P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 88 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.88 - งานง่ายๆ (เอาจริงเหรอ???)


วันที่ 14 เมษายน  ค.ศ. 2042 ไม่ทราบเวลาที่แน่ชัด

ณ ชายหาดลับตาคน  

“ทุกคนเป็นไงบ้าง” นิลถามคนที่จะได้ฐานปล่อยจรวด ถ้าไปแล้วจะกลับไม่ได้จนกว่าจะเสร็จภารกิจ

“เท่าที่เห็น” วิลสันพูดพร้อมกับกางแขนโชว์เครื่องสวมใส่ของตัวเอง

วิลสันสวมชุดลายพรางกันน้ำสีเทาอ่อนกับรองเท้าบู๊ทสำหรับปีนเขา และแบกกระเป๋าสำหรับเดินทางที่มีกลไกสำหรับกางเต็นม์พร้อมกับอุปกรณ์พรางตัวพื้นฐาน

“อึม” นิลพยักหน้า การมีอุปกรณ์พรางตัวเองก็สำคัญ ถึงจะใช้กับพวกสัตว์ประหลาดไม่ค่อยได้ แต่กับพวกตาถั่วบ้างทีก็มีประโยชน์

วิลสันตบชุดจนฝุ่นคลุ้ง เมื่อตอนที่เข้าสการ์เล็ตใหม่ๆ วิลต้องการชุดเก่าๆของทหารเพื่อใช้ในพื้นที่แถบภูเขาหินกับภูเขาหิมะ วิลถึงกับไปโซนแดงที่มีสงครามเต็มรูปแบบเพื่อไปขุดเอาชุดจากศพมาใช้เอง แต่พอเอาเข้าจริงก็ใช้ได้ไม่กี่ครั้งจนฝุ่นจับ เศษดินเลอะไปหมด

“แล้ว?” วิลสันมองไปยังนิลก่อนที่จะเกาหัว “ไปกันสามคนใช้ไหม”

“ใช่” นิลตอบสั้นๆ “คนเยอะกว่านี้มันค่อนข้างอันตราย แล้ววิลไม่ได้บอกแผนการ?” เขาจำได้ว่าเอาวิธีการบอกกับวิลไปแล้ว แต่......วิลเองก็ไม่ใช่คนประมาทเจ้าตัวคงวางแผนอะไรสักอย่าง

“มาแล้วคะ” หวังลี้ยกม้วนทบกันน้ำสีขาวสูงกว่าตัวเธอ และวางลงบนพื้นเบาๆ “อัดแน่นเท่าที่จะทำได้” เธอพูดพร้อมกับเอามือสัมผัสกับม้วนเพื่อแสกนคุณสมบัติที่เธอให้ช่างอัดจนแน่น แน่นอนว่าใช้เงินกับทรัพยากรไปไม่น้อย

นิลเดินเขามาดูวัตถุดิบที่เขาขอให้หวังลี้ทำ ตอนแรกเขากำลังกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ในเมื่อมีคนอย่างหวังลี้มาช่วยพร้อมกับพวกอุปกรณ์พวกนี้คงจะปลอดภัยมากกว่าเก่า

“เอาล่ะ ขอเตือนไว้ก่อน” นิลเปิดแท็บเล็ตขึ้นมาเพื่อดูพยากรณ์อากาศ ยุคนี้พยากรณ์อากาศจะบอกถึงปริมาณอนุภาคอีเลเมนต์และบอกความเป็นพิษตามสถานที่ๆปนเปื้อนอนุภาคอันตราย ซึ่งมันค่อนข้างเป็นประโยชน์เลยทีเดียว

“ผมจะพาพวกคุณวาร์ปไป” นิลทำหน้าบึ้ง

“วาร์ป?” วิลสันยี้ปาก ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อหรือตกใจเรื่องน่าเหลือเชือแบบนี้หรอก เอาจริงคนที่มีพลังอีเลเมนต์เกี่ยวกับมิติมันก็มี ยกตัวอย่างเช่นโดโรธีที่เปิดช่องว่างระหว่างมิติได้ หรือหน่วยรบพิเศษที่มีคนเชี่ยวชาญการใช้ประโยชน์นี้ตรวจสอบทฤษฎีรูหนอน แต่แค่อุปกรณ์นิดหน่อยคิดที่วาร์ปมีหวังตัวแตกกันหมด

