P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 95 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.95 - โชว์ออฟ (2)


วันที่ 17 เมษายน  ค.ศ. 2042 เวลา 00: 06 น. ตามเวลาท้องถิ่น

บรื้น!

นิลขี่มอเตอร์ไซค์หลบเลี่ยงมาโดยตลอดที่เขาไม่ไปที่สถานีฯเลยเพราะรู้ดีว่าตอนนี้สถานีฯได้รับความเสียหายคนที่อยู่ข้างในต้องออกมามาด้านนอกการที่จะซิ่งซึ่งๆหน้าคือรนหาที่ตาย และที่สำคัญที่สุดตราบที่วิลยังไม่ส่งสัญญาณใดๆ เขาก็จะไม่เข้าไปโดยพลการ

‘สัญญาณ’ นิลเห็นแสงไฟสีเขียวลอบพุ่งแสดงว่าวิลทำได้ตามแผนมา เขาเบรคมอเตอร์ไซค์เขาก่อนที่จะเล็งปืนไรเฟิลไปยังฐานของของสถานีฯ แสงเลเซอร์ที่ตาเปล่าไม่เห็นทะลุผ่านความมืดไปยังสถานีฯ ถ้าไม่สวมแว่นปรับคลื่นแบบพิเศษก็จะไม่สามารถเห็นสำแสงได้

ตูม!!

ลำแสงสีขาวแบบโพรเจกไทล์พุ่งเข้าใส่สถานีฯ อนุภาพของมันรุนแรงมากถึงขนาดที่ว่ารากไม้ที่เกิดจากปฏิกิริยายังถูกเป่าทีเดียวกระจุยเป็นเศษเมือก แต่ที่น่าสนใจกว่าคือตัวสถานีฯที่ไม่ได้รับความเสียหายจากการระเบิดหรือความร้อนสูง แต่ถูกอัดเหมือนถูกกระแทกอย่างแรงจนส่วนที่ตกกระทบถูกบดขยี้

“กำลังเสริมมาแล้ว” ทหารโคบอลต์ติดต่อผ่านระบบสื่อสาร

นิลสตาร์ทเครื่องยนต์และซิ่งใส่สถานีฯซึ่งๆหน้าหลังจากได้รับการติดต่อ “โจมตีเลยครับ ช่วยคุ้มกันด้..”

ฟิ้ว! กระสุนหนึ่งนัดได้บินเฉียวหัวของนิลแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ดูท่าทหารที่นี้เองก็มีฝีมือไม่น้อยสามารถกลับมาตั้งหลักได้ทันที่ถูกโจมตีอย่างหนักถึงสองครั้ง แต่เขาไม่ได้วางแผนกันแค่นี้หรอกนะ

เปรี้ยง!!!

กระสุนความเร็วสูงพุ่งใส่นิลซึ่งๆหน้า ถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์ปกติกระสุนนัดนี้มันคงสามารถที่จะเจาะทะลุทะลวงถึงผู้ขับขี่ แต่ว่า

เปล้ง เคร้ง!! “อ็อก”กระสุนนัดนั้นพุ่งเจาะโลหะเสริมแกร่งก่อนที่จะถูกหยุดไว้ด้วยกระจกนิรภัยกันชนด้านในมอเตอร์ไซค์จนกระจกกับโลหะกันชนแตกเป็นเสี่ยงๆ นิลที่จังหวะสะดุดจึงควบคุมยานพาหนะไม่อยู่ เขาล้มลงกันพื้นจนตัวไถ่ด้วยความเร็วสูง แต่นิลเองก็ไม่ยอมจบลงตกนี้เขาหมุนตัวกลิ้งไปกันพื้นเพื่อลดแรงกระแทกลงก่อนที่จะกลิ้งไปยังเนินหินใกล้ๆ

“ยังไม่มาอีกเหรอ”  นิลพูดผ่านเครื่องสื่อสารเพราะตอนนี้ทหารรัสเซียที่ประจำการอยู่เริ่มโจมตีตอบโต้จนเขาอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ มาก เนินหินคงต้านฝนกระสุนได้ไม่นานและถ้าพวกรัสเซียตั้งตัวได้เมื่อไร พวกรัสเซียคงคิดที่จะใช้ปืนใหญ่ที่ติดตั้งในสถานีฯยิงถล่มแน่ๆ

