P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 63 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.63 - เวนิส คาร์นิวัล


วันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 2042 เวลา 21: 43 น. ตามเวลาท้องถิ่น เวนิส

ณ ห้องโถงงานเลี้ยงในมหาวิหารซันมาร์โก

“นี้ฉันดูดีมากใช่ไหม” ริสตี้ดูร่างกายตัวเองผ่านกระจกขอบทองใบหนึ่งที่ตั้งตระงานข้างห้องโถงที่มีแขกมากมายอยู่กันเต็ม เธอใส่ชุดราตรีสีเหลืองแหวกขาและมัดผมไว้ด้านข้าง แต่สุดท้ายพอเข้าไปในห้องเต้นร่ำก็ต้องใส่หน้ากากกับชุดคลุมอยู่ดี ก็น่ะดันเพิ่งได้รับคำสั่งตอนกำลังแต่งผมว่าให้เข้าไปในงานเต้นร่ำในฐานะคนติดตาม เพราะตัวเธอเองค่อนข้างดังในทางราชการ ถ้าเป้าหมายรู้ตัวเธอจะซวยเอา

“ตอนแรกกะจะไปเต้นให้สนุกสักหน่อย” ริสตี้อารมณ์บ่จ้อย พลางส่ายก้นทำให้ผู้ชายแถวนั้นจ้องกันตาเป็นมัน

“พอเถอะค่ะ แบบนี้จะเป็นจุดสนใจเปล่าๆ” โดโรธีเดินเข้ามาสะกิดมือของริสตี้ไม่ให้ทำตัวเด่นมากเกินไป ตอนนี้ผู้ชายจ้องร่างกายของริสตี้ด้วยสายตาหื่นกระหาย ส่วนผู้หญิงเองก็มองด้วยสายตาที่อิจฉาริษยาสุดๆ ก็สตรีบางท่านควงแขนมาพร้อมกับสามี แต่พอสามีตัวเองไปมองผู้หญิงอื่นย่อมไม่แปลกที่จะโกรธปนอิจฉา

“ฉันว่าดูตัวเองก่อนเถอะ” ริสตี้หรี่ตาดูโดโรธีในมาดใหม่ เธอไว้ผมทรงทวินดริลสีน้ำตาลและยังใส่ชุดเมดกระโปรงยาวดูเรียบร้อยแต่กลับรัดรูปโชว์สัดส่วนเด่นชัด ทำให้เหมือนเมดในอุดมคติสำหรับท่านชาย

“ฉันว่าท่านสตรีคนอื่นอิจฉาอย่างอื่นมากกว่า” ริสตี้พูดพร้อมกับเอานิ้วไล่ตั้งแต่อกจนถึงบั้นท้ายของตัวเองทำให้ผู้หญิงที่อยู่แถวนั้นทำตายักษ์ลูกคุณหนูบางคนถึงกับกัดปลายผ้าเช็ดหน้า

ประโยคนี้กับสิ่งที่คนรอบข้างทำๆให้โดโรธีที่ไม่เคยสนใจเรื่องรักสวยรักงาม ส่องกระจกพร้อมกับใช้มือตบท้องตัวเอง สำหรับเธอแล้วท่าทางแบบนี้ก็เหมือนกับดูสภาพของตัวเอง แต่สำหรับคนอื่นละก็....

“คุณผู้หญิงครับสนใจจะเต้นร่ำกับกระผมสักหน่อยไหมครับ” ชายในชุดภูมิฐานคนหนึ่งใจกล้าเปิดเป็นคนแรก สำหรับสถานการณ์แบบนี้เมื่อมีคนเริ่มย่อมต้องมีคนตามแน่นอน

“คุณผู้หญิงครับ...”

“ท่านสตรี....”

“คุณครับ”

ผู้ชายจำนวนมากต่างต้อมโดโรธีและริสตี้เหมือนแมลงต้อมดอกไม้ แต่สิ่งมีชีวิตเพศชายก็เขาไปใกล้มากไม่ได้เพราะที่นี้มีบอดี้การ์ดกับรปภ.มือดียืนมองกันเต็ม ขืนเข้าใกล้มากไปอาจถูกสงสัยว่ากำลังทำอะไรมิดีมิร้าย

“คุณผู้หญิงเป็นบุตรสาวของใครหรือครับ” ชายวัยกลางคนหน้าตาดีคนหนึ่งถามโดโรธีพร้อมกับมองหน้าของโดโรธี

