P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 89 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.89 - งานง่ายๆ (เอ็งเอาจริงเหรอ???)


วันที่ 15 เมษายน  ค.ศ. 2042 ไม่ทราบเวลาที่แน่ชัด  

ณ สถานที่ใดที่หนึ่งที่ไม่มีใครทราบ

มันดำมืดไปหมด ไร้ซึ่งแสงสว่าง รอบด้านราวกับอุโมงค์สีดำสนิทที่เต็มไปด้วยของเหลวเหนียวหนืดสีดำ นอกจากสิ่งเหล่านี้ที่แห่งนี้ก็ไม่มีอะไรอยู่เลย ราวกับว่าความมืดมิดเป็นเพียงสิ่งเดียวที่มีอยู่นับตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน

นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีอุโมงค์ใหญ่ขนาดนี้” เสียงพูดที่ฟังแล้วแสลงหูดังขึ้นทำลายความเงียบสงบในความมืดนี้พร้อมกับแสงไฟที่ส่ายไปมาของคนกลุ่มหนึ่ง

“บอกให้ใช้วิทยุสื่อสารไร้สาย” เสียงของชายอีกคนที่เสียงดังฟังชัดบ่นใส่คนที่พูดก่อนหน้า

“งั้x..ก็ช่ ซ่าซที่มันดี ฮา...สิ แวบว้าบ” ชายอีกคนสวนกลับพร้อมกับเอามือเคาะหัวตัวเอง

“ถ้ามีเวลาก็หาที่ดีกว่านี้ได้” นิลพูดพร้อมกับเอามือตบชุดของตัวเอง ‘แต่ที่นี้เหม็นกว่าที่อื่นมาก’ เขาพูดกับตัวเองผ่านชุดขนาดใหญ่ที่จริงเขาเคยใช้วิธีในการเดินทาง แต่ที่นี้ค่อนข้างพิเศษ แสดงว่าอนุภาคอีเลเมนต์เข้มข้นกว่าที่อื่น

นิลที่สวมชุดป้องกันสิ่งสกปรกใช้ไฟฉายที่หุ้มด้วยวัสดุกันน้ำทั้งหมด เขาใช้มันเพื่อมอบแสงสว่างในสถานที่ๆไม่มีทางเห็นเดือนเห็นตะวัน

ย้อนเวลากลับไปก่อนหน้านั้น

“อุโมงค์เก่า?”

“ไม่ใช่อุโมงค์” นิลพูดพร้อมกับเอานิ้วเคาะลงบนแผนที่ภูมิภาคเอเชีย “อุโมงค์ที่ไหนจะขยับเองได้”

“เป็นความจริงเหรอค่ะ ที่พวกเราสามารถใช้ทางใต้ดินที่ว่าไปถึงที่หมายได้ภายในไม่กี่วัน” หวังลี้พูดพร้อมกับคำนวณความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะไม่ใช่ยานยนตร์ใดๆ แต่สามารถไปถึงที่หมายอย่างทันใจ

“ผมเจอวิธีนี้โดยบังเอิญ และก็ได้ลองพิสูจน์ดูแล้วว่าได้ผล” นิลพูดพร้อมกับหยักคิ้ว “สัก 70,80 เปอร์เซ็นต์”

“ก็คือไม่แน่ใจ” วิลที่ยืมร่างใช้ก่อนถาม เพราะอย่างวิลสันเคยพูดไว้ก่อนหน้านั้น วิธีของนิลอาจจะอันตรายมากและอาจไม่รับรองว่าจะสำเร็จ

นิลที่ได้ยินคำพูดของวิลก็เอานิ้วเคาะแผนที่อีกรอบ “มันอธิบายไม่ได้ครับ พวกคุณต้องเจอด้วยตาของพวกคุณเอง” นิลพูดพร้อมกับนึกเหตุการณ์ในตอนที่เขาเจอ มันเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติที่ไม่สามารถอธิบายทางวิทยาศาสตร์

