[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 104 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.104 - ตอนที่ 104


104.

 

กำลังคิดว่าหนาวจัง หิมะก็โปรยปรายลงมา
ฉันลุ้นอย่างตื่นเต้นว่าถ้าตกลงมาขนาดนี้ บางทีโรงเรียนอาจจะประกาศหยุดก็ได้ แต่ก็คอยเก้อ สุดท้ายจึงเตรียมตัวไปโรงเรียนอย่างว่าง่าย
คนที่นั่งรถไฟมาโรงเรียนคงลำบากแย่ แต่ฉันมีรถที่บ้านไปรับส่งอยู่แล้ว เลยไม่ได้รู้สึกลำบากอะไร ไม่มีอะไรอันตรายเท่ารองเท้านักเรียนในหน้าหนาวอีกแล้ว แถมหิมะยังซึมเข้ามาในรองเท้าจนหนาวเยือกอีกตะหาก ชาติก่อนตอนเป็นสามัญชนนี่ลำบากมากๆ คนที่ดีใจที่หิมะตกลงมาก็มีแต่เด็กประถมเท่านั้นแหละ

ขณะจ้องมองทิวทัศน์ข้างนอกจากในรถอย่างเพลิดเพลิน พอใกล้โรงเรียนก็เริ่มเห็นนักเรียนที่เดินเท้ามาโรงเรียนประปราย ทุกคนโดนรองเท้าดูดเข้าไปในหิมะดูท่าจะเดินลำบาก แต่ท่ามกลางหมู่นักเรียนก็มีคนเดินสวบๆ ไปโดยไม่เป็นกังวลต่อทางหิมะ วาคาบะจังนั่นเอง สวมรองเท้าบู๊ทมาด้วย
ถึงจะเป็นรองเท้าบู๊ทแต่ก็ไม่ใช่บู๊ทยางแบบร้านขายปลาหรอกนะ เป็นบู๊ทสีเข้มที่มีลายดอกไม้ปักข้างๆ แบบเด็กผู้หญิง แต่ในหมู่เด็กสาวม.ปลายที่ทนหนาวเพื่อความสวย ก็ยังเลือกเอาความสะดวกนะวาคาบะจังเนี่ย สุดยอดจริงๆ
วาคาบะจังปลายจมูกแดง ฝังใบหน้าลงในผ้าพันคอ
ผ้าพันคอเหรอ...

จู่ๆ ฉันก็นึกอยากถักผ้าพันคอขึ้นมา
ปรกติฉันก็นั่งรถไปกลับอยู่แล้ว ไม่ต้องใช้ผ้าพันคอป้องกันความหนาวเท่าไหร่ แต่ถือว่าใช้เป็นแฟชั่นละกัน

ฉันถือไหมพรมตรงไปชมรมงานฝีมือทันที
พอเข้าฤดูหนาว ชมรมงานฝีมือดูจะคึกคักขึ้นมาด้วยของถักทอ ทุกคนเอาไม้ถักมาถักอะไรกันใหญ่เลย
งานถักเนี่ยเพลินดีจังเลยน้า แต่ฉันไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ ตาถักก็เลยหลวมบ้างแน่นบ้างตะปุ่มตะป่ำไปทั้งผืน

"ท่านเรย์กะก็ทำงานถักเหมือนกันเหรอคะ หรือว่าจะถักตุ๊กตาอีก"

รุ่นพี่หัวหน้าชมรมคนใหม่ถามมา

"เปล่าค่ะ ครั้งนี้กะว่าจะลองถักผ้าพันคอดู"
"แหม ผ้าพันคอ จะใช้เองหรือเปล่าคะ หรือว่าให้เป็นของขวัญใคร"
"ก็ไม่ได้กะจะใช้เองหรือให้ใครหรอกค่ะ... แค่อยากลองถักดูเท่านั้นเอง"

ต่อให้เป็นท่านพ่อหรือท่านพี่ก็คงหนักใจที่ได้ผ้าพันคอของฉันไปอ่ะนะ นี่อุตส่าห์เลือกไหมพรมที่นุ่มที่สุดในร้านมาเลย ทำเสร็จเมื่อไหร่เอาไว้พันคออยู่บ้านดีกว่า

"ว่าแต่... ท่านเรย์กะคะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยหน่อยค่ะ"
"อะไรคะ"

หัวหน้าชมรมทำหน้าพูดยาก ฉันเลยสังหรณ์ใจไม่ดี สมาชิกคนอื่นๆ ก็เหลือบมองมาทางนี้ด้วย ยิ่งทำให้ใจคอไม่ดีเข้าไปใหญ่

"เรื่องที่ท่านเรย์กะแวะเวียนมาที่ชมรมงานฝีมือบ่อยๆ น่ะค่ะ..."
"ค่ะ..."

