P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 45 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.45 - คุณค่าของคน


วันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 22: 13 น.

ณ ห้องพยาบาลในเรือดำน้ำกลุ่มสการ์เล็ต

“โอ๊ย เจ็บๆ” นิลตระโกนเสียงดังลั่นห้อง

“ทนหน่อยเถอะค่ะ เดียวมันจะไม่หายน่ะ” ทานิกะจัดเฝือกที่คอของนิลให้เข้าที่เข้าทาง แต่นิลก็ยังดิ้นไปหยุด ทำไงได้ล่ะก็โดนริสตี้บีบซ่ะคอช้ำหมด แถมจุดที่บีบยังเป็นกระดูกด้วย กระดูกตรงคอของนิลก็มีรอยร้าวเล็กๆ ถึงมันจะไม่หนัก แต่มันก็ต้องมีผลกระทบต่อภารกิจแรกของนิลแน่นอน รีบรักษาให้หายเป็นคติพจน์ของที่นี้

“คุณริสตี้ไม่น่าบีบแรงขนาดนี้เลย” นิลเอานิ้วแตะตรงเฝือก ทันทีที่แตะตัวเขาก็ดีดในทันที่ ตอนนี้เขากำลังให้ทานิกะดูอาการเจ็บที่คอ เขากับหล่อนอยู่ในห้องพยาบาลในเรือดำน้ำ ถึงเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่จะมีตัวล็อกเขากับเก้าอี้ แต่เวลาต้องเช็คคอก็ต้องถอดตัวล็อกออกซึ่งแน่นอนว่ามันเจ็บมากในช่วงนั้น

“จ๊ากกก!” นิลร้องคอที่ดีดเมื่อกี้ทำให้เจ็บมากขึ้นไปอีก

“ยังดีกว่าตรงนั้นก็แล้วกัน” ทานิกะเหล่ไปมองบนเตียงคนไข้ซึ่งกำลังมีคนไข้ที่เหมือนมัมมี่นอนให้น้ำเกลืออยู่

“ครับ แต่คุณวิลสันเองก็ถึกสุดๆไปเลยครับ” นิลพยายามหันไปมองวิลสัน แต่ก็ติดเฝือกที่ใส่อยู่ แต่การไม่ขยับคงเป็นเรื่องดีที่สุด

ตอนที่เขาได้สติก็เห็นพยาบาลช่วยกันปฐมพยาบาลวิลสันที่ถูกริสตี้อัดจนปางตาย และพวกพยาบาลยังบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะร่างกายของวิลสันทนถึกกว่าคนปกติมากหลายเท่า แผลที่เห็นจึงเป็นแผลฟกช้ำที่ไม่มีอันตรายต่ออวัยวะภายใน แต่กระดูกก็หักหลายท่อนอยู่หมอชั่วคราวเลยสั่งให้พยาบาลเฝ้าดูอาการของวิลสันไว้ ซึ่งมันก็เกิดขึ้นบ่อยมากเวลาที่ริสตี้กะจะฆ่าวิลสัน

“แต่มาคิดดูแล้ว พวกคุณก็รู้ด้วยน่ะครับว่าพวกเราเกิดปัญหาขึ้น”

“เรื่องนี้ต้องชมหัวหน้าเคิร์ก หัวหน้าเขารู้ตัวก่อน ก็เลยออกคำสั่งด่วยให้ทุกคนรีบตามหาพวกคุณ จนกระทั้งเจอพวกคุณในพายุนั้น”

ทานิกะพูด หลังจากที่หัวหน้าเคิร์กเข้ามาในตัวเรือ เขาก็ออกคำสั่งให้วิเคราะห์ตำแหน่งของพวกนิลอย่างเร่งด่วย เพราะเรือดำน้ำที่ได้จากอาเซียนอาจจะโดนวางยาไว้ และก็เป็นอย่างที่หัวหน้าคาดไว้ หลังจากที่ช่วยพวกนิลเสร็จ ยานบินไร้คนขับของอาเซียนก็ทำการค้นหาในทันที ถ้าพวกเธอมาช้ากว่านี้พวกนิลคงถูกอาเซียนจับตัวไปแล้ว

“ไม่ต้องชมฉันหรอกก็หัวหน้ามีหน้าที่สำคัญต้องรับผิดชอบชีวิตของลูกน้องทุกคน แค่นี้สบายๆ”

