[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 122 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.122 - ตอนที่ 122


122.

 

ตอนนั้นวาคาบะจังกำลังคุยกับเพื่อนอยู่ตรงทางเดินพอดี ประธานจึงหาตัววาคาบะจังพบอย่างรวดเร็ว

"คุณทาคามิจิ"
"คะ ?  อ๊ะ !"
 
พอเห็นพวกประธานยกขโยงกันมา วาคาบะจังก็ทำหน้าหวาดๆ  เพื่อนพ้องที่อยู่ด้วยกันพากันสลายตัวถอยห่างออกไป

"คุณทาคามิจิ เมื่อไหร่คุณจะรู้สึกสำนึกตัวเสียทีนะ จะย่ำยีให้ชื่อซุยรันหมองไปเท่าไหร่ถึงจะพอใจ" 
"เอ๋... ฉันไปทำอะไรให้อีกเหรอคะ..."

วาคาบะจังถามอย่างเกรงๆ  หางตาประธานกระตุกเมื่อได้ยินคำพูดนั้น

"ยังจะมาถามอีก ! เมื่อเช้าเธอขี่จักรยานมาโรงเรียนใช่ไหม นักเรียนซุยรันขี่จักรยานมาโรงเรียนเนี่ยนะ ไม่ทราบว่าใช้อะไรคิดไม่ทราบ !?"

พวกนักเรียนที่มุงดูเหตุการณ์กันที่ทางเดินส่งเสียงฮือฮา
วาคาบะจัง นี่ขี่จักรยานมาโรงเรียนเหรอ... 

"ขอโทษค่ะ... คือ...ไม่เห็นกฎโรงเรียนบอกว่าห้ามขี่จักรยานมาโรงเรียน ก็เลยคิดว่าไม่เป็นไรน่ะค่ะ..."
"กฎโรงเรียน !? ไม่มีนักเรียนซุยรันที่ไหนขี่จักรยานมาโรงเรียนกันหรอก ถึงได้ไม่จำเป็นต้องตราเป็นกฎไงล่ะ ! ทำไมถึงได้ทำอะไรน่าอับอายแบบนี้นะ !"
"ขอโทษค่ะ...." 

วาคาบะจังก้มหัวลง
นักเรียนรอบข้างหลายคนแสดงสีหน้าไม่พอใจที่วาคาบะจังขี่จักรยานมาโรงเรียน พวกเซริกะจังที่อยู่ข้างๆ ฉันก็ขมวดคิ้ว "จักรยานเนี่ยนะ...!?"

"คุณทาคามิจิ คุณคงไม่ได้ขี่จักรยานมาโรงเรียนทุกวันหรอกนะ"
"ไม่ใช่นะคะ ! พอดีวันนี้รถไฟบังเอิญเกิดอุบัติเหตุแต่เช้า เกรงว่าปล่อยไว้แบบนี้จะมาสาย ก็เลยขี่จักรยานมาน่ะค่ะ... ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะ..." 

ขี่จักรยานมาจากบ้านเหรอ บ้านวาคาบะจังก็ไม่ได้ใกล้โรงเรียนเลยนะ ? นี่ปั่นมาไกลแค่ไหนเนี่ย !? ยอดไปเลยนะ วาคาบะจัง  เฮ้ย นี่ไม่ใช่เวลามาประทับใจอยู่นี่นา 
วาคาบะจังคอตกเมื่อโดนประธานว่าฉอดๆ 
เห็นแบบนั้น ประธานก็ยิ่งจงใจถอนหายใจดังเฮือก 

"คุณทาคามิจิ นี่คุณเลือกเข้าโรงเรียนผิดหรือเปล่า ถ้าอยากขี่จักรยานไปโรงเรียนละก็ ไปเข้าโรงเรียนรัฐบาลใกล้บ้านไม่ดีกว่าหรือ"
"ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ..."
"เอาเป็นว่าอย่าให้เกิดเรื่องน่าอับอายแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง การกระทำของเธอนี่เหลือรับจริงๆ ถ้าทำให้ชื่อเสียงของซุยรันแปดเปื้อนมากไปกว่านี้ล่ะก็ เตรียมใจไว้ด้วยนะ"
"ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ !" 
  
ขบวนประธานพากันตำหนิดังๆ ว่า "แค่คะแนนดีอย่ามาทำเป็นเหลิงไปหน่อยเลย" "หัดเจียมตัวซะบ้าง" วาคาบะจังได้แต่ก้มหัวปลกๆ  ขี่จักรยานมาซุนรันมันก็ไม่ควรจริงๆ น่ะแหละ แต่ก็ไม่เห็นต้องตำหนิกันขนาดนี้เลยนี่นา...

