P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 50 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.50 - การเดินทางก่อนภารกิจ


วันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 20: 41น.

ณ ยานบินขนส่งพิเศษสะเทินน้ำสะเทินบกเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก

ยานบินลำหนึ่งแล่นเหนือผิวน้ำทะเลยามค่ำคืน ด้วยความเร็วของมันทำให้เห็นฟองคลื่นสีขาวที่กระทบกับแสงไฟตัวเครื่องปล่อยยามค่ำคืน

“เป็นตอนกลางคืนที่สวยมากเลยครับ” นิลที่นั่งชิดกระจกมองไปยังท้องฟ้าภายนอก บนท้องฟ้าตอนนี้เต็มไปด้วยดาวมากมายส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องฟ้า

“เหอะ มันไม่สวยมากเท่าไรหรอก”  ริสตี้พูดปัดด้วยอารมณ์บ่จ้อย

“แต่มันสวยจริงๆนะครับ คุณริสตี้เองก็มาดูสิครับ” นิลชี้ไปยังภายนอกเครื่อง

“น่ารำคาญชะมัดก็บอกว่าไม่ดู” ริสตี้กดปุ่มที่อยู่ใต้เก้าอี้ ก่อนที่เก้าอี้จะกลายเป็นเตียงๆหนึ่ง “ฉันจะหลับนายเลิกรังควาญ ฉันซะที” ริสตี้พูดจบก็เอาผ้าห่มคลุมหน้า

“น่ากลัว” นิลพูดก่อนที่เขาจะเดินไปที่ด้านหลังของเครื่องบิน

“จะให้ดิฉันช่วยอะไรไหมค่ะ” โดโรธีที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ถาม

“ไม่มีอะไรครับ ก็แค่เบื่อๆจะไปเอาอะไรเล่นสักหน่อย” นิลตอบเพราะตอนที่ออกมาวิลสันได้ให้ไพ่มาสำรับหนึ่งเพื่อให้เขาเล่นตอนที่ไม่มีอะไรทำบนเครื่องบิน

ต้องย้อนความเล็กน้อย ในตอนช่วงสายที่เขากำลังเดินเล่นบนเกาะ ทันทีที่พวกเขาได้ไปถึงที่พักก็พบกับสมาชิกระดับสูงของกลุ่มสการ์เล็ตที่รออยู่จับกุม แต่พวกหัวหน้าเคิร์กขวางเอาไว้ได้ก่อน และเพื่อแสดงความซื่อสัตย์ต่อกลุ่มเขาก็ได้รับหน้าที่เพื่อที่จะแสดงความน่าเชื่อถือ โดยให้ไปที่หมายที่ไม่ระบุในทันทีและภารกิจจะมอบให้ทีหลังทันทีที่ถึงที่หมายโดยไม่มีเวลาให้เขาเตรียมตัวอะไรเลยสักอย่าง เพราะฉะนั้นหัวหน้าเลยส่งริสตี้มาประกบเขาและให้โดโรธีที่มีความสามารถในการหลบหนีมากับพวกเขาด้วย

นิลเดินไปยังทางเดินแคบๆในยานบิน และมันเป็นเครื่องบินขนส่งขนาดเล็กทำให้พื้นที่ใช้สอยมันน้อยสุดๆ กอปรกับยานบินที่แล่นเร็วมากทำให้มีการสั่นสะเทือนเป็นระยะๆ เดินพลาดนิดหน่อยหัวเขาก็จะกระแทกกับกำแพงในทันที ตอนขึ้นเครื่องก็กระแทกไปแล้วทีหนึ่งซึ่งมันเจ็บมาก

