P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 70 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.70 - ผู้เริ่มและผู้ตาม (1)


วันที่ 2 เมษายน ค.ศ. 2042 เวลา 11: 00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เวนิส

“ขอบคุณที่บอกข่าวร้ายนี้กับฉัน” ชายชราคนหนึ่งถอนหายใจ เขาสวมชุดสีขาวที่มีรอยสีเทายาวถึงพื้น ชุดทุกอย่างของเขาดูธรรมดาเหมือนกับฤาษีที่หลบเลี่ยงผู้คน แต่ที่เด่นที่สุดคือมงกุฎสีขาวที่เป็นสัญลักษณ์ของวาติกันสูงเด่นเป็นสง่าที่แสดงถึงความสูงศักดิ์ของชายชราผู้นี้ เขารู้สึกแย่มากหลังจากได้ยินเรื่องที่เหล่าทหารเอกของตนรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น ห้องที่มีเก้าอี้อยู่จนเกือบสุดกำแพงแห่งนี้เป็นห้องที่พักนำของพระสันตะปาปามีเพียงพระองค์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเข้าออกได้ ทุกคนจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากพระสันตะปาปาเท่านั้น

“ครับ/ค่ะ องค์สันตะปาปา” เหล่าโฮลี่กราวด์คุกเข่าคำนับพระสันตะปาปาที่กำลังอ่านจดหมายด่วนสีดำ

พระสันตะปาปาลุกขึ้นจากเก้าอี้ของตนก่อนที่จะกวัดแกว่งคทาประจำตัวขึ้นมาปักบนพื้นห้องจนพื้นเป็นรู

“พระผู้เป็นเจ้าได้โปรดเมตตาต่อดวงวิญญาณของสาวกผู้ภักดีอย่างวินเซนต์ด้วยเทอญ” ชายชราดึงคทาออกจากพื้นห้องก่อนที่จะมีหมอกสีฟ้าพวยพุ่งออกมากจากรู และค่อยๆหายไป ส่วนเหล่าโฮลี่กราวด์กว่า 40 นายหลุมหนึ่งกองร้อย

พระสันตะปาปามองดูเหล่าทหารก่อนที่จะพบว่าผิดปกติ ชายชราจึงกวักมือเรียกทหารคนสนิทเพื่อถามไถ่ให้หายข้องใจ

“แล้วรูฟฟ่าล่ะ” ชายชราถามเพราะพิธีของวินเซนต์นั้นรูฟฟ่าน่าจะเป็นคนแรกๆที่ต้องอยู่ในห้องนี้

“แด่องค์ท่าน ท่านรูฟฟ่ายังไม่ได้กลับมาพะยะคะ” โฮลี่กราวด์รายงานพระสันตะปาปา “ต้องขออภัยที่ข้าไม่อาจหยุดแม่นางไว้ได้”

พระสันตะปาปาส่ายมือให้อภัย “ข้าเห็นรูฟฟ่าตั้งแต่ยังแบเบาะย่อมรู้นิสัยใจคอของเด็กน้อยดีที่สุด เธอเป็นคนใจร้อนและเสียสมาธิได้ง่ายถ้าถูกกระตุ้น เพราะฉะนั้นฉันจึงให้วินเซนต์ไปดูแลเธอยังไงล่ะ” เมื่อพูดถึงตอนนี้ชายชราก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะเขาคงจะยกภาระที่หนักเกิดกว่าที่วินเซนต์จะรับได้ วินเซนต์ก็เลย...

ชายชราทำสีหน้าเศร้าที่วาติกันต้องสูญเสียคนดีๆไปมากขึ้นเรื่อยๆเพียงเพราะการแก่งแยกอำนาจภายใน เขาคงต้องไม่ใจอ่อนอีกต่อไปแล้ว

“หืม พวกเธอคราวนี้ฉันอนุญาต...!!!”

