P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 64 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.64 - คนที่งดงามที่สุดในค่ำคืน


ณ งานเลี้ยง ชั้น 2

“คุณผู้หญิงครับสนใจที่จะเต้นร่ำกับผมไหมครับ” ลูกชายนักการทหารคนหนึ่งพูดกับหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังยืนกุมมือตัวเองที่มุมห้อง เขาพยายามพูดประโยคเดิมแต่ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ยอมสบตา เอาแต่ก้มหน้าและบ่นอะไรสักอย่าง

“นี้ดูผู้หญิงคนนั้นสิ” ชายคนหนึ่งที่กำลังดื่มไวน์บอกบริกรที่เอาไวน์มาให้มองไปยังผู้หญิงคนนั้น บริกรคนนั้นเมื่อเห็นก็ได้แต่ตาค้าง เพราะสรีระของผู้หญิงคนนั้นมันสุดจะบรรยาย

“บั้นท้าย!!! ยังมีผู้หญิงแบบนี้เหลืออยู่ดีเหรอ” เหล่าชายหัวงูถึงกับตะลึง

ผู้หญิงแก้มสีขาวนวลอมชมพูคนหนึ่งที่ไว้ผมทรงหน้าม้าสีบรอนซ์ยาวถึงอก เธอสวมชุดราตรีสีแดงที่มีลายแทรกเป็นรูปจิ้งจอกสีขาว ส่วนเอวคอดอย่างได้รูป แต่บั้นท้ายกลับนูนสูงอย่างน่าประหลาดทำให้เหล่าท่านชายอย่างที่จะสัมผัสมัน

แน่นอนตอนแรกมีเพียงแค่ลูกชายนักการทหารที่สนใจ เพราะเขาเดินต้อนผู้หญิงคนนี้ไปยังมุมห้องจะได้มีคนสังเกตได้น้อย ชุดที่เขาใส่ก็ยิ่งทำให้คนอื่นๆไม่กล้ายุ่ง แต่พอบริกรคนแรกมองไปยังมุมห้อง ย่อมมีบริกรคนอื่นๆมองตามหน้าที่ และถ้าเป็นแบบนั้นชายแท้ทั้งหลายต่างมองไปจนทุกคนต่างกันกลืนน้ำลาย

สุดท้ายตามหลักสัตว์โลกเมื่อมีคนเปิด มันก็ต้องมีคนตาม เหล่าชายโสดต่างเดินเบียดเสียดเข้าไปหาเผื่อหญิงสาวจะรู้สึกเอื้อมระอาและเลือกผู้ชายมั่วๆ แต่ใช่ว่าวิธีหมาหมู่แบบนี้จะได้ผล มันก็มีความเป็นได้สูงที่จะได้ผลตรงกันข้ามที่เลวร้ายสุดๆก็เป็นได้ ซึ่งครั้งนี้ดันได้ผลที่เลวร้ายกว่าปกติเสียด้วย

“เหล่าสตรีเขาไม่ชอบเหล่าบรรดาสุนัขป่าที่พุ่งเป้าเพื่อล่าเนื้อชิ้นเดียวหรอกครับ” เสียงชายคนหนึ่งพูดผ่านลำโพงในห้องถึงกับทำให้เหล่าชายหัวงูเหงื่อตก เพราะพวกเขาต่างก็เคยได้ยินเสียงนี้จากสื่อต่างๆ เสียงของผู้ชายที่ทุ้มต่ำแต่ก็มีความหวานดุจเสียงสตรีที่อ่อนโยนเสียงแบบนี้มีเพียงของเขาเท่านั้น

“พวกคุณที่เป็นคนใหญ่คนโต อย่าทำตัวเสียมารยาทต่อสตรีแบบนี้สิครับ” คราวนี้เสียงของผู้ชายคนนี้ไม่ได้ออกจากลำโพง แต่ดังมากจากด้านหลังบุรุษเพศ

