P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 6 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.6 - สิ่งที่หวังเอาไว้


วันที่ 12 มีนาคม ปี ค.ศ. 2042 เวลา 06:27 น.

“อ่า มันคืออะไรอ่ะ กินได้ไหมอ่ะ”

เด็กชาย(?)ถามด้วยความสงสัย เพราะตัวเขาไม่ค่อยเข้าใจคำศัพท์ที่มีความหมายยากสักเท่าไร

หญิงสาวได้ยินดังนั้น จึงใช้ปลายนิ้วแตะที่ปาก แล้วค่อยๆไล่ลงไปถึงเนินอกของเธอยิ่งเธอใส่ชุดเปิดอกโชว์ชั้นในก็ยิ่งมีเสน่ห์อย่างถึงที่สุด ก่อนที่จะแตะบนหน้าผากของเด็กน้อย(?)

ถ้าเป็นคนอื่นการทำเช่นนี้ก็ไม่ต่างจากการยั่วยวนอีกฝ่าย แต่ไม่ใช่กับนิลที่ตอนนี้อายุสมองต่ำมาก ดีไม่ดีตอนนี้ยังบวกลบเลขไม่เป็นด้วยซ้ำ

เป็นอย่างที่เธอคาดเด็กน้อย(?)งุนงงกับการกระทำของเธอ ไม่ต่างไปกับเด็กสาวอีกคนที่กำลังมองเหตุการณ์เมื่อครู่ด้วยสีหน้างุนงงไม่แพ้กัน

“ตอนนี้พวกหนูๆอาจจะยังไม่รู้ แต่ถ้าเมื่อไรที่พวกหนูเริ่มโตแล้วเดียวก็รู้เองจ้ะ แต่ต้องสัญญาว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร”

โฮชิโนะพูดเสร็จก็ยกนิ้วชี้แตะปากก่อนที่จะทำเสียง‘ชู่ว’เบาๆ

เจเข้าใจความหมายในทันที่ก่อนที่จะทำตามอีกฝ่าย ตรงกันข้ามกับนิลที่ตอนนี้ทำตาตี่ปากเบ๊ ไม่รู้ความหมายแม้แต่นิดเดียว ก่อนที่เด็กสาวจะสะกิดอีกฝ่าย

“นี้พี่นิลก็ต้องทำตามค่ะ”

เจชักชวนให้นิลทำถ้าตามเธอ ซึ่งนิลก็ทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนที่เธอจะพูดต่อ

“สิ่งนี้เป็นความลับค่ะ พี่โฮชิไม่ให้ไปบอกใครค่ะ”

เด็กสาวเน้นย้ำให้อีกฝ่ายเข้าใจ

เด็กชาย(?)เห็นดังนั้นจึงพยักหน้า โดยสองคืนที่ผ่านมาเด็กชาย(?)ถูกสอนให้เข้าใจความหมายต่างๆในการใช้ชีวิตเบื้องต้นมากมาย ซึ่งสิ่งแรกที่สอนคือการแสดงออกว่า ‘เข้าใจ’ หรือ ‘ไม่เข้าใจ’ นั่นเอง ถ้าเข้าใจความหมายให้พยักหน้า ถ้าไม่เข้าใจให้ส่ายหน้า

เมื่อเห็นเด็กชาย(?)/ชายที่พวกเธอสอนความรู้ให้เข้าใจความหมาย ทั้งสองจึงยิ้มให้ มีคนหนึ่งใข้มือเล็กๆลูบหัว ส่วนอีกคนก็หยิกแก้มของอีกฝ่ายด้วยความมันเคี้ยว

“เจ็บอ่ะ” นิลครางออกมาเบาๆ ดูท่าแผลช้ำที่ได้มาคราวก่อนจะยังไม่หายดี

“อุ๊ย พี่หยิกแรกไปขอโทษด้วยจ้ะ” โฮชิโนะถอนมือออกมาก่อนที่จะขอโทษอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้มนิดๆของเธอ

นิลที่ความจำเสื่อมรู้สึกดีใจอย่างถึงที่สุด ก่อนที่จะยิ้มและหัวเราะเสียงดัง ‘เอิ้กๆ’ ออกมา เขายังจำคำพูดเด็กสาวได้ดี

‘ถ้าพี่มีความสุขก็หัวเราะออกมา ถ้าเสียใจก็ร้องไห้ออกมาค่ะ’

