P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 93 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.93 - โหมโรง


วันที่ 16 เมษายน  ค.ศ. 2042 ไม่ทราบเวลาที่แน่ชัด  

ณ ห้องรับรองลับในประเทศคาซัคถาน

ห้องสีขาวที่มีเฟอร์นิเจอร์ส่องแสงสีฟ้าดูล้ำสมัยมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่สวมชุดสีขาวกำลังนั่งจ้องตากันไม่กระพริบ จนในที่สุดก็มีคนที่ทนไม่ไว้และเริ่มเปิดปาก

“เราต้องวางแผนเรื่องที่เรากำลังจะทำอีกรอบ” วิลเป็นคนเปิดประเด็น สีหน้าเขาค่อนข้างไม่สู้ดีนัก

“ต่อให้แผนดีแค่ไหน ผมว่าจำนวนคนมันไม่พอ” นิลที่นั่งเครียดพูดขึ้นหลังจากที่ได้ยินวิลเอย

“เป็นไปไม่ได้แม้แต่น้อย” หวังลี้พูดตอกฝาโลง

‘มันก็ไม่ได้เป็นไปไม่ได้หรอก แค่มันเสี่ยงแต่ถ้าทำตามแผนของฉันความเสี่ยงที่ว่าก็จะหายไป’ วิลสันที่ยู่ในหัวของวิลบอก และวิลก็บอกทุกคนถึงที่สิ่งที่วิลสันบอก

“ความเสี่ยงที่หายไปนี้คือสงครามโลกเลยน่ะ” อลันที่นั่งอยู่ด้วยพูด

“ยังไงมันก็ต้องเกิด แค่ช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง” วิลพูดสิ่งวิลสันบอกต่อ “มันก็ถูกยังที่มันว่านั้นแหล่ะ” วิลเองก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับคำพูดของวิลสัน แต่ปัญหามันต่อจากนี้ต่างหาก “เราจะทำยังไงไม่ให้โดนรุมทุกด้านยังไงตั้งหาก”

“คุณเห็นด้วย??? คนจะตายเป็นล้านเลยน่ะค่ะ ดีไม่ดีมนุษยชาติจะสูญพันธุ์” หวังลี้ไม่เห็นด้วย เพราะต่อให้จะโดนไม่โดน แต่คนบนโลกจะตายเป็นจำนวนมากและสูญพันธุ์จะเป็นความจริง

“ยังไงมันก็ต้องมีสงครามเกิดขึ้นอยู่แล้ว เกิดขึ้นเร็วนะดี ถ้าเกิดขึ้นช้าจะยิ่งเสียหายหนักกว่าเดิม” วิลพูดตามประสบการณ์และประวัติศาสตร์ที่บางทีสงครามที่ถูกหยุดชั่วคราวและยื้อออกไปพอสงครามปะทุอีกครั้ง ความเสียหายที่จะเกิดนั้นหนักหนาสาหัสกว่าหลายเท่าตัว “ที่สำคัญ..” วิลเหล่สายตาไปยังห้องกระจกที่ตอนนี้มีเด็กๆโคบอลต์ 4 คนกำลังนั่งเล่นแท็ปเล็ตตามตัวพวกเขามีสายยางเสียบอยู่หลายจุด “บางทีการที่มนุษย์สุญพันธุ์ก็น่าจะดีต่อโลกนี้ด้วยซ้ำ”

วิลพูดและใช้มือบังปากของหวังลี้ที่กำลังจะเถียงก่อนที่จะผายมือไปทางอลันที่ทำหน้าซีเรียสกว่าเดิม “นายก็คิดแบบเดียวกันใช่ไหม”

อลันมองไปยังทุกคนห้องนี้เรียงตั้งแต่วิลที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายมือไล่ไปยังนิลที่นั่งตรงหน้ากับหวังลี้ที่นั่งฝั่งซ้ายมือ “เห่ออออออ......ก็จริงอย่างที่วิลบอก....... แต่ผมก็ไม่อยากให้มนุษยชาติสูญพันธ์เพราะความเข้าใจผิด”

