P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 77 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.77 - ระบบนิกซ์


วันที่ 5 เมษายน  ค.ศ. 2042 เวลา 12: 17 น. ตามเวลาท้องถิ่น หมู่เกาะฮาวาย

ณ ท่าเรือใต้น้ำ

 “เอาล่ะๆ อย่าเพิ่งรีบร้อน ค่อยๆถอดอะไหล่ที่ไม่จำเป็นออก” เหม่ย ฝาง (Mei Farng) เจ้าหน้าที่ด้านยุทโธปกรณ์พูดผ่านวิทยุสื่อสารเก่าๆ เธอกำลังดูภาพรวมการทำงานของท่าเรือใต้น้ำแห่งนี้ในห้องสื่อสารผ่านกระจกที่สามารถมองเห็นการทำงานของลูกหน่วยและภาพวงจรปิดสำรองที่ยังคงใช้การได้อยู่บางตัว เพราะระบบไฟฟ้าหลักกำลังถูกรื้อถอนเอาไปใช้งานที่อื่น แม้แต่การสื่อสารก็ต้องใช้ระบบวิทยุแทนเพื่อประหยัดพลังงาน  

เธอเป็นผู้หญิงที่มีผมบ๊อบสีดำผสมกับผมหงอกสีขาวเกือบครึ่งหัวตกแต่งทรงผมด้วยผ้าคาดหัวสีเขียวที่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษสีขาวที่เขียนว่า ‘Safety First’ หน้าตาเธอเหมือนกับคนจีนที่มีดวงตากลมโตเป็นจุดเด่นเพียงอย่างเดียวบนหน้าที่ตาตี่ และจมูกแบนไร้ดั้ง

ภาพในหน้าจอของเธอคือเครื่องจักรปริศนาสูง 4 เมตร และยาว 7 เมตร รูปร่างของมันคล้ายกับกับจรวดอวกาศทรงพีระมิดฐานสามเหลี่ยมที่วางในแนวนอน ถ้าลองสังเกตดูก็พบว่านับจากส่วนท้ายของมัน มันจะถูกยึดด้วยแขนกลของท่าเรือในสภาพสามเหลี่ยมคว่ำ (มีมุมเดียวอยู่ติดพื้น) ส่วนท้ายเหว้าเข้าไปด้านใน และมีท่อไอพ่นกับกำบังลมขนาดใหญ่

เธอกับคนของเธอไปเจอเจ้าสิ่งนี้ในเรือดำน้ำที่เพิ่งเข้ามาเมื่อเช้า ในช่วงการก่อจลาจล กลุ่มผู้ใต้บังคับบัญชาของเคิร์กร่วมมือกับกลุ่มคนที่เกลียดเบื้องบนไล่ขยี้กลุ่มที่ยังภักดีต่อเบื้องบน เธอได้ปิดประตูน้ำก่อนที่เรือดำน้ำลำนั้นจะหนีไปได้ และตอนที่กำลังกวาดต้อนคนในเรือดำน้ำทั้งหมด ทหารคนหนึ่งก็ได้ไปเจอมันเข้า  

“เหม่ยพอจะขยับมันได้ไหม” ช่างเครื่องคนหนึ่งในชุดเสริมพลังถือชะแลงกับเครื่องตัดเหล็กพูด “ฉันอยากให้เธอช่วยออกคำสั่งให้มันโชว์เครื่องในหน่อย”

“พอได้ แต่อย่าไปทำอะไรเกิดเลยล่ะ จักรกลสงครามแบบนี้ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน” เหม่ยดึงคันโยกสีแดงที่อยู่ตรงหน้าปัดออกคำสั่งโรงงาน ต่อด้วยการหมุนคันโยกสีเหลือง

ครึก ครืน!!!!! แขนกลขนาดใหญ่สองตัวหนีบเข้าที่มุมด้านข้างของมันอีกสองมุม และยกขึ้นจนอยู่เหนือพื้นประมาณครึ่งเมตร

เมื่อเห็นเข้าที่แล้วเหม่ยจึงเอื้อมมือไปที่หน้าปัดฝั่งขวาบนเพื่อออกคำสั่งจากภายนอกให้จักรกลสงครามทำงาน

แกร๊ก กึก!!! จักรกลสงครามส่งเสียง กลไกของมันทำงานเกราะท้องทั้งสองข้างของมันเปิดออกเผยให้เห็นท่อส่งจำนวนมากที่เต็มไปด้วยเครื่องจักร และส่วนของเพดานเปิดออกเผยให้เห็นห้องสำหรับให้มนุษย์เข้าไปควบคุมโดยตรง

“ลองส่งคนเข้าไปเช็คที่ห้องคนขับหน่อย มันน่าจะสามารถดูเครื่องหรือดัดแปลงอะไรได้” เหม่ยปิดระบบไฟฟ้าทิ้ง เพราะการที่เธอสั่งให้แขนกลและกลไกของท่าเรือแห่งนี้ทำงาน มันกินไฟฟ้าค่อนข้างมาก เธอไม่อยากให้ระบบปั้นไฟสำรองทำงานหนักมากเกินไปจนหน่วยอื่นๆไม่มีไฟฟ้าใช้