“องค์ชายคีรีส ออรัม ท่าน...” “ฉันออกมาด้วยความตั้งใจของตัวเองไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” คีรีสพูดเพื่อไม่ให้คนรับใช้คนอื่นๆเป็นห่วง เขาพยักหน้าพร้อมกับยิ้ม รอยยิ้มเขาทำให้คนรับใช้ต่างพากันอุ่นใจ เพราะรอยยิ้มทำให้คนชรา และเด็กๆที่มากับผู้ปกครองต่างก็ปรบมือให้

“ท่านคีรีสช่างอ่อนโยนจริงๆ” ชายชราคนหนึ่งพูดพร้อมกับปรบมือ

“ยังเป็นองค์ชายที่อ่อนโยนเหมือนเมื่อแต่ก่อนไม่มีผิด” หญิงชราคนหนึ่งพูดขึ้น เธอจำเรื่องตอนสมัยก่อนที่เธอและหลานๆต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากที่รัสเซีย คีรีส ออรัม ซุนสเซตที่ยังเป็นองค์ชายน้อยก็ได้ช่วยเหลือพวกเธอไว้

“มกุฎราชกุมารคีรีสหล่อจังเลย” ผู้หญิงวัยรุ่นต่างพากันพูดถึงเรื่องของคีรีส เพราะถ้าได้คู่ครองกับเจ้าชายแห่งราชอาณาจักรซุนสเซตที่ได้ปกครองยุโรปคงได้กลายเป็นราชินีที่กินนอนได้ทั้งชีวิต

คีรีสเดินผ่านกลุ่มผู้ชายตรงไปยังสตรีที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรด้วยรอยยิ้ม

“คุณผู้หญิงหลงทางกับเพื่อนหรือครับ” คีรีสถามอย่างมีมารยาท ผู้หญิงคนนั้นเอามือลูบคอตัวเอง และทำสีหน้าลำบาก

“สวยชะมัดยาด” ผู้ชายคนหนึ่งพูดออกมาสีหน้าอึดอัดของผู้หญิงคนนี้เหมือนดอกไม้แรกแย้ม และการใช้มือลูกคอที่ผูกด้วยริบบิ้นสีขาวลายลูกไม้ก็ดูน่ารัก

“ฉันหลงทางกับเพื่อนค่ะ” ในที่สุดผู้หญิงคนนั้นก็พูดออกมาเบาๆ

“เสียงไพเราะเหมือนกับ ลาเซียอาร์เลย” เด็กผู้หญิงที่แอบเดินตามคีรีสพูดขึ้นมา

“จริงด้วยเหมือนจริงๆ” ชายคนหนึ่งที่แอบฟังอึ้ง เพราะเสียงแบบนี้มันเหมือนกับลาเซียอาร์มากๆ

คีรีสดูท่าทางของคนโดยรอบก็ผมว่าเขาและผู้หญิงคนนี้เริ่มเป็นจุดสงสัยมากขึ้นแบบนี้คงไม่ดีแน่ๆสำหรับคนที่อยู่ชั้นบน

“คุณผู้หญิงชื่อ ‘นิล’ ใช่ไหมครับ” คีรีสเป็นฝากปริปากก่อน

“ระ รู้ชื่อ ผะ... ดิฉันได้ยังไงค่ะ” นิลตกใจมากที่เขาที่ถูกจับแต่งองค์ทรงเครื่องจนไม่มีใครคิดว่าเป็นผู้หญิง แถมยังเจ็บตัวถูกฉีดยาจนก้นบวมโด่งเดินไม่ถนัด แล้วทำไมถึงอยู่ดีๆถึงมีคนทักชื่อเขาที่เป็นผู้ชายได้

“ไม่ต้องเป็นห่วง ผมไม่ใช่คนไม่ดีหรอกครับ บังเอิญว่าเพื่อนของคุณที่อยู่ชั้นบน เขาตามหาคุณไม่เจอ แล้วกำลังตามหาตัวคุณอยู่ ผมเลยเผลอได้ยินชื่อของคุณครับ” คีรีสบอกเหตุผลให้นิลฟังซึ่งแน่นอนว่าเหตุผลนี้ทำให้นิลและคนอื่นๆสงสัยมาก แต่คีรีสเพียงเป่านิ้วให้เงียบและชี้เพดาน ทุกคนเลยลองฟังเสียงจากชั้นบน

