P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 5 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.5 - มื้อเช้ากับอาหาร


วันที่ 12 มีนาคม ปี ค.ศ. 2042 เวลา 05:30 น.

โรงอาหารของโรงพยาบาล

 

ฮ้าว! เมื่อคืนไม่น่าคิดเรื่องยุ่งยากเลย แล้วจิมมี่ก็ดันหายไปอีก

วิลสันเดินมาที่โรงอาหารอย่างงุนเงีย เขากำลังง่วงนอนมาก เพราะใช้เวลาทั้งคืนทำตามคำบอกของผู้เป็นเพื่อนว่า ‘ให้คิดเองสักหน่อย’ เล่นจนเขาไม่ได้นอนทั้งคืน กว่าจะรู้ตัวว่าคิดให้ตายก็คิดไม่ออก แถมยังรู้สึกหิวแสบไส้

แต่เมื่อไปถึงก็พบว่าที่นั้นมีคนๆหนึ่งอยู่ก่อนแล้ว

“ไง เจ้าเบือกจากสหพันธ์วันนี้ตื่นเช้าเป็นพิเศษเลยน่ะแก”

ชายหนุ่มมองไปยัง นิลที่กำลังก้มหน้าก้มตากินสปาเกตตี้อยู่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเงยหน้าเพื่อมองอีกฝ่าย ก่อนที่จะยิ้มด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยซอสมะเขือเทศ

“เมื่อวานแกยังมากินข้าวกับเจอยู่เลยนิ ไงวันนี้มากินคนเดียวแถมเช้าขนาดนี้”

วิลสันพูดพลางเคาะไปยังนาฬิกาข้อมือของตัวเอง แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำตาแดง แถมมีของเหลวใสๆบางอย่างไหลออกมาก็พอจะรู้เหตุการณ์คราวๆได้แล้ว เห็นทีคงได้มีคุยกันยาว แต่ก่อนหน้านั้นคงต้องหาอะไรร้องท้องก่อน ก็ใครให้กองทัพต้องเดินด้วยท้องกันล่ะ

วิลสันเดินไปยังเคาเตอร์อาหารก่อนที่จะสั่งอาหารก็ถูกพูดแทรกขึ้นมาก่อน

“วันนี้ตื่นแต่เช้าเลยน่ะ ปกติคนอย่างเธอตื่นสายนิ กินยาผิดรึไง”

หญิงชราพูดพร้อมแขวะอีกฝ่ายเล็กน้อย เพราะเธอเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องตื่นเช้าที่สุดเพื่อมาเตรียมอาหารให้ทุกคนในโรงพยาบาลแห่งนี้

วิลสันได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนส่ายมือไปมาพร้อมตอบกลับด้วยสีหน้าเซ็งๆ

“ก็เมื่อวานผมเอาคำพูดของยายกับจิมมี่ไปคิดทั้งคืน เนี่ยไม่ได้หลับเลยง่วงชะมัด งั้นยายผมเอาเหมือนเดิม นมขวดหนึ่งกับทาร์โก้น่ะ”

“เธอเนี่ยกินแบบนี้ทุกวัน ยายเลยเตรียมไว้แล้ว เอาวันนี้ให้เยอะเป็นพิเศษ ยายจะขอร้องเธอแค่ข้อเดียว”

หญิงชราหยิบนมให้สองขวด พร้อมทาร์โก้ขนาด 12 นิ้ว

วิลสันเห็นดังนั้นก็ทำตาโต พร้อมพูดขอบคุณด้วยความดีใจ ก่อนที่จะหยุดนึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของหญิงชรา ก่อนถามไปว่า

“แล้วยายให้ผมทำอะไรหรอครับ”

หญิงชรามองไปยังวิลสัน ก่อนที่จะชี้นิ้วไปยังนิลที่ยังคงกินสปาเกตตี้อย่างยากลำบาก

“ก็แค่คำข้อร้องง่ายๆ ‘ช่วยดูแลนิลให้ยายหน่อยแค่นั้นหล่ะ’ ไม่ยากใช่มั้ยหล่ะ”

