P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 57 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.57 - กิโมโน


“จิ๊บ จิ๊บ” เสียงนกที่ร้องเรียกคู่ดังไปทั่วป่าใหญ่ พวกมันทั้งสองตัวต่างบินโฉบเฉียวไปมาอย่างสนุกสนาน

“อือ” โดโรธีลืมตาขึ้นหลังจากที่ได้ยินเสียงนกร้องแสบแก้วหู เธอเหล่สายตามองไปรอบๆตัวเธอที่เต็มไปด้วยต้นไม้แทนที่จะเป็นไลเคนเรืองแสง

“นี้ฉันตายแล้วเหรอ” สาวใช้พยายามเบิกตา แต่แสงแดดที่ส่องเข้าตาก็ทำให้เธอต้องเอามือบังแดด

“ฉันยังมีชีวิตอยู่!!!” โดโรธีเบิกตากว้างเพราะผิวหนังมือของเธอมีสีเขียวเนื้อนั้นก็หมายความว่าเธอยังมีชีวิตอยู่

“ตื่นแล้วเหรอครับ” นิลพูดพร้อมกับคนซุบร้อนๆในหม้อใบใหญ่

“คุณนิล” โดโรธีพยายามลุกขึ้น แต่เธอกับออกแรงไม่ได้

“อย่าดีกว่าครับ ตอนนี้โดโรธียังไม่ฟื้นตัวดีน่ะครับ” นิลดันคันโยกตรงที่อยู่ข้างๆฟูกของโดโรธี เพื่อปรับฟูกทำมุม 40 องศาให้โดโรธีสามารถกินซุปได้ง่ายๆ

“ทานซุปสมุนไพรร้อนๆนี้ก่อนครับ มันสามารถถอนพิษของแกมม่าไลเคนได้”

นิลตักซุปสีเหลืองอ่อนใส่ถ้วยเล็กๆ ก่อนที่จะพยายามป้อนให้สาวใช้

“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันทำเองได้” โดโรธีพยายามยกแขนที่สั่นตลอดเวลาไปคว้าถ้วยเพื่อทานเอง

“อย่าดีกว่า ฝืนมากไปร่างกายมันจะพัง” ริสตี้พูด “คุณริสตี้” สาวใช้มองไปยังริสตี้ที่สวมชุดผ้าฝ้ายสีขาว ผิวของหล่อนมีสีเนื้อนวลเหมือนปกติแต่ยังมีรอยจ้ำสีเขียวตามร่างกายเล็กน้อย

‘ชุดผ้าฝ้ายสีขาว........!

หญิงสาวมองไปยังร่างกายของตัวเองที่สวมชุดผ้าฝ้ายสีขาวด้วยความตกใจ งั้นก็หมายความว่า......

“ไม่ต้องห่วงไม่ใช่นิลหรอก บังเอิญมีคณะเดินทางเจอนิลกับพวกเราสองคนที่หมดสติเพราะพิษก็เลยช่วยพวกเราไว้” ริสตี้เหล่ตาไปยังนิล เพราะตอนที่เธอได้สติเธอได้ยินมาว่าพวกเขาพบนิลตอนที่นิลลากพวกเธอทั้งสองกับสัมภาระออกจากปากถ้ำ

“สวัสดีสาวน้อยฟื้นแล้วเหรอ” ผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากพุ่มไม้ เธอมีผมสีบลอนด์ยาวถึงเอว ผิวสีขาวเนื้อนวล ดวงตากลมโตเข้ากับคางเรียวเล็ก เข้ากับชุดกิโมโนสีส้มลายดอกทุกกริยาบทของสตรีผู้นี้ดูงดงามมากดูไม่เหมือนกับลักษณะของคนที่ออกเดินทางในยุคสมัยนี้ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย

“คุณคือ?”