ซึ่งตอนแรกโฮชิโนะเองก็รู้สึกแปลกใจมากที่เด็กสาวพูดประโยคแบบนี้เป็นด้วย ก่อนที่จะรู้ในภายหลังว่ามีคนสอนเธอให้พูดอย่างนี้

ก่อนที่จะมีเสียงพูดออกมาจากเคาเตอร์อาหาร

“เอาหล่ะ พวกหนูๆอย่างเพิ่งเหม่อสิ วันนี้จะเอาอะไรดีจ้ะ”

ทั้งหญิงสาวกับเด็กสาวหันไปมองยังต้นเสียง ก็พบหญิงชราคนหนึ่งยิ้มให้อยู่ ก่อนที่เด็กสาวจะกล่าวทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“สวัสดีค่ะ คุณยาย”

‘คุณยาย’จึงทักกลับ

“สวัสดีจ้ะ หนูเจ วันนี้พวกเธอเองก็ตื่นเช้าเมื่อกันรึ”

หญิงชราถาม ทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆเป็นคนปริปากตอยแทน เด็กสาวซึ่งกำลังหาคำตอบอยู่ โดยที่ตัวของเด้กสาวไม่รู้จะหาคำพูด เพื่อพูดถึงเหตุผลนั้น

“เจจัง เขาคิดถึงนิลคุงค่ะคุณยาย เมื่อเช้านี้นิลคุงถูกริสจังไล่ให้ไปกินข้าวเช้าก่อนพวกหนู่ค่ะ เห็นริสจังอ้างว่าจะอาบน้ำกับพวกหนู่เลยไม่ให้นิลคุงเข้าไปด้วย เจจังเขาเลยไม่ยอมอาบน้ำค่ะ กว่าจะกล่อมให้อาบได้ก็เสียเวลาไปครี่งชั่วโมงค่ะ พออาบเสร็จพวกหนู่ก็รีบมาที่นี้เลยค่ะ”

หญิงชราได้ฟังปุป ก็หัวเราะออกมาแปลก ก่อนที่จะชูนิ้วก้อยขึ้นมา

“เหตุผลที่พูดเมื่อกี้ เกี่ยวข้องกับเรื่อง ‘เมื่อ’ตอนที่อาบน้ำเมื่อวาน ใช่มั้ยจ้ะหนู”

หญิงชราพูดเน้นเสียงเน้นเสียงคำว่า ‘เมื่อ’ ออกมาดังๆ

โฮชิโนะได้ยินปุปก็หน้าก็แดงปัป

“ยะ ยาย พูดเรื่องอะไรค่ะ หนู่ไม่เห็นเข้าใจเลย”

หยิงสาวพยายามพูดกลบเกลื่อน

“อย่าคิดว่ายายไม่รู้น่ะ ก็เมื่อคืนหนูฟลิบเขาบ่นเสียงดังมากเลยล่ะ หนูคนนั้นเอาแต่บ่นเรื่องที่ว่า ‘หนูนิลได้อาบน้ำกับพวกหนู’ แต่เขาไม่ได้อาบด้วย ตั้งหลายรอบน่ะ ปานนี้เรื่องนี้คงลือกันทั้งโรงพยาบาลแล้วล่ะหนูจ้า”

หญิงสาวทำหน้าแดงกำมากกว่าเดิม เธอไม่คิดว่าเรื่องนี้จะลือถึงหูคุณยายประจำโรงอาหาร แล้วถ้าเป็นอย่างที่คุณยายพูดจริงเรื่องนี้คงรู้ถึงหูผบ. แน่

ก่อนที่หญิงชราจะพูดประโยคเด็ดต่อไป

“อ้าวล่ะ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งนี้ คำว่า ‘แฟน’ ”

หญิงชราพูดพลางยกนิ้วก้อยหมุนไปมา

โฮชิโนะสะดุงทันที่ก่อนมองไปยังเจ ก็พบว่าเด็กสาวกำลังกินนมโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ส่วนอีกคนก็ยังหัวเราะไม่หยุด ก่อนหน้าเข้าไปใกล้หญิงชรา

“ยายรู้ได้ยังไงค่ะ”

หญิงสาวถามอีกฝ่ายที่ยังคงทำหน้ายิ้มอย่างมีเลศนัย

“ยายอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว ตั้งแต่ที่ีหนูวิลสันถามเรื่องหน้าอกของพวกหนูจากหนูนิลแล้วจ้า”

