P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 96 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.96 - โชว์ออฟ (3)


“ตรงนี้มีคนเจ็บ” พยาบาลตะโกนขอความช่วยเหลือ

“รีบดับไฟเร็วเข้า” เจ้าหน้าที่หลายคนช่วยกันดับไฟที่กำลังเผาไหม้อุปกรณ์ภายในสถานีฯที่สำคัญ

“ระเบิดประตูเลย” ทหารสองคนใช้ระเบิดทำลายประตูที่ไม่สามารถเปิดได้เพื่อช่วยคนเจ็บที่อยู่ข้างใน

นิลที่เปลี่ยนมาสวมชุดทหารเปื้อนเลือดที่มีรอยไหม้เพื่อให้กลมกลืนกับทหารด้านใน เขาในตอนนี้กำลังใช้หลังพิงกำแพงเพื่อยันตัวขึ้น

“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก บ้าเอ๊ย มันยิ่งกว่าที่คิด..โอะ...” นิลบิดตัวและใช้ลำตัวซีกซ้ายไถลไปกับกำแพงเพื่อช่วยในเคลื่อนไหว เขาดูขวาของตัวเองที่มีเส้นเลือดกับรอยช้ำมากมาย

“เหอะ ข้างนอกไม่มีอะไร แต่ข้างในมัน... อ๊อก แหว่ะ!” เขาอ้วกออกมาพลางเดินต่อไปเรื่อยๆยังดีที่ทหารที่นี้กำลังวุ่นวายกับสถานการณ์ และยิ่งการสื่อสารใช้การไม่ได้จึงทำให้สายสั่งการไม่สามารถใช้การได้ ทหาร เจ้าหน้าที่กับนักวิทยาศาสตร์ต่างก็ต้องช่วยเหลือกันเอง นิลอาศัยที่ว่าเขาสามารถพูดคุยเป็นภาษารัสเซียได้ในระดับหนึ่ง หลอกล่อให้คนอื่นๆไปสนใจที่อื่น ส่วนตัวเองที่บาดเจ็บจะไปที่สถานพยาบาลด้วยตัวเอง พลางช่วยแบกผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไปยังที่ปลอดภัย

เสียงไซเรนยังคงดันไม่หยุดช่วยดึงความสนใจไปได้ในระดับหนึ่ง และถ้าฟังดีๆจะพบว่ามีเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง วิลคงจะสร้างสถานการณ์ภายในตามแผนเพื่อที่เขาจะได้ไปยังที่หมายสะดวกๆ แต่ตอนนี้มันปวดไปหมดทั้งตัวคงต้องใช้เวลาสักหน่อย

นิลยังคงลำบาก โครงสร้างภายในสถานีฯค่อนข้างซ้ำซ้อนต้องบอกว่ามันเหมือนกับตัวต่อเลโก้ที่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งได้มากกว่า สถานที่สำคัญอย่างหอบังคับการ หอสื่อสาร ฯลฯ สามารถควบคุมเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งได้จากหอบังคับการและศูนย์บัญชาการที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อป้องกันกันข้าศึกทำการจารกรรม ตอนนี้การติดต่อสื่อสารถูกตัดขาดจึงตัดการปรับเปลี่ยนจากศูนย์บัญชาการ แต่ยังคงมีการปรับเปลี่ยนจากภายในอยู่อย่างต่อเนื่อง ขอแค่นิลสามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานหลักหรือระบบจัดการแหล่งพลังหลักได้สำเร็จและสั่งปิดระบบพลังงานได้เมื่อไร เขากับวิลก็จะกลับมารวมตัวกันเพื่อจู่โจมหอสื่อสารที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุดถ้าแหล่งพลังหายไป

“ตามx@ พวกมันให้เ8อ” เสียงของทหารรัสเซียดังขึ้นพร้อมกับทหารหน่วยหนึ่งกำลังไล่เช็คคนภายในทั้งหมด

นิลพอจับใจความได้ว่า พวกมันรู้แล้วว่ามีผู้บุกรุกมากกว่าหนึ่งทาง และกำลังตามล่าผู้บุกรุกที่อยู่ด้านใน เขาจึงคิดว่าวิลเริ่มตกอยู่ในอันตราย ถ้ายังยื้อต่อไปจะแย่ ‘ช่วยไม่ได้’ 

