P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 76 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.76 - เจอกันอีกครั้ง


วันที่ 5  เมษายน ค.ศ. 2042 เวลา 12: 11 น. ตามเวลาท้องถิ่น หมู่เกาะฮาวาย

ณ ห้องปลอดเชื้อ หลังการก่อจลาจล

โอ๊ย!!!!!! เบาๆหน่อยสิครับ” นิลตะโกนเสียงดัง

“ขอโทษค่ะ แต่ฉันหาวิธีอื่นไม่ได้” หวังลี้ที่เอานิ้วของเธอที่เต็มไปด้วยเหล็กเส้นแทงเข้าไปในท้ายทอยของนิลได้แต่ขอโทษ คงเป็นเพราะร่างกายของนิลเริ่มต้านทานฤทธิ์ยาระงับประสาทในระดับที่ไม่ธรรมดา ทั้งที่เธอก็ฉีดมันไปตั้ง 4 เข็ม แต่นิลก็ยังร้องว่าเจ็บอยู่ดี

“ระวังหน่อยดิ เห็นแล้วฉันเสียวแทน หู้ว” วิลสันทำปากจู่ การที่ได้เห็นแท่งเหล็กแทงทะลุเนื้อกันสดๆ แถมบางทียังควงด้วยช่างน่าหวากเสียวอะไรเช่นนี้

“โอเค! เสร็จแล้วค่ะ” หวังลี้ดึงนิ้วออกจากท้ายทอยของนิลก่อนที่จะพ่นตัวยาบริเวณปากแผน

ซู่!! “ซื้ด!!!” เสียงเนื้อไหม้ดังออกมาพร้อมกับเสียงที่ผ่านซอกฟันของนิล

“ใช้ได้ๆ” วิลสันในชุดป้องกันเชื้อดูแผ่นหลังของนิลที่มีรอยแผลดำคล้ำเป็นรูปสามเหลี่ยมหัวคว่ำทุกๆข้อกระดูกสันหลังจนถึงส่วนท้ายทอยที่เป็นรอยไหม้รูปวงรีสองวงที่มีขนาดต่างกันซ้อนทับกันโดนที่วงที่อยู่ด้านในมีสีออกเทาๆ

“แฮ่กๆๆ” นิลหอบ เขาเจ็บมากโดยเฉพาะตอนที่หวังลี้กำลังฉีดอะไรบ้างอย่างเข้าไปในหลังของเขา ตามด้วยเสียงของแข็งสีกันนอกจากเจ็บยังน่าหวาดเสียวและดูแผ่นหลังของนิลที่มีรอยเย็บพู

“คงจะทำได้แค่นี้ล่ะค่ะ ถ้ามีคนที่เชี่ยวชาญด้านการดัดแปลงร่างกายที่ความสามารถสูงกว่าดิฉันก็ดี” หวังลี้พูดพร้อมกับถอดนิ้วโลหะทั้งสองข้างออก นิ้วทั้งสองข้างนี้เป็นอุปกรณ์ผ่าตัดที่ใช้สำหรับการผ่าตัดดัดแปลงร่างกายที่มีความซับซ้อนในระดับสูงได้ นิ้วทั้ง 10 นิ้วจะมีท่อเชื่อมที่มีตัวยา นาโนแมชชีน โลหะเหลว อนุภาคอีเลเมนต์ฤทธิ์อ่อนที่จำเป็นสำหรับการผ่าตัด และทั้งหมดที่กล่าวมาสามารถควบคุมผ่านระบบสัมผัสเทียมที่เชื่อมเขากับสมองของเธอและระบบคอมพิวเตอร์ของอลันได้

“ก็โอ แต่ถ้าจะให้คะแนนก็ยังไม่ค่อยดีเท่าไรสัก 71 คะแนน” วิลพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเงียบเกรียม

