[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 109 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.109 - ตอนที่ 109


109.


ฉันซื้อข้าวกล่องมาจากร้านข้าวกล่องทำมือ แล้ววางทิ้งไว้ในห้องอุ่นๆ เป็นเวลาสองวัน
พอเปิดกล่องออกก็ใช้ตะเกียบลองคีบผักต้มขึ้นมาดู แครอทยืดเป็นสาย ...ใช้ได้เลยล่ะ
ฉันตัดใจส่งมันใส่ปาก หยึย.... แหวะ สัมผัสน่าขนลุกสุดๆ ฉันเลยกลืนลงคอไปโดยแทบไม่กลืน
ทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยนะ... แหวะ รสชาติชวนอ้วกชะมัด นี่จำเป็นต้องทำกันขนาดนี้เลยเหรอ... แต่ฉันก็ยัดกล้ำกลืนผักเน่าลงคอต่อไป ข้าวผัดห้าสีก็ยืดเลย น่ากลัวจริงๆ แค่ดมกลิ่นก็แทบจะไม่ไหวแล้ว แต่ลูกผู้หญิงต้องใจเด็ด ! ฉันตักข้าวผัดห้าสียัดเข้าเต็มปาก !

"!!!!!"

ทุกเซลล์ในร่างส่งปฎิกริยาต่อต้านเต็มกำลัง ! ศัตรูบุก! ศัตรูบุก! ทุกหน่วยประจำตำแหน่ง!!

ทั้งกลิ่นทั้งรสขมขื่นที่กระจายไปในปากเหมือนสารเคมี ฉันรีบคายออก แต่ก็หยุดความคลื่นไส้ที่ผุดขึ้นมาเป็นระลอกไม่ได้
พลังทำลายล้างผิดกับผักต้มเป็นกอง นี่มันระดับอาวุธชีวภาพแล้ว ในปากผะอืดผะอมไปหมดเลยล่ะ ฉันถึงกับน้ำตาซึม ความคลื่นไส้รุนแรงผุดขึ้นมาอีกระลอกใหญ่
ฉันรีบวิ่งไปอ้วกในห้องน้ำ อะไรแดงๆ หลุดออกมาลอยอยู่ในในโถส้วม
เลือด! ฉันอาเจียรเป็นเลือด!! ตายแน่!!

พระเจ้าคะ พระเจ้า หนูขอโทษ  หนูจะไม่เอาอะไรเน่าเสียเข้าปากอีกแล้วค่ะ ! จะไปดูดอกไม้ดีๆ ค่ะ ได้โปรดไว้ชีวิตหนูด้วยเถอะนะคะ ช่วยหนูให้พ้นจากความคลื่นไส้นี่ทีเถอะค่ะ อ๊า ใครก็ได้ช่วยด้วย หนูอ้วกเป็นเลือดค่ะ...
ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเคยอ้วกเป็นเลือด ถ้าตายไปจะทำยังไงดีล่ะ...!
ฉันมองเลือดที่อ้วกออกมาด้วยดวงตาพร่างน้ำตา ร่างสั่นระริกด้วยความกลัว
ก้อนเลือดสีแดง ....มองดูดีๆ แล้วนั่นมันเศษพริกหยวกสีแดงนี่นา---

"....................." 
 
