P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 46 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.46 - ฮาวาย(1)


วันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 6: 10น.

ณ น่านน้ำหมู่เกาะฮาวาย

“ถึงสักทีให้มุดอยู่แต่ในถังเหล็กทั้งวันรู้สึกแย่ชะมัด”

วิลสันที่นอนแผ่อยู่บนดาดฟ้าของเรื่อดำน้ำที่ตอนนี้ ตัวเรือได้ลอยอยู่บริเวณผิวน้ำเป็นที่เรียบร้อย และกำลังแล่นอย่างช้าๆไปที่หมู่เกาะฮาวายที่ห่างกันแค่ไม่กี่สิบกิโลเมตร จากตอนแรกที่มีระยะห่างกว่า 4000 กิโลเมตร ตอนนี้สามารถมองเห็นตัวเกาะได้อย่างชัดเจนถึงแม้จะมีหมอกยามเช้าที่หนาทึบ

“เห็นด้วยครับ” นิลที่นั่งบนเบาะรองนั่งเห็นด้วยกับวิลสัน เพราะพวกเขาต้องซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำในระดับความลึกกว่า 600 เมตรอยู่หลายวัน เพื่อหลบหนีกองกำลังค้นหาของอาเซียนที่ไล่กวดยิ่งกว่าอะไร แถมใต้น้ำยังมีทุ่นระเบิดตั้งแต่ยุคสงครามด้วย เรือดำน้ำของพวกเขาเลยไปถึงช้ากว่ากำหนดมาก

เรือดำน้ำที่พวกเขากำลังโดยสารอยู่สามารถจุคนได้ 300 คนได้สบายๆ ด้วยความยาว 234 เมตร ความกว้าง 42 เมตร  และความสูง 36 เมตรจึงมีที่พักมากมายสำหรับลูกเรือที่โดยสาร ถึงคนบนเรือในตอนนี้จะมีไม่ถึงครึ่งก็เถอะ ทำให้บรรยากาศด้านในค่อนข้างวังเวงมาก โดยเฉพาะโซนที่ไม่มีคนอยู่นี้มืดสนิท

เรือดำน้ำลำนี้มีดีไซน์ที่แปลกดี ไม่ได้เป็นกลมหรือเป็นวงรี แต่เป็นเรือดำน้ำที่มีรูปทรงสามเหลี่ยมหัวคว่ำเหมือนเรือเดินทะเล และที่ด้านล่างสุดของเรือก็ติดแขนกลเอาไว้สองตัวค่อยไว้สำหรับค้นส่งหรือเก็บซากเรือใต้ท้องทะเลด้วย

 

ซึ่งเรือดำน้ำนี้มีขนาดที่ใหญ่มากทำให้ถูกตรวจจับได้ง่าย แต่โชคดีที่คนออกแบบได้สร้างมันให้สามารถอยู่บริเวณน้ำลึกได้สบายๆกอปรกับอนุภาคอีเลเมนต์ที่ป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือคลื่นเสียง มันจึงเป็นเรือดำน้ำขนาดใหญ่ที่ไม่มีทางจับได้ถ้าไม่ขึ้นไปเหนือผิวน้ำ ซึ่งขนาดของมันก็ใหญ่จนเรียกได้ว่าเป็นติดท็อป 10 ยานพาหนะใต้น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ถ้าเทียบป้อมปราการใต้ทะเลเคลื่อนที่ BZ-178 ที่ประจำการที่มหาสมุทรแอตแลนติกของตระกูลเวอร์มิลเลี่ยนที่ใหญ่ขนาดบรรจุเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ได้ 8 ลำแล้ว ขนาดของเรือดำน้ำลำนี้กลายเป็นหนูแฮมสเตอร์ตัวจิ๋วไปเลย

“แต่ว่าเรามาถึงช้ามากนะครับ ทางเบื้องบนเขาจะว่าผมไหม”