“ค่ะ ข้อมูลที่มีในฐานของศาสตราจารย์อลันมันไม่สมบูรณ์ และ” หวังลี้มองไปยังนิลที่หอบ “เขาคงต้องการหมอกับผู้เชี่ยวชาญที่เก่งจริงๆ มือสมัครเล่นที่พิมพ์ตามโครงอย่างฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ” หวังลี้ดูมือของตัวเองก่อนที่จะสะบัดข้อมือ โลหะสีเงินโผล่ออกมาจากฝ่ามือและหลังมือ โลหะทั้งสองประกบกันกลายเป็นนิ้วจักรกลที่สามารถขยับได้อย่างคล่องแคล่ว

วิลเอื้อมหน้าเขาไปหาหน้าของหวังลี้ในระยะกระชันชิด “เธอแยกฉันกับวิลสันออกด้วยเหรอ” เขารู้สึกสนใจ คนปกติอย่างน้อยต้องรู้สึกระแคะระคายสักนิด หรือชะงักบ้าง แต่ผู้หญิงคนนี้พูดกับเขาเหมือนกับรู้ดีว่าพวกเขาทั้งสองสลับตัวกัน

“ค่ะ ฉันสามารถตรวจจับคลื่นสมองและชีพจรของสิ่งมีชีวิตได้ และตอนที่พวกคุณสองคนสลับร่างกัน จังหวะทั้งสองมันจะเปลี่ยนไปด้วย ว้าย!!!!!” หวังลี้สะดุ้ง เพราะทันทีที่เธอเงยหน้า ลมหายใจของวิลก็กระทบเข้ากับหน้าของเธอ จนรู้สึกเสียวเหมือนไฟดูด

“คงจะตรวจจับร่างกายได้ดี แต่เรื่องระยะต้องแก้หน่อยน่ะ” วิลเอานิ้วสีจมูกของหวังลี้ ก่อนที่เขาจะดูนิ้วของตัวเองที่สั่นระริก และเลอะของเหลวสีใสบางอย่างที่ค่อยข้างเหนี่ยว “อ่อ ของเหลวคล้ายเหงื่อของเธอมันทำให้ไฟช็อต ระวังตัวได้ด้วยล่ะ” วิลรีบเช็ดของเหลวนั้นออกเพราะเขาถูกไฟฟ้าดูด และมันยังดูดเรื่อยๆ ของเหลวเหนียวเหนอะนั้นคงมีไฟฟ้าสถิต

วิลยื่นผ้าขนหนูให้หวังลี้ ก่อนที่หวังลี้จะมองไปยังวิล

“ขะ ขอบคุณค่ะ” เธอหยิบผ้าขนหนูนั้นและรับเช็ดเหงื่อ เพราะด้วยอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นอย่างฉับพลันทำให้ เธอหลั่งเหงื่อออกมามากกว่าปกติ และระบบแสดงผลของเธอยังร่วนด้วย

“คุณวิล คุณหวังลี้” นิลพูดเขาพยายามดูแขนที่เต็มไปด้วยสายน้ำเกลือ “แล้วผมจะไว้ไหมครับ” นิลใช้มืออีกข้างลูบหลังตัวเอง นิ้วของเขารู้สึกได้ถึงหลุมจำนวนมากไล่ตั้งแต่บั้นท้ายจนถึงท้ายทอย

“อย่าเพิ่งแตะค่ะ เดียวติดเชื้อ!!!!!” หวังลี้รีบปัดมือของนิลออก แผลเพิ่งจะประสานและแห้งเพราะฤทธิ์ยา แต่ผิวหนังบริเวณนั้นยังบอบบางมากง่ายต่อการบาดเจ็บหรือติดเชื้อ

“จ๊าก!!!!” นิลชักกระตุก เพราะถูกไฟดูด

“เวรล่ะ” วิลกระโดดตีลังกาหมุนตัวก่อนที่จะเตะแขนของหวังลี้ที่สัมผัสตัวของนิลออก

“โอ๊ย” หวังลี้ที่ถูกเตะสะบัดแขนของตัวเอง “เจ็บ!!!” เธอใช้แขนอีกข้างสัมผัสบริเวณที่เจ็บ

“โทษ นึกว่าเธอไม่เจ็บ” วิลยกแขน “บังเอิญว่าทำไปตามสัญชาตญาณ” วิลพูด เขาลืมไปว่าตัวเองใส่ชุดกันเชื้ออยู่ มันป้องกันไฟฟ้าได้ แต่บังเอิญสัญชาตญาณบอกให้เขาถีบ และหวังลี้ที่มีร่างกายส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักรก็ไม่น่าจะมีความรู้สึกได้

