P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 44 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.44 - การอบรมบมเพาะพื้นฐาน


วันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 21: 10น.

ที่ใดสักที่นอกชายฝั่งลอสแองเจลิส

“เวรเอ่ย นิลช่วยฉันทีดิ”

วิลสันตะโกนออกมาขณะที่กำลังยื่นตัวออกมาพายเรือดำน้ำที่กำลังลอยสู้คลื่นน้ำที่รุนแรง

“ครับ” นิลช่วยวิลสันพายเรือดำน้ำที่ตอนนี้กำลังลอยโทงๆอยู่กลางทะเลหลังจากเครื่องยนต์ทั้งหมดเกิดดับลงกลางคันและทั้งสองต้องออกแรงใช้ไม้พายสำรองช่วยกันพายไปยังจุดนัดพบ แถมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าบริเวณนี้ยังเพิ่มขึ้นผิดปกติทำให้เขาติดต่อหัวหน้าด้วยเครื่องสื่อสารไม่ได้เลย

“ทั้งสองคนพยายามเข้าน่ะ” เจยิ้มแย้มขณะกำลังเกาะหลังของนิล ทางนิลเองก็ยิ้มให้พร้อมกับหยาดเหงื่อ เพราะพวกเขาทั้งสองคนต้องออกแรงพายมาตั้งสองชั่วโมงที่แล้วบวกกับคลื่นลมและคลื่นทะเลที่เพิ่มขึ้นผิดปกติทำให้พวกเขาต้องควบคุมตัวเรือไม่ให้มันถูกพัดเข้าฝั่ง

“ตายห่าแน่” วิลสันบ่นเพราะแผนที่สภาพชั้นบรรยากาศฉุกเฉินมันบอกว่าได้มีพายุเฮอริเคนก่อตัวขึ้นและมันยังอยู่ด้านหน้าอีกไม่ถึง 200 กิโลเมตร

“คุณวิลสันข้างหน้าครับ” นิลชี้ไปยังด้านหน้าถึงตอนนี้จะมืดแล้วแต่เขาก็เห็นประกายแสงแปลกๆอยู่ตรงสุดขอบฟ้าที่มีแสงสีเขียวกระจายตัวเป็นแถบๆ

“คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหรอ? นิลจัดการแทนฉันที” วิลสันก้มเข้าไปในเรือดำน้ำจิ๋วอีกครั้ง เขาดึงสายไฟออกมาจากกระเป๋ากางเกงและเสียบเข้าไปที่ระบบเชื่อมต่อของระบบคอมพิเวเตอร์สำรอง

“ครับ” นิลคว้าไม้พายก่อนที่จะออกไปยืนนอกเรือ นิลไม่ลืมที่จะใส่รองเท้าแม่เหล็กเพื่อไม่ให้เท้าของเขาหลุดออกจากเรือ และเสริมด้วยแท่งแม่เหล็กที่ติดอยู่ตรงบั้นท้ายเพื่อรักษาสมดุลไม่ให้หน้าทิ่มขณะพายเรือ

“โอเคติดแล้ว” วิลสันกดปุ่มเปิดระบบคอมพิวเตอร์ด้วยไฟสำรองที่เขาพกติดตัวไว้เสมอ แต่เพราะมันสิ้นเปลืองพลังงานมากถ้าใช้อินเตอร์เน็ตหรือกับคอมพิวเตอร์แรงๆเขาก็เลยไม่อยากใช้เท่าไร

“ทำไมไม่ช่วยพี่นิลค่ะ” เจทุบวิลสันที่กำลังพิมพ์รหัสบางอย่าง อย่างแรง

“โอยๆ พอเถอะเจ็บน่ะ” วิลสันเอามือข้างหนึ่งป้องกันกำปั้นของเจที่ทุบใส่เขาอย่างไม่ปราณีถึงแรงของเจจะน้อยก็เถอะ แต่สำหรับเขาที่ตัวล้าเพราะเกิดเรื่องตั้งมากมาย เขาจึงเจ็บมากเวลาโดนกำปั้นทุบลงบนกล้ามเนื้อที่ปวดล้า

“นิลพอได้แล้ว กลับเข้ามา”

“ครับ” นิลเก็บไม้พายเข้าไปในเรือด้วยความช่วยเหลือของเจที่ยิ้มแย้มให้เขา แต่ทำหน้ายักษ์ใส่วิลสัน ซึ่งนิลเองก็ได้แต่อมยิ้มเอาไว้ในใจ เพราะสมองของเขาเริ่มที่จะคิดแบบผู้ใหญ่ขึ้นทุกๆครั้งที่เขาหลับ เขาจึงดีใจที่เจยังใจดีกับเขา

นิลก้มตัวลงเอาแขนข้างหนึ่งจับที่ประตูทางเข้าและถอดแม่เหล็กที่บั้นท้ายออก และเก็บมันไว้ที่ด้านในของประตูเหมือนเดิมก่อนที่จะค่อยๆเดินเข้ามา

“เข้ามาแล้วใช่ไหม งั้นฉันปิดล่ะ” วิลที่เห็นนิลเข้ามาแล้วออกคำสั่งให้ปิดทางเข้าเรือดำน้ำ และควบคุมเรือดำน้ำดำลงสู่ทะเลในทันที

“ทำไมไม่ใช่ตั้งแต่แรกล่ะครับ” นิลถามเพราะถ้าวิลสันเสียบตั้งแต่แรก พวกเขาก็ไม่น่าจะพายจนเหนื่อย

“ใช่ วิลสันเป็นเจ้าโง่”

“อึ้ย” วิลสันส่งเสียงเพราะเจไปจำความพูดแบบนี้มาจากที่ไหนกัน ริสตี้หรือวิลด่าก็ไม่เจ็บเท่าโดนเจด่า

