P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 43 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.43 - คนเราต้องแข็งแรง


วันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 19: 00.

ณ ท่าเรือลอสแองเจลิส

“เราพร้อมที่จะออกเดินทางแล้วค่ะหัวหน้า” ทหารหญิงสวมแว่นคนหนึ่งที่แบกกระเป๋าเอกสารบอกเคิร์กที่กำลังตรวจสอบสมาชิกทั้งหมดอยู่

“เข้าใจแล้ว เธอเองก็เข้าไปก่อนเถอะ ฉันต้อเช็คทุกอย่างให้ละเอียดจนถึงวินาทีสุดท้าย ไปบอกทุกคนด้วยว่าอย่าประมาทจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่” เคิร์กออกคำสั่งก่อนที่จะกวักนิ้วให้ลูกน้องของเขาคนหนึ่งช่วยสมาชิกหญิงคนนั้นแบกสัมภาระขึ้นเรือ ที่เขาเอาคำสั่งแบบนี้ก็เพราะว่ายานบินของอับดุลที่ใช้รับส่งพวกจิมมี่ยังถูกวางกับดักเอาไว้โดยที่คนของอับดุลไม่มีใครรู้เรื่องนี้แม้แต่คนเดียว สายลับสักคนก็ไม่พบ เขาเลยต้องเอาให้แน่ใจทุกอย่างหลังเกิดเรื่องเขาก็เลยให้ทุกคนตรวจสอบทุกอย่างในตัวเรือและค่อยรายงานปัญหาตลอดเวลา

“คุณคือเคิร์ก นอร์แมนใช่ไหมค่ะ”

“ครับ คุณคือ..?” เคิร์กมองไปยังสตรีในชุดเมดผมสีน้ำตาลที่กำลังก้มหัวให้เขา

“ดิฉันชื่อโดโรธีเป็นคนติดตามของท่านอับดุลค่ะ ท่านให้ดิฉันติดตามพวกคุณ” โดโรธีจับชายประโปรงและก้มลงอย่างมีมารยาท

“งั้นเหรอ เธอสิน่ะโดโรธีน้องของอับดุล ก็เห็นว่าหมอนั้นมีน้องสาวต่างวัยอยู่ แต่นึกไม่ถึงว่าจะห่างกันขนาดนี้” เคิร์กมองหน้าโดโรธี ซึ่งหน้าต่างกับอับดุลที่เขาเคยเจอเมื่อ 10 ปีก่อนมาก แบบว่าหน้าเรียบเนียนกับหน้าสากเลยทีเดียว

“เอาเถอะ แล้วคนที่มาส่งล่ะปลอดภัยมั้ย”

“ถ้าหมายถึงนักบินตอนนี้พวกเขากำลังให้รายละเอียดเกี่ยวกับอาวุธชีวภาพชนิดใหม่กับฝ่ายวิจัยโลก และเห็นว่าถ้าเสร็จแล้วพวกเขาต้องจัดการเรื่องยานบิน”

โดโรธีบอก ยานบินลำที่นั่งมาอับดุลเองก็ซื้อมาแพงมาก พี่ชายเธอคิดที่จะใช้ในการขนส่งแขกกิติมศักดิ์ระดับสูงเลยมีเฟอร์นิเจอร์หรู และเตรียมไปเพิ่มเติมที่ลอสแองเจลิสรอแต่ก็ดันเสียหายหนัก ทางนั้นก็ยังคงคุยกับทางประกันเพราะเห็นว่าได้ทำประกันชั้นหนึ่งไว้ และทางวิศวกรของบริษัทจะขอข้อมูลเหตุการณ์ทั้งหมดเพื่อเอาไปอัพเกรดในภายหลังด้วย

“แล้วหวังลี้ล่ะโอเคไหม เห็นว่าเธอผ่าตัดฉุกเฉินให้เลยนิ”