ฉันกุมท้อง ต่อสู้กับปฎิกริยาคลื่นเหียน ล้างปากอย่างหน้ามืดลืมตัวเพื่อกำจัดอาวุธชีวภาพในปากออกไปให้เกลี้ยงเกลา
โชคดีจัง ไม่ใช่อ้วกเป็นเลือด.... แต่ท้องยังขยักขย่อนอยู่เลย 
แม่บ้านแสดงความเป็นห่วงที่เห็นฉันเดินโซซัดโซเซออกจากห้องน้ำ ฉันเลยบอกไปว่า "ขอยาโรคกระเพาะกับน้ำอุ่นๆ ด้วยนะคะ..."
ในห้องฉันยังมีของกินเกือบเน่าวางทิ้งไว้ จึงห้ามไม่ให้ใครเข้าไปเด็ดขาด ไม่ว่าสภาพร่างกายจะย่ำแย่ขนาดไหน ก็ต้องกำจัดมันทิ้งไปก่อน 
ฉันกินยาแล้วกลับห้อง เอาข้าวกล่องใส่ถุงขยะแอบไว้ พรุ่งนี้ค่อยแอบเอาไปทิ้ง
เห็นข้าวผัดบูดๆ ในถุงขยะแล้วฉันก็มั่นใจ ไม่น่าไปลองของกับเนื้อเน่าเลย... 


จากนั้นผ่านไป อาการฉันก็ยังไม่ดีขึ้น ถึงขนาดหมอประจำตระกูลถูกเรียกมา ฉันไม่กล้าบอกความจริง เลยพูดๆ ไปทำนองว่า "ระยะนี้สุขภาพไม่ค่อยดี อยู่ๆ ก็อาเจียรออกมาน่ะค่ะ" คุณหมอก็เลยวินิจฉัยว่าเป็นหวัดลงกระเพาะ อื๋อ แค่อาหารเป็นพิษจากเวรกรรมทำตัวเองน่ะค่ะ 

พอได้ยาโรคกระเพาะกับได้นอน พอตื่นมากลางดึกก็รู้สึกว่าอาการดีขึ้นนิดนึง แต่ยังสะโหลสะเหลอยู่ หาอะไรกินหน่อยดีกว่า
พอออกจากห้องกำลังจะไปครัว ท่านพี่ก็โผล่หน้าออกมา

"เป็นไงเรย์กะ อาการเป็นไงบ้าง" 
"ไม่เป็นไรแล้วล่ะค่ะ ท่านพี่ น้องว่าจะหาอะไรกินหน่อย กำลังจะลงไปครัวค่ะ"
"อืม จะมีอาหารคนป่วยไหมนะ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าไม่มีเดี๋ยวน้องทำเอง"
"....เดี๋ยวพี่ทำให้ดีกว่า..."

กลางดึกแบบนี้ ท่านพี่ไม่น่าต้องวุ่นวายหรอกค่ะ ฉันปฎิเสธไปด้วยความเกรงใจ แต่ท่านพี่ยืนกรานว่าจะทำให้เอง เรย์กะยังไม่หายดี
ท่านพี่เนี่ยใจดีจังเลย ขอโทษนะคะที่มีน้องสาวงี่เง่าขนาดเอาของเน่าๆ ยัดเข้าปากแบบนี้ ฉันเลยกลับไปรอบนเตียงตามคำสั่งของท่านพี่
ว่าแต่ท่านพี่เนี่ยทำอาหารได้ด้วยเหรอคะ  

อาหารที่ท่านพี่ทำมาให้คือข้าวต้มใส่เกลือแบบเรียบง่าย มีบ๊วยดองมาด้วย
ลองชิมดูคำหนึ่ง อร่อยจังเลย ! ใส่เกลือได้พอเหมาะ ! อา สารอาหารที่นุ่มนวลซึมซาบไปทั่วสรรพางค์กาย...

"ตอนแรกก็ตั้งใจจะใส่ต้นหอมลงไปด้วย แต่กระเพาะอาจจะยังไม่เข้าที่ ก็เลยเอาเป็นแค่บ๊วยกับเกลือน่ะ"
"อร่อยมากเลยล่ะค่ะ ท่านพี่"

ไม่เคยเห็นท่านพี่ลุกขึ้นมาทำอาหารเลยซักครั้ง แต่ยอดเยี่ยมมากเลย สงสัยจะเก่งกว่าฉันอีก พรุ่งนี้ฉันก็ลองทำข้าวต้มเองบ้างดีกว่า แค่เอาข้าวใส่น้ำขึ้นตั้งไฟใช่ไหมล่ะ แล้วก็โรยๆ เกลือนิดนึง อื้อ  