ทุกคนต่างพากันถอนหายใจ เหตุผลที่พวกเขาต้องมานั่งถกถึงเรื่องการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ เพราะที่อลันบอกให้พวกเขาทำในตอนแรกต้องเปลี่ยนฉุกเฉิน

สถานการณ์ของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันหลังจากที่กองกำลังNABF ตรวจพบแหล่งเพาะพันธุ์สิ่งมีชีวิตกลายที่ถูกสร้างด้วยน้ำมือมนุษย์ในพื้นที่ชายแดนของสองมหาอำนาจแห่งทวีปเอเชียทางตอนเหนือและตาย ซึ่งปกติก็คงเป็นเกมส์การเมืองถุยน้ำลายกล่าวหาว่าฝ่ายตรงข้ามสร้างขึ้นเพื่อก่อความสงบ และก็มีอีกฝ่ายมาพูดว่าอาจเป็นห้องทดลองเก่าที่ตกค้างจากยุคก่อนแทน ถึงเวลาความขัดแย้งก็จะจบลงเองตามกาลเวลา(พอถึงเวลาก็ปะทุใหม่วนเวียนไปเรื่อยๆ)

ความจริงคือห้องเพาะนั้นไม่มีตัวประหลาดอะไรสักตัวหรอก แค่มีเทคโนโลยีการดัดแปลงมนุษย์นิดหน่อย แต่ที่แย่คือมันเป็นห้องทดลองของกลุ่มมหาอำนาจเอเชียบูรพาเพื่อประชาชนที่ว่าจ้างอลันของพวกเขาให้ทำการลักลอบทดลองมนุษย์ที่ผิดตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับNABF เดิมทีกลุ่มมหาอำนาจเอเชียก็ทำโปรเจกต์โคลนนิ่งมนุษย์(และดัดแปลงเล็กน้อย)ก็ถูกคนทั้งโลกเพ่งจนลูตาแทบหลุดเบ้า แต่ที่อลันร่วมงานด้วยคือโปรเจกต์การสร้างหุ่นรบจักรกลรุ่นใหม่ที่ควบคุมด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ และเรื่องต่อจากนี้คือปฏิกิริยาของนิลกับหวังลี้ที่ตกใจแทน เพราะหุ่นรบที่ว่านิลเคยบังคับมาแล้วไอ้หุ่นที่นิลเกือบต้องควักสมองตัวเองต่อหุ่นเพื่อบังคับโดยตรง

เรื่องนี้ทำให้วิลเข้าใจ เพราะอลันเองก็มีชื่อเสียงในโลกวิทยาศาสตร์(ถึงจะเป็นวงการมืดก็เถอะ) ที่จริงNABFกำลังสืบสวนเรื่องนี้และกำลังคนของNABFและมหาสหพันธ์กำลังหลั่งไหลเข้ามาเพื่อตรวจสอบ ยังดีที่อลันไหวตัวทันสั่งให้ระบบของเขาทำลายข้อมูลในห้องเพาะพันธุ์ทั้งหมดที่อาจจะสาวมาถึงตัวเขาได้อย่างฉิวเฉียด ตอนนี้เลยยังไม่มีใครดมมือถูก แต่ปัญหาคือต่อจากนี้งานที่พวกวิลจะต้องทำคือการลักลอบเข้าไปขโมยและทำลายข้อมูลการทดลองที่อลันเคยมีเอี่ยวด้วยทั้งหมด ถ้าตอนสงบฝั่งเอเชียเหนือ(ทวีปเอเชียหลักถูกแบ่งเป็นสองฝ่ายใหญ่คือกลุ่มมหาอำนาจเอเชียบูรพาเพื่อประชาชนที่ประกอบด้วยจีน-รัสเซียและประเทศอื่นๆใกล้เคียงที่อยู่ทางตอนเหนือจึงถูกเรียกว่าเอเชียเหนือกับมหาสหพันธรัฐเอเชียอาคเนย์ที่ประกอบด้วยประเทศกลุ่มอาเซียนและหมู่เกาะแปซิฟิกทางตอนใต้จึงถูกเรียกว่าเอเชียใต้) ก็คงคิดว่าเป็นฝีมือบ่อนทำลายของของฝั่งเอเชียใต้แทน แต่ตอนนี้ไม่ใช่ เพราะห้องแล็ปที่ว่าเริ่มถูกNABF ค้นพบมากขึ้นเรื่อยๆ และแหล่งเพาะพันธุ์ที่พบนอกจากพื้นที่บริเวณชายแดนแล้วยังค้นพบแหล่งเพาะพันธุ์ในพื้นที่ของทั้งสองเอเชียอย่างต่อเนื่อง