“ไอ้นิลมันหายไปไหน ไหนบอกว่านัดเจอตอน 4 ทุ่ม กรี๊ด ฮว้าก @#!%^&*(=)*” เสียงผู้หญิงดังทะลุมาถึงชั้นล่าง ถึงจะต้องเงียบก่อนถึงจะได้ยินเสียงเพราะมันเบามากก็จริงอยู่ แต่ถึงกับตะโกนทะลุผนังกั้นเสียงแบบนี้ แขกคนอื่นที่อยู่ชั้นบนหูแตกตายพอดี

“รีบขึ้นไปเถอะครับ ไม่งั้นอาจจะมีปัญหาก็ได้” คีรีสลองดูตารางการใช้ห้องแต่งตัวที่ชั้น 3 สถานที่จัดงานแห่งนี้จะมีห้องแต่งตัวที่ใช้ร่วมกันได้โดยไม่เสียเงินกับห้องแต่งตัวพิเศษแถมที่พักที่ทางเวนิสจะให้เช่าเฉพาะแขกวีไอพีระดับสูง ระดับอย่างเขาจะขอเช่าห้องชั้น 3 ห้องด้านในที่เก็บเสียงได้ดีที่สุดและสะดวกสบายที่สุด เขาก็ทำได้

“เข้าใจแล้วครับ คุณผู้หญิงเชิญทางนี้ครับ” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ทำหน้าที่คุ้มกันคีรีสได้รับคำสั่งพิเศษจากฝั่งดูแลจึงคิดจะพาทั้งคู่ไปยังห้องที่ถูกเช่า

“ไม่เป็นไรฉันพาเธอไปเองได้ ห้องนั้นผมเคยไปพักบ่อยๆ” คีรีสเอามือวางที่ไหล่ของเจ้าหน้าที่ “ฉันดูแลตัวเองได้ คุณไปทำหน้าที่ๆอื่นเถอะ”

“คงไม่ได้ครับ ท่านประธาน..” เจ้าหน้าที่ปฏิเสธเพราะท่านวรรณศักดิ์คงไม่ยอมให้คนอื่นๆทำความเสียหายในงานเลี้ยงของเขา

“นี้เป็นคำสั่งครับ เรื่องของท่านประธานวรรณศักดิ์ผมจะจัดการทีหลัง เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วง” คีรีสเข้าใจเรื่องที่ชายคนนี้กำลังจะบอก “บอกว่าผมขอเอง เขาคงไม่กล้าว่าอะไรผมหรอก” ประโยคนี้ทำให้แขกทุกคนให้ห้องต่างก็ถอนหายใจด้วยความยินดี เพราะสมญานามของประธานวรรณศักดิ์ล้วนเป็นไปในทางลบทั้งความโหดเหี้ยม ไร้หัวใจ ถึงขนาดขายเมียกับลูกตัวเอง

ตอนแรกพวกเขาก็เป็นห่วงเพราะมีคนอาละวาทเสียดังแน่นอนประธานวรรณศักดิ์คงไม่ปล่อยแขกที่ก่อเรื่องกับเจ้าหน้าที่ทำงานพลาด แต่มกุฎราชกุมารทำท่าว่าจะแสดงความรับผิดชอบแทนทั้งหมดกับเรื่องที่เกิดขึ้น ประธานสุดโหดคนนั้นก็คงทำอะไรไม่ได้เพราะเกรงอำนาจของราชอาณาจักรซุนสเซตที่สนับสนุนตนเอง

 

ณ ทางเดินฝั่งตรงข้ามห้องวีไอพีประจำของคีรีส ชั้น 3

คีรีสเดินนำหน้านิลอยู่ตรงทางเดินชั้น 3 ที่ด้านนอกราวจับมีกระจกใสที่สามารถมองลงไปยังชั้น 2 ได้ แต่คนที่อยู่ชั้น 2 จะเห็นเป็นเพียงเพดานสีทองอร่ามที่มีลายม้าสี ฟ้า-ขาวเท่านั้น

นิลเดินถูมือมองไปยังคีรีสด้วยความเขินอาย ตอนแรกเขาก็ไม่รู้หรอกแต่ตัวยาที่ถูกฉีดดันมีฮอร์โมนเพศหญิงด้วย