ทหารและช่างเครื่องในชุดเสริมพลังจำนวนมากเดินเข้าไปตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เครื่องกลสงครามไม่ทราบรุ่นที่อดีตเบื้องบนของพวกเขาซื้อมาจากตลาดมืด พวกเขาที่ต้องตรวจสอบเลยไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย เพราะในอดีตไม่เคยมีเครื่องจักรที่ภายในเป็นโดรนสงครามหรือสัตว์ที่ถูกดัดแปลงติดเข้ามาด้วย ตอนนั้นกว่าจะทำให้เหตุการณ์สงบได้ พวกเขาต้องเสียทหารและช่างเครื่องมากกว่า 20 คน

พวกเขาใช้ยกสูงเพื่อส่งทหารกับช่างเครื่องขึ้นไปบนเครื่องกลและใช้เครื่องแสกนตรวจจับผิดปกติ โดยมีช่างเครื่องหนึ่งคนประกบด้วยทหารสองคนเพื่อความปลอดภัย

พวกเขาทั้งหมดต้องใช้ชุดเสริมกำลังที่มีระบบแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อดูดให้ตัวของเขาพวกเขาติดกับเครื่องกลเราะเพดานที่มีลักษณ์โค้งมนมันทำให้คนที่ไม่ระมัดระวังตกได้ และยังต้องใช้เชือกเหล็กเกี่ยวกับข้อต่อของเครื่องจักรเพื่อความปลอดภัยอีกชั้น

“เพดานไม่มีอะไรผิดปกติ” ช่างเครื่องที่ใช้เครื่องแสกนตะโกนบอก

“ส่วนตัวเครื่อง และส่วนท้ายก็โอเค” ทหารช่างโต้ตอบกัน “พวกข้างบนดูค็อกพิสหน่อย”

“ได้ กำลังไป!!!” ช่างเครื่องที่อยู่ข้างบนตอบ ก่อนที่ทหารสองนายจะเล็งปืนเดินนำหน้าเพื่อความปลอดภัย

ทหารคนแรกเอาปืนเล็งเข้าไปในค็อกพิสก่อนที่คนสองจะใช้เครื่องแสกนที่ติดบนปืนดูข้อมูลที่เครื่องแสกนได้

“เคลียร์!!!” ทหารที่ใช้เครื่องแสกนโชว์นิ้วโป้ง

เครียร์!!!” ทหารอีกคนตะโกนบอกคนอื่นๆหลังจากที่สหายอีกคนแน่ใจว่าปลอดภัย

เหม่ยที่มองออกมานอกหน้าต่างเห็นนิ้วโป้งที่คนข้างนอกโชว์ให้เธอ เธอก็เปิดวิทยุ “ถอดระบบพลังงานหลักออก และเปิดโหมดสำรองแทน” เธอออกคำสั่งเพื่อความปลอดภัย เพราะไม่อยากให้เครื่องกลเกิดเปิดระบบทำลายตัวเอง การถอดระบบพลังงานหลักก็ให้แน่ใจในเรื่องความปลอดภัย

“เอ้า!!! พวกเราทำงาน” ทหารช่างหญิงใช้เครื่องตัดเหล็กด้วยความร้อนสูงจี้เข้าตรงส่วนหน้าสุดของจักรกลสงคราม “เห้! พอจะปิดได้ไหม?” ทหารช่างคนนั้นหันกลับมาถาม

“สักครู่ ฉันกำลังแทรกแซง” โปรแกรมเมอร์หญิงสวมแว่นดำหน้าดำปิดปี้พูด คำว่า ‘แทรกแซง’ ในที่นี้คือคือศัพท์รูปแบบหนึ่งของพวกเขา มันคือการใช้ระบบไฟฟ้าเข้ารุกรานทั้งแบบกายภาพและข้อมูล เพื่อล่อให้ระบบป้องกันขั้นต้นของเครื่องจักรทำงาน และอาศัยจังหวะนั้นเขียนโค้ดโปรแกรมที่มีลักษณะเดียวกันหลอกเข้าไป และทำการปิดระบบไฟฟ้าเป้าหมาย

“เรียบร้อย แต่ระวังด้วย ฉันไม่รู้ระบบการทำงานของมันทั้งหมด อย่าเอาเครื่องตัดเหล็ก ไปตัดซี้ซั่วล่ะ” โปรแกรมเมอร์หญิงปิดโน๊ตบุ๊คถอดแว่นออก

ทหารช่างหญิงหันมามองพร้อมกับชี้ไปยังตาของโปรแกรมเมอร์หญิงเพื่อนสนิท “วันหลังอย่าไปนอนกลางแจ้งทั้งที่สวมแว่นกันแสงดิ มันน่าเกลียด” ทหารช่างแขวะ เพราะตรงหน้าคือหน้าของผู้หญิงที่มีสองสีโดยส่วนที่มีสีขาวอยู่ใต้กรอบแว่น และที่เหลือนั้นคล้ำสนิทจากแสงแดด

“ตาชั้นมันไม่ดี เธอก็รู้” โปรแกรมเมอร์เช็ดแว่นทั้งๆที่กำลังหลับตาก่อนที่สวม เพราะเธอเคยประสบอุบัติเหตุจนทำให้ตาไม่สามารถโดนรังสีอุลตร้าไวโอเลตได้จนต้องสวมแหวนป้องกันตลอดเวลา และยิ่งแดดริมทะเลของฮาวายนั้นค่อนข้างแรง ผิวเธอจะเป็นแบบนี้ก็ไม่แปลก