ทุกคนในห้องจึงสรุปได้ว่าอลันเป็นนกสองหัวที่ทำงานให้กับสองยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียอย่างลับๆ อลันจึงลำบากมากเพราะเขาต้องค่อยดูดข้อมูล(บวกทำลาย)ที่จำเป็นเท่าที่จะทำได้และยังต้องปิดระบบสื่อสารที่ตอนนี้ทั้งสองเอเชียส่งมาหาเขา เขาจึงเห็นว่าสถานการณ์ในตอนนี้อาจจะยังไม่เลวร้ายที่สุดจึงคิดว่าควรที่จะตัดปัญหาทั้งหมดโดยการให้พวกวิลทำภารกิจสองอย่างซึ่งสำคัญมากแต่ก็อาจจะสร้างผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดเช่นกัน

อลันกับพวกตอนนี้อยู่ใต้สถานนี้ปล่อยจรวดเก่าไบโคนูร์คอสโมโดรมพอดิบพอดี ลึกลงไปสองกิโลเมตรจากพื้นดิน คือสถานที่ๆพวกเขากบดานอยู่ อลันต้องการที่จะให้พวกวิลออกเดินทางไปยังสถานีอวกาศใหม่ของเอเชียเหนือที่ห่างจากของเก่าเพียง 30 กิโลเมตรและปล่อยไวรัสคอมพิวเตอร์พิเศษเข้าระบบอินเตอร์เน็ตของสถานีอวกาศเพื่อกระจายคำสั่งไปยังห้องแล็ปที่อลันมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่ออกคำสั่งให้แล็ปเหล่านั้นปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทำลายระบบสื่อสารและทำลายข้อมูลที่มีทั้งหมดในทวีปเอเชีย แต่ที่ยากที่สุดก็คือสถานที่สุดท้ายที่จะไปคือการให้พวกวิลโดยสารจรวดที่อลันแอบสร้างไว้ใต้ดินโดยอาศัยฐานปล่อยจรวดเก่าที่ได้รับการดัดแปลงเป็นตัวส่งเพื่อขึ้นไปยังสถานีอวกาศของเอเชียเหนือเพื่อเอาข้อมูลโปรเจ็กต์ลับที่สุดมา และใช้สถานีอวกาศนั้นส่งข้อความเพื่อเผยแพร่ความจริงว่ากองกำลังไหนบ้าง(ยกเว้นสการ์เล็ต)ที่เกี่ยวข้องกับการทดลองผิดกฎหมายทุกอย่าง(ที่อลันเข้าร่วม)ไปทั่วทุกมุมโลก