“ที่นี้สินะ” นิลมองไปยังประตูทางเข้าจุดเก็บสัมภาระที่อยู่ด้านหลังสุดของยานบิน ที่เก็บสัมภาระจะอยู่เหนือห้องเครื่องและสัมภาระส่วนใหญ่ก็เป็นของที่ทางเบื้องบนจัดหาให้เขาทั้งหมด มันจึงไม่มีอะไรของที่พวกหัวหน้าให้มา แต่ก็มีไพ่หลุดมาสำรับหนึ่งมาให้เขาเล่นแก้เครียดโดยเฉพาะด้วยฝีมือการสับของๆวิลสัน

แกร๊กๆ

‘โถ่ ประตูล็อก’ นิลถอนหายใจ เขาเองก็ไม่มีกุญแจซะด้วยจะเข้าไปเอาไพ่ยังละทีนี้

“สวัสดีครับคุณนิล” เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลังของนิล ทำให้นิลสะดุ้ง

“เครียดแบบนี้ แอบซ่อนของที่ไม่ได้รับอนุญาตมาใช่ไหมครับ”

เสียงที่ดูใจดีใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าซ่อนไปก็ไม่มีประโยชน์นี้จังหันหลัง

“ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ก็แค่เพื่อนผมเขาแอบให้ไพ่ไว้ในกระเป๋าสีแดง เพื่อให้ผมเล่นยามว่างน่ะครับ” นิลที่หันหลังไปพูดพร้อมกับหัวเราะ

ตรงหน้าของนิลคือชายคนหนึ่งที่อายุดูแล้วไม่มากกว่าเขาสักเท่าไร ผมหงอกทั้งหัว และใบหน้าเขาเหมือนกับวิลสันมากต่างกันแค่ตาของคนๆนี้จะตี่จนเหมือนหลับตา นอกจากนั่นแล้วชายคนนั่นยังสวมชุดของกลุ่มสการ์เล็ตเหมือนกับหัวหน้าเคิร์กไม่มีผิดต่างกันแค่สีที่สีของหน่วยเขาจะไปทางสีน้ำตาลอ่อนกับสีเขียวขี้ม้า แต่สียูนิฟอร์มของชายคนนี้เป็นสีดำกับสีเขียวอ่อน

“งั้นเหรอครับ” ชายคนนั่นทำท่าวิเคราะห์เล็กน้อย

“ตามปกติแล้วผมคงต้องริบไว้น่ะครับ แต่ก็อย่างที่คุณบอก ‘ยามว่าง’ กว่ายานบินจะไปถึงก็ต้องใช้เวลานานสักหน่อย ผมคิดว่าจะเล่นกับคุณและคุณผู้หญิงในห้องรับรองฆ่าเวลาจนกว่าจะถึงเวลานัด” ชายคนนั่นพูดพร้อมกับเปิดดูแท็บเล็ต และตารางเวลาที่เขาได้มาก็คำนวณไว้ว่าต้องใช้เวลาถึงเช้าถึงจะถึงที่หมาย

“แล้วเอ่อ คุณ...” นิลยื่นแขนขวาให้ชายคนนั่น

“ผมชื่อเทย์เลอร์ ทาการาสุจะเรียกสั้นๆว่า เทย์ก็ได้ครับ” เทย์จับมือกับนิล

“ครับ แล้วคุณรู้ชื่อผมได้ยังไง” นิลสงสัย

“ชื่อของคุณถูกส่งเข้าฐานข้อมูลแล้วละครับ ผมที่เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบย่อมรู้เรื่องที่มีสมาชิกใหม่อยู่แล้ว” เทย์โชว์รายชื่อสมาชิกที่ถูกบรรจุไว้ในระบบ ซึ่งมันมีชื่อของนิลลอยขึ้นมาเพียงคนเดียว

“งั้นเหรอครับ เออ คุณเทย์ครับ แล้วคุณมีกุญแจไหม” นิลถาม

“ครับ” เทย์เอามือทาบตรงบานประตู ฉับพลันก็มีแสงสีเขียวแสกนฝ่ามือของเขาและประตูก็เปิดออก