“ดิฉันมีนามว่า ทามะมิ เป็นบุตรีของศาลเจ้าใหญ่ค่ะ” ทามะมิแนะนำตัวพร้อมกับหยิบนามบัตรให้โดโรธี

“โถ่!นามบัตรอีกแล้ว คิดจะให้ทุกคนเลยหรือไง” ริตี้บ่นงุบงิบ

“คุณริสตี้พวกเขาช่วยเราไว้น่ะครับ” นิลเอามืออุดปากริสตี้ที่ปากเสีย

“ช่วยไม่ได้ค่ะ ทางรัฐบาลบังคับให้พวกเราต้องมอบนามบัตรให้ทุกคนเพื่อความปลอดภัยของพวกเราและเพื่อที่จะจับตาดูพวกเราได้” ทามะมิพูด

“เคยได้ยินมานะว่าเป็นศาลเจ้าที่รวบรวมพวกที่มีความสามารถที่ชาวบ้านเขาไม่มีกัน” ริสตี้นึกถึงหัวข้อในเน็ตที่มีคนพูดถึงเรื่องลี้ลับของศาลเจ้าใหญ่แห่งคิสึเนะที่เป็นศาลเจ้าที่มีอิทธิพลมากในญี่ปุ่นว่ากันว่ามีศาสตร์ลี้ลับมากมาย แต่เอาเข้าจริงๆขนาดพลังอีเลเมนต์และพลังจิตยังมีเลยจะมีไสยศาสตร์ ภูติผีหรือเวทมนตร์ก็ไม่แปลก

“ค่ะ เพราะแบบนั้นจึงมีคนจำนวนมากต้องการตัวพวกเรา ทางรัฐบาลเองก็ไม่อยากเสียบุคลากรที่มีความสามารถก็เลยต้องจับตาดูเป็นพิเศษ” ทามะมิพูดพร้อมกับโชว์กำไลข้อมือสีฟ้าที่ส่งแสงกระพริบตลอดเวลา

“จีพีเอส พวกเธอเป็นหมาหรือไงถึงต้องสวมปลอกคอ” ริสตี้พูดซึ่งนิลเองก็ยื่นมือไปอุดปากแต่ก็ถูกริสตี้กัดจนต้องกระชากมือออก

“ต้องขอโทษด้วยค่ะที่เพื่อนดิฉันปากพล่อย” โดโรธีขอโทษให้กับสตรีผู้สูงส่ง

“ไม่เป็นไรค่ะต้องเป็นทางเราตั้งหากที่ต้องขอบคุณ” ทามะมิคุกเข่าพร้อมกับโค้งคำนับให้นิล “เพราะชายคนนี้ได้ช่วยลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของดิฉันไว้จากถ้ำแกมม่าไลเคนทางฉันเองก็ต้องช่วยเหลือการเดินทางของพวกคุณเต็มที่ และยิ่งคุณหญิงนอร์แมนแห่งสการ์เล็ตเองก็เคยช่วยเหลือพวกเรา การให้ความช่วยเหลือพวกคุณเองก็น่าจะทำให้คุณหญิงนอร์แมนพึ่งพอใจได้มาก”

“คุณคือคนรู้จักของคุณลอร่าหรือค่ะ” โดโรธีชักจะสนใจเพราะคนใหญ่คนโตของศาลเจ้าใหญ่จะเป็นคนรู้จักของอดีตหัวหน้าใหญ่กองกำลังติดอาวุธที่ทางการต้องการตัวมากแสดงว่าต้องมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา

“ค่ะ เหมือนประมาณ 30 - 40 ปีก่อนทางเรากับคุณหญิงนอร์แมนนั้นมีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันจนกระทั้งกระแสโลกและสงครามทำให้เกิดเรื่องมากมาย แต่ไมตรีจิตที่คุณหญิงนอร์แมนที่มีต่อเรานั้นยังคงไม่จางหาย คุณหญิงยังคงให้ความช่วยเหลือพวกเราอยู่ค่ะ”

“เหมือนกับดิฉันค่ะถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่คุณลอร่า เองก็เป็นผู้สั่งสอนอะไรหลายๆอย่างให้กับดิฉัน” โดโรธีพูดด้วยอารมณ์ดีจนรอยยิ้มแสดงออกมาทางสีหน้าของเธอ

“เป็นรอยยิ้มที่สวยมากเลยน่ะ เห็นแบบนี้ทำให้ป้านึกถึงลูกสาวป้าเลย” ทามะมิเอานิ้วปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ว พร้อมกับหยิบกล่องสีแดงขนาดเท่ากำปั้นออกมาดู

