Mortedcian:March Arrange จิ้งจอกตัวดีกับมีนาสลับเพศ ตอนที่ 8 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Mortedcian:March Arrange จิ้งจอกตัวดีกับมีนาสลับเพศ

Ch.8 - บทนิลกาฬ ความผิดพลาดที่มิอาจลืมและรสหวานที่ฝันไป [first write]


อ่านลำบากไม่มีย่อหน้าคลิกhttp://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1336509&chapter=16

ร่างของเด็กสาวล่องลอยอยู่ท่ามกลางความมืดมิด มันว่างเปล่าและมอบความรู้สึกหดหู่ให้แกเธอ ท่ามกลางเสียงสะท้อนที่กังวานอยู่รอบทิศ เธอค่อยๆรวบรวมสมาธิเพื่อจับใจความของเสียงเหล่านั่น มันค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆจนกระทั้งของเหลวสีแดงทะลักออกมา พวกมันไหลรินใส่ใบหน้าขาวเนียนของเธอไม่หยุด

“...ที่จริงเจ้าคนพวกนั้นใช้ความรุนแรงตามล่าตัวเขาจนต้องหนีจากบ้านเกิด มันเป็นการป้องกันตัวต่างหากละ!”

“เธอก็แค่...หมากตัวหนึ่งที่ถูกพวกนั้นหลอกใช้เท่านั้นแหละ เพื่อให้อมนุษย์ไร้เดียงสาถูกจับไปทารุณ!”

“ชอบเล่นเป็นฮีโร่นักเหรอไง รู้ไหมว่าสิ่งที่เธอทำมันก็แค่พวกที่คิดแต่จะปกป้องโดยไม่มองความจริงอะไรเลย!”

เสียงต่างๆสอดประสานกันจู่โจมเข้ามาพร้อมกันนั้น ก็มีมือที่ขาวซีดพุ่งของมาจากเหล่าโลหิตและค่อยพันธนาการร่างกายของเด็กสาวอย่างรวดเร็ว แววตาสีดำตื่นตระหนกด้วยความกลัว ผมสีดำที่มีสีเทาแทรกค่อยๆถูกย้อมด้วยสีแดงจากเลือดที่ท่วมตัวจนมิด มันอึดอันจนเธอต้องเปล่งเสียงอันแหลมสูงออกมา

“ไม่...ชั้นไม่ได้ต้องการแบบนั้น...ไม่...ฉัน...แค่อยากจะปกป้อง ไม่เอาอีกแล้ว...พอที ฉันขอร้องล่ะ”

เธอได้แต่ดิ้นรนอยู่แบบนั้นและความอุ่นจากของเหลวสีแดงก็เริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ใช่แล้วมันอุ่นมากจนกลายเป็นความรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า เมื่อถึงจุดๆหนึ่งเด็กสาวก็เริ่มรู้สึกได้ถึงแสงที่แยงเปลือกตาที่ปิดสนิทของเธอ

จากการที่ความฝันอันโหดร้ายได้จู่โจมฉันบวกกับความรู้สึกถึงแสงแดดที่ปะทะกับใบหน้า มันได้ฟื้นคืนสติให้กับร่างกายของฉันอย่างช้าๆ ดวงตาของฉันได้ปิดออกมามันพร่ามัวกับแสงแดดที่สาดส่องมาทำให้จำเป็นต้องเอามือมาบังไว้ทันที สิ่งแรกที่ฉันรู้สึกได้คือร่างกายของฉันมันหนัก ใช่แล้วมันหนักมากฉันรู้สึกได้เวลาที่ตัวเองค่อยๆพลิกตัว ร่างของฉันนอนทอดยาวอยู่โดยมีใบไม้และกองหญ้านุ่มๆรองอยู่ด้านล่าง ลักษณะมันเหมือนกับถูกจงใจกองไว้โดยใครสักคนเลย สองแขนของฉันค่อยๆดันตัวขึ้นนั่งพร้อมกับสาดส่องสายตาตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบๆ รอบกายของฉันเต็มไปด้วยต้นไม้พุ่มหญ้าหนาทึบจนแสงแดดผ่านเข้ามาได้เพียงเล็กน้อยจะมีก็แต่ตรงที่ฉันอยู่เท่านั้นที่มีช่องว่างให้แสงส่องเข้ามาได้มากเป็นพิเศษ และที่แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเสียงของนกที่ขับขานมากมายทั้งยังมีเสียงของน้ำที่ไหลอยู่ทางด้านหลังของฉันอีกด้วย