เคิร์กเอามือตบไหล่ทานิกะ

“อ่ะหัวหน้า ฉันไม่ได้อู้น่ะค่ะ” ทานิกะตะโกนเสียง

“เออรู้ คุยเล็กๆน้อยๆไม่ถือว่าอู้หรอก ค่อยๆหายใจช้าๆ ห้องพยาบาลควรจะเงียบๆเข้าไว้”

เคิร์กเอามือกดไหล่ทานิกะเพื่อให้พยาบาลสาวที่ตื่นตัวง่ายใจร่มๆก่อน

“นิลเองก็ไม่เป็นไรใช่ไหม”

“ครับ แค่กระดูกคอร้าวนิดหน่อย เขาบอกว่าถ้าปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ ตัวยาที่ฉีดเข้าไปจะซ่อมแซมกระดูกที่เสียหายภายใน 2 – 3 วัน”

นิลชี้ไปที่เฝือกที่ใส่อยู่

“สองสามวันเหรอ สภาพนี้คงเตรียมตัวไม่ทันแน่ เดียวฉันจะให้ฝ่ายยุทโธปกรณ์เตรียมอุปกรณ์ทั้งหมดไว้ให้ เพราะถ้าถึงฮาวายเมื่อไร เธอก็ต้องออกเดินทางต่อน่ะ” เคิร์กบอก นอกจากต้องพาลูกน้องไปถึงที่หมายให้สำเร็จ เขายังต้องไปจัดการเอกสารบางอย่างด้วย และเอกสารพวกนั้นก็มากมายมหาศาล เขาคงต้องมอบหน้าที่ให้ฝ่ายยุทโธปกรณ์จัดการอุปกรณ์ให้เหมาะกับนิลที่ยังบาดเจ็บ

“ครับผมคงต้องพักสักหน่อย กระดูกจะได้หายไวๆ”

“ระวังตัวด้วย ทานิกะพานิลกลับไปที่เตียงที”

“ค่ะ หัวหน้า” ทานิกะกดปุ่มบนโต๊ะของเธอ เก้าอี้ที่นิลนั่งอยู่ก็มีอุปกรณ์ยึดนิลไว้บนเก้าอี้ ก่อนที่มันจะเลื่อนไปที่เตียงที่ใกล้ที่สุดและวางร่างของนิลอย่างนุ่มนวล

“เธอเองก็อย่าหักโหมล่ะ สมาชิกทุกคนต่างสำคัญ” เคิร์กบอกด้วยความหวังดี “คงไม่ได้ค่ะ” ทานิกะส่ายหัว “นี้เป็นเวรของฉัน ถ้าไม่ใช่เวร ดิฉันคงไปหลับแล้ว” ทานิกะฮ้าวที่จริงแล้วมันไม่มีเวรอะไรหรอก ก็แค่เธอเป้ายิงฉุบแพ้เลยต้องมาเฝ้าเวรแทนคนอื่นๆ

“ฮ่าๆ เข้าใจล่ะ งั้นฉันไปล่ะ พวกเบื้องบนชอบให้งานฉันเยอะๆ ฉันคงต้องไปจัดการให้เรียบก่อน งั้นเจอกันวันหลังเพื่อได้ไปดื่มกับอีก” เคิร์กโบกมือและเดินออกจากห้อง เมื่อเห็นหัวหน้าเดินออกไปจากห้อง ทานิกะจึงถอนหายใจ และซดกาแฟ เนื่องจากเธอชอบแอบงีบในเวรยาม คนในหน่วยจึงลงโทษเธอมากขึ้นทุกครั้งที่เธองีบ ถึงหัวหน้าเคิร์กจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่คนในหน่วยแพทย์ก็ไม่มีใครฟังหัวหน้าเลยวสักคน ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะบอกว่า หัวหน้าเคิร์กใจดีเกินไปแล้ว

“ง่วงจังเลย” ทานิกะนั่งซึ่มถึงเธอจะดื่มกาแฟเข้าไป แต่ก็ไม่ได้ลดความง่วงแม้แต่น้อย

“มีหน้าที่ก็ต้องทำตาม ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าทำค่ะ”