“ผะ...ดิฉันต้องขอโทษแทนเพื่อนๆของฉันด้วยค่ะ” นิลที่เกือบหลุดปากคำว่า ‘ผม’ ขอโทษคีรีสที่ช่วยเขาและให้อภัยเรื่องของริสตี้ที่รบกวนแขกคนอื่น

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แบบนี้น่ะดีแล้ว มีอะไรเกิดขึ้นจนเต็มไปด้วยท่วงทำนองที่หลากหลายยังดีกว่าที่เงียบเฉียบที่ไร้ชีวิตชีวา” คีรีสหัวเราะพร้อมกับมองไปยังบันไดหลักขึ้นชั้น 3 ตอนแรกที่มีแต่ชนชั้นสูงคุยเรื่องงาน แต่พอพวกของนิลมาก็ทำให้สถานที่แห่งนี้ครึกครืน ทั้งบริกร ลูกเศรษฐี หรือคนส่งของต่างพูดคุยเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์ บรรยากาศสนุกสนานแบบนี้ดีกว่าบรรยากาศที่แต่ละคนต่างพูดคุยเรื่องลอบกัดคนอื่นอีก ถึงมันอาจจะวุ่นวายไปหน่อย

ในที่สุดทั้งสองคนมาถึงห้องที่อยู่ริมทางเดิน ห้องที่สามารถชมวิวของทะเลยามเช้าได้ดีที่สุด แต่ตรงหน้าห้องกลับมีคนที่สวมหน้ากากปีศาจกับสวมชุดลายผีไม่มีขาที่ดูน่ากลัวเอามากๆ

แต่นิลกลับรู้สึกว่าเหมือนเขาจะคุ้นกับคนๆนี้เอามากๆ และยังที่คิดเขาคนนั้นที่ยืนพิ่งหน้าประตูจะเห็นว่ามีคนกำลังเดินไปหา เขาคนนั้นจึงเป็นฝ่ายเดินเขามาแทน

เสียงฝีเท้าของเขาทำให้นิลที่แต่งหญิงอยู่ถึงกับสะดุ้งเพราะคนๆเดียวทำให้ความรู้สึกคุกคามแบบนี้มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้น ‘ริสตี้’

“มาช้าน่ะแก!” ริสตี้ที่สวมขุดคลุมก้าวขากว้างและใช้เท้าขยี้พื้นเสียงดัง

‘อุ้ย ซวยแล้ว’ นิลสะดุ้งทีหนึ่งถึงเขาจะไม่เห็นหน้าหรือท่าทางของเธอ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะอารมณ์เดือดและเขาก็คงจะเป็นเหยื่อให้เธอระบายอารมณ์

แต่กลับไม่ใช่อย่างที่เขาคาดไว้เมื่อริสตี้เอามือวางที่ไหล่ของคีรีสทำให้เขาถึงกับตกใจที่ริสตี้ทำตัววางมาดข่มขู่คีรีสแห่งซุนสเซตอีกต่างหาก

“เราสองคนไม่ได้เจอกันตั้งนาน ทำแบบนี้มันออกจากเสียมารยาทไปหน่อยน่ะครับ” คีรีสแรงแขนตัวเองยกมือของริสตี้ที่กดไหล่ของเขาออก

“ช่วยฉันไว้แบบนี้ไม่ทำให้ฉันรู้สึกปลื้มใจหรอกน่ะ” ริสตี้เก็บแขนตัวพร้อมกับสะบัด “แต่แรงแค่นี้ล้มฉันไม่ได้หรอกน่ะ”

“มันก็ไม่แปลกแม้แต่น้อย ผมไม่เคยได้รับยาหรือสารเคมีเหมือนคุณวิลลี่หรอกครับ” คีรีสจัดถุงมือของตัวเองให้เหมือนเดิม การที่เขาจะออกแรงต้านพละกำลังของริสต้า วิลลี่ทำให้ถุงมือและแขนเสื้อยับหมด