“หวังลี้ นิล” วิลพูดพร้อมกับมองไปยังทั้งคู่

“ค่ะ/ครับ?” หวังลี้กับนิลหันไปมองวิลที่ยิ้มแปลก

“ชอบพนันกันหรือเปล่า” วิลกัดนิ้วตัวเองจนเลือดไหล “มันเล่นแบบนี้ เจ็บแหะ” วิลสันที่ได้ร่างกับมาดูดนิ้วที่เลือดออก

“วิลชอบเล่นพนันหรือครับ” นิลนึกไม่ถึงว่าคนอย่างวิลสันจะบ้าพนัน

“ไม่ได้บ้าพนัน แต่แค่มันชอบความท้าทาย” วิลสันจำได้ดีในฐานะคนที่ใช้ร่างเดียวกัน วิลจะค่อนข้างนิ่งเงียบและสุขุมในทุกสถานการณ์ แต่บางทีมันชอบความท้าทายในชีวิต และถือว่าความท้าทายที่ตัวเองถูกใจสมควรได้รับสิ่งตอบแทนที่เหมาะสม ความจริงที่วิลฟังคำสั่งของเคิร์กก็เพราะวิลเคยยื่นข้อเสนอให้เคิร์ก และเคิร์กก็สามารถทำได้สำเร็จ วิลจึงให้ค่าตอบแทนโดยการฟังคำสั่งทุกอย่างของเคิร์ก ตราบที่คำสั่งของเคิร์กต้องมาจากความคิดของเคิร์กเอง(รับฟังคนอื่นมาสั่งไม่ได้) และวิลต้องเห็นดีเห็นชอบด้วย

“รสนิยมเดียวกับพวกเศรษฐี” หวังลี้พูด เธอเคยพบกับคนรวยหรือชนชั้นสูงมาบ้างเลยเข้าใจนิสัยของคนพวกนี้ดี นิสัยที่ว่าพอถูกใจอะไรก็จะเปทรัพย์สินหรือยศบรรดาศักดิ์ให้ตามอำเภอใจ

“ไม่ต้องกลัวหรอก” วิลสันพูดพร้อมกับอมยิ้ม “เห็นแบบนั้นวิลมันถือว่ารวย ไม่ต้องกลัวมันเบี้ยว”

‘ไม่ได้หมายถึงแบบน้าน’

“พอเถอะครับ เรื่องอื่นค่อยว่าทีหลัง รีบมาเตรียมการให้เสร็จก่อนมืดดีกว่า” นิลพูดก่อนที่จะม้วนแผนที่ใส่กระบอก “ที่สำคัญข้างในจะมืดมากและอาจจะสกปรก ของทุกอย่างถ้าจำเป็นควรเป็นกันน้ำ และระวังด้วยข้างในค่อนข้างอันตรายมาก”

ณ ปัจจุบัน

สามสหาย(+1)ยังเดินในสถานที่มืดมิดไร้แสงสว่างต่อไปด้วยอุปกรณ์ที่มอบแสงสว่าง ตอนแรกวิลลองคิดที่จะใช้รังสีอินฟราเรดเพื่อใช้ในการนำทาง แต่พอลองให้หวังลี้ใช้ความสามารถในการสแกนดูก็พบว่าไม่สามารถตรวจสอบได้แม้แต่นิดเพราะอนุภาคอีเลเมนตร์ที่เข้มข้นมากเกินพิกัด ดังนั่นทุกคนจึงทำได้เพียงใช้แสงไฟสลัวๆที่ส่องแสงได้เพียงอย่างเดียวในอุโมงค์ประหลาดที่มืดมิด(แต่ขนาดใช้สปอร์ตไลท์ก็ยังค่อนข้างมืดอยู่ดีในเมื่ออนุภาคอีเลเมนต์ได้ลดความสว่างจนระยะในการเห็นของพวกเขาไม่เกิน 5 เมตร)

นิลที่ยังเดินนำหน้าทุกคนอยู่ยังคงใช้ไฟฉายส่ายไปส่ายมา ถึงที่นี้จะมีอนุภาคอีเลเมนต์มากกว่าครั้งก่อนหน้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผู้อยู่อาศัยที่เป็นศัตรู

กึก!!!!