“ดิฉันคิดว่ามันไม่พอ” หวังลี้เองก็คิดแบบเดียวกับวิลสัน ตอนที่เธอยังทำงานให้กับเวอร์มิลเลี่ยนเองก็เคยเข้าชมนิทรรศการทฤษฎีรูหนอนที่มีนักวิทยาศาสตร์กับนักวิจัยในฐานะบอดี้การ์ด แต่ผลการทดลองก็ยังไม่คืบหน้าสักเท่าไร ยังไม่มีใครที่สามารถทำให้ทฤษฎีรูหนอนเสถียรในภาคปฏิบัติ

“อธิบายยาก แต่มันค่อนข้างอันตรายถ้าคนเยอะ” นิลพูดด้วยประสบการณ์ที่เจอมากับตัว “ผมเคยถูกคนไล่ล่าเป็นสิบ และไปเจอกับสักอย่าง แล้วคนที่ตามมาก็รอดกันไม่กี่คน”

“อธิบายให้ใครฟัง?” วิลสันเกาหัวตัวเอง “ตกลงเจออะไรกันแน่”

“คงต้องไปดูด้วยตาตัวเอง” หวังลี้เริ่มสนใจมากขึ้น ถ้าอนุภาคอีเลเมนต์ทำให้มิติบิดเบี้ยวจนเกิดช่องว่างให้ผลแบบเดียวกับการเปิดช่องว่างระหว่างมิติของโดโรธี เธอที่มีร่างกายพิเศษน่าจะลองดู

“เธอยังไปเลย นายก็ไปด้วย” นิลบอกวิลสัน

“เห้ย? เรื่องอะไร” วิลสันพูดปฏิเสธ ‘ทำตามที่นิลบอกไปซ่ะ’ “วิลนายเอาจริงเหรอ? ถึงตายเลยน่ะ” วิลสันตะโกนโหวกเหวกคนเดียวเหมือนคนบ้า

วิลสันผงกหัว และเงยหน้าขึ้น “ขอโทษทีที่ทำให้รำคาญ” วิลเอานิ้วนวดจมูก “ไปกันเถอะ อย่าเสียเวลาเลย”

นิลกับหวังลี้มองหน้ากันก่อนที่จะทั้งสองคนจะยกของที่จำเป็น

“ผมซื้อเรือถูกๆมาลำหนึ่ง เอาของขึ้นตรงนั้น” นิลพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปยังชายหาดที่อยู่ใกล้ที่สุด

จุดหมายปลายนิ้วคือเรือไม้เก่าๆโกโรโกโสที่จะพังแลมิพังแลลำหนึ่ง

“ผมดัดแปลงมันนิดหน่อย” นิลพูดพร้อมกับยกของไปที่เรือ

“ถ้ามันรับน้ำหนักไม่ไหวอุปกรณ์ชูชีพพื้นฐานก็น่าจะช่วยประคองได้” วิลพูดเหมือนกับหนังเก่าให้คนหนึ่งใช้อุปกรณ์ลอยตัวและเกาะไปกับตัวเรือสบายสำหรับคนที่ฝึกร่างกายมาก็สามารถทำได้สบาย

หวังลี้ใช้ตาแสกนพื้นฐานโครงสร้างของเรือเก่าๆที่มีกลไกบางอย่าง

ท้องเรือสองชั้น :ชั้นล่างเป็นทุ่นลอยมาขึงเพื่อกระจายน้ำหนัก และชั้นบนเป็นไม้กระดาษกับไฟเบอร์กลาส

“แล้วถ้าเอาม้วนโพลียูรีเทน(Polyurethane)อัดผูกกับตัวเรือให้ลอยน้ำก็ลดภาระต่อตัวเรือได้” หวังลี้พูด แต่เธอก็ยังกังวลอยู่ วัสดุที่นิลใช้ซ่อมเร่งด่วนมีคุณสมบัติที่เหมาะสมก็จริง แต่ก็เก่าและเสื่อมสภาพมาก แต่ละคนต่างก็มีของหนักเต็มตัว รวมๆแล้วก็หนักเกือบ 500 ปอนด์ วัสดุที่ใช้ทำเรือคุณภาพคงจะสึกในทันที