“ฮือ!!” ทานิกะหันไปมองข้างหลังของเธอ ซึ่งตรงหน้าของเธอคือผู้หญิงผมสีน้ำตาลคนหนึ่งในชุดคนไข้ ที่ถือกระเป๋าสีขาวใบหนึ่ง

“สวัสดีค่ะ คุณเออ คุณ...?” ทานิกะเงยหน้าหรี่ตามองผู้หญิงที่ยืนตัวตรงตรงหน้าของเธอ ซึ่งเธอไม่น่าจะรู้จักผู้หญิงตรงหน้าเลย

“โดโรธีค่ะ” โดโรธีพูดจบก็ยืนเอกสารให้กับพยาบาลสาว

“เออใช้ หัวหน้าบอกว่าจะมีสมาชิกใหม่ด้วยนี้หว่า น้องสาวของอับดุล”

ทานิกะพยักหน้า ตอนที่เธอแอบงีบบนเตียงเธอได้ยินหัวหน้าพูดว่า อับดุลฝากน้องสาวของเธอไว้ที่นี้ แต่เธอก็ไม่ได้ฟังรูปพรรณสัณฐานที่แน่นอนเพราะตอนนั้นกำลังจะหลับ เธอแค่ได้ยินคำว่า ‘น้อง....ของอับดุล’ และ ‘คนใช้’ ซึ่งเธอแน่ใจว่าเป็นน้องสาวเพราะตรงหน้าเป็นผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย เว้นแต่ว่าจะผ่ามาเรียบร้อย

“ถ้าวันๆเอาแต่หลับไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง ดิฉันแนะนำว่าลาออกไปทำอย่างอื่นน่ะค่ะ” โดโรธีพูดออกมาเงียบๆ

“ใจร้าย” ทานิกะตะโกน

“มันเป็นหน้าที่ค่ะ” โดโรธีเอาผ้าก็อตอุดปากทานิกะในทันที

“อู้...อู้”

“อีกอย่างที่นี้มันคือห้องพยาบาล มีผู้ป่วยต้องการพักผ่อน กรุณาเงียบด้วยค่ะ” โดโรธีเน้นเสียงคำว่า ‘เงียบ’ ทำให้ทานิกะทำหน้าอึ้งกิมกี่ เมื่อเห็นว่าพยาบาลสาวเงียบแล้ว เธอก็เดินไปยังเตียงของนิล

เธอใช้นิ้วของเธอจิ้มที่ปลายคาง และถอดเฝือกออก

“ไม่ต้องห่วงค่ะ คุณจะไม่เจ็บแม้แต่น้อย”

โดโรธีเอานิ้วกดไปที่คอของนิล นิ้วของเธอทะลุเข้าไปในคอของนิลในทันที

“ไม่เจ็บเลยแหะ” นิลพูดต้องบอกว่าเขาไม่รู้สึกเจ็บตั้งแต่โดโรธีเอานิ้วแตะคาง และตอนที่เธอเอานิ้วจิ้มเข้าไปในคอ เขาเองก็ไม่รู้สึกอะไรเลย

“เธอทำได้ไงอ่ะ” ทานิกะที่ดึงผ้าก็อตออกพูดอย่างตกตะลึง ทั้งการแกะเฝือกออกโดยที่ไม่ต้องใส่รหัสปลดล็อก และการเอานิ้วเสียบเข้าไปในคอโดยที่นิลยังไม่รู้สึกอะไร

“ดิฉันบิดเบือนมิติตรงนิ้วของตัวเอง ดังนั้นไม่มีสิ่งใดบนโลกนี้ที่ดิฉันไม่สามารถทะลุผ่าน” โดโรธีพูดอย่างเงียบๆ เธอบิดศรีษะของนิลไปมาทั้งที่นิลยังเสียบอยู่ที่คอของนิล

“ความสามารถอีเลเมนต์แบบนี้สะดวกนี้น่ะ ดีกว่าการลดเสียงของฉันตั้งเยอะ” ทานิกะบ่น แต่จริงแล้วๆต้องบอกว่าเป็นความสามารถที่ต่างกันสุดๆ เธอมีความสามารถในการสร้างอาณาเขตและควบคุมความถี่ของเสียงได้ แต่เธอจะใช้ได้ดีเฉพาะเวลาเธอหลับ เพราะเพื่อเธอหลับจะไม่มีใครรู้ว่าเธอแอบหลับที่ไหนนั้นเอง

