[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 133 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.133 - ตอนที่ 133


133.

 

จ๊อกกิ้งครั้งแรกในเวลาเช้าตรู่ที่พระอาทิตย์เพิ่งขึ้น คุณมิฮาระบอดี้การ์ดมารับฉันแต่เช้าด้วยรอยยิ้มสดใสเปี่ยมพลัง

"อรุณสวัสดิ์ครับ ! คุณหนูเรย์กะ ! เอาล่ะ ! ตั้งแต่วันนี้ไปมาพยายามกันให้เต็มที่เลยนะครับ !"
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ... ฝากตัวด้วยนะคะ..."

หลังยืดเส้นยืดสายโดยเน้นที่ขาเป็นหลักในสวนแล้ว พวกเราก็ออกวิ่งช้าๆ รอบบ้าน
คุณมิฮาระเสนอมาว่าวันแรกน่าจะวิ่งซัก 3 กิโล ตอนแรกฉันปฎิเสธไปว่าไม่เคยวิ่งถึง 3 กิโลมาก่อน แต่เขาว่าวิ่งสั้นกว่านี้ก็ไม่มีความหมาย ช่วยไม่ได้นะ 

"วันนี้เราไม่ได้แข่งจับเวลา ค่อยๆ วิ่งไปช้าๆ ก็ได้ครับ !" 
"ค่ะ" 

คุณมิฮาระกระตุ้น ฉันเลยพลอยวิ่งอย่างคึกคักไปด้วยช่วงแรกๆ แต่พอออกจากประตูบ้านได้ไม่ทันไรก็หมดแรง กระบังลมชักปวดๆ แล้วอ่ะค่ะ

"เอ๋ ! คุณหนูเรย์กะ เป็นอะไรไปครับ ?!"
"....หายใจไม่ทันค่ะ"
"ยังวิ่งได้ไม่ถึง 500 เมตรเลยนะครับ !?"

จะไปรู้ได้ไงล่ะคะ ถ้าไม่ลดสปีดให้ช้าไปกว่านี้จ้างให้ก็วิ่งไม่ถึง 3 กิโลหรอกค่ะ
คุณมิฮาระลุงเลือดร้อนสายพละไม่ยอมอภัยให้ความอ่อนแอปวกเปียกของฉัน

"คุณหนูเรย์กะ ! นี่้ช้ากว่าเดินอีกนะครับ !? ตั้งใจหน่อย !" 

ไม่ไหวแล้วค่ะ หายใจไม่ทัน ยอมแพ้แล้วค่ะ
วิ่งได้ไม่ถึงกิโลฉันก็หอบแฮ่กๆ ท่อนบนโน้มไปข้างหน้า มือตะกุยอากาศเหมือนหมา หลอดลมมันจะ..หลอดลมเจ็บแปลบๆ... ในปากสัมผัสได้ถึงรสเลือด...  

"คุณหนุเรย์กะ ! แกว่งแขนหน่อย ! เอ้า หนึ่งสอง ! หนึ่งสอง !"

คุณมิฮาระวิ่งเหยาะๆ พลางตบมือออกจังหวะให้ฉันเต้น

"คุณหนูเรย์กะ ! ห้ามพ่ายแพ้ให้ตัวเองนะ" "คุณหนูเรย์กะ ! นี่ยังมาไม่ได้ครึ่งทางเลยนะครับ ! แข็งขันหน่อย !" "เอ้า เงยหน้าขึ้น มองตรงไปข้างหน้า ! เอ้า ! เอ้า ! เอ้า !" 

เสียงคุณมิฮาระสะท้อนก้องไปทั่วหมู่บ้านไฮโซในยามเช้า
อึดอัดจัง... ทำไมเกิดคิดจะวิ่งขึ้นมานะ...เมื่อไหร่เอ็นโดรฟินจะหลั่งไหลเสียทีนะ... ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหน อาการ Runner's high ก็มาไม่ถึงเสียที... หายใจไม่ทัน...หายใจไม่ทันแล้ว...