“คุณคิดจะเลี้ยงอีหนูเหรอ” ผู้หญิงอ้วนคนหนึ่งพูดจิกกัด

“เปล่าผมเองก็แก่แล้วน่ะไม่มีทางคิดเรื่องแบบนั้นหรอกก็แค่..” ชายวัยกลางคนคนนั้นส่ายมือสองข้างที่บ้านเขามีหลานตั้ง 6 คนตอนนี้ก็มีความสุขแถมเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ขืนเลี้ยงอีหนูแบบที่เมียบอกคงได้โรคหัวใจกำเริบ

“หน้าตาของเด็กคนนี้มัน...คุณเองก็ว่ามันคุ้นๆไหม?” ชายวัยกลางคนบอกภรรยาตนเอง

“ไหน...เอ๋” หญิงอ้วนมองหน้าโดโรธีซึ่งสาวใช้ก็ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติ่ง

“นี้นั่น ประธานบริษัทเตาพลังงานอีเลเมนต์ใช่ไหม ส่วนนั้นก็คุณนายที่เป็นแม่ค้าแร่หายาก” ในฝูงชนคนหนึ่งทักขึ้นเขาจำได้ว่าเคยเห็นคู่สามีภรรยาคู่นั้นในเน็ต

“ใช่ๆ เป็นพวกเขาจริงๆด้วย”

เสียงพูดคุยของผู้เข้าร่วมงานเริ่มดังขึ้นเพราะสองคนนี้ถือว่ามีหน้ามีตาในสังคมยุคนี้มากในฐานะเจ้าของเตาพลังงานอีเลเมนต์บริสุทธิ์ที่แอฟริกา ส่วนคุณนายเองก็เป็นแม่ค้าที่คุ้มตลาดขายแร่หายาก

“เอ๋..ใช่จริงๆ เธอหน้าตาคุ้นๆจริงๆ” หญิงอ้วนเอะใจเพราะอย่างที่สามีของเธอบอก หน้าตาของผู้หญิงคนนี้มันคุ้นจริงๆ

 “ฤดูใบไม้ผลิเมื่อสองปีก่อนที่แคลิฟอร์เนีย ดิฉันติดตามพี่อับดุลในงานประมูลเหมืองแร่” โดโรธีที่ดูคู่สามีภรรยาจึงจำเป็นต้องเป็นฝ่ายพูดก่อนเอง เพราะดูไปแล้วทั้งสองคนคงจะนึกไม่ออกว่าเธอคือใคร

“อ่อ ใช่ สาวรับใช้ที่ยืนอยู่ข้างๆคุณอับดุล” ฝ่ายสามีนึกออกแล้ว เขาเคยเห็นผู้หญิงคนนี้ยืนข้างๆอับดุลที่นั่งในห้องวีไอพี แต่ก็เห็นหน้าไม่ชัดเท่าไร เพราะเขาเห็นอับดุลตอนที่เข้าประมูลเหมืองแร่ที่อ่าวแคริบเบียนชนะทำให้เจ้าภาพจัดงานส่องไฟเพื่อให้เห็นหน้าของผู้ประมูลชนะชัดๆ ผู้หญิงข้างๆที่ใส่ชุดสีขาวทำให้สะท้อนแสงและเห็นใบหน้าไม่ชัด แต่พอเธอพูดแบบนี้เขาเลยจำท่าทางและกริยาได้ในทันที

“คุณอับดุลสบายดีหรือเปล่า แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่เหรอ” สามีถาม

“ค่ะ ท่านพี่ตอนนี้สบายดี และเขาได้เหมืองแร่แห่งใหม่ เขาเลยค่อนข้างยุ่ง ต้องขออภัยแทนด้วยค่ะ” โดโรธีกล่าวขอโทษที่อับดุลมักทำตัวไม่มีมารยาทใส่คนอื่นทั้งที่เป็นราชวงศ์เก่า

“ไม่เป็นไรหรอกอับดุลเขาเป็นคนดีถึงจะเป็นพวกอารมณ์บ่จ้อยง่ายก็เถอะ โฮะๆๆ” ภรรยาหัวเราะตอนที่อับดุลไปประมูลเธอก็มักจะชอบดูท่าทางของอับดุลที่มักจะซุ่มซ่ามเสมอถ้าไม่มีสาวใช้คนนี้ค่อยติดตาม