“ทุกอย่างโอเค” ทหารช่างที่กำลังงัดแงะหลังคาเครื่องกลเอานิ้วเคาะหุ่นรบ “แมร่งขับไม่ได้ ชำแหละเลย” เขาชี้นิ้วโป้งลงหลังจากด้อมๆมองๆห้องคนขับที่เหมือนกับคุกน้ำขนาดเล็กสำหรับเลี้ยงปลาที่ไม่มีระบบไฟฟ้าหรือคันบังคับแม้แต่อันเดียว

ทหารธงทำรหัสธงแดงชี้ไปทางเหม่ยเพื่อบอกข้อความให้ชำแหละ

“ทำไม มันมีปัญหาอะไร?”  เหม่ยถามเพราะของดีแบบนี้เอาไปซ่อมหรือดัดแปลงก็ต้องใช้การได้ แต่การที่ช่างเครื่องฝีมือดีบอกให้ชำแหละทิ้ง มันน่าสงสัย

ทหารช่างคนนั้นวางอุปกรณ์ทั้งหมด เขาเอานิ้วชี้ทั้งสองข้างจิ้มไปยังท้ายทอยของตัวเอง และชี้ไปที่เครื่องจักรที่ตัวเองเหยียบอยู่

‘ระบบนิกซ์!!! (N.I.C.S.)’ เหม่ยได้ยินก็สงสัย ว่าทำไมพวกเบื้องบนถึงเอาระบบนี้มาใช้ ทั้งที่มันผิดหลักมนุษยธรรมจนถูกสหพันธ์กับกองกำลังต่างๆทั่วโลกปฏิเสธที่จะใช้มัน

“เดียวก่อน ฉันจะลงไปดูเอง” เหม่ยพูดผ่านวิทยุ ดูไปแล้วเธออาจต้องเสียเวลาที่นานสักหน่อย แต่เครื่องจักรสงครามขนาดใหญ่แบบนี้กลับใช้ระบบนิกซ์เป็นอะไรที่ผิดปกติมาก

เหม่ยสวมชุดเสริมกำลังก่อนที่จะรูดเสาลงไปชั้นล่าง เธอเดินผ่านทหารกับช่างเครื่องที่กำลังทำท่าครุ่นคิด เสียงกระซิบของพวกเขาดังเป็นทอดๆ เพราะพวกเขาต่างก็รู้ว่าระบบนิกซ์คืออะไร

“ขนาดค็อกพิสมันประมาณไหน” เหม่ยตะโกนถาม

ทหารที่อยู่ข้างบนที่ใช้เชือกเหล็กที่ติดกับโครงเหล็กเสริมกำลังตั้งฉากหย่อนตัวจากเครื่องจักรและเอาเท้าแปะกับด้านข้างของจักรกล ตัวของเขาขนานกับพื้นโลก เขาทำมือประมาณตู้ปลาทรงกลมขนาดเล็ก

เหม่ยที่เห็นแบบนั้นทำปากกว้างพร้อมกัดฟันจนเสียงแหลมดัง “อืม ชำแหละมัน เดียวนี้” เหม่ยทำกางแขนและกระพือเหมือนปีกนกเป็นเชิงอนุมัติ

“ได้ยินคำสั่งแล้วใช่ไหม ชำแหละเลย” ทหารช่างหยิบเลื่อยไฟฟ้าความร้อนสูงออกมา เพราะงานนี้ง่ายแล้ว แค่ชำแหละให้เป็นเศษเหล็ก อาวุธอะไรที่ใช้ได้ค่อยเอาไปเก็บในเรือดำน้ำหรือทำกระสุน

นี้เดียวก่อน ทหารหุ่นสุดล้ำ 4 นายที่แบกถุงดำขนาดใหญ่ไว้บนบ่าเรียงแถวเป็นระเบียง ตะโกนประสานเสียงพร้อมกันกลบเสียงของทุกคนในห้อง “อย่าเพิ่งชำแหละ เรามีคำสั่งใหม่” ทหาร 4 นาย วิ่งเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“หือ? มีอะไร ฉันว่า ฉันรายงานทุกอย่างกับเคิร์กไปแล้ว เขาไม่น่าจะออกคำสั่งทับอะไรนี้?” เหม่ยสงสัย พลางนึกถึงนิสัยของเคิร์กที่บางทีจะดูเหมือนกับคนบ้าพลังนิสัยไม่เอาอ่าว แต่ก็เป็นผู้นำที่มีผู้คนจำนวนมากยอมรับ และยังเป็นคนที่ออกคำสั่งได้เด็ดขาดชัดเจน ถ้าเขาออกคำสั่งเมื่อไร ส่วนใหญ่จะไม่มีการแทรกแซงการทำงานของลูกน้อง ยกเว้นแต่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นจนต้องเปลี่ยนคำสั่งใหม่

พี่บึ้กนั้นน่ะ หัวหน้าบอกให้เก็บไว้ใช้” ทหารคนที่สองพูด

เห้ย !!!ไอ้นี้มัน....” เหม่ยตะโกน เธอไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเธอและคนของเธอเกี่ยวกับไอ้สิ่งผิดมนุษย์มนานี้

“อ้อไม่ต้องห่วง หัวหน้าเราฉลาด เขาบอกว่าไอ้การผ่าเอาสมองนั้นน่ะ....”