“ท่านครับ!” นิลตะโกนเสียงดังก่อนที่จะใช้เศษเหล็กแทงเข้าไปในแขนเพื่อให้เลือดออกโดยไม่ให้ใครเห็น “ผมเห็นคนน่าสงสัย....” เขาจงใจพูดแบบไม่ค่อยชัดและชี้ไปยังกำแพงด้านหนึ่งเหมือนคนเจ็บเพื่อเรียกร้องความสนใจทหารคนหนึ่งและลงไปนอนลงกับพื้นพร้อมกับมีเลือดไหลนอง

ทหารที่ได้ยินเสียงของพวกพ้องตัวเองก็สงสัยในตอนแรก แต่พอพวกพ้องคนนั้นลงไปนอนกองกับพื้นเหมือนกับถูกยิง ทหารที่ไร้ประสบการณ์ก็รีบวิ่งเข้าไปช่วยประคอง

ตูม!

ทิศที่นิลมีระเบิดเกิดขึ้นพร้อมกับแรงลมที่พัด

“หยุด!” ทหารระดับหัวหน้าสั่งให้ทหารคนอื่นอย่าเพิ่งเคลื่อนไหว ตอนนี้จะต้องห้ามประมาท ทหารที่ล้มลงอาจจะเป็นสปายของศัตรูและใช้ระเบิดเพื่อสร้างสถานการณ์

“อ๊าก” นิลตะโกนเสียงดังก่อนที่จะมีแสงสีขาวสว่างจ้า

เปรี้ยง!

เสียงระเบิดดังขึ้นอีกละลอก ควันดำบดบังทัศนวิสัย

ปัง ปัง ปัง ปัง! เสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“นั้นมันข้าศึก ทุกคนยิง” ทหารที่ไม่มีประสบการณ์สั่งการให้ทหารที่ยังรบได้กราดกระสุนความไปในควัน

“อย่าเพิ่ง..” ทหารที่มีประสบการณ์สั่งห้ามไม่ทัน

ควันเริ่มจางลงในนั้นมีศพของทหารคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่

ทหารคนหนึ่งพยักหน้าให้ทหารอีกคนเพื่อเป็นเชิงให้ไปตรวจสอบ ทหารคนนั้นนอบรับก่อนที่จะค่อยๆย่องเข้าด้วยความระมัดระวัง

ทหารที่สั่งการสั่งให้คนอีกส่วนหนึ่งสำรวจรอบข้างเพื่อความปลอดภัยโดยขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่

ทหารที่ดูศพใช้ปากกระบอกปืนแหย่หัวของศพก่อน เมื่อสังเกตแล้วว่าไม่มีการวางกับระเบิดจึงพลิกร่างขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ

“ท่านครับ” ทหารที่เข้าไปตรวจศพหันหน้าไปยังทหารที่สังการพร้อมกับส่ายหน้า

“นี้มันบ้าชัดๆ” นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งตะโกนขึ้น “นี้คุณฆ่าคนของเราเหรอ!”

ทหารคนหนึ่งเดินเข้าไปหา “ได้โปรดอยู่ในความสงบ”

“สงบบ้าอะไร” ทหารรักษาความปลอดภัยอีกคนพูดขึ้น “นั้นมันเพื่อนผมนะ เพื่อนผม!!!”

คนจำนวนมากเริ่มแสดงความไม่พอใจ เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นนักวิทยาศาสตร์กับวิศวกรสาขาต่างๆที่สละความสุข(และความปลอดภัย)ส่วนตัวมาทำงานประจำที่สถานีอวกาศแห่งนี้เพื่อฟื้นฟูความรุ่งเรืองให้กับประเทศแม่ของตัวเอง แต่ดูตอนนี้สิมีผู้บุกรุก เพื่อนร่วมงานตายไม่พอ ยังมีทหารปัญญาอ่อนฆ่าพวกตัวเองอีก

เสียงร้องงมไปทั่ว พวกเขาไม่รู้เลยว่าคนร้ายตัวจริงตอนนี้ได้หนีไปกับความมืดเป็นที่เรียบร้อย

