P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 67 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.67 - ไว้ใจได้แน่นอน (1)


วันที่ 2 เมษายน ค.ศ. 2042 เวลา 11: 00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เวนิส

“โอ๊ย!!” ริสตี้เอามือลูบท้องตัวเองที่ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่เธอจะเอามือบังแสงแดดที่ส่องเข้าตา เธอตื่นขึ้นมาในห้องนอนสุดหรูหรา

“11 โมงตรง ตื่นได้แม่นยำตรงเลยศูนย์” คีรีสดูนาฬิกาโบราณก่อนที่จะสะบัดข้อมืดเพื่อปิดหน้าปัด

“คีรีสแก! โอ๊ย” ริสตี้ที่ไม่ทันได้พูดอะไรก็ต้องกลืนคำพูดลงคอเธอเจ็บท้องมากขืนพูดออกไปมากกว่านี้ แผลในตัวคงจะช้ำในกว่าเดิมแน่ๆ

คีรีสลุกขึ้นก่อนที่จะสวมชุดคลุมตัวโปรดของเขา “ถ้าคุณตื่นแล้ว ผมจะได้ไม่ต้องเฝ้า” คีรีสหาว เมื่อคืนนอกจากต้องจัดการเรื่องวุ่นวายเพราะพายุอีเลเมนต์เข้าฝั่ง และยังต้องเฝ้าริสต้าที่หมดสติทั้งคืนไม่ให้มีคนมาพบตัวเธอจนลงข่าวหน้าหนึ่ง

“นี้แกทำอะไรฉัน!!!” ริสตี้ใช้ผ้าห่มคลุมตัว เพราะตอนที่เธอตื่นขึ้นมา เธอสนใจแค่ว่าเธอปวดท้อง แต่พอสังเกตดีๆ เธอก็ต้องเอามือปิดหน้าอก เพราะเธอไม่ใส่อะไรเลย

“ผมแค่ถอดชุดรบของคุณออก จะให้คุณหลับทั้งที่ต้องพกของอันตรายมากขนาดนั้นคงจะเป็นอันตรายต่อตัวคุณเอง” คีรีสพูด เพราะริสตี้พกอาวุธมาทั้งตัว ขนาดชั้นในทั้งหมดยังเต็มไปด้วยอาวุธ

เขาคงจะให้ริสตี้ใส่ของแบบนั้นนอนในคืนที่คลื่นอีเลเมนต์คลุ้มคลั่งแบบนี้ไม่ได้ไม่เช่นนั้นเธออาจจะบาดเจ็บจากการที่อาวุธที่เธอเหน็บไว้เกิดระเบิดเพราะถูกอนุภาคอีเลเมนต์รบกวนจนระบบไฟฟ้าขัดข้อง

ริสตี้ที่ใช้ผ้าห่มปิดบังร่างกาย พลางใช้ดวงตาทั้งข้างของเธฮเพ่งมองเข้าไปในดวงตาของคีรีสอย่างระแวงระวังสลับกับมองเนื้อตัวของเธอใต้ผ้าห่ม

“ไม่ได้ทำอะไร ฉันแน่น่ะ” ริสตี้พูดพร้อมกับหรี่ตา

“ครับ” คีรีสยืนกราน

“แน่น่ะ!!” ริสตี้เน้นอีกรอบ ทำให้คีรีสมองไปที่หญิงสาวว่าทำไม ผู้หญิงคนนี้ถึงได้หัวดื้อมากถึงขนาดนี้น่ะ

“ถ้าผมทำไป นักข่าวคงเอาเรื่องนี้ไปตีไข่กันสนุกแน่ ผมคงไม่กล้าเสี่ยงเอาชื่อเสียงทั้งหมดของผมที่สะสมมาไปลงกับร่างกายของคุณ” คีรีสให้เหตุผลที่สามารถอธิบายได้อย่างมีเหตุผลและชัดเจนมากที่สุด ถ้าเขาทำอะไรกับร่างกายของหล่อนจริงแล้วหล่อนดันบ้าจี้เอาเรื่องนี้ไปพูดกับสื่อ สื่อก็ต้องให้ริสต้าไปตรวจร่างกายเพื่อหาหลักฐาน และถ้าสื่อเกิดเจอหลักฐานตามที่ริสต้าโต้ขึ้นมา เขาจะซวยเอามากๆ