“ซานะ ลูกสาวของป้าน่ะ เสียไปเมื่อหลายปีก่อน แหวนวงนี้เป็นของดูต่างหน้าของเธอ” ทามะมิหยิบแหวนสีแดงธรรมดาออกจากกล่อง “คุณชายน้อยท่านนี้ได้ช่วยซานะของป้าในถ้ำนั่นและนำมันออกมา” ทามะมิมองไปยังนิลทำให้นิลแสดงสีหน้าเสียใจ เพราะตอนแรกตอนที่เขาได้สติเขาก็พบว่าทั้งริสตี้และโดโรธีนอนตัวเขียวหมดสติในถ้ำแต่กับมีเขาที่ไม่รับผลของพิษ เขาจึงแบกทุกคนออกมาพร้อมกับสัมภาระระหว่างทาง เขาพบกล่องสีแดงที่เก็บแหวนสีแดงไว้เลยคิดจะเอาไปเป็นของฝากให้เจ

เมื่อเขาออกจากถ้ำก็พบทามะมิกับผู้ติดตามยืนด้อมๆมองๆหน้าถ้ำด้วยความร้อนรนถึงได้รู้ว่าแหวนวงนี้เป็นดูต่างหน้าแสนสำคัญของคนเป็นแม่ที่เสียลูกไป

“แล้วคุณทามะมิทำหล่นตอนไหนหรือค่ะ” โดโรธีถาม

“พวกก่อการร้ายน่ะ มันไล่กวดพวกป้าตรงเนินเขาติดชายทะเล ปกติป้าจะวางกล่องใส่แหวนนี้ไว้ในกระเช้าและวางไว้ข้างตัวตลอดเวลา ตอนที่ถูกโดนดักโจมตี ป้าก็เลยเผลอทำมันตกลงไปในร่องเขา” ทามะมินึกถึงตอนที่เธอกับผู้ติดตามนั่งรถม้าผ่านทางช่องเขาแล้วถูกกลุ่มกองโจรโพกหัวดำดักโจมตี เธอก็ที่ตกใจเลยยกกระเช้าป้องกันคมกระสุนทำให้กล่องใส่แหวนสุดสำคัญตกลงไปในร่องเขาที่เป็นที่อยู่ของแกมม่าไลเคน

หลังจากที่สามารถขับไล่พวกกองโจรได้สำเร็จ เธอกับผู้ติดตามจึงได้ค้นหาตำแหน่งของแหวนจากเครื่องติดตามที่ติดไว้ จนมาถึงถ้ำแกมม่าไลเคนที่ไลเคนที่นี้จะปล่อยรังสีที่เป็นพิษเพื่อใช้ย่อยสลายเหยื่อที่หลุดเข้ามาเพื่อเป็นสารอาหารสำหรับคนปกติถ้าไม่โดนรังสีและบำรุงร่างกายดีๆก็จะหายเอง แต่สำหรับพวกของเธอที่มีสัมผัสคลื่นพลังที่สูง รังสีของไลเคนจะทำลายเซลล์ประสาทและสมองทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าไปยกเว้นเธอที่ถูกผู้ติดตามห้ามไว้

“และผมที่แบกริสตี้ออกมาเป็นคนแรกพร้อมกับกล่องใส่แว่นก็เจอกับคุณทามะมิครับ” นิลเอามือเคาะหัวถึงเขาจะแทบไม่ได้รับผลของรังสีเพราะมีร่างกายที่ค่อนข้างพิเศษ แต่ก็ยังรู้สึกมึนๆร่วมไปถึงความทรงจำขาดช่วงไปในตอนนั้น

“ค่ะ ต้องขอบคุณคุณจริงๆ เช่นนั่นการเดินทางของคุณชายน้อยทางเราจะเป็นคนจัดการให้เอง” ทามะมิพูดก่อนที่จะลุกขึ้นครั้งนี้มีกลุ่มคนใส่ชุดทหารเต็มอัตราศึกกับกลุ่มคนสวมชุดนักพรตเดินออกมาจากพุ่มไม้ แต่ที่น่าแปลกคือทั้งหมดล้วนแต่เป็นผู้หญิงทั้งสิ้น

“นายหญิงพวกเราพร้อมออกเดินทางแล้วค่ะ” นักพรตหญิงพายมือไปยังอีกฝั่งของพุ่มไม้

“ดีมาก ถ้าพวกคุณพร้อมแล้ว เราจะออกเดินทางตอนนี้เลย” ทามะมิเดินไปยังทางเดินเล็กๆพร้อมกับผู้ติดตาม แต่เดินไปไม่ได้เท่าไรก็ถูกบางอย่างพุ่งเข้าชนอย่างจังจนล้มลง