“ถ้าไปรอดก็พอ แต่เธอละไว้ไหม” วิลที่เข้าใจสีหน้าของหวังลี้ พูดลดความกังวลใจให้เจ้าตัว วิลพูดพร้อมกับลองเปรียบเทียบดู หวังลี้แสดงความกังวลใจได้ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร น่าจะเป็นเพราะว่าใช้อุปกรณ์คุณภาพต่ำที่ไม่สามารถวัสดุระดับเดียวกับที่อลันใช้ อีแบบนี้จะไว้ไหมน่ะ ถ้าเกิดมันขัดข้องกลางทางจนหมดสภาพคงจะลำบาก

“ระบบสั่งการของดิฉันเชื่อมต่อกับศูนย์บัญชาการ พวกเขาสามารถตรวจสอบสภาพของฉัน และมอบคำสั่งตามความเหมาะสม”

“แล้วทำไมของผมใช้ติดต่อไม่ได้” นิลพูดพร้อมกับเอามือลูบท้ายทอยที่หุ้มด้วยแผ่นซิลิโคน ถ้าหวังลี้สามารถติดต่อกับศูนย์บัญชาการเพื่อรับคำชี้แนะได้ แล้วเขาที่ให้ผ่าตัดติดโปรแกรมเหมือนกันก็น่าจะมีระบบแบบนั้นด้วย

หวังลี้ที่ได้ยินดังนั่นส่ายหัว “ร่างกายของคุณพิเศษเกินไป เทคโนโลยีการแพทย์ที่มีอยู่ใช้กับคุณไม่ได้ผล การตัดแต่งมีแต่จะทำให้ร่างกายของคุณต่อต้าน” หวังลี้พูด จากการบอกกล่าวของนักวิทยาศาสตร์ของสการ์เล็ต ร่างกายของนิลมีการปรับเปลี่ยนแทบจะตลอดเวลา ถ้าจะพูดให้ถูกควรใช้คำว่าวิวัฒนาการมากกว่า เดิมทีนิลมีการปลูกถ่ายนาโนแมชชีนอยู่ก่อนแล้ว แต่หลังจากที่นิลบังคับยานรบด้วยประสาทสัมผัสทำให้มีผลเสียเกิดขึ้นกับร่างกาย ร่างกายของนิลจึงดัดแปลงตัวเองให้ต่อต้านระบบไฟฟ้าภายนอกที่ไม่เกี่ยวกับระบบการทำงานของร่างกายตัวเอง ดังนั่นตามที่ไม่สามารถหาวิธีการทำให้ระบบการทำงานของร่างกายไม่ให้ต่อต้าน การผ่าตัดตกแต่งที่เหมือนกับเอาสิ่งแปลกปลอมปลูกถ่ายใส่ร่างกายจะมีอันตรายถึงชีวิต

“ลำบากแหะ” นิลพูดพร้อมกับครุ่นคิด เขาไม่มีอคติเรื่องผ่าตัดดัดแปลงร่างกายสักเท่าไร แถมยังคิดว่ามันมีประโยชน์ด้วยซ้ำ แบบนี้คงรีบไปพบกับอลันให้เร็วที่สุด เขาน่าจะเป็นคนที่เข้าใจสภาพร่างกายของเขาไม่แพ้อลิซาเบธ เวอร์มิลเลี่ยน

‘เอาเถอะ ถ้ายังไหวละก็น่ะ’ นิลคิด ตอนนี้เขาไม่มีอาการปวดหัวเหมือนวันก่อนๆ แต่เขายังกังวลว่าผลมันจะกลับมาเหมือนเดิม กันไว้ดีกว่าแก้ อลันน่าจะอธิบายเหตุผลกับจัดการเรื่องเขาได้

“คุยกันสนุก ไม่คิดจะมาช่วยกันเลย” วิลที่กำลังเอาค้อนตอกตะปูบ่น ตั้งแต่ตอนที่นิลชี้นิ้วเขาก็รีบเข้าไปเช็คสภาพและต่อเติมเรือโกโรโกโสนี้ให้บรรทุกคนกับสิ่งของไม่ให้จม แต่ดูเจ้าพวกนี้คุยกันสิ ไม่สนใจหน้าที่ปล่อยให้เขาต้องทำเรื่องแบบนี้คนเดียว

“ขอโทษ/ขอโทษคะ”

 

หลังจากนั่นครึ่งชั่วโมง

 