หญิงสาวได้ยินดังนั้น จึงทำตาโตก่อนถามอีกฝ่าย

“แล้วทำไมคุณยาย ไม่ห้ามพวกเขาละค่ะ”

หญิงสาวถามคาดคั้นคำตอบอีกฝ่าย ซึ่งมีฝ่ายก็ยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเหมือนเดิม

“พวกผู้ชายก็ต้องลามกหน่อยบ้างถึงจะดี อย่างน้อยก็แน่ใจว่าพวกเขายังเป็นผู้ชายแท้ๆ แล้วอีกอย่างเรื่องนี้อาจทำให้หนูนิลโตขึ้นได้ดีขึ้นกว่าปกติ อย่างที่เขาบอกกัน ‘ถ้าอยากให้ได้อะไร ก็ต้องทำอย่างนั้น’ ”

โฮชิโนะได้ยินดังนั้นจึงเรียกให้อีกสองคนที่เหลือกินข้าวบนโต๊ะก่อน

           เจที่เพิ่งดื่มนมหมดขวดถือถาดอาหารสำหรับเด็กที่มีข้าวผัดสำหรับคุณหนูน่าทาน พายไข่ 3 ชิ้น กับน้ำส้มอีกแก้ว เดินนำหน้านิลที่กินอิ่มแล้วไปยังโต๊ะตัวใหม่ที่หากจากโต๊ะในตอนแรกพอสมควร เนื่องจากบริเวณนั้นกลอะของเหลวที่ส่งกลิ่นเหม็นชวนคายของเก่าอยู่

          

           เมื่อหญิงสาวเห็นทั้งสองเล่นกันเจี้ยวจ้าว ก็โล่งอก ก่อนที่หญิงชราจะพูดแทรกขึ้นมา

           “หนูเองก็เห็นด้วยกับยายใช่ไหม การให้หนูนิลอยู่กับหนูเจเป็นความคิดที่เหมาะสมที่สุดแล้ว”

           หญิงชราพูดเมื่อเห็นทั้งสองเด็ก(?) ส่งเสียงพูดคุยอย่างมีความสุข ถ้าเป็นเมื่อก่อน เวลากินข้าว เจก็เหมือนเปรียบไปเป็นคนละคน กินข้าวก้วยแววตาเศร้าสร้อย บางทีอาจมีน้ำตาไหลออกมาด้วย เวลาถามก็ไม่ยอมตอบว่าทำไมถึงทำท่าที่อย่างนั้น แต่ตอนนี้เหมือนจะไม่มีเหตุการณ์อย่างนั้นให้เห็นแล้ว

เมื่อหญิงสาวมองไปยังที่เดียวกัน ก็เห็นว่าทั้งสองคนเข้ากันได้ดี แถมเด็กสาวที่เธอดูแลมามากว่าสองปีอารมณ์ดีขนาดนี้ เธอที่เป็นผู้ดูแลย่อมดีใจเป็นธรรมดา ก่อนที่นึกได้ว่าต้องมีเรื่องที่ต้องพูดกับอีกฝ่ายให้เคลียร์ๆไปให้จบ

“เจคือเด็กที่หนูดูแลอยู่ค่ะ หนูไม่อยากให้นิลเข้าใกล้เด็กคนนั้น เพราะว่าถ้านิลได้ความทรงจำกลับมาเมื่อไร ทั้งคุณยาย ทั้งผบ. รวมทั้งริสตี้ คงต้องเดือดร้อนไปด้วย อย่างน้อยแค่ดิฉันคนเดียวก็พอ”

หญิงสาวเปลี่ยนสีหน้าเป็นเอาจริงเอาจังในทันที

“แต่คนที่จะได้รับอันตรายมากที่สุด”

หญิงชรามองหน้าหญิงสาว เธอยังคงยิ้มน้อยนิ้มใหญ่แบบเดิม ก่อนตอบกลับไป

“หนูกลัวว่า เจจะบอกเรื่องชาติกำเนิดของตัวเองออกไปสิน่ะ”

“ค่ะ”

หญิงสาวตอบ

“จะเป็นคนของสหพันธ์ หรือ คนของตระกูล ‘ยูเรียล’ ดิฉันก็ไม่สนค่ะ แต่ขอแค่อย่างเดียวอย่าให้เจต้องตกอยู่ในสภาพนั้นอีกเลย”