อุหวา~ มาแล้วไง ฉันอุตส่าห์นั่งหน้าทนอยู่ในชมรมมาตลอดหนึ่งปี ใครๆ คงเริ่มคิดแล้วล่ะว่ายัยนี่จะอยู่ไปถึงเมื่อไหร่ หัวหน้าชมรมคนใหม่หน้าตาใจดีก็จริงแต่ท่าทางจะใจแข็งเอาเรื่อง
ทำไงดีล่ะ ถ้าเขาขอให้ไปให้พ้นๆ จะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินดีไหมนะ...

"ท่านเรย์กะ ถ้าไม่รังเกียจ จะมาเป็นสมาชิกชมรมงานฝีมือไหมคะ"
"เอ๋ !"

หัวหน้าชมรมยื่นใบสมัครมาให้ช้าๆ

"พวกเราสมาชิกทุกคนพูดคุยกันแล้ว ท่านเรย์กะดูจะชอบงานฝีมือ ตอนเทศกาลโรงเรียนก็ยังอุตส่าห์มาช่วยทำบูเก้ด้วย งั้นก็มาเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการเถอะค่ะ"

งานเลี้ยงน้ำชาที่ฉันไม่ได้รับเชิญ คุยกันเรื่องนี้เองเหรอ !

"ให้ฉันเข้าชมรมด้วยได้...จะดีแน่เหรอคะ"
"ดีสิคะ"
"....แต่ว่า ตอนแรกไม่ใช่ว่ามารบกวนเหรอคะ"
"เอ๋ ไม่เลยค่ะ !"

หัวหน้าชมรมสายตาล่อกแล่กเล็กน้อย ว่าแล้วเชียว...

"เอ่อ ถ้าท่านเรย์กะจะเข้าเป็นสมาชิก พวกเราก็ยินดีด้วยนะคะ"

สมาชิกคนหนึ่งพูดแบบนั้น จริงเหรอ ? พอฉันเหลียวไปดูรอบๆ สมาชิกคนอื่นๆ ก็ยิ้มแย้มพยักหน้าให้
ฉันใช้เวลาปีหนึ่งเต็มๆ กว่าจะได้รับการยอมรับ ! เอาชื่อสมาชิก (ชั่วคราว) ออกไปได้แล้ว !
ฉันกำใบสมัครไว้ในมือแน่น ประกาศอย่างภาคภูมิว่า "ฉันจะเข้าชมรมงานฝีมือค่ะ !"  ทุกคนช่วยกันปรบมือต้อนรับด้วย
ดีใจจัง ! ดีใจจังเลย !
ฉันลุกพรวดพราดขึ้นจากเก้าอี้ สองมือเท้าสะเอว 

"เมื่อเข้ามาเป็นสมาชิกเต็มตัวแล้ว ฉันก็ต้องทุ่มเทให้กับชมรมงานฝีมืออย่างเต็มกำลัง ! ต้องปรับปรุงสภาพแวดล้อมของห้องชมรมให้ดีกว่านี้ ฉันจะไปปรึกษากับสภานักเรียน ของบเพิ่ม เราจะได้อยู่กันในห้องกว้างๆ กว่านี้นะคะ !"
"เอ๋ นี่ไม่ได้ขอเลยนะคะ..."
"วางใจเถอะค่ะ ทุกคน ! ในงานเทศกาลโรงเรียนปีหน้าเราจะต้องยืนหยัดอยู่ในจุดที่เด่นที่สุด !"
"ท่านเรย์กะ พวกเราอยากอยู่เงียบๆ ตามเดิมนี่แหละค่ะ !"
"อย่าทำอะไรสะดุดตามากเลยค่ะ..."
"ขอร้องละค่ะท่านเรย์กะ อย่าเลยนะคะ"

ทุกคนรีบเข้ามาห้ามฉันไว้ 
ไม่ได้การล่ะ เผลอดีใจจนลืมตัวไปหน่อย  หัวหน้าชมรมยื้อยุดใบสมัครที่ฉันยังไม่ได้กรอกไว้ ทำอะไรคะ จ้างให้ก็ไม่คืนหรอกค่ะ พรุ่งนี้จะเอาไปประทับตรามายื่นให้นะคะ ต้องรับไปนะคะห้ามขยำทิ้ง
แล้วประโยคสุดท้ายที่ว่า "อย่าเลยนะคะ" เนี่ย หมายถึงห้ามไม่ให้ไปสภานักเรียนใช่มั้ยคะ คงไม่ได้หมายถึงอย่าสมัครเข้ามาหรอกนะ ฉันจะสิงสู่อยู่ที่นี่ยันเรียนจบน่ะแหละค่ะ
คิโชวอิน เรย์กะ ได้เป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของชมรมงานฝีมือแล้วค่า โอ๊ะโฮะโฮะโฮะ~ !