เรือไม้เก่าๆที่ห่มด้วยม้วนอย่างดี กำลังลอยนิ่งๆตามกระแสลมของคลื่นทะเลที่ค่อยๆพาเรือพัดออกจากชายฝั่ง ดูๆไปแล้วเหมือนกับขยะพลาสติกเก่าๆที่ถูกพัดมากกว่าเรือที่กำลังบรรทุกผู้โดยสารสามคน

“เย็นจริงๆ” วิลที่หมอบในเรือโดยเอาหัวยื่นออกไปนอกม้วนที่ใช้สำหรับพรางตัว “เห้อ! ถ้าได้นอนแบบนี้ทั้งวันก็ดี” กลิ่นลมชายทะเลพัดผ่าน สำหรับวิลที่ไม่ค่อยได้ออกมาสูดลมธรรมชาติเพราะเป็นคนเมืองแล้ว(ไม่ก็เจอแต่ที่ทุรกันดาร) มันถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่เลว

“ตรงนั่นนิ่งที่สุด” นิลที่กำลังดูกราฟสามมิติแสดงความผันผวนของอนุภาคอีเลเมนต์ในพื้นที่เพื่อที่ๆเหมาะสมในการวาร์ป “คุณหวังลี้มีอะไรผิดปกติไหมครับ” เขาถามหวังลี้ที่กำลังเฝ้าระวังเหตุการณ์ในพื้นที่ นิลอุตส่าห์ไปขุดของอันตรายเพื่อใช้กับอุปกรณ์วาร์ป แต่มันมีโอกาสที่จะดึงดูดบางอย่างที่ไม่ต้องการแทน ดังนั่นการเฝ้าระวัง และให้หวังลี้ที่สามารถติดต่อกับศูนย์บัญชาการ ถ้ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น เธอจะรู้เป็นคนและติดต่อกับศูนย์บัญชาการเพื่อให้ทหารที่ประจำการอยู่จัดการข้าศึกที่รุกล้ำในทันที

“ทุกอย่างปกติ ตัวตรวจจับคลื่นอีเลเมนต์ไม่พบสิ่งแปลกปลอม” หวังลี้พูด เธอที่เปิดระบบเชื่อมต่อกับดาวเทียมเป็นคนเดียวที่สามารถรับรู้สิ่งต่างๆในรัศมี 20 ไมล์ทะเล

“งั้นผมจะเปิดเครื่องละครับ” นิลที่รู้ว่าตอนนี้ปลอดภัยจึงปิดกราฟและหยิบอุปกรณ์ที่ได้จากคนเก็บขยะมา เขาดัดแปลงมันเพื่อที่จะให้มันดูดอนุภาคอีเลเมนต์และสร้างอุโมงค์ขึ้นเพื่อใช้ในการเดินทาง

“งั้นดิฉันจะจัดการให้เอง” หวังลี้ที่ตัดการเชื่อมต่อกับดาวเทียมหยิบชุดสีดำสนิทที่อยู่ใต้ม้วนออกมาแจกจ่ายให้นิลกับวิล “ชุดป้องกันพิษอีเลเมนต์” เธอพูดชุดคลุมกันน้ำสีดำนี้ทำจากสสารที่ทำปฏิกิริยากับอนุภาคอีเลเมนต์จนมันอิ่มตัว ซึ่งหวังลี้ให้ชุดแบบนี้กับทุกคนก็เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายถูกอนุภาคอีเลเมนต์ที่อันตรายจนเกิดอาการอีเลเมนต์เป็นพิษนั้นเอง

“ขอบคุณครับ” นิลหยิบชุดมาสวมคนแรก เขาเคยผ่านมันมาก็จริง แต่กับสถานที่เขาไม่แน่ใจและให้คำอธิบายไม่ได้การสวมอุปกรณ์ป้องกันความเหมาะสมก็ลดความเสียหายได้มากโข

“ท่าทางจะขยับยาก” วิลที่หมอบพูดหลังอยู่เอามือล้วงไปหยิบชุดคลุมมาดู ซึ่งสำหรับเขาที่ชอบใส่สิ่งของคล่องตัวถือว่าไม่สบอารมณ์เท่าไร จากความยืดหยุ่นและน้ำหนักของมัน ชุดในสมัยก่อนที่เขายังใช้ชีวิตในดินแดนอาหรับและชุดที่ใช้ใส่ป้องกันรังสีของดวงอาทิตย์ยังโล่งสบายกว่ามาก

เปรี้ยง!!!!

