P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 39 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.39 - ดวลเดือด (1)


ณ ห้องควบคุมหลักของยานบิน

“ปี๊บๆๆๆ ระบบหลักได้รับความเสียหายผู้เกี่ยวข้องหลักทั้งหมดโปรดลี้ภัยโดยด่วน” เสียงไซเรนดังขึ้นพร้อมกับไฟสีแดงที่กระพริบถี่ๆในห้องที่คล้ายห้องเมนคอมพิวเตอร์ที่มีสะเก็ดไฟพร้อมกับควันที่พวยพุ่ง

“หวัง เธอลองกู้ระบบดูได้ไหม” จิมมี่พูดพร้อมกับงัดโลหะที่เคลือบอยู่ออกเขาปัดคราบน้ำมันหล่อลื่นออก เพื่อที่จะใช้แท็บเล็ตของเขาดูว่ามีระบบไหนเสียหายบ้าง

“ค่ะ” หวังลี้ดึงหน้าจอคอมพิวเตอร์ออกจากฐานก่อนที่จะเอามือแหย่เข้าไปในนั้นเลย

“ระบบหลักถูกวางยาให้โอเวอร์โหลดโดยที่มันจะไม่เตือนที่หน้าจอ” หวังลี้พูดขณะที่กำลังดูรหัสคอมพิวเตอร์จำนวนมากที่ปรากฎบนแว่นกันหน้าของเธอ

“พอจะกู้ระบบคืนได้หรือเปล่า” จิมมี่พูดขณะที่กำลังซ่อมใช้บัดกรีเชื่อมสายไฟกับโลหะเหล็กที่สำคัญ

“ได้ค่ะ แต่ดิฉันต้องห้ามขยับไปไหน เพื่อแก้โค้ด แต่ฉันคาดว่าเวลาน่าจะไม่พอ” หวังลี้พูดพร้อมกับดูความสูงและความเร็วของยานบินที่ลดลงเรื่อยๆ ถ้ามันยังตกลงสู่พื้นด้วยความเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ พวกหมาในที่อยู่ด้านล่างคงจะกระโดดขึ้นมาได้

ตึง เสียงกระแทกดังขึ้นด้านขวาของตัวยานพร้อมกับเสียงเหล็กกระทบกระทั้งกันบนตัวยาน

“คงไม่ต้องห่วงเรื่องว่าทันไม่ทันแล้วล่ะ” จิมมี่พูดพร้อมกับเปิดกล้องที่มองอยู่ด้านนอก ก่อนที่จะพบว่ามีพวกหมาในตัวหนึ่งกำลังใช้กรงเล็บเหล็กเกาะอยู่บนด้านข้างตัวยาน แถมมันยังใช้กรงเหล็กของมันเคาะบนยานบินด้วยอยู่

“มันกำลังทำอะไร” หวังลี้ถามเพราะเธอเพิ่งเคยเจอหมาในที่ทำตัวคล้ายสัตว์ล่าเนื้อขนาดนี้

“มันกำลังหาตำแหน่งของเรา หวังทำให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” จิมมี่รู้สิ่งที่มันทำทันทีเพราะมันค่อยๆเคาะและปีนมายังห้องที่พวกเขาอยู่เรื่อยๆ

“ค่ะ ดิฉันจะลอง” หวังลี้กดปุ่มบนฐานคอมพิวเตอร์ก่อนที่เธอจะใส่ข้อมูลยานบินพื้นฐานใหม่เหมือนการลงวินโดว์ใหม่เพราะมันจะประหยัดเวลาในการจัดการกับไวรัสได้ดีขึ้น

“ฮว้า” หมาในคำรามเสียงดังหลังจากที่มันเจอตำแหน่งของพวกจิมมี่คราวนี้หัวและท้องของมันเปิดออกก่อนที่มันจะใช้เลเซอร์ยิงใส่โลหะหนา ซึ่งมันสามารถเจาะเข้าไปถึงชั้นในสุดได้

