P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 47 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.47 - ฮาวาย(2)


วันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 6: 40น.

ณ น่านน้ำหมู่เกาะฮาวาย ภายในตัวเรือห้องพยาบาลชั้นที่ B 11  

“ฮาวายงันเหรอ”

หวังลี้ที่อยู่บนเตียงปรับองศามองไปยังทีวีสองเครื่องที่เครื่องบนฉายภาพบรรยากาศภายนอกเรือยามเช้า และเครื่องล่างที่ฉายภาพใต้ท้องทะเล ภาพทั้งสองทำให้เธอนึกถึงวัยเด็กที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ในช่วงปิดภาคเรียนทุกๆปีกับครอบครัวของเธอ

เธอในตอนนี้อาการดีมาก แพทย์ประจำเรือบอกว่าเธอสามารถเดินเล่นได้ แต่อย่าหักโหมมากไปและควรนอนหลับพักผ่อนให้มากเขาไว้ ตัวยาที่อลันให้มาทำให้ร่างกายกึ่งเครื่องจักรของเธอฟื้นตัวเร็วมาก จนแพทย์คนอื่นพากันอึ้งกับผลตรวจที่ได้ ทุกคนต่างลงความเห็นว่าภายในเวลา 1 สัปดาห์เธอก็จะหายสนิทเหมือนกับไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน

“ค่ะ อีกครึ่งชั่วโมงก็จะถึงที่หมาย”

โดโรธีดูกำหนดการที่ได้รับ จากความเร็วของเรือในตอนนี้ที่ไม่สามารถเพิ่มความเร็วให้เร็วกว่านี้ เพราะจะทำผิดกฎเขตการปกครองฮาวาย เรือดำน้ำเลยต้องแล่นช้าๆจนกว่าจะถึงตัวเกาะ

โดโรธีละสายตาจากกำหนดการเธอก็เห็นหวังลี้พยายามจะหยิบขวดน้ำ เธอจึงคว้ามันไปก่อนหวังลี้จะเอื้อมถึง และเทน้ำใส่แก้วและยื่นให้เธอ

“น้ำค่ะ” โดโรธีวางแก้วน้ำบนถาดรองที่ใกล้กับตัวหวังลี้และหวังลี้หยิบง่ายที่สุด

“โดโรธี ขอบคุณนะ” หวังลี้รับน้ำขึ้นมาดื่มดับกระหายเล็กน้อย

ซึ่งเธอรู้สึกดีเล็กน้อยกับโดโรธีเพราะถ้าไม่มีสาวใช้คนนี้ เธอคงจะบาดเจ็บหนักกว่านี้ไม่ก็ตายไปแล้ว

“ขอบคุณเธอที่ช่วยฉันตลอด” หวังลี้ขอบคุณอีกครั้ง

“ไม่เป็นไรค่ะ เราเป็นกันการช่วยเหลือกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”

โดโรธีตอบกลับอย่างสุภาพ

“นี้ช่วยพาฉันไปข้างนอกได้ไหม ฉันอยากไปสูดอาการบริสุทธิ์หน่อย”

“ได้ค่ะ เดียวดิฉันจะจัดการให้” โดโรธีตอบ เธอกดปุ่มที่ระบุอยู่ข้างเตียง เหล็กส่วนหนึ่งใต้เตียงก็กางออกก่อนที่จะมีเบาะและผ้าหุ้มไว้ชั้นหนึ่งกลายเป็นวิลแชร์ไฟฟ้าในทันที

“คุณหวังลี้อยากออกไปข้างนอกตัวเรือพออนุญาตจะได้ไหมค่ะ”

โดโรธีกดปุ่มสื่อสารถามพยาบาลที่ดูแลในโซนนี้

‘ได้ค่ะ อาการของคุณหวังลี้คงตัวมาก และถ้ามีคุณอยู่ด้วยคงจะไม่มีปัญหา อีกอย่างตอนนี้พวกคนอื่นๆต่างพากันออกไปข้างนอกกันหมดแล้วค่ะ’