นิลถามวิลสัน เพราะตั้งแต่วันที่ 17 หัวหน้าเคิร์กก็บอกว่าจะมีหน้าที่ให้ทำ แต่เขากลับติดเรือของพวกวิลสันมาด้วยก็เลยเลทแบบสุดๆ

“ชั่งหัวมันเถอะ เหตุสุดวิสัย อีกอย่างพวกตาแก่พุงอ้วนมันไม่กล้าหือหรอก ช้านิดหน่อยมันไม่ตายสักหน่อย” วิลสันโบกมือเพราะตอนที่เขาอยู่ในเรือดำน้ำ หัวหน้าเคิร์กได้ทำการสื่อสารกับกองกำลังหลัก และบอกว่ากองกำลังอาเซียนทำการปิดล้อมลอสแองเจลิส พวกเขาเลยต้องรีบอพยพโดยด่วย ทางเบื้องบนที่เข้าข้างหัวหน้าก็เลยอนุญาตเป็นพิเศษ เครื่องบินที่จะมารับนิลไปทำภารกิจเลยจอดรอที่ฮาวายรอพวกเขา พอไปถึงค่อยออกเดินทางในทีหลังก็ยังได้

“พวกแกสองคนสบายเนอะ” ริสตี้กระซิบข้างหูทั้งสองคนที่กำลังนั่งนอน

“จ๊าก/เหวอ” วิลสันกับนิลลุกขึ้นยืนตัวตรงทันที เหงื่อกาฬไหลจนเกือบถึงพื้น ริสตี้ในตอนนี้ใส่ชุดประดาน้ำสีดำสนิทกำลงยืนจ้องทั้งสองคนตาไม่กระพริบ

“วิลสันหายดีแล้วใช่ไหม” ริสตี้คว้าแขนของวิลสัน

กร๊อป!!!

“จ๊าก!!!” วิลสันดึงแขนของตัวเองออกมาจากมือของริสตี้ ตอนนี้แขนเขาห้อยต่องแต้งยังกับนาฬิกาลูกตุ้มโบราณ

“แค่ศอกหลุดร้องยังกับแขนขาด” ริสตี้พูดก่อนที่จะจับแขนข้างเดิมของวิลสัน

ปึก!!!

“อู้ว” วิลสันสะบัดแขน ตอนที่มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว แต่ตอนที่ริสตี้ต่อข้อกลับให้มันรู้สึกเสียวชะมัดยาด

“วันนี้ฉันอารมณ์ดี แค่นี้ก็คงพอ” ริสตี้หมุนเอว และผูกเชือกนิรภัยบนเรือดำน้ำเข้ากับถังออกซิเจนที่สะพายอยู่บนหลัง

“หืม โอเคแล้วมั้ง” เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยและเรือดำน้ำเองแล่นด้วยความเร็วต่ำมาก เพราะอยู่ในน่านน้ำฮาวาย เธอจึงค่อยๆลงน้ำอย่างช้า และว่ายน้ำคู่ไปกับเรือดำน้ำ

“เธอไม่กลัวอะไรเลยอ่ะน่ะ” วิลสันกระซิบข้างหูนิล

“ครับ แต่พอเธอทำตัวแบบนี้ก็ดูดีไปอีกแบบ” นิลพูดตามตรง

“ต้องบอกว่าน่ารักเฟ้ย” วิลสันพูดพร้อมกับทำตายียวน

“เสียงอย่างเดียวคือความรุนแรง” นิลถอนหายใจพร้อมกับทำตาตี่ เพราะเขายังรู้สึกเจ็บที่คออยู่ ถึงหมอจะบอกว่า 2 – 3 วันหาย แต่นี้มากกว่า 4 วัน ยังไม่หายปวดเลย หรือว่าเป็นเพราะกลัวจนคิดไปเอง