“ค่ะ ช่วงนี้ท่านพี่ต้องคอยดูแลเรื่องต่างๆเขาเลยไม่ค่อยได้หลับเท่าไร” โดโรธีพูดฝืนยิ้ม เพราะเธอจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้แหล่ะที่ชอบกดราคาตลาดแร่จนทำให้อับดุลควันออกหูทุกครั้ง และยังชอบแกล้งพี่ของเธอด้วย นิสัยเสียมาก

 

“เหอะๆปล่อยยัยนั่นไว้ดีกว่า” ริสตี้เดินออกห่างทั้งสามคนที่กำลังคุยกันถูกคอ เพราะคนระดับสูงบ้างคนเริ่มมาสมทบมากขึ้น ตอนแรกก็มีแค่ซีอีโอบริษัทรักษาความปลอดภัยแค่คนเดียว

ตอนนี้มีพ่อค้าเพชรหรือลูกชายคุณนางต่างก็สนใจโดโรธีที่เป็นสมาชิกในครอบครัวของราชาค้าแร่รัตนชาติคนปัจจุบันที่เจอแหล่งแร่หายากมหาศาลจนลงข่างครึกโครมไปทั่วโลก ผู้ชายส่วนใหญ่ล้วนแต่ติดว่าถ้าเกิดตีสนิทกับผู้หญิงคนนี้ได้ก็ได้ใกล้ชิดกับหนึ่งในมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก แต่ก็คงคิดผิดว่าสตรีผู้นี้ไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายกับคนอื่น ทันทีที่ชายที่คิดจะสัมผัสตัวโดโรธี เธอก็แค่ส่งสายตาเยือกแข็งจนคนๆนั้นแข็งเป็นไอติมแท่งก็ป้องกันไม่ให้พวกลูกคุณหนูไร้ประสบการณ์มาลวนลามได้

“ไปหานิลดีกว่า” ริสตี้ชั่งหัวโดโรธีก่อนที่จะเดินสายตูดไปยังห้องแต่งตัวเป็นการทิ้งท้ายทำให้เหล่าชายหัวงูจ้องก้นของเธอตาแทบหลุด

 

“อือ เอ้อ” นิลที่เพิ่งได้สติลืมตาขึ้น ความทรงจำล่าสุดที่เขาจำได้คือผู้หญิงหลากเชื้อชาติใช้ส่วนหนึ่งของร่างกายพวกเธอขัดถูเนื้อตัวของเขา นิลรู้สึกดีมากในตอนแรกก่อนที่ตัวเขาจะเริ่มร้อนจนรู้สึกตัวอีกที เขาก็ตื่นขึ้นมาในห้องแปลกๆที่มีแต่กลิ่นหอมจนเขารู้สึกคลื่นไส้จนต้องตื่นขึ้น แบบว่ากลิ่นมันเข้าจมูกจนเขาหลับไม่ลง

“พี่นิลตื่นแล้ว” เจที่นั่งเตะขาไปมาพูดขณะที่กำลังส่ายหัวใช้หูฟังเพลงชื่อ ‘เด็กอนุบาล’ อย่างสนุกสนาน ซึ่งเพลงนี้ร้องโดยนักร้องเด็กหน้าใหม่ที่กำลังฮิดติดชาร์ตและกลายเป็นเพลงโปรดของเจในทันที

“เหม็นชะมัด” นิลที่กำลังดูเจอยู่ขมิบรูจมูกเพราะกลิ่นน้ำหอมมันผสมกันมั่วจากกลิ่นหอมกลายเป็นกลิ่นเหม็นแทน

“หนูว่ากลิ่นหอมน่ะค่ะ” เจลองขมิบจมูกตามนิลบ้าง แต่เธอก็ไม่คิดว่ากลิ่นน้ำหอมที่อยู่ในอากาศมันเหม็น มันค่อนข้างหอมและทำให้จมูกของเธอสดชื่นมาก

นิลดันตัวของตัวเองขึ้นก่อนที่จะพบว่าตัวเขาถูกรัดด้วยของบางอย่างที่อกและแผ่นหลังยังถูกยึดกับเตียงจนขยับลำบาก ในขณะนั้นเองก็มีช่างทำผมของทามะมิเปิดประตูห้องเข้าพร้อมกับทหารหญิง และเมื่อพวกหล่อนเห็นนิลพยายามลุกขึ้นจากเตียงพวกเธอก็รีบไปกดตัวนิลในทันที