“มันใช่ได้ที่ไหนเล่า” วิลสันแย้ง “ระบบดับทั้งหมด ฉันเลยใช้แบตเตอรี่สำรองเชื่อมกับ ระบบฉุกเฉิน แต่มันก็อยู่ได้แค่แปปเดียวเท่านั้น แบตหมดเราก็ลอยดุ่มๆเหมือนเดิม ดีไม่ดีได้ถูกกระแสน้ำใต้ทะเลพัดไปที่ไหนก็ไม่รู้ ถ้าพายุไม่มาฉันคงไม่นำเรือลงน้ำหรอก” วิลสันอธิบายเหตุผล เพราะเรือดำน้ำลำนี้เป็นเรือดำน้ำส่วนตัวรุ่นเก่าใช้ดำน้ำเล่นสำหรับคนมีเงินในสมัยนั้น และเสริมด้วยระบบสั่งการคอมพิวเตอร์ แล้วระบบขับเคลื่อนและระบบไฟฟ้าดันพังเสียก่อน เขาเลยใช้แบตเตอรี่เสียบเข้าโดยตรงเพื่อสั่งการชั่วคราว แต่ถ้าไฟหมดก็จบกัน ร่วมถึงอาหารในเรือก็ไม่พอสำหรับสามคนด้วย ถึงหัวหน้าเคิร์กจะเตรียมอาหารแห้งและน้ำไว้เพื่อเกิดเหตุฉุกเฉินแบบนี้แต่มันก็ได้แค่วันเดียวเท่านั้น เจเหรอหล่อนคงอยู่สบายหน่อย แต่เขากับนิลคงอดตายแน่ๆ เพราะนิลคงยกอาหารทั้งหมดให้เจเก็บไว้กินคนเดียว

“งั้นพวกเราต้องอยู่ในน้ำนานขนาดไหนล่ะครับ” นิลถามวิลสันที่กำลังป้อนรหัสคอมพิวเตอร์

“จากที่คำนวณไว้เราต้องดำลึกประมาณ 100 เมตรเป็นอย่างต่ำเพื่อป้องกันผลกระทบของพายุ แต่ฉันไม่รู้ว่าพายุมันใหญ่ขนาดนั้น ถ้ามันใหญ่เกินไปก็ต้องดำลึกกว่านี้ และถ้าลึกกว่านี้ฉันก็ไม่แน่ใจว่าเรือดำน้ำนี้จะทนแรงดันน้ำที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 บาร์ได้หรือเปล่า” วิลสันพูดพร้อมกับดูโค้ดทั้งหมดที่กำลังบอกบางอย่างกับเขา ก่อนที่เขาจะเอานิ้วเคาะหน้าปัดวัดแรงดันที่ไม่ทำงานเพราะไม่มีไฟใช้ ซึ่งเดิมมันเป็นระบบบอกแรงดันน้ำ สร้างม่านพลังอีเลเมนต์เพื่อป้องกันแรงดันน้ำ แต่เนื่องจากไฟดับมันจึงกลายเป็นแค่เรือดำน้ำโบราณที่ไม่รู้ว่าจะถูกแรงดันน้ำบี้จนเป็นเศษเหล็กเมื่อไร

“พอจะแก้ไขอะไรได้บ้างครับ” นิลพูดขณะที่ยังเอามือแล่นตบแปะกับเจอยู่ เพราะเขาคิดว่าน่าจะช่วยอะไรได้บ้าง

“ดวง เพราะว่าต้องรอพวกหัวหน้าหาเราพบ แต่ถ้าเรื่องที่แกบอกว่าเห็นเส้นแสงขอบฟ้าเป็นจริงไม่ใช่ภาพลวงตา เราก็รอด” วิลสันพูดถึงเรื่องที่นิลบอกถึงเหตุการณ์ที่มีเส้นแสงสีเขียวเกิดขึ้นที่ริมขอบฟ้า ถ้าเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบที่เขาคิดจริงๆ พวกเขาก็พอจะมีทางรอดโดยไม่ต้องเพิ่งดวงอยู่

“นิลเอานี้แปะตรงประตูข้างบนที” วิลสันหยิบวงแหวนสีดำที่เก็บอยู่ในกระเป๋า และให้นิลเอามันไปครอบที่ประตูของเรือดำน้ำที่อยู่ด้านบนที่สุดของเรือดำน้ำ ซึ่งมันเป็นประตูวงกลมที่ใช้กระจกนิรภัยเพื่อทำให้มองเห็นด้านนอกได้สะดวก แต่แค่ตอนนี้เป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 3 ทำให้ทะเลได้รับการปนเปื้อนอย่างหนัก บนทะเลเหนือกระจกจึงเห็นเป็นคราบสีดำลอยอยู่ด้านบนเท่านั้น แทบไม่เห็นสีน้ำทะเลเลย

“Thank ต่อมาเอาวงแหวนอันนี้ครอบอีกชั้นแล้วเอาสายไฟสีนี้เสียบซ่ะ”

วิลสันยื่นวงแหวนสีขาวให้ นิลจึงนำไปประกอบกับวงแหวนอันเดิม แต่เขาต้องหมุนให้มันเชื่อมต่อกันได้

“แล้วต้องใช้สายไฟอันไหนเสียบช่องไหนกันบ้างครับ” นิลถามเพราะสายไฟมีทั้งหมด 5 สี สีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง สีเขียว และสีดำ แต่ตัวเสียบกลับไม่มีสีอะไรหรือตัวอักษรบอกเลยแม้แต่น้อย

“ไม่ได้เรื่องเลย” ตาของวิลสันมองไปยังนิลดวงแววตาเหยียดหยาม

“อย่ามองนิลแบบนั้นน่ะ วิลสันคนไม่ดี” เจเอามือทุบวิลสัน ก่อนที่วิลสันจะหันมามองด้วยแววตาดุจนเจทำตัวรีบเลย

“คุณวิล อรุณสวัสดิ์ค่ะ” เจพูดเสียงออกเพราะตรงหน้าของเธอไม่ใช่วิลสันที่ใจดี แต่เป็นวิลที่ดุมาก “ไม่ต้องมาพูด ตอนนี้มืดแล้วไม่ได้เช้าซ่ะหน่อย”

วิลเถียงกลับไปโดยที่หางตาเขาไม่ลืมมองที่นิลทำสีหน้าไม่พอใจมาก

“เออลืมไปว่าเจสำคัญกับแกมาก” วิลขบฟันก่อนที่จะแย่งสายไฟทั้งหมดบนมือของนิลเพื่อที่จะเชื่อมระบบทั้งหมดด้วยมือของเขาเอง