“ฉันไม่ได้ใส่เกราะป้องกัน โครงสร้างภายในมีระบบประสาทเทียม” หวังลี้พูดพร้อมกับจูนระบบประสาทที่ถูกเตะจนเสียหาย ร่างกายของเธอจะมีระบบประสาทเทียมอยู่ภายนอกโครงเหล็ก และเธอจะใส่เกราะเหล็กทับอีกสองชั้น โดยทีระบบพลางตัวจะใช้กับโครงภายในและเกราะชั้นใน แต่ตอนนี้เธอไม่สามารถใช้ได้ เพราะมันกำลังส่งซ่อมที่โรงงาน (ดูเหมือนเธอต้องปรับอีกหน่อย เพราะทางสการ์เล็ตออคเต็ดไม่สามารถสร้างของที่มีคุณภาพได้ทัดเทียมกับโครงเหล็กที่อลิซาเบธ เวอร์มิเลี่ยนและอลัน ฮิลได้แม้แต่นิดเดียว)

“ก็บอกว่า ‘โทษ’ ไง” วิลพูด

หวังลี้ที่ได้ยินดังนั้นจึงพับข้อศอกของตัวเองและบิดไปทางขวา ข้างในมีปุ่มสีขาว เธอสัมผัสมันพร้อมกับหมุนขึ้นลงซ้ายขวาอย่างเป็นเอกลักษณ์

แกร๊ก! หวังลี้ถอดแขนข้างนั้นออกมาวางแขวนไว้ข้างหลัง และบิดมือตัวเองเก็บไว้ เพราะตอนนี้เหมือนไฟฟ้าจะลัดวงจร คนอื่นๆเลยถูกช็อตได้ง่ายๆ

วิลเปิดหน้ากากแบ่งครึ่งและพับไว้ที่ด้านหลัง ตอนนี้การผ่าตัดก็จบแล้ว เขาไม่ชอบเลยที่ต้องใส่หมวกที่เหมือนกับหมวกเหล็กนักบินอวกาศ “นิลนายก็เลิกซน อย่าทำตัวเหมือนวิลสัน เจ้าหมอนั้นไม่มีอะไรดี” วิลพูด เพราะทั้งเขาและวิลสันใช่ร่างเดียวกัน และเวลาเขาได้ใช่ร่างเขาต้องรู้สึกแสบๆคันๆตลอดเวลา เจ้าวิลสันมันชอบทำให้ร่างกายนี้ได้รับความเจ็บปวด ซึ่งเขาไม่ใช้พวกเอ็ม ความเจ็บปวดแบบนี้มันน่ารำคาญ

“เอาล่ะ ฉันขอพักก่อนละกัน มันเหนื่อยสุดๆเลยเวลาที่ต้องออกมา” วิลพูดพร้อมกับหลับตา

“เลิกชิงร่างฉันได้แล้ว!!!!” วิลสันตะโกนขึ้น หลังจากที่ถูกวิลชิงร่างกายไปใช้

‘แกมันมักจะสอนเรื่องโง่ๆให้คนอื่น ฉันไม่ค่อยอยากเสียภาพพจน์ในตอนนี้สักเท่าไร’ วิลในหัวของวิลสันเอ่ยที่จริงเขาสามารถแทรกร่างกายที่ใช้ร่วมกันตอนไหนก็ได้ แต่มันก็เป็นข้อดีเพียงข้อเดียว ข้อเสียคือเขาไม่สามารถออกมานานได้เท่ากับวิลสัน อัตราส่วนเวลาในการใช้ร่างกายของเขาต่อวิลสันคือ 2 ต่อ 1 ไม่นับเวลานอนที่พวกเขาทั้งสองจะแชร์ความฝันร่วมกัน โดยที่เขาจะเสียเปรียบนิดหน่อยตรงที่วิลสันมันจะไม่มีผลข้างเคียงเวลาใดๆเว้นแต่เขาที่พอใช้ร่างกายนานแล้วเกิดผลเสีย