"ทาคามิจิ มีอะไรหรือเปล่า !?"

นายตัวสำรองถลาเข้ามาตามเสียงเอะอะที่ทางเดิน

"อ้าว นี่เธอมีอะไรมิทราบ"

ประธานจ้องนายตัวสำรองเขม็ง 

"ผมมิซึซากิ ประธานสภานักเรียนครับ"
"เรื่องนั้นน่ะฉันรู้อยู่แล้ว ถามว่าประธานสภานักเรียนเสนอหน้ามาทำอะไรที่นี่ต่างหาก"
"การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนก็เป็นงานของสภานักเรียนครับ" 

นายตัวสำรองทำหน้าจริงจังสวนกลับไป
แต่แม้จะเผชิญกับนายตัวสำรองที่ตัวใหญ่กว่าตัวเองมาก ประธานก็ยังไม่มีทีท่าหวั่นไหว พ่นลมหัวเราะเย้ยๆ 

"แหม ท่าทางมั่นใจเหลือเกินนะ กะอีแค่ประธานนักเรียน อย่าเหิมเกริมให้มากนักเลย !" 
"ว่า...!"
"พอเถอะนะๆ มิซึซากิคุง ฉันไม่ดีเองแหละ พอเถอะนะ" 

 วาคาบะจังรีบดึงแขนนายตัวสำรองไว้พลางกระซิบห้ามอย่างเอาเป็นเอาตาย ดูเหมือนวาคาบะจังจะอยากหลีกเลี่ยงไม่ให้เรื่องราวขยายใหญ่โตไปกว่านี้ 

"ต้องขอโทษด้วยนะคะ จากนี้ไปจะไม่ขี่จักรยานมาโรงเรียนอีกแล้วค่ะ วันนี้ต้องขอโทษจริงๆ นะคะ"

วาคาบะจังก้มหัวลงอีกครั้ง ประธานพ่นลมทางจมูกดังเชอะ ท่าทางอ่อนลงบ้าง

"ไม่มีครั้งที่สองอีกแล้วนะ "
"....ทราบแล้วค่ะ"

 ประธานส่งสายตาเย็นชาให้วาคาบะจังและนายตัวสำรองแล้วหันหลังกลับ ขณะจะเดินกลับไปตามทางเดิน ก็บังเอิญเจอฉันเข้าเสียก่อน ประธานส่งยิ้มให้

"แหม ท่านเรย์กะ ! สวัสดีค่ะ" 
"สวัสดีค่ะ  ท่านโยโกะ" 

หวา โดนเจอเข้าจนได้...

"มีสุนัขจรจัดปะปนเข้ามาแบบนี้ ท่านเรย์กะเองก็คงลำบากแย่เลย แต่ถ้ามีอะไรก็ให้รีบมาบอกพวกเรานะคะ"
"แหม โฮะโฮะโฮะ.." 

สุนัขจรจัดนี่... 
แก้มฉันตึงเลย พอตกเป็นเป้าสายตาของพวกนักเรียนมุงแล้วรู้สึกกระเพาะปั่นป่วน... นายตัวสำรอง อย่ามาจ้องด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อกันแบบนั้นน่า 

"ได้ยินว่าวันนี้จะมีใบชาใหม่เข้ามาที่ห้องสโมสร หลังเลิกเรียนอย่าลืมแวะมานะคะ"
"ค่ะ จะรอนะคะ"  

ประธานพยักหน้าอย่างสง่างามแล้วกลับเข้าห้องเรียนชั้นม.6 
พอประธานลับสายตาไป พวกนักเรียนที่เหลือก็จับกลุ่มคุยเรื่องนี้กันเซ็งแซ่ทันที วาคาบะจังโดนพวกนักเรียนที่เห่อแบรนด์ซุยรันต่อว่า "ไม่รู้จักอาย" วาคาบะจังก้มหัวขอโทษพวกนั้นด้วยล่ะ
นายตัวสำรองเข้ามากันวาคาบะจังจากนักเรียนพวกนั้น แล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น

"คือว่าวันนี้ขี่จักรยานมาโรงเรียน..."
"จักรยาน ?! ทำไมทำแบบนั้น"
"ตอนเช้ารถไฟหยุดวิ่ง จะเปลี่ยนไปขึ้นสายอื่นก็กลัวจะไม่ทัน ไม่อยากให้รางวัลเข้าเรียนครบหลุดไปก็เลย..." 
"ไปขอหลักฐานว่ารถไฟหยุดวิ่งมาก็ได้ไม่ใช่เหรอ"
"อ๊ะ !" 
 
วาคาบะจังทำคอตก สิ่งที่แลกมาด้วยรางวัลมันใหญ่หลวงนัก...
วันนั้นวาคาบะจังต้องแอบๆ ขี่จักรยานกลับบ้านไป... 

