P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 86 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.86 - งานง่ายๆ (เหรอ???)


วันที่ 14 เมษายน  ค.ศ. 2042 เวลา 11: 13 น. ตามเวลาท้องถิ่น 

เกาะ ทางตอนใต้ของหมู่เกาะฟิลิปปินส์

“มีลูกไม่บอกน่ะเอ๋ง!” วิลสันทำหน้าตากวนโอยใส่นิล

“หล่อนเป็นตัวโคลนของผม” นิลเอามือเคาะหัววิลสัน ทางวิลสันเองก็เอามืดปัดออกได้อย่างง่ายได้

“รู้แล้วๆ” วิลสันโบกมือ “แล้วทำไมนายถึงไม่บอกฉันก่อนฟ่ะ พวกผู้หญิงทำตาแดงกันหมดเลย”

“ฉันความจำเสื่อม ถ้าไม่มีอะไรกระตุ้นฉันก็จำไม่ได้” นิลเอยอย่างช่วยไม่ได้ อาการสูญเสียความทรงจำของเขาก็ไม่ต่างจากคนปกติเท่าไร(ยกเว้นรายละเอียดปีกย่อย) ถ้ามีอะไรกระตุ้นหรือเหตุการณ์ที่ใกล้เคียงก็จะสามารถดึงความส่งจำกลับมาได้

“ก็พูดถูก ขอแค่นายไม่ก่อเรื่องให้ ฉับกับวิลก็คงมาไม่ว่าอะไร?” วิลสันเอยคำสุดท้ายด้วยความไม่มั่นใจ นิลเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว บรรยากาศที่เคยสว่างไสวเลยเปลี่ยนเป็นบรรยากาศอึมครึม จนตอนนี้เวลาที่เขาจะพูดคุยกับนิลต้องทำใจกล้านิดหนึ่ง

“แล้วไม่คิดจะถามฉันหน่อยว่าวันนี้มีอะไร” วิลสันลองถามลองใจนิล

“ปกติคุณก็มักจะดูดติดกับคนอื่น” นิลพูดอย่างไม่สนใจจากการอยู่กับวิลสันมาระยะหนึ่ง

‘แกไม่สังเกตตัวเองเลยเหรอ?’ คราวนี้วิลเองก็สงสัยอีกคน เจ้าวิลสันมันสังเกตตัวเองเลยหรือไง ‘แกกับฉันก็ไม่ต่างกัน’ วิลสันเถียงในหัว ‘เอาเถอะบอกธุระไป งานนี้ค่อนข้าง...........!.......?........!’วิลไม่อยากนึก งานแบบนี้แมร่งโคตรบรรลัย!!!

“เป็นงานแบบไหน” นิลถามก่อน ถ้าทางของวิลสันแสดงสีหน้าเหมือนอย่างจะคายของเก่า แสดงว่ามันต้องมีเรื่องไม่ค่อยดีเกิดขึ้น เขาเป็นฝ่ายเริ่มถามก่อนก็ไม่เสียหาย

“อืม! ช่ายมีปัญญา......อัก!!!!” วิลสันเอามือกุมขมับ ก่อนที่เขาจะเงยหน้าอีกครั้ง “ฉันขอพูดแทนดีกว่า” วิลยึดการควบคุมร่างกาย เขาคิดว่างานนี้ควรให้เขาพูดดีกว่า ขืนให้เจ้าวิลสันพูดออกไป ภาพลักษณ์ของเขาจะเหลืออะไร!!!!!

“อะแฮ่ม! มันมีงานง่ายๆงานหนึ่งที่ทางโคบอลต์ขอร้องมา” วิลพูดเงียบๆ เขาไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน “เอาหูเข้ามา” วิลกวักมือ

“ครับ” นิลเอียงหูขวาเข้าไปใกล้ๆ ทางวิลเองก็หยิบอุปกรณ์รูปร่างคล้ายเม็ดถั่วและยัดเข้าไปในหูของนิล ทางนิลก็สะดุ้งเล็กน้อยที่เหมือนหูถูกไฟดูด

“ได้ยินฉันไหม” เสียงของวิลดังออกมาจากหูของนิล

“ได้ยินแล้วครับ” นิลเอามือกดหูขวา“นี้คือ?”