วิลเสียบสายไฟด้วยความเร็วสูงโดยไม่เสียจังหวะแม้แต่น้อยทั้งที่เขากำลังมองทั้งสองอยู่ และยังหยิบเข็มที่เก็บไว้ที่ไหล่จิ้มที่รูโค้ดขนาดเล็กเพื่อออกคำสั่งอย่างแม่นยำ

“หึ คนหนึ่งมองด้วยความกลัว คนหนึ่งด้วยความโกรธ แต่ก็เถอะทั้งฉันทั้งวิลสันต่างเป็นพวกชอบยั่วอารมณ์อยู่แล้ว” วิลพูดจบก็หยิบกระสุนสีขาวออกมาจากรองเท้าของเขา และมอบมันให้นิล

“นายจะเอาหรือไม่เอาก็ได้” วิลบอกกับนิล ซึ่งนิลก็มองเขาอย่างหวาดระแวง “จะให้ผมเอาไปทำอะไร” นิลถามวิลสันเพราะกระสุนสีขาวนี้มีขนาดเล็กมากถึงความทรงจำของเขาจะหายไปแต่ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่ามันใช่ได้กับปืนที่มีลำกล้องมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 0.3 เซนติเมตร ซึ่งมันเล็กกว่ากระสุนขนาด .22 LR ที่เล็กมากๆเสียอีก ต้องบอกมันคล้ายไม้จิ้มฟันเอามาหมัดรวมกันมากกว่า เพราะนอกจากเล็กแล้ว มันยังมีลักษณะเหมือนมีแท่งสีขาวจำนวนมากประกอบกัน

“ต้องสาธิตสิน่ะ ยังไงกว่าจะเข้าเขตคลื่นรังสีก็ยังใช้เวลา” วิลพูดเสร็จก็หยิบชิ้นส่วนของปืนที่ชิ้นเล็กชิ้นน้อยของเขาซ่อนอยู่ในกระเป๋าออกมาประกอบเหมือนเดิม ซึ่งนิลเองก็มองยังไม่ละสายตา และตะลึงในความเร็วในการประกอบที่ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 20 วินาทีก็สามารถประกอบปืนได้ถึง 4 ชนิด

วิลควงปืนก่อนที่จะวางอยู่ตรงโต๊ะเล็กๆที่อยู่ในเรือมันมีปืนแม็กนั่มขนาด .50 สีดำ ปืน Colt m1911 สีเขียวขี้ม้า ขนาด 11 มม ปืนลูกซองสีดำขนาด 10 เกจ และปืนไรเฟิลล่าสัตว์ขนาด .22 ด้วย แต่จุดที่คล้ายคลึงกันของปืนทั้งหมดคือสามารถมองเห็นกระสุนที่บรรจุในรังเพลิงได้ชัดเจน

“ปืนพวกนี้ล้วนแต่เป็นของเก่า ฉันเลยดัดแปลงให้ใช้กระสุนแบบใหม่ได้และกระสุนที่กำลังให้ดูอยู่นี้เป็นกระสุนแบบพิเศษที่มีเพียงนัดเดียวในโลก”

วิลพูดจบก็ถอดส่วนท้ายของปืนไรเฟิลล่าสัตว์และบรรจุกระสุน ทันที่ที่กระสุนเข้าไปในตัวปืนก็มีแสงสีแดงออกมาจากตัวกระสุน

“มันสามารถขยายตัวให้เข้ากับลำกล้องปืนที่เหมาะสมได้โดยอัตโนมัติ”

วิลพูดเสร็จก็ดึงกระสุนออก และบรรจุเข้าในปืนลูกซอง ครั้งนี้สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของกระสุนได้ว่ามันขยาดตัวออกก่อนที่จะหมุนล็อกเข้ากับลำกล้อง เมื่อวิลเห็นนิลเข้าใจแล้ว เขาจึงเปลี่ยนให้ดูกับปืนอีกสองชนิด ซึ่งกระสุนสามารถจัดรูปแบบให้เหมาะกับปืนทุกชนิดได้

“แง พี่นิลใจร้าย สนใจแต่วิล” เจร้องไห้ทำให้ยิลต้องปลอบโยน แต่เขาก็ยิ้มกว้างให้ ทำให้เจกับมายิ้มอีกครั้ง เพราะตอนนี้เจยิ้มแล้วเขาจึงสบายใจ รังสีอำมหิตที่ปล่อยออกมาจึงหายไป

“แล้วแกจะเอาไหม ถ้าไม่เอาฉันจะได้เก็บ”

“ทำไมถึงให้ผม” นิลถามเพราะเขาเองก็ได้ยินบุคลิกอีกด้านของวิลสันที่ชื่อวิล และเป็นคนที่ดุเอาแต่ใจไม่แพ้ริสตี้ ถึงจะถูกริสตี้กระทืบปางตายได้ ถ้าบังเอิญริสตี้จ๊ะเอ่กับวิลเข้า วิลก็คงไม่รอด

“เพราะอลันฝากฉันมาให้แก ที่มันมีนัดเดียวก็เพราะว่าตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา” วิลพูดตามตรง

“เกิดอะไรขึ้นกับเขาครับ” นิลจับไหล่ของวิลด้วยสีหน้าร้อนรน

“ฐานเก่าของเราเกิดระเบิดขึ้น คนอื่นๆต่างคาดว่าอลันตายแล้ว แต่ฉันก็ไม่รู้หรอกน่ะ เพราะฉันเองก็ฟังเขามาอีกทีหนึ่ง” วิลตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาของนิลกับน่ากลัวมาก เพราะอลันเองก็เป็นคนที่เชื่อใจในตัวของเขามากที่สุด ตอนที่เข้าฟื้นเขาก็พบว่าคนอื่นๆมองเขาดูแววตาที่เปลี่ยนไป