ถ้าเขาใช้ร่างกายนานเกินไป เขาจะรู้สึกเหนื่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ และความเจ็บปวดจะเพิ่มเป็นทวีคูณ (อลันที่เหมือนจะรู้เหตุผลเองก็ไม่ยอมบอกผลวินิจฉัย) ต่างจากวิลสันที่เหมือนจะเป็นเจ้าของร่างตัวจริงที่ใช้งานร่างกายนานเท่าไรก็ได้โดยไม่มีผลเสีย มันน่าอิจฉาที่เขาเหมือนกับปรสิตที่แม้แต่จะใช้ประโยชน์จากร่างกายก็ยังลำบาก

“เอางั้นก็ได้ จะยอมอยู่เฉยๆก็แล้วกัน” วิลสันพูดขึ้นมาสร้างความแปลกใจให้นิล เพราะนิลเองก็อยากรู้ว่าทั้งคู่กำลังคุยอะไรกันอยู่

“ขอแค่พวกเขาไม่คิดก่อวินาศกรรมก็คงไม่เป็นไรหรอกค่ะ” หวังลี้พูด ครั้งนี้เธอหยิบเกราะสำหรับป้องกันด้านหลังวางบนแผ่นหลังของนิล

“ใส่สิ่งนี้ไว้มันจะช่วยป้องกันแผ่นหลังของคุณ” หวังลี้หยิบเครื่องจักรอีกตัวประกบทับอีกชั้น

ครืน!!! เครื่องจักรทำงาน โครงเหล็กที่นู่นออกมาจากแผ่นหลังเพียง 6 เซนติเมตรที่ค่อยๆไล่ไปถึงส่วนบั้นท้ายที่มีความหนาเพียง 2 เซนติเมตร และเสียงที่ดังสนั่นก็เริ่มเบาลงจนเหลือเพียงเสียงชีพจรเบาๆ

“ลองขยับตัวหน่อยค่ะ” หวังลี้เอามือออกจากเครื่องจักรที่เธอสั่งเปิดผ่านคลื่นสมอง

“ฮึบ” นิลลุกขึ้นพร้อมกับลุกนั่ง และกระโดดตีลังกา

“มีส่วนไหนติดขัดบ้างหรือเปล่า ถ้ามีฉันจะเอาโครงเหล็กไปหลอมใหม่” หวังลี้ลองใช้ตาแสกนร่างกายของนิลดู ซึ่งตอนนี้กราฟดูปกติทุกอย่าง แต่ร่างกายของนิลมันพิเศษมาก ตอนที่ริสตี้เล่าเรื่องของนิลให้เธอฟังเธอแปลกใจมากที่นิลมีความสามารถที่พิเศษอยากการเปลี่ยนสีผิวและโครงสร้างร่างกายของตัวเองสลับไปมาที่เหนือกว่าวิลกับวิลสัน

“ปกติดีครับ แต่เดียวผมขอลองอะไรหน่อยน่ะ” นิลหลับตาก่อนที่จะเอามือจับขมับตัวเอง

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก!!!! เสียงหัวใจของนิลดังขึ้นพร้อมกับร่างกายที่มีเส้นเลือดขึ้น ก่อนที่เส้นเลือดที่ปูดจะกลับสู่ปกติ

เปรี้ยง!! เหมือนมีเสียงกระจกแตกเขารูหูของหวังลี้ ทันทีที่เธอรู้ตัว นิลที่มีผมสีแดงกับผิวสีขาวก็ปรากฏตัวต่อหน้าเธอ

“อึก” นิลเอามือสัมผัสหลังของตัวเอง เขาลืมตาขึ้นตาดำสีแดงเพลิงที่พลิ้วไหวดุจเพลิงเทียน นิลดูมือของตัวเองที่มีเลือดสดๆเลอะมือ