หัวหน้าพยาบาลที่ดูแลโซนนี้อนุญาต ถึงเธอจะเป็นห่วงอาการของหวังลี้ แต่ก็หายห่วงเมื่อรู้ว่าคนที่อยู่ด้วยคือโดโรธี ในช่วงที่อยู่ในเรือดำน้ำ กล้ามเนื้อนาโนคาร์บอนของหวังลี้ที่อยู่ใต้โครงเหล็กและหนังสังเคราะห์เกิดฉีกขาด เพราะแรงเหวี่ยงของหัวหน้าเคิร์กตอนเหวี่ยงขึ้นเรือ โดโรธีนี้แหล่ะที่ผ่าตัดและเย็บให้ใหม่ทั้งหมด จนกลายเป็นคนนำในการผ่าตัดครั้งน้ำ  ฝีมือและความรู้ด้านร่างกายมนุษย์ของโดโรธีไม่แพ้อลันเลย หมอกับพยาบาลต่างส่งเสียงเชียร์กันยกใหญ่ตอนที่ผ่าตัดสำเร็จ ถ้าไม่ติดที่ตัวสาวใช้ส่งสายตาเย็นเฉียบละก็พวกเธอคงจัดปาร์ตี้ฉลองไปแล้ว

“พอจะมีทางเข้าออกตรงไหนที่มีคนน้อยบ้างค่ะ” โดโรธีถามเพราะในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเธอได้ตรวจสอบโครงสร้างของเรือดำน้ำนี้มาบ้างจึงรู้ว่า เรือดำน้ำลำนี้เวลาลอยอยู่เหนือน้ำจะมีทางเข้าออกทั้งหมด 6 ทาง กราบซ้าย กราบขวาอย่างละ สองทาง ท้ายเรือ หนึ่งทาง และดาดฟ้าเรืออีกทางหนึ่ง

‘อ่อ รอสักครู่น่ะค่ะ’ หัวหน้าพยาบาลกดปุ่มเปิดมอนิเตอร์เพื่อเช็คนอกเรือ เนื่องจากหัวหน้าเคิร์กและคุณลอร่าให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยและการรักษาเป็นที่หนึ่ง ดังนั้นห้องพยาบาลจึงมีมอนิเตอร์และระบบรักษาความปลอดภัยพอๆกับหน่วยทหารรักษาความปลอดภัย

หัวหน้าพยาบาลดูภาพโฮโลแกรมสามมิติที่ฉายออกมาจากมอนิเตอร์ ซึ่งภาพที่ฉายเป็นโครงของเรือดำน้ำลำนี้ที่มีสีไม่เหมือนกัน เธอปรับโหมดเพื่อเลือกความหนาแน่นของคนแทน สีแดงคือหนาแน่นมาก สีเหลืองคือหนาแน่นปานกลาง สีเขียวคือน้อย สีขาวคือไม่มีคนอยู่ ตอนนี้ที่กราบเรือทั้งสองข้างและ ท้ายเรือต่างมีคนของกลุ่มกำลังเล่นน้ำกันสนุกสนาน ตรงที่น้อยที่สุดในตอนนี้ก็คือดาดฟ้าเรือ แต่คนที่อยู่ตรงนั้นนะสิที่น่าลำบากที่สุด

‘ดูแล้วค่ะ ตอนนี้ที่ยังว่างและคนน้อยที่สุดคือดาดฟ้าเรือ แต่ระวังไว้หน่อยน่ะ ริสตี้อยู่บนนั้นด้วย’ หัวหน้าพยาบาลบอกอย่างหนักใจ เพราะริสตี้พร้อมจะกระทืบคนอื่นจมคาเท้า หัวหน้าเคิร์กเองก็ยังพักผ่อนเพราะทำเอกสารทั้งคืน ก็เลยไม่มีใครกล้าขึ้นไปบนดาดฟ้าแม้แต่คนเดียว ยกเว้นคนดวงซวยสองคนที่อยู่ตั้งแต่แรก

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณที่ช่วยเหลือ” โดโรธีพูดขอบคุณ