“เออ ขอถามอะไรหน่อยครับ” นิลถาม คำถามของนิลทำให้ริสตี้จ้องไปที่ผู้หญิงรูปงามที่ยทนอยู่ด้านหลัง เธอมองผู้หญิงคนนั้นกับคีรีสสลับไปมา

“ผู้หญิงคนนี้ใครแฟนแกเหรอ” ริสตี้เพ่งพินิจหญิงสาวตรงหน้าด้วยความสนใจ เพราะเธอไม่คิดว่าคีรีสจะพาผู้หญิงมาหลับนอนในห้องวีไอพีเก็บเสียงแบบนี้

“นี้เธอพูด ‘ครับ’ แบบนี้ฉันไม่ยักรู้ว่าราชาคีรีสชอบผู้หญิงที่เป็นทอม” ริสตี้แขวะใส่ทั้งสองคน

“เขาคนนี้เป็นเพื่อนของคุณไม่ใช่เหรอครับ” คีรีสชี้แจงให้ริสต้า เพราะการปลอมตัวที่แนบเนียนด้วยการใช้ยา แม้แต่ริสตี้ที่สามารถแยกแยะคนด้วยกลิ่นของฮอร์โมนก็ยังไม่รู้ตัว

“แต่ฉันว่าฉันไม่เคยเห็นผู้หญิงที่เดินตูดโด่งแบบนี้มาก่อน” ริสตี้มองตาของผู้หญิงคนนี้อย่างใจจดใจจ่อ ในที่สุดนิลที่ทนไม่ไหวก่อนก็ต้องเป็นฝ่ายบอกให้ริสตี้รู้

“ผมนิลเองครับ” นิลพูดเสียงหวานด้วยความละอาย

“แกเองเหรอ สวยกว่าที่คาดไว้แหะ” ริสตี้ที่สงสัยเล็กน้อยตอบนิลกลับด้วยท่าทีที่ไม่ค่อยใส่ใจอะไรเหมือนกับรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว

“ทำไมไม่ตกใจเลยละครับ เพื่อนของคุณถูกแต่งจนเกือบจะแปลงเพศเลยน่ะครับ” คีรีสเองก็ถามริสตี้เพราะอย่างน้อยก็ต้องตกใจบ้างล่ะที่เพื่อนที่เป็นผู้ชายของตัวเองเล่นกลายเป็นผู้หญิงที่ยิ่งกว่าผู้หญิง แต่ริสต้ากลับไม่มีถ้าทีตกใจ แต่กลับมีท่าที่ออกไปทางสนใจแทน จากนิสัยของผู้หญิงคนนี้มีเพียงอย่างเดียว

“คุณเป็นคนคิดเรื่องแต่งหญิงสิน่ะครับ” คีรีสพูดเสร็จก็มองลอดเข้าไปในหน้ากากของริสตี้และก่อนที่เธอจะปริปากคำตอบของเธอก็ทำให้คีรีสส่ายหน้า

“ฉันเป็นคนคิดเอง แหล่ะ” ริสตี้หัวเราะถูกใจ ถึงจะแปลกใจที่นิลโดนเล่นยาจนเกือบจะแปลงเพศ แต่แบบนี้ก็ดีจะได้ว่านอนสอนง่าย

‘ว่าแล้วเชียว’ คีรีสไม่ตกใจเลยเพราะการคิดจับผู้ชายมาทรมานให้แต่งหญิงของริสต้าเนี่ยเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว ถึงท่าทางของเจ้าตัวจะเปลี่ยนไปมาก แต่นิสัยไม่เปลี่ยนไปเลยน่ะ

“คิดแบบนี้ได้ไงครับ” นิลตะโกนแต่เพราะกล่องเสียงของเขาชามากจนเขาพูดเสียงดังไม่ได้ ได้แต่เสียงอ่อนแหลมเท่านั้น