“นายหญิง!!!” ผู้ติดตามรีบเข้าไปประคองทามะมิ

“โอ้ย ขอโทษค่ะ” เสียงของเด็กผู้หญิงที่วิ่งชนทามะมิดังขึ้น โดโรธีนึกขึ้นว่าเสียงเด็กคนนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน

“เออ ผมพลาดเองครับ” นิลพูด “ฉันตั้งหากที่ไม่ได้เช็คให้ดี” ริสตี้เอามือนวดขมับ โดโรธีมองท่าทางของทั้งสองคนและพลางนึกถึงตอนที่เธอเดินตรวจสอบสภาพของยานบินก่อนที่จะเข้าไปในถ้ำรังสี เธอก็ว่ามันแปลกมากที่เสียงที่ปล่อยมันทุ่มต่ำมากกว่าที่จะเป็นของเด็กหญิง อย่างที่คิดมันแปลกจริงๆ

“สวัสดีค่ะคุณโดโรธี” เจพูดพร้อมกับหมุนตัว แต่พื้นที่ขรุขระก็ทำให้หมุนได้ลำบากยังดีที่นิลเข้าไปประคองไว้

“คุณหนูเจสสิก้าแอบตามขึ้นมาสินะค่ะ” โดโรธีถอนหายใจ เธอก็พอนึกขึ้นได้ ตอนที่อยู่ที่อ่าวไทยเห็นเด็กหญิงซื้อวิทยุสื่อสารสำหรับเด็กร่วมไปถึงเส้นด้ายสีเหลือง

เด็กคนนี้คงเอาฟูกจัดรูปให้เหมือนกับร่างกายของตัวเอง ห่มผ้าห่มให้ดูเหมือนคนที่หลับ เอาแป้งผสมกากเพชรเทบนก้อนด้ายเหลืองเวลามีแสงกระทบในห้องมืดจะได้เหมือนสีผมสะท้อนแสง สุดท้ายเอาวิทยุอัดเสียงของตัวเองม้วนด้วยผ้าและซุกไว้ใต้วิก ร่วมไปถึงท่าทางที่ใสสื่อบริสุทธิ์ แค่นี้ก็สามารถหลอกคนอื่นๆได้

“ค่ะหนูแอบไปนอนกับคุณหุ่นยนต์ค่ะ” เจนึกถึงหุ่นโดรนที่นิลเอามาด้วย เดิมที่มันเป็นหุ่นโดรนที่สูงไม่เกิน 1 เมตรที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ เอาไว้ใช้ขนสัมภาระหรือเข้าไปสำรวจในสถานที่แคบที่เต็มไปด้วยอันตราย ซึ่งเวลาไม่ได้ใช้งานหุ่นโดรนจะมีช่องว่างสำหรับให้เด็กตัวเล็กๆเข้าไปแอบ เจจึงเข้าไปแอบในนั้นจนกระทั้งพวกนิลติดผิดของแกมม่าไลเคน เจเองก็โดนพิษด้วยเธอจึงหลับในนั้นจนกระทั้งนิลไปเช็คความเสียหายของสัมภาระก่อนเริ่มภารกิจแล้วไปเจนอนขดอยู่ข้างใน

“แล้วเราจะทำยังไงดีครับ ตอนนี้พวกสตีฟคงจะรู้ว่าเจหายไป คงจะหากันให้วุ้นแน่ๆ” นิลเอามือลูบคาง เพราะระดับในองค์กรของเจนั้นสูงมากไปที่ไหนก็มีคนเคารพและตามใจ ตอนนี้เจหายไปคนอื่นๆคงพลิกแผ่นดินตามหาตัวกันให้วุ่น

“ไม่เป็นไรหรอกเห็นแบบนี้พวกเจ้าสตีฟมันก็ฉลาด มันดูนิดหน่อยมันก็รู้เอง” ริสตี้ที่อยู่กับพวกสตีฟมานานที่สุดบอก เธอรู้ดีว่าเด็กแต่ละคนทำอะไรได้บ้าง สตีฟอาจจะดูสับสนแต่ตัดสินใจได้เหมาะกับสถานการณ์ ฟลิบอาจจะดูปัญญาอ่อนแต่ก็มีความสามารถในการจดจำที่สุดยอดพร้อมกับความคิดที่ไม่แพ้กัน(ถ้าใช้อย่างถูกวิธี) และโรโต้ที่สุขุมนุ่มลึกพร้อมที่จะควบคุมสถานการณ์ให้เป็นไปตามที่ตนเองต้องการ จากข้างต้นทำให้ริสตี้ไว้ใจที่จะให้ทั้งสามคนดูแลเจ ถ้าเกิดพวกมันไม่คิดต่อต้านรังแกเจก็ไม่ว่าอะไร