“ได้เพียงเล็กหน่อยค่ะ ยังดีที่ร่างกายของคุณหวังลี้เป็นเครื่องจักร ดิฉันเลยพอช่วยเธอได้” โดโรธียังพูดด้วยสีหน้าเดิม

“ถ่อมตัวจังเลยน่ะ แต่ต้องชมว่าเธอเก่งจริงๆ” เคิร์กชมเชยเพราะเขาอ่านข้อมูลทางการแพทย์ที่จิมมี่ฉกมาจากอาเซียนเลยรู้ว่า ร่างกายใหม่ที่อลันสร้างให้หวังลี้นั้นวิเศษมาก ต้องบอกว่าเปลือกนอกเป็นโลหะที่อลันคิดค้นขึ้นมีคุณสมบัติสามารถสร้างผิวหนังเทียมได้และสร้างใหม่ได้ด้วย ส่วนอวัยวะภายในและกล้ามเนื้อก็เป็นเนื้อเยื่อเทียมที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงเซลล์จริงทุกประการ ถ้าไม่มีฝีมือความสามารถในการผ่าตัดหรือความรู้เกี่ยวกับเคมีในระดับผู้เชี่ยวชาญแล้วก็ไม่สามารถผ่าตัดได้เลย

“แล้วหวังลี้ล่ะเราจะให้เธออยู่กับฝั่งอาเซียนไม่ได้หรอกน่ะ” เคิร์กพูดเพราะจากข้อความที่จิมมี่ส่งมาบอกว่าสมศักดิ์ต้องการเอาร่างของหวังลี้ไปวิจัยคืนหนึ่งแต่พวกเขาจำเป็นต้องไปแล้ว เขาคงต้องมาเอาตัวหล่อนในภายหลัง

“คุณใจดีจังเลยน่ะค่ะ เป็นห่วงแม้แต่ศัตรูของตัวเอง”

“มันเป็นหน้าที่ของหัวหน้าอย่างฉันที่ต้องเชื่อใจทุกคนและค่อยจัดการกับปัญหาภายใน แต่ฉันก็เป็นหัวหน้าสูงสุดของที่นี้ และคงไม่มีใครมาหาเรื่องฉันเพราะถ้าเกิดปัญหาทางฉันเองก็มีวิธีจัดการในแบบที่ฉันชอบ” เคิร์กตอบพร้อมกับมองไปยังโกดังที่เปิดออก สิ่งที่เห็นคือเรือดำน้ำสีน้ำตาลที่ตอนนี้ส่องไฟสีขาวใส่เคิร์กเพื่อเป็นนัยว่าพร้อมจะออกเดินทางแล้ว

“ถ้าเป็นคุณหวังลี้ก็ไม่ต้องห่วงค่ะ เธออยู่ที่นี้แล้ว” โดโรธีพูดจบก็หยิบผ้าม่านสีขาวออกมาวางไว้กลางอากาศเหมือนมันวางอยู่บนบางอย่างที่มองไม่เห็น และเธอก็เก็บผ้าในทันที ตรงหน้าของทั้งสองคนคือเตียงขนาดใหญ่ที่มีฝาปิดเหมือนแคปซูล และหวังลี้ก็กำลังนอนอยู่ในนั้น

“อู้ว สุดยอด” ทหารที่อยู่ข้างๆที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดปรบมือเพราะมันเหมือนมายากลเสกของเป๊ะๆที่ตอนนี้แทบจะไม่มีใครทำเลย

ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงค่ะ หวังลี้ในชุดคนไข้พูด ตอนนี้เธอกำลังใช้เครื่องช่วยหายใจในการหายใจแทนระบบหายใจที่เสียหาย ซึ่งเธอนอนโดยมีผ้าห่มอยู่สองชั้นและยังมีอุปกรณ์ป้องกันยึดเธอไว้บนเตียง

“ถ้าปลอดภัยก็โอเคแล้ว นอนอยู่เฉยๆก่อน เรารีบไปกันเถอะ” เคิร์กพูดก่อนที่จะใช้แขนเพียงข้างเดียวช่วยทหารของเขายกเตียงที่ไม่มีล้อขึ้น สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือออกจากท่าเรือให้ได้เร็วที่สุด ก่อนที่กลุ่มอื่นที่ไม่ใช่อาเซียน(หรืออาจจะเป็นตัวอาเซียนเอง)จะพบและจับกุมพวกเขา

ตุบ!