‘ทั้งสองคนไปรอที่หน้าประตูนะค่ะ ดิฉันจะส่งลิฟต์ไปให้’

หัวหน้าพยาบาลเปิดประตูห้องพยาบาลให้โดโรธี

“ไปกันเถอะค่ะ” โดโรธีกดปุ่มคราวนี้เตียงค่อยๆวางร่างของหวังลี้บนวิลแชร์

“ได้ขยับตัวสักหน่อยก็ไม่เลวเลย” หวังลี้ที่นั่งอยู่บนวิลแชร์ขยับตัวเล็กน้อย และเธอก็มองร่างกายของเธอที่มีผิวหนังห่อหุ้มโครงเหล็กสีเงินที่บางส่วนเป็นสีดำ

โดโรธีพาหวังลี้ออกไปนอกห้อง เมื่อพวกเธอทั้งสองอยู่นอกห้องก็มีราวเหล็กโอบล้อมทั้งสองไว้ พื้นที่เหยียบอยู่เคลื่อนตัวและพาพวกเธอไปยังดาดฟ้าเรือดำน้ำด้วยความเร็วสูง แต่ก็ยังนุ่มนวลมากไม่ต้องกลัวว่าคนเจ็บจะกระเทือนเลย

‘ปิ๊ง’ แท่นเลื่อนพาพวกเธอมาถึงดาดฟ้าของเรือดำน้ำในเวลาไม่ถึงนาที

บรรยากาศภายนอกยามเช้าที่สดชื่นทำให้หวังลี้สูดหายใจเข้าเต็มปลอด ทางโดโรธีเองก็จัดเตรียมเบาะนวมให้เหมาะสมกับสรีระของหวังลี้ไว้เรียบร้อย และยังมีโครงสำหรับยึดตัวของหวังลี้ไม่ให้ขยับเขยื้อนเวลาชมบรรยากาศยามเช้าด้วย

แต่เสียงบางอย่างก็รบกวนบรรยากาศยามเช้า

“ทำใจดีๆไว้น่ะ นิลคุง” โฮชิโนะในชุดว่ายน้ำตบแก้มของนิลที่ขาวเผือก และดูเหมือนว่าชีพจรของเขาจะนิ่งสนิทไปแล้ว

“ฉันกู้ชีพมันไม่ได้แหะ” วิลพยายามกระตุ้นชีพจรของนิลแต่ก็ไม่เป็นผล ชีพจรของนิลนิ่งผิดปกติ ต่อให้กระตุ้นยังมันก็ไม่มีท่าทีจะจะเต้นเลย

“ท่าทางพวกคุณจะไปกระตุ้นคุณนิลมากเกินไปสิน่ะค่ะ” โดโรธีกดปุ่มบนวิลแชร์ให้ระบบมันปรับรูปร่างของวิลแชร์ให้แบนราบไปกับพื้น

“คุณหวังลี้ระวังตัวหน่อยน่ะค่ะ” โดโรธีที่เห็นหวังลี้พยายามจะลงเองก็เข้าไปประคองไม่ให้เกิดกระแทกจนอาการบาดเจ็บหนักขึ้น

“ไม่เป็นไรฉันลงเองได้ เธอไปช่วยนิลก่อนเถอะ” หวังลี้ค่อยๆเขยิบลงจากวิลแชร์เอง เพราะจากคำพูดของโดโรธีเมื่อกี้ เธอก็พอจะรู้ได้ว่าคนที่จะช่วยนิลได้มีแค่สาวใช้คนนี้เท่านั้น

“ค่ะ ฉันจะคลายการกระตุ้นให้ แต่ไม่รับรองว่าจะมีผลกระทบ”

โดโรธีเดินไปทางนิลพร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนหนึ่ง สาวใช้มองไปยังโฮชิโนะตาไม่กระพริบและหูของเธอยังกระดิกเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงที่อยู่ด้านล่างที่ล่องลอยมาตามสายลม เมื่อได้ยินดังนั้นเธอจึงหยิบผ้าเช็ดตัวอีกผืนหนึ่งออกมากจากชุดเมด

