"รบกวนด้วยค่ะ..."
"ค่า~" 

 วาคาบะจังหัวเราะอย่างร่าเริงก่อนปิดประตูห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
ฉันรู้สึกแปลกประหลาดขณะเปลี่ยนเป็นชุดเสื้อยืดและกางเกงเอวยางยืดยาวถึงเข่า  
ตอนนี้ฉันมาอยู่ในบ้านของวาคาบะจัง นางเอกเรื่อง Kimi dolce  ยังรู้สึกเหมือนไม่ใช่เหตุการณ์จริงยังไงก็ไม่รู้ ก็ที่ผ่านมาจนถึงเมื่อวาน ฉันยังรู้จักวาคาบะจังอยู่ข้างเดียวมาตลอด แทบไม่เคยได้พูดคุยกันเลยนะ

"ไม่เข้าเลย..." 

ฉันช็อกกับภาพตัวเองในสภาพผมม้วนใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น แต่ก็ฝืนใจโผล่หน้าออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วส่งเสียงเรียกอย่างเกรงอกเกรงใจ วาคาบะจังโผล่มาในทันที

"งั้นเดี๋ยวป้ายน้ำยาขจัดคราบแล้วเอาลงเครื่องซักเลยนะคะ"
"เอ๋ แค่เสื้อตัวเดียวก็จะเอาลงเครื่องซักแล้วเหรอ!? แล้วค่าไฟกับค่าน้ำล่ะ!"
น่าเสียดายออก! ต้องขอโทษจริงๆ! แค่ขยี้ๆ เอาด้วยมือก็พอแล้วนะ!

"ค่าไฟ ? เอ่อ มันเลอะเทอะเป็นคราบเยอะขนาดนี้ แยกซักตัวเดียวดีกว่าค่ะ แต่จะทำให้วันพีซเสียรูปไหมนะ"
"ไม่ต้องเกรงใจเรื่องแค่นี้หรอกค่ะ.."
"งั้นโยนลงเครื่องไปเลยนะคะ! ไม่เป็นไรหรอก! ยังไงจะตั้งค่าเป็นซักแห้งให้นะ!"

วาคาบะจังหยิบผงขจัดคราบมาป้ายๆ ตรงจุดที่เลอะอย่างคล่องแคล่ว จับชุดใส่ถุงตาข่ายซักผ้า แล้วหย่อนลงเครื่อง กดปุ่มให้เครื่องซักผ้าทำงาน

"ที่เหลือก็กินข้าวรอให้ผ้าซักเสร็จนะคะ"
"ค่ะ ต้องขอโทษจริงๆ ที่มารบกวนขนาดนี้..."
"อะฮะฮะ แค่นี้สบายมากเลยค่า~" 

วาคาบะจังนำทางฉันไปยังห้องกินข้าว แล้วยากิโซบะฝีมือวาคาบะจังก็มาวางตรงหน้า

"ขอโทษนะที่มีแต่ของแบบนี้ อาจจะไม่ถูกปากคุณหนูอย่างคุณคิโชวอินก็ได้นะ"
"ไม่หรอกค่ะ ไม่เลย! ทานเลยนะคะ"
"ทานกันเถอะ" 

ในยากิโซบะมีปลาหมึกปิ้งของฉันหั่นใส่ลงไปด้วย ขอบคุณนะ วาคาบะจัง ลองชิมยากิโซบะดูคำหนึ่ง อ๊ะ รสชาตินี้มัน!

"เป็นไง พอทานได้หรือเปล่า..."
"อร่อยมากเลยละค่ะ"  

ฉันตอบกลับไปทั้งที่ยังเคี้ยวหยับๆ ยากิโซบะนี่ นี่มันรสชาติยากิโซบะถูกๆ ขายแพ็คละสามกล่องที่ชาติก่อนฉันเคยทานบ่อยๆ นี่นา คิดถึงจังเลย 
ก็ที่บ้านคิโชวอินไม่มีทางยกยากิโซบะออกมาเสิร์ฟหรอก ถ้ามีโอกาสได้ทานก็เป็นยากิโซบะชั้นดีที่เสิร์ฟในภัตตาคารจีนหรูหรานั่นแหละ รสชาติซอสยากิโซบะถูกๆ แบบนี้มันสุดๆ ไปเลย! 
ฉันกินเกลี้ยงในพริบตา เฮ้อ ขอบคุณที่เลี้ยงค่า ฉันยกชามุงิที่วาคาบะจังรินให้มาดื่มอึกอึกล้างคอ รสชาติชามุงินี่น่าคิดถึงจัง...