“ความสามารถทุกอย่างล้วนมีประโยชน์ ถ้าหาวิธีใช้ประโยชน์ไม่ได้ คุณนั้นแหล่ะที่ไร้ประโยชน์” คำพูดของโดโรธีเสียดแทงทานิกะอย่างจัง

“เธอใช้คำพูดแรงเกินไปแล้วน่ะ” ทานิกะพูดพร้อมกับเอานิ้วแตะกัน

“มันเป็นกฏของธรรมชาติค่ะ พระองค์เจ้าสร้างพวกเราทุกคนให้มีคุณค่า คนที่หาค่าตัวเองไม่ได้นั้นแหล่ะที่ฝ่าฝืนคำสอนของพระเจ้า”

โดโรธีมองทานิกะด้วยสายตาดูถูกมาก ทานิกะเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรก็อย่างที่ผู้หญิงคนนี้บอก เธอนั้นไม่ใช่พยาบาล แต่แค่ปฐมพยาบาลได้นิดหน่อย และทางหน่วยแพทย์ก็เลยเรียกตัวเธอมาคนจะได้เพียงพอในการปฐมพยาบาลเท่านั้นเอง

“คุณพูดแรงมากจริงๆน่ะครับ” นิลพูดและมองไปยังดวงตาของโดโรธี

“อ็อก” นิลอ้าปาก เพราะอยู่ดีๆเข้าก็หายใจออก ร่วมไปถึงทั้งตัวเองก็ขยับไม่ได้เลย

“ชีวิตของคุณอยู่ในมือของฉัน แม้แต่สตรีเพศยังสู้ไม่ได้ คุณเองก็ไม่มีคุณอะไรเหมือนกัน” โดโรธีพูดจบก็ดึงนิ้วออกมาจากคอของนิล

“ฮ่า” นิลหายใจและเอามือจับคอของตัวเอง ครั้งนี้มันไม่รู้สึกเจ็บคอเลย

“ดิฉันใช้วิชาแพทย์แผนโบราณกดประสาทเอาไว้ อาการเจ็บจะทุเลาลง คุณจะได้ทำหน้าที่ต่อจากนี้ได้สะดวก” โดโรธีหยิบกระดาษทิชชู่ซับเมือกใสๆที่เลอะนิ้วของเธอ

“ขอบคุณล่ะกันครับ” นิลถูคอของตัวเองถึงมันจะไม่เจ็บแล้ว แต่เขากูรู้สึกร้อนแปลกๆที่คอและท้ายทอย

“อย่าหักโหมค่ะ เพราะมันยังไม่หาย แค่ความเจ็บปวดหายไปเท่านั้น อาการจะแย่ลงถ้าคุณฟื้นเกินไป” โดโรธีพูด เธอเดินไปยังเตียงที่วิลสันนอนอยู่ ก่อนที่จะกดปุ่มสีดำด้านบน และหยิบเข็มที่เก็บไว้ในกระเป๋าสีขาวออก

“เธอทำได้ทุกอย่างเลยน่ะครับ” นิลพูดขณะที่โดโรธีกำลังฝั่งเข็มให้วิลสันที่กลายเป็นมัมมี่ โดยที่เธอเสียบตามร่องของเฝือกได้แม่นยำมาก

“ค่ะเก่งมาก” ทานิกะพูดด้วยความเสียใจ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ทุกคนล้วนมีแต่เรื่องที่ถนัดหรือไม่ถนัดทั้งนั้น”

นิลพูดปลอบใจทานิกะ ซึ่งพยาบาลสาวเองก็พยักหน้าให้เขาเป็นเชิงขอบคุณ

“เอาล่ะ คอหายปวดแล้วผมก็ไปหาที่นอนๆสบายๆดีกว่า เพรานอนบนเตียงคนไข้ผมรู้สึกบวมๆยังไงไม่รู้”

“บวมๆ!?” ทานิกะสงสัยเพราะคำว่าบวมๆนี้ไม่น่ามีความหมายอะไร

“ผมพูดไม่ถูกน่ะครับ ต้องบอกว่าตามตัวมันรู้สึกเกร็งๆและชาๆยังไงมันรู้”