“ประตูนี้ใช้ระบบไบโอในการตรวจสอบ ถ้าไม่ใช้มือของผมหรือคนไข้ก็เปิดไม่ได้หรอกครับ” เทย์ดึงมือออกและสะบัดมือไปมา ระบบนี้ดีก็จริงแต่มันก็จะทำให้ฝ่ามือแสบร้อนไปหมด เพราะเครื่องจะแสกนอย่างละเอียดถึงโครงกระดูกภายในทำให้เหมือนกับเอามือทาบบนเตาร้อนๆ

“เดียวผมจะยืนรอคุณตรงนี้น่ะครับ เอาของเสร็จเอามาให้ผมตรวจสอบด้วย” เทย์ยืนคุ้มเชิงอยู่หน้าประตู เขากดปุ่มบนประตูและมีประตูเหล็กเล็กๆอีกบานปิดแทนประตูใหญ่

“ครับ” นิลพูดก่อนที่จะเดินไปยังสัมภาระที่ยึดติดไว้อย่างแน่นหนากับกำแพง

“กระเป๋าสีแดง...” นิลนึกถึงคำพูดของวิลสันที่เขาซ่อนไพ่เอาไว้ในในการเป๋าสีแดงสด

“แล้วมันอยู่ไหน” นิลเอามือกอดอก เพราะมันไม่มีกระเป๋าสีแดงอย่างที่วิลสันบอก มีแต่กระเป๋าสีดำแล้วเขาจะหามันเจอไหมเนี่ย

“แล้วนี้มันอะไร” นิลทำตาตี่มองไปยังมุมหนึ่งของกำแพงที่มีพลาสติกวางทำให้ และมีแสงไฟส่องออกมาดูยังไงก็น่าสงสัย  เมื่อเห็นดังนั่นนิลจึงเดินไปที่หน้าประตู

“ว่าหาไม่เจอแหะ” นิลเคาะประตูก่อนที่จะกวักมือเรียกเทย์ให้มองไปยังสัมภาระที่ผิดปกติ

“เงียบๆน่ะครับ” นิลพูดและเทย์ก็เหมือนจะรู้ความคิดของนิล พวกเขาทั้งสองคนก้าวเท้าเข้าไปในห้องอย่างช้าๆ ก่อนที่เทย์จะเอามือแตะที่ปุ่มเล็กๆข้างประตู และประตูก็ปิดลง

“คุณได้ยินเสียงที่ผมได้ยินหรือเปล่า” เทย์กระซิบถามนิล เพราะดูเหมือนจะมีเสียงหัวเราะดังออกมาเป็นระยะๆ ทางนิลเองก็พยักหน้าเล็กๆ

พวกเขาทั้งสองคนค่อยๆเดินย่องไปยังมุมกำแพงที่ผิดปกติที่สุด

“เอาล่ะ” เทย์จับที่ชายพลาสติกด้านหนึ่งด้วยความนิ่มนวล และนิลก็จับอีกมุมหนึ่งอย่างช้าๆเพื่อไม่ให้มีเสียงดังที่ทำให้อะไรสักอย่างในสัมภาระรู้ตัว

“3 .. 2 .. 1 ดึง!!!” ทั้งสองคนดึงพลาสติกอย่างแรง

“จ๊าก/ว๊าก/กรี๊ด!!!” เสียงของเด็กๆดังในทันทีหลังที่พลาสติกถูกดึงออกไป

“นี้พวกเธอ” นิลเอามือลูบหัวตัวเองเขาไม่คิดเลยว่าเด็กสี่คนจะแอบตามเขามาถึงที่นี้

“ก็เจบอกว่าอยากมาด้วย” สตีฟที่ตั้งสติได้แล้วหัวเราะ

“ช่ายๆ พวกเราก็เลยตามมาด้วยไง” ฟลิบหัวเราะอีกคน

“นี้เจสลบไปแล้วน่ะ” โรโต้ที่ทำสีหน้าเฉื่อยชาอุ้มเจที่กรี๊ดจนสลบเหมือด

“ตายล่ะ” ฟลิบตะโกนเสียงดัง

“ผมคงต้องพาเจไปที่ห้องพักก่อน คุณเทย์ฝากดูแลเด็กพวกนี้ได้ไหมครับ”