!

!

!

มันเป็นสิ่งที่ผิดปกติมากที่ในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งจะมีฟ้าผ่า และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเสียงฟ้าร้องที่ดังมากถึงขนาดทำให้วิลที่เป็นคนสุขุมตัวดีดในทันที

“อะไร?” วิลที่ไม่เคยได้ยินเสียงฟ้าร้องที่ดังแบบนี้มาก่อน

เปรี้ยง!!!!!!

?

ทั้งนิลกับวิลเอามืออุดหู ยกเว้นหวังลี้ที่ไม่ได้รับผลกระทบเพราะความเข้มของเสียง

“ฟ้าฝ่าไม่หยุด โฮ๊ย!!” นิลที่รู้สึกเหมือนหูแทบแตกพูด ฟ้าผ่าที่ต่อเนื่องไม่หยุดราวกับว่าฟ้าแลบกำลังฉีกท้องฟ้าให้เป็นเสี่ยง และท้องฟ้ากับร้องอย่างทรมาน เสียงพวกนี้ทำให้นิลปวดหัวอีกครั้ง

 

 

ณ ชายฝั่ง

“ทุกคนรีบขึ้นมาเร็ว” ไลฟ์การ์ดกับกองกำลังป้องกันตนเองในพื้นที่บอกผู้คนที่ตอนนี้กำลังแตกตื่นกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“เมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลย” คู่รักที่มาเที่ยวพักผ่อนพูดอย่างขวัญเสียที่อยู่ดีๆก็มีฟ้าผ่าลงมาโดยไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย แถมตอนนี้ยังผ่าไม่หยุด

“นั้นมัน!” ชายที่ใช้กล่องส่องทางไกลของประภาคารมองเห็นบางอย่างบนผิวทะเล เขารีบวิ่งไปกดสัญญาณเตือนคลื่นสนามิพร้อมกับประกาศ

“ตอนนี้เกิดคลื่นยักษ์กำลังจะถล่มเข้าชายฝั่ง ขอย้ำมีคลื่นยักษ์กำลังถล่มชายฝั่ง”

เสียงประกาศดังไปทั่วหมู่เกาะใกล้เคียง สำหรับคนที่อาศัยอยู่ที่นี้การเกิดคลื่นยักษ์ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่พวกเขาไม่เคยเจอปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ผิดปกติแบบนี้มาก่อน พายุฟ้าฝ่ากลางวันแสกๆ กับไม่มีเค้าลางอะไรก็เกิดคลื่นยักษ์ถล่มชายฝั่ง

“ทุกหน่วยฟัง เปิดระบบแนบป้องกันคลื่นยักษ์โดยด่วน” เจ้าหน้าที่ในศูนย์ป้องกันภัยทางทะเลออกคำสั่งให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนในบริเวณใกล้เคียง

“ครับ/คะ” เจ้าหน้าที่ทั้งหมดเปิดระบบตามคำสั่ง

คึก คึก ครืน!!!!!

ฉับพลันบริเวณชายหาดก็มีแนบกันทบที่ทำจากโลหะโผล่พรวดขึ้นมา ทำนบเทียมเหล่านั่นปล่อยพลังอนุภาคอีเลเมนต์จำนวนมหาศาลเหมือนกับก้อนวุ้นที่เตรียมพร้อมรับแรงกระแทกมหาศาลจากคลื่นน้ำมัจจุราชที่จะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางทางมัน

 

“เวรเอย ตรงนู่นกำลังจะวอดวาย ตรงนี้คนที่รู้เรื่องดันเป็นซ่ะแบบนี้อีก” วิลที่ใช้มือทั้งสองข้างจับตัวเรือเพื่อไม่ให้เขากระเด็นออกไปนอกเรือ ที่เขาต้องขบถออกมาแบบนี้ก็เพราะดูเหมือนว่าสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นจะเป็นฝีมือของพวกเขา และตัวต้นเหตุยังปวดหัวน้ำลายฟูมปากอีก