ว่าไงน่ะครับ!?” ถุงดำที่นอนแผ่นั่งตั้งฉากโดยพลัน ก่อนที่มันจะดิ้นนจนตกพื้น

นิลที่อยู่ด้านในใช้แรงฉีกถุงดำที่ครอบตัวเขาออก ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นมาพร้อมกับจับหัวตัวเอง

“นี้ไม่ได้ผ่าสมองไปใส่ไว้ในตู้เย็นสักหน่อยใจเย็นนนนๆ” ทหารที่อยู่หลังสุดพูด พร้อมกับสงสัยว่าทำไมแรงของผู้ชายคนนี้ถึงมากขนาดที่สามารถฉีกถุงดำที่มีความเหนียวๆกว่ายางที่ใช้ทำยางรถยนต์ 4 เท่า ขนาดหัวหน้ายังต้องใช้เวลาสักพักถึงฉีกได้เลย แต่ตอนที่ผู้ชายคนนี้ปล่อยอารมณ์มาเพียงครู่เดียว เขาก็สามารถฉีกไม่ออกได้ในทันที แบบนี้ต้องเอาไปบอกคนๆอื่นให้สนุกดีกว่า

“แล้วจะทำยังไง ถ้าไม่ผ่าระบบประสาทส่วนกลางออกมาดัดแปลงก่อนที่จะยัดใส่ตู้ปลาก็บังคับเจ้านั้นไม่ได้หรอกน่ะ” เหม่ยชี้ไปยังหุ่นรบตัวนั้น

“ผ่าระบบส่วนกลาง!!!” นิลผมสีน้ำตาลที่ไม่ได้ใส่เสื้อเอามือขย้ำหัว มันไม่ตลกแม้แต่นิดเดียวที่เขากำลังจะถูกจับมาควักสมองไปใส่เครื่องจักรบ้าอะไรก็ไม่รู้

“ไม่ต้องผ่าหรอก แค่ทำค็อกพิสให้เจ้านี้หน่อย แบบให้มันนั่งได้ก็พอแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทโธปกรณ์อย่างเธอทำได้ใช่ไหมล่ะ” ทหารคนที่ 2 พูดพร้อมกับเก๊กหล่อ

“ไม่ได้หรอกหุ่นที่ใช้ระบบนิกซ์ (N.I.C.S.) จำเป็นต้องรับรหัสกระแสไฟฟ้าที่ถูกต้องถึงจะออกคำสั่งได้ ไม่งั้นพวกเราคงไม่เอาไปเซ้งทิ้งหรอก ” เหม่ยพูดอย่างลำบากใจที่จริงเจ้าหุ่นรบนี้เธอจะสั่งให้ลูกน้องดัดแปลงให้ควบคุมด้วย A.I. หรือคนบังคับก็ได้ แต่เพราะไอ้ระบบนิกซ์นี้แหล่ะที่ทำให้เจ้าหุ่นตัวนี้ต้องถูกทำลายทิ้ง

“มันอันตรายสิ ระบบ Neuro Individual Command Sensorial คือการต่อตรงมนุษย์กับระบบเครื่องจักรโดยตรงที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้จัดการพวกสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์เมื่อตอนมหาสงครามโลก” เหม่ยพูดพร้อมกับเกร็งนิ้ว

“แล้วมันไม่ดีเหรอ” ทหารคนที่ 3 ยกมือถาม

“ไม่ดี!! มันใช้สมองมนุษย์น่ะสิ เอาสมองของคนที่ตายแล้วไปติดไว้กับเครื่องจักรและใช้ทำสงคราม” เหม่ยอธิบายในตอนช่วงสงครามตอนที่เทคโนโลยีอีเลเมนต์ยังไม่สามารถเอาไปใช้ในทางทหารได้อย่างสมบูรณ์ ตอนนั้นมนุษย์กำลังเสียเปรียบมากเพราะพวกสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์สามารถเพิ่มจำนวนได้ตราบที่มีศพให้พวกมันได้ใช้งาน ในตอนนั้นเองได้มีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งคิดค้นระบบนิกซ์ขึ้นมาเพื่อใช้ทำสงคราม

“เอาสมองของมนุษย์ไปติดกับหุ่นแอนดรอยด์เพื่อทำสงครามเนี่ยน่ะ คิดได้ไง”

“ผมไม่มีความทรงจำเมื่อตอนนั้นอยู่เลย” นิลที่เหมือนถูกกระตุ้นด้วยประโยค กระพริบตาปริบๆ เขาเริ่มรู้สึกเวียนหัว

“มิน่าถึงไม่รู้ ว่าแล้วเชียวเคยได้ยินเรื่องของนายมาบ้าง” เหม่ยก็ว่าอยู่ทำไมคนๆนี้ถึงไม่รู้จักระบบนิกซ์ทั้งที่ผู้เกี่ยวข้องทางทหารน่าจะรู้จักกันทุกคน ที่แท้หมอนี้ก็เป็นเจ้าหน้าที่ของNABFที่เคิร์กล็อกตัวเอาไว้ใช้งานนี้เอง

“เอาแบบพื้นฐานสำหรับมือใหม่ก็คือ การเอาสมองของเพื่อนทหารที่ใกล้ตายหรือตายไปติดกับเครื่องจักรอะไรก็ได้เพื่อสู้ต่อ” เหม่ยจับแขนทั้งสองข้างด้วยความกลัว ตอนนั้นต้องบอกเลยว่ายิ่งกว่านรก เธอที่ยังเป็นทหารช่างต้องผ่าสมองของสหายในสงครามที่นอนเจ็บไปติดกับอาวุธ เธอยังจำเรื่องเมื่อตอนนั้นได้เมื่อมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