“ขอดูหน่อย” หวังลี้ดูแผ่นหลังของนิลที่มีโครงเหล็กแทงเข้าไปในแผ่นหลัง “ดิฉันจะเอามันออกให้แต่ช่วยทดหน่อยน่ะค่ะ” หวังลี้ต่อแท่งเหล็กสะอาดบริสุทธิ์ขนาดเล็กกับมือที่กุด และใช้มันช่วยงัดโครงเหล็กตรงกลางก่อนที่จะดึงโครงส่วนนอกออก

“โอ๊ย!!!” นิลร้อง “อ๊า!” นิลทำปากจู่ ขณะที่หวังลี้กำลังใช้รีดเลือดออกจากหลังของเขา

“แผลไม่ลึก แค่แผลมันกว้างและค่อนค้างช้ำก็เลยทำให้เลือดดูออกเยอะกว่าปกติ” หวังลี้ใช้แขนที่กุดลองกดแผลเพื่อดูอาการ แผลที่นิลคือ แผลกระแทกอย่างแรงจนมีเลือดออกภายใน บวกกับการขูดอย่างรวดเร็วจนเหมือนรอยบาด มันเลยทำให้เลือดที่คลั่งอยู่ภายในไหลออกมา

“แต่มันก็หยุดแล้ว” หวังลี้เลาะโครงเหล็กที่เลอะเลือดออก อย่างน้อยส่วนสำคัญสามารถเข้ากับร่างของนิลในสภาพนี้ได้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ เดียวเธอจะลองไปขอให้ฝ่ายวิจัยชีวภาพกับอาวุธช่วยดัดแปลงรูปทรงให้ยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อที่จะเข้ากับร่างกายของนิลที่เปลี่ยนสภาพได้ ‘ไม่สิต้องดัดข้อต่อเพิ่มให้พับเก็บและระบายสิ่งสกปรกได้’ หวังลี้นึกถ้าหลังนิลปรับเปลี่ยนรูปร่างได้ขนาดนี้ เธออาจต้องผ่าตัดหลังของนิลสักนิดหน่อยเพิ่มโครงส่วนนอกเชื่อมกับกระดูกซี่โครงและปรับให้โครงนั้นมีกลไกพับเก็บหรือซ้อนทับกันได้ตลอดเวลา

“น่าสนใจมาก” วิลโพล่งขึ้นมากระทันหัน ‘เห้ย!!! อย่าโผล่ออกมาแบบนี้ดิเห้ย!!!’ วิลสันพูดด้วยความไม่พอใจที่เขาเพิ่งจะได้ขยับเขยื้อนร่างกายหลังจากที่ถูกวิลขโมยร่างไปตั้งแต่เมื่อวาน แต่ตอนนี้กับถูกชิงไปดื้อๆ

“การเปลี่ยนแปลงที่เหนือกว่าฉันกับแก น่าสนใจๆ” วิลพูดพร้อมกับหมุนตัว “ถึงจะเหนื่อยมากขึ้น แต่ก็คุ้มค่า” ‘บ้าหรือเปล่า แกดูวันหลังก็ได้’ วิลสันโวยวาย

“เอาน่า ได้เห็นกับตาตัวเองแบบนี้ วิลคนนี้เองก็ทำเป็นไม่สนใจ” วิลพูดพร้อมกับถอดชุดป้องกันออก “ยังไงซ่ะปกติฉันก็ไม่ค่อยออกมาสักเท่าไร ดังนั้นครั้งนี้ขอเถอะน่ะวิลสัน” วิลโยนถุงมือขนาดใหญ่ทิ้ง และเริ่มสะบัดมือทั้งสองข้าง

“วิล!?” หวังลี้มองไปยังวิลที่ปล่อยจิตสังหารออกมาจากดวงตา และเธอก็เริ่มรู้สึกกลัว หลังเห็นวิลเอาลิ้นแตะนิ้วโป้งซ้ายของตัวเองพร้อมกับหลับตา

‘เวรกำ’ วิลสันในหัวพูด ‘นิสัยเสียมันเริ่มแล้วไง’

