[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 114 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.114 - ตอนที่ 114


114.

ข่าวลือเรื่องน้องชายเอ็นโจเข้าเรียนในชั้นประถมแพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียนหลังฉันเจอยูกิโนะคุงได้ไม่นาน
เล่าลือกันว่าน้องชายก็รูปงามไม่แพ้พี่ชาย ทำให้สาวๆ มากมายแห่กันไปดูหน้ายูกิโนะคุงที่้ภาคเรียนชั้นประถม แล้วยังเอามากรี๊ดกันต่อว่าน่ารักยิ่งกว่าที่คิด ทำให้กระแสน้องชายเอ็นโจยิ่งเตลิดเพริดไปกว่าเก่า แต่เอ็นโจปรามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมอย่างที่ไม่คยเห็นมาก่อนว่า "น้องชายผมร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ช่วยอย่าเอะอะกันมากได้ไหม"  อาจด้วยเกรงความพิโรธของเอ็นโจ กระแสเรื่องยูกิโนะจึงเป็นอันเงียบกริบไปในเวลาอันรวดเร็ว 

ในห้องสโมสรก็มีข่าวเรื่องยูกิโนะคุงเหมือนกัน แต่ต่อให้เป็นเอ็นโจก็ใช่จะออกปากพูดแรงๆ กับสมาชิก Pivoine ได้ง่ายๆ  จึงได้แต่เออออไปตามเรื่อง   

"พวกเราไม่เห็นเคยรู้เลยว่าท่านเอ็นโจมีน้องชายด้วย พามาเที่ยวที่ห้องสโมสรซักครั้งสิคะ"
"นั่นสินะครับ ถ้ามีโอกาส"
"ได้ยินว่ามีนักเรียนหลายคนแอบไปดูท่านยูกิโนะถึงห้องเรียนชั้นประถมนี่คะ ท่าทางน้องชายจะน่ารักเหมือนท่านพี่"
"เรื่องนั้นแหละครับ น้องชายผมเป็นโรคหอบตั้งแต่เด็กแล้ว ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ ผมเกรงว่าถ้าไปเอะอะกันมากๆ เข้า อาการจะกำเริบอีก อยากให้น้องชายได้อยู่ในสภาพแวดล้อมเงียบๆ สงบสุขน่ะครับ" 
 "แหม ! ลำบากแย่เลย งั้นทาง Pivoine จะกำชับไปทางเปอติต์ให้ช่วยกันดูแลให้ท่านยูกิโนะได้อยู่ในโรงเรียนอย่างสงบนะคะ ต้องระวังไม่ให้พวกคนชั้นต่ำมาเกะกะวุ่นวายรอบตัวท่านยูกิโนะ"
"รบกวนด้วยนะครับ"

พอเอ็นโจส่งยิ้มให้ สาวๆ รอบข้างเอ็นโจและคาบุรากิต่างก็หน้าแดง  
ด้วยเหตุนี้เอง เอ็นโจจึงสามารถยึดเอาประธาน Pivoine เป็นพวก สร้างฐานกำลังปกป้องยูกิโนะคุงขึ้นได้
ยูกิโนะคุงร่างกายอ่อนแอเหรอเนี่ย... มิน่าผิวถึงขาวจัง แต่เอ็นโจนี่ถึงจะเป็นจอมเจ้าเล่ห์แต่ก็รู้จักเป็นห่วงน้องชาย เกินคาดเหมือนกันนะ
ระหว่างที่จิบมิลค์ทีหวานๆ อยู่ สายตาก็ไปสบกับเอ็นโจเข้า แหวะ

"คุณคิโชวอิน ได้เจอน้องชายผมแล้วเหรอ"
"เอ๋..."

เห็นรอยยิ้มของเอ็นโจแล้วก็เหงื่อกาฬไหลพราก นี่คิดว่าฉันแอบไปส่องยูกิโนะคุงกับเขาด้วยหรือเปล่าเนี่ย ?! แย่ล่ะ... 

"เอ่อ ฉันบังเอิญไปเจอตอนไปเที่ยวห้องสโมสรเปอติต์น่ะค่ะ พอดีมีของจะให้พวกเด็กๆ ทางโน้น บังเอิญคนที่มาเปิดประตูให้เป็นน้องชายของท่านเอ็นโจเท่านั้นเอง บังเอิญจริงๆ นะคะ"

ฉันย้ำคำว่า "บังเอิญ" ไปหลายรอบ  อย่ามาเห็นฉันเป็นศัตรูของน้องรักนายเชียวนะ ! 