“ผมว่ามันไม่คุ้มเท่ากับหุ่นแอนดรอยด์น่ะครับ” นิลพูดเพราะแทนที่จะผ่าตัดเอาระบบประสาทส่วนกลางไปติดกับเครื่องจักรสู้สร้างกองทัพหุ่นยนต์พร้อมกับอาวุธหนักสารพัดอย่างยังง่ายกว่าเยอะ

“เจ้าบ้าพวกนั้นต้องการคลื่นสมองของมนุษย์ตั้งหาก สิ่งนี้มนุษย์ยังไม่สามารถสร้างได้โดยสมบูรณ์หรอกน่ะ” เหม่ยอธิบาย เดิมทีพวกกองทัพเองก็ใช้หุ่นแอนดรอยด์เท่าที่พวกเขาจะประดิษฐ์ได้ในสงครามครั้งนั้นเหมือนกัน แต่พวกกลายพันธุ์ก็ฉลาด พวกมันสามารถใช้งานโปรแกรมของมนุษย์ได้เช่นกัน

“อืม ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี” นิลกอดอกขณะที่ทหารช่างเริ่มย่องมาด้านหลังเขา

“สำหรับมือใหม่เข้าใจเพียงเกริ่นก็พอ แค่รู้ว่าระบบนิกซ์มันผิดหลักมนุษยธรรมจนไม่มีใครอย่างใช้ก็พอ” เหม่ยส่ายมือ ก่อนที่เธอจะเห็นโปรแกรมหญิงผิวสองสีทำปากค้างพร้อมกับขยับคอ

“ขอดูหน่อย!!” เธอเดินไปหานิลพร้อมกับเอามือจับที่ไหล่พร้อมกับพยายามบิดตัวของนิลเพื่อดูด้านหลัง

“เออ ผมๆๆๆ” นิลที่กระอักกระอ่วนอยู่ขัดขืนตามสัญชาตญาณเพราะหลังของเขาเพิ่งผ่านประสบการณ์ความเจ็บปวดแบบสุดมาๆ

“แรงเยอะอะไรขนาดนี้เนี่ย” เหม่ยพยายามบิดตัวของนิลที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ แต่แรงเธอน้อยเกินไปทั้งที่เธอก็ทำงานด้านยุทโธปกรณ์ต้องแบกของหนักแท้ๆ

“อะฮ่า เพราะหัวหน้าเราเปิดรหัสดำก็เลยช่วยเจ้านี้ก่อนที่จะถูกควักสมอง” ทหารคนแรกพูดพร้อมกับตบไหล่ของนิล “ไม่ใช่แมวสักหน่อย” ทหารคนนั้นกดหลังของนิลที่ตอนนี้ห่วงแผนหลังของตัวเองเหมือนแมว

นิลส่ายหัวก่อนที่จะหันหลังให้เหม่ยตรวจสอบ

เหม่ยที่เห็นร่องรอยบนหลังของนิลเอามือลูบไล่ตั้งแต่เหนือก้นถึงท้ายทอย

“ถูกปลูกถ่ายไว้ลึกขนาดไหน” เหม่ยเอานิ้วจิ้มรอยคล้ำเบาๆ เพราะเธอเข้าใจดีถึงการผ่าตัดที่ความเจ็บยังไม่หาย

“โดนเจาะกระดูกสันหลัง ฝังนาโนแมชชีน และเครื่องปล่อยสัญญาณ” นิลพูดตามที่หวังลี้เคยบอกไว้ เพราะคุณเธอต้องเอาเครื่องจักรบางอย่างที่เขาไม่รู้จักออก แต่ถ้าที่จริงหวังลี้พูดว่า ‘เปลี่ยนเครื่องจักร ปลูกถ่ายนาโนแมชชีน และติดตั้งระบบสั่งการด้วยคลื่นสมอง’แต่ตอนนั้นนิลกำลังสนใจแต่ความเจ็บปวดก็เลยจำใจความทั้งหมดที่หวังลี้บอกได้ไม่หมด

เหม่ยแบมือให้ลูกน้อง “ขอใช้หน่อย” เธอกวักมือ โปรแกรมเมอร์หญิงคนสนิทก็ยื่นเครื่องแสกนให้ เธอใช้ทาบหลังของนิลพร้อมกับกดปุ่ม

“จ๊าก!!!” นิลตัวดีด ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนกับถูกเข็มทิ่มเข้าไปในแผ่นหลัง

“แค่ขอตัวอย่างนาโนแมชชีน” เหม่ยต้องเด้งตัวตามนิล เครื่องแสกนเสียบเข้าไปในหลังก็จริง แต่เธอต้องการดูข้อมูลแบบเรียลทามก็เลยกระโดดดู

เธอเงยหน้าไปทางทหารช่างที่ถือค้อนพร้อมทุบ “นี้ส่งข้อมูลที่แสกนได้ให้ฉันหน่อย” เหม่ยชูสองนิ้ว