นิลเคลื่อนที่ผ่านช่องลมด้วยความเร็วสูง ‘ต้องใช้มันอีกจนได้’ ที่นิลสามารถหนีออกมาได้อย่างสวัสดิภาพก็เพราะว่าเขาใช้เจ้ายาตัวเดิมที่มีผลข้างเคียงร้ายแรงอีกครั้ง และอาศัยความเร็วที่เพิ่มขึ้นรีบวิ่งไปยังทิศที่เขาเซ็ตระเบิดไว้ตั้งแต่แรกและโยนร่างขอทหารที่เข้าทำให้สลบไว้แต่แรกโยนเข้าไปโดยผูกประทัดไว้ด้วย

ตอนที่นิลบุกเข้ามา เขาได้เตรียมการไว้คือ เขาจัดการทำให้ทหารสองคนหมดสติก่อน โดยเขาเลือกคนที่มีสรีระใกล้เคียงกับเขาไว้ ฆ่าอีกคนเพื่อชิงชุดมาใส่ และทำให้อีกคนหมดสติไว้ก่อนเพื่อสร้างสถานการณ์ ตอนแรกนิลกะว่าจะฆ่าคนส่วนหนึ่งและค่อยๆฆ่าไปเรื่อยหรือทำให้หมดสติเพื่อสร้างสถานการณ์ให้ปั่นป่วน แต่ผมข้างเคียงจากการใช้ยามันรุนแรงจนเขาไม่มีแรงมากพอที่จะทำอย่างนั้น แต่โชคดีที่มีทหารโง่ๆที่ถูกสถานการณ์บีบคันจนทำเรื่องบ้าๆออกไป

ทำไมเขาถึงรู้ว่ามีทหารที่มีไม่ประสบการณ์ปะปนมาเหรอ เขาสังเกตจากชุดและอุปกรณ์ที่สวมใส่เอา ทหารเก่าจะพกอาวุธที่ใช้งานง่ายและรวดเร็วอย่างพลั่วมีดตัด แต่ถ้าเกิดมีทหารประจำการธรรมดาๆพกอุปกรณ์สารพัดนึกแบบว่าไขควงที่ใช้ไขประตู ตัดเนื้อ จุดไฟได้ หรือพกอาวุธที่ดูใหม่ๆไร้รอดขีดข่วนหรือดูแล้วแท่ให้นึกไว้เลยว่าเป็นพวกมือใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ นิลสังเกตเห็นจุดนั้นจึงใช้ให้เป็นประโยชน์

นิลใช้หูแอบฟังการพูดคุยของผู้คนที่กำลังตกใจด้วยประสาทรับเสียงที่พัฒนาขึ้น ถึงบางที่จะน่ารำคาญเพราะประสาทมันดีเกินไป แต่ก็ได้ยินเรื่องๆสำคัญๆมาบ้างๆ

แหล่งพลังภายในสถานีแห่งแบ่งเป็น 3 จุดหลักๆ ซึ่งมีทหารกับหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยเฝ้าตรวจตาอยู่ อีกเรื่องคือเขาเองก็ได้ยินมาว่ากองกำลังส่วนหนึ่งถูกส่งออกไปเพื่อจัดการผู้บุกรุกและตอนนี้หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยส่วนหนึ่งถูกเจาะระบบจนอาละวาดฆ่าพวกเดียวกันเองทำให้วิศวกรคอมพิวเตอร์กับทหารถูกแบ่งออกไปแก้ไขสถานการณ์ จนกองกำลังที่ป้องกันอยู่ลดลงไปเยอะ

นิลวิเคราะห์ดูตอนนี้ศัตรูคงแบ่งกองกำลังออกไปแบบรวมกลุ่มป้องกันจุดสำคัญที่มีคนหนาแน่น และค่อยต้านเอาไว้จนกว่ากำลังเสริมจะมาช่วยเหลือๆ คงอาศัยที่ว่าฝั่งตัวเองมีจำนวนคนกับทรัพยากรที่มากกว่ายื้อเอาไว้อีกเพื่อกรณีที่กำลังเสริมถูกข้าศึกตรึงกำลังไว้จนเข้ามาช่วยไม่ได้

แต่สถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงแบบนี้ เขาที่ยังไม่ถูกพบตัวกับวิลที่ใช้เทคโนโลยีของศัตรูจัดการตัวศัตรูเองกำลังได้เปรียบอยู่ ยิ่งไม่ต้องนับพวกโคบอลต์ที่จะโจมตีอีกระลอกถ้าพวกเขาสามารถจัดการเรื่องแหล่งพลังงานได้สำเร็จ

 

 