นิลอธิบายอาการ เนื่องจากเกิดอาการทั้งสองพร้อมกัน กล้ามเนื้อเกร็งไปหมด แต่ตัวยังรู้สึกชาเล็กๆ เขาเลยบอกไปยังไง

“กล้ามเนื้อล้าสิน่ะค่ะ การกดจุดเมื่อครู่มันมีผลกระทบอยู่บ้างไม่มากก็น้อย คุณคงจะออกแรงมากๆไม่ได้ในตอนนี้” โดโรธีอธิบายที่เธอฝั่งเข็มไปเมื่อกี้ทำให้อาการปวดที่คอหายไปก็จริง แต่มันก็ทำให้ร่างกายรับภาระหนักเหมือนตอนที่เล่นกล้ามอย่างหนัก มันจะทำให้ตัวชาและออกแรงไม่ได้ แต่อาการก็ขึ้นกับแต่ละคนด้วยถ้าร่างกายอ่อนแออาจต้องนอนซมขยับไปไหนไม่ได้ ถ้าแข็งแรงอาจจะแค่ตัวชาหรือกล้ามเนื้อเกร็งเล็กน้อยเท่านั้น

“แล้วคุณโดโรธีไม่พักหน่อยเรอะครับ คุณใช้พลังมากเกินไปจนหมดสติไปรอบหนึ่งแล้วน่ะครับ” นิลเตือนเพราะตอนที่เขาขึ้นเรือ เขาเห็นโดโรธีนอนในห้องพยาบาลก่อนเขาอีก แถมยังดูเหมือนมีไข้หนักด้วย

“ไม่ต้องเป็นห่วงดิฉันหรอกค่ะ ดิฉันไม่ต้องการเป็นคนที่ทำประโยชน์ไม่ได้” โดโรธีที่ฝั่งเข็มให้วิลสันเรียบร้อยก็เดินเข้าไปที่ห้องที่เขียนว่าห้องรับรองพิเศษ

“ห้องของหวังลี้สิน่ะครับ” นิลมองไปที่ห้องรับรองพิเศษที่หัวหน้าเคิร์ก บอกว่าหวังลี้ได้พักในนั้น อาการสาหัสมากถึงจะพ้นขีดอันตรายแล้วก็ต้องพักฟื้นระยะหนึ่ง คงเป็นร่างกายที่พิเศษเธอเลยฟื้นฟูอัตราที่เร็วมาก แต่หัวหน้าก็บอกว่าเธอยังไม่เหมาะที่จะไปสู้กับใครในตอนนี้สักเท่าไร

“แต่น่าจะโอเคล่ะน่ะ ถ้าเป็นฉันโดนแบบที่จิมมี่บันทึกไว้ ฉันคงตายไปแล้ว” ทานิกะส่ายหัว เพราะจิมมี่จะพกไดร์ฟเก็บบันทึกข้อมูลไว้ และแสตนด์บายไว้ตลอดเวลา พวกหัวหน้าจึงสามารถดูบันทึกการต่อสู้ทั้งหมดได้  

“เธอไปเถอะ ก็อย่างที่เธอบอกว่าฉันยังมีหน้าที่ต้องทำ”

ทานิกะบอกนิล

“ก็ได้ครับ แต่อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยล่ะ” นิลเตือนด้วยความหวังดี

“พูดเหมือนหัวหน้าเลยน่ะ ก็ได้ค่ะฉันจะดูแลตัวเองให้ดี แต่เธอก็อย่าลืมด้วยล่ะ” ทานิกะพูดพร้อมกับเอานิ้วเขี่ยบนหน้าอกของนิล มันน่าแปลกมากที่เธอรู้สึกดีแบบนี้ เวลาคุยกับหัวหน้ายังไม่รู้สึกดีแบบนี้เลย

“ครับ” นิลออกไปจากห้อง ซึ่งเขาปิดประตูเลื่อนในเรือและเดินไปตามทางเดินสีขาว

ต๊อก!!