“เธอเป็นอะไรหรือเปล่า” ทหารคนหนึ่งถามโดโรธีที่อยู่ดีๆก็ล้มลงโชคดีที่เขาเห็นก่อนจึงคว้าตัวของเธอได้ ยังดีที่แค่เข่ากระแทกพื้นไม่งั้นคงจะเจ็บหนักกว่านี้แน่

“ไม่เป็น...ไรค่ะ ก็แค่...แฮ่กๆ” โดโรธีพูดอย่างยากลำบากตอนนี้เธอเกิดอาการหน้ามืด ควบคุมสมดุลร่างกายและยังหายใจได้ไม่สะดวก คงเป็นเพราะว่าเธอใช้พลังมากเกินไปในวันนี้ ทั้งสร้างม่านพลังป้องกัน จัดการหมาใน ใช้พลังทำลายโครงสร้างประตูโลหะ ใช้มันส่วนหนึ่งในการผ่าตัด ยังใช้มันซ่อนและแบกเตียงของหวังลี้ออกมาจากห้องพักคนไข้

“พอเลยพักก่อน แล้วแกไปเอาผ้านวมมา อย่าไปแตะตัวผู้หญิงอิสลามแบบนั้น” เคิร์กด่าไล่ทหาร “ขอโทษครับ” ทหารคนนั้นวางโดโรธีพิงที่เตียงของหวังลี้ก่อนที่จะหยิบผ้านวมมา

“โทษทีน่ะหวังลี้” เคิร์กพูดขอโทษก่อนที่จะปูผ้านวมบนกระจกหลังจากที่ดูแล้วแน่ใจว่ากระจกที่สามารถรองรับน้ำหนักของโดโรธีได้

ไม่เป็นไรค่ะ หวังลี้พูดออกมาเบาๆ

เคิร์กอุ้มโดโรธีและวางนอนบนผ้านวมโดยให้หัวอยู่ที่ทิศเดียวกับหวังลี้ก่อนที่จะเอาผ้าม่านของโดโรธีห่มให้และเชือกหมัดให้ติดกับเตียงแคปซูล

“เอ้า ยก” เคิร์กออกคำสั่งให้ยก แต่ครั้งที่ต้องเพิ่มน้ำหนักของสาวใช้ด้วย ต้องระวังในการเคลื่อนย้าย เพราะลูกน้องเขาอาจจะยกไม่ไว้

“หัวหน้าค่ะ เราได้ข้อมูลว่าฝั่งอาเซียนได้ทำการปิดล้อมท่าเรือแล้วค่ะ” สาวแว่นคนเดิมคุยสื่อสารด้วยเครื่องสื่อสาร

“เวรกำ สั่งให้เรือดำน้ำเริ่มดำได้เลย และเปิดหลังคาค้างไว้ ฉันกับคนที่ยังไม่ขึ้นจะเข้าทางนั้น” เคิร์กออกคำสั่งพร้อมกับออกคำสั่งฉุกเฉินให้กับทุกคน

คงเป็นเพราะโดโรธีไปฉกหวังลี้มาทางอาเซียนที่รู้เรื่องจึงได้ยกกองกำลังมาปิดล้อมไว้ เนื่องจากไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอนว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน ทางอาเซียนก็เลยปิดล้อมที่ละจุด ซึ่งโชคดีที่เขาได้แบ่งคนออกเป็นสามกลุ่มไว้ก่อน กลุ่มแรกเขาให้อพยพไปพร้อมกับคนไข้ก่อน กลุ่มที่สองก็คือพวกเขาที่มีคนน้อยกว่าแต่เน้นไปที่ทรัพยากรที่กลุ่มแรกไม่สามารถนำไปได้ และกลุ่มสุดท้ายก็คือนิลและวิลสัน โดยเขาให้วิลสันที่มีเส้นสายกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่บางคนในอาเซียนหาลู่ทางพานิลแอบหนีไปก่อน และให้สมทบกลางทะเลด้วยเรือดำน้ำขนาดเล็ก