“ป่า...งั้นเหรอ...?” น้ำเสียงของฉันกลายเป็นเด็กผู้หญิงไปเสียแล้ว ตอนแรกฉันใช้กำไลแปลงร่างอยู่เลยนี่น่า ปกติแล้วมันไม่เคยกลับร่างเดิมเองแบบนี้นิ

ดูเหมือนว่าฉันจะเริ่มนึกอะไรหลายๆอย่างขึ้นได้ ทั้งเรื่องสเลเยอร์ เรื่องที่เราตัดสินใจโดดหนีลงแม่น้ำ เดี๋ยวนะ...เรางั้นเหรอ...?

สายตาของฉันกวาดมองไปรอบๆแต่ก็ไม่มีวี่แววของร่างอีกร่างหนึ่งเลยแม้แต่น้อย ร่างของเด็กผู้หญิงอีกคนผู้มีผมหางม้าสีน้ำตาล ฉันคงหวังอะไรไม่ได้มากเพราะสภาพที่ถูกยิงจนพรุ่นเป็นรังผึ้งแบบนั้นเธอคงไม่รอดอยู่แล้ว

“อ่าว...ตื่นอยู่พอดีเลยแฮะ” ผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังของฉันพร้อมกับเสียงซวบซาบของพุ่มไม้ที่ใกล้เข้า

สายตาของฉันจับภาพของเด็กผู้หญิงผมยาวคนหนึ่งได้ เธอมีผมยาวสลวยสีน้ำตาลแม้จะไม่ได้มัดเป็นหางม้าไว้แต่ใบหน้าอ่อนเยาว์นั่นฉันจำได้แน่นอน

“เธอ...ยังไม่ตาย...?” สายตาของฉันฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย

“อ่า...ก็ใช่พอดีฉันเป็นพวกพื้นตัวได้ไวน่ะ โทษทีนะพอดีเสื้อเธอมันเปียกฉันเลยเปลี่ยนมันกับเสื้อนอกของฉัน เหม็นคาวเลือดหน่อยนะ...” เธอพูดกระออมกระแอมใบหน้ามีสีแดงแทรกผ่านออกมาเล็กน้อย

ใช่จริงๆด้วย บนร่างของฉันมีแต่เสื้อกันหนาวเปื้อนเลือดคลุมอยู่เท่านั้น มันใหญ่กว่าร่างกายฉันเล็กน้อยแต่ก็เพียงพอที่จะปิดได้ถึงต้นขาของฉัน พอคิดถึงต้นขาสายตาของเด็กสาวผมสีน้ำตาลคนนั้นก็จับจ้องมันและเบือนหนีไปอย่างรวดเร็ว กิริยานั่นมันอะไรน่ะเป็นผู้หญิงด้วยกันแท้ๆ นอกจากนั้นแล้วเธอยังหอบพวกเห็ดป่า กล้วย หน่อไม้ มาจำนวนมากอีกด้วย ดูท่าทางนั่นจะไม่ใช่ของที่เธอจะเก็บไว้กินคนเดียวเป็นแน่

“แหะๆ... ฉันคิดว่าเธอตื่นขึ้นมาคงจะหิวนะ เลยออกไปหาอะไรในป่ามาตอนแรกก็คิดว่าจะตกปลาน่ะนะ แต่ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงน่ะสิแต่ก็ไม่เป็นไรแล้วละ ดูนี่สิมีผลไม้ เห็ด แล้วก็ของดีๆอยู่เต็มเลยอย่างน้อยพวกเราก็จะไม่อดตายแล้วละนะ” เธอพูดพลางจัดเรียงของที่เก็บมาอย่างเรียบร้อย