“พวกเรามาแล้ว” โคบอลต์หกคนวิ่งเข้ามาหานิล คงเป็นเพราะรูปร่างที่เล็กทำให้สามารถเคลื่อนที่ผ่านเนินหินต่ำนี้ได้โดยที่ฝั่งศัตรูที่อยู่ในชัยภูมิที่สูงกว่าไม่ทันสังเกตเห็น

โคบอลต์เหล่านี้สวมชุดเกราะที่ทำจากโลหะลายพรางสีน้ำตาลที่ไม่สะท้อนแสงและสวมชุดป้องกันทั้งตัว หน้ากากขนาดใหญ่ที่มีขนาด 1:3ต่อขนาดตัวดูแปลกตาแต่สำหรับโคบอลต์ที่ร่างกายอ่อนแอ ชุดเกราะแบบนี้คงสร้างขึ้นมาเพื่อให้สามารถต่อสู้ในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษด้วยเทคโนโลยีเฉพาะทางของโคบอลต์

โคบอลต์สามคนหยิบอาวุธที่คล้ายกับปืนครกขนาดใหญ่ออกมาตั้งฉาก ส่วนอีกสองคนกางแผ่นโลหะป้องกันตัวปืนและเปิดม่านพลังเพื่อป้องกันการโจมตี

โคบอลต์อีกคนที่ใช้กล้องสำรวจมองทิศทาง เมื่อรู้พิกัดที่แน่นอนของป้อมปืนเขาจึงพร้อมออกคำสั่ง “เตรียมพร้อม......ยิง”  

ฟิ้ว!

ปืนครกดังกล่าวปล่อยเสียงเบาๆเพียงเสียงเดียว แม้แต่นิลที่อยู่ใกล้ๆยังไม่เห็นแสงไฟจากปากกระบอกปืน

ทันใดนั้นบริเวณอากาศใกล้เคียงกับสถานีฯก็เกิดการปั่นป่วนอย่างหนัก กระแสไฟฟ้าก่อตัวอย่างฉับพลันก่อนที่กระแสไฟฟ้านั้นจะดึงดูดทุกอย่างที่เป็นโลหะเข้าไปข้างราวกับหลุมดำ

ทหารที่ประจำการอยู่ด้านในมองด้วยความตกตะลึงหลุมดำดังกล่าวฉีกผนังโลหะที่กันแรงกระแทกเมื่อครู่ได้ราวกับฉีกสำลี และอาวุธของพวกเขายังถูกดูดไปหมด

“เห้ยๆ อย่าบอกว่ามันจะ” ทหารที่เฝ้าประจำการเห็นกองแม่เหล็กที่ทำลายแนวป้องกันกับดูดอาวุธของพวกเขาไปต้องตกตะลึงขึ้นอีก เมื่อคราวนี้หลุมดังกล่าวเปลี่ยนเป็นสีแดง

ตูม!!

หลุมดำระเบิดอย่างรุนแรง ชิ้นส่วนโลหะที่มันสะสมไว้ทั้งหมดพุ่งออกมาเมื่อกับห่ากระสุนนรก

“อ๊าก!!” ทหารที่เฝ้าประจำการถูกชิ้นส่วนโลหะที่พุ่งเข้าใส่ตัดร่างกายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เมื่อพวกเขาไม่มีที่กำบังอีกต่อไปแล้ว เศษโลหะเหล่านี้จึงพุ่งทำลายโครงสร้างภายในสถานีฯ

ตูม ต้าม!!

สถานีฯที่รับความเสียหายมากจนเกินไปไม่อาจประคองน้ำหนักของรากไม้ที่แข็งตัวได้อีกต่อไป มันถูกกดราวกับซาลาเป่าที่ถูกขี้จนไส้ทะลัก คนที่อยู่ด้านในกับอุปกรณ์ต่างทะลักออกมาหมด ร่างกายของมนุษย์ที่ถูกอัดผสมกับเหล็กเป็นอะไรที่ชวนคายของเก่ามาก

นิลที่สังเกตอยู่ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากโคบอลต์ “ขอผมใช้สักอันได้ไหม” นิลลองถามดูหลังจากเห็นอุปกรณ์แปลกๆของโคบอลต์รุ่นใหม่ที่ดูไฉไลกว่ากว่าสมัยก่อนมาก