“อนุญาตเรื่องสำคัญ โดยที่ไม่มีดิฉันอยู่ได้ยังไงค่ะ ท่านสันตะปาปา” มุขนายกเดินเข้ามาในห้อง ด้านหลังของเธอมีเหล่าคาร์ดินัลระดับสูงเดินตามหลัง แถมพวกเขาแต่ละคนยังเต็มไปด้วยทหารวาติกันติดอาวุธหนักจำนวนมาก ทุกคนพร้อมรบเต็มอัตราศึก

“มุขนายก เธอไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาน่ะ” โฮลี่กราวด์คนหนึ่งตะโกนขึ้น เขาชักปืนไรเฟิลสีขาวออกมาประทับบ่า

“สาวห้ามนักบังอาจคิดทำร้ายท่านมุขนายก” คาร์ดินัลที่ตามหลังสตรีตะโกนเสียงดังก่อนที่เขาจะยืนขว้างปืนกับมุขนายกเอาไว้

“ถอยกลับมาซ่ะ ถ้ายังไม่อยากตาย” มุขนายกพูดเสียงเรียบ

“คะ...ครับ!!!” คาร์ดินัลคนนั้นยอมถอยแต่โดยดี

มุขนายกเดินไปหาเหล่าโฮลี่กราวด์ที่ระแวงระวังตัวเธอ แต่พระสันตะปาปากลับส่ายหัวให้โฮลี่กราวด์ พวกเขาทั้งหมดจึงค่อยๆถอยอย่างช้าๆไปตรงหน้าพระสันตะปาปา เพราะต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ต้องปกป้ององค์สันตะปาปาเอาไว้ให้ได้

“พวกเธอไม่ต้องทำแบบนั้นหรอก โคโมเอะนั้นแข็งแกร่งเกินไป พวกเธอสู้หล่อนไม่ได้หรอกน่ะ” พระสันตะปาปายิ้มน้อยๆก่อนที่เขาจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ ประโยคนี้ทำให้เหล่าโฮลี่กราวด์มองหน้ากันเองก่อนที่จะรีบถอยกลับไปด้านหลังเก้าอี้ของพระองค์

“สวัสดีโคโมเอะ ยูเรียล” พระสันตะปาปาทักทาย

“เช่นกัน ค่ะ องค์สันตะปาปาวินเซนต์ที่ 1” โคโมเอะกล่าวทักทายเหมือนกัน

“เอ้า! แขนขวาไปโดนอะไรมา ไม่สมเป็นเธอเลยน่ะ” พระสันตาปาปาทักถึงแขนขวาของโคโมเอะ ถึงเธอจะเปลี่ยนชุดตัวใหม่ แต่ชายชราก็สามารถรู้สึกได้ถึงแขนที่หายไปและยังมีร่องรอยประหลาดที่แขนข้างนั้นอีก

“หรือว่าวินเซนต์???” พระสันตะปาปานึกสงสัยถึงจะเป็นวินเซนต์ที่ได้ชื่อว่าเป็นโฮลี่กราวด์ที่แข็งแกร่งที่สุด เขาเพียงคนเดียวไม่อาจจะทำให้โคโมเอะที่มีวงจรเวทมนตร์อันทรงพละและยังสามารถกลืนกินเวทมนตร์ของคนอื่นบาดเจ็บได้ถึงขนาดนี้

“จะพูดว่า ‘ถูก’ก็ใช่ ‘ไม่ถูก’ก็ใช่ค่ะ” มุขนายกลูบแขนข้างที่เสียไป

“งั้นเหรอ! ชายชราทำท่าครุ่นคิดก่อนที่จะถามต่อ “แล้วเธอมีธุระอะไรกับชายชราใกล้ฝั่งอย่างฉันหรือ” พระสันตะปาปาพูดด้วยรอยยิ้ม

“ก็เพราะท่านชราภาพมากเกินไป ดิฉันเลยเห็นว่าสมควรเวลาที่ท่านจะลงจากตำแหน่งนั้นได้แล้ว” มุขนายก และเหล่าผู้ติดตามเดินเข้าหาพระสันตะปาปา

“คงจะไม่ได้หรอก” ชายชราปฏิเสธชัดเจน

“การลงมติเป็นหน้าที่ของเหล่าคาร์ดินัล ท่านวินเซนต์ที่ 1” คาร์ดินัลคนหนึ่งพูดขึ้น

พระสันตะปาปาวินเซนต์ที่ 1 ส่ายหัว “ฉันไม่คิดว่าการปกครองทุกอย่างด้วยอำนาจกับการใช้หลักประกันนั้นไม่ใช่ทางออกที่แท้จริง” พระสันตะปาปาพูดก่อนที่เขาจะลุกขึ้นไปหยิบชุดชาที่เขามักจะใช่ชงชาออกมา