“ฉัวะ” จิมมี่ใช้ไพ่ความถี่สูงปาใส่หมาในตัวนั้นจนหัวมันแยกออกจากกันแต่มันก็ยังไม่ตายและพยายามขยายขนาดของรู

“ขนาดหัวขาดยังไม่ตายก็ต้องใช้เจ้านี้” จิมมี่หยิบไพ่ขึ้นมาสองใบก่อนที่จะปาใส่หมาในตัวเดิมแต่คราวนี้ไพ่คู่นั้นหมุนควงสวานก่อนที่จะเสียบเข้าไปในตัวก่อนที่จะฉีกร่างของหมาในตัวนั้นเป็นชิ้นๆพร้อมกับเสียงโลหะที่ดังสนั่น

“ตึง ตึง”

คราวนี้เสียงเกาะดังขึ้นตามจุดต่างๆ จิมมี่มองออกไปทางรูที่ถูกเจาะทำให้เขารู้ว่าพวกมันขึ้นมาบนยานบินที่ได้ยังทั้งที่ความสูงไม่ถึง

พวกหมาในตัวแรกกระโดดขึ้นก่อนที่จะใช้ไอพ่นเพื่อให้ตัวมันลอยอยู่กลางอากาศได้ชั่วคราว และได้มีตัวที่สองกระโดดเหยียบตัวแรกและอาศัยพลังกระโดดทั้งหมดกระโดดมาเกาะบนยานบินของพวกเขาได้

“ฉันจะยื้อไว้ให้รีบจัดการให้เสร็จ” จิมมี่ประกอบปืนของเขาเพราะดูถ้าการใช้ไพ่แบบพิเศษของเขากับพวกมันจะเป็นการสิ้นเปลือง การประเคนกระสุนเข้าคอร์หลักของมันคงจะจัดการได้เร็วที่สุด ตอนที่เขาสังหารพวกมันตัวแรกได้เขาเห็นคอร์สีแดงอยู่เหนืออกของมันเล็กน้อยถ้าไม่ระเบิดเกราะโลหะที่ยึดกล้ามเนื้อเทียมไว้ก่อนก็ไม่สามารถทำลายแก่นกลางมันได้ การใช้ไพ่คงจะสังหารมันยาก ดังนั้นการใช้ปืนยิงลูกระเบิดขนาด 45 ม.ม. ที่ใช้กระสุนแบบบีบรัศมีให้แคบเพื่อเพิ่มพลังทำลายล้างเฉพาะจุดแบบต่อเนื่องคงจะสังหารมันได้ง่ายขึ้น

“วิลสันเรียกวิลออกมาถ้าจะจัดการพวกมันแกไม่เหมาะ”

จิมมี่คุยติดต่อกับวิลสันผ่านทางช่องทางสื่อสารที่เขาเรียกวิลก็เพราะการที่พวกมันสามารถกระโดดเกาะยานบินได้หลายตัว มันก็ต้องทำลายห้องคนขับเพื่อให้ยานบินตกให้ได้เร็วที่สุด และคนที่เชี่ยวชาญอาวุธระเบิดเพื่อจัดการศัตรูจำนวนมากก็คือวิล

“ไม่ต้องเรียกฉัน ฉันออกมาแล้ว ตูม ตูม บรึม” เสียงวิลดังขึ้นพร้อมกับเสียงระเบิดต่อเนื่องเหมือนกับเป็นสัญลักษณ์ของวิล

“ป้องกันห้องควบคุมกับชีวิตทุกคนไว้นี้คือคำสั่งและนิลยังอยู่ที่ในห้องไหม” จิมมี่ถามเพราะนิลหายไปตั้งแต่ก่อนเกิดเรื่องทำให้เขาค่อนข้างเป็นห่วงในระดับหนึ่ง

“ไม่รู้แต่น่าจะปลอดภัย ฉันให้ห้องคนขับล็อคห้องน้ำไว้แล้ว ห้องน้ำที่นี้ทนทานมากด้วยน่าจะปลอดภัยกว่าห้องคนขับเยอะ งั้นฉันไปล่ะ ปิ๊บ”