“ถ้าทุกท่านพร้อมแล้วดิฉันจะพาไปส่งที่หมาย และหวังว่า” ทามะมิเอานิ้วตะวัดที่ริมฝีปากของโดโรธีที่ไม่ทันตั้งตัว “วันที่ 1 เมษาจะได้เห็นอะไรดีๆน่ะค่ะ”

“นายหญิงเชิญทางนี้ค่ะ” ทหารหญิงพาทามะมิไปขึ้นรถม้า ส่วนนักพรตหญิงเดินมาหาพวกนิล

“อีก 2 วันก็จะถึงวันที่ 1 เมษายนตามเวลาท้องถิ่น พวกเราจะพาพวกคุณทั้งหมดไปส่งห่างจากจุดนัดพบค่ะ” ครั้งนี้นักพรตหญิงพารถม้าขนาดใหญ่มายังพวกนิล

“จนกว่าจะถึงเวลานั้นกรุณาพักผ่อนและทำตามคำแนะนำของพวกเรา”

“เห้อ มันข่มขู่กันชัดๆ” ริสตี้ไม่พอใจกับรูปประโยคที่หมายความอ้อมๆว่า ‘ถ้าไม่ทำตามที่บอกจะซวย’ ริสตี้จึงชักสีหน้า แต่ก็ถูกเจกระตุกชายเสื้อทำให้ต้องเก็บสีหน้า

“งั้นฉันขึ้นไปก่อนล่ะกัน เนอะ เจ เราขึ้นไปด้วยกันเถอะ” ริสตี้ถามเจด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“คะ ขึ้นไปกันเลย” เจจูงมือริสตี้เดินขึ้นไปบนรถม้า

“งั้นผมจะพาคุณโดโรธีขึ้นไปให้” นิลพูดก่อนที่จะเดินไปยังโดโรธี

“ไม่ต้องค่ะ ทางเราจะจัดการเอง” ไม่ทันที่นิลจะเข้าไปอุ้มโดโรธีก็ถูกกลุ่มทหารหญิงผลักออกก่อน เมื่อนิลมองไปยังโดโรธีเขาก็มองไปยังกลุ่มทหารหญิงก่อนที่จะมองสลับไปมาจนหน้าแดง

“ขอโทษครับ” นิลเพิ่งนึกได้ว่าเขาไม่ควรแตะตัวสาวใช้

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่คุณยินดีช่วยโดยไม่มีจุดประสงค์ร้ายดิฉันเองก็ดีใจมากค่ะ” โดโรธีที่ถูกทหารหญิงคนหนึ่งอุ้มขึ้นรถขอบคุณนิลที่ใจดีกับเธอ

“งั้นผมควรนั่งอีกคัน” นิลมองไปยังรถม้าอีกครั้งที่ยู่ด้านหลัง เขาคิดว่าคงไม่เหมาะที่จะนั่งกับกองคาราวานที่มีแต่ผู้หญิง

“ส่วนคุณชายเชิญทางนี้ค่ะ” นักพรตหญิงคนเดิมพานิลไปยังรถม้าขนาดเล็กที่ดูหรูหราที่สุด

“ได้ขึ้นของดี” นิลเบิกตามองพร้อมกับกระพริบเป็นระยะตั้งแต่ยอดยันล้อรถ ตัวคันทำจากแร่หายาก และมีลวดลายประณีตงดงาม มันงดงามเกินกว่าที่เขาควรจะขึ้น

“ขึ้นไปเถอะค่ะ นี้เป็นบริการพิเศษสำหรับคุณ” นักพรตหญิงเอามือดันหลังนิลทำให้นิลหันหลังมอง จนไม่รู้ว่ากำลังมีบ้างอย่างเกิดขึ้นด้านหน้า

ประตูรถม้าเปิดออกนิลที่ได้ยินจึงคิดจำหันกับไปตามสัญชาตญาณ

“บริการพิเศษค่ะ” หญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อย 3 คนใช้แขนกระชากนิลขึ้นรถมา