แต่การทำแบบนั้นจะทำให้ทุกคนรู้ว่าอลันเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดและพุ่งเป้ามาหาเขากับสการ์เล็ตโดยตรง(ถึงหลักฐานกับข้อมูลอาจจะไม่ได้ระบุชื่ออลัน แต่คนที่ฉลาดพอจะรู้ในทันทีและอลิซาเบธจะเป็นคนแรกที่รู้แน่นอน) ดังนั้นวิลสันจึงเสนอแผนเพิ่มเติมคือตอนที่ไปชิงข้อมูล+ลบ เราก็แค่เอาแบบนำเสนอโปรเจกต์ต่างๆกระจายไปทั่วโลก และระบุรายชื่อของอำนาจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผู้สนับสนุน ฯลฯ  เราก็อาศัยจังหวะที่ทุกคนฝ่ายกำลังสับสนชุลมุนมั่วซั่วทำการหลบหนี แล้วให้ประชาชนที่รู้ความจริงจัดการเอาเอง ชาวบ้านชาวช่องคงไม่สนใจว่านักวิทยาศาสตร์คนไหนคิดค้นหรือร่วมงาน พวกเขาสนใจคนต้นคิดกับคนออกคำสั่งมากกว่า

อลันก็จะทำตามขั้นตอนสุดท้ายคือระเบิดห้องแล็ปนี้ทิ้งและหนีไปขึ้นยานบินหลบเลี่ยงการตรวจจับที่ห้องแล็ปใกล้เคียงเพื่อบินไปรับพวกวิลที่กลับสู่พื้นโลกหลังภารกิจสำเร็จบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกและรีบบึ่งกลับฐานหลัก ข้อมูลกับอุปกรณ์ที่เหลืออลันสามารถติดต่อหาผู้เชี่ยวชาญของสการ์เล็ตหรือทหารรับจ้างขนกลับไปในช่วงที่พวกวิลทำภารกิจและค่อยสร้างแล็ปใหม่ในสถานที่ปลอดภัย

ข้อเสีย สงคราม........ หลังจากที่หวังลี้ลองบีบให้อลันเล่ามาให้หมดว่าอลันได้แอบติดต่อทำงานกับใครมาบ้าง อลันก็เลยเปิดรายชื่อระบบสื่อสารที่อลันมีทั้งหมดและบอกว่า ‘ทั้งหมดนี้แหล่ะ’ หวังลี้ที่ดูถึงกับตัวสั่น เพราะนอกจากสองเอเชียแล้วยังมีกองกำลังติดอาวุธอิสลามที่แบ่งแยกดินแดน สหพันธรัฐแอฟริกา กองกำลังที่เหลือรอดของสหรัฐอเมริกา และอีกหลายกลุ่มก้อน เอาเป็นว่าทุกฝ่ายที่ว่ามานี้หัวรุนแรงทุกลุ่ม แน่นอนว่าสงครามชั้วๆ แค่หุ่นรบของเอเชียเหนือที่ต้องใช้วิธีผิดมนุษย์แต่มีประสิทธิภาพสูงฝั่งใต้ก็หนาวซีด ครั้งนี้คงจะกลายเป็นสงครามตะรุมบอลที่จะกลายเป็นสงครามโลกเต็มรูปแบบ

 

ไม่ได้” หวังลี้ตะโกนเสียงดัง “ความเสียหายที่เกิดขึ้นมันประเมินค่าไม่ได้” เธอจำเป็นต้องแสดงจุดยืนในฐานะทหารและคนที่เคยประสบเคราะห์อันเลวร้ายคนหนึ่ง เธอจะไม่ยอมปล่อยให้มีคนบริสุทธิ์ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องเจอเรื่องแบบเดียวกับเธอ

“แต่เราก็ไม่มีวิธีที่อื่น” วิลคัดค้าน “ถ้าพวกเรามีเวลาผมเองก็ไม่สนับสนุนวิธีทำลายล้างแบบนี้” อย่างที่วิลบอกสิ่งพวกเขาต้องการมากที่สุดก็คือขาด แต่สิ่งที่พวกเขาขาดมากที่สุดคือเวลา เวลา ขณะที่พวกเขากำลังนั่งถกเถียงเพื่อเรื่องวิธีการ กองกำลังทหารมากมายหลากหลายกลุ่มกำลังหลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆด้วยความปรารถนาดีหรือปรารถนาร้าย และแม้แต่ตอนนี้อลันก็ยังบอกว่าที่หลบภัย ของเขาที่ใช้หลบซ่อนเริ่มถูกค้นพบจนเขาต้องคิดหัวแทบระเบิดเพื่อไม่ให้ศัตรูหาที่หลบภัยที่สำคัญเจอ(ในตอนนี้อ่ะน่ะ?)