ฉันเมล์ไปเล่าให้อาโออิจังกับซากุระจังฟังว่าได้เข้าชมรมงานฝีมือแล้ว
อาโออิจังตอบเมล์มาอย่างน่าชื่นใจว่า "ดีจังเลยนะ ! ทุกคนเข้าใจความดีของเรย์กะจังแล้วล่ะ" ส่วนซากุระจังตอบกลับมาว่า "ถ้าไปกดดันเงียบๆ ขนาดนั้นก็ต้องยอมตามแหงๆ ล่ะ ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก" ยังปากจัดเหมือนเดิมเลยนะ
แล้วซากุระจังก็ยังเล่าเรื่องคุณไมฮามะให้ฟังด้วย ตอนนี้คุุณไมฮามะคุยอวดไปทั่วยูริมิยะอย่างกับว่าตัวเองกลายเป็นแฟนจักรพรรดิไปแล้ว ท่านแม่และผู้หญิงที่จักรพรรดินับถือเหมือนพี่สาวก็ให้การยอมรับแล้วด้วย

"อุเหย~"
คุณไมฮามะ เห็นว่าอยู่คนละโรงเรียนกันล่ะโม้ใหญ่เชียวนะ ถ้ามาทำแบบนี้ที่ซุยรันล่ะก็โดนขยี้ไม่เหลือซากแน่ๆ 
ที่คุณไมฮามะมารับถึงที่ซุยรันก็แค่ครั้งนั้นครั้งเดียว แต่จากข้อมูลของซากุระจังเห็นว่าเข้าๆ ออกๆ บ้านคาบุรากิหลายครั้งแล้ว
อาจด้วยการประคับประคองจากพวกเอ็นโจ คาบุรากิจึงค่อยหน้าตาดูมีเลือดฝาดขึ้นบ้าง แต่ข้างในคงยังเจ็บหนัก ไม่มีแรงไล่คุณไมฮามะไปละมั้ง
ถ้าจะทำให้คาบุรากิกลับมาสดชื่นได้ไวที่สุดก็คงต้องเล่นสงครามปาหิมะกันนั่นแหละ
คนบ้าขี่ม้าฯ อย่างคาบุรากิ ถ้าเจอสงครามหิมะเข้าคงรีบไปฝึกกองกำลัง กวัดแกว่งไม้บัญชาการ บงการว่า "เข้าโจมตีปีกซ้าย-!" แหงๆ 
แต่จะให้ทั้งโรงเรียนทำโครงการสงครามหิมะเพื่อคาบุรากิคนเดียวก็ไม่ไหวอ่ะนะ โตๆ ถึงม.ปลายกันแล้ว
จะว่าไป คุณไมฮามะเนี่ยคือคิโชวอิน เรย์กะใน Kimi Dolce ฉบับย่อส่วนชัดๆ


พอเป็นสมาชิกเต็มตัวของชมรมงานฝีมือแล้วฉันก็โผล่ไปชมรมทุกวันให้เป็นสมาชิกตัวอย่าง พอนั่งถักไปเรื่อยๆ ด้วยความเพลินมือก็ได้วัตถุประหลาดที่ยาวเกินกว่าจะเป็นผ้าพันคอออกมา ฉันเลยจับทำเป็นผ้าคลุมเข่าซะ
แต่ทำออกมาได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ก็เลยให้เป็นของขวัญท่านพ่อไป
ทานุกิได้ใจใหญ่ทำเป็นแซวว่า "เรย์กะนี่เป็นลูกพ่อจริงๆ" ฉันเลยชักหงุดหงิด
 ได้ยินจากคุณซาซาจิมะ เลขาว่าท่านพ่อเอาผ้าคลุมเข่าผืนนั้นอวดใครต่อใครไปทั่ว ฉันพลาดไปจริงๆ น่ะแหละ... 

 

 




NEKOPOST.NET