“เอาเถอะ ให้เธอว่ายน้ำต่อไปส่วนเรา มานอนกันต่อ” วิลสันนอนแผ่ตามเดิม

“ไม่แอบดูหรือครับ” นิลถามวิลสันที่มักจะแอบดูผู้หญิง

“ฉันยังไม่อยากตาบอด” วิลสันตอบกลับ “เพราะทำตาลามกเมื่อไร ริสตี้คงเอาตาฉันมากินเป็นพุดดิ้งแน่ๆ” วิลสันหยิบพัดๆเพื่อความสบายตัว ถึงเขาจะใจกล้าถึงขั้นลงทุนไปแอบดูห้องน้ำหญิงที่เมืองของอับดุล (แต่ทำไม่สำเร็จ เพราะจิมมี่ขัดขวาง) แต่กับริสตี้เป็นเรื่องอันตราย เพราะเขาถูกริสตี้จับได้แน่นอน บ้านอับดุลเขายังหาที่แอบได้ แต่กับริสตี้ไม่ต้องพูด ประสาทรับรู้คนลามกของเธอแม่นสุดๆ เคยไปแอบดูครั้งหนึ่ง ถูกจับมัดหน้าโรงพยาบาลแก้ผ้าประจานหนึ่งวันเต็มๆ

“แล้วนายล่ะ สนใจริสตี้หรือเปล่าโลลิค่อน” วิลสันพูด “ผมไม่ใช่โลลิค่อน” นิลปฏิเสธเสียงดัง

“เห้ย ไม่ใช่ฉันที่ริเริ่มสักหน่อย เจ้าวิลต่างหาก” วิลสันส่ายมือ

“คุณวิล” นิลสงสัย “หรือว่าจะเป็นตอนนั้น” นิลครุ่นคิด ตอนที่เขาอยู่กับวิล เขาเหมือนจะได้ยินวิลพูดอะไรสักอย่าง ตอนนั้นคงไม่ได้คิดไปเองแน่นอน

“เออ ตอนนั้นแหล่ะ” วิลสันเสริมเพราะเขาเองก็รู้ว่าวิลกำลังบ่นอะไร ต้องบอกว่าเขารู้สิ่งที่วิลทำทุกอย่าง เหมือนกับที่วิลรู้เรื่องที่เขาทำทุกอย่าง

“อ่อ เจ้านั้นบอกเมื่อกี้ว่า นิลทำตัวเหมือนโลลิค่อนเอง” วิลสันอธิบาย เพราะเขาได้ยินเสียงวิลบอกเขาในทันที่ๆนิลปฏิเสธเรื่องโลลิค่อน

“ผมไม่ใช่” นิลยังยืนกรานคำเดิม

“หมอนั้นบอกว่า ปฏิเสธไม่ได้หมายความว่าไม่ได้เป็น” วิลสันบอกคำพูดของวิลอย่างว่าง่าย

“พอเถอะครับ” นิลที่อารมณ์เริ่มขึ้นปฏิเสธทันควัน

“ก็ได้ๆ วิลเลิกพูดได้แล้วรำคาญ” วิลสันทีเริ่มกลัวนิลในตอนนี้ที่จ้องตาเขาไม่กระพริบ ด่าวิลที่พูดอยู่ในหัวของเขา

‘ก็ได้’

“เออ ดี” วิลสันถอนหายใจ พลางกำหมัดเคาะกระโหลกตัวเอง เพราะเจ้าวิลมักจะโพลงคำพูดขึ้นมาเอาดื้อๆ แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะต่างคนต่างช่วยกันคิดเวลาขับขันนั้นเอง

“พูดอะไรกันอยู่” ริสตี้ตะโกนถามคนที่อยู่บนเรือ

“ไม่มีอะไรครับ/เล๊ย” นิลและวิลสันตะโกนตอบริสตี้ยังพร้อมเพรียงกัน

“งั้นก็ดี เอานี้ไป” ริสตี้โยนบางอย่างขึ้นบนเรือดำน้ำ

หมับ!!! นิลและวิลสันคว้าบางอย่างที่ถูกโยนขึ้นมาบนเรือ

“ชุดประดาน้ำกับถังออกซิเจน และเชือก”