นิลอุ้มเจขึ้นมา ดูถ้าเจตะตกใจจนสลบไปแล้ว

“ได้ครับ แต่เอาจีพีเอสนี้ไปด้วย” เทย์พูดก่อนที่จะโยนจีพีเอสขนาดเท่าปากกาให้

“งั้นผมรีบไปก่อนน่ะ” นิลอุ้มเจเพื่อไปหาริสตี้และโดโรธีเขาหวังว่าเจอจะไม่ได้ตกใจจนหัวใจวายอะไรทำนองนั่นน่ะ

“ว่าเขาพาเจไปแล้ว” ฟลิบกอดเขาพูด

“ยังงี้ผมก็อดสิ” โรโต้ดูไพ่ที่เขาได้ เขาอุตส่าห์จะชนะสลาฟติดต่อกัน 7 รอบอยู่แล้ว แต่ก็ดันแป้ก เจไปซ่ะก่อนยังงี้ก็ต้องนับเกมส์ใหม่หมด

“เล่นพนันกันหรือครับ” เทย์ถาม

“ครับก็เล่นไพ่สลาฟกัน 30 รอบ ใครชนะครบ 7 รอบติดต่อกันก่อนหรือชนะมากที่สุดก็ชนะเกมส์” โรโต้ตอบด้วยสีหน้านิ่งเฉย

“มึงจะบอกเขาทำไมฟ่ะ” ฟลิบตะโกนด่าพร้อมกับตบหัวโรโต้

“ยังไงก็ถูกจับได้ยอมรับไปเถอะ” สตีฟยกมือที่วางบนกระเป๋าเดินทางสีแดงออก บนนั่นมีตั๋วขนมฟรีวางกองเป็นตั้ง

“เล่นพนันชิงขนมกันยังเหรอครับ” เทย์มองเขาเองก็พอจะรู้อยู่ว่า หลังสงครามทำให้ทางการเน้นการผลิตอาหารมากกว่าของจำพวกขนม และไม่นานมานี้เพิ่งจะมีบริษัทเริ่มกับมาทำของพวกนี้อีกครั้ง และจะมีการแจกตั๋วฟรีให้กับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะปีละสองใบเป็นโปรโมชั่นพิเศษ แต่เด็กพวกนี้กลับมีเป็นตั้งๆ แสดงว่าต้องสะสมเอาไว้นานมากเลย

“เล่นด้วยไหมครับ ยังไงสลาฟก็ต้องใช้อย่างน้อย 4 คนต่อ 1 สำรับ”

โรโต้พูดก่อนที่จะเก็บไพ่ทั้งหมดและสับให้เรียบร้อบสำหรับการเล่นใหม่

“แต่ผมไม่มีตั๋วขนมจะแลกด้วยสิ” เทย์แบมือ

“งันเราไปชวนคนในห้องพักเล่นด้วยสิ” สตีฟเสนอความคิดเห็น

“พี่ริสตี้เอาเราตายพอดี” ฟลิบทำปากเจ๋อ

“บอกว่าพี่วิลสันอนุญาตสิ” สตีฟเสนอความคิดเห็น “เป็นความคิดที่ฉลาดมาก” ฟลิบเสริม “ช่ายๆ เราเป็นผู้บริสุทธิ์” โรโต้ตบท้าย

“ก็ได้ครับ แล้วคุณไปเอาไพ่จากไหนกัน” เทย์ถามพร้อมกับมองกระเป๋าสีแดง

“ก็ในกระเป๋าใบนี้แหละครับ เพราะตอนแอบขึ้นมาไม่มีอะไรเล่นเลย พวกเราลองค้นหาอะไรเล่นดู และก็เจอไพ่สำรับนี้เข้า” สตีฟยกกระเป๋าสัมภาระสีแดงให้เทย์ดู

