P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 65 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.65 - ความทรงจำที่ซ้อนทับกลางสายฝน


วันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 2042 เวลา 21: 54 น. ตามเวลาท้องถิ่น เวนิส

ณ ห้องเต้นร่ำแขกพิเศษชั้น 4

“ดิฉันขอโทษน่ะค่ะ ฉันยังมีธุระขอตัวก่อนค่ะ” สตรีแสนงามรีบเดินผ่านเหล่าท่านชายที่มองหล่อนตาไม่กระพริบ

“เดียวก่อนครับ” ชายคนหนึ่งเอามือไปคว้าแขนของหญิงสาวที่งดงามตรงหน้า แต่ก็มีมือขนาดใหญ่ตบแขนออก

“ผู้หญิงเขาบอกว่ามีธุระ” คนในชุดหน้ากากผีขนาดใหญ่ยืนขวางเลย เธอและเหล่าชายหนุ่ม เหล่าชายถึงกับขนลุกซู่ไม่ใช่เพราะว่าหน้ากากผีนั้นน่ากลัว แต่เป็นเพราะหน้ากากตาโขนสีดำลายขาวกับชุดคลุมลายดอกเบญจมาศสีขาว นี้มันสัญลักษณ์ของตระกูลวรรณศักดิ์ผู้ปกครองนครเวนิส ขืนยุ่งมากคงได้กลายเป็นศพไร้ญาติแน่

หน้ากากผีตาโขนผลักหญิงงามคนนั้นออกไปก่อนที่เขาจะถอดหน้ากากออก “เห้ย นิลแบบนี้เนียนไหม” ริสตี้ยิ้มพร้อมกับหัวเราะ “อย่าพูดแบบนี้สิครับ” นิลที่ต้องแต่งหญิงอายมาก และต้องถูกผู้ชายจ้องมองจนเริ่มเกิดอารมณ์แบบนี้มันโคตรจะรู้สึกแย่ ยาเปลี่ยนฮอร์โมนฤทธิ์มันแรงจริง

แต่นอกจากฮอร์โมนแล้วเขากลับรู้สึกผิดปกติมาก วันนี้อากาศมันแห้ง ใช้มันแห้ง

“วันนี้ฝนไม่ตกเหรอครับ อะ ค่ะ” นิลพูด

“ฝนเหรอมันไม่ตกสักหน่อย นายเมาหรือเปล่า” ริสตี้พูดพร้อมกับดีดหว่างคิ้วของนิ้วจนหัวของนิลดีดคอส่งเสียงดังกร๊อป

“แย้ะ เครื่องสำอางเยอะจัง” ริสตี้เขี่ยรองพื้นออกจากนิลมองดูนิลที่เอามือจับคอตัวเอง “มันเจ็บน่ะครับ” นิลที่กลายเป็นหญิงเอามือคล้ำคอตัวเอง โชคดีแค่กระดูกกระทบกันเฉยๆไม่ใช่กระดูกคอร้าวหรือหัก แต่มันเจ็บจริงๆนั้นแหล่ะ

“หืม! ฝนตก” แขกคนหนึ่งที่มองออกไปทางน้ำตารู้สึกได้ว่ามีน้ำฝนตกลงมาจากท้องฟ้า เมื่อเขามองท้องฟ้าก็เห็นห่าฝน เขาจึงรีบปิดหน้าต่างในทันที

ซ่า ซ่า ซ่า ซ่า

“ฝนตกแล้ว”

“วันนี้พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนไม่ตกไม่ใช่เหรอ”

“เอาเถอะรีบเก็บข่าวของเร็ว”

ชาวบ้านกับนักท่องเที่ยวถึงกับรีบเก็บของกันจ้าละวั่น พวกเขารีบวิ่งหาที่หลบฝน แต่กลับมีบางคนวิ่งหนีเหมือนกลัวอะไรที่น่ากลัวก็ไม่แปลกทุกคนล้วนตกใจมากกับเรื่องแบบนี้

เพราะพยากรณ์อากาศโลกที่บอกแล้วว่าวันนี้อากาศยามค่ำคืนสดใส แต่เกิดฝนตกห่าใหญ่ผิดปกติ แถมช่วงนี้ยังมีข่าวพวกอาวุธชีวภาพบุกโจมตีเขตปกครองใกล้ๆเวนิส ทุกคนต่างก็กลัวว่าจะเจออะไรขึ้นหรือเปล่ากันทั้งนั้น