นิลที่รู้สึกได้ถึงบางอย่างเขาจึงหยุดนิ่ง

คนอื่นที่ตอนแรกสงสัยก็เริ่มรู้สึกตัวว่ามีบางอย่างกำลังเข้าใกล้พวกเขาถึงพวกเขาทั้งสามจะมองด้านหน้าไม่เห็น แต่มันมีแน่ๆมีบางอย่างกำลังเดินเขามาหาพวกเขา

นิลชูนิ้วโป้งทั้งสองข้างขึ้นเป็นสัญญาณ ‘ตามที่เคยบอกไว้ เร็วเข้า’

วิลสันกับหวังลี้ที่ได้ฟังคำแนะนำของนิลมาก่อนวางอุปกรณ์ส่องสว่างลงบนพื้นที่เหนียวหนืด ก่อนที่จะกระโจนไปที่กำแพงทั้งสองด้านและเอาหลังพิงกำแพงที่เต็มไปด้วยของเหนียวหนืดจนชุดของพวกเขาเลอะของเหลวสีดำจนสังเกตได้ยาก

นิลที่เห็นคนอื่นพร้อมแล้วจึงวางไฟฉายลงบนพื้น และย่อตัวลงพร้อมกับถอดหน้ากากออกวางลงบนพื้น

“ฮือ?” นิลส่งเสียง หลังจากที่เขาเห็นแสงไฟสีขาวที่ส่องสว่างออกมาจากสิ่งปริศนาตรงหน้า เขาจึงยกแขนไปที่ทิศทางของแสงและเปิดไฟกระพริบเป็นรหัสมอส

“คน?” นี้คือความหมายของรหัสมอสที่นิลสื่อ

.........

.........

“...........?”

ปรากฏแสงไฟเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน

“ถ้าทางจะไม่ใช่คน” นิลพูดพร้อมกับชูมือทั้งสองข้างขึ้นและแบมือ

การกระทำของนิลอยู่ภายใต้การสังเกตการณ์ของแสงไฟจำนวนมาก นิลที่ชูแขนขึ้นเห็นจังหวะไฟจึงปิดไฟฉาย และพูดกับอีกสองคนที่เหลือ

“ถ้าไม่อยากถูกยิงตัวแตกก็ทำแบบผม” นิลบอกวิลสันกับหวังลี้  

ไม่ลองสู้หรือหนีหน่อยเหรอ” วิลสันพูดผ่านวิทยุ

“ทั้งจำนวน และยุทโธปกรณ์ต่างกันเกินไป” นิลเหล่ตาสลับไปมาระหว่างวิลสันกับกลุ่มแสงไฟ “ถ้าคุยกันรู้เรื่องและเรื่องจบก็ดี” ‘แต่จากสภาพคงจะไม่ใช่’

“แล้วถ้าการเจรจาล้มเหลว” หวังลี้ถอดหมวกชั้นนอกที่ป้องกันของเหลวสีดำออก เพื่อไม่ให้หมวกขนาดใหญ่ทำให้ขยับตัวลำบากเวลาเข้าต่อสู้

“ฝั่งเราต้องมีคนตาย” นิลพูดพร้อมกับค่อยลดตัวลง “อาจจะตายหมดเลยก็ได้” นิลพูดเสร็จก็ดีดตัวขึ้นพร้อมกับโบกแทน

ปัง!!!! เสียงปืนดังขึ้นจากอีกทางพร้อมกับความรู้สึกเจ็บที่หูขวา

นิลยืนนิ่งก่อนที่จะเอามือจับที่หูขวา และดูที่มือข้างนั้นที่เปรอะเลือดสีแดงของเขา “คงจะคุยกันดีๆที่นี้ไม่ได้สิน่ะ” นิลเอามือดัดคอตัวเองก่อนที่จะลงไปนั่งย่องๆแล้วตะโกนสวน

“นี้เป็นวิธีการทักทายของพวกแกหรือไง” นิลตะโกนเสียงดังท้าทายกลุ่มแสงไฟที่แสดงความไม่เป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด

“เห้ย! ไปยั่วมันทำไม” วิลสันที่ถอดหมวกออกพูด นิลคงจะไม่ได้เป็นบ้าไปแล้วหรอกน่ะ

ฟิ้ว! เสียงลมเสียงหนึ่งดังขึ้นทันทีหลังจากที่วิลสันพูดจบ เสียงลมนั้นเรียกความสนใจของหวังลี้ที่ระบบปรับอุณหภูมิของเธอตรวจเจอคลื่นความร้อนที่ผิดปกติเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่ความร้อนทั้งหมดจะหายไป แต่ดวงตาของเธอที่ไล่ตามที่มาของความร้อนก็เห็นวัตถุก้อนกลมๆที่กำลังดูดซับความร้อนมหาศาลจนทำให้อุณหภูมิรอบด้านลดลงอย่างรวดเร็ว เธอเข้าใจกลไกของมันในทันที ว่ามันจะระเบิด

“แย่แล้วทุกคนระวัง!!!” หวังลี้กระโจนใส่นิลที่อยู่ใกล้ที่สุด เพราะเจ้าระเบิดที่ว่าเนี่ยมันอยู่ด้านหน้าของนิลห่างจากตัวเขาแค่สองเมตร นิลถึงจะยังสวมชุดป้องกันขนาดใหญ่แต่ก็คงทนแรงระเบิดไม่ได้แน่ ถ้าเอาตัวเธอบังก็แค่เปลี่ยนอะไหล่เพิ่มเท่านั่น หวังลี้จึงกล้าเอาตัวบังโดนไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น

นิลที่เห็นหวังลี้กระโจนใส่หวังเอาตัวเขามาบังจึงเบี่ยงตัวหลบหวังลี้ เขาหมุนตัวกลับมาและพูดว่า “วิลฝากหวังลี้ด้วย” เขาพูดก่อนที่เขาหยิบหมวกมาสวมใหม่

“ทำไม!!!!!!” หวังลี้ไม่เข้าใจสิ่งที่นิลทำ แต่ก่อนที่จะได้ทักท้วงอะไรมากกว่านี้ วิลที่ใช้ร่างกายที่เหมือนจะรอคำสั่งของนิลก็ได้คว้าร่างของหวังลี้ไว้

“แผน C” วิลบอกหวังลี้ก่อนที่จะแบกร่างของเธอวิ่งหนี แต่ที่น่าแปลกคือหวังลี้ที่มีร่างกายเป็นเครื่องจักรกลับขยับไม่ได้

แวบ........ตี๊ด

ตูม!!!!

แสงที่ส่องออกมาหายไปพร้อมกับการมาของแรงระเบิดอย่างรุนแรง วิลที่แบกหวังลี้ถูกแรงระเบิดจนตัวปลิ้วไปตามแรงลมเหมือนกับใบไม้กลางพายุ

“อึก!!!” วิลพยายามควบคุมสติตัวเองไม่ให้หลุด และต้องประคองร่างของหวังลี้ที่ตอนนี้เหมือนกับตุ๊กตาไม่ให้กระเด็นไปตามลบ

เขาเปลี่ยนมากอดหวังลี้เอาไว้แน่นแทน

“ร่างกายมัน?” หวังลี้ที่พยายามจะใช้ร่างกายป้องกันวิลก็พบว่าระเบิดนี้ปล่อยคลื่นEMPความถี่สูงออกมาด้วยทำให้ระบบการทำงานล้มเหลวเกือบทั้งหมด ระบบร่างกายก่อนหน้านี้สามารถทนทานได้ แต่ทางสการ์เล็ตไม่สามารถหาข้อมูลกับอะไหล่ให้เธอได้จึงลดระดับเธอลง

“เพราะงั้นนิลจึงฝากฉันยังไงล่ะ” วิลที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศสังเกตถึงแรงลมที่ลดลง เขาจึงหมุนตัวเพื่อกะมุมก่อนที่จะกระแทกพื้น

ปั๊ก! “อ๊อก!”