“อาจจะมึนหน่อยน่ะ” เคิร์กบอกกับโดโรธีและหวังลี้

“เห้ยพวกแกตรงหลังคาเตรียมรับให้ดี” เคิร์กบอกลูกหน่วยนับสิบนที่ตอนนี้อยู่บนดาดฟ้าสำหรับลงจอดยานบิน ซึ่งเมื่อคนบนนั้นเห็นเคิร์กใช้แขนทั้งสองข้างยกเตียงขึ้นพวกเขาก็รู้ว่าจะทำอะไร

“ย๊าก” เคิร์กใช้แขนทั้งสองข้างยกเตียงขึ้นขนานกับพื้นโลก กล้ามเนื้อขยายตัวก่อนที่เขาจะหมุนตัวและเหวี่ยงมันไปที่ดาดฟ้าของเรือดำน้ำด้วยแรงมหาศาลของเขา

เตียงบินไปที่ดาดฟ้าของเรือดำน้ำที่อยู่ห่างจากเขา 20 เมตรบ่งบอกถึงกำลังแขนอันมหาศาลและการควบคุมแรงที่พอเหมาะไม่ให้เตียงพลิกคว่ำขณะลอยไป และเขาดูแล้วว่ามันแคปซูลสำหรับเคลื่อนย้ายมันจึงมีการป้องกันแน่นหนา ส่วนข้างบนเขาเชื่อใจลูกน้องเขาได้ว่าแข็งแรงพอ

“เหวอ” ลูกน้องคนหนึ่งจุดชนวนนิรภัยของเรือชูชีพ ทำให้มันพองออกก่อนที่เตียงจะทับเขา ส่วนอีก 4 คนก็รีบเข้าไปประคองเตียงไม่ให้มันคว่ำ

“ได้แล้วครับ” ลูกน้องคนหนึ่งบอกกับเคิร์ก ก่อนที่ทั้งหมดจะนำเตียงเข้าไปในตัวเรืออย่างระมัดระวัง ดีที่หัวของทั้งสองอยู่ในทิศเดียวกันพวกเขาจึงสามารถกะได้ว่าจะเอาเขาตัวเรือที่ทางเข้าชันมากได้

“หัวหน้าค่ะ เจ้าหน้าที่มาแล้วค่ะ” สาวแว่นในห้องสั่งการบอกเคิร์กที่ตอนนี้ในรัสมี 1 กิโลเมตรมีโดรนสำรวจของอาเซียนบินมาด้วยความเร็วสูง

“เอาเรือดำน้ำลงเลย เดียวฉันกับเจ้านี้จะว่ายไปหา” เคิร์กออกคำสั่งหลังจากที่มองแล้วว่าตอนนี้เหลือแค่เขากับลูกน้องคนนี้เท่านั้น

“หา เอาจริงเหรอครับ” ลูกน้องถามเพราะดูแล้วถ้าเรือดำน้ำลง และเริ่มเดินเรือ ถ้าจะไม่ให้โดรนจับได้ก็ต้องว่ายลงไปสองร้อยเมตรแน่นอนถ้าไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย มันทำไม่ได้แน่ที่จะดำน้ำด้วยความลึกขนาดนั้น

“ไม่ต้องห่วงเดียวฉันช่วย เอาใช้ซ่ะ เครื่องช่วยว่ายน้ำอยู่ข้างๆ” เคิร์กยื่นหน้ากากดำน้ำที่ถังออกซิเจนขนาดเล็กสำหรับดำน้ำให้ และยังมีเครื่องช่วยว่ายน้ำแบบใบพัดที่มีระบบป้องกันแรงดันคนดำในระดับความลึกสูง