“ระบบการสื่อสารที่ล็อกรหัสตามคลื่นสมอง ของดีที่อลันเหลือไว้ให้ก่อนเด๊ดสะมอเร่” วิลสื่อสารมันเป็นเรื่องน่าเสียดายที่อลันที่เป็นผู้คิดค้นดันไม่มีเวลาตั้งชื่อให้ของดีแบบนี้

“แล้วพอจะมีวิธีคุยกับคุณไหม” นิลถามวิลเพราะถ้าวิลสามารถใช้คลื่นสมองสื่อสารออกมาได้ เขาก็น่าจะทำได้

“อย่าดีกว่า มันมีระบบป้องกันโทรจิตในระดับหนึ่งก็จริง แต่สมองของฉันมันพิเศษ” วิลเปลี่ยนมาใช้ปากพูดแทน “ตอนที่ฉันสื่อสารกับนาย ฉันต้องเพ่งสมาธิไม่งั้นความคิดของวิลสันจะหลุดออกไป” วิลอธิบายถึงผลเสียที่มีเฉพาะเขาเท่านั้นที่เป็น ตัววิลกับวิลสันใช้สมองกับร่างกายร่วมกันทำให้อุปกรณ์คลื่นสมองคิดว่ามีคนสองคนกำลังใช้งานอยู่ทำให้มันปล่อยอนุภาคอีเลเมนต์มากกว่าปกติ 1.5 เท่าและส่งผลต่อสมองของเขา

เจ้าอุปกรณ์ไร้ชื่อนี้ทำให้คนสองคนที่ใช้มันสามารถสื่อสารทางคลื่นสมองได้เหมือนกับอุปกรณ์ไฮเทคบางชนิด ข้อดีคือไม่ต้องกลัวถูกดัดจับข้อมูล คลื่นสื่อสารที่ปล่อยออกมาจะอยู่ในรูปของนิวตรอนที่ถูกปรับเปลี่ยนโครงสร้างกับควบคุมด้วยอนุภาคอีเลเมนต์ ซึ่งสามารถทะลุทะลวงสิ่งกีดขว้างได้เกือบทุกชนิด และตัวปลายสายจะเปลี่ยนอนุภาคนิวตรอนที่เข้ารหัสด้วยคลื่นอีเลเมนต์ให้เป็นข้อความ แน่นอนว่าไม่สามารถตรวจจับได้ (ต่อให้ตรวจเจอก็ตรวจเจอแต่อนุภาคนิวตรอนที่ปนเปื้อนอนุภาคอีเลเมนต์ในเกณฑ์ปกติเท่านั้น)

“แล้วมันกี่ตัวครับ” นิลถาม อลันเสียชีวิตไปแล้วก็แสดงว่าอุปกรณ์นี้คงมีจำนวนน้อยมาก

“มันเป็นอุปกรณ์รุ่นต้นแบบที่ฉันขอให้อลันทำให้ มีแค่สองตัว” วิลอธิบายถึงที่มาของอุปกรณ์ไร้ชื่อนี้ แต่ที่จริงมันไม่ใช่อุปกรณ์ไว้สำหรับสื่อสาร

เดิมทีวิลต้องการอุปกรณ์สำหรับควบคุมสมอง เขาจะได้สามารถเปลี่ยนตัวกับวิลสันได้โดยไม่มีผลข้างเคียงที่เขามักจะเป็นบ่อยๆ แต่การสร้างอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับสมองมันเป็นเรื่องที่ละเอียดละอ่อนมาก อลันที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ย่อมเข้าใจดี และไม่อยากที่จะยุ่งเกี่ยวกับคลื่นสมองเพราะกลัวผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ดังนั้นอลันจึงให้อุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารทางจิตและจะเก็บข้อมูลที่ใช้สำหรับการผลิตซึ่งก็คือไอ้ตัวนี้แหล่ะ