“หยิบตรงนี้ได้เลย” โคบอลต์ที่กำลังบรรจุกระสุนเพื่อยิงปืนครกรอบถัดไป วางกระเป๋าที่สะพายอยู่ข้างหลังชุดเสริมกำลัง

ข้างในเป็นอุปกรณ์รูปร่างแปลกๆที่น่าจะได้จากการดัดแปลงอุปกรณ์ของมนุษย์อย่างเรา แต่ที่น่าในใจคือคุณสมบัติมากกกว่า

ข้อมูลวิธีใช้อุปกรณ์ทั้งหมดนี้แสดงขึ้นเป็นภาพสามมิติทันทีที่นิลแตะ “สะดวกดีแหะ” นิลชมเชย ภาพที่ฉายข้างๆแบบนี้สะดวกกว่าการต้องต่อแท็บเล็ตหรือต้องเอนหัวดูข้อมูลกว่ากันเยอะ

“เจ๋งแหะ” นิลดูข้อมูลอุปกรณ์ของโคบอลต์ นอกจากจะครีเอทแล้วยังรักธรรมชาติด้วย อย่างเจ้าลูกกลมๆที่เขากำลังถืออยู่ก็คือเจ้าอันที่โคบอลต์ใช่จับกลุ่มเขาตอนกลังเดินทางในช่องว่างระหว่างมิติ คุณสมบัติมันง่ายๆกับปุ่มสองปุ่ม ปุ่มแดงคือระเบิดสังหารส่วนสีฟ้าคือระเบิดที่เอาไว้ใช้จับกุม กลไกของมันคือตัวระเบิดจะทำให้อุณหภูมิโดยรอบเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำการดูดอุณหภูมิส่วนเกินมาสะสมเพื่อใช้แทนเชื้อเพลิงควบคุมกับการผลิตกระแสไฟฟ้า ถ้าระเบิดสังหารก็คือการปล่อยพลังงานที่สะสมไว้ออกมาตรงๆโดยเสริมด้วยไฟฟ้าเพิ่มอุณหภูมิ ส่วนระเบิดที่ใช้จับกลุ่มก็ใกล้เคียงกันแค่เปลี่ยนกระแสไฟฟ้าไปใช้ในการขัดขวางระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนซึ่งถ้าคนโดนเข้าไปก็เหมือนไฟช็อตเบาะๆไม่ถึงตาย

ส่วนกระสุนปืนครกที่ใช้ยิงก็เป็นความครีเอทที่ใช้เทคโนโลยีทำความสะอาดสิ่งตกค้างตามธรรมชาติมาดัดแปลงเป็นอาวุธทำลายล้าง

เดิมมันคืออุปกรณ์ที่โคบอลต์ใช้สำหรับดักจับโลหะหนักหรือสารเคมีเป็นพิษในชั้นใต้ดินเพื่อก่อสร้างใช้เป็นที่อยู่อาศัย แต่พอดัดแปลงเพื่อใช้ในทางอาวุธก็เปลี่ยนเครื่องยนต์ที่ถูกตั้งให้ทำงานเกินขีดจำกัด กระสุนปืนครกจะดูดโลหะทั้งหมดในอาณาบริเวณความสู่ใจกลางที่คล้ายกับหลุมดำสำหรับโลหะหนัก ซึ่งเมื่อเกินกำหนดมันก็จะระเบิดตัวเองเพื่อปล่อยสิ่งที่มันดูดทั้งหมดกระจายไปทั่วด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล

“โอเคเอาอันนี้ แล้วก็อันนี้” นิลเลือกอุปกรณ์เสริมที่ต้องการท่ามกลางห่ากระสุนที่ทหารภายในเริ่มทยอยออกมาด้านนอกมากขึ้น แต่เขาก็ยังไม่สนใจมากเพราะพวกเขาต้องรอสัญญาณรอบที่สองของวิลทีแทรกซึมเข้าไปด้านใน ถึงทหารที่เฝ้าประจำการได้รับความเสียหายอย่างหนักซ้ำระบบสื่อสารยังใช้การไม่ได้ปล่อยให้การสั่งการทุกอย่างถูกตัดขาดปล่อยให้ทหารกับเจ้าหน้าที่ภายในอยู่ในภาวะสับสนก็จริง แต่จำนวนยังแตกต่างกันมาก โคบอลต์บอกว่าพวกเขาสามารถเจียดคนมาช่วยได้เพียง 32 คนซึ่งถือว่าน้อยกว่าทหารด้านในที่มีเป็นร้อย(หรืออาจมากกว่านั้น)

