[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 137 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.137 - ตอนที่ 137


137.

 

ฉันตั้งใจจะร่างภาพเบียทริชตามหนังสือวิธีทำนีดเดิลเฟลท์ตุ๊กตาสุนัข แต่กลับพลาดในเรื่องพื้นฐานอย่างไม่น่าเชื่อ ร้ายกาจอะไรอย่างนี้ คือฉันไม่มีปัญญาวาดภาพน่ะ
สมัยเด็กๆ ฉันเคยเข้าห้องเรียนศิลปะเพื่อติวเข้มตอนสอบเข้า แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรติดตัวมาซักอย่าง... 
ลำตัวน่ะทำตามหนังสือเอาก็ได้ แต่หน้าที่เป็นจุดสำคัญเนี่ยสิยังไงก็ไม่ได้ ทั้งที่ตุ๊กตามีหน้าเป็นชีวิตแท้ๆ ! 
วาดพังไปหลายต่อหลายแผ่นจนฉันปวดใจกับความไม่เอาไหนในฝีมือวาดภาพของตัวเอง สุดท้ายก็เลือกเอาภาพถ่ายของเบียทริชมาซูมเอา คนเราจะทำอะไรก็ต้องรู้จักประมาณตัวเองนะคะ 
แต่ทำตุ๊กตาขนาดเท่าตัวจริงที่ต้องสมจริงนี่ยากจังเลย ลองทำดูหลายๆ ตัวก่อนเป็นการทดลองดีไหมนะ รู้สึกว่ายิ่งมีต้นแบบจริงอยู่ก็ยิ่งยาก ! ที่เลือกพันธ์ขนยาวนี่คือพลาดใช่มั้ยเนี่ย !?

พอไปโรงเรียนสอนพิเศษ อุเมวากะคุงก็เข้ามาถามว่า "ตุ๊กตาเบียทันไปถึงไหนแล้วล่ะ" เป็นการสร้างแรงกดดันเงียบๆ  เป็นบรรยากาศที่ไม่เอื้อให้พูดออกไปว่า 'สงสัยจะไม่ไหวค่ะ' จริงๆ น่ะแหละ ความคาดหวังนี่หนักหนาสาหัสชะมัด ทำไงดีล่ะ ฉันเผลอลำพองใจเชื่อฝีมือตัวเองเกินไป จะทำทันงานเทศกาลโรงเรียนไหมเนี่ย ตัวฉัน !? 
อุเมวากะคุงส่งรูปที่เบียทันโผล่แต่หัวออกมาจากกระเป๋าที่ฉันให้เป็นของขวัญไปด้วย เอาแบบมาทำแค่เย็บหัวติดกับกระเป๋าสำเร็จรูปไปเลยได้ไหมนะ... ทำกลบเกลื่อนความไม่มีฝีมือไปแบบนี้คนเขาก็ต้องรู้อยู่ดีสินะ...


ในห้องมีอุปกรณ์นีดเดิลเฟลท์กระจัดกระจายอยู่รกไปหมด ไม่มีสมาธิท่องหนังสือเลย การบ้านก็มีอีกตั้งเยอะแยะ 
จะว่าไปก่อนหน้านี้ตอนไปท่องหนังสือที่ห้องสมุดที่โรงเรียนก็หัวแล่นดีนี่นา จริงด้วย ไปห้องสมุดดีกว่า
ถ้าห้องสมุดเล็กๆ สงสัยจะไม่มีที่นั่ง ฉันก็เลยลองหาห้องสมุดใหญ่ๆ ไปดู ในห้องสมุดแน่นเหมือนกัน แต่ก็ยังว่างเป็นจุดๆ ฉันเลยเลือกที่นั่งใกล้ๆ นั่งลง แล้วหยิบอุปกรณ์เครื่องเขียนออกมาวางบนโต๊ะ  พอเงยหน้าขึ้นมองคนที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจ แรงช็อกอย่างรุนแรงก็แล่นผ่านตัวฉันไป

นารุคุง !? 