“แล้วหัวหน้าล่ะครับ” ทหารพูดด้วยความเป็นห่วง

“ฉันไม่จำเป็นต้องใช้ แกใส่และรีบลงไป” เคิร์กพูดก่อนที่ผลักทหารคนนั้นตกน้ำ

“ก็ได้ครับ” ทหารคนนั้นสวมหน้ากากก่อนที่จะดำน้ำลงไป ซึ่งเขาต้องรีบว่ายลงไปให้ได้เร็วที่สุด เพราะตอนนี้ดาดฟ้าปิดและเรือดำน้ำได้ลงไปจนเสาอากาศกำลังจะดำลงไปล้ว ถ้าขืนชักช้าเขาคงดำไม่ทันแน่

“โอเคทุกอย่างเรียบร้อยน่าจะเรียบร้อยดีน่ะ”

เมื่อตรวจว่าไม่มีใครถูกลืมไว้และแน่ใจว่าระบบโดรนไม่น่าจะจับเป้าหมายที่เป็นมนุษย์ในน้ำได้ เขาจึงกระโดดลงไปในน้ำและดำลงไป แต่เขาก็ดำช้ากว่าลูกน้องคนเมื่อกี้ครึ่งนาทีเพราะต้องดูให้แน่ใจว่าไม่มีเกิดใครหลุดโพล่ไปหรือเปล่า

ทุกคนนั้นเป็นห่วงเขามากเพราะเขาเป็นห่วงหน้าต่อจากแม่ของเขาที่ชราลงเรื่อยๆ และยังเป็นหัวหอกคนสำคัญในการต่อต้านกับเบื้องบน จึงไม่แปลกที่มักจะมีนักฆ่ามาฆ่าเขา แต่เขาก็เอาตัวรอดได้ทุกครั้ง การดำน้ำไม่ถึง 400 เมตรโดยไม่ใช้อะไรสำหรับเขาแล้วก็เรื่องกล้วยๆ

เคิร์กดำน้ำลงไปจนกระทั้งถึงส่วนท้องของเรือดำน้ำที่ความลึกใต้ทะเล 369 เมตร เมื่อเห็นว่าถึงแล้ว เขาก็ว่ายไปยังส่วนใต้ท้องเรือและใช้มือเคาะทีหนึ่ง

ท้องของเรือดำน้ำแยกออกพร้อมกับแสงสว่าง เคิร์กจึงว่ายเข้าไป

“ฉันถึงแล้วทุกคนโอเคไหม” เคิร์กหายใจเข้าเต็มปอด การที่ได้กั้นหายใจดำน้ำลึกและนานขนาดนี้เป็นสิ่งที่เขาชอบมาก

“โอเคอยู่แล้ว หัวหน้าต่างหากเป็นอะไรไหมครับ” ลูกน้องคนเดิมถามด้วยความเป็นห่วงถึงเรือดำน้ำจะดำและเคลื่อนตัวไปช้าก็จริง แต่หัวหน้าของเขาก็ดำไปมากกว่า 12 นาที

“เฉยๆ ตอนที่อยู่ที่ฟิจิฉันเคยดำตัวเปล่าตั้ง 20 นาทีลึกตั้ง 600 กว่าเมตร”

เคิร์กหัวเราะเพราะเขาฝึกร่างกายอย่างหนักตั้งแต่เด็กเพื่อที่จะมีร่างกายที่แข็งแกร่งที่ลุยได้ทุกสถานการณ์ ทั้งวิชาการต่อสู้สเปซนาซ ฝึกโยคะ และศาสตร์การต่อสู้สมัยโบราณ และยังใช้ยาสูตรลับเพื่อเพิ่มความคงทนของร่างกาย