วิลสันฟังปุปก็อ้าปาวหวอ

ยายพูดอะไรของยาย เจ้านั้นมันตัวอันตรายน่ะ

วิลสันพูดพลางชี้นิ้วไปยังชายหนุ่มหัวใจเด็กที่ยังคงกินข้าวเช้าของตัวเองอยู่

หญิงชราเห็นถ้าไม่ดีจึงยืนข้อเสนอที่ทำให้อีกฝ่ายยอมรับให้ได้ ซึ่งข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอที่ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีทางปฏิเสธเด็ดขาด

“งั้นถ้าเธอดูแลนิล ยายจะเพิ่มอาหารให้ได้เท่านี้ทุกวันเลยตกลงไหม”

หญิงชราพูดพลางยิ้มขึ้นเล็กน้อย

วิลสันทำท่าครุ่นคิดอย่างหนัก พลางคิดในใจ

‘เงื่อนไขนี้ดีไปเลยแหะ แต่ถ้าเจ้านั้นเป็นอย่างที่เราเคยคิดไว้ แล้วเล่นงานทุกคนจะเกิดอะไรขึ้น เห็นที่ตอ้งปฏิเสธแหะ’

ดูเหมือนหญิงชราจะอ่านความคิดอีกฝ่ายออก จึงสะกิดอีกฝ่ายก่อนที่จะได้พูดอะไรออก พร้อมชี้ไปยังนิลอีกครั้ง

“เห้ยไงมันร้องไห้ขี้มูกโป่งอย่างนั้นเล่า”

วิลสันอุทานออกมาในทันที หญิงชราจึงพูดต่อ

“นิลเริ่มร้องไห้ ตั้งแต่เธอตะโกนเมื่อกี้ แล้วเธอคิดว่านิลที่อยู่ในสภาพอย่างนี้จะเป็นอย่างที่เธอคิด”

วิลสันเห็นนิลร้องไห้ขี้มูกโป่ง แถมต้องกินสปาเกตตี้เปื้อนน้ำตา น้ำมูกไปด้วย ก่อนที่จะตักสินใจอย่างแน่วแน่ได้แล้ว

“ได้ครับ ผมจะดูแลนิลให้ดีที่สุด”

หญิงชรายิ้มก่อนที่จะหยิบขนมปังทาเนยวางบนถาดอาหารเพิ่มถึงสองก้อน

“สำหรับเด็กน่ะเวลาร้องไห้ เอาขนมให้เขากินหน่อย เดี่ยวเขาก็หัวเราะเอง”

วิลสันทำวันทยาหัตถ์ให้หญิงชราด้วยสีหน้าหนักแน่น พร้อมหยิบอาหารของตนก่อนที่เขาจะจากไปได้พูดว่า

“ขอบคุณยายมากเลย ที่ทำให้ผมตัดสินใจได้แล้ว”

 

หญิงชราส่ายหน้าไปมาอย่างอารมณ์ดีพลางพูดไปเตรียมอาหารไป

“วิลสันเองก็ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นแล้ว เพราะนิลแท้ๆ ที่ทำให้พวกเรามีชีวิตชีวามากขึ้นน่ะ อ่อ! ต้องไปเตรียมของก่อนรีบลงไปดีกว่า”

 

วิลสันมาถึงโต๊ะก่อนวางอาหาร ก่อนที่จะค่อยๆนั่งลง พร้อมดูสีหน้าของคนที่นั่งตรงหน้าตัวเอง

นิลเห็นดังนั้นก็รีบก้มหน้าลงในทันที ก่อนที่จะใช้มือจ้วงเส้นสปาเกตตี้เข้าปาก

“อ้าวๆ ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ เดียวได้ติดคอหรอก”

อ่อก ค่อกๆ แค่กๆ

“พูดไม่ทันขาดคำ มาเดียวช่วยให้”

วิลสันตบหลังนิลแรงเพื่อให้เขาอ้วกเส้นที่ติดคอออกก่อน

นิลอ้วกออกมาเลอะเต็มพื้น

“เมื่อกี้ขอโทษด้วยที่ตะโกนด่านาย เอ้านี้ของฝากแทนคำขอโทษ”

วิลสันยื่นขนมปังทาเนยสองก้อนให้นิล

นิลมองหน้าวิลสันด้วยสีหน้าเกรงกลัว

“ฉันไม่กัดนายหรอก เอาไปสิ แล้วรีบๆกินเข้า ก่อนที่ริสตี้จะมา”