“ก็จริง” ริสตี้เอาลิ้นเลียปาก เจ้าคีรีสคงไม่เอาชื่อเสียงของตัวเองมาทิ้งเพียงเพราะอารมณ์หื่นชั่ววูบหรอก ตอนแรกก็กะเอาไปลงสื่อ แต่ถ้าไม่มีหลักฐานแบบนี้ เธอจะเป็นฝ่ายถูกจับข้อหาใส่ร้ายเชื่อพระวงศ์และหมิ่นเบื้องสูงแทน เธอกะจะได้ถีบคีรีสตกจากเก้าอี้บัลลังก์สักหน่อย

“แล้วนิลล่ะ” ริสตี้ถามคีรีส เพราะนิลน่าจะยังอยู่ที่ไหนสักแห่งในตึกหลังนี้แหล่ะ

“เขาบอกว่ามีธุระเล็กน้อย เดียวเขาก็จะกลับมาครับ” คีรีสเลือกซองชาสำเร็จรูปไว้สำรับดื่มตอนช่วงมื้อเที่ยง เพราะมันคงไม่พอถ้าเขาจะดื่มคนเดียวกับโคลม

“เขาไปไหน? ว้าย!” ริสตี้ที่ลุกขึ้นมาจนทำผ้าหลุดตกใจก่อนที่จะรีบปิดเนื้อตัวไม่ให้ผู้ชายตรงหน้าเห็น

“อย่าดูถูกพวกพ้องของคุณสิครับ คุณนิลเขาออกจะเก่ง” คีรีสพูดพร้อมกับต้มชาไปด้วย พลางนึกสนใจทั้งที่ริสตี้ตอนเด็กๆชอบแก้ผ้าวิ่งรอบปราสาททุกวัน แต่ไงตอนนี้ถึงทำตัวเป็นกุลสตรีรักนวลสงวนตัว

“ไอ้ตุ๊ดอย่างหมอนั่นนี้น่ะ! ไม่มีทางอ่ะ! มันกระจอกจะตาย!” ริสตี้เน้นเพราะเธอไม่คิดว่านิลที่ทำอะไรเป็นสักอย่างจะมีค่าแบบที่คีรีสพูด ยิ่งมันถูกฉีดยาจนตูดโด่งแบบนั่นมันจะทำอะไรได้

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เขาบอกว่าจะกลับมาให้ทันภายในบ่าย 3” คีรีสดูหน้าปัดนาฬิกาอันที่สองที่เป็นแบบดิจิตอลที่บอกเวลาละเอียดถึงเสี้ยววินาที

“เดียวน่ะ อย่าบอกน่ะว่ามันไปช่วยเจ้าโดโรธีคนเดียว” ริสตี้กำผ้าห่มจนแน่น

“ครับ” คำตอบสั้นๆของคีรีสทำให้ริสตี้โยนผ้าห่มทิ้ง สำหรับเธอในตอนนี้คงบอกว่า ‘ชั่งหัวมันว่าใครจะเห็น เธอต้องไปช่วยนิล เพราะหมอนั่นมันจะไปตายชัดๆ’

“เอ๊ะ?” ริสตี้เข่าอ่อนจนหน้ากระแทกลงกับหมอน

“ผมบอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร” คีรีสหยิบผ้าห่มบนพื้นมาสะบัดก่อนที่จะห่มให้ริสตี้อีกครั้ง ท่ามกลางสายตาของหญิงสาวที่ดุดัน

“นะ..นี้แกใช้มันกับฉันเรอะ นะ..นายกล้าดียังไง” ริสตี้ที่ไม่เหลือแรงแม้แต่นิดเดียวพูดอย่างเหนื่อยหอบ เธอเกลียดคีรีสเพราะมันมีพลังในการสั่งคนแบบเดียวกับเจ้าอลัน

“ไม่งั้นคุณก็จะสร้างความเดือดร้อน มันมีแต่จะทำให้คุณนิลเขาลำบากมากขึ้น” คีรีสพูดก่อนที่จะรีบวิ่งกลับไปดูที่ชา