“พกเยอะดีจังเลยนะโดโระจัง โอ๊ะ!” โฮชิโนะสะดุ้งเมื่อโดโรธีพันผ้าเช็ดตัวให้อย่างเรียบร้อย

“อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวแบบนี้สิค่ะ กรุณาสำรวมให้มากกว่านี้ด้วยในฐานะสตรีที่ต้องไม่แสดงเนื้อในให้ผู้อื่นนอกจากสามีของตัวเองน่ะค่ะ” โดโรธีผูกเชือกรัดไว้ที่เอวของโฮชิโนะไม่ให้มันหลุดจนโชว์สิ่งที่ไม่จำเป็นให้คนอื่นเห็นนั้นเอง

“อย่าเครียดสิโดโระจัง เอ่ะ” โฮชิโนะเห็นแววตาที่แหลมคมของโดโรธีจนขยับไม่ได้ชั่วขณะ ส่วนทางโดโรธีเองก็กำลังแทงเข็มไปที่เส้นประสาทของนิลอยู่

“แต่ศาสนาอิสลามเขาห้ามผู้หญิงแตะตัวผู้ชายแบบนี้ไม่ใช่เหรอ”

โฮชิโนะพูด

“ถ้ามีคนสามารถช่วยคุณนิลได้นอกจากดิฉัน ดิฉันเองก็คงไม่ทำแบบนี้หรอกค่ะ อีกอย่างชื่อของฉันคือ โดโรธี มิดิรอฟ” โดโรธีพูดเสียงนิ่งเธอไม่ชอบโฮชิโนะกับเพื่อนอีกคนที่ชื่อริสตี้มาก เพราะมักจะแสดงท่าที่ไม่สำรวมและยังไม่เก็บเนื้อเก็บตัว นี้ยังรวมพวกกองกำลังของที่นี้ที่ทำตัวไม่สมกับความคิดหรืออุดมการณ์อะไรเหมือนกลุ่มต่อต้านอื่นๆ และดูเหมือนจะคัดสรรคนไว้อย่างหละหลวม ส่วนใหญ่มีแต่พวกสติสัมปชัญญะต่ำ และพวกขี้เกียจเหมือนกับพยาบาลที่ชื่อทานิกะที่เอาแต่หลับในช่วงเวรยาม ชั่งเป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับคนที่มีหน้าที่ต้องทำยิ่งนัก

“ไม่ต้องซีเรียสมากก็ได้น่ะ โดโระจัง” โฮชิโนะยังยืนกรานคำเดิม

“ไม่มีมารยาทเลยน่ะ โฮชิโนะ” วิลพูดถึงเขาจะเอาแต่ใจ แต่ก็ไม่คิดที่จะไปยุ่มย่ามกับแนวคิดของคนอื่น เพราะทุกคนล้วนมีสิทธิ์ทำหรือคิดสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่น เขาเองก็มีแนวคิดแบบแปลกๆในแบบของเขาเองเหมือนกัน อย่าว่าแต่เขาเลยเจ้าวิลสันเองก็เหมือนกันถึงจะดูยิ้มแย้ม แต่ก็มีความคิดแบบคนโรคจิตในการการฆ่าตั้งมากมาย จนเขาอดคิดไม่ได้เลยว่า เขากำลังซึมซับแนวคิดของมันทีละนิดหรือเปล่า

ถ้าจริงเขาก็คิดที่จะไปหาอลันให้มันทำยารักษาอาการทางจิตสักหน่อย ถ้ามันยังไม่ตายอะนะ แต่ก็หวังว่ามันจะรอด เพราะคนที่คุยแล้วรู้สึกสนุกเวลากินข้าวเป็นหมู่คณะนี้ ขาดคนสำคัญอย่างเจ้าอลันไม่ได้เลยจริงๆ