เพียงวิลสันเอ่ยชื่อ ‘ริสตี้’ ออกมา นิลก็รีบคว้างขนมปังทั้งสองก้อน ก่อนรีบๆกิน

“อย่ารีบร้อนกิน เดียวก็ได้อ้วกอีกหรอก”

นิลได้ยินดังนั้นจึงมองหน้าถามชายตรงหน้า

“ ‘อ้วก’ คืออะไรอ่ะ”

วิลสันแทบหน้าทิ่มกับคำถามที่อีกฝ่ายถามกลับ ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายความจำเสื่อม แต่นี้มันจะเสื่อมมากไปไหม เห็นทีต้องสอนวิธีการใช้ชีวิตให้เจ้านี้หน่อยแล้ว

“มันก็คือสิ่งที่ออกจากปากนาย ขณะที่นายรู้สึกแปลกๆในท้องกับลำคอ”

ชายหนุ่มพูดจบ พลางสังเกตอีกฝ่าย

“อือ อือ เข้าใจแล้ว”

นิลพยักหน้าพลางยิ้มให้อีกฝ่าย

วิลสันดูรอยยิ้มของอีกฝ่าย ดูจากรอยที่ดูเหมือนเด็กๆ พร้อมแก้มที่มีรอยเลือดฝาดแล้ว ถ้าไม่นับความสูงล่ะก็ คนที่อยู่ตรงหน้าก็เด็กดีๆนั้นเอง ก่อนที่คิดว่าความรู้สึกนี้เหมือน ‘เจ’ ไม่มีผิด

ก่อนที่จะนึกได้ว่าตัวเองจะพูดว่าอะไร

“นี้นายเข้าใจความหมายที่ฉันสื่อด้วยหรอ”

วิลสันพูดพลางมองไปที่ดวงตาอีกฝ่าย เพื่ออีกฝ่ายกำลังโกหกอยู่ แต่ก็ไม่มีความรู้สึกแบบนั้นอยู่ในดวงตาคู่นั้นเลย ความรู้สึกหลังที่มองดวงตาคู่นั้นก็เหมือนมองเด็กที่ไร้เดียงสาไม่มีผิด ใช่แววตานี้เป็นของ‘เจ’แน่นนอนพันเปอร์เซ็น

‘หรือเจ้านี้ จะทำตัวเลียนแบบเจ’

วิลสันคิดในใจ ก่อนที่จะสังเกตสีหน้าของอีกฝ่าย

นิลได้ยินดังนั้นจึงทำสีหน้าขุ่นมัว พร้อมกับลูบแก้มทั้งสองข้างของตัวเองที่ยังคงแดงก้ำ

ชายหนุ่มเห็นดังนั้นพลางถอนหายใจก่อนที่จะพูดว่า

“ริสตี้สิน่ะ”

นิลทำตาโต ก่อนใช้มือขย้ำหัวตัวเอง พร้อมพูดว่า

“พี่รู้ได้ไงอ่ะ นี้พี่ริสตี้ห้ามไปบอกใครด้วยอ่ะ ถ้าพี่รู้เข้าผมโดนตบแน่อ่ะ”

วิลสันเห็นอีกฝ่ายตาเริ่มแดงแล้ว จึงพูดดักไว้ก่อน

“ก็สีหน้านายมันบอกมา”

วิลสันตอบอย่างเซ็งๆ

นิลหยุดร้องก่อนทำตาโตอีกรอบ

“หน้าผมบอกพี่ได้ไงอ่ะ ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยอ่ะ”

วิลสันเกาๆหัวทันที ก่อนตอบว่า

“ก็คนที่ทำให้นายกลัวขนาดนี้คงมีแค่ริสตี้คนเดียวเท่านั้น ดังนั้นถ้านายกลัวยัยนั้นขนาดนั่น ก็ไม่แปลกที่ฉันจะเดาไม่ได้”

วิลสันเห็นอีกฝ่ายทำหน้างุนงง จึงพูดเพื่อยุติเรื่องราว

“เอาเหอะ เรื่องนี้นายค่อยถามที่หลัง มันคงยากไปสำหรับนายในตอนนี้่”