“ขอพระเจ้าเป็นสักขีพยาน” วิลสะบัดมือก่อนที่จะง้างหมัดเล็งไปยังหวังลี้และชก

หวังลี้ยกแขนขึ้นป้องกันหมัดนั้นตามสัญชาตญาณ

พลัก!! “อ่อก!!” หมัดของวิลชกเข้าที่หน้าของนิล

“หน่อย!” นิลที่ถูกชกก็ไม่ยอมถูกรังแกตามศักดิ์ศรี เขาพุ่งชนวิล ทางวิลเองก็ไม่ยอมแพ้ เขาสามารถป้องกันเอาไว้ได้ และยังใช้ศอกกระทุงหลังของนิล แต่หวังลี้เอาไหล่เข้าไปประกบศอกข้างนั้น

“อย่าใช้ความรุนแรงกับผู้ป่วย” หวังลี้ใช้แขนเครื่องจักรที่มีพละกำลังมากกว่าหนีบแขนของวิลและกดดันเขาได้อย่างอยู่หมัด “ฉันขอจับกุมคุณ ผู้ก่อการร้ายวิลส์” หวังลี้พูดพร้อมกับปล่อยกระแสไฟฟ้าที่อ่อนๆ แต่รุนแรงมากพอที่จะกำราบมนุษย์ได้

“แค่อยากทดสอบเฉยๆไม่ต้องใช้นิสัยเดิมก็ได้” วิลหมุนตัวก่อนที่จะบิดแขนของตัวเอง

กร๊อบ!!! หวังลี้ถูกวิลดึงแขนของตัวเองจนหลุดไม่สามารถรักษาสมดุลของตัวเองได้

“กระแสไฟฟ้าแค่นี้ เทียบกับตอนถูกทรมานที่อเมริกาไม่ได้หรอกครับ” วิลควงสตันกันสีขาวที่เพิ่งถูกใช้งาน “ร่างกายของคุณมันเข้ากับสไตล์ของผมมาก” วิลพูดก่อนที่จะถอดแบตลิเธียมไอออนออกจากส่วนท้ายและใส่อันใหม่เข้าไปแทน

“เชี่ยวชาญด้านการก่ออาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และวินาศกรรม ประมาทไม่ได้จริงๆ” หวังลี้พูดตามข้อมูลที่มีพร้อมกับเปิดระบบสำรอง

“พอเถอะ ฉันแค่อยากตรวจสอบนิดหน่อย” วิลพูดพร้อมกับเอามือเคาะหัวนิล “เลิกชักสักที ไฟดับแล้ว” วิลทุบหัวนิลอีกครั้ง

“เออ โอย!!!” นิลเอามือลูบหัว ตาเขาลายเพราะกระแสไฟฟ้าเมื่อกี้ที่หวังลี้ปล่อยออกมาจนช้าทั้งตัว

“ฉันตรวจสอบให้แล้ว” วิลเอาสตันกันจิ้มหลังของหวังลี้ “ขอโทษที่หลอกให้ช่วย ตอนแรกก็สนใจกับร่างกายที่เปลี่ยนแปลง แต่ตอนนี้ฉันแน่ใจแล้ว” วิลเปลี่ยนแบตเตอรี่อีกรอบ

“ฮึม! ช่วยบอกกันก่อนสิค่ะ มันเจ็บ โฮะ!!” หวังลี้เอามือจับหัวใจเทียมที่เต้นผิดปกติ หัวใจเทียมหยุดทำงานหลังถูกแทรกแซงจากภายนอก และถูกกระตุ้นอีกครั้ง ทั้งที่เธอใช้ระบบสำรองทำงานแทน การที่โปรแกรมทั้งสองทำงานทับกันทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ

“ทนหน่อย ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้เธอก็ไม่ปล่อยไฟฟ้าออกมาให้ฉันเช็คเจ้านั้นหรอก” วิลพูดพร้อมกับชี้ไปที่นิล

“โทษครับ” นิลโบกมือขณะที่หัวกำลังมึน

“เอาเข้าไป” วิลเอามือนวดหัวตัวเอง “ถ้าแกไม่น่าสนใจ ฉันเอาระเบิดยัดปาก” เขาพูดพร้อมกับกระดิกนิ้ว “โอ๊ย หัวฉัน”