วิลที่ตัวกระแทกพื้นใช้การหมุนตัวกลิ้งไปตามพื้นเพื่อลดแรงกระแทก

“เห้อ เจ็บชะมัดยาด” วิลที่นอนแผ่อยู่บนพื้นปล่อยร่างของหวังลี้ออกก่อนที่จะเอามือกุมหน้าผาก ร่างกายของเขาในตอนนี้บอกได้คำเดียวคือ ชาทั้งตัว

“พอไว้ไหมค่ะ” หวังลี้ที่นอนทับร่างของวิลลุกขึ้นอย่างลำบาก เธอถามชายที่ยังนอนแผ่อยู่พร้อมเดินไปด้านหน้าอย่างโซซัดโซแซ

“มันไม่เจ็บเท่าไร” วิลพูดพร้อมกับพยายามลุกขึ้น แต่เขาลุกไม่ขึ้นดูแล้ว ระเบิดเมื่อกี้คงสร้างความเสียหายให้กับระบบประสาทมากกว่าการใช้ระเบิดทำลายล้าง

“ให้ช่วยไหมค่ะ” หวังลี้ที่มองเห็นแต่ของเหลวสีดำหันตัวกลับมาถามวิล หลังจากที่สังเกตรอบด้านดู เปลวไฟกับแสงที่เกิดจากการระเบิดถูกสะสมในมิตินี้ทำให้พอมีแสงสว่างให้รู้ว่ามีอะไรข้างใน

“ช่วยหน่อย” วิลคงตอบได้เพียงคำนี้คำเดียว

?  ‘วิลสันมันไม่พูดอะไรเลย สงสัยแรงระเบิดคงส่งผลต่อตัวมันเองด้วย’ วิลนึกในใจ ตามปกติวิลสันคงบ่นแหลกตั้งแต่ตอนที่เขาคล้าตัวหวังลี้แล้ว แต่ตอนนี้มันไม่โผล่ออกมา เขาเป็นห่วงมันบ้างก็จริง แต่ถ้าเขายังสติสัมปชัญญะครบวิลสันก็คงไม่เป็นไรเหมือนกัน

“คนข้างในเป็นอะไรไหม” มีเสียงดังออกมาจากทั่วทิศทางในอุโมงค์ที่ดำมืด

“เสียงนี้” หวังลี้จำเสียงนี้ได้

“อลันเปิดประตูซ่ะ ก่อนที่พวกเราจะตายกันหมด” วิลที่รู้ดีอยู่แล้วพูดขึ้น

แว็บ!!!!

แสงสีขาวส่องสว่างเปลี่ยนอุโมงค์สีดำที่มืดมิดให้กลายเป็นห้องสีขาวหมดจดที่ไม่มีอะไร

“พวกเรามาถึงแล้ว?” หวังลี้เป็นคนที่สงสัยมากที่สุด เธอไม่รู้ว่านิล วิลกับอลันเตียมกันไว้ก่อน เมื่อกันเหตุการณ์ทั้งหมดถูกจัดฉากไว้ตั้งแต่ต้น

ร่างกายของหวังลี้หยุดนิ่งเหมือนถูกมนต์สะกด ดวงตาทั้งสองข้างปิดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการทำงานของร่างกายที่หยุดลงทั้งหมด

เอี๊ยด! ประตูเปิดออกในห้องสีขาวเล็กๆ อลันเดินออกมาพร้อมกับชุดเข็มฉีดยา เขาเดินตรงมายังหวังลี้ด้วยท่าทางเกียจคร้าน และทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย

“โดนมาหนักเลยนี้ แถมยัง...” อลันมองดูใกล้ๆก่อนที่จะห้าว “ฮ่อ ใครมันเอาของแบบนี้มาสร้าง” เขาพูดพร้อมกับเอานิ้วสัมผัสที่หน้าอกของหวังลี้

อกของหวังลี้เปิดออกเผยให้เห็นถึงวงจรไฟฟ้ากับสายไฟมากมาย

“ถามพวกวิศวกรกับหมอสิว่ะ” วิลที่ยังนอนอยู่บนพื้นส่ายหัว “แถมไปจับนมผู้หญิงแบบนั้นมันทุเรศ”