“น่ารัก” ริสตี้เอามือกุมหน้าเธอไม่คิดเลยว่านิลจะสวยขนาดนี้เวลาแต่งหน้าที่เขาสวยมากแสดงว่าเดิมที่หน้าของนิลก็น่าจะเหมือนกับผู้หญิงอยู่แล้วแบบนี้ก็ใช้งานในภายหลังสบาย “อยู่เฉยๆก่อนน่ะเดียวจะถ่ายรูป” ริสตี้รีบเดินเข้าไปหยิบแท็บเล็ตในห้องเพื่อเอามาถ่ายรูปเก็บไว้จะได้ให้โฮชิกับคนอื่นๆดูทีหลัง

“อย่าทำแบบน่ะครับ” นิลอายมากแต่เครื่องสำอางที่โบ๊ะจนหน้าเตอะก็ทำให้หน้าที่บวมแดงเห็นเพียงแค่แก้มสีชมพูบนรองพื้นเท่านั้น เหงื่อก็ไม่ออก กล้ามเนื้อเองก็คลายตัวจะออกแรงแม้แน่นิดก็ไม่ได้

“คุณนิลถึงผมจะเคยเจอคุณเป็นครั้งแรก แต่พวกเรา...” คีรีสยื่นหน้าเข้ามาหานิล“เคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าครับ” คีรีสถามด้วยรอยยิ้ม

คำถามของคีรีสทำให้นิลตอบลำบากมาก เพราะเขาเคยเห็นมกุฎราชกุมารคีรีส ออรัม ซุนสเซตจากสื่อต่างๆ และแน่นอนว่าคนที่เสพสื่อทุกคนต้องรู้จักคีรีสแห่งซุนสเซต ส่วนที่มกุฎราชกุมารคีรีสบอกว่าน่าจะเคยเห็นเขาน่าจะเกิดจากที่นิลตอนแต่งเป็นผู้หญิงมีใบหน้าเหมือนกับสตรีสูงส่งบางท่านที่ท่านคีรีสเคยเจอ

แต่ที่น่าแปลกใจที่สุดก็คือริสตี้ดันไปทำอีท่าไหนถึงได้ทำตัวหยาบคาบใส่มกุฎราชกุมารคีรีสโดยที่พระองค์เองก็ไม่ใส่ใจ

“สงสัยผมจะคิดไปเองต้องขอโทษด้วย” คีรีสที่ดูจากท่าทางของนิลก็พึ่งพอใจในระดับหนึ่ง แวบแรกที่เขาเห็นนิลที่ซานฟรานซิสโกเขาก็รู้ได้ว่านิลความจำเสื่อมแต่ยังคงคุ้นเคยกับเขาอยู่ แต่ตอนนี้นิลเสียทั้งความทรงจำกับความรู้สึกไปทั้งหมดจึงไม่มีทางที่จะรู้จักเขา

ทั้งที่แต่ก่อนพวกเขาทั้งสองคนรวมถึงน้องอันนาลี่มักจะไปดื่มน้ำชาด้วยกันทุกวัน หลังของว่างช่วงบ่ายทำให้ ถึงนิลในตอนนี้จะทำให้เขารู้สึกแย่มาก แต่แบบนี้ก็ดีนิลจะได้ปลอดภัย ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เขาต้องไปเสี่ยง มันจะดีกว่านี้ถ้าคำว่า ‘เสี่ยง’ มันจะไม่เกิดขึ้น

กุบ  เปรียก

“หืม” คีรีสหันไปมองด้านหลัง เขาได้ยินเสียงเหมือนมีของสักอย่างแตก กรณีแบบนี้คิดบวกก็คือมีคนทำของแตก ที่เลวร้ายที่สุดคือมีตัวอะไรสักอย่างลักลอบเข้ามา และที่เขาพอจะนึกออกคงมีเพียงเจ้าหมอนั้น

คีรีสทำสีหน้าเคร่งเครียดเพราะดันเป็นกรณีหลัง ชายคนในชุดข้าราชการของเมืองเวนิสยืนยิ้มให้เขา คีรีสรู้ในทันทีถึงมันจะถลกหนังของคนอื่นเพื่อปลอมตัว เขาก็รู้ว่ามันคือ ‘นาระ’

“กะ...กลิ่น....ละ.....เลือด” นิลพูดออกมา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความกลัว ทั้งที่เขาก็เคยเห็นมันกับตา แต่ทำไมตัวเขาถึงสั่นไม่หยุด