“ถ้าเธอช่วยชีวิตเจ้านิลไว้ได้ก็ถือว่าต้องขอบใจก็แล้วกัน” วิลพูดขอบคุณ

“ฉันพอจะได้ยินเรื่องของคุณนะค่ะ คุณวิล ฟรูม รู้สึกว่าเรื่องที่ว่ามีมารยาทกว่าคุณวิลสัน ฟรูมจะเป็นเรื่องจริงสินะค่ะ” โดโรธีพูดขณะที่กำลังใช้นิ้วกดที่ลิ้นปี่ของนิลสุดแรง และปล่อยมือออกอย่างรวดเร็ว เธอก็ได้ยินมาจากการซุบซิบนินทาของพยาบาลเกี่ยวเรื่องที่ว่าวิลสันมีสองบุคลิกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

“เสร็จแล้วละค่ะ ถ้าให้ทานยาบำรุงเลือดสัก 2 เม็ดคงจะหายขาด”

โดโรธีเช็ดมือของตัวเองด้วยผ้าเช็ดมือสีแดงหลังจากกดจุดให้นิล

“เป็นลูกคุณหนูรักสะอาดจังเลยน่ะ เธอเนี่ย” ริสตี้พูดขณะที่ยังเกาะราวบันไดของเรือไว้

“คุณริสต้า วิลลี่ สวัสดีค่ะ” โดโรธีลุกขึ้นและทำความเคารพ

“ต๊ายแล้ว ต้องเป็นฉันต่างหากที่ต้องเคารพเธอ น้องสาวอับดุลอายุมากกว่าฉันตั้งเยอะดูอย่าอับดุลสินี้โคตรแก่เลย”

ริสตี้แขวะใส่โดโรธี  และผลก็เป็นที่พอใจคิ้วของโดโรธีดีดเล็กน้อย และแววตาของสาวใช้ยังเฉียบคมมากขึ้น

“อย่าดีกว่า พวกเดียวกันไม่ควรฆ่ากันเอง” วิลพูดดักขณะที่กำลังเห็นว่าบรรยากาศเริ่มคุกรุ่น และจากนิสัยของริสตี้คงจะมีการต่อสู้ขึ้นแน่ถึงโดโรธีจะเป็นสาวใช้ แต่เขาเองก็ผ่านการต่อสู้มาโชกโชนแค่ดูสิ่งที่โดโรธีทำตลอดเวลา เขาก็พอจะรู้ว่าเธอทำอะไรได้บ้าง

โดโรธีคงไม่ได้เป็นผู้หญิงอิสลามที่เป็นคนรับใช้แน่ๆ พลังของสาวใช้สามารถเปิดมิติซึ่งมันสามารถฆ่าคนได้ง่ายๆก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีจุดอ่อน ถ้าทำให้มิติภายนอกเกิดสั่นสะเทือนอย่างหนัก โดโรธีก็ไม่สามารถคงสภาพมิติของเธอได้ เหมือนตอนที่เปิดประตูเหล็กบนยาน และริสตี้ก็คงจะรู้เรื่องนี้จากข้อมูลที่จิมมี่รวบรวมได้ เขาเลยแน่ใจว่าถ้าสองคนเกิดสู้ขึ้นจริงๆเขานี้แหล่ะที่จะหยุดไว้ เพราะสองคนนี้ไม่ว่าคนใดคนหนึ่งต้องตายแน่ๆ

“นั้นสิ ริสจัง ฉันเป็นฝ่ายผิดเองนะ พอแค่นี้เถอะ โดโรธีจังเองก็ไม่ต้องคิดมากก็ได้”โฮชิโนะถูมือของตัวเองด้วยสีหน้ากลบเกลื้อน

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับโฮชิหรอก แค่จะสั่งสอนว่าที่นี้ใครเขาใหญ่ที่สุดก็เท่านั้นเอง”

ริสตี้กำหมัดแน่นเสียงกระดูกกระทบจนได้ยินเสียงชันเจน ทางฝั่งโดโรธีเองก็ไม่แพ้กัน เธอถอดฮิญาบออกมาสะบัดไปมา แต่ใต้ฮิญาบสีขาวนั้นมีแสงสะท้อนอยู่ตรงเนื้อผ้า