นิลที่เลือกอุปกรณ์จำเป็นต้องดูภูมิภาคเพื่อเลือกใช้ให้ถูกและเข้ากับการประสานงานกับวิลที่อยู่ด้านใน ปัจจุบันคือสถานีฯหล่นตุบลงไปในหุบเขาถึงในจุดที่ยังไม่ได้รับความเสียหายจะยังป้องกันได้ง่าย แต่จุดที่ถูกหลุมดำเล่นงานอาจจะเรียกได้ว่าเละเป็นเศษเหล็กที่ไม่มีทางผ่านและป้องกันไม่ได้ เว้นเสียแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะระเบิดเพื่อสร้างเส้นทาง

บู๊ม!

เกิดระเบิดบริเวณที่นิลว่าไว้ ปืนใหญ่อัดพลังงานตั้งตระงานทรงพลัง ดูถ้าเจ้าปืนใหญ่ที่ชาร์จพลังงานเพื่อยิงเป็นลูกระเบิดจะรุนแรงมากที่สามารถทำลายเนินหินที่เข้าแอบอยู่ และตอนนี้ทหารด้านบนกำลังปรับองศาเล็งมาทางเนินหินและเริ่มชาร์จพลังงานยิงอีกรอบ

“พลเล็งเป้าเล็งเลย” โคบอลต์ที่เป็นหัวหน้าสั่งให้โคบอลต์ที่ทำหน้าที่เล็งองศาปืนครก โคบอลต์คนนั้นใช้แท่งเหล็กกลไกและกดปุ่มเพื่อเล็งแสงเลเซอร์ไร้สีไปยังส่วนฐานของปืนใหญ่

“อย่าเพิ่ง...” ทหารด้านในตะโกนเสียงดัง แต่มันไม่ทันการแล้ว

ฟิ้ว!

ลำแสงแบบโพรเจกไทล์อีกชุดหนึ่งยิงเข้าใส่ฐานของปืนใหญ่ ปืนใหญ่พลังงานที่เป็นภัยถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเศษเหล็ก

นิลมองไปยังโคบอลต์และพยักหน้า เขาอาศัยความมืดย่องไปยังมอเตอร์ไซค์ที่ล้มอยู่ก่อนที่จะเข้าไปดับเครื่องและจอดถูกที่เพื่อเอาไปใช้ต่อโดยมีโคบอลต์ค่อยคุมเชิงอยู่ห่างๆ

นิลเอาผ้าลายพรางคลุมมอเตอร์ไซค์พลางใช้ทรายราดด้านบนเพื่อซ่อนเสร็จเขาก็โยนระเบิดควันอำพรางใส่จุดที่ทหารน่าจะออกมา

ตอนนี้ทหารข้างในคงไม่กล้าสุ่มสี่สุ่มห้าโผล่พรวดออกมาเป็นเป้ายิงช่วยให้พวกเขาสบายขึ้นไปอีกเปราะเห็นว่าอาวุธที่พวกโคบอลต์ใช้มันมีประสิทธิภาพสูงก็จริงแต่ความต่อเนื่องมันต่ำมากและเหมาะกับการใช้ในที่แคบๆซึ่งตรงกับสถานการณ์นี้ แต่ยิงใช้งานมากเท่าไรสภาพก็ยิ่งเปลี่ยนและมันยังมีสิทธิ์ที่จะทำลายแฟ้มข้อมูลด้านในอีก นิลเองก็ไม่อยากเข้าไปรับกระสุนเหมือนกันแต่อาวุธพวกนี้ก็คงใช้ไม่ได้แล้ว ตอนนี้ของจริงล่ะ