และที่มันมีเพียงสองตัวก็เพราะว่าอันที่หนึ่งให้ตัววิล/วิลสันไว้รับข้อมูลและเก็บข้อมูลคลื่นสมอง อันที่สองให้กับจิมมี่ที่สามารถควบคุมวิล/วิลสันได้ในระดับหนึ่ง แต่ที่จริงมันยังมีอันสุดท้ายอีก ซึ่งเป็นตัวที่อลันเก็บไว้เอง อันสุดท้ายนี้เป็นตัวหลักที่สามารถสั่งปิดหรือเปิดตัวอื่นๆ โชคร้ายเจ้าอลันมันม่องไปและข้อมูลที่เกี่ยวข้องในแล็ปก็หายไปพร้อมกับการระเบิด

‘สำหรับหมอนั้นแล้ว มันน่าเสียน่ะ’ วิลสันพูดด้วยความเสียดายนิดๆ

“ทุกคนคิดแบบนั้นเหรอครับ”

“ซ่า !@#$%^&****())_+” “อัก!” ไฟฟ้าช็อตหูของนิลจนเขาต้องล้วงอุปกรณ์ออกจากหู

“เห้ย”  วิลสันร้องเสียงดันลั่น สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ‘เอ็งอย่าเปลี่ยนตัวฉับพลันตอนใช้ตัวสื่อสารสิฟ่ะ อ็อก!!!!’ ความคิดของวิลเต็มไปด้วยความเจ็บปนความโกรธ ‘ไอ้วิลเอ็งเปลี่ยนตัวทั้งที่ยังเชื่อม มันช็อตก็ระบบความคิดของฉันน่ะเฟ้ย’

“เสียงเมื่อกี้มัน…..?” นิลเอานิ้วชี้มือจิ้มเข้าไปหู เสียงนี้มันคุ้นมาก แต่เขานึกไม่ออก นิลจึงดูนิ้วมือที่ใช้จิ้มเปื้อนเลือดก่อนที่จะใช้กระดาษชำระจิ้มเข้าไปในรูหูขวาเพื่อห้ามเลือดไว้ก่อน ตอนนี้มีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการ เมื่อนึกได้ดังนี้นิลจึงเอาอุปกรณ์ที่ช็อตรูหูเขาห่อด้วยกระดาษชำระและยัดเข้าหูซ้าย

นายรอดเหรอ?” ถึงนิลจะได้ยินเสียงไม่ค่อยชัดเพราะกระดาษกับคราบเลือดทำให้ความถี่ที่ได้ไม่เสถียรเท่าไร นิลจึงลองเคาะหูของตัวเองซ้ำเพื่อจูนความถี่ได้

“ครับ.....วิล” เสียงจากปลายสายทำให้นิลที่ยังจำไม่ได้ถึงกับบังอ่อ (แถมยังฟังได้ชัดเจน)

“คุณอลัน?” นิลลองเอ่ยถามชื่อผ่านเครื่องสื่อสารเพื่อความแน่ใจ

“ครับ?” อลันที่ปลายสายถาม

“เห้ย โดนระเบิดตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ??? แล้วยังรอดอยู่ได้ยังไง???” วิลสันที่ตอนนี้เป็นฝ่ายอยู่ในหัวถามอลัน ตอนนั้นฐานเก่าระเบิดจนกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะรอดจากแรงระเบิด

“แล้วพวกคุณได้ไปสำรวจสถานที่เกิดเหตุหรือเปล่า”

“มันก็จริง ตอนนั้นพวกเราไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้เลยทำได้เพียงแค่คาดการณ์ตามความเป็นไปได้” วิลพูดเสริม ตอนนั้นพวกเขาไม่สามารถใช้โคลัมเบียเป็นฐานได้ แถมยังมีพวกกลายพันธุ์สู้กับทหารของทางการกันไม่เว้นแต่ละวัน พวกเขาที่ไม่พร้อมสำหรับการศึกจึงต้องยกเลิกการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไม่มีกำหนด