ก่อนที่ย้ำว่า

“นายเข้าใจที่ฉันพูดไหม ถ้าเข้าใจช่วยบอกเหตุผลที่เข้าใจหน่อย”

นิลพยักหน้าถี่ๆ ก่อนที่จะตอบกลับ

“ก็‘พี่โฮชิ’เขาสอนไว้อ่ะ ว่าควรรู้พื้นฐานก่อน เดียวอย่างอื่นจะรู้เองอ่ะ”

นิลตอบกลับ ก่อนที่จะกินขนมปังทาเนยต่อ

“โฮชิ เข้าใจสอนดีนี้ ดูอย่างนี้ก็ไม่ต่างจาเด็กเลยแฮะ”

วิลสันพูดจบก่อนที่จะเริ่มถามเรื่องส่วนตัว

“ถ้านายกินอิ่มแล้ว ฉันจะถามอะไรหน่อย แล้วตอนนี้อิ่มหรือยัง”

นิลพยักหน้าก่อนจะยัดขนมปังที่เหลือดข้าปาก ก่อนพูดวา

“อิน อิม แอ้ว”(กินอิ่มแล้ว)

“นายค่อยๆเคี้ยวดีกว่า โฮชิคงสอนคำว่า‘เคี้ยว’ให้สิน่ะ”

นิลพยักหน้า ก่อนที่จะพยายามพูดต่อ

“อย่าเพิ่งพูดเลยดีกว่า เคี้ยวให้ลงคอก่อน แล้วนายไม่ต้องตอบก็ได้ ฉันเข้าใจความหมายนั้นดี เข้าใจมั้ย”

วิลสันแนะนำอีกฝ่าย

เมื่อเห็นอีกฝ่ายกลืนขนมปังทั้งหมดลงไป วิลสันจึงถามต่อเลย

“นายรู้สึกดีกับใครมากที่สุด”

วิลสันพูดก่อนจะพบ อีกฝ่ายทำสีหน้างุนงงแบบเด็กๆ ก่อนที่จะเน้นเพื่อใบ้ให้อีกฝ่าย

“คือนายรู้สึกดีที่อยู่ใกล้ทีสุด อืม ไม่ใช่สิ ถ้าพูดอย่างนั้นนายไม่เข้าใจ เอางี้นายรู้สึกดีใจที่อยู่กับใคร”

วิลสันเค้นสมองทั้งหมดของตนเองเพื่อจะพูดคำพูดที่เหมาะสมกับคนที่อยู่ตรงหน้ามากที่สุด

นิลฟังพอจับใจความได้ ก่อนที่จะยิ้มตอบอีกฝ่ายด้วยความดีใจก่อนที่ตะโกนเสียงดัง

เจ

แต่ไม่นานคนที่พูดออกมาก็ทำสีหน้าแปลกๆ

วิลสันเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย จึงถาม

“นายเป็นอะไรไป”

“ผมไม่รู้อ่ะ แค่ผม....”

วิลสันเห็นอีกฝ่ายทำหน้าทรมาณพลางเอามือข้างหนึ่งจับหัวตัวเอง มืออีกข้างขย้ำเสื้อที่ใส่อยู่

‘หือ เจ้านี้ยังใส่เสื้อคนไข้ของโรงพยาบาลอีกเรอะ เดี่ยว! เรานอกเรื่องทำไหมเนี่ย เอาใหม่ๆ ขอ ‘รีเซ็ต’ ระบบสมองแปป’

ชายหนุ่มหลับตาที่หนึ่ง หายใจเข้าให้เต็มปอด ก่อนพูดกับอีกฝ่าย

“ถ้านายไม่ดีใจที่จะไปคิดมัน นายก็หยุดคิดก่อน”

วิลสันคิดปุป ก่อนเหล่ตามองอีกฝ่าย

“นายมองเห็นอะไรบ้าง”

นิลได้ยินดังนั้น จึงทำตาบ๋องแบ๋ว

“ก็เห็นพี่อยู่ตรงหน้าอ่ะ”

วิลสันเอามือตบหน้าตัวเองทันที่ก่อนที่จะลูบลง

“ไม่ใช่ ฉันแค่จะถามว่า ‘เมื่อวานตอนที่แกอาบน้ำแกเห็นอะไรบ้าง’ ”