“เปรี้ยง!!!!” ฟ้าผ่าเสียงดังจนแม้แต่คนในตึกยังสะดุ้ง ทุกคนรีบถอยเข้ามาภายในตัวตึก ก่อนที่จะมีฟ้าผ่าตามมาอีกหลายระลอก และทุกครั้งที่ผ่าเสียงมันก็ดังมากขึ้นเรื่อยๆ

ตูม

ฟ้าผ่าใส่สายล่อฟ้าของมหาวิหารจนเกิดระเบิดเสียงดัง

“กรี๊ด” ผู้หญิงคนหนึ่งส่งเสียงร้องเมื่ออุปกรณ์ดับเพลิงอัตโนมัติพ่นน้ำออกมาเองทั้งที่ไม่มีไฟไหม้ และระบบของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆก็ทำงานผิดปกติส่งเสียงดังไปทั่ววิหาร นอกจากภายในวิหารแล้ว ภายนอกวิหารเองก็เช่นกัน แท็บเล็ตส่งเสียงริงโทนกันทั่วเวนิส

“ปรากฏการณ์คลื่นอีเลเมนต์แทรกแซง” ริสตี้ดูแท็บเล็ตของตัวเองที่ยังคงทำงานได้ตามปกติ เพราะอุปกรณ์ของเธอติดตั้งระบบป้องกันอนุภาคอีเลเมนต์ไว้จึงรู้ได้ทันทีที่เมื่อแท็บเล็ตของชาวบ้านเขาพังกันหมด แต่ของตัวเองกลับไม่พัง

ริสตี้เกาหัวของตัวเอง ตอนแรกเธอกับนิลจะมาขโมยข้อมูลของสหพันธ์ยุโรปในงานนี้สักหน่อย แต่เล่นมีพายุฟ้าฝ่าถล่มแบบนี้ก็คงปฏิบัติภารกิจต่อไปไม่ได้แล้ว

“นิลเรารีบไปดีกว่า เดียวไอเจ้าชายนั้นโผล่มาอีก” ริสตี้เอานิ้วเคาะหลังนิลเพื่อเรียกสาวเทียมที่นั่งขาอ่อนถึงเธอจะรู้จักคีรีส ออรัม ซุนสเซต เพราะเคยพูดคุยกัน แต่ก็ไม่อยากอยู่ใกล้กับหมอนั้นที่เป็นญาติสักเท่าไร

“นิล?” ริสตี้มองไปยังนิลที่มองพื้น หน้าของเขาเหม่อลอยเหมือนกับวิญญาณออกจากร่าง แต่เธอก็ได้ยินเสียงกระซิบออกมาจากปากเขา

“ฝน.....P.I.L.”

“เอ๊ะ!  P.I.L.” ตัวย่อนี้ทำให้ริสตี้นึกถึงบริษัทรักษาความปลอดภัยที่เคยมีชื่อเสียงอยู่พักหนึ่งก่อนที่มันจะเจ๊งไปเมื่อ 15 ปีก่อนแล้วหมอนี้พูดชื่อบริษัทนี้ออกมาทำไมกัน

“นิลเป็นอะไรมากไปหรือเปล่า” ริสตี้เขย่าไหล่ของนิลเพื่อเรียกสติ แต่นิลก็ยังพูดคำว่า P.I.L. เหมือนคนสติแตก ริสตี้ลองดูอาการของนิลก็พบว่าเขาคงไม่มีทางได้สติต้องรีบพาออกไปให้ยาก่อนไม่งั้นซวยกันหมดแน่

ริสตี้ใช้แขนอุ้มนิลเดินไปยังที่ลับตายังดีที่ต้องนี้ระบบดับเพลิงเสียหายทำให้ไม่ค่อยมีใครสนใจเธอนัก เธอจึงสามารถอุ้มนิลออกไปได้สบายเสียอย่างเดียวที่ต้องสวมชุดขนาดใหญ่ขยับตัวยาก แถมอมน้ำจนมันหนักจนไม่รู้จะหนักยังไง

ปี๊บๆๆ

“หือ” ริสตี้ดูแท็บเล็ตของตัวเองผ่านกล้องฉายใต้หน้ากากข้อมูลบนนั้นถึงกับทำให้เธอตกใจ “บ้าไปแล้ว” ริสตี้พูดในปากจนเสียงมันดังออกมาข้างนอก เพราะข้อมูลที่เธอได้คือข้อมูลของบริษัท P.I.L.