“โอ๊ย!” วิลจับหัวตัวเอง “นิลมันเจ็บแบบนี้ตลอดเวลาเลยรึนี้” เขาบ่นออกมาหลังจากที่ตัวเองทานยาที่ขอให้อลันคิดค้นให้

‘ยาตัวนี้จะทำให้คุณสามารถใช้งานร่างกายคุณได้โดยที่อาการทางชีวภาพของคุณจะไม่ส่งผลต่อสติสัมปชัญญะ’ อลันอธิบาย ‘แต่ในช่วงที่มันออกฤทธิ์คุณกับวิลสันจะถูกตัดขาดออกจากกันโดยสิ้นเชิง และคุณจะหมดสติทันทีที่ยาหมดฤทธิ์’

“เอาเถอะ”

วิลในตอนนี้กำลังแอบอยู่ในตู้เสื้อผ้าตู้ใดตู้หนึ่ง เขากำลังเจาะระบบป้องกันหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิดรอบห้องเปลี่ยนเสื้อ แต่มันก็น่าจะปลอดภัยไม่พอ เขาจึงขอยืมระเบิดของศัตรูทำการระเบิดเส้นทางทั้งหมดที่สามารถเข้าถึงที่นี้ได้ และยังจงใจระเบิดสถานที่อื่นเพื่อให้ศัตรูคาดเดาตำแหน่งของเขาไม่ได้ด้วย

ส่วนถ้าเส้นทางถูกทำลายทั้งหมดจะออกไปยังไงน่ะเหรอ วิลคงต้องรอให้นิลจัดการแหล่งพลังให้ได้ก่อน เพราะถ้าแหล่งพลังงานหลักถูกปิด เมื่อพลังงานไม่เพียงพออุปกรณ์แจมมิ่งของสถานีฯจะหยุดทำงานเอง  เขากับนิลจะสามารถใช้วิทยุไร้สารสื่อสารได้เสียที เพราะหลังจากที่พวกเขาบุกเข้ามาอุปกรณ์สื่อสารก็ใช้การไม่ได้ ถ้าสื่อสารกันรู้เรื่องค่อยให้นิลกับโคบอลต์เข้ามาช่วย แต่เขาก็หวังให้นิลรีบๆหน่อยเพราะการที่เขาระเบิดเส้นทางหมดทำให้ไม่มีอากาศถ่ายเทตอนนี้วิลกำลังใช้หน้ากากออกซิเจนต่อท่อเข้ากับระบบช่วยชีวิตฉุกเฉินอยู่ ถ้าอากาศหมดเขาก็คงตาย

“โอเคตัวนี้ให้บุกตรงนี้!” วิลที่ถือระบบสั่งการหุ่นยนต์ของวิศวกรที่เขายิงพรุนเป็นรังผึง ออกคำสั่งให้หุ่นยนต์บุกโจมตีส่วนที่คนแออัดเพื่อสร้างสถานการณ์ให้มากที่สุด วิธีนี้อาจจะฆ่าคนเยอะก็จริง แต่ก็ทำให้ผู้บัญชาการศัตรูกระจายกำลังมาตรวจสอบสถานที่น่าจะเป็นที่วิลอยู่ได้น้อยลงเท่ากับว่าสามารถยื้อเวลาออกไปได้อีก

เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้เวิร์คสักเท่าไร ระบบสื่อสารของศัตรูเสียหายก็จริง แต่ก็ใช้ว่าจะติดต่อสื่อสารกันไม่ได้เลย ตอนนี้ศัตรูเริ่มใช้รหัสมอสหรือวิทยุคลื่นสั้นสั่งการแทน และส่วนหุ่นยนต์ที่เขาควบคุมได้ก็เป็นเพราะว่าหวังลี้ให้ตัวแจมมิ่งของเธอมาช่วยในการควบคุมระยะไกล แต่มันมีระยะที่จำกัด ถ้าเกินระยะวิศวกรของสถานีฯก็จะสามารถยึดการควบคุมกลับได้ในทันทีจึงเสี่ยงส่งออกไปนอกอาณาเขตไม่ได้

ศัตรูก็รู้เรื่องนี้ดีเลยให้คนไปอยู่ในจุดเดียวกันเยอะๆเพื่อง่ายต่อการป้องกัน และค่อยๆทำลายหุ่นยนต์ทีละตัว(หรือยึดการควบคุมกลับมาใช้งาน)

“เวรละ! เสร็จไปอีกสอง” หน้าจอแสดงผลระบุชัดเจน สัญญาณของหุ่นยนต์หายไปสองเครื่อง ถ้ายังปล่อยไว้แบบนี้อีกไม่เกินสิบนาทีหุ่นยนต์คงจะไม่เหลือสักเครื่อง

..........

วิลรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ด้านนอกมันเงียบสนิททั้งที่เมื่อกี้ยังมีเสียงการปะทะกันอยู่ เงียบผิดปกติจริงๆ แสดงว่าต้องมีอะไรบ้างอย่างอยู่ที่นี้ แต่อลันก็บอกแล้วว่าที่นี้ไม่สามารถใช้ผลิตอาวุธชีวภาพใดๆได้ทั้งสิ้นเพราะถูกตรวจสอบโดนNABFเป็นประจำ

‘มือที่สาม?’  เขาอุตริคิดถึงความเป็นไปได้นี้ขึ้นมา มันใช่ว่าจะไม่มีโอกาสสักทีเดียว ถ้าเกิดมีคนอีกกลุ่มเองก็คิดที่จะลักลอบเข้ามาที่นี้ และช่วงโอกาสที่พวกเขาก่อขึ้นลักลอบเข้ามา ........ นี้ฉันช่วยพวกมือที่สามเหรอ

“ขอให้คิดไปเองเถอะ” วิลอวยพรให้ตัวเอง นับตั้งแต่ที่เสียงของวิลสันหายไปจากหัวของเขา วิลก็มาโดยตลอด เพราะเวลาทำอะไรก็เหมือนไม่ได้อยู่คนเดียวมีเพื่อนสนิทที่ใช้ร่างกายเดียวกันอย่างวิลสันค่อยช่วยชี้แนะ(ถึงมันจะไร้สาระซ่ะส่วนใหญ่ก็เถอะน่ะ) และบางทียังสลับตัวออกมาช่วยด้วยอีกแรง ตอนนี้เขาทั้งไม่ชินกับรู้สึกเสียวสันหลังวาบ วิลที่หวั่นวิตกจึงเปิดตู้เสื้อผ้าอย่างน้อยด้านนอกยังโล่งสบายกว่าในที่แออัด

แอ๊ด!

วิลก้าวขาออกมาจากตู้ เขาลองถอดหน้ากากดูเพื่ออากาศจะพอใช้หายใจได้

....!!!!

เขารีบสวมหน้ากากเพื่อหายใจ อากาศด้านนอกแย่มาก แค่สูดลมเข้าไปก็รู้สึกระคายเคืองและสกปรกเต็มรู้จมูก

!!! พลั๊ก!

หมัดๆหนึ่งเฉียดหน้าของวิลในระยะเผาขน ไม่สิเขามองไม่เห็นด้วยซ้ำ เขาแค่รู้สึกว่ามีอะไรแว๊บๆก็เลยเอียงตัวหลบ

‘หน้ากาก’ วิลเกือบหายใจเอาแก๊สพิษเข้าไป หน้ากากของเขาถูกอัดจนแตกกระจาย แถมยังมีตัวอะไรสักอย่างล่องหนจู่โจมเขา

‘มาแล้ว’ วิลยกแขนทั้งสองข้างป้องกันการโจมตีที่มองไม่เห็น

ปึก ปึก พลั๊ก! “อุ๊ก!” วิลกระอักแขนทั้งสองข้างป้องกันการโจมตีได้ก็จริง แต่มันทำให้ช่วงท้องของเขาโล่งจนโดนกระแทก

ร่างกายของเขาถูกอัดเขากับกำแพงดังสะนั่น

‘นี้ขนาดสวมเกราะยังเจ็บขนาดนี้’ วิลนึกในใจ เขาสวมชุดเกราะกันกระสุนที่ยืมมาจากทหารที่ประจำการ แต่แรงกระแทกเมื่อครู่รุนแรงขนาดที่ว่าชุดเกราะบุบลงไปลึกมาก ถ้าเกิดเขาไม่ใส่ คงอ้วกออกมาเป็นลำไส้

‘แย่ละสิ แย่ของจริง’ แผงควบคุมถูกอัดเป็นเสี่ยงเพราะแรงกระแทก ส่วนร่างกายก็เริ่มไม่ฟังคำสั่ง เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะบาดเจ็บจากการโจมตีหรือเป็นเพราะผลข้างเคียงของการใช้ยา