วิลสันทำหน้าหื่น แถมที่มุมปากยังมีน้ำลายไหลออกมาด้วย

นิลตอบอย่างไร้เดียงสา ด้วยคำพูดที่ทำลายความหวังของอีกฝ่าย

“ผมไม่เห็นอะไรเลยอ่ะ พี่เขาเอาอะไรดำๆมาปิดตาผมก็ไม่รู้”

วิลสันทำหน้าเสียดายอย่างถึงที่สุด ก่อนที่ความหวังจะกลับมาอีกครั้งด้วยคำพูดนี้

“เจ เขาพูดให้พี่เขาถอดของดำให้อ่ะ ผมเลยหันไปขอบคุณพวกพี่ๆเขาด้วย”

วิลสันรู้สึกเลือดซู่ซ่าในทันที ก่อนที่จะทำให้อีกฝ่าย

“แล้วนายเห็นอะไร!”

วิลสันพูดย้ำเพื่อฟังจุดไคลแม็กซ์ของเรื่อง

นิลได้ยินดังนั้น จึงเอามือขย้ำหน้าอกตัวเอง ก่อนที่จะมองหว่างขาตัวเอง ก่อนพุดอย่างกล้าๆกลัวๆ

“พี่สองคนนั้นเขามีก้อนกลมๆอะไรไม่รู้อ่ะ แถมสองก้อนด้วยอ่ะ แต่ทำไมเจไม่มีอ่ะ แล้วทำไมผมมีอะไรก็ไม่รู้ห้อยอยู่ก็ไม่รู้อ่ะ”

วิลสันอึ้งในทันทีก่อนพูดสอนอีกฝ่ายด้วยความรุ้สึกภาคภูมิใจ

“จำไว้นิล <ถ้าแกมีของห้อยอยู่ แกก็ไม่จำเป็นต้องมีก้อนสองก้อน> และ <ถ้าแกมีก้อนสองก้อน แกก็ไม่จำเป็นต้องมีของที่ห้อยอยู่> เข้าใจมั้ย”

วิลสันกล่าวจบ ก่อนที่จะตะโกนถามอีกฝ่ายด้วยความใคร่รู้

เจไม่มีอะไรเลยอ่ะ งั้นเจก็มีอะไรไม่ดีงั้นหรองับ

วิลสันได้ฟังดังนั้นจึงหัวเราะเสียงดังก่อนที่จะยกนิ้วทำเสียง ‘จุ๊ๆ’

“มันเป็นข้อยกเว้น ถ้าไม่มีข้างล่างบางคนก็มีก้อนเนื้อสองก้อน บางคนก็ไม่มีเข้าใจมั้ย”

“ข้อยกเว้น?”

นิลถามเพราะเขาไม่เข้าใจคำว่า “ข้อยกเว้น”

วิลสันจึงยกตัวอย่างที่ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจในทันที

“ก็แบบถ้านายทำผิดนายจะโดนริสตี้ตบ แต่ถ้าเจทำผิดเจจะไม่โดน”

วิลสันยิ้มทันทีที่หาคำพูดให้อีกฝ่ายได้ ก่อนที่จะถามอีกฝ่ายอย่างหนักแน่น

“แล้วก้อนสองก้อนที่แกเห็นมันเป็นยังไง”

วิลสันยิงคำถามสุดหื่นให้อีกฝ่าย ซึ่งเขาคิดว่าอีกฝ่ายคงตอบแน่นนอน

แต่ก็รู้สึกผิดหวังเมื่อนิลไม่รู้จะสรรหาคำพูดอะไรมาตอบเขา

“นายทำมือก็ได้ นายก้น่าจะเข้าใจนี้”

นิลได้ยินดังนั้น จึงทำมือขึ้นมา วาดเป็นวงกลม กดไปกดมา เพื่อเน้นในสิ่งที่ตัวเองเห็น

เมื่อวิลสันเห็นจึงรู้สึกดีใจที่พระเจ้าประทานสิ่งดีๆในชีวิตมาให้

‘แบนๆ แบบนั้นเป็นของเจสิน่ะ ส่วนขนาดเท่าผลมะพร้าวนี้น่าจะเป็นของโฮชิ’