“เรื่องของอลันกับนายฉันคงไม่รับรู้ด้วย แต่ในเมื่อเจ้าสิ่งนี้เขาอยากให้นาย ฉันก็จะให้ แต่ถ้านายยังไม่เอา ฉันก็จะรับฝากไว้ก่อน” พูดจบวิลก็แยกชิ้นส่วนปืนและดึงกระสุนเก็บเข้าไปที่รองเท้าของเขาตามเดิมในทันที

ตอนนี้นิลคงเอาไม่ได้แล้ว เพราะวิลไม่มีแววตาที่จะยกให้เขาเลยคงต่อรอครั้งหน้าที่วิลเสนออีกครั้ง แต่มันจะอีกนานเท่าไร วิลเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัวมากผิดกับวิลสัน เขาคงต้องขอวิลสันเอง แต่เขาไม่แน่ใจว่าวิลสันจะช่วยเขาได้หรือเปล่า

“ถ้าคิดจะให้วิลสันเอาให้แกล่ะก็ ฝันไปเถอะ เพราะฉันมีสิทธิ์ขาดในการใช้ร่างนี้มากกว่ามัน” วิลพูดดัก ‘เห้ยไงพูดแบบนั้น เรามันคู่หูกันไม่ใช่เหรอ’

วิลสันแย้งเสียงดังในหัวของวิล เขาค่อนข้างไม่พอใจที่วิลมักจะเข้ามายึดร่างเขาไปใช้โดยไม่บอกกล่าว ผิดกับเขาที่จะได้ร่างคืนก็ต่อเมื่อวิลอนุญาต

“หุบปากซ่ะ วิลสัน” วิลพูดกับตัวเองและพยายามใช้ดวงตามองขึ้นให้สุด เพื่อที่จะไล่เสียน่ารำคาญของวิลสันในหัวออกไปให้หมด

“ทั้งคู่นั้นแหล่ะที่เงียบไปเลย” เจตะโกนเสียงดังด้วยหน้าที่บวมแดง

“Shit!!” วิลบ่นออกมาเล็กๆ แต่เขาเน้นเสียงชัดเจน เจเองก็ดูเหมือนจะไม่พอใจมากขึ้นถึงเธอจะไม่รู้ว่าคำพูดที่วิลพูดออกมาคืออะไร แต่เธอรู้ว่ามันไม่ใช่คำพูดไพเราะแน่นอน

“เดียวจะเอาไปฟ้องพี่ริสตี้แน่” เจขู่

“เอาดิ ไม่เห็นกลัว” วิลขบเขี้ยวเสียงดังและโชว์ฟันของเขา

“วิลน่ากลัว” เจเข้าไปสวมกอดนิล และร้องไห้

‘เห้ย! ไปท้าทายทำไม กูซวยน่ะเว้ย’ วิลสันตะโกนเสียงดังในหัวของวิล

“ชั่งหัวแกไม่เกี่ยวกับฉัน” วิลหลับตาตอบอย่างเยือกเย็น

ทางนิลเองก็มองไปทางวิลและเจสลับไปมา เขารู้ดีว่าวิลไม่น่าจะงัดข้อกับริสตี้ตรงๆได้ สิ่งเดียวที่วิลทำก็ง่ายๆคงจะสลับตัวกับวิลสันให้วิลสันรับเคราะห์ทั้งหมดแทนเป็นแผนที่ชั่วร้ายมากๆ

ครืน!!!

“เหวอ” นิลส่งเสียงตกใจทันที่ๆเรือดำน้ำเกิดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

“เย้” แต่เจกับส่งเสียง ดีใจในทันทีผิดกับเมื่อกี้ที่ยังร้องไห้

“ถึงแล้วเหรอ เร็วกว่าที่คิด แต่ก็โอเคจะได้สบายๆหน่อย”

วิลสันบิดขี้เกียจก่อนที่จะพิมพ์โค้ดอย่างรวดเร็ว ครั้งนี้แผงวงจรจำนวนมากบนวงแหวนเปล่งแสงสีแดงออกมา

เปรี้ยง เปรี้ยง!!!!

เสียงกระแสไฟฟ้ากระทบกับโลหะภายนอกเรือดังจนเข้ามาในตัวเรือ ซึ่งเสียงมันดังมากจนนิลต้องเอามืออุดหู ก่อนที่เขาจะเพิ่งนึกได้ว่าเจยังไม่มีอะไรอุดหู เขาจึงจะหาอะไรอุดหูให้

แต่ก็พบมือของวิลที่ถือผ้าใยกันเสียงอุดหูให้เจเรียบร้อย ซึ่งเจก็มองหน้าพวกเขาทั้งสองคนด้วยความสงสัย ส่วนวิลที่สวมหูฟังตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ก็ส่ายหัวไปมาเป็นนัยว่า ‘แกรู้สึกตัวช้าไปยังใช้ไม่ได้’

แว๊บ! ทันที ที่เสียงหายไปก็เกิดแสงสีเขียวส่องเข้ามาในตัวเรือ ซึ่งแสงนั้นสว่างมากจนพวกเขาทุกคนต้องหลับตา

นิลยังเห็นได้เล็กน้อย เขาเห็นวิลเอาตัวบังแสงให้เจทำให้เขาคิดว่าถ้าวิลไม่ติดนิสัยเอาแต่ใจ เขาเองก็คงเป็นคนดีมากๆคนหนึ่ง แต่สีหน้าของวิลนั้นดูไม่ค่อยดีเท่าไรเพราะปากที่สั่นๆ และคิ้วที่ขมวดจนเกือบชนกันคงบอกได้คำเดียวว่าดูไม่ดีเลย

ส่วนเจเองก็ไม่แพ้กันเธอหลับตาสนิททันทีที่เห็นแสง และมีน้ำตาไหลออกมาด้วย ที่ยังคงปกติอยู่คงมีแค่เขาเท่านั้น แต่เอาจริงๆเขาเองก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจกับแสงนี้เหมือนกัน

แสงสีเขียวอยู่นานประมาณ 20 วินาทีแสงก็อ่อนลงจนเหลือแค่เป็นแสงที่สว่างพอๆกับหลอดไฟนีออนสีเขียวแทน

“ว้าว” วิลหลุดปากออกมาเล็กน้อยกับปรากฏการณ์ที่อยู่ตรงหน้าเขา

แปะ!!!