ทั้งที่มันควรจะล้มสลายไปตั้งแต่ 15 ปีก่อน และที่น่าตกใจคือเวลาที่ระบุคือวันที่ 1 เมษายน ปีนี้เวลานี้ แบบนี้เธอคงต้องติดต่อเบื้องบนโดยด่วน แต่เธอก็นึกดูก่อนดีไม่ดีอาจจะถูกหาว่าบ้า

‘เอามันไปให้โดโรธีดูก่อนดีกว่า’ ริสตี้คิดได้ก่อนที่จะกดเบอร์หาโดโรธีเพราะตอนนี้อนุภาคอีเลเมนต์มากเกินไป ส่วนแท็บเล็ตของเธอก็โทรระยะไกลไม่ได้ด้วยให้สาวใช้จัดการเธอน่าจะมีวิธีการจัดการปัญหานี้

‘นี้โดโรธีฉันต้องการความช่วยเหลือ พอจะว่างไหม’ ริสตี้ติดต่อหาโดโรธีอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้

‘ค่ะ รอสักครู่ค่ะ’ โดโรธีที่พร้อมทุกเหมือนตลอดเวลา กดรับข้อมูลที่ถูกส่งมา เมื่อเธออ่านเสร็จเธอก็กดข้อความประโยคหนึ่งส่งกลับไปหาริสตี้

‘คุณเล่นอะไรค่ะ’ ข้อความนี้ทำให้ริสตี้หัวเสียมากไม่ใช่ว่าเธอส่งข้อความที่ไม่มีมูลความจริงให้ เออ ถึงมันจะเป็นข้อมูลที่ไม่มีประวัติศาสตร์ที่ไหนยืนยัน แต่เนื้อหาข้างในนี้เอาไปขายที่ซื้อประเทศได้ทั้งประเทศ

‘ข้อมูลนี้มันจริงหรือค่ะ’ โดโรธีที่ลองดูเนื้อหาข้างในลองถามริสตี้เพื่อความแน่ใจ ‘เออ นั้นแหล่ะช่วยส่งมันกลับฐานได้ไหม’ ริสตี้ถามลองดูเพื่อโดโรธีจะสามารถส่งข้อมูลข้ามทวีปได้

‘ไม่ได้ค่ะ ตอนนี้คาบสมุทรอิตาลีมีอนุภาคอีเลเมนต์หนาแน่นมากเกินไป คงส่งข้อมูลที่มีความจุมากขนาดนี้ให้สมบูรณ์ ดิฉันทำได้ไกลสุดไม่เกิด 200 ไมล์ค่ะ’

‘รู้แล้วงั้นฉันจะเก็บมันไว้ก่อนก็แล้วกัน เดียวเจอกัน’ ริสตี้ส่งข้อความก่อนที่ปิดแท็บเล็ต

ริสตี้ที่อุ้มนิลเข้าไปในห้องที่คีรีสจัดให้ดูท้องฟ้าผ่านหน้าต่างก็พบว่าตอนนี้ฝนเริ่มซ่าลงแล้ว ถึงจะยังคงมีฟ้าผ่านอกชายฝั่งอยู่ แต่ก็ไม่มีอันตรายรอสักพักฝนก็คงหยุด

ปัง!!!

“เสียงฟ้าผ่าเหรอ” ริสตี้ได้ยินเสียงๆหนึ่งถอนหายใจก่อนที่จะทำตาค้างหลังจากที่เพิ่งนึกได้ว่าเสียงนี้ไม่ใช่เสียงฟ้าผ่า

“เสียงปืน!!!” ริสตี้ลุกขึ้นในทันที เสียงนี้ใกล้เคียงเสียงฟ้าผ่าก็จริง แต่มันเป็นเสียงของปืนไรเฟิลซุ่มยิงชนิดกันน้ำที่มีเสียงปืนใกล้เคียงเสียงฟ้าผ่า คงเป็นเพราะเธอเจอมันมากับตัวก็เลยแยกแยะเสียงของปืนกับเสียงฟ้าผ่าได้

“เห้ โดโรธีอยู่หรือเปล่า” ริสตี้โทรสายด่วนฉุกเฉินเพราะเสียงปืนเมื่อกี้ถึงจะเบามากก็จริง แต่พวกเธอที่อยู่ที่นี้ไม่ใช่ชาวบ้านตาสีตาสาธรรมดาๆ เธอต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนยิงไม่เช่นนั้นอาจจะฉิบหายกันหมดได้

“อย่าเข้ามา...!!!”