หญิงสาวกุมมือทั้งสองข้างที่หน้าอก หล่อนจำได้ดีวันแรกที่เธอได้เจอกับเจ แววตานั้น แววตาที่ทำให้เธอเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเด็กสาวคนนี้

หญิงชราได้ฟังดังนั้น ปากก็ฉีกยิ้มกว่าเดิม ก่อนที่จะพูดเพื่อให้กำลังใจอีกฝ่าย

“ไม่ต้องห่วงหรอกหนูน้อย การเติบโตน่ะมีหลากหลายนิยาม สิ่งที่ยายต้องการให้นิลเติบโตน่ะคือ ‘หัวใจ’ ขอแค่มีสิ่งนั้น หนูนิลก็ไม่ใช่ศัตรู แต่เขาคือคนๆเดียวที่หนูเจเชื่อใจได้ และเป็นคนที่พวกเธอเชื่อใจได้เช่นกัน ใช่เป็นคนที่ทำตามความเชื่อมั่นของตัวเองมากกว่าสิ่งอื่นๆ

หญิงชรากล่าวจบพลางกุมมือทั้งสองข้างของหญิงสาวเอาไว้

“แล้วพวกหนูพร้อมรึยัง พร้อมที่จะเป็นความเชื่อมั่นให้เขา”

หญิงชรามองไปยังดวงตาของอีกฝ่าย

หญิงสาวที่กำลังตกใจมองไปยังดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่มีน้ำตาค่อยๆไหลออกมาช้าๆ ก่อนที่หญิงชราจะขอร้องอีกฝ่ายด้วยน้ำตา

“เห็นแกน้ำตาของยายแกคนนี้เถอะ อย่าให้หนูนิลต้องกลายเป็นเครื่องมือของใครทั้งสิ้น ให้เขาได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี คำขอนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ยายหวังเอาไว้ ยายแก่คนนี้อยู่มานานแล้วเห็นเรื่องแบบนี้มามากเกินไปแล้ว”

 หญิงชรากล่าวจบพลางเช็ดน้ำตาของตัวเอง ส่วยหญิงสาวที่เคยร่าเริงบัดนี้ทำหน้าตาเศร้าสร้อยก่อนมองไปยังเด็ก(?)สองคนที่กำลังเล่นอย่างมีความมสุขก่อนที่ เด็กร่างเล็กจะโบกมือเรียกเธอเอง

เธอยิ้มให้สาวน้อยก่อนโบกมือกลับ ก่อนหันมาคุยกับหญิงชราต่อ

“หนูเข้าใจแล้วค่ะ หนูจะพยายามเท่าที่ทำได้ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณยาย หนูไม่ทำให้สิ่งที่คุณยายหวังไว้พังทลายอย่างแน่นอนค่ะ”

หญิงสาวโค้งคำนับให้หญิงชรา ก่อนที่จะตบแก้มทั้งสองข้างของตัวเอง เพื่อเรียกใบหน้ายิ้มแย้มของตัวเองกลับมา ก่อนที่จะพูดเรื่องอื่นเพื่อไล่บรรยากาศขุ่นมัวเมื่อกี้ให้หมด

“หนูขอสั่งอาหารหน่อยค่ะ”

หญิงสาวพูดกับหญิงชรา ก่อนที่เห็นอีกฝ่ายหญิงให้เธอก่อนที่จะยกถาดอาหารให้เธอ

“มันเยอะไปหรือเปล่าค่ะ หนูกินไม่หมดแน่ค่ะ”

หญิงชราได้ฟังดังนั้นจึงเคาะหัวอีกฝ่ายที่หนึ่งก่อนที่จะพูดว่า

“มันใช่ของหนูคนเดียวซ่ะเมื่อไร นี้ยายทำข้าวผัดให้หนูสตีฟ          ส่วนหนูฟลิบกับหนูโรโต้มีไส้กรอกกับมันบด เค้กช็อกโกแลตนี้แบ่งให้พวกเธอทุกคน และสุดท้ายออมเล็กของหนูริสตี้ นี้ลืมเพื่อนแล้วรึไง”

หญิงชราดุอีกฝ่ายที่ลืมหยิบอาหารให้เพื่อนตัวเอง

หญิงสาวเคาะหัวตัวเองพลางแลบลิ้น ก่อนที่จะยกอาหารทั้งหมดไปยังโต๊ะอาหารที่มีเด็ก(?)สองคนค่อยอยู่