นิลกับวิลสันมองชุดประดาน้ำครบเซ็ต กับถังออกซิเจน และเชือกนิรภัย ทั้งสองคนมองหน้ากันและกัน

“คุณ/นายคิดแบบฉันไหมวิลสัน/นิล” ทั้งสองคนกลืนน้ำลาย ก่อนที่จะชะโงกหัวมองลงไปที่ผิวน้ำ

“ชู่ ฮู้ว” วิลสันเอามือลูบปาก ส่วนนิลเองก็ตาค้าง เพราะริสตี้ในตอนนี้ทำให้พวกเขาหันไปมองอย่างอื่นได้เลย

ริสตี้ในชุดว่ายน้ำบิกินี้สีส้มแวกว่ายในน้ำทะเลสีคราม ยามที่แขนของเธอแหวกน้ำทะเลทำให้เห็นซอกคอสีขาวๆสัมผัสกับผิวน้ำ มันเป็นภาพที่เตะตามาก นี้ไม่นับจังหวะตอนที่เธอว่ายท่ากรรเชียง ชุดว่ายน้ำที่ใช้เชือกผูกด้านหน้า หน้าอกหน้าใจของเธอกระเพื่อมไปตามจังหวะ

นิลกับวิลสันมองจนลูกตาแทบจะหลุดออกจากเบ้า ปากของวิลสันมีน้ำลายไหลออกมาจนหกนอง ส่วนนิลเองก็มีเลือดไหลออกมาจากรูจมูกซ้ายเล็กน้อย ก่อนที่จะมีเลือดออกมากจากรูขวา

“ทั้งสองคนแอบถ้ำมอง มันไม่ดีเลยน่ะ”

!?

วิลสันรีบหันหลังไปมอง

“ว๊าว”

วิลสันร้องเสียงหลง เพราะตรงหน้าเขาคือโฮชิโนะในชุดว่ายน้ำสีขาว ซึ่งนอกจากชุดว่ายน้ำสีขาวแล้ว เธอยังมัดผมไว้ด้วยกีบหนีบผมสีฟ้า

“รู้สึกหลงฉันใช่ไหมจ้ะ” โฮชิโนะเอานิ้วแตะปาก ก่อนที่จะใช้มือข้างเดิมหยิบแว่นกันแดดที่เก็บไว้ตรงหว่างอกขึ้นมาสวม

“เอื้อ” วิลสันหยิบกล้องถ่ายรูปขนาดพกพาขึ้นมาถ่ายโฮชิโนะในทันที

“งั้นวันนี้จะเซอร์วิสหน่อยล่ะกัน” โฮชิโนะแอ่นท่าทางให้วิลสันถ่ายรูปเต็มที่ ซึ่งวิลสันก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอย เขาถ่ายทุกท่วงท่า ทุกมุมโพสต์

“เห้ย นิลของดีแบบนี้ต้องดูน่ะเฟ้ย” วิลสันที่กำลังถ่ายภาพทุกมุมมอง บอกนิลเพราะเขาเห็นนิลมองริสตี้อยู่นานแล้ว ไม่มีการขยับเขยื้อนใดๆทั้งสิ้น

“นิลคุงเป็นอะไรหรือเปล่า” โฮชิโนะที่สังเกตอยู่นานแล้วถามเหมือนกัน เพราะท่ามองของนิลมันดูแปลกๆ ส่วนตัวยังอยู่บนดาดฟ้าของเรือ แต่แขนและหัวกลับห้อยอยู่ด้านนอก

“โฮชิ เอาหัวเจ้านี้ขึ้นไปเร็ว!” ริสตี้ที่ว่ายน้ำอยู่ด้านล่างตะโกนเสียงดัง

“เกินอะไรขึ้นงั้นเหรอริสจัง” โฮชิโนะรีบวิ่งไปหานิล ส่วนวิลสันก็ยังถ่ายภาพของโฮชิโนะในชุดว่ายน้ำในทุกมุมมองโดยไม่สนใจโลก