ปรี๊บๆๆ

“เกิดอะไรขึ้น” ทหารที่ด้านในสับสนหนักเพราะสถานีฯของพวกเขากำลังส่งเสียงเตือนถึงสัญญาณผู้บุกรุกภายในสถานีฯ

“กองกำลังถูกตัดแล้ว!” นิลคว้าปืนกลยิงกราดใส่ทหารที่น่าจะหลบซ่อนอยู่ด้านหลังม่านหมอกเพื่อใช้ข่มศัตรู แต่อีกฝ่ายเองก็ใช้ปืนยิงสวนออกมาเหมือนกัน และพยายามที่จะยึดพื้นที่อีกด้วย

“จัดการเลย” โคบอลต์ที่ซุ่มอยู่บนเนินผาเปิดฉากใช้อาวุธของพวกเขาโจมตี มันเป็นหอกเหล็กที่ติดโล่เอาไว้ป้องกัน แต่ถ้าจะให้ถูกมันเหมือนกับสว่านที่ใช้เจาะหินติดโล่ที่สามารถยิงกระสุนได้มากกว่า โดยอาศัยแร่หรือหินที่ขุดอัดให้แน่นและยิงแทนกระสุนที่มีพลังทำลายล้างหนักหน่วง “ช้ากว่าที่คิดอีกน่ะเนี่ย” นิลสังเกตอัตราการยิงสังเกตได้เลยว่ามันต่ำมาก สองวินาทีจะยิงได้หนึ่งนัด แต่ก็ทนแทนด้วยความแม่นยำที่สูงกับความสามารถในการเจาะทะลวงที่สูงทดแทน

เมื่อทั้งสองต่างแลกใส่กันยอมเสียเลือดเสียเนื้อทั้งสองฝ่าย โคบอลต์บางคนโชคร้ายถูกปืนเจาะเกราะแบบพกพาที่ใช้ยิงรถถังยิงใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องให้เพื่อนต้องลากออกไป

“ท่าจะแย่แหะ” นิลเริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีเท่าไร ทหารรัสเซียเริ่มทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องในขณะที่ฝั่งเขาที่มีคนไม่ถึงสามสิบคนเริ่มบาดเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆคราวนี้การที่เอาปริมาณชนะประสิทธิภาพที่ได้เปรียบแสดงว่าผู้บัญชาการที่ออกคำสั่งอยู่ต้องมีความสามารถและประสบการณ์สูงถึงสามารถทำให้ทหารที่กำลังเสียเปรียบเริ่มได้กำลังใจกลับมาจนเริ่มฟื้นตัว

“ถอย” นิลออกคำสั่ง เขาจะให้โคบอลต์ที่มาช่วยงานเสี่ยงชีวิตตรงนี้มากเกินไปไม่ได้

“ครับ” โคบอลต์ที่เป็นหัวหน้ายิงพลุขึ้นฟ้าเพื่อเป็นสัญญาณถอย “แล้วคุณล่ะ”

“ไม่ต้องห่วงผมหรอก” นิลพูดขณะที่เขาหยิบเข็มฉีดยาออกมาเข็มหนึ่ง “เดียวพวกคุณฟังที่ผมสั่งใช้ระเบิดที่มีทั้งหมดปาใส่เลย” เขาพูดจบ แต่ดูเหมือนจะนึกอะไรได้บ้างอย่างจึงรั้นไว้ก่อน “ช่วยไปเอามอเตอร์ไซค์กลับด้วย” นิลมอบกุญแจรถให้หัวหน้า

โคบอลต์ที่เป็นหัวหน้าพยักหน้า เขาเริ่มสั่งให้ลูกน้องค่อยๆถอยตามจุดยุทธศาสตร์ที่พวกเขายังได้เปรียบ

‘จำไว้อย่าใช้เกินขนาด’ อลันพูดพร้อมกับมอบกล่องที่บรรจุเข็มฉีดยาพร้อมกับหลอดที่บรรจุตัวยาสีดำ 3 หลอด ‘หลอดหนึ่งมี 5 มิลลิลิตร ใช้หนึ่งครั้งต้องเว้นห่างอย่างน้อย 8 ชั่วโมง’

นิลลืมตาขึ้น กล้ามเนื้อของเขาขยายตัวจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน ตาสีน้ำตาลของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือดมากมาย

‘มันทำได้อย่างที่ผมบอกเหรอครับ’ นิลดูตัวยาที่อยู่ด้านในด้วยความสงสัย

‘ไม่เชิง’ อลันพูดปัด ‘ฉันลองเอาข้อมูลของสัตว์ประหลาดที่ทำร้ายหวังลี้จนสาหัสมาวิเคราะห์และดัดแปลงให้เข้ากับร่างกายของคุณที่มีคุณสมบัติพิเศษ มันจะทำให้ระบบการหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบประสาทสัมผัสทำงานเร็วขึ้นเพื่อกระตุ้นการทำงานของร่างกาย’

‘แล้วข้อเสียล่ะครับ’ นิลถามข้อเสียเพราะตอนนี้ไม่มีเวลา

‘กำลังจะบอกอยู่นี้ไง’ อลันพูดพร้อมกับฉายภาพร่างกายของนิล ‘จริงอยู่ที่การเร่งประสิทธิภาพของร่างกายจะทำให้ได้รับพลังเหนือมนุษย์มาในระยะเวลาสั้น แต่มันจะทำให้เซลล์ต่างๆภายในร่างกายเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ทั้งกล้ามเนื้อและโครงกระดูกจะได้รับความเสียที่อาจจะฟื้นฟูไม่ได้ รวมไปถึงอวัยวะภายในและระบบประสาทที่จะเสื่อมสภาพแบบถาวร ซึ่งถ้าคุณพิการกลับมาผมก็คงรักษาได้เพียงอ้อมๆเท่านั้น’

นิลที่นึกถึงคำเตือนของอลันมองไปยังโคบอลต์ที่เริ่มถอยใช้เข็มฉีดยายิงตัวยาเข้าไปในลำคอตัวเอง เมื่อตัวยาเข้าไปในร่างกายตัวนิลก็สั่นเล็กน้อย เขายกมือขึ้นและรีบเอามือลงเป็นสัญญาณ

โคบอลต์ทั้งหมดใช้ระเบิดที่ตัวเองมีปาใส่ บางคนยังชาร์จพลังงานในสว่านสูงสุดและยิงเพื่อสร้างสถานการณ์ให้ยุ่งเหยิง

 

“หาที่กำบัง!” ทหารรัสเซียที่เป็นหัวหน้าสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหาที่กำบัง ตอนนี้พวกเขากำลังใกล้จะมีชัย การโจมตีของศัตรูมีรายละลอก แต่จากสภาพคงเป็นการโจมตีครั้งสุดท้ายเพื่อถอยทัพมากกว่า ขอแค่กองกำลังที่อยู่ด้านในสามารถจัดการผู้บุกรุกได้และกำลังเสริมมาถึงพวกเขาก็จะชนะ

แผละ

ทหารนายหนึ่งถูกยิงเข้าที่หัวจนมันสมองไหลทะลัก

“ทุกคนอย่าประมาท” ทหารที่เฝ้าระวังอยู่ด้านหน้าเริ่มถอยกลับเพราะผู้บัญชาการสั่งให้ถอยกลับมาในอาณาเขตที่ป้องกันได้สะดวกกว่านี้ แต่พวกเขาก็ยังไม่ประมาทเพราะถ้าประมาทและหันหลังหรือโผล่หัวพรวดออกไปคงจะลงไปนอนกองเหมือนทหารคนเมื่อกี้นี้แน่

แวบ!

“นั่นอะไร?” ทหารคนหนึ่งเอาปืนกลกราดใส่บางอย่างที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนตามเนินหิน มันกำลังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ มันไม่ใช้การเคลื่อนไหวของมนุษย์ธรรมดา

“ท่านครับ พวกกลายพันธุ์โจมตีครับ” ทหารคนนั้นนึกได้เพียงอย่างเดียว เพราะไม่มีทางที่มนุษย์จะเคลื่อนไหวแบบไร้เสียงได้รวดเร็วขนาดที่ใช้ตาเปล่ามองตามไม่ทัน

“เออรู้แล้ว” หัวหน้าเครียด วันนี้เป็นวันซวยอะไรว่ะเนี่ย สถานีอวกาศที่สำคัญถูกโจมตีจนสภาพยับเยิน เสียกำลังพลไปไม่น้อย แถมตอนนี้ข้างหน้าก็มีแต่ควันพ่วงด้วยตัวประหลาดอะไรก็ไม่รู้ที่วิ่งส่ายไปส่ายมาชวนหน้ากลัวอีก