“หนูโฮชิ อย่าลืมพาหนูนิลไปเดินเล่นในเมืองหน่อยล่ะ การได้เดินเล่นก็เป็นส่วนหนึ่งในการเจริญเติบโต(ทางจิตใจ)น่ะ และทำตามใจของตัวเองคำพูดก่อนหน้านี้ยายจะเป็นกำลังใจให้”

หญิงชราพูดกับอีกฝ่ายพร้อมยกนิ้วก้อยอีกครั้ง ก่อนที่อีกฝ่ายจะก้มหน้าด้วยรอยยิ้มที่มีสีแดงระเรื่อถึงใบหู ก่อนที่จะจากไป

 

มีเด็กสามคนเดินเข้ามาในโรงอาหาร

“ฮ้าว! วันนี้มีอะไรกินมั้งเนี่ย นี้โรโต้เราไปหาคุณยายดีกว่า” ฟลิบพูดให้กับน้องชายของตัวเองที่เดินนำหน้าตัวเองอยู่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะชี้ไปยังโต๊ะอาหารที่อยู่อีกมุมห้องหนึ่ง

“นู้น! พี่เขารออยู่แล้ว” โรโต้ตอบเสียงเงียบ ก่อนที่จะมีเสียงอีกเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา

“เหวอ! นี้มันอะไรเหม็นชะมัด” สตีฟมองไปยังเท้าตัวเองที่เหยียบดดนกองของเหลวที่ส่งกินเหม็นแปลกๆ

โรโต้ก้มลงไปก่อนที่ลองดมกลิ่นดู ก่อนที่จะตอบน้ำเสียงราบเรียบอีกครั้ง

“มันคือ ‘อ้วก’ สตีฟนายเหยียบมัน”

คำพูดนี้ ทำให้ฟลิบลงไปหัวเราะกลิ้งอยู่บนพื้น ส่วนสตีฟก็รีบเช็ดเท้าตัวเองกับพื้นเพื่อดับกลิ่น

“พวกนายยุ่งของพวกนายไป ฉันไปก่อน”

โรโต้เดินจากไปก่อนที่สตีฟที่เช็ดเท้าตัวเองเสร็จแล้วก็ปลุกคนที่ยังหัวเราะอยู่ให้วิ่งตามไป

 

“นี้พี่โฮชิค่ะ พวกสตีฟมากันแล้วค่ะ”

เด็กสาวชี้ไปยังเด็กชายสามที่กำลังเดินมาทางนี้ คนแรกก็ยังทำสีหน้านิ่งเฉยเหมือนเดิม คนที่สองที่ดูมีความเป็นผู้นำ กับคนที่สามที่ยังชอบทำหน้าตากวนโอ๋ยเหมือนเดิม

“เฮ้! เจ เจ้านั่นไม่ได้ทำอะไรให้น่ะ ถ้ามันทำเดียวไปเรียกพี่ริสตี้ให้”

สตีฟพูดกับเด็กสาวด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่จะหันไปยังนิลที่ ตอนนี้ไปแอบหลังโฮชิโนะแล้ว

“นี้สตีฟคุงอย่าขู่นิลคุงสิ เห็นไหมนิลคุงเขากลัวหมดแล้ว”

หญิงสาวกล่าวตักเตือนอีกฝ่ายเล็กน้อย

“แต่..”

“ไม่ต้องแต่น่ะจ้ะ ในเมื่อนิลคุงอยู่ในความดูแลของพี่โฮชิคนนี้ พี่ก็ต้องดูแลให้ถึงที่สุดจ้ะ”

หญิงสาวพูดดักคออีกฝ่าย ก่อนที่จะพูดดักคอเด็กปากมากอีกคน

“นี้ฟลิบคุง โรโต้คุง วันนี้เป็นของโปรดจ้ะ คุณยายเค้าทำเองกับมือเลยน่ะ”

โห้! นี้มันบดหนิ ของคุณมากครับคุณยาย

โรโต้ตะโกนออกมาด้วยความดีใจก่อนที่จะหันไปกล่าวขอบคุณคุณยายที่เคาเตอร์อาหาร

เมื่อเห็นคุณยายยกมือส่ายไปมา โรโต้ก็รีบนั่งกินไส้กรอกกับมันบดส่วนของตัวเองทันที ก่อนที่จะพบว่ามีคนนั่งกินอยู่ก่อนแล้ว