“เช่นกันค่ะ ดิฉันเองก็อยากจะสอนมารยาท และการวางตัวที่เหมาะสมให้สตรีท่านนี้เหมือนกัน” โดโรธีดึงเข็มที่มัดผมออก ซึ่งเข็มนั้นมีสีเงินสะท้อนกับแดดตอนเช้า เหมือนกับอีกด้านของฮิญาบที่สะท้อนแสงได้เหมือนกัน และมันน่าจะเป็นเศษเงินแน่ๆ

เธอสะบัดมันไปมา และเมื่อรวมกับท่ายื่นของโดโรธีที่บิดตัวและชันขาแล้ว มันก็เหมือนกับว่าเธอจะเต้นร่ำ

เปรี้ยง!!!

พื้นที่อยู่ระหว่างผู้หญิงทั้งสองเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น พร้อมกับสะเก็ดไฟจำนวนมากจน ทั้งสองสาวต้องถอยหลัง

“อะไรกันนี้!” ริสตี้ที่ถอยหลังแล้วยืนนิ่ง เธอขยับตัวไม่ได้เหมือนถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อต

“ไม่ใช่ เรากำลังถูกไฟฟ้าช็อตจริงๆ” ริสตี้รู้ถึงความผิดปกติ เธอมองไปยังขาที่มีด้ายเหล็กกำลังพันที่เท้าซ้ายอยู่ เธอไล่สายตาไปที่จุดที่เกิดสะเก็ดไฟเมื่อครู่ เธอก็เห็นด้ายเหล็กที่ผูกเข้ากับกระสุนสีดำที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงออกมา

“อึก!” โดโรธีเองก็เหมือนกันเท้าของเธอเองก็ถูกผูกด้วยด้ายเหล็กเหมือนกัน แต่สีหน้าของโดโรธีดูไม่ดีมากนัก กระแสไฟฟ้าที่ช็อตเธอทำให้เธอตัวแข็ง แต่ริสตี้ไม่เป็นอะไรมากนักเพราะร่างกายที่ต่างกัน เมื่อเห็นโอกาสริสตี้จึงพยายามเดินไปหาโดโรธี

“อย่าดีกว่า” วิลพูด “อย่ามาขวางฉันน่ะวิล ไม่งั้นฉันเล่นแกอีกคน” ริสตี้ขู่และเหล่ตาไปยังวิลที่ใช้มือที่สวมถุงมือชนวนไฟฟ้าจับไหล่ของริสตี้เอาไว้

“วิลพูดถูก พอได้แล้วริสตี้ โดโรธี” เคิร์กพูดก่อนที่จะคว้าร่างของโดโรธีก่อนที่จะล้มลงได้ทัน

“หัวหน้า เอะร่างกายขยับได้แล้ว” ริสตี้อึ้งที่เห็นเคิร์กตรงหน้าของเธอ และยังเปลกใจที่เธอไม่รู้สึกชาแล้ว

“กระสุนปล่อยกระแสไฟฟ้า ฉันชาร์ตแบตไม่มากหรอกน่ะ ไม่งั้นคงได้ตายกันแน่” วิลพูดก่อนที่จะเดินไปเก็บกระสุนสีดำที่เขาโยนลงพื้น และเก็บด้ายเหล็กเข้าที่กระเป๋ากางเกงของตัวเอง คิดถูกจริงๆที่แอบเก็บกระสุนไฟฟ้ากับด้ายเหล็กไว้ป้องกันตัวโดยที่วิลสันไม่รู้ตัว ไม่งั้นมันคงโยนทิ้งไว้ในห้องแน่ๆ

“ขอโทษทีก็เรื่องค่ะ” โดโรธีลุกขึ้นด้วยตัวเอง ก่อนที่จะผูกผมและสวมฮิญาบให้เรียบร้อยเหมือนเดิม

“อย่าฝืนดีกว่านั้นเป็นไฟฟ้าแรงสูงที่กะให้ริสตี้ขยับไม่ได้เลยเชียวน่ะ”