“หัวหน้าอย่างเจ๋งอ่ะ ยอดมนุษย์ชัดๆ” ลูกน้องคนหนึ่งชม พร้อมกับยื่นผ้าเช็ดตัวให้เคิร์ก แต่เอาจริงๆลูกน้องแต่ละคนที่สังกัดหน่วยนี้ส่วนใหญ่ทุกคนไม่ว่าผู้หญิงหรือชายล้วนแต่แข็งแกร่งเหนือมนุษย์ทั้งนั้น โดยที่จะมีอัตราส่วนของผู้ชายต่อผู้หญิงประมาณ 8 ต่อ 2 เพราะเป็นหน่วยที่เน้นการต่อกรและเข้าปะทะเต็มรูปแบบ ผู้หญิงจึงมักจะเป็นโอเปอเรเตอร์ คนครัว พยาบาลซ่ะส่วนใหญ่ ยกเว้นริสตี้กับโฮชิที่เน้นด้านการต่อสู้เป็นพิเศษ ถ้าเห็นใครไม่มีกล้ามเนื้อเลย บอกได้คำเดียวว่าไม่ใช่คนของหน่วยนี้แน่นอน เพราะพยาบาลหรือโอเปอเรเตอร์ของที่นี้สามารถหักคอพวกหมาในที่แข็งแรงกว่ามนุษย์ได้สบายๆ

“แล้วทุกคนปลอดภัยดีไหม ถ้ามีใครเป็นอะไรก็รีบบอกเพราะเราต้องอยู่ในนี้นานพอสมควร” เคิร์กถามด้วยความเป็นห่วงเพราะลูกน้องของเขาบางคนได้รับบาดเจ็บขณะมาที่ลอสแองเจลิสจากการโจมตีของพวกหมาใน ถ้ามีใครติดเชื้อแล้วเกิดกำเริบก็ควรจะรีบจัดการฆ่าเชื้ออย่างเร่งด่วย

“เออ คือว่า” ลูกน้องคนหนึ่งเอามือเกาหน้า ส่วนอีกคนทำตาตี่

“มีอะไร เกิดอะไรขึ้น” เคิร์กถามพร้อมกับมองไปยังทุกคน

“เจแอบหนีไปกับพวกวิลสันค่ะ” ลูกน้องที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งบอกพร้อมกับหัวเราะ และคนอื่นก็หัวเราะตาม

“ให้ตายเถอะ แล้วตอนนี้เธอปลอดภัยไหม”

เคิร์กทำตาตี่และเช็ดหัวให้แห้ง

“วิลสันติดต่อมาบอกว่าปลอดภัยดีค่ะ แต่แค่”

“แค่อะไร” เคิร์กถามดักด้วยความสงสัย

“วิลสันมันบอกว่าที่มันแคบมากเลย หายใจไม่ออก” ลูกน้องหญิงบอก

“....  เออชั่งมันเดียวก็สบายแล้วบอกให้ทนๆไป หน่วยเราแข็งแรงอยู่แล้ว แค่นี้ไม่ตายหรอก เออแล้วบอกให้มันทำตัวรีบๆเขาไว้ ให้เจมีที่นั่งสบายด้วยล่ะ”

เคิร์กพูดพร้อมกับถอนหายใจ ก่อนที่เขาจะเดินที่ห้องเปลี่ยนเสื้อ

“หัวหน้าจะไปทำอะไรเหรอครับ” ลูกน้องอีกคนถาม

“หึ” เคิร์กหันกลับมายิ้ม

“ก็การปล่อยให้ตัวเปียกเดียว มันจะเป็นหวัดต้องดูแลสุภาพตัวเองด้วย เพราะ” เคิร์กหยุดคำพูดสุดท้ายก่อนที่จะเอียงหูฟัง

คนเราต้องแข็งแรง” ลูกน้องทุกคนของเขาตะโกนและหัวเราะเสียงดัง ร่วมไปถึงตัวเคิร์กเองด้วย




NEKOPOST.NET