“ผมเห็นด้วยกับวิธีของวิลสัน” อลันพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“แต่ว่า...” หวังลี้ที่กำลังพูดคัดค้านต้องตกใจเมื่ออลันถอดวิกผมเผยให้เห็นผมสีฟ้าใสที่กำลังเรืองแสง และดวงตาสีฟ้าที่สร้างความหวาดกลัวให้กับเธอ

“คุณไม่ต้องเข้าร่วมหรอก” อลันลุกขึ้น เขาหันหน้าไปทางนิล “นิลผมต้องการให้คุณช่วยวิลในงานครั้งนี้คุณจะไปไหม”

นิลที่นั่งฟังอยู่ตอนแรกอ้าปากก่อนที่จะหุบลง ลมหายใจเขาเริ่มไม่เป็นปกติ

“ไว้ไหม” วิลยื่นเครื่องช่วยหายใจให้นิล แต่นิลเอามือปัดออก

“ผมจะไป” นิลลืมตาขึ้น ลมหายใจที่ผิดแผกกลับมาเป็นปกติ ดวงตาสีแดงที่ฉายแสงจ้องมองไปยังทุกคน

“อึก” หวังลี้กลืนน้ำลาย “ฉะ..ฉันไปด้วย” ราวกับว่าเธอถูกมนต์สะกดเธอตอบตกลงทันทีที่เห็นดวงตาสีแดงที่ราวกับจะเผาเธอให้กลายเป็นตอตะโก

นิลเอามือเสยผมของเขา พอมือผ่านเส้นผมสีผมของเขากลายเป็นสีแดง “คุณหวังลี้ ผมไม่อยากให้คุณเข้าร่วมในภารกิจนี้”

หวังลี้แสดงสีหน้าลำบากในที่สุดเธอก็มองไปยังเขา “ดิฉันจะร่วมด้วย” หวังลี้พูดอย่างไม่ลังเล ถึงจะขัดกับความตั้งใจของตัวเอง แต่เธอตัดสินใจได้แล้ว สิ่งที่อลันเป็นกับดวงตาสีแดงของนิลมีความหมายแฝงทำให้เธอเข้าใจ พวกเขาเหล่านี้ล้วนแต่ต้องตกระกำลำบากเพราะการตัดสินใจอันเห็นแก่ตัวของผู้อื่น สิ่งที่พวกเขากำลังจะทำก็เพื่อการเอาตัวรอดอย่างชาญฉลาดตามกฎธรรมชาติ

“ทุกอย่างพร้อม” นิลมองไปยังเหล่าเด็กโคบอลต์ “ผมว่าพวกเขาคงจะช่วยเหลือพวกเราได้”

“ผมเองก็ไม่คิดที่จะช่วยพวกเขาฟรีๆ” อลันพูดพร้อมกับเปิดภาพโฮโลแกรมขึ้นมา “โคบอลต์ตกลงแล้วว่าจะให้ความช่วยเหลือพวกเราเป็นสิ่งตอบแทนที่ช่วยพวกเขาไว้”

“เหล่าโคบอลต์จะบุกโจมตีกองกำลังต่างๆตามจุดยุทธศาสตร์แบบสายฟ้าแลบ เพื่อทำให้การประสานงานของกองกำลังผสมยุ่งเหยิง และซื้อเวลาให้พวกเราทำการโจรกรรมที่สถานีอวกาศภาคพื้นดิน” อลันพูดพร้อมกับขยายภาพไปยังสถานีอวกาศภาคพื้น