“เข้าใจแล้ว แต่หัวหน้าผมอยากทุบเจ้านี้อ่ะ” ทหารช่างคนนั้นบ่น

“ถ้าไม่ทำตามที่บอก แกจะอดอาหาร” เหม่ยก้มหัวลงก่อนที่จะเงยหน้าอีกรอบ “จัดค็อกพิสให้มนุษย์ใช่ได้ด้วย ฉันพอจะรู้ว่าเอา” เธอชี้เลเซอร์พอยไปยังหุ่นจักรกล “เจ้าบึ้กนี้ไปทำอะไรได้”

“เอาออกได้ไหมครับ มันเจ็บโคตรๆ” นิลเริ่มทำสีหน้าและกำลังใช้มือไปจับเครื่องแสกนที่หลังเพื่อเอามันออก

“เดียวก่อน” เหม่ยเอามือตัวเองไปขวาง “รอให้ข้างบนจัดการให้เรียบร้อยก่อน ฉันไม่อยากให้เกิดอันตรายตอนใช้งาน” เหม่ยพูดพร้อมกับเอานิ้วชี้ผ้าคาดหัวของเธอที่เหมือนกับสโลแกนของตัวเอง “ผลผลิตทุกอย่างที่เครือของฉันจัดการต้องปลอดภัย”

“โอ้ขอโทษครับ” นิลนึกถึงเจขึ้นมา เพราะเจก็มักจะพูดเรื่องความปลอดภัยกับเขาบ่อยๆเช่นกัน “ผมผิดเอง อ๊าว!!!” นิลเอามือลูบท้ายทอย ก่อนที่จะเก็บมือเพราะเจ็บ

“หัวหน้าได้แล้ว” ทหารช่างตะโกนลงมา

“เคๆ” เหม่ยพยักมือก่อนที่จะหมุนเครื่องแสกน

“ซี๊ด” นิลส่งเสียงรอดร่องฟัน เพราะเข็มที่ภายในหลังมันหมุนติ่วเจ็บยิ่งกว่าถูกฉีดยา

“โอเค” เหม่ยดึงเครื่องแสกนออกจากหลังของนิล

“โอ้ว!!” นิลเอามือลูบบริเวณที่ถูกเสียบ

“เลือดไม่ออก” เหม่ยเอานิ้วเคาะเครื่องจักรขนาดเล็กที่แปะกลางหลังของนิลที่ทำหน้าที่เหมือนกับตัวเชื่อมระบบ บริเวณที่เธอเสียบอยู่เหนือเครื่องจักรที่จริงมันไม่น่าจะเจ็บเพราะจุดที่เจาะมันไม่มีเส้นประสาท แต่ความรู้สึกไว้แบบนี้คงเป็นผลกระทบจากการดัดแปลงร่างกายมากกว่า

“ลูกน้องของเคิร์กส่วนใหญ่ก็ถึกกันทั้งนั้น” เหม่ยพูดเพราะเธอมีหน้าที่จัดยุทโธปกรณ์ให้กับคนในฐานทัพ และลูกน้องของเคิร์กมันเป็นพวกบ้าพลังเธอจึงต้องจัดการให้ทุกอย่างเพื่อความปลอดภัย ถึงจะไม่ค่อยถูกกับพวกบ้าพลัง แต่ถ้าเทียบกับพวกเบื้องบนแล้ว เธอขอกอดคอกับพวกเหม็นกลิ่นเหงื่อยังจะดีกว่า

“แต่ผมไม่น่ะ” นิลพูด สำหรับเขาแล้ ตลอดทั้งวันมีแต่เรื่องแย่ทั้งเจ็บตัวและปวดใจ ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้อีก ร่างกายเขาคงทนไม่ไหวแน่

“พวกแก ยกเจ้านี้ไปไว้ข้างบน” เหม่ยออกคำสั่งให้กับทหารกล้าม 4 หน่อให้พาคนขับขึ้นไปข้างขน

“ไม่ถามสุขภาพนิลก่อนเหรอ ให้หมอนั้นพักก่อนก็ได้” ทหารคนที่ 4 พูด

“ทำไมฉันต้องแคร์ด้วยในเมื่อฉันไม่รู้จักเขา” เหม่ยพูดพร้อมกับส่ายมือ เธอไม่ชอบสร้างปัญหาเพิ่ม ดังนั้นเธอจึงไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆถ้ามันไม่จำเป็น ยิ่งผู้ชายตรงหน้ายังมีสถานะไม่น่าไว้วางใจ มันจะทำให้ลูกน้องเธอไม่พอใจก็ได้

“เออ ผมขึ้นไปเองได้” นิลพูด เพราะเขาก็ไม่ใช่สิ่งของให้คนอื่นขนไปขนมา

“ถือว่าบริการพิเศษก็แล้วกัน” ทหารคนที่ 2 จับตัวนิลเพื่อเป็นสัญญาณให้คนอื่นทำตาม ทันทีที่เขาสัมผัสตัวของนิลเขาก็รู้หยักคิ้วให้ทหารคนอื่นเป็นรหัสเพื่อให้ออกแรงพร้อมกับ

ฟิ้ว!!!