“อึก! อัก!” นิลพูดไม่เป็นภาษามนุษย์เพราะความเจ็บปวด ถ้าไม่เป็นเพราะตัวเรือหุ้มด้วยม้วนขาวที่ใช้พรางตัวกับเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อใช้เปิดอุโมงค์ หวังลี้คงไม่มีปัญญาล็อกตัวนิลที่ดิ้นเพราะความเจ็บปวดไม่ให้ถูกคลื่นยักษ์กลืนไปแล้ว

“อ๊าก!!!” นิลร้องคำรามเสียงดังก่อนที่เขาจะหยุดนิ่ง

“เป็นอะไรไหม” หวังลี้ถามด้วยความเป็นห่วง สถานการณ์ของพวกเธอในตอนนี้อันตรายมาก เรือที่ใช้แตกและน้ำท่วมทะลัก ถ้าไม่ใช่เพราะการเสริมแกร่งและการใช้ม้วนช่วยยื้อชีวิตมันไว้ เรือก็คงจะแหลกเป็นเศษไม้ไปแล้ว

“หวังลี้ วิลขับมันเข้าไปในนั้น” นิลประคองตัวขึ้นก่อนที่จะชี้ไปยังจุดที่มีฟ้าผ่าตลอดเวลา “มันคือทางเข้า”

วิลมองไปยังจุดที่นิ้วชี้ มันคือพื้นที่ของทะเลที่มีฟ้าผ่าตลอดเวลาจนมีแต่แสงสีขาว แต่ชั่วขณะหนึ่งเขาเห็นอะไรบ้างอย่าง

“!!! เข้าใจแล้ว” วิลหยิบม้วนมารองตัวเขาเอาไว้ “หวัง เอานิลมานี้เร็ว!” เขาบอกหวังลี้ที่กำลังประคองนิลอยู่

“เข้าใจแล้ว” เธอเข้าใจสิ่งที่นิลกับวิลต้องการ เพราะเธอเองก็เห็นเหมือนกันหลุมสีดำที่กำลังดูดน้ำทะเลมหาศาลเข้าไปในนั้น

หวังลี้เอาตัวนิลแนบชิดวิลก่อนที่เธอจะเอาตัวของเธอทับเพื่อใช้เป็นโล่กำบังที่หุ้มด้วยม้วนอีกชั้นหนึ่ง

ครืน!!!!!

หลุมดำที่ดูดน้ำทะเลเข้าไปปล่อยบางอย่างที่มองไม่เห็นจนทำให้ตัวตรวจสอบของหวังลี้ทำงานผิดปกติ

“ทั้งคลื่นและอนุภาค?มหาศาล!” หวังลี้ตรวจเจอทั้งคลื่นและอนุภาคอีเลเมนต์ที่หลุดดำปล่อยออกมามหาศาล นี้คงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้สภาพอากาศเลวร้ายฉับพลัน

“เห้ย!!! ขนาดมัน” วิลที่มองผ่านแว่นกันกระแทกเห็นหลุมดำที่เพิ่มขนาดอย่างฉับพลัน ถ้าเขาคิดไม่ผิดรู้สึกว่าจะใกล้หายไปเต็มทีเหมือนกับแสงเทียนที่ส่องสว่างก่อนที่มันจะดับลง “ไม่ปล่อยให้แกดับไปง่ายๆหรอก”

วิลหยิบระเบิด C4 ที่เตรียมไว้และโยนออกไปนอกตัวเรือที่แตกเป็นเสี่ยงๆ

เมื่อเห็นว่าระเบิดลอยห่างจากพวกเขาพอสมควร วิลก็กดชนวนให้มันระเบิด

ปิ๊บ!!! ตูม!!!!!!

ระเบิดทำงานจนเกิดประกายท่ามกลางพายุคลื่น แต่ทันทีที่เกิดระเบิดหลุมดำปริศนาก็ทำการดูดทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีของแรงระเบิดทั้งหมด

“เข้าใจคิด” นิลเอย วิลอาศัยให้แรงระเบิดสร้างปฏิกิริยาในอาณาเขต มิติที่พยายามทำให้หลุมดำเข้าสู่ความสมดุลจึงดูดแรงระเบิดในอาณาเขตใกล้เคียงไปด้วย

 

ปึ๊ก!