‘ไม่ไว้แล้วอ่ะดิ พอเหอะรีบคืนร่างให้ฉันได้แล้ว’ วิลสันทักพร้อมกับทำท่าเคาะหัวตัวเอง “เอางั้นก็ได้ แต่ต้องห้ามทำเรื่องบ้าบอคอแตกไม่งั้น” วิลเอานิ้วเคาะตัวเองด้วยท่าเดียวกับวิลสัน “ริสตี้จะเอาแกตาย”

“ก็ได้” วิลสันพูดขึ้น “เอะ! กลับร่างแล้ว” วิลสันลองส่ายหัวไปมา

“ให้ช่วยไหม” นิลมองหน้าวิลสัน

“เย้ย ไม่มีอะไร” วิลสันส่ายมือ ‘ถ้าขืนทำอะไรโดยไม่ปรึกษาฉัน แกซวย’ วิลย้ำคำพูดตัวเอง

“เขาเปลี่ยนตัวแล้ว คงจะดีขึ้น” หวังลี้ติดแขนตัวเองกับที่เดิมอย่างน้อยการไฟดับก็ทำให้ไฟฟ้าไม่ลัดจร แต่แขนคงจะลำบากไปสักนิด

“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง” วิลสันชี้นิ้วไปยังหวังลี้ “เห็นฉันกระจอกหรือไง” เขาพูดด้วยความไม่พอใจ

“คุณรับมือได้ง่ายกว่าวิลส์ที่เป็นหนึ่งในผู้ก่อการร้ายที่ค่าหัวสูงที่สุดในโลก” หวังลี้พูดพร้อมกับหยิบกุญแจข้อมือออกมาจากท้อง “ฉันคงให้คุณมีอิสระมากไม่ได้”

“เห้ยๆ คนที่เป็นผู้ก่อการร้ายคือมันไม่ใช่ฉันสักหน่อย” วิลสันแย้งเพราะเขากำลังจะโดนจับในข้อหาที่เขาไม่ได้ก่อ

 

“พอทั้งสองคน” โดโรธีที่นั่งบนวีลแชร์ไฟฟ้าเข้ามาในห้องหลังจากทีเธอได้เห็นการทะเลาะวิวาทผ่านกล้องวงจรปิด

“ช่วยด้วยครับ” วิลสันวิ่งไปแอบหลังโดโรธี

“ถึงทำตัวขี้ขลาดไปก็ไม่ช่วยอะไร” หวังลี้หยิบปืนพกออกมาเล็งไปทางวิลสัน

พอได้แล้ว” นิลเข้าไปยืนขวางทั้งสองคน

“คุณนิลพูดถูกแล้ว เลิกทะเลาะเพราะเรื่องในอดีต ตอนนี้พวกเราอยู่ฝั่งเดียวกัน อึบ!!!” โดโรธีใช้แขนดันตัวเองขึ้นจากเก้าอี้

“ระวัง!!!” นิลเข้าไปช้อนแขนของโดโรธี เพราะหญิงสาวในชุดคนไข้ไม่สามารถลุกขึ้นได้ด้วยตัวเอง

โดโรธีที่อาศัยแรงของนิลพยายามลุกขึ้นโดยไม่สนใจคำเตือนของคณะแพทย์ที่พร่ำเตือนเรื่องขาของตัวเธอเอง “ทุกคนกำลังลำบาก ได้โปรดอย่าทำตัวเหมือนเด็กน้อยที่เลือดร้อน” โดโรธีพูดพร้อมกับดูขาของตัวเองที่สั่นอย่างหนัก เพราะขาที่ควรจะต้องตัดทิ้งยังสามารถใช้งานได้ถึงตอนนี้โดยไม่ใช้เครื่องกลช่วยเหลือ แค่ยืนได้ก็ดีสุดๆ

“เพราะฉะนั้นขอร้องเถอะค่ะ” โดโรธีที่ยืนตรงโดยให้นิลช่วยประคองอย่างยากลำบากก้มหัวเหมือนกับสาวใช้ที่มารยาท

“เห้ย! พวกแกกำลังทำอะไรกัน” เคิร์กพูดผ่านลำโพง

“อ้าวเห้ย? หัวหน้า?/หัวหน้าเคิร์ก” วิลสันและนิลพูดขึ้นพร้อมกัน

“ต้องขออภัยด้วยค่ะที่ทำให้เดือดร้อน” หวังลี้เก็บปืนและกุญแจมือ

“ต้องขอบคุณผู้บัญชาการเคิร์กที่ช่วย” โดโรธีพยายามหันหลังเพื่อไปขอบคุณเคิร์ก นิลเองก็ต้องช่วยเธออีกแรง

ปัง!!!