คนที่นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ตรงหน้าฉันเหมือนกับนารุฮิโตะคุง ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องในชาติก่อนของฉันมากเลย
นารุคุงนี่นา นารุคุงอยู่ตรงนี้
นารุคุงเป็นลูกพี่ลูกน้องที่อายุมากกว่าฉันนิดหน่อย เป็นรักแรกของฉันที่คอยดูแลฉันทุกครั้งที่ได้พบกันเสมอ
มิหนำซ้ำชื่อของนารุยังมีที่มาจากเกิดวันที่ 15 มกราคม วันบรรลุนิติภาวะ (*) ก็เลยชื่อนารุฮิโตะ เป็นที่มาแบบบเข้าใจง่ายสำหรับเด็กมากเลย พ่อแม่ของนารุคุงบอกว่าตั้งชื่อแบบนี้ก็รู้วันเกิดเลยดีออก แต่ตอนนั้นคงไม่มีใครจินตนาการได้เลยว่าในอีกไม่กี่ปีให้หลังระบบแฮปปี้มันเดย์ (*) จะทำให้ที่มาของชื่อนารุคุงไร้ความหมายไปในทันที เจ้าตัวจ๋อยไปเลยละว่า "ที่มาของชื่อฉัน..." น่าสงสารจังน้านารุคุง คิดถึงจังเลย ตอนนั้นฉันปลอบเต็มที่เลยนะว่า "ไม่เป็นไรนะ นารุุคุง ฉันจำวันเกิดของนารุคุงได้นะ" 
นารุคุงผู้ใจดี แต่บางทีก็เอ๋อนิดๆ  คนที่อยู่ตรงหน้าฉันเหมือนนารุคุงสมัยอยู่ม.ปลายเปี๊ยบเลยล่ะ อื๋อ ไม่สิ ไม่รู้ว่าเหมือนเปี๊ยบจริงๆ หรือเปล่า ก็ผ่านมาตั้งกว่าสิบห้าปีแล้วนี่นา ใบหน้าของครอบครัวที่ระลึกได้ก็ค่อยๆ เลือนรางไปทุกที
แต่ก็ดูคล้ายจริงๆ น่ะแหละ เป็นคนใจดีที่เหมาะกับเพลง "แสงดาวส่องประกาย" ของโมสาร์ต 
จากนั้นจนถึงตอนกลับ ฉันก็เอาแต่เหลือบมองนารุคุงเป็นระยะด้วยใจเต้นตึกตักจนแทบไม่เป็นอันดูหนังสือ 


หลังอาหารเย็น ฉันบ่นกับท่านพี่ว่านีดเดิลเฟลท์ไปได้แทบไม่ถึงไหนเลย

"พอน้องขึ้นโครงรูปต้นแบบไม่ได้ ก็ไปต่อไม่ได้เลยล่ะค่ะ จะดูจากรูปถ่ายก็ทำได้ไม่ดีอีก..."
"หืม ไหนขอดูภาพถ่ายต้นแบบกับภาพที่เรย์กะวาดหน่อยซิ"

ฉันกลับไปห้องหอบกลับมาให้ทั้งกอง

"นี่ไงคะ"
"...มิน่าล่ะ" 

ท่านพี่มองภาพถ่ายเบียทริชสลับกับสมุดเสก็ตช์ที่ฉันร่างภาพพลาดไปเพียบสลับกันไปมา หวา ! เผยให้ท่านพี่ได้เห็นความน่าอับอายแล้ว ! อย่าดูนะค้า !
ฉันตั้งท่าจะดึงสมุดเสก็ตช์คืนมาจากท่านพี่ แต่ท่านพี่กลับลงมือร่างภาพเบียทริชลงไปอย่างว่องไว เก่งจังเลย ! 

"ท่านพี่ มีงานอดิเรกวาดภาพเหรอคะ !?"
"เปล่านะ ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ พี่แค่วาดตามแบบน่ะ" 

เอ้า ภาพที่ท่านพี่ยกให้เห็นอย่างกับถอดออกมาจากภาพถ่ายเลย ! สุดยอดเลยค่ะท่านพี่ !
ถ้างั้น... ฉันลองขอให้ท่านพี่ร่างแบบส่วนอื่นๆ เป็นการทดสอบ ท่านพี่วาดไปเรื่อยๆ สบายๆ ใช้เวลาแป๊บเดียวเองล่ะ อะไรกันเนี่ย ! ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีเมสไซอาห์อยู่ใกล้ตัวฉันแค่นี้เอง !
แต่ทำไมเป็นพี่น้องท้องเดียวกันแท้ๆ ไหงความสามารถต่างกันนักล่ะ... ชักจะอิจฉาหน่อยๆ แฮะ

"ท่านพี่นี่ทำอะไรก็เก่งไปหมดเลยนะคะ"
"ไม่จริงหรอก แค่จับทริกได้เท่านั้นเอง"
"แต่หนูจับทริกอะไรนั่นไม่เคยได้เลยนะคะ..."