"รู้สึกต้องมารบกวนทุกเรื่องเลยนะคะ..."
"อย่าคิดมากเลยค่ะ"  

วาคาบะจังก็จิบชามุงิเรื่อยๆ เหมือนกัน
ความเงียบไหลผ่านพวกเราไปซักระยะ

"คือว่า คุณทาคามิจิ..."
"คะ ?"

ฉันกลั้นใจถามเรื่องที่นึกสงสัยมาตลอด

"โรงเรียนเป็นไงบ้างคะ"  

ถามว่าเป็นไงบ้างนะนี่มันฟังดูทะแม่งๆ หรือเปล่านะ แต่จะให้ถามว่าโดนรังแกขนาดนั้นไหวหรือเปล่าก็ไม่ได้อีก

"เป็นไงนี่...ยังไงเหรอคะ"

ถามกลับมาจริงๆ ด้วย

"เอ่อ อย่างเช่นว่า...คิดยังไงกับการใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนซุยรันบ้างน่ะค่ะ"
"ก็คิดว่าสมบูรณ์พร้อมดีนะคะ?"
"เอ๋ งั้นเหรอคะ!?"

ทั้งที่โดนนินทา โดนขัดขา โดนสาดน้ำใส่ทุกวันเนี่ยนะ!? 
หรือว่าจะเกรงใจไม่กล้าพูดความจริง หรือว่าฝืนกลบเกลื่อนอยู่กันนะ

"ค่ะ โชคดีแล้วละค่ะที่ได้เข้ามาเรียนที่ซุยรัน"
"โชคดี..." 

 ตอนแรกนึกว่าเป็นถ้อยคำประชดประชันฉันแบบอ้อมๆ แต่วาคาบะจังยิ้มแย้มอย่างสดใสดูไม่มีท่าทีอย่างที่ว่า

"ก็ได้ใช้อุปกรณ์การเรียนเพียบร้อม ได้เข้าเรียนในหลักสูตรระดับสูงขนาดนี้ฟรีๆ เชียวนะคะ แถมถ้าสอบได้คะแนนดีก็ยังได้ทุนการศึกษาอีก... อุฮิ"

วาคาบะจังยิ้มไม่หุบเลย 

"นี่รู้กันแค่ตรงนี้นะคะ ในการสอบทดลองครั้งก่อนทำคะแนนได้ดีที่สุดเท่าที่เคยทำมาเลยละค่ะ จำนวนทุนการศึกษาที่ได้ก็เลย...."

วาคาบะจังต้องยกมือขึ้นมาปิดปากกลั้นหัวเราะ ...ดูท่าทางจำนวนเงินจะดีจริงๆ 

"แค่ตั้งใจเรียนก็ได้เงินเนี่ย เป็นโรงเรียนที่สุดยอดจริงๆ เลยค่ะ"

ฉันว่าเป็นโรงเรียนสุดห่วยที่ซื้อคะแนนด้วยเงินมากกว่านะ

"กว่าจะเรียนจบคงไม่ถึงขนาดตั้งตัวได้ แต่ถ้าพยายามเข้าก็คงค่อนๆ..."

วาคาบะจังหัวเราะอุหุหุหุหุราวกับสะกดกลั้นความดีใจต่อไปไม่ไหว
ตั้งตัวได้!? ตัวตัวได้...ทุนการศึกษาของซุยรันนี่จ่ายให้เท่าไหร่กันเนี่ย  

"แต่ว่า เอ่อ ก็มีโดนกระทบหลายๆ เรื่องไม่ใช่เหรอคะ... อย่างนินทา...."

ฉันพูดอย่างกระอักกระอ่วน แต่วาคาบะตอบสบายๆ ว่า "ไม่ค่อยได้สนใจหรอกค่ะ"
"เอ๋ ไม่สนใจเลยเหรอคะ"
"ค่ะ มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรด้วย" 

เอ๋ เสียหายเห็นกันชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอ โดนสาดน้ำ โดนบอลปาใส่อีกนะ

"แต่คงสะเทือนใจใช่ไหม โดนทำแบบนั้น..."
"อื~ม...." 

วาคาบะจังทำท่าครุ่นคิดอย่างจริงจัง
ดูเหมือนวาคาบะจังจะเป็นเจ้าของเส้นประสาทแข็งทื่อตายด้านไม่สะทกสะท้านใดๆ ยิ่งกว่าที่ฉันจินตนาการไว้อีกนะเนี่ย----

"งั้นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องที่โดนรถท่านคาบุรากิชนน่ะค่ะ..."

ฉันถามเรื่องที่ตัวเองสงสัยมานานออกไป 

 ---------------------------------

หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
เปิดรูทวาคาบะจัง! 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 

 




NEKOPOST.NET