นิลหันไปทางทิศเสียงที่ผิดปกติ เขาก็พบว่ามีขวดน้ำกำลังกลิ้งอยู่บนพื้น ทำให้เขาถอนหายใจ เพราะเขาคิดว่าเขาอาจจะคิดไปเองก็ได้

“ไงนิลคุง คอหายแล้วเหรอ” โฮชิโบกมือให้นิลที่เดินอยู่ โดยที่เธอเดินออกมาจากมุมกำแพงและทักทายจนนิลสะดุ้งตาโตไปครู่หนึ่ง

“ก็คุณโดโรธี เขารักษาแบบพิเศษให้ มันก็เลยไม่เจ็บแล้วล่ะครับ แต่ก็ต้องไม่ให้มันกระแทกน่ะครับ ไม่งั้นมันจะหนักกว่าเดิม”

นิลเอานิ้วแตะตรงท้ายทอยตัวเอง ซึ่งตอนนี้เขารู้สึกปวดเล็กน้อย หลังจากที่อาการล้าเริ่มหายไป

“งั้นเหรอ งั้นนิลคุงก็ไปที่ห้องของเจจังสิ เจกำลังรอนิลอยู่เลย แถมไม่ยอมหลับไม่ยอมนอนด้วย ถ้านิลคุงไม่ไปหา ฉันก็เลยจะมาตามแล้วเจอกันพอดีเลยล่ะ” โฮชิทำหน้าหนักใจ เพราะเจดื้อมากไม่ยอมหลับเลย เอาแต่ลืมตาค้างมองเพดานไม่หลับไม่นอน ริสตี้ต้องกล่อมให้หลับ ซึ่งเธอก็เลยคิดจะชวนนิลไปนอนด้วย แต่ใครว่านิลมาหาเธอเสียเอง

“ก็ได้ครับ ผมเองก็รู้สึกเหงาๆเวลาไม่ได้อยู่กับเจเหมือนกัน”

นิลพูดด้วยรอยยิ้ม

“แน้ะ รักเด็กน่ะเรา” โฮชิพูดจบก็ดึงมือของนิลและเอาแท็บเล็ตของเธอวางให้นิล

“ฉันจะไปเอาขนมสักหน่อย เธอไปก่อนล่ะกันน่ะ แต่ฉันเป็นไหมน่ะ”

โฮชิถามเพราะเธอไม่แน่ใจว่านิลในตอนนี้จะใช่ระบบแผนที่เป็นไหม

“ผมทำได้ครับ ไม่ต้องห่วงครับ” นิลตอบ

“งั้นฉันไปล่ะ เจอกันที่ห้องน่ะ” โฮชิโบกมือ ก่อนที่จะกระโดนโลนเต้นไปยังที่ปลายทางที่เขียนว่า แผนกเสบียง

นิลที่เห็นดังนั้นจึงเดินไปตามพิกัดที่ระบุไว้ในแท็บเล็ต แต่เขาก็หันมามองทันที และหัวเราะออกมา เพราะตรงหน้าของเขาคือโฮชิที่หัวเราะแหะๆ เพราะเธอสะดุดขวดน้ำล้มนั้นเอง

“ระวังหน่อยน่ะครับ”

“จ้า จ้ะ แล้วเจอที่ห้องน่ะ” โฮชิลุกขึ้นปัดก้น และวิ่งไปอย่างรวดเร็ว

“ร่าเริงดีจังเลยน่ะครับ” นิลยิ้มจนแก้มแทบปริบ ก่อนที่เขาจะเลี้ยวซ้ายตรงหัวมุม

“ชายที่ชื่อนิลก็โอเคดีนิ” เสียงๆหนึ่งดังออกมาจากห้องเสบียง ทำให้โฮชิโนะเปลี่ยนสีหน้า

“แกเองก็เหมือนกัน คิดจะมาหยามกันหรือไง”

เสียงของโฮชิเต็มไปด้วยความดุดัน

“ฮึ เข้ามาสิ” เสียงปริศนาเรียกให้โฮชิเข้าไปที่ห้องเสบียง

“อย่าก่อเรื่องไม่เป็นเรื่อง” โฮชิพูดพร้อมกับมองไปยังห้องเสบียงเพื่อหยิบสิ่งที่เธอต้องการ

“ไม่ต้องห่วงพวกเวรยาม ผมเอาแค่สลบไม่มีใครตาย และไม่มีทางที่จะสาวตัวไปถึงคุณด้วย” เสียงลี้ลับภายใต้ผ้าคลุมสีเทาขาดๆพูดพร้อมกับหยิบน้ำออกมาขวดหนึ่งเพื่อที่จะดื่มดับกระหาย

“นี้สิ่งที่ต้องการ” โฮชิโนะวางแท็บเล็ตขนาดเล็กอันหนึ่งบนพื้น ก่อนที่จะเดินออกไป

ปึง!!!