“ทำอะไรเนี่ยเดียวที่แต่งไว้จะลอกหมด” ช่างทำผมนั่งทับตรงอกของนิลไม่ให้เขาลุกได้ จะได้เช็คว่า มาสคาร่าและเครื่องแต่งมันยังอยู่ครบหรือเปล่า เพราะเธอไม่อยากที่จะแต่งใหม่ทั้งที่ไม่เหลือเวลาให้แต่ง หล่อนหยิบเลนส์นูนขึ้นมาส่องดูใบหน้าของนิลก่อนที่จะถอนหายใจ

“เหอะ โชคดีที่ไม่ลอก” เธอเก็บเลนส์นูนก่อนที่จะลุกขึ้นพร้อมกับคนอื่นๆที่ปล่อยมือออกจากตัวนิลทำให้นิลรู้สึกสงสัยมากว่าพวกหล่อนทำให้อะไรกับใบหน้าเขานิลเลยคิดที่จะใช้มือของเขาลูบหน้าตัวเอง

“อย่าแตะ!! ถ้าอยากดูเดียวให้ยืมกระจก” ช่างแต่งหน้าที่อยู่ข้างๆหยิบกระจกเงาลายเต่าสีดำออกมาให้ช่างทำผม ช่างทำผมหยิบกระจกก่อนที่จะให้นิลเห็นใบหน้าของตัวเอง

“สวยจังเลยนี้ใครครับเนี่ย” นิลมองไปยังสาวงามคนหนึ่งที่อยู่ในกระจกจนทำให้ใจของเขาหวั่นไหว คำพูดของนิลทำให้ช่างเสริมสวยทุกคนที่ยืนมองอยู่ดีใจมาก และพวกหล่อนต่างก็มั่นใจในผลงานชิ้นเองของพวกตน

“ก็เธอนั้นแหล่ะ” คราวนี้พวกช่างแต่งหน้าก็ช่วยกันยกกระจกบานใหญ่มาส่องที่ตัวนิล คราวนี้นิลเพ่งจะรู้ตัวว่าภาพที่สะท้อนในกระจกเงานั้นเป็นของภาพของเขาเอง

เพราะภาพที่นิลเห็นก็คือผู้หญิงแก้มสีขาวนวลอมชมพูคนหนึ่งที่ไว้ผมทรงหน้าม้าสีบรอนซ์ยาวถึงอก เธอสวมชุดราตรีสีแดงที่มีลายแทรกเป็นรูปจิ้งจอกสีขาว เธอคนนี้สวยมากจนทำให้เข้าอึ้งไปวูบหนึ่ง แต่ที่อึ้งมากกว่าคือผู้หญิงที่อยู่ในกระจกดันทำท่าทางเหมือนกับเข้าเปรียบ ทั้งท่าทางถูกขึง กริยาท่าทาง รวมไปถึงสีหน้าที่เหมือนกับเขาทุกระเบียบนิ้ว แค่นี้เขาก็พอจะทราบเรื่องทั้งหมดได้แล้ว

“ปล่อยผมน่ะ” นิลพยายามกระชากแขนและขาจนเตียงดอกไม้ส่งเสียงดังเอียดอาด แต่นิลก็ไม่ขยับตัวแม้แต่ปลายนิ้วเมื่อผู้หญิงที่ขึ้นคร่อมตัวเขาส่งเสียงครวญคราง

“เร่าร้อนจังเลยน่ะ” ผู้หญิงที่นั่งทำขาของนิลทำหน้าแดงพร้อมกับเลียนิ้วตัวเองพร้อมกับชี้ไปที่หว่างขาของเธอที่มีขาของนิ้วสีไปมา

นิลเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกแปลกๆที่เขารู้สึกคืออะไร พวกผู้หญิงเหล่านี้คงจะรู้ว่าเขาไม่ถูกกับของลามกก็เลยยั่วสวาทเขา พวกหล่อนคงได้ยินมาจากริสตี้ตอนที่เธอหมดสติในป่าและละเมอเรื่องของเขา พวกเธอเลยพาเขาขึ้นรถม้าคันเดียวกันเพื่อที่จะเช็คเรื่องที่ริสตี้เผลอละเมอออกมา แต่เขาเองก็ไม่ค่อยถูกกับเสียงร้องของผู้หญิงซ่ะด้วย แบบนี้ความดันมันขึ้น

เลือดกำเดาพร้อมกับเหงื่อของนิลเริ่มไหล สิ่งนี้ทำให้ช่างแต่งหน้าเริ่มไม่พอใจเพราะมันทำให้หน้าที่แต่งไว้ลอกเห็นทีต้องพวกเธอต้องใช้วิธีขั้นเด็ดขาด