 
พอไปแตะต้องเพลิงพิโรธของประธาน Pivoine เข้า แรงกดดันที่มีต่อวาคาบะจังก็เพิ่มขึ้นทันที โดยเฉพาะเสียงนินทาที่จงใจให้เจ้าตัวได้ยินน่ะโหดร้ายมากๆ  
วาคาบะจัง จะไหวหรือเปล่านะ... เห็นทำหน้าเฉยๆ ก็จริง แต่ในใจคงเป็นทุกข์มากแน่เลย... 

ในตอนนั้นเอง ฉันสังเกตเห็นว่า วาคาบะจังเข้าไปในป่าของซุยรันคนเดียวหลังเลิกเรียน 
ซุยรันมีพื้นที่สีเขียวอยู่เยอะ พื้นที่เหล่านั้นถูกเรียกว่าป่าของซุยรัน  ในป่ายังรกทึบมืดสลัว นักเรียนหลายคนเกรงจะชุดเครื่องแบบจะเปรอะเปื้อนก็เลยไม่ค่อยอยากเข้าไปยุ่งกันเท่าไหร่ ไปทำไมนะ...  

อ๊ะ ! คำว่า "ซาละเปาป่าจุไค" โผล่ขึ้นมาในหัวฉันทันที คงไม่นะ !? 
ฉันรีบไล่ตามหลังวาคาบะจังไป อย่าเพิ่งผลีผลามนะ วาคาบะจัง ! 
แล้วฉันก็เจอวาคาบะจังอยู่กับคนสวนคนหนึ่ง ที่ซุยรันนี่มีคุณคนสวนผู้เชี่ยวชาญเรื่องพฤกษศาสตร์ ได้รับคุณวุฒิเรื่องการจัดสวนด้วยนะ  วาคาบะจังถือถุงอะไรไว้ในมือหนึ่งกำลังพูดคุยกับคุณคนสวนอย่างสนุกสนาน

 อ้าวเอ๋ ? 
ไปได้พักหนึ่ง วาคาบะจังก็โบกมือให้คุณคนสวน เดินกลับไปทางที่เข้ามาด้วยรอยยิ้ม
ฉันรอจนวาคาบะจังหายลับสายตาไปแล้วถึงเดินเข้าไปใกล้คุณคนสวน บางทีเขาอาจจะช่วยหยุดวาคาบะจังไว้ก็ได้... 

"ขอโทษนะคะที่มากวนระหว่างงาน เด็กคนเมื่อกี้มาทำอะไรที่นี่เหรอคะ"
"เอ๋ !"

คุณลุงคนสวนอุทานเสียงดังหันกลับมา

"หวา ตกใจหมดเลย ไม่นึกว่าจะมีนักเรียนบุกเข้ามาถึงในนี้นะนี่ เด็กคนเมื่อกี้ วาคาบะจังน่ะเหรอ  แค่มาเก็บผักป่าน่ะ"
"....ผักป่า ?"
"ในป่านี่มีผักป่างอกงามดี แกก็เลยแวะมาเก็บกลับบ้านบ่อยๆ  พวกทาระโนะกิ, เซนไม, เมียวกะ, วาราบิ ทำนองนั้นน่ะ"  
"มีผักพวกนั้นงอกอยู่แถวนี้ด้วยเหรอคะ !?"

ไม่เคยรู้มาก่อนเลย ! ที่ซุยรันนี่มีของกินได้งอกอยู่ด้วย 

"ขึ้นมาเยอะแยะเลยล่ะ ทุกคนคงไม่สนใจหรือไม่ก็มองไม่เห็นละมั้ง เพิ่งมีวาคาบะจังเป็นนักเรียนคนแรกที่อุตส่าห์ลุยเข้าป่ามาเก็บนี่แหละ ตั้งแต่ปีที่แล้วเห็นแกถือหนังสือพืชป่าเดินไปเดินมาแถวนี้ก็เลยลองทักดู เจ้าตัวว่ามาหาผักไปทำกับข้าวน่ะน้า~ ลุงเห็นน่าสนุกดีก็เลยบอกจุดที่มีผักป่าอร่อยๆ ขึ้นอยู่เยอะให้"
"นี่...จะไม่เป็นปัญหาเหรอคะ"
"ยังไงผักป่านี่มันก็ขึ้นของมันตามธรรมชาติ จะไปเด็ดดอกไม้ที่ปลูกไว้คงไม่ได้ แต่ถ้าเป็นผักป่า ทางโรงเรียนคงไม่มีปัญหาอะไรละมั้ง"
"แหง งั้นเหรอคะ"   