“จะทำอะไรผม” นิลหน้าแดงและขัดขืนสุดชีวิต

“ขอโทษค่ะ” นักพรตหญิงยกเท้าซ้ายขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะดีดขึ้น

“อุ๊บ!!!” นิลถูกเตะผ่าหมากถึงกับทำอะไรไม่ถูก สมองเขาในตอนนี้โล่งไปหมด ร่างกายอ่อนแรงทำให้ถูกหญิงงามทั้งสามลากเข้าไปในรถม้า

“ขอให้มีความสุขกับบริการพิเศษค่ะ” นักพรตหญิงปิดประตู

“มีอะไรเหรอ” ริสตี้เปิดประตูรถม้าออกมาดู

“ไม่มีอะไรค่ะ แค่คุณชายเขาหัวกระแทกกับประตู แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว” นักพรตหญิงตอบ ริสตี้ก็กระพริบตามองรถม้าที่นิลนั่งแต่ก็ไม่มีอะไรผิดสังเกต แต่มองดูแล้วตรงประตูดูเหมือนมีรอยกระแทกเธอเลยไม่สนใจอะไร

นักพรตหญิงขอบคุณรถม้าคันนี้ที่สามารถเก็บเสียงได้ดีไม่งั้น พวกของคุณผู้หญิงหน้าดุคงได้ยินเสียงที่ไม่พึ่งประสงค์แน่แท้

 

วันที่ 30 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 10: 25 น.

ณ ภายในรถม้าคันแรกสุด

“ขอโทษที่มาช้าค่ะ” ทามะมิกล่าวขอโทษคนกลุ่มหนึ่ง แต่จากสีหน้าของอีกฝ่ายคงจะไม่พอใจมากที่ได้แค่คำขอโทษเล็กน้อย

“มาช้าเราไม่ว่าอะไร แต่คนของเราเจ็บแค่คำขอโทษคงจะไม่พอละมั้ง คุณทามะมิ” ชายชาวอิสลามทำนิ้วโอเคพร้อมกับหรี่ตา

“ตราบที่ไม่ถึงชีวิต ดิฉันก็พร้อมที่จะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้ ครั้งนี้คุณจะเอาเท่าไร?” ทามะมิใช้มือขวาคลี่พัดกรอบทองที่มีลายดอกไม้สีฟ้าขึ้นมาปิดปากของตัวเอง และใช้มือซ้ายชูสองนิ้ว

“สองที่ว่ามันเท่าไร” ชายคนนั้นเองก็ชูสองนิ้ว จำนวนนับตัวแรกเขาไม่เคยสนใจ แต่จำนวนศูนย์ที่ตามมามันมีกี่ตัวต่างหากที่สำคัญที่สุด เพราะผู้หญิงขึ้นชื่อเรื่องกลับกลอกถ้าได้เงินไม่คุ้มทุนเขาคงจะไม่ทำงานให้หล่อนอีกเป็นครั้งที่สอง

“สองล้านเหรียญขึ้น จ่ายทีหลังอีกสองล้าน” ทามะมิใช้มือซ้ายหยิบเช็คเงินที่ซ่อนไว้ในพัดให้อีกฝ่าย จำนวนเงินบนนั้นระบุจำนวนเงิน สองล้าน

“เดียวก่อนครับ ดอลลาร์หรือเยน” ชายคนนั้นชี้ไปยังปลายนิ้วของทามะมิที่นิ้วชี้ของหล่อนปิดตรงสกุลเงินพอดี

“ดอลลาร์ค่ะ” ทามะมิเอานิ้วชี้ออกให้เห็นสัญลักษณ์ดอลลาร์

“แล้วไป แต่กับคนเจ็บล่ะ ทางสการ์เล็ตยิงมิสไซด์ใส่พวกเราเจ็บเป็นสิบ แถมมีคนหนึ่งเสียขาไปเพราะแรงระเบิดด้วย ฉันคิดว่าแค่นี้คงจะไม่พอ” ชายคนนั้นนึกถึงเหตุการณ์ที่อยู่เหนือที่คาดไว้ เขาไม่คาดคิดว่าตอนที่พวกเขาได้รับว่าจ้างให้คุ้มกันกองคาราวานจะถูกกลุ่มสการ์เล็ตโจมตีที่ชายทะเลโดยที่ไม่ทันตั้งตัวทำให้พวกลูกน้องเจ็บกันระนาว แถมหนึ่งในยังบาดเจ็บหนักและต้องตัดขาทั้งสองข้างเพื่อรักษาชีวิต