“จ๊าก!!!” นิลลอยไปบนเครื่องจักร แต่ก่อนที่เขาจะกระแทกกับเหล็ก ทหารที่อยู่ครั้งบนสามารถรับได้ทัน

“ขอบคุณครับ” นิลขอบคุณทหาร ทางทหารเองก็พยักหน้าให้ ทหารคนนั้นเข้าใจดีเพราะเจ้าพวกบ้าพลังมันชอบใช้วิธีอันตรายหรือวิธีที่คนธรรมดาทำไม่ได้ ดีน่ะที่ใส่ชุดเอ็กโซเสริมพลัง ถ้าไม่มีคงคว้าไว้ไม่ทัน

“วันหลังอย่าทำแบบนี้ผมปีนขึ้นมาเองได้” นิลพูดพร้อมกับจับตามตัว เขารู้สึกสะเทือนเล็กน้อยจากแรงเหวี่ยง

“มานี้หน่อยครับ” ทหารช่างที่งัดตู้ปลาปริศนาออกมาจากตัวหุ่น สิ่งนั้นเต็มไปด้วยสายไฟจำนวนมาก “พอจะออกคำสั่งได้ไหม”

“ผมจะลองดู” นิลเอามือลูบๆคล้ำๆเจ้าตู้ปลา?นั้น แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ผมใช้ไม่เป็น” นิลพูดเขาลองจับดูนั่งนึก เพราะได้ยินว่าใช้สมองในการสั่งการ

“ถ้าไฟไม่เข้า ระบบหลักคงจะทำงานเนอะ” เหม่ยพูดถากถาง

“เออ จริง ขอเวลาสักครู่” โปรแกรมเมอร์หญิงเพิ่งนึกได้ว่าเธอปิดระบบหลัก และตัดระบบไฟทั้งหมดทิ้ง “โอเคได้ล่ะ ลองดูใหม่สิ” เธอตะโกนอีกรอบ

ครืน!! เครื่องจักรทำงานในทันทีที่ได้พลังงานกลับคืนมา บริเวณขอบของมันมีแสงไฟส่องสว่าง เสียงเครื่องจักรดังขึ้นจากภายในตัวหุ่น

“ลองสักให้มันขยับดู” เสียงของเหม่ยดังขึ้นจากด้านหลังของนิล

“เออ คุณอยู่ไหน” นิลหันไปแต่หาคนที่เป็นต้นเสียงไม่เจอ

“ช่างหัวเสียง ฟังที่ฉันพูดไม่งั้นต่อให้แกเป็นเด็กของเคิร์กฉันก็จะเชือดทิ้ง” เหม่ยตะโกนผ่านเครื่องสื่อสาร ที่เธอสามารถพูดผ่านด้านหลังของนิลได้ก็เพราะเธอเชื่อมต่อระบบสื่อสารของเธอ(วิทยุ)เข้ากับลำโพงที่อยู่ด้านหลัง ถึงมันจะลำบากไปหน่อยเดียวเธอค่อยไปดัดแปลงที่หลังก็ได้

“อืม” นิลหลับตาพร้อมกับขมวดคิ้ว เขารู้สึกว่าสมองมีความรู้มากมายไหลเข้ามาอย่างกับน้ำตก สีหน้าเขาเลยผ่อนคลายลง

“ผมจะลองขยับละน่ะ” นิลลืมตาขึ้น แต่ดวงตาของเขาไร้ชีวิตและปากของเขาก็เริ่มหุบเข้าไป

“ชีพจรลดต่ำลง” เหม่ยดูกราฟการทำงานของร่างกายที่ลดต่ำลงจนเหมือนกับการจำศีล “ระบบทำงานได้ดี น่าสนใจกว่าที่คาดไว้อีก” เหม่ยพูดออกมาอย่างไม่รู้ตัว เพราะเธอรู้สึกสนใจเจ้าเครื่องจักรที่ใช้ระบบนิกซ์เครื่องนี้มาก มันไม่ใช่การควักสมองของมนุษย์ไปแปะกับเครื่องจักรธรรมดา แต่เป็นการทำให้สมองที่ต้องมีสภาพสมบูรณ์เชื่อมต่อกับเครื่องจักรในระดับที่ว่าสมองต้องทำงานกับเครื่องจักร 100 % สังเกตได้จากร่างกายของนิลที่เข้าสภาวะจำศีลในทันที

เดิมที่การใช้ระบบนิกซ์คือการสูบคลื่นสมองของมนุษย์มาใช้กับเครื่องจักรโดยตรงทำให้เครื่องจักรนั้นทรงพลังและมีความสามารถในการต่อสู้ที่สูงกว่าหุ่นแอนดรอยด์ดาดๆเหมือนกับที่พวกชาวบ้านในสมัยก่อนเชื่อเรื่องที่ว่าสมองของมนุษย์ทำงานเพียง 10 % เท่านั้นยังมีพลังอีก 90 % ซ่อนอยู่และถ้าสามารถดึงออกมาได้ก็จะได้พลังที่เหนือมนุษย์

เอาตามความเป็นจริงมันก็ไม่ผิดเสียทีเดียว ดังนั้นในสงครามพวกเขาจะสามารถดึงความสามารถของสมองออกมาใช้ได้เกินขีดจำกัด ทั้งความเร็วในการตอบสนองสัญชาติญาณล้วนแต่ถูกดึงออกมาใช้ แต่การฝืนการทำงานของสมองมากเกินขีดจำกัดที่มันตั้งเอาไว้ตามธรรมชาติทำให้สมองเสื่อมสภาพในทันที และพลังที่ออกมาไม่มีทางถึง 50 % เพราะถ้ามากกว่านั้นสมองจะไม่สามารถใช้การได้ในทันที และยังติดปัญหาเรื่องความสมบูรณ์ของสมองที่ใช้ถ้าไม่ใช่ของมนุษย์เป็นๆนี้ก็ไม่สามารถใช้งานได้ และไม่ต้องห่วงบ้างทีไม่มีอะไหล่สำหรับสร้างรถถังหรือหุ่นก็ทำผ่าตัดแปะลงบนสมองของมนุษย์มันตรงๆเลยง่ายดี