สุดท้ายคุณมิฮาระจึงต้องคอยดันหลังฉันไปเรื่อยๆ จนฉันวิ่งรอบบ้านครบ 3 กิโลในที่สุด
ฉันลากขากสั่นหงึกๆ มาล้มแปะลงในสวน ต้นหญ้านี่จั๊กจี๋จัง แต่ช่างมันเถอะ 

"คุณหนูเรย์กะ ! ยังเหลือการยืดเส้นหลังจ๊อกกิ้งอีกนะครับ !" 

ไม่ไหวแล้วค่ะ... ไม่มีแรงจะลุกขึ้นแล้วค่ะ... หัวใจเต้นตุบๆๆๆๆ... เป็นจังหวะอันตรายเลยละค่ะ
ท่านพี่ที่มาดูอาการเจอฉันนอนกลิ้งหมดแรงอยู่บนบนสนามหญ้าก็เบิกตากว้างอย่างตะลึง

"เรย์กะ ไหวหรือเปล่า..."

ลมหายใจยังไม่กลับมา พอจะพูดก็มีแต่ฮิ้ว ~ฮิ้ว~ ประหลาดออกมา ฉันเลยส่ายหัวแทนคำตอบ

"คุณมิฮาระ วิ่งไปขนาดไหนกันน่ะ"
"ประมาณ 3 กิโลน่ะครับ"
"อืม~ แค่ 3 กิโลก็สภาพนี้แล้วเหรอ..." 

ได้ยินเสียงลำบากใจของท่านพี่ดังแว่วมา ขอโทษนะคะที่น้องไม่เอาไหน ขอโทษนะคะทั้งสองคน

"แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ ! วิ่งไปทุกวันเดี๋ยวก็มีแรงขึ้นมาเอง !"

เอ๋ ! จะให้วิ่งทุกวันเลยเหรอ !?
ถึงอยากประท้วงแต่ก็หอบแฮ่กๆ จนพูดไม่ออก ไม่เอานะ แค่วันแรกวันเดียวฉันก็เข็ดแล้วอ่ะ...ไม่อยากวิ่งแล้วอ่ะ...
แต่คุณมิฮาระเป็นบอดี้การ์ดที่ถูกจ้างมาเพื่อคุ้มกันการจ๊อกกิ้งของฉันโดยเฉพาะ นอกจากจะต้องมาประจำอยู่ด้วยความโลเลของฉันแล้ว ถ้าแค่วันเดียวแล้วไปบอกว่า หนูเลิกแล้วค่า~! มันก็จะเห็นแก่ตัวเกินไปล่ะมั้ง... แต่ก็เหนื่อยเหลือเกิน...  
แสงอาทิตย์ก็เริ่มแรงขึ้นแล้ว ถ้ายังนอนกลิ้งอยู่แบบนี้มีหวังโดนแดดเผาแน่เลย เอ้าอึ๊บ ฉันยันตัวหนักอึ้งขึ้น ได้คุณมิฮาระกับท่านพี่ช่วยประคองเข้าห้องไป แล้วก็ไปล้มกลิ้งหมดสภาพต่อ 

ด้วยเสียงร้องเชียร์เลือดร้อนดังกึกก้องของคุณมิฮาระ ทำให้สภาพน่าเอน็จอนาถของฉันเป็นที่รู้กันไปทั่วแถวบ้านตั้งแต่ยามกลางวัน ท่านแม่ที่ใส่ใจเรื่องสายตาชาวบ้านมากกว่าใครๆ เป็นเท่าตัวถึงกับพิโรธสุดๆ ซวยจริงๆ....
ตั้งแต่วันรุ่งขึ้น พวกเราเลยต้องนั่งรถไปวิ่งที่สวนสาธารณะที่อยู่ไกลออกไปอีกหน่อย 
แต่ท่านแม่ก็ยังอารมณ์บูดอยู่ดี ซวยชะมัด....
สิ่งปลอบประโลมใจอย่างเดียวของฉันคือเมล์จากเบียทริชที่ส่งมาว่า "วันนี้วิ่งได้ 5 กิโลแน่ะ !" "วันนี้ตอนกลางคืนก็ออกไปวิ่งล่ะ !" ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวสินะ-- 