‘ไม่คิดจะช่วยนิลเลยเหรอ เดียวหมอนั้นก็ตายหรอก’

วิลในหัวของวิลสันบอกวิลสัน เพราะเขาดูแล้วเจ้านิลคงจะหมดสติไปตั้งแต่แหงนหัวมองริสตี้ว่ายน้ำไปตั้งแต่แรกแล้ว

“ไม่เป็นไรหรอก เจ้าหมอนั้นมันอึดจะตาย ไม่ตายง่ายๆหรอก”

วิลสันบอกวิลโดยไม่สนใจคำเตือนของวิลแม้แต่น้อย

‘แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ตาย’

“นิลคุงไม่เป็นไรน่ะ” โฮชิโนะดึงตัวของนิลขึ้น ซึ่งหน้าของนิลแดงเถือก แต่ส่วนลำคอกลับขาวสนิท และที่จมูกก็มีเลือดไหลออกมาตลอดเวลา

“เสียเลือดมาก” โฮชิโนะวิเคราะห์อาการของนิลอย่างคราว และมองไปยังริสตี้ ซึ่งภาพตรงหน้าก็ทำให้เธออึ้ง เพราะริสตี้กำลังว่ายอยู่บนทะเลสีแดงสด ด้านข้างเรือเองก็มีคราบเลือดสีแดงไหลลงสู่น้ำทะเล

“เอ้อ อ่า” นิลกระพริบตา เขาพยายามเพ่งหน้าของคนที่กำลังอุ้มเข้าอยู่

“ได้สติแล้วหรือนิลคุง” โฮชิโนะถอดแว่นและยิ้มให้

“คุณโฮชิโนะ !!!!” นิลเบิกตาค้างเพราะตรงหน้าของเขาคือโฮชิโนะในชุดว่ายน้ำ และส่วนที่นุ่มนิ่มที่สุดของผู้หญิงกำลังแนบกับใบหน้าของเขา

“นิลคุงไม่เป็นอะไรน่ะ” โฮชิโนะเขย่าตัวของนิลที่หน้ากลายเป็นสีขาวสนิทไปเรียบร้อย และมีเลือดสีแดงไหลออกทางจมูกของนิลเป็นจำนวนมากตัดกับผิวสีขาดซีด

“น่าอิจฉา!” วิลสันเอามือลูบปากอย่างรวดเร็ว เพราะเขาเองก็อย่างที่จะแนบสนิทกับหน้าอกไซต์แตงโมของโฮชิโนะเหมือนกัน

‘โง่’ วิลในหัวของวิลสันกล่าวออกมาสั้นๆ

“มีแต่คำดูถูกแบบนี้อภัยให้ไม่ได้น่ะเฟ้ย ไอ้บ้า”

วิลสันตะโกนเสียง ก่อนที่ร่างของเขาจะสะดุ้งอย่างแรงและกลับมาสงบเหมือนเดิม

“ด่าใครบ้า” วิลพูดสั้น ตอนนี้เขาได้ยึดร่างกายโดยสมบูรณ์ และเขาก็ได้หยิบตลับเก็บข้อมูลของกล้องถ่ายรูปออกมามองทุกด้าน

‘อย่าน่ะ’ วิลสันร้องลั่นในหัวของวิล เพราะภาพที่เขาอุตส่าห์ถ่ายไว้กำลังจะ...

“จงหายไป และกลายเป็นอาหารปลาซ่ะ”

 วิลใช้นิ้วบี้สิ่งเล็กๆบนมือทิ้งก่อนที่จะโปรยมันลงสู่ทะเลโดยไม่สนใจเสียงโหยหวนของวิลสันในหัวของตัวเองแม้แต่น้อย




NEKOPOST.NET