เขาเทชาลงในแก้วก่อนที่จะทำให้แก้วที่เต็มไปด้วยชาที่อุ่นแต่พอดีลอยไปหาโคโมเอะ “ฉันไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ของพวกเรานั้นซ้ำรอยเดิมเหมือนกับยุคกลางที่ทุกคนสนใจเพียงอำนาจและถูกตัณหาเข้าครอบง่ำ” ชายชราพูดถึงคริสตจักรในอดีตที่ผู้คนเข่นฆ่ากันเองเพียงเพื่ออำนาจโดยอ้างชื่อพระเจ้าทำเรื่องเลวร้าย

โคโมเอะรับถ้วยน้ำชา เธอนั่งลงบนอากาศพร้อมกับดื่มมัน “มันเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ บางครั้งการที่เราใช้จุดบางอย่างของคนอื่นมันก็ทำให้เราได้เปรียบ”

“งั้นเหรอ แล้วทำไมถึงเสียแขนข้างนั้นหล่ะ มันไม่มีทางเป็นฝีมือของวินเซนต์แน่ๆ” พระสันตะปาปาชี้ไปยังแขนขวาของโคโมเอะ “การทำให้คนอื่นเจ็บปวดน่ะถึงมันจะทำให้ตัวเองรู้สึกดี แต่มันก็เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะฉะนั้น...”

“เพราะฉะนั้นถึงต้องต่อเนื่องนี้คือ กฎของธรรมชาติที่แท้จริง ยิ่งเจ็บมากก็จะยิ่งจำ ไม่ใช่โลกในอุดมคติของท่าน โลกแบบนั้นไม่มีทางเป็นจริงได้” คาร์ดินัลองค์หนึ่งแย้งพระสันตะปาปา

พระสันตะปาปานั่งลงบนเก้าอี้เก่าๆเขาถอนหายใจอย่างแรง เขาไม่นึกเลยว่าสาวกของพระผู้เป็นเจ้าจะถูกความโลภกัดกินไปจนถึงแก่น ชายชราเอามือบีบตรงหว่างคิ้ว มันคงจะถึงเวลาของเขาแล้วสิน่ะ ‘ลูกวินเซนต์’

“ก็ได้ฉันจะยอมลง” พระสันตะปาปาเอยปากเบาๆ เขาถอดมงกุฎบนศรีษะออก

“ท่านสันตะปาปา!!!!” เหล่าโฮลี่กราวด์ร้องลั่นท้องพระโรง

“ไม่เป็นไรถึงฉันจะลงจากตำแหน่ง แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะละเลยหน้าที่ของสาวกของพระผู้เป็นเจ้าหรอก” พระสันตะปาปายื่นมงกุฎให้กับโฮลี่กราวด์ที่อยู่ใกล้ที่สุด โฮลี่กราวด์คนนั้นไม่กล้ารับมงกุฎที่ชายชรายื่นให้ ทางชายชราก็ยิ้มเบาๆก่อนที่จะวางมงกุฎไว้บนตักตัวเอง

“ขอโทษด้วยน่ะ พวกเขาซื่อสัตย์กับฉันมากไปหน่อย เออ..” พระสันตะปาปาชราชี้นิ้วไปทางกลุ่มของ “ให้คนของเธฮมาเอามันแทนได้หรือเปล่า”

คำพูดของพระสันตะปาปาทำให้เหล่าผู้ติดตามของโคโมเอะไม่พอใจมาก เพราะมันอาจจะเป็นแผนของชายแก่ตรงหน้า พวกเขาต่างรู้ดีถึงแม้พระสันตะปาปาวินเซนต์ที่ 1 จะด้อยเชิงเวทมนตร์ในการต่อสู้ แต่การสื่อสารและการสอบสวนถือว่าทรงพลังที่สุดในคริสตจักรจึงไม่อาจที่จะประมาทชายชราตรงหน้าได้

“ก็ได้ค่ะ” โคโมเอะโค้งคำนับก่อนที่จะเดินไปหาพระสันตะปาปาโดยไม่เกรงกลัว ก่อนที่จะเดินไปเธอหันกลับมามองคนอื่นๆเพื่อเป็นเชิงว่า ‘อย่าส่งเสียงเป็นอันขาด’