ควันไฟเริ่มเข้ามาภายในห้อง วิลรู้ดีว่าเขาเริ่มจะอั้นหายใจไว้ไม่อยู่ ถ้าเขาถูกอัดอีกแค่หมัดเดียวเขาคงจะตายเพราะขาดอากาศ แต่ควันไฟกลับช่วยเหลือเขาไว้เรื่องหนึ่ง เพราะควันไฟทำให้เขาสามารถมองเห็นสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ร่างกายที่เหมือนกับผู้หญิงสวมชุดรัดรูป และสวมหน้ากากบางอย่างที่คล้ายหน้าคน ‘ผู้หญิง’เขานึกถึงสิ่งที่ใกล้เคียงกับใบหน้า แต่จะยังไงเขาก็เหมือนกับคนกำลังจะตาย ขอแค่เขาเอาปืนที่เหน็บไว้ที่เอวยิงศัตรูก็คงเอาตัวรอดได้ แต่มันก็ไม่น่าจะเวิร์คแค่จังหวะเอามือหยิบคงถูกหักแขนก่อน

ตูม!!

เสียงระเบิดดังอย่างต่อเนื่อง แต่มันเหมือนเป็นโชคของวิล กำแพงด้านหลังของเขาทนรับแรงระเบิดไม่ไว้จนพลุพัง วิลจึงหล่นไปยังห้องด้านข้าง

ฟิ้ว!! อากาศบริสุทธิ์พัดเข้ามาในห้อง “ฮ่า!” วิลรีบหายใจก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้หายใจอีก

ร่างกายของเขาหล่นจากที่สูง “รู้สึกว่าจะโชคร้าย” ด้านหลังของวิลไม่มีกำแพง ไม่มีพื้นรองรับ เขาจึงหล่นไปสู่เบื้องล่าง ‘ข้างหลังฉันมันช่องลิฟต์นี้หว่า’

ระบบพลางตัวถูกปิด ผู้หญิงคนนั้นมองลงมาจากช่องลิฟต์

วิลใช้ตะขอเกี่ยวกับเชือกลิฟต์ไม่ให้หล่นไปข้างล่าง ก่อนที่จะรีบปีนขึ้นไป

Glücklich(โชคดี)” ป่อก!

ผู้เหญิงคนนั้นพูดคำลาและดีดนิ้วกล่าว

 ภาษาเยอรมัน???   ไม่ทันให้นึกอะไรมาก ลิฟต์กำลังหล่นใส่หัวเขา

วิลรีบปล่อยตะขอทิ้งตัวไปสู่พื้นด้านล่าง เขาจำโครงสร้างของช่องลิฟต์นี้จากแผงวงจรได้คราวๆ ถ้ามันถูกต้องละก็..

วิลเห็นช่องลมจากแผ่นสะท้อนแสง เขาจึงใช้ตะขอเกี่ยวก่อนที่จะรีบปีเข้าไปแอบ

โครม!

ลิฟต์หล่นผ่านเท้าของวิลไปเพียงนิดเดียวก่อนที่จะกระแทกสู่พื้นจนมีไฟลุกท่วม

ตอนนี้เขาอยู่ชั้นเกือบล่างสุด “มือที่สามมาแบบนี้” วิลลองคิดดูถ้ามีมือที่สาม สถานการณ์จะเปลี่ยนไปมาก เขากับนิลอาจจะสามารถยืมมือมือที่สามให้ทำลายพลังงานหลักแทนพวกเขาแล้วลุยไปพร้อมกับนิลก็ยังไว้ ตอนนี้ร่างกายของเขาเริ่มขยับได้สะดวก อาการปวดคงลดลงไปเยอะ

“แต่ถ้ามันชิงลงก่อนพวกเราล่ะ” อันนี้ก็น่าคิดถ้าเกิดพวกเขามีเป้าหมายเดียวกันทุกประการคงต้องแข่งกันที่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถไปถึงที่หมายก่อน

วิลที่ไม่มีทางเลือกจึงคลานเข้าไปในช่องลม เขากับนิลต้องรีบจัดการให้เสร็จก่อนที่จะมีเรื่องเกินความคาดหมายมากกว่านี้อีก

 




NEKOPOST.NET