"อื้อ น้องผมเล่าให้ฟังแล้วล่ะ ช่วยอยู่คุยกับน้องให้ด้วยใช่ไหม ขอบคุณนะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ..."

นี่ขอบคุณจากใจหรือเปล่าน่ะ  ทางพี่ชายนี่ไม่น่าเชื่อถือผิดกับยูกิโนะคุงเลย

"คิโชวอิน ไปเจอยูกิโนะมาแล้วเหรอ" 

คาบุรากิเข้าร่วมวงสนทนา คาบุรากิก็รู้จักยูกิโนะคุงด้วยเหรอ อ้อ แต่เป็นเพื่อนสนิทกัน ก็เป็นธรรมดานี่เนอะ

"ทำนองนั้นค่ะ"
"หืม...."
"...เอ่อ เป็นน้องชายที่น่ารักแล้วก็อ่อนโยนมากเลยนะคะ"
"หืม...." 

ไม่รู้ทำไมคาบุรากิถึงขมวดคิ้ว เอ็นโจยังมีรอยยิ้มปริศนาบนใบหน้าตอบรับว่า "เหรอ ขอบคุณนะ" 
รู้สึกบรรยากาศทะแม่งๆ ชอบกล ฉันเลยเผ่นออกจากสโมสรเป็นการด่วน  

 

ตอนนี้ฉันมีธุระสำคัญกว่ากระแสเรื่องยูกิโนะคุง นั่นก็คือนักเรียนใหม่จะมาทัศนศึกษาชมรม 
พูดตามตรง ชมรมงานฝีมือเป็นชมรมเล็กๆ ไม่โดดเด่น สมาชิกก็มีแต่เด็กหงิมๆ เรียบร้อย จำนวนก็ไม่เยอะเท่าไหร่ ฉันต้องดึงตัวเด็กใหม่เข้าชมรมให้ได้ ! 
ตั้งแต่ฉันเข้าเป็นสมาชิกชมรมอย่างเป็นทางการก็เข้ามาทำกิจกรรมแทบทุกวันไม่เคยขาด นี่แหละถึงจะเรียกว่าเป็นสมาชิกตัวจริง 
วันนี้ฉันก็รีบเร่งไปชมรมงานฝีมือเหมือนกัน ในกระเป๋ามีขนมที่ไปแอบจิ๊กมาจากสโมสร Pivoine อัดไว้แน่น เดี๋ยวจะเอาไปแจกเด็กที่แวะมาดูชมรม ว่าไง ! ใจกว้างใช่มั้ยล่า !
โดยพื้นฐานแล้วที่ซุยรันห้ามเอาขนมเข้ามา รับรองใช้จุดนี้เรียกคะแนนได้แน่ อุฮุฮุฮุ...

ระหว่างที่พวกเราถักงานกันเพลินๆ เด็กใหม่ก็แวะมาดูชมรม ฉันลุกขึ้นไปรับหน้าก่อนเพื่อน จับเด็กใหม่ได้แล้ว ! 
พวกเด็กๆ ที่เข้ามาในห้องชมรมทำหน้าตกตะลึงไปพร้อมกัน 
อ้าว มีอะไรกันเหรอคะ หรือว่าตื่นเต้น ? อ้อ ! จริงด้วย ! ได้เวลาขนมออกโรงแล้ว !
ฉันเชื้อเชิญให้พวกเด็กๆ นั่งลงด้วยรอยยิ้ม

"เอ้า เชิญนั่งเลยจ้ะ มีขนมด้วยนะจ้ะ"
"เอ๋..."
"รับน้ำชาด้วยไหมเอ่ย มีใบชาดีๆ อยู่นะ"  

ใบชานี่ก็ฉกมาจากห้องสโมสรเหมือนกันค่ะ
เด็กใหม่พากันทำตัวหดจิ๋วต่อหน้าน้ำชาและขนม ทำตัวสบายๆ ถามเรื่องกิจกรรมชมรมมาได้เลยค่ะ ฉันวางท่าเป็นรุ่นพี่ที่ชมรมแสนใจดี ไม่ลืมโปรยยิ้มให้ทุกๆ คน ยิ้มๆ  อ้าว ? ทำไมมองกันแต่ประตูล่ะจ้ะ เพิ่งจะมาแท้ๆ

"ค่อยๆ ดูไปก็ได้นะจ้ะ เอ้า เชิญทานเลย"
"เอ่อ.... แต่ว่า นอกจากในโรงอาหารแล้วห้ามกินห้ามดื่มนี่คะ.... แล้วโรงเรียนก็ห้ามเอาขนมเข้ามาด้วย..."
"แหม ไม่เป็นไรหรอก นี่เป็นขนมจากห้องสโมสร Pivoine น่ะ" 

พวกเด็กใหม่เรี่มหน้าถอดสีเข้าไปทุกที มีคนหนึ่งดูตัวสั่นๆ ด้วย

"เอ่อ..."