“ถึงผมจะรอดก็ไม่ได้ความว่าผมสามารถที่จะกลับไปหาพวกคุณได้”

“ทำไมเหรอครับ หรือว่าคุณจะได้รับบาดเจ็บ” นิลกล่าวขึ้น เพราะถ้าอีกฝ่ายสามารถรอดชีวิตมาจากแรงระเบิดขนาดนั้นได้แต่ไม่สามารถมาสมทบคงมีเหตุผลเพียงสองข้อคือ ได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือ ไม่สามารถติดต่อสื่อสาร (แต่จากความสามารถของอลันแล้วข้อหลังคงเป็นไปได้ยาก)

“ผมสบายดีครับ แค่มีธุระที่ต้องสะสางให้เสร็จก่อนเลยไม่ได้ติดต่อไป” อลันตอบเพื่อไม่ให้คนอื่นเป็นห่วงถึงตอนนี้เขาจะยังมีอาการบาดเจ็บเหลืออยู่บ้างก็เถอะ

“แล้วคุณจะกลับมาเมื่อไร ให้พวกเราไปรับไหม” นิลถามต่อเพราะตอนนี้เขารู้ว่าอลันยังมีชีวิตรอด เขาเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องพึ่งความสามารถด้านการแพทย์ของอลันสำหรับการรักษา(ซึ่งทั้งหวังลี้ กับโดโรธีเองก็จำเป็นต้องการให้อลันตรวจเช่นกัน)

“ผมยังกลับไปไม่ได้จนกว่าจะจัดการหน้าที่ตรงนี้เสร็จ” อลันเองก็อยากกลับไปยังสถานที่เขาสามารถเรียกว่าบ้านได้อย่างเต็มปาก แต่สถานการณ์ตอนนี้มันไม่เอื้ออำนวยอย่างแรง “เว้นเสียแต่ว่าพวกคุณจะให้ความช่วยเหลือผม”

“ไปที่ไหนล่ะ” วิลถามเพราะการที่อลันมีงานให้ทำแบบนี้ เขาก็สามารถที่จะมีข้ออ้างให้กับผู้บัญชาการเพื่อไม่เอาไอ้งานที่เจ้าวิลสันไปรับมา

เสียงเงียบเล็กครู่หนึ่ง อลันไม่แน่ใจจะให้พวกวิลมาช่วยดีไหม เพราะมันเป็นงานที่ต้องใช้คนให้น้อยมากที่สุดเพื่อให้ไม่สามารถหามือใครดม แต่ถ้าไม่ระวังจะเป็นการสร้างศัตรูที่ไม่จำเป็นหรือไม่ก็ถูกกดดันอย่างหนัก

“ไบโคนูร์คอสโมโดรม,คาซัคสถาน (Baikonur Cosmodrome, Kazakhstan)” อลันพูดชื่อสถานที่

!?!?!?!?”

“อลันพูดถึงฐานปล่อยจรวดเก่าที่ถูกทิ้ง?” นิลพูดกับวิล/วิลสันด้วยเสียงของตัวเอง

“เงียบก่อน” วิลพูดเสียงเบาๆ “มันเป็นที่เดียวกับที่ฉันกับวิลสันจะไป” วิลสื่อสารพร้อมกับสังเกตรอบข้างที่มีสมาชิกเดินผ่านไปผ่านมา “ยังดีที่ไม่ใครสนใจ”

“นิลไปด้วยกันกับพวกเราเลย” วิลสันเห็นด้วย เขาต้องการหาคนไปด้วยอีกสักคนสองคน แต่ริสตี้กับโฮชิโนะต้องทำหน้าที่เดิมคือปกป้องเจ จิมมี่ถูกจับ หวังลี้ก็รับหน้าที่โอเปอเรเตอร์เสริม โดโรธีเองก็บาดเจ็บหนักจนไม่อาจสู้ได้ แถมเขายังติดหนี้ทอม(แน่ละว่ามันปฏิเสธแน่)