น้ำลายค่อยๆไหลออกมาจากปากของวิลสัน เขาใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำลายก่อนคิดว่าถ้าตัวเขาเองความจำเสื่อมก็น่าจะมีความสุขแบบนี้ แต่ขอแค่ความจำเสื่อมน่ะ อย่าอายุสมองลดแบบอีกฝ่าย

ก่อนที่วิลสันเห็นอีกฝ่ายทำสีหน้าซีดเผือกแถมยังขบฟันเสียงดัง ‘แก๊กๆ’

“เอ้า! ยังเหลืออีกคนนี้ ไม่ต้องกลัวริสตี้มากนักก็ได้ ยังมีฉันอยู่ทั้งคนไม่เป็นไรหรอกน่า”

วิลสันพูดพลางตบไหล่อีกฝ่าย

นิลเห็นดังนั้นจึงพยายามยกมือขึ้นมาอีก ก่อนที่จะรีบเก็บมือตัวเองทันทีก่อนที่จะคุกเข่าบนพื้น

“นายเห็นอะไรหรอ... อ๊อก

วิลสันรู้สึกตัวอีกที่ก็พบว่าตัวเองกำลังลอยหมุนตัวเป็นกังหันลมอยู่กลางอากาศก่อนที่จะลงมากระแทกพื้น

“แอ๊ก”

วิลสันตะโกนด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะมองไปยังคนที่เตะตัวเขาเอง

ก่อนที่สีหน้าเขาจะเปลี่ยนไปเป็นสีซีดเผือกแบบนิลอีกคน

แกสอนอะไรเด็กเจ้าบ้า

วิลสันรู้สึกตัวอีกที่ก็โดนอีกฝ่ายใช้เท้ากระทืบตัวเอง

“อ๊าก! ผมผิดไปแล้วครับ ไว้ชีวิตด้วย อ๊อก.”

“นี้ๆ คุณวิลส์ เข้าไม่เป็นไรใช่มั้ยค่ะ” เด็กสาวดึงขากางเกงผู้หญิงที่อยู่ใกล้ พร้อมมองหน้าดวงสีหน้าน่ารักน่าเอ็นดู

“ไม่เป็นไรหรอกเจจัง ริสแค่สั่งสอนวิลล์คุงนิดหน่อย เราไปกินข้าวกันเถอะ”

หญิงสาวพูดจบก่อนที่จะพูดเสียงดังให้เพื่อนรักของตัวเอง

นี้! ริสจังเดียวฉันกับเจจังจะกินข้าวเช้าแล้ว ริสจังจะเอาอะไรมั้ยจ้ะ

หญิงสาวถามเพื่อนรัก ก่อนที่เพื่อนรักจะตอบกลับ

เอา ออมเล็ตเหมือนเดิม เดียวฉันขอจัดการเจ้านี้ก่อน

หญิงสาวพูดจบก่อนที่จะจับชายหนุ่มยกขึ้นมาเหนือพื้นด้วยเรี่ยวแรงมหาสาลของเธอ ก่อนที่จะโยนอีกฝ่ายไปยังห้องข้างๆ ที่เขียนว่าเป็นห้องเก็บเสียง ก่อนที่จะเดินเข้าไป

ชายหนุ่มร้องเสียงโหยหวนก่อนที่เสียงจะขาดช่วงลงหลังจากที่ประตูปิดสนิท

 

“พี่วิลส์ไม่เป็นไรสิน่ะค่ะ” เด็กสาวถาม

“จร้าๆ ไม่เป็นไรหรอก เดียวสักพักริสจังก็มาแล้ว เรามากินกันเถอะ”

หญิงสาวตอบกลับ ก่อนมองไปยังชายอีกคนที่ยังคุกเข่าบนพื้น

“นิลคุงเอง ก็ลุกขึ้นมาได้แล้วล่ะ ถ้าริสจังโกรธเดียวพี่โฮชิคนนี้จะช่วยให้”

โฮชิโนะพูดขึ้น ทำให้นิลลุกขึ้นมา ก่อนที่จะเดินตามทั้งสองไปยังเคาเตอร์สั่งอาหาร

ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงเบาๆออกมา

“ถ้าน้องได้ความทรงจำคืนมาเมื่อไรเดียวพี่จะเป็นแฟนของน้องเองจ้ะ”




NEKOPOST.NET