“งันเราก็ยกมันไปที่ห้องพักก็แล้วกันครับ เพื่อจะมีอะไรให้เล่นอีก”

สตีฟพูดก่อนที่จะเปิดอุปกรณ์สื่อสารพกพาของเขา เพราะถูกจับได้ก็ไม่จำเป็นต้องปิด

“แต่เจ้านี้ผมต้องริบไว้ก่อนจนกว่าพวกคุณจะไปยอมรับผิดที่ห้องพักน่ะครับ”

เทย์หยิบสำรับไพ่ไปก่อนที่จะเดินออกจากห้อง ทิ้งให้เด็กชายทั้งสามคนทำสีหน้าสยองขวัญ และสีหน้านั่นก็สยองมากกว่าเดิมหลังจากที่มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังเล็ดลอกผ่านทางเดิน และเสียงของผู้หญิงคนนั่นก็ดังขึ้นเรื่อยๆทุกๆวินาที และใจความของประโยคก็คือ...

“สตีฟ ฟลิบ โรโต้ พวกเธออยู่ที่ไหนเหรอ ฉันกำลังไปหาพวกเธออยู่น่ะ”

ริสตี้พูดพร้อมกับเอามือทุบกำแพงเป็นระยะเหมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่เวลาประหารยังไงยังงั้น

“แม่เจ้า!!!” สตีฟนั่งถูมือเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย เพราะเขารู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่มาจากหัวใจตัวเองว่าจะมีเรื่องเลวร้ายในไม่ช้า การปล่อยให้ความหนาวเย็นถาโถมเข้าสู่จิตใจที่บอบบางเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก

“สตีฟ พี่ผมให้” โรโต้ยื่นกระดาษสีขาวให้เด็กชายอีกสองคน

“เอากระดาษสามาให้เราทำไมว่ะ” ฟลิบตะโกนเพราะในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน น้องชายเขายังเอาของที่ทำประโยชน์อะไรมาให้อีก

“เอาไว้เขียนสั่งเสียครับ” โรโต้พูดพร้อมกับบรรจงเขียนข้อความอย่างใจเย็น แต่มือที่สั่นเป็นเจ้าเข้าก็ทำให้เขียนตัวอักษรอัลฟาเบทออกมาไม่รู้เรื่องอยู่ดี

“ฉันเข้าใจเธอดีน่ะโรโต้” ริสตี้พูดพร้อมกับนั่งย่องๆและเอามือทาบไหล่ของโรโต้ ซึ่งเด็กชายทั้งสองคนในตอนนี้ต่างพากันนั่งเขียนจดหมายสั่งเสียเหมือนกัน ผิดกับโรโต้ที่ตอนนี้ที่นั่งวาดรูปไข่ไปแล้ว

“แล้วที่เหลือล่ะ” ริสตี้ลุกขึ้นพร้อมกับเดินไปยังเด็กชายทั้งสองคน โรโต้ที่ตอนนี้กำลังนอนแกล้งตายที่ไม่มีความเนียน กับสตีฟที่กำลังเขียนจดหมายสำนึกผิด

“เอาล่ะมากับฉันก่อนที่จะปรอทฉันจะตาย” ริสตี้พูดพร้อมกับใช้แขนแบกโรโต้ที่ตอนนี้ไม่สนใจโลกเอาแต่วาดรูปไข่ เมื่อเห็นดังนั่นเด็กชายทั้งสองจึงถอนหายใจ

“คร้าบ/ครับ” เด็กชายสองคนเดินตามหลังริสตี้คอห้อย เพราะดูถ้าหลังได้กลับบ้านคงจะมีนรกรอคอยพวกเขาแน่ๆ 




NEKOPOST.NET