ก่อนฉันจะได้ทัก พวกเด็กๆ ก็พากันลุกพรึ่บพรึ่บ ละล่ำละลักว่าขอโทษนะคะๆ ขอตัวก่อนนะคะ ก่อนผลุนผลันออกจากห้องชมรมไปอย่างรวดเร็วราวกับเผ่นหนี

"........" 

....เอิ่ม ฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ ทำไมอ่ะ ? อุตส่าห์ทำตัวเฟรนด์ลี่ขนาดนี้แล้วแท้ๆ ถึงยังไม่อยากกินแต่เอาขนมติดมือกลับไปด้วยก็ได้น้า....
นักเรียนใหม่ที่แวะมาดูชมรมหลังจากนั้นยังออกอาการคล้ายๆ กันเกือบหมด อุตส่าห์แวะมาทัศนศึกษาชมรมแท้ๆ ทำไมรีบกลับนักล่ะ อย่าว่าแต่ขนมเลย แม้แต่น้ำชาก็ยังไม่ยอมจิบซักอึก แบบเสียมารยาทขนาดเปิดประตูมาปุ๊บปิดปั๊บก็ยังมี นี่มันอะไรกันยะ ! ฉันชักยัวะเลยบอกไปว่าถ้าไม่กินขนมจะไม่ปล่อยให้กลับออกไป เด็กคนหนึ่งหน้าซีดเซียวกระซิบว่า "ถ้ากินนี่ลงไป....." อะไรยะ ? ที่นี่ไม่ใช่ยมโลกนะ ไม่ใช่ว่ากินเข้าไปแล้วจะกลับขึ้นสู่โลกเบื้องบนไม่ได้ซักหน่อย  เอ้า กินเข้าไปสิจ๊ะ กินเข้าไป 
เด็กคนนั้นกัดขนมมาเดอเลนทั้งน้ำตา  ....กินเข้าไปแล้วสินะ หนีไม่รอดแล้วจ้ะ
ได้ตัวสมาชิกใหม่คนหนึ่งแล้ว เอ้า เซ็นชื่อซะ  

จากนั้นอีกไม่นาน หัวหน้าชมรมก็สั่งให้ฉันไปนั่งทำงานในห้องด้านในสุด
เอ๋ ~ แต่ฉันอยากทำอะไรให้ชมรมในฐานะสมาชิกตัวจริงบ้างนี่นา จะให้ยกชามาเสิร์ฟก็ได้นะคะ
หัวหน้าไม่ยอมฟังคำทัดทานของฉัน กลับให้พวกสมาชิกคนอื่นๆ ยืนเรียงรายเป็นกำแพงบังฉันที่นั่งอยู่ด้านในจนมิด แม้แต่หน้าตาเด็กที่มาดูชมรมยังไม่ได้เห็นเลย
จะมีเด็กใหม่เข้าชมรมมาบ้างไหมน้า เป็นห่วงจังเลย ขอออกไปอีกรอบ... อ๊ะ มองไม่เห็น หละ หลบไปหน่อยสิคะ 

 
วันนัดกินข้าวกับคุณอิชิโนะคุระมาถึงแล้ว
เขาถามมาว่า เป็นอาหารญี่ปุ่นได้ไหม ? ฉันก็เลยตอบตกลงไป แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะพาไปร้านไหน อาหารไคเซกิหรือเปล่านะ ? แต่ร้านที่คุณอิชิโนะคุระพามาก็คือร้านข้าวอบหม้อดิน
ฉันคิดไว้ว่าข้าวอบหม้อดินดูเป็นอาหารสามัญชนก็เลยรู้สึกเกินคาดเหมือนกัน แต่ฉันชอบข้าวอบหม้อดินมาตั้งแต่ชาติก่อนแล้วล่ะ ไม่สิ ต้องบอกว่าชอบข้าวมากๆ เลยตะหาก VIVA ! ข้าวจงเจริญ !