ปัง!! เสียงของสาวใช้ดังขึ้นพร้อมกับเสียงปืนที่เล็ดลอดออกผ่านลำโพงก่อนที่สัญญาณติดต่อจะดับไปโดยสิ้นเชิง ถึงมันจะดังเพียงไม่กี่วินาที แต่สำหรับริสตี้ที่เคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว เธอรู้ดีว่ามันหมายความว่าอะไร

“โธ่เว้ย” ริสตี้ดูแท็บเล็ตสื่อสารก็พบว่าอุปกรณ์สื่อสารไร้สายของสาวใช้ถูกทำลายทิ้ง เธอไม่มีทางติดต่อได้แน่ “เวร แล้วจะไปหาที่ไหนเนี่ย” ริสตี้คำรามถึงโดโรธีน่าจะอยู่ในวิหาร แต่มันก็ใหญ่มากและตอนนี้ยังไม่มีใครส่งเสียงเอะอะก็แสดงว่า เจ้าตัวถูกยิงในที่ลับตาคนหรือไม่ก็สถานที่ๆถูฏศัตรูปิดล้อม ระบบสื่อสารระบุตำแหน่งก็ใช่ไม่ได้เพราะอนุภาคอีเลเมนต์หนาแน่นมาก

“อย่าตายล่ะ” ริสตี้ถอดชุดออกเพื่อให้กระชับตัว เธอเตรียมอาวุธไว้พร้อมเพื่อจะไปช่วยโดโรธี แต่ทันทีที่เธอจะออกจากห้องประตูก็ปิดเสียงดังพร้อมกับเสียงล็อคกลอนจากด้านนอก

“บ้าน่ะ” โดโรธีถีบประตูแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอตกใจมากที่แรงระดับเธอกลับทำลายประตูกั้นเสียงแบบนี้ไม่ได้ แต่เมื่อโดโรธีทุบประตูก็พบว่าประตูบานนี้เป็นประตูนิรภัยอัดพิเศษ เธอคงจะไม่สามารถทำลายมันได้

“ริสตี้ใจเย็นๆ”

????

ริสตี้มองไปที่ต้นเสียงซึ่งก็คือเตียงที่นิลนอนอยู่ เธอก็พบคีรีสกำลังนั่งดื่มชานมอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

ริสตี้ที่เห็นทำหน้าบูดทะมึนเดินเข้าไปคีรีสพร้อมกับใส่สนับมือ “เพื่อนฉันกำลังแย่เปิดประตูเดียวนี้” ริสตี้ออกคำสั่งใส่คีรีส แต่อีกฝ่ายกับไม่สนใจเสียงของริสตี้แม้แต่น้อย เขามองไปที่นิลและนั่งดื่มชานมจะมองริสตี้ก็ต่อเมื่อตอนจิบอย่างมุ่นละมุนเท่านั้น

ริสตี้ที่ฉุนขาดคว้าแก้วชานม แต่ก็ถูกคีรีสคว้ามือก่อนที่จะจับเธอทุ่ม ริสตี้สามารถหมุนตัว 2 รอบกลางอากาศกลับมายืนได้อย่างทันท่วงที

“แกคิดจะทำอะไรกันนะ... อ๊อก!!” ริสตี้ที่พูดไม่ทันหมดประโยคถูกคีรีสใช้ส่วนด้ามของดาบที่เขาพกเป็นประจำอัดท้อง เธอสำรอกของที่กินเมื่อตอนเย็นออกมา แต่เธอก็ยังไม่สิ้นสติ ริสตี้พยายามจะคว้าตัวของคีรีสเอาไว้สุดแรงเพื่อจับเขาทุ่ม

ป้าก!!

คีรีสออกแรงกระแทกเข้าที่จุดเดิม คราวนี้ริสตี้หมดสติโดยสิ้นเชิง

 คีรีสที่แน่ใจแล้วว่าริสตี้สลบไปแล้วแน่นอนก็อุ้มร่างของหล่อนไปวางไว้ข้างนิลๆบนเตียง เขาห่มผ้าให้ทั้งสองคนอย่างเรียบร้อยก่อนที่จะนั่งดื่มชานมเหมือนเดิม

เขาเป่าไออุ่นออกมาจากปาก ก่อนที่จะมองไปนอกหน้าต่างที่มีทหารจำนวนมากทำการปิดล้อมสถานที่แห่งนี้ ที่เขนของพวกเขามีตราสัญลักษณ์ไม้กางเขนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ “วาติกัน” ติดเอาไว้ด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




NEKOPOST.NET