“เห้ย! โรโต้ ทำไมแกไม่ขอบคุณยายเขาหน่อยว่ะ”

แต่คนที่ฟังอยู่ก็ไม่ตอบอะไร โรโต้ก็ยังคงกินอาหารส่วนของตัวเองต่อไป

ซึ่งนิสัยข้อนี้ของโรโต้ ตัวเขาเองไม่ค่อยชอบเท่าไร เนื่องจากน้องชายฝาแฝดของตัวเองเป็นพวกเงียบแบบสุดๆ ขนาดสวัสดียังไม่ค่อยจะพูดเลย แต่ถ้าเขาเกิดเก็บกดมากๆเมื่อไหร่ ก็สติแตกเป็นไอ้บ้าห้าร้อยได้เหมือนกัน

“เอาน่าฟลิบคุง แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก เดียววันนี้จะไปเดินเล่นในเมืองสักหน่อยน่ะ พวกน้องๆจะไปกับพี่ไหมจ้ะ”

โฮชิโนะพูดชักชวนเด็กๆทั้งหลาย

“ถ้าปลอดภัยก็ได้ครับ” สตีฟพูดด้วยสีหน้าธรรมดา

“ไปหาของทำกับดักอีกดีกว่า” ฟลิบพูดด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ก่อนมองไปยังนิลที่ตอนนี้กำลังพูดคับกับ เจ อย่างสนุกสนาน

“ผมต้องดูแลเจ้านี้ ไม่ไปก็คงไม่ได้” โรโต้พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ก่อนที่หญิงสาวจะหน้าเปลี่ยนสีก่อนจะกระบริบตาที่หนึ่งพร้อมพูดว่าจะพูดว่า

“งั้นตกลงตามนี้น่ะจ้ะ เจจังพานิลจังไปเลือกเสื้อก่อน เดียวพี่ต้องช่วยคุณยายเขานิดหน่อย ส่วนพวกน้องๆ.....”

เด็กชายทั้งสามหูผึง ก่อนที่จะพยายามฟังคำพูดต่อไปที่หญิงสาวตรงหน้ากำลังหลุดออกมา

“ช่วยเช็ดคาบอ้วก ของนิลคุงหน่อยน่ะจ้ะ พี่ขอร้องล่ะ”ฃ

คำพูดนี้ทำให้ทั้งสามปล่อยลมออกจากปากทันที

มันไม่ยุติธรรม ทำไมพวกเราต้องเช็ดอ้วกให้เจ้านั้นด้วย

ฟลิบพูดก่อนมองไปยังนิล ที่ตอนนี้เจจูงมือวิ่งไปแล้ว

ก่อนที่จะมองไปยังแนวร่วมที่เหลืออีกสองคน เพื่อหาเหตุผลดีๆ ก่อนที่จะพบว่าแนวร่วมทั้งสองนั้นหน้าซีดเผือก แถมยังเห็นมือบนไหล่ทั้งสองคนด้วย

ฟลิบทำใจดีสู้เสือค่อยๆไล่สายตามองขึ้นไป ยิ่งมองสูงขึ้นก็รู้สึกได้ถึงภัยคุกคามแบบสุดๆ

ก่อนที่ใบหน้านั้นจะยิ้มให้ที่หนึ่ง พร้อมพยักหน้าเป็นเชิงว่าให้ปฏิบัติคำขอร้องเมื่อกี้อย่างเคร่งครัด

“ถ้าตรงนี้ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว เดียวพี่ต้องไปดูแลเจจังกับนิลคุงก่อนน่ะ ริสจังฝากด้วยจ้ะ

โฮชิโนะพูดจบก็หยิบอาหารส่วนของตัวเองขึ้นมา ก่อนที่จะเดินตามทั้งสองคนที่จากไป

ทิ้งให้เด็กชายสามคนต้องรับกรรมที่พวกเขาไม่ได้ก่อ แต่จะให้ไม่ปฏิบัติตามก็เห็นจะไม่ได้

เพราะทั้งสามได้ยินเสียงอย่างแผ่วเบา เสียงที่ทำให้พวกเขาไม่กล้าหือคำสั่งนี้อย่างเด็ดขาด

 

 

ชะ ชะ ช่วยด้วย คะ ใครก็ได้ช่วยที!”

 

 




NEKOPOST.NET