ท่านพี่หัวเราะอย่างลำบากใจ

"จะว่าไป เดี๋ยวจะมีน้องที่สนิทกับเรย์กะมาค้างบ้านใช่ไหม"
"ใช่ค่ะ เป็นเด็กผู้หญิงชื่อซาวาราบิ มาโอะจัง เรียนชั้นประถมที่ซุยรันน่ะค่ะ แกน่ารักมากๆ เลยนะคะ !"

เรื่องที่มาโอะจังจะมาค้างบ้านฉันช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ได้รับอนุญาตจากคุณพ่อคุณแม่ของมาโอะจังเรียบร้อยแล้ว ได้มาค้างเนี่ยมาโอะจังก็ดีใจมากๆ เลยล่ะ 

"งั้นเหรอ น่าสนุกจังเลยนะ ใช่หลานสาวคุณอิชิโนะคุระ ฮารุโตะหรือเปล่า"
"ใช่แล้วค่ะ ท่านพี่รู้จักท่านอิชิโนะคุระด้วยเหรอคะ"
"อื้อ เคยเจอกันหลายครั้งน่ะ ในงานปาร์ตี้มีอยู่ครั้งหนึ่งเขามาทักทายพี่ว่าน้องสาวช่วยดูแลหลานสาวเป็นอย่างดีด้วยนะ"
"งั้นเหรอคะ แต่คนที่ไปรบกวนบ่อยๆ เป็นทางน้องต่างหาก เขายังเคยพาน้องไปทานข้าวหลายหนเลยค่ะ"
"อื้อ จริงด้วยเนอะ"
"อ้อ น้องมีเรื่องจะขอร้องท่านพี่ค่ะ  ก่อนหน้านี้ท่านพี่สัญญาว่าจะพาน้องไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำใช่ไหมคะ ไหนๆ ก็ไหนๆ พามาโอะจังไปด้วยได้ไหมคะ สะดวกไหมเอ่ย"
"ได้สิ งั้นเดี๋ยวพี่เช็คกำหนดการให้ตรงกับช่วงที่มาโอะจังมาเที่ยวที่บ้าน ถ้ามาโอะจังมาด้วยก็เอาเป็นใกล้ๆ บ้านดีกว่านะ"
"ค่ะ ! มาโอะจังต้องดีใจแน่ๆ เลยค่ะ !"

อุฮุฮุ น่าสนุกจัง เก็บเป็นความลับไม่ให้มาโอะจังรู้ดีกว่า  


วันที่มาโอะจังมาค้างนั้นฉันขอลาหยุดโรงเรียนสอนพิเศษ แน่นอนว่าขอลาจ๊อกกิ้งเช้าด้วย
ฉันพยายามออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะกับคุณมิฮาระตอนเช้าทุกวัน ตอนนี้ค่อยวิ่งได้ไม่หยุดดีกว่าตอนแรกเยอะ ฉันขอให้คุณมิฮาระเลิกเรียกชื่อฉันรัวๆ ซะที แต่เขาก็ยังเรียกฉันว่า "คุณหนู" เหมือนเดิม ดูจะสะดุดตามากๆ เลยล่ะ ขนาดบางทีวิ่งๆ อยู่ก็มีคนไม่รู้จักไม่เคยเห็นหน้าเชียร์ว่า "สู้เขานะ คุณหนู~!"  รู้สึกเหมือนจะกลายเป็นของขึ้นชื่อประจำสวนสาธารณะไปแล้ว.... 

"คุณหนูเริ่มชินกับการวิ่งแล้วสินะครับ ! ตอนปลายปิดเทอมเราไปวิ่งรอบพระราชวังกันดีกว่า !"
"เอ๋ ! พระราชวังเหรอคะ !? ไม่ไหวหรอกค่ะ เขตพระราชฐานสูงส่งเกินไปสำหรับฉันค่ะ !" 

คนที่วิ่งรอบพระราชวังมีแต่นักวิ่งฮาร์ดคอร์ทั้งนั้นเลย ไม่ได้ๆ คนที่เอื่อยขนาดเดินไปเรื่อยๆ อย่างฉันคงไปผิดที่ผิดทางสุดๆ 

"คุณหนู เป้าหมายต้องตั้งไว้สูงถึงจะดีนะครับ ไม่เป็นไรหรอกครับ รอบๆ พระราชวังก็ประมาณ 5 กิโลเมตรเอง ถ้าซ้อมตั้งแต่ตอนนี้ต้องวิ่งได้แน่ครับ !"
"เอ๋ ! 5 กิโลเนี่ยเยอะกว่าตอนนี้ตั้ง 2 กิโลไม่ใช่เหรอคะ !"
"คุณหนูต้องทำได้แน่ครับ เราต้องพยายามทุกวัน แล้วปีหน้าไปวิ่งมาราธอนที่โฮโนลูลูกัน !"
"เอ๋--! โฮโนลูลู !?"