"ทุกคนเป็นห่วงนะ ถ้าเริ่มฟื้นตัวก็ดีแล้วล่ะ"
".....ค่ะ"

สำนึกผิดสุดๆ.... แต่ก็หิว ฉันเลยขอเติมข้าวต้ม แค่ข้าวต้มใส่เกลือแท้ๆ ทำไมถึงได้อร่อยอย่างนี้นะ  
สุดท้ายฉันก็ซัดข้าวต้มเกลี้ยงหม้อดินใบเล็กๆ อร่อยมากจริงๆ ค่ะ ขอบคุณนะคะ 
ท่านพี่บอกว่าจะเก็บหม้อไปล้างให้เอง ขอโทษนะคะ น้องขอหลับก่อนนะคะ
เฮ้อ อิ่มอกอิ่มใจ  


ฉันยังแอบหวังๆ ไว้ว่าจะมีคนอนุญาตให้ไม่ต้องไปร่วมงานชมซากุระ แต่ดันหายดีแล้วเลยทำเป็นป่วยการเมืองไม่ได้ แล้วก็เผลอสาบานต่อพระเจ้าไปแล้วด้วย ช่วยไม่ได้น้า แต่โชคยังดีที่เพิ่งหายป่วย เลยได้รับยกเว้นให้ไม่ต้องสวมกิโมโนฟุริโซเดะ กลายเป็นชุดวันพีซกรุยกรายสีแชมเปญโกลด์  ท่านแม่อยากให้ใส่ชุดเดรสสีซากุระ แต่คงมีคนใส่มาเต็มแล้วล่ะ ฉันไม่อยากใส่ไปซ้ำกับใครหรอก เอาเป็นแค่เล็บสีซากุระกับใส่ที่ประดับผมรูปดอกซากุระก็พอแล้ว 

งานชมซากุระจัดขึ้นที่โรงแรมในเครือคาบุรากิที่เดียวกับที่จัดงานงดอาหาร สวนที่นี่สวยจริงๆ นั่นแหละนะ
วันนี้ท่านพี่งานยุ่งมาร่วมไม่ได้ ดีจังเลยน้า ถ้าฉันมีงานบ้างก็ดีสิ 
สถานที่จัดงานเป็นฮอลล์ที่มองเห็นซากุระที่ส่องแสงไลท์อัพได้สวยงามที่สุด ชิดาเระซากุระที่อายุเกิน 50 ปีแล้วงดงามจริงๆ งดงามเกินไปจนชักน่ากลัว
แล้วยังมีโซเมโยชิโนะซากุระบานเต็มต้นตั้งอยู่อีกหลายต้น สมเป็นงานชมซากุระประจำตระกูลคาบุรากิจริงๆ 
พวกผู้ใหญ่จิบไวน์พลางชมซากุระ มีเหล้าหวานด้วย ดีจังเลยน้า เหล้าหวาน
ฉันยังเป็นผู้เยาว์ ก็เลยขอค็อกเทลซากุระแบบไม่ใส่แอลกอฮอลล์ ในโซดาสีชมพูจางๆ มีกลีบดอกซากุระลอยอยู่ด้วย สวยจังเลย พอลองดื่มดูก็รสชาติอร่อยแปลกๆ 

พวกของกินที่ทำมาจากดอกไม้เนี่ยมีอะไรแปลกๆ หลายอย่างเลยนะ อย่างพวกแยมกุหลาบหรือไอศกรีมลาเวนเดอร์ อย่างตอนลองกินแยมกุหลาบครั้งแรกนี่ตกใจหมดเลย ฉันลองสั่งมาดูเพราะเห็นว่าเป็นของกินที่เหมาะกับราชินีโรโคโค่อย่างฉันดี แต่รสชาตินี่เล่นเอาโดนน็อคไปเลย ดอกซุมิเระแช่อิ่มก็เหมือนกัน ขนมที่ทำมาจากดอกไม้นี่มีไว้ดูด้วยตาอย่างเดียวจริงๆ น่ะแหละ