ในขณะที่ทหารกำลังวุ่นวายอยู่นั้นเอง “ตอนนี้ล่ะระเบิดเลย” เสียงๆหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางหมอกทำให้ทหารต่างก็รุมยิงไปยังต้นต่อของเสียง

ทหารที่เป็นหัวหน้าวิเคราะห์ด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะเหลือบไปเห็นแก๊สสีขาวที่ลอยต่ำอยู่บริเวณเท้าของทหารที่ก้มตัวลงต่ำพลางสาดกระสุน เขาหน้าถอดสี “ไม่ได้การทุกคนถอยออกมา”

แต่ช้าไปแล้วแก๊สเหล่านั้นเปลี่ยนเป็นสีเหลืองก่อนที่จะมีประกายไฟเกิดขึ้นแล้วก็

ตูม!!!

แก๊สกลายเป็นระเบิดที่รุนแรง ปฏิกิริยาระเบิดทำให้ควันที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับทหารระเบิดตามกันต่อเนื่องเหมือนกับระเบิดฝุ่น ทหารที่ก้มตัวเพื่อระวังศรีษะตอบสนองต่อคำสั่งไม่ทันจนถูกกลืนไปกับเปลวเพลิง

เสียงโหยหวนของทหารจำนวนมากที่หนีกลับเข้าไปทันร้องงม แต่คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในรัศมีถูกย่างสดและตายภายในเวลาไม่กี่วินาที ทหารที่ยังเหลือรอดต่างอยู่สภาพไม่สมประกอบนอนร้องโอยครวญทุกข์ทรมาน

“บ้าจริง” เขาคาดไม่ถึง ไม่ใช่สิต้องบอกว่าไม่นึกเอะใจถึงจะถูก การโจมตีด้วยระเบิดหลายระลอกจนทำให้มีควันบดบังทัศนวิสัยก็เพื่อให้พวกเขาเพิ่มความระมัดระวังถึงขีดสุด ทหารจึงไม่กล้าเข้าใกล้ควันที่ด้านในอาจเต็มไปด้วยอันตราย และยิ่งมีสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์เพ่นพ่านในหมอกก็ทำให้จุดสนใจเปลี่ยนไปอีกจนพวกเขาลืมมองที่เท้าของตัวเอง ถ้าไม่สังเกตดีๆจะคิดว่าเป็นแค่ควันที่ไหลไปตามพื้นเท่านั้น

“แต่เดียวก่อน...” หัวหน้ามองไปยังเปลวเพลิงที่เหมือนกับนรก “มันหายไปไหนแล้ว” เขาตะโกนเสียงดัง แต่เสียงของเขาก็ถูกกลบด้วยเสียงร้องของคนเจ็บ จนไปเห็นกับสิ่งหนึ่งที่คล้ายกับงูสีดำ

“หรือว่า...!!” เขาสังเกตดีๆจึงเห็นเป็นเชือกที่ห้อยต้อยแต่งอยู่ด้านบน

“เวรเอย!!!!” เขาโยนหมวกเบเร่ต์ที่สวมลงพื้นพร้อมกับเหยียบด้วยความโกรธแค้น “สั่งออกไป” เขาชี้ไปยังเจ้าหน้าที่ๆประจำการในสถานีฯที่แต่งเครื่องแบบไม่เหมือนกับทหาร “ให้คนของพวกแกทุกคนที่ยังเหลืออยู่ช่วยคนเจ็บกับตรึงพื้นที่ตรงนี้ไว้ ส่วนทหารที่ยังไว้ตามฉันมา” เขาออกคำสั่งพร้อมกับหยิบปืนลูกซองพร้อมกับทหารที่ยังอยู่ในสภาพพร้อมรบวิ่งเข้าไปในส่วนลึกของสถานีอวกาศ

“ฉันต้องฆ่ามันให้ได้” เขาปฏิญาณไว้ ณ ที่นี้ว่าเขาต้องแก้แค้นให้กับลูกน้องที่ถูกเล่นของเล่นให้จงได้




NEKOPOST.NET