“เอายาระงับเหงื่อฉีดเข้าเส้นมันไปเลย” หัวหน้าช่างแต่งหน้าใช้ขาหนีบคอของนิลเพื่อให้สามารถที่จะฉีดยาเข้าเส้นเลือดใหญ่ตรงคอได้สะดวก

นิลเห็นเข็มฉีดยาที่ผู้หญิงคนหนึ่งหยิบออกมาเนื่องจากตัวเข็มนั้นใสเขาจึงเห็นตัวยาสีฟ้าเข้ม ซึ่งแน่นอนล่ะไม่มีทางที่จะเป็นยาระงับเหงื่อธรรมดาแน่ๆ “จะเอาอะไรฉีดให้พ่มมมมมม”

จึก!!!

เข็มฉีดยาเสียบเข้าเส้นเลือดใหญ่ที่คอของนิลอย่างแม่นยำ ทันทีที่ยาถูกฉีดเข้าไปลูกตาของนิลก็เกือบกระเด็นออกมา หนังตาของเขากระตุกเหมือนเบ็ดตกปลาที่จับปลาได้

เหล่าช่างแต่งหน้าดูผิวของนิลที่เริ่มซีดก็พอใจ ตัวยานี้มีผลระงับเหงื่อกับลดการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท มันจะทำให้นิลเหงื่อไม่ออกและทำให้เขามีผิวสีซีดได้ตามที่พวกเธอต้องการ เดิมทีก็ไม่อยากจะใช้ แต่เดียวนิลจะตื่นเต้นมากเกินไปจนเสียแผนเลยต้องใช้ยาตัวนี้ ถึงผลข้างเคียงจะแรงไปหน่อยเพราะฤทธิ์ของมันเริ่มทันทีและอยู่ได้นานเป็นชั่วโมง

“เป็นยังไงสงบใจได้แล้วใช่ไหม” ช่างแต่งหน้าเริ่มเขียนคิ้วใหม่ให้นิล หลังจากที่นิลเหงื่อแตกเพราะความตกใจ แต่แค่นี้ยังแก้ได้ทัน ช่างเสริมสวยแต่ละคนทำหน้าที่ของตัวเอง เช่นใช้ผงรองพื้นเช็ดตามตัวนิลเพื่อให้ผิวดูมีเนื้อมีนวล รัดคอร์เซ็ทพร้อมกับจัดนุ่นให้เข้าที่

“มันเจ็บน่ะครับ” “.....!!!!” นิลเอามือจับคอตัวเองเพราะตอนที่เขาหลุดคำพูดเสียงของเขามันแหลมขึ้น และเบาลงจนเขาอึ้ง

นักพรตหญิงที่แอบดูจากช่องแอบส่องเอามือถูแก้มตัวเอง “เป็นเสียงที่ไพเราะ เพราะพริ้งอะไรขนาดนี้” เธอพูดพร้อมกับน้ำลายไหล และในห้องลับเก็บเสียงนั้นก็มีเหล่าหญิงสาวจำนวนมากที่ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดกันยกใหญ่

“พี่นิลเสียงสวยมาก เหมือนกับเสียงของลาเซียจังเลย” เจที่ตั้งใจฟังเสียงของนิลเพราะถูกสั่งโดยผู้หญิงที่แต่งตัวให้ฟังเสียงของนิลให้ดี

“ลาเซียอาร์” นิลที่พูดด้วยเสียงผู้หญิงแหลมเล็กนึกถึงชื่อนี้ที่เขาเหมือนจะเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน และเสียงของเขาเองก็ยังคุ้นๆด้วย

“นี้ไง เสียงของพี่นิลคล้ายกับเสียงของลาเซียอาร์จังคนนี้เลย” เจหยิบแผ่นซีดีที่มีรูปเด็กผู้หญิงคนนี้กำลังหยิบดอกไม้ให้นิลดู

นิลดูภาพบนแผ่นดิสถ์ก็ถึงกับบางอ่อในทันที เพราะเด็กคนนี้คือเด็กที่อยู่กับจิมมี่ที่ทางผ่านมหาสมุทรอินเดีย “แต่เสียงของพี่ก็ไม่เหมือนกับเด็กคนนี้หรอกน่ะ” นิลรู้สึกได้ว่าเสียงของเขากับเสียงของเด็กที่ชื่อลาเซียอาร์นั้นต่างกับเล็กน้อยตรงที่เสียงของเขาจะฟังดูเปรี้ยวและดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเสียงของเด็กประถมอย่างลาเซียอาร์