คีรีสเอามือกันตัวนิลออกไปด้านหลังเขา “ยาที่รับไปทำให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานผิดปกติ พยายามอย่าสูดหายใจเข้าไปตรงๆ” คีรีสออกคำสั่งให้นิล แต่เหมือนนิลที่กำลังช็อกเพราะสารเคมีในร่างกายทำงานผิดปกติ คงต้องใช้โดยตรง

“เข้าห้องไป” คีรีสพูดประโยคเดียว นิลก็เหมือนต้องมนต์สะกด เขาที่ทำหน้าน่ากลัวเปลี่ยนเป็นสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่พูดไม่จาก็เดินเข้าห้องไป

“อย่าทำเหมือนกับฉันไม่มีตัวตนสิ” ริสตี้มองไปยังนาระที่สุดทางที่จริงเธอก็พอจะรู้ว่ามันผิดปกติ แต่ที่แห่งนี้มีบางคนที่เป็นทหารย่อมมีกลิ่นเลือดติดตัวบาง แต่ตรงหน้าเธอนี้กลิ่นเลือดคลุ้งเหมือนเพิ่งฆ่าคนทั้งหมู่บ้านมา

นาระเดินเข้ามาหาก่อนที่จะดึงหนังหน้าของคนอื่นที่เขาชิงมาออกจนเลือดสาดกระเซ็น สีของเลือดเข้ากับสีของพื้นเป็นอย่างดี “ก็ก่อนที่จะขึ้นเครื่อง ฉันละเลงเลือดยืดเส้นยืดสายมากไปหน่อย” นาระพูดอย่างไม่ใส่อะไร

“มิน่า ตอนที่อยู่บนเครื่อง กลิ่นถึงได้ฉุนนัก” คีรีสเริ่มเป็นกังวลเพราะเขาเองก็ได้ข่าวจากผู้ติดตาม ว่าเมื่อวานมีหมู่บ้านหนึ่งที่เป็นด่านตรวจสอบอยู่ใกล้ๆกับเวนิสถูกฆ่าล้างหมู่บ้านอย่างโหดเหี้ยมวิธีที่ใช้ก็เป็นวิธีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของพวกอาวุธชีวภาพ

นาระในตอนนี้คงดูดกลืนคุณสมบัติดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก ถ้าต้องสู้กับมันที่นี้ทางระเบียงชั้น 3 คงแหลก งานที่เขาจัดขึ้นคงจะพังไม่เป็นท่าต้องต้องโน้มน้าวไม่ให้มันก่อเรื่อง แต่นาระก็รู้ทันความคิดของคีรีส เขาจึงเดินแยกเขี้ยวเข้ามาหาพร้อมกับสะบัดข้อมือจนมีเสียงกระดูกเหล็กเสียดสีกัน

“พอเถอะคีรีส ที่นี้ไม่เหมาะที่จะฆ่าฟัน” ริสตี้เป็นฝ่ายเอยปากเอง เธอเดินออกมาข้างหน้าก่อนที่จะถอดหน้ากากออก ใบหน้าของเธอทำให้นาระที่ใบหน้าสีขาวซีดที่เต็มไปด้วยเลือดเปล่งมีสีแดงเข้มอย่างชัดเจน

“นาระ นายกลับไปซ่ะ” คีรีสพูดเสียงหวนๆเธอไม่นึกเลยว่าจะได้เจอหมอนี้อีกครั้ง

นาระจ้องตาริสตี้อยู่พักหนึ่งก่อนที่สีหน้าของเขาจะกลับไปเป็นสีขาวซีด “ไม่นึกเลยว่าจะได้เธออีกครั้ง” นาระหันหลังเพราะถ้าริสตี้เป็นคนที่เข้าไม่อยากเห็นหน้าที่สุดในโลก “ถ้าเจอกันครั้งหน้า ฉันจะฆ่าเธอทิ้ง” นาระพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะกระโดดออกนอกหน้าตาจนลับตา