“นายลืมตาได้แล้ว ไม่เป็นไรแล้วล่ะ” วิลเอามือตบหัวนิลทีหนึ่ง

“ครับ” นิลเอามือลูบหน้าผากตัวเองเพราะวิลตบจนหน้าผากเขากระแทกเข้ากับที่จับด้านในตัวเรือ แต่ยังดีที่เลือดไม่ออกแค่มันเป็นรอยจ้ำแดงหน่อยๆ

“สวยจังเลย”

เจพูดพร้อมกับมองออกไปนอกกระจกเรือดำน้ำที่ส่องแสงสีเขียวอ่อน สีนวลที่ลอยอยู่เหนือพวกเขา เด็กสาวมองแสงสีเขียวนวลด้วยรอยยิ้มเพราะมันสวยมาก และรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น

“ปรากฏการณ์พายุคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสีคราม” วิลพูดออกมาเงียบๆก่อนที่จะนำเรือดำน้ำขึ้นสู่ผิวน้ำอีกครั้ง

เมื่อเรือดำน้ำขึ้นสู่ผิวน้ำ วิลก็ปลดล็อกออกก่อนที่จะเก็บแผงวงจรทั้งหมดและเปิดประตูเรือดำน้ำเพื่อรับอากาศจากภายนอก

“อากาศมัน” นิลเอามือลูบจมูกและไล่ไปถึงคอ ตอนแรกเขารู้สึกอึดอัดเล็กน้อยตอนที่อยู่ในเรือ แต่ตอนนี้เขารู้สึกแปลกๆที่โพรงจมูกไล่ไปถึงคอจะบอกว่าแปลกก็ไม่ถูกต้องต้องบอกว่ามันโล่งและสดชื่นเอามากๆ มากกว่าแต่ก่อนอีก

“สดชื่นใช่ไหมล่ะ” วิลปีนออกไปนอกตัวเรือและยื่นขาไปภายนอก

“ระวังด้วยครับ” นิลเอามือยื่นไปคว้าแขนของวิล แต่วิลกับปัดแขนทิ้งและกระโดดไปบนพื้นน้ำที่ส่องแสงสีเขียวนวล

พื้นน้ำรับน้ำหนักของวิล ก่อนที่เขาจะเดินบนพื้นน้ำเหมือนมันเป็นพื้นดิน

“นายก็พาเจลงมาด้วยสิ อย่าลืมมองฟ้าล่ะ” วิลพูดพร้อมกับชี้ไปยังท้องฟ้า

นิลอุ้มเจเดินออกมาจากตัวเรือ เจเองก็กอดนิลเอาไว้แน่น และสิ่งที่วิลบอกก็อยู่ต่อหน้าทั้งสอง ลมสีเขียวอ่อนที่ล้อมรอบพวกเขาและท้องฟ้าสีฟ้าอ่อนที่เหมือนตอนกลางวัน

“สนุกไหมล่ะ” วิลเดินบนพื้นน้ำและเขาเองก็ใช้มือตักน้ำขึ้นมาโชว์ให้นิลดู

“มันคืออะไรเหรอครับ” นิลวางเจลงบนพื้นอย่างช้าๆ ทันทีที่เท้าของเจถึงพื้น เธอก็เขย่งพื้นน้ำก่อนที่จะกระโดดโลดเต้นไปมา

“หนูวิ่งบนน้ำได้ด้วยล่ะ” เจหมุนตัวเหมือนเต้นบันเล่ต์ ชายกระโปรงสีน้ำตาลของเธอโบกสบัด เมื่อชายกระโปรงสัมผัสพื้นน้ำ ชายกระโปรงสีน้ำตาลของเธอก็เปียกในทันทีโดยที่มันไม่มีสีเขียวเลอะติดมาด้วย

“นายก็พอจะรู้นี้ว่าหลังสงครามโลก โลกเราก็ปนเปื้อนสิ่งสกปรกหรือไม่ก็สภาพอากาศแปรปวนมาก” วิลอธิบายก่อนที่เขาจะนอนลงบนพื้นน้ำ

“ใช่ครับ ถ้าไม่ใส่หน้ากากกันพิษผมคงรู้สึกระคายคอมาก”

นิลบอกพร้อมกับลูบคอ ถึงตอนนี้ความทรงจำเกี่ยวกับคนที่รู้จักรวมไปถึงอดีตของเขาจะหายไปและยังไม่ฟื้นกลับมา แต่ความทรงจำที่จำเป็นในการใช้ชีวิตและความรู้ข่าวสารเขาถือว่าเข้าใจในระดับหนึ่ง

ตอนที่เขาอยู่ในเมืองอากาศมันชื้นเพราะเครื่องปรับอากาศและเสาสัญญาณอนุภาคอีเลเมนต์ที่ป้องกันมลภาวะภายนอก ตอนที่เมืองถูกโจมตีและระบบปรับอากาศไม่ทำงาน ถึงตอนนั้นเขาจะไม่ได้สติ แต่เขารู้สึกได้ว่าคอและจมูกเขามันมีกลิ่นเหม็นและรู้สึกระคายเคืองมาก คนอื่นๆเองก็มีอากาศแบบเดียวกัน

ตอนที่เขาออกเดินทางข้ามทะเลทรายอากาศในตอนนั้นถือว่าร้อน หายใจเขาไปยังรู้สึกเหนียวๆเล็กน้อย แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกโล่งสบายมาก

“ตอนนี้สบายมากใช่มั้ยล่ะ ข๊าก ถุย”

วิลบ้วนน้ำลายสีดำออกมา ทันที่น้ำสีดำกระทบกับน้ำสีเขียว น้ำลายสีดำก็กลายเป็นสีเขียวเหมือนพื้นน้ำในทันที

“นายก็ทำให้ตัวเองและเจด้วยสิ จะได้ล้างคอให้สะอาดและรู้สึกสดชื่น”