เพื่อเอาใจท่านแม่ที่อารมณ์บูดไป ฉันเลยจำต้องเข้าร่วมแผนดีท็อกซ์ที่ท่านแม่แนะนำมาด้วยกัน
ไม่อยากไปเลยอ่า~ แต่ถ้าฉันยืนกรานไปยอมไปอีก คราวนี้ท่านแม่มีหวังโกรธจนคลั่งแหงๆ มีแต่ต้องยอมๆ ไปเป็นการขออภัยโทษในฐานะที่ทำให้ได้อาย 
คราวนี้ไม่ใช่โปรแกรมงดอาหาร แต่เป็นดีท็อกซ์ คงไม่โหดเท่าไหร่มั้ง...

 

เมื่อมาถึงโรงแรมในเครือคาบุรากิสถานที่จัดโปรแกรมในครั้งนี้กับท่านแม่ คุณพนักงานหิ้วกระเป๋าขนสัมภาระมากมายของพวกเราตามมาข้างหลัง ในห้องที่มีคนพาไปนั้นมีเหล่ามาดามไฮโซที่คบหาอยู่ในวงสังคมของท่านแม่อยู่พร้อมหน้า รู้สึกว่าหน้าคุ้นๆ จากปีที่แล้วนะ สงสัยว่าจะมีมาดามที่โปรดปรานการไดเอ็ทคอยชวนทุกคนมาล่ะมั้ง วุ่นวายจริงๆ...
พอลองเหลือบดู ไม่รู้ทำไมมีคุณไมฮามะที่แต่งองค์ทรงเครื่องเต็มที่อยู่ด้วย

"อ้าว คุณเรย์กะ มาด้วยเหรอคะ"

คุณไมฮามะสังเกตเห็นฉันแล้วเดินเข้ามาหา

"ค่ะ คุณไมฮามะก็มาด้วยเหรอคะ"

ฉันยิ้มรับสายตาทิ่มแทงของคุณไมฮามะ

"ต่อจากงดอาหาร ปีนี้ก็เป็นดีท็อกซ์สินะคะ คุณนี่ก็ต้องดิ้นรนเรียกร้องความสนใจจากท่านแม่ของท่านคาบุรากิขนาดนั้นเลยเนอะ" 
 
หา ? 

"ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรผิดอยู่นะคะ ฉันแค่มาเป็นเพื่อนท่านแม่ค่ะ คุณไมฮามะนั่นแหละ ไม่ทราบว่าลมอะไรพัดมาไม่ทราบ ดูถูกโปรแกรมงดอาหารขนาดนั้นแล้วทำไมปีนี้มาเข้าร่วมด้วยล่ะคะ มีคำกล่าวว่าถ้าจะเด็ดหัวแม่ทัพก็ต้องยิงม้าก่อน อย่าเที่ยวคิดว่าใครๆ จะเหมือนตัวเองไปหมดสิคะ" 
"ว่าไงนะ"

หึ ถึงจะโดนคุณไมฮามะเขม่นฉันก็ไม่สะดุ้งสะเทือนอะไรหรอก วันนี้คุณก็ม้วนผมมาลุ่ยๆ อีกแล้วนะคะ 
ฉันยิ้มแย้มทักทายเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเดินห่างออกมา 

สงสัยจะมีเรื่องให้วุ่นวายอีกแล้ว...
อ๊ะ นั่นคุณอาคิมิ นี่นา ! เฮ้~!   
สายตาคุณไมฮามะรุนแรงเหมือนจะทิ่มแทงมาจากข้างหลัง แต่ก็มิได้นำพา~ 
เมื่อทุกคนมากันครบ ท่านแม่ของคาบุรากิก็ปรากฎตัวมาอย่างเฉิดฉาย   




NEKOPOST.NET