วิลบอกขณะที่สวมหมวกตัวโปรดของตัวเอง โดโรธีร่างกายอ่อนแอกว่าริสตี้มาก ที่เธอสามารถลุกขึ้นได้ทั้งที่โดนไปขนาดนั้นแต่ยังลุกขึ้นก็ถือว่าเก่งมากแล้ว แต่เขากลัวว่าเธอจะสลบทั้งยืน

“ไม่เป็นไรค่ะ ถึงร่างกายฉันจะอ่อนเอกว่าคุณริสต้า แต่ฉันเองก็ฝึกโยคะมาบ้าง แค่นี้ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” โดโรธีกลั้นหายใจแบบโยคะทำให้อาการหน้ามืดกับกล้ามเนื้อเกร็งหายไปบ้าง ในฐานะที่เป็นคนรับใช้ของอับดุลเธอต้องพร้อมทำหน้าที่ทุกสถานการณ์

“ระวังไว้หน่อยดีน่ะครับ” นิลที่ได้สติแล้วพูดขึ้น

“ตื่นแล้วเหรอนิลคุง” โฮชิโนะรีบเขามาดูอาการของนิลในทันที

“ครับรู้สึกดีขึ้นเยอะ อุ๊” นิลที่เห็นแตงโมของโอชิโนะอีกรอบจนชะงัก เลือดกำเดาเริ่มไหลอีกครั้ง

“โฮชิโนะอย่าถอดชุดที่โดโรธีผูกให้สิ”  วิลดิโอชิโนะที่ทำชุดที่โดโรธีผูกให้หลุด ทำให้ไอ้สองก้อนด้านหน้าเกือบชนหน้าของนิล แต่แค่ตอนนี้ดีหน่อย ตรงที่นิลเอามืออุดจมูก และไม่สลบไป

“ถูกแล้วโฮชิโนะถึงนิลจะเคยอาบน้ำกับเธอ แต่มันก็ตอนที่เขายังสมองเป็นเด็กแดง ตอนนี้เขาโตขึ้นแล้ว หัดระวังหน่อย” เคิร์กที่ใช้กดไหล่ริสตี้ไม่ให้อาละวาท คิดถูกจริงๆที่ล้างหน้าตอนรู้สึกตัวตอนเช้า ไม่งั้นโดโรธีคงเสร็จริสตี้ไปแล้ว

“สำนึกผิดหรือยังริสตี้” เคิร์กบอกริสตี้

“ฉันเป็นราชินีที่นี้น่ะค่ะ การรับน้องเป็นเรื่องปกติน่ะค่ะ โอ๊ย! ทำอะไรค่ะหัวหน้า” ริสตี้เอามือลูบหัวที่ถูกเคิร์กเขกเอา

“ราชินีหรือไม่ ฉันเป็นหัวหน้าของเธอ เธอต้องฟังฉัน”

โป๊ก!!

“เจ็บมากค่ะ วันนี้เป็นวันซวยอะไรของฉันกันเนี่ย” ริสตี้ตะโกนเสียงดัง หลังจากถูกเคิร์กเขกกะโหลกอีกรอบ

“มานี้เลย” เคิร์กเอาแขนล็อกคอริสตี้ “อย่าล็อกแบบนี้สิค่ะ มันเจ็บ หายใจไม่ออก ปล่อยน่ะหัวหน้า” ริสตี้ตะเกียกตะกายในวงแขนที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อของเคิร์ก

“ไม่ได้ไอ้นิสัยชอบใช้กำลังแบบนี้ต้องดัดสักหน่อย” เคิร์กพูดพร้อมกับใช้มือขยี้ของริสตี้ไปด้วย

“แบบว่าเจ็บค่ะ พอเถอะยอมแล้ว” ริสตี้ดิ้นขัดขืน แต่ก็ไม่เป็นผล ถึงเธอจะมีเรี่ยวแรงมหาศาล แต่เคิร์กก็คือคนที่พละกำลังเหนือกว่าเธออีก