วาคาบะจังไม่โดนข้อหาขโมยทรัพย์สินของโรงเรียน ค่อยโล่งใจหน่อย 

"วันนี้เห็นว่ามาหาวัตถุดิบไปทำเท็มปุระน่ะ ความจริงแล้วเห็นว่าเล็งๆ เมียวกะ (ขิงญี่ปุ่น) ไว้ แต่มันยังไม่ได้ที่ บอกว่าอยากเอาไปทำขิงขูดทานกับเต้าหู้เย็น ไว้สัปดาห์หน้าจะแวะมาดูใหม่ แล้วก็หาเห็ดหูหนูอยู่ด้วยละมั้ง เจ้าตัวว่าอยากลองเอาไปทำสลัดวุ้นเส้นกินดู" 
".............."  

....นอกจากจะไม่ได้เป็นทุกข์เป็นร้อนกับการรังแกแล้ว วาคาบะจังยังเก็บเกี่ยวจากซุยรันซะเต็มที่เลยนะ

"วาคาบะจังยังปลูกผักสมุนไพรกับผักสวนครัวไว้ด้วยนะ แวะมาถามเรื่องวิธีเพาะพันธ์บ่อยๆ ก่อนหน้านั้นก็เห็นว่ามินต์งอกงามจนกินไม่ทัน เลยเอามาทำเป็นมินต์ทีใส่กระบอกมาให้ชิมด้วยนะ แหม เด็กคนนี้นี่น่าสนใจดีจริงๆ" 

ว่าแล้วคุณลุงคนสวนก็หัวเราะ
แต่ฉันยังมีเรื่องเป็นห่วงอยู่ ต่อให้ฝั่งโรงเรียนรับรู้ก็ตาม แต่ถ้าเรื่องนี้เกิดรู้ไปถึงหู Pivoine หรือเหล่านักเรียนที่แอนตี้วาคาบะจัง มีหวังจุดยืนของวาคาบะจังคงได้พังครืนลงมาอีกแหงๆ คงโดนนินทาว่าเป็นพวกยาจกไม่มีเงินซื้อผัก... แต่บ้านวาคาบะจังไม่ได้ยากจนหรืออะไรซักหน่อยนะ 

"เอ่อ ที่เขามาเก็บผักป่าไปคงไม่เป็นไรมั้งคะ แต่ถ้าเป็นไปได้ ถ้ามีนักเรียนคนอื่นมาถามเรื่องนี้ ช่วยเก็บเป็นความลับไว้ได้ไหมคะ อาจจะมีคนมองว่าเป็นปัญหาก็ได้..."
"อื๋อ ? งั้นเหรอ อืม ก็อาจจะมีคนมองว่าไม่ดีก็ได้น่ะนะ งั้นเอาเป็นว่ารู้กันแค่นี้แล้วกัน ถ้าวาคาบะจังอดมาเก็บผักป่าอีกคงน่าสงสารแย่ จะว่าไป ตอนฤดูหนาวที่ยังหนาวๆ อยู่ วาคาบะจังก็เคยมาเก็บสมุนไพรฤดูใบไม้ผลิทั้งเจ็ดด้วยนะ บอกว่าจะเอาไปทำข้าวต้มสมุนไพร 7 ชนิดน่ะ  เห็นว่าทำข้าวต้มสดๆ ใหม่ๆ ได้อร่อยจริงๆ ดีใจมาก เท่านี้ก็ปลอดโรคภัยไปทั้งปีแล้ว เก๋ไก๋ดีเนอะ" 
"ข้าวต้มสมุนไพร 7 ชนิดเหรอคะ..."

จะเรียกว่าเก๋ไก๋ได้ไหมเนี่ย... เด็กผู้หญิงม.ปลายที่บุกป่าฝ่าดงในโรงเรียนเพื่อมาเด็ดผักป่าจะได้กินข้าวต้มสมุนไพร 7 ชนิดที่ทำใหม่ๆ เนี่ยนะ... 
รู้สึกว่าวาคาบะจังจะประสาทถึกทือกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะ  แหม แต่ถ้าวาคาบะจังสบายใจฉันก็ดีใจด้วยนะคะ

ข้าเด็ดใบอ่อนที่ผลิบานในยามฤดูใบไม้ผลิเพื่อเจ้า หากหิมะหลงฤดูกลับโปรยปรายลงมายังปลายแขนเสื้อกิโมโน... 

(บรรทัดสุดท้ายเป็นบทกวีที่คัดลอกมาจากโคะคิงวะกะชู เรียกกันสั้นๆว่า โคะกินชู ชื่อ หมายถึง ประชุมบทร้อยกรองแบบญี่ปุ่นตั้งแต่โบราณถึงปัจจุบัน)




NEKOPOST.NET