“รู้จักกันเหรอ” คีรีสถาม

“เพื่อนเก่าที่อยากจะลืมหน้ามัน” ริสตี้พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ถ้าจะให้พูดถึงคนที่เธอเกลียดที่สุดซึ่งก็คืออลัน แต่อลันมันก็ตายไปแล้ว คนที่เกลียดที่สุดคนต่อไปก็คงเป็นนาระมันนี้แหล่ะ

 

“ริสตี้ผมสวยใช่ไหมครับ” เด็กผู้ชายคนหนึ่งแต่งชุดกระโปรงลายลูกไม้สีน้ำตาลอ่อนสะบัดชายกระโปรงไปมาในค่ำคืนดวงจันทร์แสงสีอ่อน แสงของจันทร์สะท้อนเขากับเกียวสีขาวขนชุดจนมันส่องสกาวดูเด่นเป็นสง่า

“เชอะ ก็งั้นๆ” ริสตี้พูดหวนๆ

“ใจร้าย ฮ่ะ ฮ่ะ ที่จริงแล้วผมแต่งแบบนี้ก็กลายเป็นเด็กผู้หญิงที่สวยที่สุด สวยกว่าริสตี้ใช่มั้ย” เด็กชายบ่นพร้อมกับหัวเราะพร้อมกับหมุนตัวไปมา

“ฉันแกล้งเธอ แล้วทำไมถึงดีใจ” ริสตี้ไม่พอใจ การให้ผู้ชายแต่งหญิงสำหรับผู้ชายมันก็เหมือนกับการดูถูกศักดิ์ศรี แต่นาระกับแต่งอย่างเต็มใจ จนกลายเป็นนิสัยของเขาไปแล้ว

“ก็แหม่ ริสตี้อย่างให้ผมใส่ไม่ใช่เหรอค่ะ” นาระพูดพร้อมกับกระดกลิ้น

“ไอบ้า ไอบ้า ไอบ้า” ริสตี้พูดพร้อมกับกับทุบนาระจนเขาร้องเสียงโอดโอย

 

“นี้เป็นอะไรหรือเปล่า” คีรีสทักริสตี้ “เปล่า ไม่มีอะไรก็แค่คิดถึงเหตุผลที่ฉันเกลียดหมอนั้น” ริสตี้พูดบ่ายเบี่ยง “ฉันขอไปจัดการเรื่องของนิลดีกว่า ต้องขอบคุณมากที่ช่วยพวกเรา” ริสตี้หันหลังสวมหน้ากากและรีบเดินเข้าประตูไป

“โกหกไม่เก่งน่ะครับ” คีรีสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เสียงคำพูดของหล่อนเต็มไปด้วยความเสียใจเหมือนกับว่าเธอเสียบางอย่างที่สำคัญมากที่สุดในชีวิต

“นอกจากกริชแล้ว เขาคงเป็นคนสำคัญอีกคนของเธอด้วยสิน่ะ” คีรีสเดินไปยังหน้าต่างที่นาระใช้เป็นทางหนี เขาเอามือวาบลงบนขอบหน้าต่างที่รอยเหยียบหลงเหลืออยู่ เขาหลับตาพร้อมกับใช้จิตสัมผัสถึงจิตใจเบื้องลึกที่นาระหลงเหลือเอาไว้

“แม้แต่นาระเอง” คีรีสเก็บมือของเขาพร้อมกับมองดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สุดแสนจะอ่อนโยน แต่ว่าในค่ำคืนนี้กลับมีชายหญิงคู่หนึ่งที่ทำให้ดวงจันทร์ในค่ำคืนนี้ส่องแสงที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก

พวกเขาทั้งสองคนทำได้เพียงแต่หลับตาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย มีเพียงสิ่งเดียวที่ต่างกัน คนหนึ่งก้มหน้ามองพื้นสีแดงฉานดุจธารโลหิต ส่วนอีกคนพลิ้วไหวยามราตรีและเงยหน้าสู่ท้องนภา มีเพียงประโยคๆหนึ่งที่ดังก้องในใจส่วนลึกของพวกเขา

“นายกับกิตติยังเกลียดฉันในตอนนี้อยู่หรือเปล่า”

“เธอกับกริชยังเกลียดผมในตอนนี้อยู่หรือเปล่า” 




NEKOPOST.NET