เสียงเหมือนกับทีวีถูกปิด หรือคอมพิวเตอร์ไฟดับ วิลที่หลับตาในช่วงที่ดูดเข้าไปพบว่าตัวเขากำลังอยู่ในความมืดมิดที่พูดไม่ถูก

“เป็นอะไรไหมครับ” เสียงของนิลดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟจากไฟฉายที่ส่องใส่

“โอะ อย่าส่องใส่ตาสิ” วิลที่เห็นแสงเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังนอนหงายบนพื้น เขาจึงลุกขึ้นด้วยความงุนงง

“ที่นี้มันที่ไหน” เขาสงสัยกับรอบข้างที่ไม่มีแม้แต่แสงแต่เต็มไปด้วยเมือกสีดำสนิท

“มิติที่ซ้อนทับระหว่างมิติที่เราอยู่กับมิติที่ถูกทอดทิ้ง” นิลที่เข้าในเพียงคราวๆตอบ

“อ่อเหรอ” วิลที่ฟังแต่ไม่เข้าใจจึงตอบตามมารยาท “แล้วหวังล่ะ?”

“เธออยู่นู่นครับ” นิลชี้ไปยังแสงไฟเล็กๆอีกจุดหนึ่ง เขาเห็นหวังลี้กำลังเอามือเคาะหูตัวเอง

“ฟื้นแล้วหรือคะ” หวังลี้พูดพร้อมกับเดินมาหา ทั้งที่พวกเขาอยู่ใกล้กัน แต่แสงไฟฉายกับรีบหรี่จนเหมือนกับว่ามีอนุภาคบางอย่างบดบังความสว่าง

“ติดต่อได้ไหม” นิลถาม

“ไม่ได้คะ” หวังลี้ตอบนิลเธอไม่สามารถติดต่อกับศูนย์บัญชาการได้ สัญญาณมีแต่ความว่างเปล่าเหมือนกับว่าที่นี้จะเป็นอีกมิติที่นิลบอกจริงๆ

“ฉันหลับไปนานเท่าไร” วิลถามเพราะดูแล้วเขาจะนอนนานเกินไปจนหน้าเขาเลอะเมือกสีดำ

“ไม่รู้ครับ ตอนเขามาพวกเรากระจัดกระจาย แต่ถ้าผมนึกถึงคุณผมก็จะหาคุณเจอ” นิลพูด เขาที่ได้รับความทรงจำกลับมาอีกส่วนหนึ่งบอก ตอนแรกทุกคนกระจัดกระจายกันหมด แต่เขาเป็นคนที่ไปเจอหวังลี้ที่กำลังซ่อมแซมร่างกายที่ได้รับแรงกระแทกอย่างแรง และค่อยมาเจอวิลทีหลังในเวลาไล่เลี่ย

“เราจะไปหาอลันด้วยวิธีนึกเหรอ?” วิลที่ฟังนิลตอบ เริ่มคิดความเป็นไปได้ ถ้าแค่นึกกันก็ทำให้พวกเขาสามคนมาเจอกันได้ ถ้างั้นถ้านึกถึงอลันแล้วเดินต่อไปเรื่อยๆก็จะสามารถไปยังที่อยู่ของอลันได้

“ตามนั่นครับ” นิลตอบ

“สั้นๆแบบนี้ฉันชอบ” วิลพูดพร้อมกับดูเมือกสีดำที่เขาไม่รู้ว่าอันตรวยหรือไม่ แต่เขาก็เช็ดและสวมหมวกป้องกันดีกว่า “แล้ว.......จะเดินไปทางไหน” วิลถามต่อ การนึกและเดินอาจจะง่ายก็จริง แต่ก็ไม่มีมีความแน่นอน ถ้าเกิดมิติมันพาเราไปยังที่อยู่ที่อลันเคยไปเหมือนกับฐานทัพเก่าที่โคลัมเบียเงี่ยจะเอาไง

“มันมีสัญญาลักษณ์อยู่นะครับ ถ้าเจอก็ไปได้” นิลพูดพร้อมกับใช้ไฟฉายส่องพื้นกับท้องฟ้าที่ไม่รู้ว่ามีอะไร