“โธ่! เพราะคุณแท้ๆชาอย่างดีของผมเสียหมดเลย” คีรีสกัดฟัน ใบชาอย่างดี แต่ถ้าต้มนานไปแม้แต่นาทีเดียวใบของมันก็จะเละจนกลิ่นมันเหม็น เขาจึงรู้สึกเสียดายมาก เพราะใบชาตัวนี้ไม่มีขาย เขาได้ใบชาตัวนี้เมื่อปีที่แล้วจากนักผจญภัยชาวไทยคนหนึ่งที่นานๆทีจะเจอกัน  แล้วเขาจะได้เจอเขาอีกตอนไหนก็ไม่รู้ ทั้งที่เขาชอบชากลิ่นนี้เอามากๆซ่ะด้วย

“ขนาดนี้ยังห่วงชาอีก!” ริสตี้พยายามลุกขึ้นพูด แต่ก็ทำได้แต่นอนนิ่งๆ

“ไม่เป็นไรครับเขาต้องกลับมาแน่ ผมการันตีเรื่องนี้ได้” คีรีสลวกใบช้าที่ต้มจนเดือดเสร็จมาวางไว้ในกาต้มน้ำอ่อนๆ

ปุป!!!

คีรีสยิ้มก่อนที่จะดูนาฬิกาของตัวเอง

เวลา 11นาฬิกา 11นาที 11วินาที11เสี้ยววินาที

“มาก่อนเวลานั่นตั้งหลายชั่วโมง ผมบอกแล้วว่าเชื่อใจได้” คีรีสดีดคิ้ว

“แถมเลขยังสวมมากด้วย” คีรีสดูตัวเลขแบบนี้เขาเลยคิดว่า มันน่าจะเป็นเลิศมงคล

“ใครกลับมา?” ริสตี้ที่นอนอยู่พูด ตอนที่เธอใจเย็นลงแล้ว เพราะหล่อนคงไม่สามารถทำอะไรได้

“คุณนิล อุ๊บ!!! หึๆๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” คีรีสอดกลั้นอารมณ์ขั้นของเขาไว้ไม่ได้ เขาระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเสียงดัง หลังจากที่เขาต้องทำตัวเป็นคนสุขุมอดกลั้นอย่างถึงที่สุดตามแบบอย่างเจ้าชายที่ดี แต่แบบนี้เขาอั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่จริงๆถึงได้ระเบิดอารมณ์ที่อัดอั้นมานานหลายปี

“แกเล่นตลกอะไรของแกอีกล่ะ” ริสตี้ฝืนลุกขึ้นมาได้สำเร็จ เธอดูตามแขนขาของตัวเองที่กล้ามเนื้อยืดจนสุด เส้นเลือดปูดบวม เหงื่อไคลชุมโชก และที่เด่นที่สุดคือ รอยช้ำมากมายปรากฏขึ้นตามเนื้อตัว

ถ้าจะบอกว่าองค์ชาย องค์หญิงแห่งซุนสเซตรู้จักคีรีสดีที่สุดก็ต้องบอกว่าเอาไปเลยไข่ต้ม เพราะเป็นเธอ ริสต้า วิลลี่คนที่ได้ชื่อว่ารู้จักธาตุแท้ของคีรีสดีที่สุด ว่ามันเป็นพวกเส้นตื้นไม่พอยังบ้าจี้อีกตั้งหาก นับตั้งแต่นั่นเป็นต้นมามันก็ไม่เคยให้ใครเข้าใกล้จนคนอื่นคิดว่า มันเป็นเจ้าชายผู้เต็มไปด้วยเกียรติและความทระนงตนไม่ยอมให้ใครต้องตัว ทั้งที่ความจริงมันกลัวตัวเองจะหลุดปากมากกว่า เพราะตอนเธอยังเด็กและเป็นชนชั้นสูงของซุนสเซต เธอเคยเดินเบียดคีรีสจนเห็นเขาหัวเราะขี้มูกโป่งเหมือนคนบ้า

คีรีสหันกลับมาที่จมูกของเขายังมีน้ำมูกไหลไหลอยู่เลย แถมยังไอเสียดังเพื่อกลั้นไม่ให้น้ำลายพุ่ง คีรีสมองหน้าริสต้าแวบหนึ่งก่อนที่จะรีบหันหน้ากลับไป ก่อนที่คีรีสจะจามเสียงดังจนมีน้ำลายพุ่งใส่เต็มกำแพง