และเธอก็เอาแต่พูด พูด และพูด ใช่แล้วฉันคิดว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ เธอต้องหวังอะไรจากฉันแน่ เธอคงจะใช้ประโยชน์จากฉันเหมือนพวกสเลเยอร์แน่ๆ และมันไม่น่าพอใจเลยสักนิดเดียว

“เอ๋...ทำไมเธอดูเงียบๆนะ อ่ะ...หรือว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า แย่ละสิฉันรักษาใครไม่ค่อยเป็นซะด้วย....”

“หุบปาก...หุบปากๆๆๆ!!!” เสียงของฉันตวาดดังลั่นด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง

ริมฝีปากเกร็งแน่นและฟันที่กัดกระทบกัน ฉันไม่รู้ว่าตัวเองแสดงสีหน้าอย่างไรออกไป ในตอนนี้ในหัวฉันมีแต่เพียงความคิดด้านลบมากมาย ความเป็นไปได้ และความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้น ไม่มีหรอกคนที่คิดจะช่วยอย่างจริงจัง พวกเขาล้วนแล้วแต่จะใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือ ใช้คนที่ยึดติดความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นด้วยความยุติธรรมที่ไม่มีอยู่จริงแบบฉัน ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าฉันก็เช่นกัน เธอคงรู้สิ่งที่ฉันทำได้แล้วทั้งร่างจริงของฉัน ความสามารถของฉัน พลัง...ของกำไลสีอำพันที่ฉันมี

“...ทะ...โทษทีๆ แฮะๆ ฉันคงจะเสียงดังไปสักหน่อยลืมไปเลยว่าเธอต้องการการพักผ่อน เข้าใจแล้วละ ฉันจะไม่รบกวนถ้าเธอหิวเมื่อไหร่ กินเจ้านี่ได้ตามใจชอบเลยนะ...” เด็กสาวผมสีน้ำตาลพูดอย่างนุ่มนวลพร้อมกับยื่นกล้วยใบหนึ่งมาให้ฉัน

ยัยนี่ทำไมถึงไม่เข้าใจอะไรเลยนะ น่าหงุดหงิดซะจริง...

“ฉันไม่ต้องการอะไรจากเธอ และฉันก็จะไม่ให้อะไรกับเธอด้วย! ไปให้พ้นจากฉันเดี๋ยวนี้!” ฉันตะโกนสุดแรงที่มีดูเหมือนว่าเธอจะสะดุ้งนิดหน่อยแต่ก็ยังยื่นกล้วยใบนั้นให้อยู่ดี

เพี๊ยะ!!!

ฉันปัดมือนั่นออกอย่างไม่ใยดี ทำไมเด็กผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าฉันได้ดื้อด้านและจ้องสายตาแปลกๆนั่นใส่ฉันด้วยนะ ยัยนี่ต้องการอะไรกันแน่...

แฮะๆ พอดีฉันเองก็ไม่รู้จะไปที่ไหนน่ะ อย่างที่เห็นที่นี่มองไปทางไหนก็มีแต่ป่า ถ้าเกิดเดินมั่วๆอาจจะหลงเอาก็ได้...”

“เสื้อผ้าฉันอยู่ไหน?”

“เอ๋?!”

“ในเมื่อเธอไม่ไปฉันก็จะหนีเธอให้พ้นหน้าเอง!”

ว่าแล้วฉันก็ลุกขึ้นวิ่งจ้ำอ้าวและมองไปรอบๆทันที เสื้อผ้าของฉันถูกแขวนไว้บนกิ่งไม้ข้างๆนี่เอง สิ่งที่ฉันต้องทำก็แค่หยิบมัน