“ใช่อันนั้นหรือเปล่า” หวังลี้ใช้แสงไฟความเข้มสูงชี้ไปอุโมงค์สีดำท่ามกลางเมือกดำ

“นั้นล่ะครับ สัญญาณ” นิลที่ดีใจตอบ เขาเคยใช้วิธีนี้ในการเดินทางของเขา แต่เพราะเขาไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนจึงทำให้ติดอยู่ในที่นี้หาสัญญาลักษณ์ไม่เจอเป็นวันจนเกือบอดตาย “ถ้าเดินเข้าไปเรื่อยๆจนถึงจุดหนึ่งเราจะเจอกับที่ๆใกล้กับที่ๆอลันอยู่ที่สุด”

“คือไม่แน่นอนว่างั้น”

“ผมเลยบอกว่าไม่ 100% ไง” นิลบอกวิล เขาไม่เคยใช้อุโมงค์หาคนหรือสิ่งมีชีวิตมาก่อน ดังนั่นจึงตอบได้เพียงคราวๆว่าสามารถไปยังที่ๆใกล้เคียงที่สุด แต่ถ้าโชคดีอลันอาจจะเป็นคนเจอพวกเขาและเป็นคนเปิดมิติเอง

“เราคงต้องเดินเข้าไปถึงจะรู้” หวังลี้ที่รู้สึกคึกพูด เธอกำลังได้สำรวจและเจอความรู้ของมิติ ซึ่งในยุคนี้คนที่ยิ่งรู้ก็ยิ่งได้เปรียบ

 

ณ เรือดำน้ำที่สการ์เล็ตใช้เป็นศูนย์บัญชาการชั่วคราว

“ติดต่อกับหวังลี้ได้ไหม?” เคิร์กถามฝ่ายสื่อสาร

“ไม่ได้ครับ เราหาสัญญาณไม่เจอเลย” ฝ่ายสื่อสารที่ใช้อุปกรณ์มากมายเพื่อหาสัญญาของหวังลี้พูดอย่างจนปัญญา ราวกับว่าพายุนั้นทำให้ตัวต้นของเป้าหมายหายไป

เคิร์กที่ได้ยินดังนั่นจึงครุ่นคิด “คงต้องรอให้ดาวเทียมกลับมาใช้งานได้เหมือนเดินอย่างเดียวสิน่ะ”

เคิร์กพร้อมกับดูสัญญาณของดาวเทียมที่ดับไป ดาวเทียมนี้เป็นดาวเทียมเก่าๆในสมัยสงครามเย็นที่ทางอดีตสการ์เล็ตประมูลซื้อมาในตลาดมืดก่อนที่จะดัดแปลงให้เป็นดาวเทียมสำหรับสื่อสารของพวกเขา(โดยใช้สัญญาณช่องโทรทัศน์เป็นช่องหลอก) แต่พอเกิดพายุ คลื่นกับอนุภาคอีเลเมนต์ก็ทำให้การติดต่อกับออกคำสั่งกับดาวเทียมถูกขัดขวาง ตอนนี้ฝ่ายเทคนิคกำลังกู้คืนสุดความสามารถ

“และความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชายหาดล่ะ” เคิร์กถามเจ้าหน้าทางทะเลของหมู่เกาะที่งานรัดตัว

“เราพอจะหลักเลี่ยงความเสียหายได้ แต่ก็มีพื้นที่ชายหาดบางส่วนถูกทำลายครับ” เขาพูดตอนที่ระบบป้องกันทำงาน คลื่นอีเลเมนต์มหาศาลทำให้ระบบบางจุดไม่ทำงาน จนพวกเขาต้องใช้สำรองช่วยลดความเสียหายแทน

“ก็ยังดี” เคิร์กโล่งอก เพราะตอนเกิดพายุอีเลเมนต์ เขานึกว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกับที่เวนิส...... เวนิส?

เวนิสทำให้เคิร์กนึกขึ้นได้ เหตุการณ์ครั้งนี้เหมือนกับที่เวนิสมาก(ถ้าไม่นับตรงที่หมู่เกาะนี้มีระบบป้องกันแผ่นดินไหวกับคลื่นสึนามิที่เวนิสไม่มี)

ถ้าเกิดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดเพราะนิลเปิดมิติในการวาร์ป แล้วที่เวนิสใครเป็นคนเปิดมิติ??

“ออกคำสั่งไป” เคิร์กพูดก่อนที่จะลองนึกคำนวณกำลังพล “ส่งหน่วยหนึ่งไปที่เวนิส ฉันมีเรื่องที่อย่างรู้สักหน่อย”




NEKOPOST.NET