ลูกน้องของโคโมเอะบางคนถึงกับกลืนน้ำลาย สายตาที่มุขนายกแสดงออกมานั้นอำมหิตมาก แต่เพียงพริบตาจากความกลัวก็กลายเป็นความปลื้มปิติที่พวกเขามีผู้นำที่แข็งแกร่งที่จะสามารถปกป้องมนุษยชาติในยุคที่มืดมนที่สุดของมนุษย์

โคโมเอะก้มตัวลงต่อหน้าอดีตพระสันตะปาปาก่อนที่พระสันตะปาปาชราจะวางมงกุฎลงบนศรีษะ ซึ่งถือว่าเป็นการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

“ไม่คิดที่จะโจมตีใส่ฉันเลยหรือค่ะ” โคโมเอะถามชายชราที่ไม่มีท่าทีขัดขืน

“ฉันรักความสงบ การทำร้ายไม่ใช่วิถีของฉัน และตำแหน่งพระสันตะปาปาในสายตาของฉันก็คือหน้าที่ๆหนึ่งเท่านั้นเอง” ชายชราถอนหายใจ ตอนแรกที่เขาพูดเชิงให้โคโมเอะ ยูเรียลเข้ามารับมงกุฎด้วยตนเองก็เพื่อดูปฏิกิริยาของผู้ที่เลือกติดตามหล่อนเพียงเท่านั้นเอง และสิ่งที่เขาเห็นก็คือรอยยิ้มอันยินดีที่เห็นผู้นำของตนแข็งแกร่ง สายตาของสัตว์ที่กระหายเลือด นี้คนในวาติกันต่างพากันรักความรุนแรงกันไปหมดแล้วหรือ

นี้คงเป็นสิ่งที่ชายชราได้แต่คิดในตอนนี้ที่สำคัญที่สุดคือ........

“คิดจะพาโฮลี่กราวด์ไปไหนเหรอค่ะ”

!!!!

ชายชราชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่จะมองเหล่าโฮลี่กราวด์ที่ตอนนี้พร้อมจะประจันหน้ากับศัตรู เหล่าโฮลี่กราวด์รู้ดีว่าการที่มุขนายกก่อปฏิวัติแบบนี้ หล่อนคงไม่มีทางให้องค์สันตะปาปาและพวกเขามีชีวิตรอดแน่ๆ อย่างน้อยพวกเขาก็ต้องพาพระสันตะปาปาหนีไปและลดกำลังรบของมุขนายกให้มากที่สุดเพื่อให้กองกำลังอื่นๆทั่วทุกมุมโลกสามารถสู้กับกองทัพที่ใช้เวทมนตร์ของมุขนายกได้

ชายชราลุกจากเก้าอี้ก่อนที่จะไปยืนด้านหน้าเหล่าโฮลี่กราวด์ “คิดจะทำร้ายทุกสิ่งเพียงเพื่ออำนาจหรือโคโมเอะ” อดีตพระสันตะปาปามองหน้าโคโมเอะที่ตอนนี้ได้นั่งอยู่บนเก้าอี้เก่าๆที่เขานั่ง ทันใดนั้นเก้าอี้ที่โทรมสภาพก็เปลี่ยนเป็นบักลังก์ทองคำส่องแสงสง่า ห้องสีขาวที่ดูมืดมนก็กลายเป็นห้องโถงที่งดงามไปด้วยภาพวิจิตรศิลป์ต่างยุคมากมาย

“ห้องโถงที่งดงามแบบนี้ต้องไร้ค่าหมดมันช่างหน้าเสียดายยิ่งหนัก” มุขนายกเสกชุดพระสันตะปาปาสีแดงลายทองขึ้นสวม

“ฉันเลือกที่จะปฏิบัติตน สิ่งหรูหราไม่เคยช่วยใคร” ชายชราถอยไปทางด้านหลังบัลลังก์ พร้อมกับเหล่าโฮลี่กราวด์ที่คอยคุ้มกันด้านหลังของพระองค์

มุขนายกมองไปยังเหล่าโฮลี่กราวด์ที่ตอนนี้ถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจ ตอนแรกเธอก็คิดว่าจะวางเส้นสายเข้าไปในโฮลี่กราวด์หน่วยรบที่แข็งแกร่งที่สุดของวาติกัน แต่วินเซนต์ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำของโฮลี่กราวด์ก็ได้ขัดขวางเธอทำให้เธอไม่สามารถวาง ‘ราก’ ในได้โฮลี่กราวด์ได้แม้แต่คนเดียว