วิลพูดพร้อมกับล้างปากและจมูกด้วยน้ำสีเขียว เมื่อนิลเห็นเขาก็ลองทำดูบ้าง ส่วนเจเองเขาก็ใช้ไซริงค์ช่วยล้างปากล้างจมูกให้ เพราะจะให้เจบ้วนแบบวิลไม่ได้มันน่าเกลียดมากสำหรับเด็กผู้หญิง

“ที่นี้น่ะเกิดจากพายุตามปกตินั่นแหล่ะ แต่แค่มันมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและอนุภาคอีเลเมนต์ตกค้างจากสงครามในชั้นบรรยากาศ เวลาเกิดพายุในทะเล พายุอาจจะดูดอนุภาคอีเลเมนต์ในชั้นอากาศมาสะสมไว้ เมื่อมันสะสมอนุภาคมันจะเกิดการเสียดสีกันของประจุไฟฟ้า จะทำเกิดเป็นพายุที่มีแสงไฟสว่างสังเกตได้ง่ายเวลากลางคืน”

วิลพูดพร้อมกับนอนลอยบนทะเล ถึงเขาจะสามารถใช้เท้าเหยียบบนน้ำได้ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าพื้นน้ำจะไม่ไหลไปไหน มันยังคงไหลอยู่แต่แค่มันไหลหน่อยจนเหมือนมันไม่มีคลื่นเลย

“มันจะสะสมปริมาณไฟฟ้ามหาศาลและสร้างสนามแม่เหล็กในตัวเอง ฉันก็เลยติดตั้งแผงวงจรเพื่อจะได้ชาร์ตไฟฟ้าเขาระบบสำรองของเรือได้”

วิลอธิบายในตอนที่เขาให้นิลแะ

“แต่มันก็ได้ครู่เดียว เพราะพายุแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนี้จะทำปฏิกริยากับน้ำทะเลทำให้มันสูญเสียพลังงานไปทั้งหมด ตอนนี้แสงอ่อนลง ก็หมายถึงพายุที่หายไป จนเกิดเป็นบรรยากาศที่มีความสามารถในการดักจับสิ่งสกปรกอย่างดี และไม่มีพิษต่อมนุษย์ ฉันก็เลยให้พวกนายล้างลำคอให้สะอาด”

วิลโบกมือเพื่อพัดลมควันสีเขียวที่ลอยอยู่รอบตัว ซึ่งมันก็คืออนุภาคอีเลเมนต์ที่สามารถดักจับสิ่งสกปรกได้ดีมาก ส่วนน้ำทะเลเองก็สามารถดักจับสิ่งสกปรกได้เหมือนกัน

“ตอนที่เกิดพายุ นายบอกว่าเห็นแสงไฟสีเขียวกลางทะเล ฉันก็เลยคิดว่ามันเป็นพายุคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสีคราม และมันก็ไม่ผิด”

“แต่มันไม่เป็นสีครามเลย วิลเป็นคนโง่” เจพูดแบบยิ้มๆให้วิล

“เชอะ มันเป็นแค่ชื่อที่คนตั้งชื่อปรากฏการณ์ แต่สีมันจะครามหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าในน้ำมีอะไรเป็นส่วนประกอบ ก็เหมือนกับใช้แม่เหล็กดูดผงเหล็กสีดำขึ้นมาจากเศษทรายสีน้ำตาลนั้นแหล่ะ ผงเหล็กมันยังไม่เห็นจะน้ำตาลเลย”

วิลพูดอธิบายง่ายๆให้เจฟัง ซึ่งมันเป็นของที่ริสตี้ โฮชิ และสตีฟใช้สอนให้เจที่เรียนรู้ได้ช้า และความคิดค่อนข้างหลุดลอยหรือเพ้อฝันได้เรียนรู้ เพราะคงที่มีปัญหาทางสมองก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์ อย่างอลันเองก็เคยเป็นคนพิการสมองตายพอได้สติก็เป็นเด็กปัญญาอ่อนไปช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้เป็นไง เขาได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในคนที่ฉลาดที่สุดในโลก และมีอิทธิพลต่อวงการวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง

เจเองก็พยักหน้าให้ ซึ่งสิ่งที่วิลอธิบายให้เจฟังนั้นทำให้เจสงบลง เด็กน้อยมองวิลดวงแววตาที่เปลี่ยนไป

“วิลเองก็ฉลาดนี้น่ะ” เจหัวเราะ

“ฉันฉลาดกว่าเธอมาก” วิลทำหน้าเข้มเพราะเขากำลังถูกเด็กที่ยังไม่ได้เข้าเรียนดูถูกอยู่แบบนี้ เขาทนไม่ได้จริงๆ ขนาดเขาที่มักจะโดดเรียนยังได้คะแนนเต็มเวลาสอบ กลับต้องมาโดนเด็กสมองไม่เต็มดูถูก มันก็รู้สึกอึดอัดสุดๆ

“ก็วิลสันเองก็มักจะทำเรื่องที่พี่ริสตี้บอกว่าโง่ และเจ็บตัวบ่อยๆ”

เจอธิบายลอจิกของเธอให้ฟัง ทำให้วิลถึงกับปวดหัวเพราะริสตี้กำลังยัดความคิดแบบแปลกๆลงไปให้เด็กที่ยังอินโนเซนต์ จริงๆแล้วเจ้าวิลสันเองก็มักจะยัดความคิดแปลกให้เจแต่ก็ถูกเจปฏิเสธ เพราะทำไปก็มักจะเจ็บตัวเลยทำให้เจคิดว่าสิ่งที่วิลสันสอนทั้งหมดเป็นเรื่องที่คนโง่เขาทำกัน เพราะทำให้เจ็บตัว

“คงโทษใครไม่ได้นอกจากฉันสิน่ะ”

วิลบ่นออกมาเพราะเขาเองก็ไม่อยากคุมพฤติกรรมของวิลสันสักเท่าไรเพราะเขาถือว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงออก แต่เจ้าวิลสันเองก็ถือว่าใช้ร่างเดียวกันกับเขา มันก็จะทำให้ภาพลักษณ์ของเขาเสียหายหนักถึงมันไม่แคร์แต่เขาก็ค่อนข้างแคร์