ฉันส่งยิ้มรับแขกที่ขัดเกลามาเป็นอย่างดีให้พ่อแม่และแขกที่ได้รับเชิญมาท่านอื่นๆ พลางมองหาคนคุ้นหน้าในฮอลล์ ท่านซาราระไม่มาด้วยเหรอ ~ 
รอบคาบุรากิกับเอ็นโจมีแขกรุ่นเยาว์ชุมนุมกันอยู่เต็ม สมาชิก Pivoine ก็อยู่ด้วย
ฉันผละห่างจากพ่อแม่ บอกว่าจะไปชมซากุระ รู้สึกว่าร่างกายจะยังไม่ฟื้นจากอาการอาหารเป็นพิษเต็มที่ ชักจะเมาคนเยอะๆ  แล้วสิ ขอพักหน่อยดีกว่า 
ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ที่มองเห็นซากุระ ขอเครื่องดื่มแก้วใหม่ อาจด้วยความตื่นเต้นก็เลยไม่ค่อยหิว แค่ดื่มน้ำก็ท้องอืดไปหมดแล้ว 

"อ้าว คุณเรย์กะไม่ใช่เหรอนั่น"

คุณไมฮามะในชุดเดรสสีชมพูซากุระยืนอยู่ตรงหน้าฉัน หึ ตื้นเขินจริงๆ ในงานมีคนใส่เดรสสีชมพูซากุระเกร่อไปหมดแล้วนะจ้ะ 
 
 "สวัสดีค่ะ คุณไมฮามะ"
"ทำไมมานั่งเหงาๆ อยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะคะ คุณเรย์กะเป็นอะไรหรือเปล่าเอ่ย"

คุณไมฮาระหัวเราะ สีหน้าท่าทีไม่ได้บ่งบอกความเป็นห่วงซักนิด ทำไมยัยนี่ถึงปักใจเห็นฉันเป็นศัตรูนักนะ~

"แค่อยากพักนิดหน่อยน่ะค่ะ"
"หื~ม"

คุณไมฮามะแอบทำหน้าแสยะ จะแขวะอะไรฉันอีกล่ะ ไหนลองว่ามาซิ
คาบุรากิแหวกวงล้อมเดินมาทางนี้คนเดียวพอดี

"คุณไมฮามะ ท่านคาบุรากิมาแน่ะค่ะ"
"เอ๋ ! แหม ท่านมาซายะ !"
 
คุณไมฮามะถลาเข้าหาคาบุรากิ คาบุรากิเหลือบดูคุณไมฮามะแวบหนึ่งแล้วทักอย่างสุดยอดขอไปทีว่า "อา"
โฮะโฮ่....

"ท่านมาซายะ วันนี้ขอบคุณมากนะคะที่เชิญมา ดีใจจริงๆ เลยค่ะที่ท่านมาซายะเป็นคนชวนมา !"
"ถ้าจะขอบคุณก็ไปบอกพ่อแม่ฉันไป ฉันไม่ได้เป็นคนเชิญมาซักหน่อย"

คุณไมฮามะไม่ยักกะท้อกับท่าทีเฉยชาของคาบุรากิ กลับคว้าแขนหมับเข้าให้

"ท่านมาซายะ ครั้งหน้าต้องเชิญไปที่บ้านด้วยนะคะ ท่านแม่ของท่านมาซายะบอกให้ฉันแวะมาเที่ยวบ่อยๆ ด้วยล่ะค่ะ"
"อยากเจอแม่ฉันก็ไปนัดกันเองสิ ฉันไม่เกี่ยว" 