“คิดจะทำอะไร นาระ” โฮชิพูดเพราะเธอถูกชายคนนั้นใช้แขนกดที่คอและกระแทกเธอบนพื้นเรือ

“หึ นั้นสิ แต่จะให้พูดก็เป็นคุณที่ให้ที่ซ่อนผมไม่ใช่หรือไง”

ชายคนนั้นดึงผ้าคุมสีเทาออก

“อีกอย่างตอนนี้ผมชื่อ แฟนท่อมเรียกให้ถูกด้วยล่ะ” แฟนท่อมเลียที่คางของโฮชิโนะและค่อยๆไล่อย่างช้าๆไปจนถึงใบหู ส่วนแขนก็ไล่ลงตั้งแต่คอไปยังหน้าออก เขาออกแล้วกระชากเสื้อนอกของโฮชิโนะจนหลุดออก แต่ก็ถูกมือของโฮชิโนะสกัดไม่ให้ลงต่ำกว่านี้

“อย่าเรื่องมาก คงไม่อยากให้เกิดเรื่องใช่ไหม” โฮชิพูดก่อนที่จะเอามือตบหน้าของแฟนท่อม

“นั้นสิน่ะ” แฟนท่อมที่ได้ยินคำนั้นจึงลุกขึ้นและเอามือถูหน้าของตัวเองที่มีรอยบาดลึก แต่ไม่มีเลือดออกสักหยดเดียว

“ยังไงพวกเราก็ยังทำงานร่วมกันได้ แต่ถ้าถึงเวลาผมฆ่าคุณแน่”

แฟนท่อมพูดจบเขาก็เดินหายเข้าไปในมุมมืดของห้อง

“พวกเดียวกันเหรอ คนทรยศ!!”

โฮชิโนะพูดพร้อมกับเอามือบังหน้าอกที่ตอนนี้บาร์ที่เธอใส่ไว้มันถูกแรงกระชากของแฟนท่อมจนมันขาด

ตู๊ดๆ !!! เสียงมือถือที่โฮชิโนะเหน็บไว้ที่เอวดังขึ้น

“ฮัลโหล ริสตี้” โฮชิโนะรับสายของริสตี้ด้วยน้ำเสียงหนักใจ

“ทำไมมาช้าอย่างงี้ ห้องเสบียงมันใกล้ๆเองน่ะ” ริสตี้บ่นงุบงิบ

โฮชิโนะมองไปที่หน้าอกของตัวเองที่ใช้แขนข้างหนึ่งบังไว้

“ก็พอดีหกล้มและบาร์มันหลุดน่ะก็เลยเสียเวลา” โฮชิโนะพูดด้วยเสียง่าเริง

“เหรอ งั้นเดียวฉันไปหาน่ะ จะได้เอาชุดไปให้” ริสตี้พูด

“ไม่เป็นไรที่เดียวฉันต้องเอาขนมไป เดียวเอาบังไว้ก่อนก็ได้ คนที่ห้องเสบียงเองก็เอาผ้ามาให้ฉันใช้อยู่ เดียวไปเปลี่ยนที่ห้องจะสะดวกกว่า”

โฮชิโนะพูดก่อนที่จะหยิบผ้าสีเทาที่แฟนท่อมทิ้งไว้มาผูกหน้าอกไว้

“งั้นจะให้เจ้านิลไปมุดในห้องน้ำ เธอรีบมาล่ะ” ริสตี้ดับสาย

“ริสตี้” โฮชิโนะเอามือกุมโทรศัพท์ไว้แน่น น้ำตาของเธออาบแก้ม

“ริสตี้ ฉันขอโทษ” โฮชิเช็ดน้ำตาของเธอก่อนที่จะแบกเสบียงกลับไปที่ห้อง และเมื่อประตูของห้องเสบียงปิดลง

“คนทรยศ มันยังดีว่าคนโกหกก็แล้วกัน” แฟนท่อมที่กำลังนั่งไขว้ห้างในมุมมืดของห้อง แสยะยิ้มหลังจากที่ได้เห็นสิ่งที่โฮชิโนะทำลงไปทั้งหมด




NEKOPOST.NET