“นี้เธอรู้จักเหรอ” ช่างเสริมสวยถามนิลอย่างสนใจถึงลาเซียอาร์ ยูเรียลจะเป็นนักร้องเด็กเสียงดีที่มีแฟนคลับมากมาย แต่เธอก็เป็นสมาชิกในตระกูลยูเรียลที่โดดัง การได้พบหน้าตรงๆแถมแยกแยะเสียงของตัวเองที่ใกล้เคียงกับลาเซียอาร์ได้ แสดงว่าต้องเคยเจอกับนักร้องเด็กในระยะเผาขนและได้เคยพูดคุยกัน ดีไม่ดีอาจจะได้คุยกันไม่นาน

“ผมเคยเจอที่....” นิลเอามืออุดปากตัวเองเขาเพิ่งนึกได้ว่าสถานที่เจอลาเซียอาร์กับจิมมี่ตอนที่ไปทัวร์อย่างลับๆที่อาเซียน ในข่าวยังบอกอยู่ว่าเธอนอนซมเป็นไข้ที่บ้านเกิดที่ญี่ปุ่น ถ้าเกิดเขาหลุดออกไปจิมมี่ได้ซวยแน่ๆ

พอนึกถึงเรื่องนี้ก็ทำให้เขานึกถึงบัตรที่จิมมี่ให้เขาเลย เขาเก็บไว้ในช่องว่างระหว่างเสื้อประจำหน่วยของเขาและใช้ยางมะตอยสีดำทาปิดช่องใส่ไว้

“นี้ฟังกันบ้างสิ” ช่างเสริมสวยตะโกนเสียงดังเพราะเธอเองก็อยากเจอกับลาเซียอาร์ตัวเป็นๆเหมือนกัน มันช่างน่าอิจฉา

“เป็นเหตุผลนิดหน่อยคงบอกไม่ได้ครับ” นิลส่ายมือ เพราะตอนนี้เขาถูกสงสัยแล้วคงต้องหน้าด้านไม่ตอบอย่างเดียวเท่านั้น

“โถ่ เดียวกับจับลอกตัวไปทำเทมปุระซ่ะหรอก” ช่างเสริมสวยหญิงขู่

“ก็ทำไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ” นิลพูดเสียงอ่อนเพราะก่อนที่เขาจะกลายเป็นผู้หญิงแบบนี้ เขาถึงลอกทั้งตัวแล้วเทตัวด้วยน้ำมัน แถมปิดท้ายด้วยความร้อนจากซาวน่า นี้ไม่ใช้วิธีทำเทมปุระเหรอครับ นิลนั่งตาห้อยเพราะเขาเริ่มไม่มีแรงคงเป็นเพราะฤทธิ์ยาทำให้กล้ามเนื้อเขาอ่อนแรง ถ้าถูกเล่นอะไรแปลกๆอีกเขาก็คงไม่รอด

“ว้าว เป็นเข็มเนื้อทองที่สวยมากเลยค่ะ” คำพูดของเจทำให้นิลมองไปยังสิ่งที่เจกำลังมองด้วยดวงตาเป็นประกาย คราวนี้เขากลืนน้ำลายลงคอ เข็มฉีดยาที่เจบอกมันเป็นเข็มฉีดที่ตัวเป็นสีทองมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 มิลลิเมตร ยาว 5 เซนติเมตร แถมตัวยาดูไปแล้วคงไม่ต่ำกว่า 30 มิลลิลิตร ถ้าถูกมันเสียบละก็...

“อุดปากมัน และหันตูดมันมา” หัวหน้าช่างเสริมสวยหักปลายเข็มออกเพื่อเตรียมฉีด พวกลูกน้องก็รีบเอาผ้ายัดปากนิลก่อนที่จะจับเขานอนคว่ำกับเตียงให้ก้นโด่ง รับรองใช้เข็มนี้ฉีดเข้าไป แผนการปลอมตัวเป็นผู้หญิงก็จะสมบูรณ์แบบ

“อูอ อี้!!!” นิลพยายามจะขัดขืนแต่ฤทธิ์ยาก็ทำให้เนื้อตัวเขาไม่มีแรง ตอนนี้สิ่งที่เขาคิดอยู่คือ ‘เข็ม’ และคำพูดของเจก็ทำให้เขาใจสั่นมากกว่าเดิม

เธอพูดว่า “เข็มกำลังเข้าไปที่ก้นแล้ว เอาอีกนิดอีกนิด” 




NEKOPOST.NET