“คุณเคิร์กนี้เก่งจังเลยน่ะครับ” นิลที่ใช้นิลชี้อุดรูจมูกขวากล่าว

“ก็ต้องงั้นแหล่ะต้องบอกว่าคนที่สอนวิธีการต่อสู้กับวิธีฝึกกล้ามเนื้อให้ริสตี้ก็เคิร์กนี้แหล่ะ” วิลพูดในฐานะสมาชิกกลุ่มที่อยู่มานานมาก เขาในตอนนั้นเองก็มีงานอดิเรกคือดูเคิร์กสอนริสตี้ยามว่างซึ่งเป็นอะไรที่สนุกมาก เสียอย่างเดียวที่เขามักจะถูกเคิร์กลากลงไปฝึกด้วย

“มิน่าละถึงได้รับมือได้สมบูรณ์แบบมาก” โดโรธีที่คุกเข่าอยู่พูด ขณะที่เธอกำลังหมุนกระดาษทิชชู่ในเป็นทรงที่เหมาะกับรูจมูกของนิลให้มากที่สุด

“ริสจังเองก็เดือดง่ายจริงๆเลย” โฮชิโนะที่สวมชุดทับอีกตัวพูด แต่แววตาของคนอื่นๆมองด้วยแววตาประหลาดยกเว้นนิลที่ไม่รู้เรื่องอะไร

‘คนเริ่มมันก็เธอไม่ใช่เหรอ’

“ทุกคนมองคุณโฮชิโนะแบบนั้นทำไมครับ” นิลที่ไม่รู้เรื่องอะไรถาม

“นั้นสิน่ะ” วิลถอดหมวกตัวโปรดและวางไว้ที่ด้านหลัง

“โทษทีน่ะโฮชิโนะ” วิลก้มหัวให้โฮชิโนะ

“นายด้วยนิล” วิลเหล่ตาไปที่นิล

“ทำไมเหรอ วิลคุง” โฮชิโนะถาม แต่เธอก็ต้องเพ่งสายตาเมื่อวิลเอามือวางที่อกของเธอ

“ทำไมครับ” นิลถามและตอนนี้มืออีกข้างของวิลจับที่ท้ายทอยของเขา

“ก็แบบนี้ยังไงล่ะ!!!” วิลดึงเสื้อที่ปกปิดแตงโมของโฮชิโนะออก และยัดหน้าของนิลเข้ากับหนองโพของโฮชิโนะเต็มแรง

“ว๊าย ลามก” โฮชิโนะใช้แรงดันร่างของนิล แต่ก็ติดแขนของวิล

“อู้ อ้า” นิลส่งเสียงออกมาเบาๆก่อนที่เลือดกำเดาจะพุ่งออกมาจากรูจมูกของนิลจนเลอะหนองโพของโฮชิโนะ

“เหนื่อยจริงๆสิน่ะค่ะ” โดโรธีส่ายหัวเพราะดูแล้ว นิลคงต้องหลับไปอีกรอบแน่ๆ

“เห้อ รู้สึกสบายจริงๆ” วิลถอนหายใจพร้อมกับมองดวงอาทิตย์ที่ขึ้นจนท้องฟ้าเป็นสีฟ้าใส และหมอกที่หายไปด้วย เขารู้สึกโล่งมากเลยตอนนี้

‘เวรเอ้ย’ วิลสันในหัวของวิลร้องลั่นด้วยความเสียดาย

“อิจฉา อ่ะดิ” วิลตอบกลับ และตัวเขาเองก็เอาด้ายเหล็กมาขัดฟัน

‘ก็ต้องอิจฉาดีว่ะ นั่นหน้าอกตูมๆของโฮชิโนะ สวรรค์ของผู้ชายน่ะเว้ย’

“หึ อย่าเอาฉันไปเทียบกับแกถึงจะเป็นผู้ชายเมื่อกันแต่ก็ไม่ได้เป็นคนโรคจิต”

วิลยิ้มเล็กๆ และใช้กระดาษทิชชู่ที่โดโรธีเตรียมไว้เช็ดคราบเลือดที่เปรอะตัวเขา โชคดีที่เขาเก็บหมวกตัวโปรดไว้ก่อนไม่งั้นคงมีคราบเลือดเลอะจนหมดราศีแน่ๆ




NEKOPOST.NET