 คาบุรากิสะบัดแขนออกหลีกมือคุณไมฮามะ แต่คุณไมฮามะก็ยังอุตส่าห์ยื่นมือตามไปคว้าต่ออีก สุดยอด  

"คิโชวอิน เธอมาด้วยเรอะ" 

คาบุรากิเห็นฉันที่ถูกคุณไมฮามะบังอยู่ในเงาเข้า  ไม่ต้องเห็นก็ได้นะคะ... แต่ตรงนี้ก็ต้องทักทายพอเป็นมารยาทสินะ ฉันลุกฮึบๆ ขึ้นจากที่นั่ง 

"วันนี้ขอบคุณนะคะที่เชิญมา"
"อา" 

คุณไมฮามะทำหน้าไม่สบอารมณ์ที่คาบุรากิมาทักฉัน

"ท่านคาบุรากิคะ คุณเรย์กะเนี่ยอุตส่าห์ได้รับเชิญมางานชมซากุระของบ้านคาบุรากิแท้ๆ แต่กลับมานั่งซังกระตายอยู่ตรงนี้ ไม่เห็นสนุกเลยค่ะ"

คาบุรากิเลิกคิ้ว พอเห็นแบบนั้นคุณไมฮามะก็หันมาทำหน้าเยาะใส่ฉัน นี่นิดๆ หน่อยๆ ก็จะหาเรื่องกันให้ได้สินะยะ 
ฉันไม่คิดจะเอาอกเอาใจคาบุรากิ แต่ขืนมีคนมาเป่าหูว่าฉันนั่งเซ็งๆ อยู่ ฐานะของฉันอาจจะแย่ลงก็ได้ ช่วยไม่ได้นะ 

"จะว่าไป ได้ยินว่าคุณไมฮามะได้ของขวัญสุดวิเศษวันไวท์เดย์มาจากใครเหรอคะ"
"เอ๋..."

คุณไมฮามะผวากับคำพูดของฉัน รู้สึกว่าข้อมูลซากุระจังจะแม่นนะเนี่ย

"ได้ยินว่าที่ยูริมิยะฮือฮาเรื่องคู่เดทวันไวท์เดย์ของคุณไมฮามะกันให้แซ่ด น่าอิจฉาจังเลยนะคะ ไม่ทราบว่าได้ของขวัญจากใครกันเอ่ย ไหนลองบอกชื่อมาหน่อยสิคะ"
"เรื่องนั้น...."

คุณไมฮามะสายตาล่อกแล่ก เอ้า จะเอายังไงล่ะยะ ฉันมีข้อมูลอยู่ในมือนะ จะให้เผยออกมาต่อหน้าคาบุรากิไหมล่ะ 
พวกเราจ้องตาแข่งกันอยู่ครู่หนึ่ง คาบุรากิก็พูดขึ้นมาทื่อๆ

"พูดถึงไวท์เดย์  Guimauve นั่นอร่อยดีนี่  เป็นของลิมิตใช่ไหม"
"หา ?  Guimauve ?" 

เฮอะ ดันพูดอะไรไม่เข้าเรื่องออกมาได้
คุณไมฮามะทำหน้าประหลาดถามว่า "ท่านมาซายะ  Guimauve นี่มันอะไรกันคะ"  นี่หล่อน อย่าจุ้นให้มากนักจะได้ไหมยะ 

"ฉันได้ Guimauve รสพีชาจากคิโชวอินตอนไวท์เดย์"
"จากคุณเรย์กะ !?"