“ถ้าคิดว่าโพรงจมูกและลำคอสะอาดแล้วก็กลับขึ้นเรือซ่ะ เราจะได้ไปหาหัวหน้าได้แล้ว อีกอย่างน้ำทะเลจะกลับสภาพเดิมอีกไม่นานรีบเข้า”

วิลพูดก่อนที่จะเดินเข้าไปในเรือดำน้ำ

“นี้พี่นิล เจอยากเก็บน้ำเขียวนี้ไว้น่ะ” เจพูดก่อนที่จะตักน้ำสียวเล่น

“แต่พี่ไม่มีที่เก็บน่ะครับ อ๊อก!” นิลร้องเสียงหลง ก่อนที่จะพบว่ามีขวดแก้วใสลอยบนน้ำ เขาเอามือลูบหัวส่วนที่เจ็บและมองไปยังทิศที่ถูกขว้างใส่ก็พบว่าวิลได้ปาฝาขวดใส่เขา แต่ครั้งนี้เขาไม่พลาดเขารับมันได้

“เย้ เก็บใส่ขวด” เขดีใจก่อนที่จะใช้มือตักน้ำสีเขียวลงขวดอย่างรวดเร็ว

“ไม่ต้องแบบนั้นหรอกครับ ทำแบบนี้” นิลส่ายมือและจุ่มขวดลงในน้ำเพื่อให้น้ำไหลเข้าขวดเอง

“ไม่เอาอ่ะ เจอย่างใช้มือใส่คุณน้ำเขียวเองมากกว่า”

‘อยากเล่นน้ำนั้นเอง’ นิลคิดในใจและยิ้มให้ ทางเจเองก็ดีใจเมื่อเห็นนิลยิ้มให้เธอ

“รีบใส่ซ่ะ อีกไม่นานน้ำทะเลจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ถ้าไม่ยากจมก็รีบกลับมา” วิลตะโกนเสียงดัง

“ครับ” นิลตอบรับ เขาที่เห็นว่าน้ำสีเขียวเต็มขวดแล้วก็ปิดด้วยฝา ทันทีที่ฝาลูกล็อกเข้ากับขวด ที่ฝาก็ส่องแสงสีฟ้าออกมาพร้อมกับตัวอักษรคำว่า ‘KEEP’

“KEEP เก็บยังไงเหรอ” นิลดูตัวอักษรพักหนึ่งก่อนที่จะอุ้มเจขึ้นมา และวิ่งกลับไปที่เรือดำน้ำ

จ๋อม

....!!

นิลมองไปที่เท้าของตัวเองก็พบว่าตอนนี้น้ำสีเขียวได้หายไปและกลับไปเป็นน้ำทะเลแบบเดิม เขาดึงเท้าของตัวเองขึ้นก่อนที่จะรีบวิ่งอย่างรวดเร็ว เพราะเจเดินออกมาไกลเกินไปทำให้เขาต้องรีบวิ่งก่อนที่มันจะหายไปหมด เขาไม่อยากให้เจเปียกซ่ะด้วย

“โลลิค่อนชัดๆ” วิลที่อยู่ในเรือดำน้ำพูดออกมา ขณะที่เขากำลังขับเรือดำน้ำไปรับทั้งสองคน เขาเห็นแววตาของนิลที่มองเจแบบแปลกๆ ซึ่งคงคิดได้ไม่มากเท่าไรเท่ากับคำว่า ‘Lolicon’

“ใครนินทา?” นิลมองซ้ายมองขวา ก่อนที่จะอุ้มเจที่ยิ้มแย้มลงไปในเรือ เขาได้ยินเสียงแปลกๆคำว่า ล..อิ..ออน สักอย่างนี้แหล่ะ คงเป็นเสียงลม เพราะเขาเห็นว่าท้องฟ้าสีเขียวเริ่มแยกออกจนเห็นท้องฟ้ามืดๆ และมีเสียงลมดังมากด้วย

“เอาล่ะ ฉันจะดำลงน้ำล่ะน่ะ” วิลพูดก่อนที่เขาจะปิดประตูเรือและกดปุ่มเพื่อนำเรือลง

“ฮือ ทำไมมันไม่ลง” วิลกดปุ่มออกคำสั่งรัวๆ เพราะเขาพบว่าเรือไม่ยอมลงสักทีเหมือนมีอะไรติดหางเสือเรือ

“นิลออกไปดูดิ ว่ามีอะไรเกี่ยวหางเสือเรือหรือเปล่า”

วิลพูด เอาจริงน่ะอย่าว่าแต่หางเสือ ขนาดจะเอาเรือดำลงไปใต้น้ำยังทำไม่ได้ ถ้าจะมีอะไรเกี่ยวไว้แน่ๆ คงเป็นขยะที่ถูกพายุดูดเอามาล่ะมั้ง

“งั้นผมออกไปล่ะน่ะ” นิลเปิดประตูและมองรอบข้าง

“ไม่น่าจะม...  |/+๐+\|!!!!! กรี๊ด !!!!” เสียงของนิลเงียบหายไป พร้อมกับร่างของนิลที่ถูกกระชากออกไปนอกตัวเรือ ซึ่งเจที่ใช้แขนเกาะนิลอยู่ก็ถูกกระชากออกไปด้วย

“เวรล่ะ อาวุธชีวภาพเหรอ ฉันมาช่วยแล้ว” วิลล้วงปืนออกมา เขาไม่คิดว่าพวกเขาจะถูกโจมตีกลางทะเลโดยที่เรดาห์ที่กลับมาทำงานไม่แสดงผลแบบนี้ แสดงว่าต้องเป็นอาวุธชีวภาพที่ถูกสร้างขึ้นมาให้สู้ในน้ำโดยเฉพาะ

“นั้นว่ะ” วิลกระโดดออกไปนอกตัวเรือ แต่ภาพตรงหน้ทำให้เขาเงียบกริบ

“นี้หมายความว่ายังไงกันห่ะ วิลสัน” เสียงของหญิงสาวเจ้าเก่าเสียบแทงเข้าไปในหูของวิลเต็ม และสีหน้าของเธอที่จะกินเลือดกินเนื้อเขาก็ทำให้รู้สึกเสียวไส้ ซึ่งริสตี้ได้ยืนอยู่บนตัวเรือมือข้างหนึ่งบีบคอของนิลอยู่ ส่วนอีกข้างก็มีเจกอดขาอยู่