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 3 ทางกองทัพนิยมใช้สมองของมนุษย์ที่ยังไม่ตายซึ่งสามารถทำงานได้ดีกว่าและใช้ได้ยาวนานกว่าสมองของคนที่ตายแล้วเพื่อให้มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด และแน่นอนการควักสมองชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องหรือทหารที่บาดเจ็บสาหัสจนต้องส่งกลับก็เป็นตัวเรื่องอันดับต้นๆ แล้วทำไมพวกเขาไม่กลัวว่าแอนดรอยด์ที่ใช้ระบบนิกซ์จะปฏิวัติก็เพราะไอ้การทำงานเกินพิกันของสมองนั้นแหล่ะที่ทำให้สมองของมนุษย์นั้นไม่สามารถมีตรรกะความคิด เหมือนกับว่าสมองเป็นโรงงาน แล้วเจ้าของโรงงานเกิดโอนพลังงานที่ใช้ในการคิดวิเคราะห์กับการตัดสินใจเกือบทั้งหมดไปที่ส่วนการทำงานหรือส่วนที่ใช้สร้างคลื่นพลังจิตจนหมดจนหมด ดังนั้นหุ่นแอนดรอยด์จึงเป็นแค่หุ่นยนต์ที่ทำตามคำสั่งทุกระเบียบนิ้วไม่มีสิทธิ์ในการซักถามใดๆ พูดให้ง่ายตามภาษาภาพยนตร์สมัยก่อนก็คือ ระบบนิกซ์คือการเอาสมองของมนุษย์มาใช้เป็นแบตตอรี่นั้นเอง

ผลสุดท้ายของเหยื่อที่ถูกใช้เป็นอาวุธนับล้านกว่า 95 % สมองเสียหายโดยสมบูรณ์ (ใครๆที่ติดกับสมองตรงๆก็กลายเป็นผักไปตลอดชีวิต) 4.73 % สมองยังคงสภาพการทำงานได้เพียงเล็กน้อย (แต่ไม่สามารถทำงานได้เหมือนคนปกติ ระบบบางอย่างถูกทำลายโดยสมบูรณ์ก็ยังนอนเป็นผักอยู่ดี แต่กรณีอาจจะสามารถฟื้นขั้นมากได้ถึงโอกาศจะน้อยจนเกือบถึงศูนย์) และอีก 0.23 % ก็พิการตลอดชีวิต พ่วงอาการทางประสาทที่รุนแรง  

หลังสงครามจบลงทั่วโลกจึงสั่งห้ามใช้ระบบนี้อีก แต่ก็ยังมีบ้างกลุ่มที่แอบใช้เพราะประสิทธิภาพในการรบที่ทรงพลัง ยิ่งอาวุธชีวภาพยิ่งไม่ต้องพูดถึงเธอเคยได้ตัวอย่างศพของพวกมันและได้ทำการตรวจสอบก็พบว่า พวกมันทุกตัวล้วนแต่ใช้ระบบนิกซ์กันทั้งนั้น

“กราฟสมองที่ทำงานแบบนี้คุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน” เหม่ยที่นั่งนึกเพิ่งสังเกตถึงคลื่นสมองของนิลที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทุกๆ 10 วินาที มันสลับไปมาเหมือนกับเป็นคลื่นสมองของคนสองคน “ช่างหัวมัน มันคงตายไปแล้วมั้ง” เหม่ยพูดเพราะเธอสามารถจดจำรายละเอียดทุกอย่างของสิ่งที่เธอได้รู้จัก กรณีที่เธอจะลืมคือกรณีที่สิ่งนั้นตายหรือถูกทำลาย

‘ถ้าเป็นเจ้านี้ล่ะก็คงจะใช้เป็นตัวทดสอบ ‘เรน’ ได้แน่ๆ’ รอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายของเธอปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ดูธรรมดา ท่ามกลางความหวาดหวั่นของผู้คนๆโดยรอบ

“เอาแล้วไง หล่อนเริ่มบ้าอีกแล้ว” โปรแกรมเมอร์หญิงพูดพร้อมกับกอดโน๊ตบุ๊คแนบอก

“เดียวฉันเตรียมสตันกันให้” ทหารช่างหญิงพูดพร้อมกับหยิบปืนสตันกันออกมาและชูมือชี้ฟ้าส่ายไปส่ายมา แต่โปรแกรมเมอร์หญิงส่ายมือหลังเห็นฟันที่โผล่ออกมาจากรอยยิ้มที่ดูชั่วร้าย

“บ้าขนาดนั้นแค่สตันกันคงไม่พอ ไปตามผู้บัญชาการเคิร์กมาเดียวนี้” เธอพูดพร้อมกับตบไหล่เพื่อนพร้อมกับกระโดดโลดเต้นไปมา

 

“เอาจริงๆน่ะครับไม่มีใครสติดีสักคน” เสียงของนิลดังออกมาจากหุ่นรบ 




NEKOPOST.NET