คุณไมฮามะถลึงตาจ้องมา อย่างกับหาว่าฉันฉวยโอกาส นั่นมันแค่ลูกท้อไล่มารย่ะ

"ทีตัวเองยังไม่เห็นได้ของวันไวท์เดย์คืนเลย ทำไมยังให้ Guimauve ไปอีกล่ะ หมายความว่าไง เชิญชวนกันชัดๆ" 

อื้อ คุณไมฮามะไม่ได้ของอะไรจากคาบุรากิแน่ๆ 

"เชิญชวนอะไรกันไม่ทราบ ฉันไม่ได้ให้ช็อคโกแลตวาเลนไทน์ท่านคาบุรากิซักหน่อย แล้ว  Guimauve นั่นก็แค่แบ่งให้เฉยๆ หรอกนะคะ"
"โกหก ! ใครจะไม่ให้ช็อคโกแลตท่านคาบุรากิ !"
"เรื่องจริงนะ  ใช่ไหมคะ ท่านคาบุรากิ"  

ฉันหันไปถามคาบุรากิ เจ้าตัวว่า "จำไม่ได้แล้วก็ไม่ได้สนใจด้วยว่าได้จากใครมาบ้าง" ยิ่งตอกย้ำแผลสดๆ ของคุณไมฮามะเข้าไปอีก 

"แต่ฉันให้หนังสือบทกวีคิโชวอินไป คิดซะว่าเป็นของตอบแทนก็ได้มั้ง..."

คาบุรากิหย่อนระเบิดไปโดยไม่รู้ตัว

"ให้หนังสือบทกวี !?" 

ใบหน้าของคุณไมฮามะบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและความตกใจ อย่าแค้นกันน่า อย่าแค้นกัน
คาบุรากิเห็นเอ็นโจแล้ว เลยอำลา "แค่นี้นะ" แล้วเดินจากไป
บรรยากาศมาคุล่องลอยอยู่ระหว่างพวกเราสองคนที่เหลือ แต่คนที่ส่งบรรยากาศมาคุนั่นออกมาก็มีแต่คุณไมฮามะคนเดียวอ่ะนะ

"หมายความว่าไงยะ" 
"พูดเรื่องอะไรคะ"
"เรื่องที่ท่านคาบุรากิให้หนังสือบทกวีเธอไง !"
"เอ ก็ไม่ทราบว่าท่านคาบุรากิคิดยังไงนะคะ"  

คุณไมฮามะจ้องตาเขม็งเชียวล่ะ 

"ถ้าสนใจมากจะย้ายมาเข้าซุยรันไหมล่ะคะ แต่ต้องสอบให้ผ่านก่อนนะคะ"
"ว่าไงนะยะ !"

ฉันเห็นท่านซาราระอยู่ไกลๆ

"ฉันต้องขอตัวก่อนล่ะค่ะ เจอเพื่อนซุยรันแล้ว อ้อ แล้วก็ข่าวลือที่ยูริมิยะก็สนุกดีนะคะ ถ้าเป็นเรื่องจริงล่ะก็นะ"
"......!" 
 
ฉันทิ้งคุณไมฮามะไว้ เดินไปหาท่านซาราระ
ในกระเป๋าก็มีพัดอยู่ แต่ปลาซิวปลาสร้อยแบบนี้ ไม่ต้องงัดออกมาใช้หรอก
อ๊ะ แต่ถ้าอิจฉาหนังสือกลอนของคาบุรากิขนาดนั้น เอาติดมาด้วยก็ดีน่ะสิ อาหารเป็นพิษจนลืมไปเลย 
ฉันหันกลับไปหาคุณไมฮามะอีกรอบ 

"ถ้าอยากได้ขนาดนั้น ยกให้ไหมคะ หนังสือกลอนของท่านคาบุรากิน่ะค่ะ"

คุณไมฮามะหน้าแดงแจ๋ อ้าวๆ ยังสาวยังแส้อยู่เลย เป็นความดันสูงซะแล้วเหรอ ต้องระวังให้มากนะคะ

"ไม่เอาหรอกย่ะ !" 

คุณไมฮามะค้อนฉันแรงๆ แล้วเดินกระแทกส้นหายลับไป
แหม แย่จังเลยนะ คนที่ไม่ยอมรับความหวังดีของคนอื่นเขาดีๆ เนี่ย โฮะโฮะโฮะ 




NEKOPOST.NET