“ริสตี้เรอะ มารับเลยหรือไง” วิลทำใจดีสู้เสือทักทายริสตี้

“นี้คืออะไร!?” ริสตี้ชี้ไปที่หน้าผากของนิลที่มีรอยช้ำสีดำ และเธอยังไล่นิ้วไปถึงบรเวณผมของนิล ริสตี้ใช้นิ้วถูหัว

“อู้”

ซึ่งนิลเองก็ทำสีหน้าเจ็บปวด พอริสตี้เอานิ้วออกมาก็มีเลือดสีแดงติดมาด้วย

“เจ้านั้นทำตัวเองไม่เกี่ยวกับฉัน” วิลบ่ายเบี่ยง

“วิลโกหก วิลเอามือทุบหัวพี่นิลจนหัวกระแทก และยังปาขวดใส่หัวพี่นิลอีกค่ะ” เจพูดความจริงด้วยสีหน้านิ้มแย้ม

“ไอ้เด็กเปรตนี้”

“เมื่อกี้แกพูดอะไร” ริสตี้ตะโกนเสียงดัง

“เปล่าฉันไม่ได้พูดอะไร” วิลตอบเงียบๆ

“พี่ริสตี้ค่ะ พี่วิลยังต่อว่าหนูด้วยค่ะ” เจได้ดีฟ้องริสตี้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“เขาต่อว่าหนูว่าอะไรเหรอค่ะ” ริสตี้หันกลับมายิ้มให้เจ โดยที่นิลที่กำลังถูกริสตี้บีบคอยู่แสดงท่าที่ทุกทรมาณ

“เขาว่าหนูว่า ‘Shit’ ค่ะ แล้วมันแปลว่าอะไรเหรอค่ะ” เจพูดอย่างไร้เดียงสา

“อ่อ คำนั้นมันไม่สุภาพน่ะน่ะหนูเจ อย่าไปทำตัวเยี่ยงอย่างคนแบบนั้นสิค่ะ” ริสตี้พูดอย่างอ่อนโยน แต่ที่ไม่อ่อนของเธอคือแรงบีบที่มากขึ้นเรื่อยๆจนนิลน้ำลายฟูมปากไปแล้ว

“เดียวหนูเจรอตรงนี้น่ะ” ริสตี้พูดอย่างอ่อนโยน แต่เมื่อเธอหันมาทางวิล

“ที่กล้าทำแบบนี้แกคงเป็นวิลสิน่ะ เข้าวิลสันต่อให้ตายก็มากล้าด่าเจสักคำ”

ริสตี้โยนนิลใส่วิล แต่วิลหลบได้และหัวเสียบเข้าไปที่ประตูเรือ เธอเอาแขนข้างหนึ่งจับวิลไม่ให้หนีไปไหน

“ใช่ฉันเอง” วิลพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน

“งั้นแกก็ตายซ่ะ” ริสตี้เปลี่ยนสีหน้าในทันทีและชกเข้าไปที่หน้าของวิลจนตกทะเลที่ตอนนี้ได้กลับไปเป็นน้ำทะเลเหมือนเดิมแล้ว

“อ๊อก ชกฉันทำไมริสตี้ นี้ฉันเองวิลสัน หน่อยแน่เจ้าวิล”

วิลสันตะเกียกตะกาย เขารู้สึกมึนและเหมือนจะหมดสติ แต่ถ้าเขาหมดสติริสตี้คงปล่อยให้เขาจมน้ำตายแน่ๆ ในจังหวะสุดท้ายก่อนที่หมัดของริสตี้จะเข้าที่แก้มซ้ายของวิล วิลได้เปลี่ยนตัวสลับตัวกับวิลสันเป็นที่เรียบร้อย

‘ฉันไปล่ะ’ วิลพูดในหัวของวิลสัน

“ค่อกแค่ก รับผิดชอบด้วยโว้ย วิล” วิลสันตะโกนเสียงดัง แต่ก็ไม่มีเสียงของวิลแต่อย่างใด เขารู้แล้วว่าวิลคงไม่รับฟังแน่ๆ ที่ตอนทำในตอนนี้คือต้องว่ายกลับไปที่เรือ

หมับ!!

“ขอบคุณมากริสตี้” ริสตี้ดึงตัวของวิลสันขึ้นบนเรือ

“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก” ริสตี้ดึงนิ้วของตัวเองจนข้อหลุดก่อนที่จะกระแทกกลับไปที่เดิม และชกเข้าที่แก้มขวาของวิลสัน

“ฉันเปล่า เจ้าวิลต่างหาก” วิลสันตะโกนอย่างน่าอดสู

“แกสองคนมันก็คนเดียวกัน ยังไงซ่ะก็ขอฉันระบายอารมณ์หน่อยเถอะ”

ริสตี้กระทืบวิลสันจนเขาโอดครวญ เพราะวันนี้ริสตี้ยังไม่ได้ไปกระทืบจิมมี่ที่ถูกพาตัวไป และยังมีครั้งนี้คราวนี้เธอคงได้ระบายสักที

“อ๊าก นิลช่วยด้วย” วิลสันส่งเสียงน่าสยดสยองและร้องขอความช่วยเหลือ

“พี่นิลเขาหลับไปแล้วค่ะ” เจชี้ไปยังนิลที่นอนม่องเท้งไปแล้ว

“ฉันขอตายล่ะกัน” วิลสันสั่งเสีย

“สมใจแก” ริสตี้หัวเราะและชกเขาหน้าวิลสันจนเขาเริ่มเห็นทุกอย่างเป็นสีดำ ก่อนที่เขาจะหมดสติเขาเห็นผู้หญิงที่น่าจะเป็นโฮชิโนะ ผู้ชายที่น่าจะเป็นหัวหน้าเคิร์กเข้ามาห้ามริสตี้ที่กำลังกระทืบเขาอย่างเมามันส์ และเด็กสาวที่ยิ้มจนปากแทบฉีกคนหนึ่ง




NEKOPOST.NET