“ตามที่สัญญากันไว้ตราบที่ยังมีชีวิต ดิฉันก็สามารถสร้างใหม่ได้จะแขนหรือขาก็สร้างได้ทั้งนั้น” ทามะมิยื่นเช็คเงินให้อีกใบ

“เงินสองแสนดอลลาร์ ส่วนการรักษาฉันจะจัดการให้หลังทัวร์เวนิสเสร็จ” ทามะมิพูดพร้อมกับมองไปยังชายคนนั้น

“คุณพูดถูกถึงคนของเราจะบาดเจ็บเพราะเกิดเรื่องที่อยู่นอกเหนือจากที่คาดไว้ แต่ที่คุณให้ความช่วยเหลือกับพวกเราขนาดนี้ก็คงต้องขอขอบคุณ” ชายคนนั้นถอนหายใจเพราะกองกำลังของเขาขาดทั้งทรัพยากรและกำลังพล งานที่ได้ทรัพย์สินคุ้มค่าแบบนี้นานๆทีถึงจะได้ แถมยังได้รักษาฟรีถึงจะพิการคงต้องบอกว่าไม่มีใครตายเขาก็ไม่เสียอะไร

“แล้วจะเอายังไงต่อพวกเราถูกโจมตีได้รับความเสียหาย คนของผมคงจะมาช่วยไม่ได้ ตอนนี้มีไม่ถึง 20 คนการเดินทางต่อจากนี้ก็คงลำบากมากกว่าเดิม” ชายคนนั้นถอนหายใจตอนแรกเขาพาลูกน้องมากฝีมือกว่าครึ่งร้อยเพื่อปกป้องขบวนคาราวานนี้ แต่มิสไซด์ก็ทำให้คนของเขาบาดเจ็บเป็น เขาเลยให้ลูกน้องเพียง 17 คนตามมากับเขาที่เหลือให้พาคนเจ็บไปสถานที่ปลอดภัย

“แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ ตอนนี้ใกล้ถึงเวนิสแล้วคงจะไม่มีสัตว์ประหลาดอาละวาด เราก็คงเดินทางได้สบายหน่อย” ทามะมิดูแผนที่เพราะอีกไม่นานก็จะถึงเขตของสหพันธ์ยุโรป กองกำลังทหารที่ปกป้องชายแดนคงมากพอที่จะปกป้องประชาชนกว่าสิบล้านได้

“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีสิครับ แต่จากที่ลูกน้องของผมสืบมา เราเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกลางเมืองเหมือนที่เมืองเล็กๆในที่ถูกโจมตี” ชายคนนั้นกังวลมากเพราะ เขาเองก็เป็นมืออาชีพการที่ปล่อยให้วีไอพีไปเผชิญอันตรายทั้งที่มีกำลังพลเพีงน้อยนิดถือว่าไม่มีความรับผิดชอบเลย

“ไม่เป็นไรค่ะ ถึงจะเป็นสตรีเพศทั้งหมดคนของดิฉันเองก็มีฝีมือมากพอที่จะปกป้องตัวเองได้ เมื่อร่วมกับทหารของคุณพวกเราก็จะปลอดภัย” ทามะมินับนิ้วตอนที่เธอเดินทางจากญี่ปุ่นเธอพาคนใหญ่คนโต ทหารกับนักพรตมาประมาณ 200 คน ระหว่างทางก็เจอกับพวกอาวุธชีวภาพหุ่นยนต์นับแล้วถึงพันที่เธอจ้างทหารมืออาชีพก็เพื่อความปลอดภัย เพราะนับวันพวกอาวุธชีวภาพก็ฉลาดขึ้นถ้าไม่อยากมีการศูนย์เสียก็จำเป็นต้องจ้างทหารมืออาชีพเหล่านี้เพื่อความปลอดภัย

“ครับ ทางเราจะทำหน้าที่ให้ดีสุดตามเงินที่ได้มา” ชายคนนั้นทำความเคารพ เพราะมืออาชีพหมายถึงคนที่ทำหน้าที่ได้อย่างหมดจดและถูกต้องตามความเหมาะสม




NEKOPOST.NET