ตอนแรกก็กลัวว่านิลจะปฏิเสธ หรือหัวหน้าเคิร์กไม่อนุญาตให้พานิลไปด้วย แต่พอเรื่องนี้เกี่ยวกับอลัน เรื่องก็ง่ายเข้า

นิลขมวดคิ้ว ไม่ใช่เป็นเพราะว่างานของวิล/วิลสันมันน่าสงสัย แต่เป็นเพราะว่ามันบังเอิญเกินไปมากกว่า เหตุการณ์บังเอิญมีผลในเชิงบวกมีมากเกินไป เขากลัวว่าเหตุการณ์จะดิ่งลงเหวสักวัน

นิลรู้ว่าตัวเองไม่มีตัวเลือกให้เลือกมากนัก เขาจำเป็นต้องเสี่ยงอันตรายเพื่อแสวงหาความทรงจำที่หายไปกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด ดังนั้น.....

นิลพยักหน้าให้วิล/วิลสัน

“นิลไปด้วย เดียวผมจะไปยื่นเรื่องกับผู้บัญชาการ” วิลสื่อสารกับอลัน

“ถ้าพวกคุณมาได้ภายในสามวันจะดีมากครับ” อลันสื่อสาร

“ถ้าภายในสามวัน.....” นิลเปิดแอพพลิเคชั่นตรวจสอบระยะทางจากที่ปัจจุบันถึงคอสโมโดรม” ‘มากกว่า 6000 กิโลเมตร’

นิลลองคำนวณเส้นทาง เพราะตอนแรกเขาก็คิดที่จะใช้ยานบินบินไป แต่สถานการณ์ของโลกตอนนี้เปลี่ยนไปมาก การที่พวกเขาจะผ่านน่านน้ำเพื่อเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ไปจนถึงท่าปล่อยจรวดเก่าในสถานการณ์ขับขัน ยานบินก็คงถูกระบบต่อต้านอากาศยานของแต่ละฝ่ายสอยร่วงเป็นแมลงวัน

“เออ คุณอลันมีวิธีที่จะทำให้เราไปถึงภายในสามวันโดยไม่ต้องใช้เครื่องบินไหมครับ” นิลถามถึงวิธีไปถึง เพราะไม่เป็นไปได้เลยที่เขาจะสามารถไปถึงที่หมายได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องบิน

“ขอโทษ พวกคุณต้องคิดกันเอาเอง”

“มันเป็นไปไม่ได้น่ะครับ ตอนนี้ประกาศระวังภัยสีส้ม แถมพวกเรามีเวลาแค่สามวัน” นิลให้เหตุผลของตัวเอง ‘สามวัน’ อาจจะดูเหลือเฟือสำหรับประชาชนถูกกฎหมายที่มีสวัสดิการครบครัน แต่พวกเขาเป็นพวกนอกกฎหมายที่มีชื่อเสียงโด่งดัง พวกเขาคงไม่มีทางไปได้แน่

“มีใครวาร์ปได้ไหมอ่ะ” วิลสันสื่อออกมา เวลาแบบนี้ถ้ามีคนที่สามารถพาคนสองคนวาร์ปได้จะดีขนาดไหนน้า

 “การวาร์ปในตอนนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่รู้องค์ประกอบมิติ กับหลักฟิสิกส์จุลภาคกับควอนตัมรับรองได้ตัวแหลกตอนวาร์ปแน่” วิลสื่อเสียงอ่อน

นิลที่เข้าใจสิ่งที่ทั้งสองสื่อ ลองหลับตาและนึกอดีตที่ตัวเองได้ผ่านมา คำว่า วาร์ป ทำให้เขานึกถึงพลังที่ไม่อาจเข้าใจได้ ถ้ามีพลังแบบนั้น ความจริง นิลจะเข้าใจถึงทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเขาทั้งหมด และก้าวไปข้าวหน้าได้จริงๆสักที