“ตราบที่พวกเราทำภารกิจสำเร็จ เวลาก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ” อลันเลื่อนภาพไปยังใต้ดิน “โคบอลต์ที่รอพวกคุณอยู่จะเปิดช่องว่างระหว่างมิติเพื่อพาพวกคุณกลับมาที่นี้ในทันที ถ้าพวกคุณมีความสามารถมากพออาจจะช่วยผมดึงดูดความสนใจของทหารโดยรอบที่กระจัดกระจายอยู่ไปที่สถานีอวกาศเพื่อที่ผมจะได้ทำงานที่นี้ได้ง่ายขึ้น”

“งั้นฉัน วิลสันกับนิลจะไปโจมตีที่นั้นเอง” วิลเสนอตัวเองกับนิล เพราะทั้งเขาและนิลในตอนนี้คงเป็นบุคคลไร้ชื่อที่ไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในระบบไหน แต่กับหวังลี้ที่เคยเป็นทหารในสังกัด อาจจะมีคนรู้จักทำให้ทำงานยากขึ้น “หวังลี้เธอช่วยอลันจัดการเอกสารทั้งหมดและเตรียมกระสวยอวกาศให้เรา”

“คะ” หวังลี้รับคำสั่ง

อลันมองไปยังหวังลี้ “หน้าที่ของเธอต่อจากนี้สำคัญมาก” อลันเปลี่ยนภาพไปยังอวกาศที่แสดงวิธีโคจรของกระสวยอวกาศและเป้าหมายของพวกเขา

“ผมตรวจพบอนุภาคอีเลเมนต์อยู่บริเวณชั้นบรรยากาศถึงมันจะไม่ได้หนาแน่นจนเกิดพายุอีเลเมนตร์ แต่ระบบนำร่องกับระบบควบคุมอัตโนมัติของยานจะได้รับผลกระทบ ดังนั้นผมอย่างให้หวังลี้ทำการเชื่อมต่อเข้ากับแผงควบคุมยาน ไปยังที่หมาย”

ทุกคนในห้องดูแผนการอย่างคราวๆ ครั้งนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นภารกิจเสี่ยงอันตรายที่พวกเขาทำงานร่วมกันของจริง ไม่ใช่งานเคลื่อนย้ายพล(ที่เกิดเหตุสุดวิสัยเหมือนครั้งก่อน)

“รายละเอียดที่เหลือค่อยทีหลัง ใช่ไหม” วิลสันที่ใช้ร่างกายในตอนนี้พูดขึ้น

วิลสันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พลางดูแต่ละคน นิลที่ตอนนี้ดูเข้มยิ่งกว่ากาแฟดำสำหรับผู้ใหญ่คงลุยสบาย อลันก็คงเจ้าเก่าพยายามทำตัวแบบไม่รู้สึกรู้สาตามที่ตัวเองถนัด เขากับวิลเองบางทีก็รับงานสกปรกทำเป็นว่าเล่นตามที่ไม่มีใครจำได้ก็ไม่แคร์ใคร แต่ที่สำคัญคือหวังลี้เธอดูท่าจะขืนใจตัวเองในงานครั้งนี้เอามากๆ และจากที่เขาสังเกตมาเธอเป็นประเภทที่ตรงโด่และฝืนตัวเอง หลังเรื่องนี้มันคงจะส่งผลกระทบทางจิตต่อหวังลี้แน่นอน

‘ถ้าไม่ไหวจริงๆก็อย่าฝืน’ วิลที่อยู่ในหัวบอกกับวิลสัน ความรู้สึกนั้นสื่อไปยังหวังลี้ที่สภาพไม่ค่อยดี

วิลสันจึงสนใจและมองไปยังหวังลี้สำหรับกับการหลับตา ‘สนใจหรือไง’

…….

…….

“ตามแต่ที่แกจะคิด” วิลตอบประโยคเดียวก่อนที่จะเลิกการสื่อสาร วิลสันที่พยายามจะลองสื่อดูก็ไม่ได้ยินคำตอบกลับมา เขาจึงยิ้มและสื่อกับวิลว่า

“บอกด้วยตัวเองสิฟ่ะ” 




NEKOPOST.NET