ชายชราพายมือไปยังเหล่าคาร์ดินัลและผู้นำระดับสูงของวาติกัน “สตรีคนนี้คือพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ของพวกเจ้าขอให้เจ้าทุกคนจงปกป้องพระองค์ด้วยชีวิต” พูดจบชายชราก็ถอดผ้าคลุมออก แต่สิ่งที่แสดงออกมามีเพียงความว่างเปล่ากับเครื่องฉายภาพสามมิติเท่านั้น ทั้งชายชราและโฮลี่กราวด์ของเขาล้วนแต่เป็นเพียงภาพฉายที่เกิดจากเครื่องฉาย ส่วนผ้าคลุมก็เป็นเพียงสิ่งของที่ใช้บดบังขอต่อของแขนปลอมและหน้ากากปลอมตัวที่คล้ายกับของจริงเท่านั้น

“พลาดจนได้สิน่ะ” พระสันจะปาปาพระองค์ใหม่เอามือลูบหน้าตัวเอง เธอนึกไม่ถึงว่าเธอจะพลาดท่าให้กับคนที่ใช้ชื่อ ‘วินเซนต์’ ถึงสองครั้ง และยังเป็นวันที่สองเสียด้วย ดูถ้าเลข 2 อาจจะเป็นเลขอับโชคของเธอก็ได้ และที่น่าสนใจที่สุดคือชายชราใช้เพียงแค่เวทย์ลอยตัวกับเขนปลอมให้ขยับคู่กับหนังหน้าเทียมใต้ชายผ้าและใช้เวทย์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทุกคนที่นี้ที่พร้อมก่อปฏิวัติล้วนแต่ไม่ได้เอะใจหนัก โดยเฉพาะเธอที่กำลังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บยิ่งไม่ได้ตระหนักถึงเวทย์จำพวกนั้นเลย

‘แต่เอาเถอะ เรื่องนี้ค่อยจัดการทีหลังในเมื่อผลได้เสียยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้’ โคโมเอะ ยูเรียลนึกถึงแผนการในอนาคตที่กำลังดำเนินอยู่ถึง อดีตพระสันตะปาปาวินเซนต์ที่ 1 กับทหารโฮลี่กราวด์จะอยู่ภายนอกอาณาเขตการดูแลของวาติกัน แต่จากนิสัยของเขากับเหล่าโฮลี่กราวด์ พวกเธอก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีสงครามภายในเลยแม้แต่น้อย

อดีตพระสันตะปาปาคงไม่มีทางก่อสงครามเพื่อที่ทำให้ ‘ชีวิต’ จำนวนมากที่ชายชราห่วงแหนต้องตายเพียงเพื่ออำนาจ

“องค์คาร์ดินัล” โคโมเอะ ยูเรียลพูดก่อนที่จะหมุนบัลลังก์ไปด้านหลัง เธอสะบัดมือก่อนที่จะมีกำแพงที่อยู่ตรงหน้าจะกลายเป็นหน้าต่างที่มองเห็นวิวของเมืองวาติกัน

“ร่มเกล้า” เหล่าคาร์ดินัลคารวะโคโมเอะ ยูเรียล เมื่อเธอเห็นทุกอย่างเข้าทีเข้าทางแล้วเธอจึงทำการประการอย่างเป็นทางการเพื่อเริ่มแผนการขั้นต่อไป

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนามของฉันคือ พระสันตะปาปาวินเซนต์ที่ 2 เราจะฟื้นฟูโลกที่เสียหายนี้ขึ้นมาใหม่!!!” พระสันตะปาปาวินเซตน์ที่ 2 ประการคำสั่งอย่างเสียงดังฟังชัด เหล่าสาวกต่างก็คุกเข่า เพราะประโยคนี้เป็นสิ่งที่พวกเขารอมานาน หลังจากพระสันตะปาปาคนก่อนที่เอาแต่อืดอาดยืดยาดไม่ยอมใช่อำนาจของวาติกันนำความสงบสุขมาสู่โลก

“เพื่อโลกในอุดมคติของพวกเรา” พระสันตะปาปาหญิงชูมือขึ้นฟ้า ตอนนี้เธอได้วาติกันมาไว้ในกำมือแล้ว ต่อไปคือโลกใบนี้ทั้งใบ โลกในอุดมคติของเธอ




NEKOPOST.NET