แต่ก่อนที่เขาจะนึกถึงพลังที่ไม่เข้าใจ ตอนนี้ต้องจัดการเรื่องเส้นทางก่อน

“อลันอยู่ไหม” วิลถาม

“............................................. ตู้ด ตู้ด ตู้ด ตู้ด”

“สายขาด” วิลดึงอุปกรณ์สื่อสารออกจากหู “นิลไม่ช็อตใช่ไหม” วิลถามเพราะตอนที่เขาใช้ระบบสื่อสารเขาไม่ได้สนใจกับแผลของนิลเท่าไร แต่พอไม่สื่อสารเขาจึงสังเกตได้ชัดเจนถึงกระดาษที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย

“ผมจะจัดการที่ห้องเอง” นิลเองก็เอาระบบสื่อสารออกด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดข้อผิดพลาดอะไรอีก

“วิลสันกับฉันต้องไปรายงานกับผู้บัญชาการ และจะจัดการเรื่องอุปกรณ์เสริมเอง วันนี้กับวันพรุ่งนี้ฉันคงช่วยนายคิดวิธีไปไม่ได้”

“ทิ้งหน้าที่สำคัญให้ผมเนี่ยน่ะ?” นิลขมวดคิด

“ถือว่าเป็นเวลาพัก ตั้งแต่มาที่นายไม่เคยได้คุยกับใครเลย ตอนนี้เป็นสมาชิกเต็มตัวก็ควรจะสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นก่อน” วิลพูดสิ่งที่เคิร์กพูดให้เขาฟัง(เขาไม่ค่อยสนใจก็เถอะ) นิลตอนแรกมีไม่ค่อยมีใครคุยด้วย แต่ตอนนี้เขาอยากให้นิลไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่นเพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงของนิลที่มีต่อคนอื่นๆได้ง่ายขึ้น และเขาต้องรายงานเรื่องนี้กับเคิร์กก่อน

นิลหรี่ตาก่อนที่เขาจะยื่นมือให้วิล “ก็ได้ครับ”

“ตามนั้น” วิลไม่ได้จับมือเชคแฮนด์แต่จับข้อศอกของนิลและเขย่า นิลเข้าใจสิ่งที่วิลจะสื่อเขาจึงจับข้อศอกของวิลเหมือนกับ

“ตอนนี้เราคือเพื่อน” วิลกระตุกแขนสองทีและปล่อยมือออกจากข้อศอกของนิล

“มันเป็นการทักทายของสการ์เร็ต” วิลเสริมเพื่อสื่อความหมายของการทักทายที่ค่อนข้างโบราณไม่ตามยุคสมัย

            “หือ” วิลที่ดึงแขนกลับเห็นแขนของนิลสั่นเบาๆ

“มันก็ไม่ได้.......แย่นัก.......ห ร อ ก?” นิลพูดตะกุกตะกักกับดูฝ่ามือของตัวเองที่เต็มไปด้วยหยดเหงื่อ

“นิล?” วิลหรี่ตาดูสีหน้าของนิลที่เริ่มเปลี่ยนไป

นิลฉีกยิ้มอย่างน่ากลัวก่อนที่จะพูดออกมาพร้อมกับน้ำเสียงเย้ยหยัน “วิธีการไปปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง”  

วิลเสียวสันหลัง นิลเปลี่ยนไปไม่พอ แถมเขายังรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มที่ปล่อยออกมาเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก แต่พอนิลกำมือความรู้สึกนั้นก็หายไป

‘หวังว่าคงไม่ใช้วิธีฮาร์ดคอร์หรอกน่ะ’ วิลสันในหัวสื่อกันวิลด้วยความหวั่นวิตก เพราะดูไปแล้วไม่บ๊อง ก็บ้า

“.................” ‘มีแกอยู่ในหัวก็ดีเหมือนกันโล่งขึ้นเยอะ’




NEKOPOST.NET