“ขอโทษครับ ชีวิตคนมันสำคัญกว่า” อลันพูดพร้อมกับใช้นิ้วที่สวมถุงมือป้องกันอย่างหนาปลดสายไฟพร้อมกับจัดอะไหล่ที่ได้รับความเสียหายให้เข้าทีกันเพื่อที่จะได้ฉีดยาตรงอวัยวะภายในที่ยังเหลืออยู่ได้ง่ายขึ้น

“แล้วฉันล่ะ” วิลพูดพร้อมกับใช้แรงยกแขนขึ้น

อลันจึงหันไปมองทีหนึ่งก่อนที่จะหันกลับมาจัดการเรื่องของหวังลี้ต่อ

“ระเบิดที่พวกนายโดนนั่นเน้นทำลายระบบอิเล็กทรอนิกส์กับระบบไฟฟ้า อนุภาคการทำลายล้างของมันต่ำ”

“ซัดซ่ะฉันปลิ้วเลยน่ะนั้น”

“ระเบิดจะปล่อยอนุภาคแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้อุณหภูมิรอบข้างเพิ่มขึ้นเพื่อทำการดูดอุณหภูมิที่ได้กลับมาและใช้เป็นระเบิดที่ไม่ต้องใช้ดินปืนหรือเชื้อเพลิง” อลันพูดพร้อมกับฉีดยาเข้าไปในอกของหวังลี้ “โอ๊ะ เลือกว่าจะเป็นระเบิดทำลายล้างหรือระเบิดแสงไว้จับกุมได้ไม่พอ ยังเก็บคืนไว้ใช่ต่อได้ด้วยน่ะ”

“นายเห็นพวกฉันถูกกระทืบเหรอ?” วิลพูด เพราะคำพูดของอลันเหมือนกับคนที่อยู่ในเหตุการณ์

“เปล่า บังเอิญว่าเคยโดนมากลับตัวน่ะเลยรู้” อลันพูดอย่างไม่ใส่ใจ เอาจริงๆเขาขยาดมากกว่า ตอนที่เจอทางเดินนี้โดยบังเอิญครั้งแรกนี้ เจอพวกหมาเวรรุมตืบจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน

วิลที่ได้ยินแบบนั่นรู้สึกเพลีย เขาหลับตาเพราะเหนื่อยและยังชาไปทั้งตัว ตอนนี้เขาอย่างจะพัก แต่ก็พักไม่ได้

“แล้วจะเอาไงกับนิลล่ะ” วิลบอกอลัน ประโยคนี้ทำให้อลันขมวดคิ้วและหันกลับมา

“เขาไม่ได้มากับคุณเหรอ” อลันที่ตอนแรกเห็นวิลอยู่กับนิลก่อนมาสงสัย ตอนแรกเขาคิดว่านิลคงจะแสตนบายด์ที่อื่น

“โดนแรงระเบิดเมื่อกี้เลยหลงกัน” วิลพูดพร้อมกับเอนหัวขึ้น

อลันถอดถุงมือที่เลอะของเหลวจนสกปรกออก เขาเดินมาหาวิลที่นอนแผ่อยู่

“อยู่ที่ไหนน่ะ” อลันก้มตัวลงถาม

วิลหลับตาข้างหนึ่งก่อนที่จะเลิกเอนหัว “โดนแรงระเบิด สงสัยคงถูกจับไปแล้ว” วิลพูดจบก็หลับตาอีกข้าง

“เอาจริง!!!!????” อลันพูดพร้อมกับเอามือนวดขมับ

.........

อลันมองไปยังวิลที่ไม่ตอบกลับ

“คร่อก” วิลกรนให้กับอลัน

“หลับไปแล้ว” อลันปวดหัวในทันที เขาต้องรู้ให้ได้ว่านิลถูกฝ่ายไหนจับตัวไปจะได้ติดต่อหาตัวกลับได้ ถ้าขืนช้ากว่านี้มีหวังคง.............

“นิลหวังว่าคงถูกจับบูชายัญน่ะ” อลันได้แต่คิดถึงฉากจบของนิลที่ถูกจับตัวไป ถ้าเป็นแบบอื่นเขาคงจะกู้กลับมายาก!!!!!!!




NEKOPOST.NET