"ไม่รู้จะสะดวกใจกับร้านแบบนี้หรือเปล่า ถ้าไม่ชอบจะเปลี่ยนไปร้านอาหารอิตาเลี่ยนกันก็ได้นะ"
"ไม่หรอกค่ะ ร้านนี้แหละค่ะดีแล้ว"  

ข้าวอบหม้อดิน~ ข้าวอบหม้อดิน~  ไม่ใช่ร้านอาหารฝรั่งเศสหรูเริ่ดที่ต้องระมัดระวังมารยาท แต่เลือกเป็นร้านอาหารอบหม้อดิน ทำให้ค่าความนิยมคุณอิชิโนะคุระในตัวฉันพุ่งปรี๊ดๆ
ร้านนี้มีห้องส่วนตัวด้วย ถึงจะเป็นร้านอาหารหม้อดินก็จัดว่าไฮโซอยู่นะ 

"ข้าวอบหม้อดินที่นี่อร่อยมากเลยนะ อยากให้คุณเรย์กะได้ลองทานจริงๆ ตอนนั้นได้ยินจากพี่สาวว่าชอบทานปาเอญ่า ก็เลยคิดว่าน่าจะชอบอาหารพวกข้าวน่ะ"
"แหม"

ตามนั้นเลยค่ะ ! 

ในเมนูมีอาหารประเภทข้าวอบหม้อดินให้เลือกมากมาย ชักลังเลแล้วสิ ข้าวอบปลาไทกับไข่ปลาอิคุระก็น่ากินนะ แต่ข้าวอบไก่ก็ยากจะตัดทิ้ง แต่กุ้งก็ดีนะ แต่ข้าวอบห้าสีนี่ก็ของตายล่ะนะ...

"ผมเอาเป็นข้าวอบปลาไทกับไข่ปลาอิคุระนะ แล้วคุณเรย์กะล่ะ"
"ขอเป็นข้าวอบห้าสีแล้วกันค่ะ"  

เลือกของตายไปซะแล้ว แต่ฉันไม่เสียใจหรอก ชอบไข่นกกระทาที่สุดเลย แต่ปลาไทก็....  
ในสำรับอาหารที่ยกมาเสิร์ฟนอกจากจะมีไข่ตุ๋นแล้ว ยังมีเต้าหู้ทอด ผักดอง น้ำซุป  ฉันชอบไข่ตุ๋นที่สุดเลย ! แปะก๊วยนี่ดีจัง ! 
ข้าวอบหม้อดินร้อนๆ ชุ่มฉ่ำ ! ร้านนี้สุดยอด ! ขอไข่นกกระทาเพิ่มได้ไหมนะ !  

"คุณเรย์กะ ถ้ายังไงจะลองชิมของผมด้วยไหม"

อะไรกันคะเนี่ย ! เป็นข้อเสนอที่วิเศษมากเลยค่ะ คุณอิชิโนะคุระ ! 

ฉันแอบตักไข่นกกระทามาใส่ชามตัวเองก่อนแลกหม้อกัน ปลาไทอร่อยจริงๆ !
รู้สึกตัวอีกทีฉันก็พูดคุยกับคุณอิชิโนะคุระเรื่องข้าวอบหม้อดินกับไข่ตุ๋นอย่างเร่าร้อน คุณอิชิโนะคุระก็เล่าเรื่องของกินที่ชอบให้ฉันฟังด้วย เห็นว่าชอบอาหารที่รสชาติมากกว่าร้านที่หรูๆ ที่จะต้องนั่งวางท่า เข้าใจค่ะ เข้าใจ ท่าทางกินของคุณอิชิโนะคุระดูน่าเอร็ดอร่อยมากจริงๆ ได้กินข้าวอร่อยๆ พลางพูดคุยอย่างสนุกสนานไปด้วย แล้วก็สั่งอาหารจานเดียวมาเพิ่มอีก พวกเราสองคนกวาดซะเกลี้ยง ส่วนของหวานเป็นไอศครีมชาเขียว เห็นว่าทำเองด้วยนะ อร่อยจังเลย  

คุณอิชิโนะคุระสัญญากับฉันอย่างแข็งแรงว่าต้องมากินข้าวด้วยกันอีก
ดูเหมือนฉันจะได้พบคนที่เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริงได้แล้ว...  

 




NEKOPOST.NET