ปี๊บๆ เสียงเครื่องส่งสัญญาณดังขึ้น คีรีสจึงรีบเช็คหน้าของตัวเองให้สะอาด เขาคงจะให้คนอื่นเห็นสภาพของเขาในตอนนี้ไม่ได้ ภาพพจน์ของเขาคงถูกนินทาจนเน่าแน่

“อึ่ม มีอะไร” คีรีสล้างหน้าล้างตาของตัวเองจนใสกิ๊งไร้ริ้วร้อย ก่อนที่จะเปิดช่องสื่อสารพิเศษที่ใช้ลายนิ้วมือ+ดีเอ็นเอเพื่อเป็นโทรศัพท์สื่อสารเฉพาะตัวของคีรีสเอง

“คนโทษทีรบกวนเวลาเที่ยงของท่านน่ะครับ เออ คือ...” บอดี้การ์ดแว่นดำพูดติดคอ “อะ แฮ่ม” คีรีสไอทีหนึ่ง “มีคนมาหาฉันหรือ” คีรีสทำรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน

“ครับ มีผู้ชายคนท่าทางแปลกๆแบกผู้หญิงเลือดท่วมตัว บอกว่าเขาเป็นคนรู้จักของท่าน ผมเลยให้ลูกน้องกักตัวไว้ก่อนเพื่อรอคำสั่งของท่านครับ” บอดี้การ์ดรอคำสั่งของคีรีส เพราะชายน่าสงสัยคนนั้นตะโกนโหวกเหวกเสียงดังไม่รู้เรื่อง พูดชื่อมกุฎราชกุมาร ‘คีรีส’ ลูกเดียว พวกเขาก็เกรงว่าจะเป็นอาชญากรที่คิดลอบปลงพระชนม์ แต่เมื่อหัวหน้าบอดี้การ์ดเห็นผู้หญิงเลือดท่วมตัวที่ผู้ชายคนนั้นแบกมา หัวหน้าของเขาก็รู้ว่าไม่น่าเป็นนักฆ่า เพราะผู้หญิงที่แบกมาอาการสาหัส อาการบาดเจ็บของผู้หญิงผมน้ำตาลน่าเป็นห่วงมาก หัวหน้าก็เลยให้เขามาถามองค์ชายคีรีสโดยตรงเพื่อรอคำสั่ง องค์ชายน่าจะออกคำสั่งให้พวกเขาจัดการเรื่องนี้ได้ (ต้องบอกว่าพวกเขากลัวอำนาจตระกูลวรรณศักดิ์มากกว่าเลยขออนุญาตท่านคีรีสเพื่อทำงานได้สะดวก)

“นั้นแหล่ะ พาพวกเขามาหาฉัน” คีรีสพูดและก่อนที่เขาจะปล่อยนิ้วที่ใช่เป็นรหัสดีเอ็นเอต่อสัญญาณ แต่เขาก็เหมือนนึกเรื่องสนุกขึ้นได้ เลยต้องจิ้มให้สุดก่อนที่จะพูดต่อ “ดูแลพวกเขาให้ดีที่สุด ถ้าเกิดอะไรขึ้นแม้แต่นิดเดียว ฉันจะไปเยี่ยมงานศพของพวกคุณทุกคน” คีรีสพูดเสร็จก่อนที่จะส่งรอยยิ้มเล็กๆให้บอดี้การ์ดเป็นของส่งท้าย

ริสตี้ที่ดูอยู่ตั้งแต่แรก หัวเราะเจ้าคีรีสเล่นขู่พวกบอดี้การ์ดแบบนี้ พวกบอดี้การ์ดคงต้องดูแลคนสองคนนั้นให้ดี โดยที่คนสองคนที่เธอได้ยิน เธอก็พอจะเดาได้ว่าคือใคร

คีรีสปล่อยนิ้วและดีดหนึ่งทีเพื่อคลายเส้นที่ต้องกดนานๆหันกลับไปหาริสต้า

“ผมบอกแล้วไงไว้ใจได้แน่นอน” คีรีสยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนที่จะหัวเราะเสียงดังเหมือนเดิม 




NEKOPOST.NET