“พอเลย! ฉันไม่ฟังความคิดเห็นของพวกเธอ” เคิร์กทุบประตูเสียงดัง ก่อนที่จะเดินมาพร้อมกับลูกน้องของตัวเองที่เตรียมอุปกรณ์จี้ปาถะต่างๆ

“พวกอารมณ์ร้อนออกไปให้หมด พวกเราจะทำลายห้องนี้ทิ้ง” ทหารที่ถือจอบทำมือเล็งไปที่กำแพง

“ก็ยังที่พวกเขาบอก เราต้องไปจากที่นี้ แต่ก็ต้องเอาทุกอย่างที่ใช้ได้ไปด้วย” เคิร์กพูดพร้อมกับเอามือตบไหล่วิลสัน

“พวกเอ็งออกไปให้หมด ทหาร!!!!!” เคิร์กตะโกน

ครับ/ค่ะ” ทหารทุกคนวิ่งใส่ทุกคนในห้อง และยกทุกคนไว้เหนือหัว หวังลี้ โดโรธี นิล และวิลสันถูกยกและวิ่งออกจากห้อง

ฝากบอกวิลด้วยอย่าใช้ความรุนแรงเดียวจะโดนลงโทษเหมือนริสตี้” เคิร์กบอกให้วิลสันที่ถูกยกออกจากห้อง

“เคร ได้” วิลพูดพร้อมกับโบกมือทั้งที่ถือยกอยู่

นิลไปรายงานที่ฝ่ายสวัสดิการ พวกเขากำลังต้องการแรงงานคน” เคิร์กบอกกับนิลที่ดูแล้วสามารถใช้งานได้ง่ายกว่าวิลสันและนิลดูแล้วสามารถเติบโตได้มากกว่าคนอื่นๆ

“ครับผล แต่ขอยาแก้ปวดหน่อย” นิลพูดร่างกายเขารู้สึกปวดเมื่อย

โดโรธีไปพักซ่ะ เธอยังต้องให้แพทย์และวิศวกรช่วยจัดการขาของเธอด้วยน่ะ” เคิร์กออกคำสั่งให้โดโรธีด้วยเสียงเข้ม เพราะถ้ามาในแนวคำสั่งผู้หญิงคนนี้จะต้องว่าง่ายอย่างแน่นอน

“ค่ะ ต้องขอโทษที่ทำให้คุณเป็นห่วง” โดโรธีที่ถูกแบกด้วยท่าทางที่นุ่มนวลที่สุดพูด

หวังลี้เธอก็เหมือนกันไปกับโดโรธีซ่ะ” เคิร์กชี้นิ้วไปยังหวังลี้

“ค่ะ” หวังลี้ที่ถูกพาไปค่อยข้างทุลักทุเล เพราะร่างกายที่เป็นเครื่องจักรของเธอไม่ทั้งหนักกว่าและขนย้ายลำบากกว่าคนอื่นๆ

เออ! เดียวก่อน”  เคิร์กพูดทำให้ทหารที่กำลังยกหวังลี้หยุดและหันมา

ฉันไม่ไว้วางใจ พวกหัวกะทิว่ามันจะลองอะไรแปลกๆหรือเปล่า หวังลี้ดูพวกมันด้วย อย่าให้มันทำอะไรเลยเถิด” เคิร์กพูด เพราะทั้งร่างกายของโดโรธีนั้นอ่อนแอมาก ซ้ำยังไม่ได้อยู่ในสภาวะที่สามารถใช้พลังอีเลเมนต์ได้ด้วย ถ้าเกิดไอ้พวกหัวกะทิคิดอะไรแผลงๆหวังลี้ก็หยุดได้อยู่ 




NEKOPOST.NET