ตายแน่ๆ ค่ะ ! โฮโนลูลูมาราธอนเนี่ยต้องวิ่งกันกี่กิโลเหรอคะ !?
กว่าจะปรับความเข้าใจกับคุณมิฮาระที่ร้องตะโกน "ห้ามยอมแพ้ก่อนวิ่ง !" "จงพยายามเพื่อเอาชนะจิตใจอ่อนแอของตน !" ได้ ฉันก็เหนื่อยหนักยิ่งกว่าวิ่งเสียอีก 

 

ในที่สุดมาโอะจังก็หอบเซ็ทสำหรับนอนค้างมาที่บ้านฉันกับคุณแม่

"สวัสดีค่ะ ท่านพี่เรย์กะ ! วันนี้ต้องรบกวนด้วยนะคะ"

มาโอะจังท่าทางตื่นๆ แต่ก็ก้มหัวลงอย่างดีใจ

"ยินดีต้อนรับจ้ะ มาโอะจัง ทางนี้ต่างหากต้องฝากตัวด้วยนะ"
"คุณเรย์กะ วันนี้ขอฝากลูกสาวด้วยนะคะ"
"ไม่หรอกค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่รับรองอะไรมากไม่ได้ แต่ยังไงจะรับผิดชอบดูแลมาโอะจังให้ดีที่สุดเลยนะคะ วางใจเถอะค่ะ" 

แล้วท่านแม่ของฉันก็ปรากฎตัวขึ้นทักทาย

"แหม ท่านซาวาราบิ สวัสดีค่ะ วันนี้คุณหนูน้อยจะมาพักที่นี่ใช่ไหมคะ"
"สวัสดีค่ะ ท่านคิโชวอิน ต้องขอโทษที่มารบกวน ขอฝากลูกสาวด้วยนะคะ"
"รบกวนด้วยนะคะ"
"แหม คุณหนูน้อยน่ารักจริงๆ" 

ดูเหมือนแม่ฉันจะถูกใจมาโอะจังผู้น่ารักเข้าแล้ว จากนั้นหลังพวกแม่ๆ หัวร่อต่อกระซิกกันอยู่สักครู่ คุณแม่ของมาโอะจังก็ลากลับไป ฉันเลยพามาโอะจังไปที่ห้องส่วนตัว

"มาโอะจัง คุณแม่กลับไปแล้ว เหงาหรือเปล่า"
"ไม่หรอกค่ะ ว้าว ห้องของท่านพี่เรย์กะน่ารักจังเลยค่ะ !" 

มาโอะจังตาเป็นประกายเมื่อเห็นเตียงมีหลังคาของฉัน จากนั้นก็เริ่มค้นห้องของฉันอย่างสนุกสนาน แน่นอนว่าพวกของแปลกๆ อย่างฮูล่าฮู้ปกับเสต็ปเปอร์น่ะ ฉันเอาไปเก็บไว้ในห้องเก็บของหมดแล้ว ตอนนี้ห้องฉันมองยังไงก็ปลอดภัยหายห่วง
หวังว่าจะเป็นงานค้างคืนที่สนุกๆ น้า~
มาโอะจัง มาสร้างความทรงจำของปิดเทอมฤดูร้อนที่แสนสนุกสนานกันนะจ้ะ !

ท่านแม่บอกว่าอยากพามาโอะจังไปช้อปปิ้ง สงสัยว่าจะหาตัวแทนตุ๊กตาคนต่อไปเจอแล้ว... ท่านแม่คะ หนูขอร้องล่ะคะ ยกเว้นผมหลอดไว้อย่างเถอะนะคะ ! มาโอะจัง หนีเร็ว--!

-------------------------------

(*) ในอดีตที่ญี่ปุ่นจะกำหนดให้วันที่ 15 มกราคม เป็นวันบรรลุนิติภาวะ  หรือ 成人 (ตัว 成人 อ่านว่า เซย์จิน หรือ นารุฮิโตะ ก็ได้) ซึ่งจะเป็นวันที่แสดงความยินดีและจัดพิธีให้กับผู้ที่จะมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ในปีนี้ แต่ในปี 2000 ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้จัดทุกวันจันทร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม ตามระบบ HAPPY MONDAY แทน

 




NEKOPOST.NET