วิลวางสายเขาใช้ระเบิดขนาดเท่าลูกกอล์ฟโยนใส่ปากของพวกหมาในที่กำลังจะกระโดดใส่ตัวยานจนมันตกลงไปข้างล่าง ส่วนตัวที่ปีนมายังคนขับเขาก็ใช้ปืนแรงอัดอากาศที่อัดผงระเบิดไว้ยิงใส่ เมื่ออากาศที่เต็มไปด้วยดินระเบิดปะทะกับร่างโลหะที่กักเก็บความร้อนจากแสงแดดมันก็เกิดแรงระเบิดจนพวกมันตกยานบินไปจำนวนมาก เน้นการผลักและใช้ความร้อนย่างอวัยวะภายในของพวกมันให้สุกก็ทำให้ประหยัดแรงได้มาก แต่พวกมันก็ยังไม่ตายแถมพยายามจะกระโดดขึ้นมาอีกด้วย

‘ถึกจริงๆ’ วิลสั้นอุทานเพราะพวกหมาในบางตัวมีไฟลุกออกมาจากอวัยวะภายในพร้อมกับเลือดและอวัยวะภายในที่ถูกย่างสด แต่มันก็ไม่ยอมตายสักที และมีตัวอื่นเข้ามาลากตัวที่บาดเจ็บเหวี่ยงเข้าใส่ตัวยานบินที่บินต่ำลดเรื่อยๆเป็นระยะๆหวังให้ยานตกให้ได้เร็วที่สุด

“ฮึบ” โดโรธีสะบัดผ้าม่านของเธอใส่หมาในตัวหนึ่งที่ปีนเข้ามาทางด้านหน้าห้องคนขับ เธอสะบัดผ้าม่านที่เคลือบพลังสีดำใส่พวกหมาในก่อนที่เธอจะคลายพลังออกทำให้ผ้าม่านกลับมาสีขาวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับมีเลือดกับของเหลวประหลาดสีดำติดมาด้วย ร่างของหมาในตัวนั้นขาดครึ่งต้องบอกว่าส่วนที่ถูกผ้าม่านนั้นผ่านถูกแยกออกจากกันเหมือนผ้าม่านอันนั้นเป็นอาวุธที่สามารถผ่าได้ทุกอย่าง

“ไม่เลวนี้” วิลชมขณะที่กำลังควงระเบิดรูปร่างเหมือนมะนาวโดยที่เขาใช้นิ้วกลางนิ้วเดียวเกี่ยวสลักไว้ ก่อนที่จะหลบหมาในตัวหนึ่งที่กระโจนเข้ามาจากภายนอก แต่ในจังหวะที่หลบวิลใช้นิ้วกลางกระตุกแรงๆที่สลักทีหนึ่ง ลูกระเบิดที่ควงอยู่ก็หลุดออกจากสลักและหลุดเข้าปากของหมาในตัวนั้น

“ตูม” ลูกระเบิดระเบิดคาปากของหมาในตัวนั้นจนหัวที่เคลือบโลหะเหมือนหมวกเหล็กของมันกระจุยเป็นชิ้นๆเศษเนื้อกับเศษหล็กหลุดออกมาจากหัวของมัน แต่มันยังไม่สิ้นฤทธิ์พยายามใช้ร่างกายที่ใหญ่กว่ามนุษย์ถึงสองเท่าวิ่งเข้าชน

วิลเองก็เดินไปยังรูที่มันเจาะเข้ามาก่อนที่จะหยิบระเบิดสีฟ้าออกมาโยนใส่มัน คราวนี้ระเบิดติดหนึบลงบนตัวของมัน และเขาก็วิ่งเข้าใส่หมาในตัวนั้นพร้อมกับหยิบประแจขนาดใหญ่ขึ้นมาด้วย

“โครม” วิลสไลด์หลบก่อนที่จะใช้ประแจฟาดเข้าที่ขาของมันจนหมานในตัวนั้นเสียสูญ เนื่องจากมันเสียหัวไปทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง มันจึงใช้ระบบคลื่นเสียงที่ขาตัวจับศัตรูแทน ทำให้ระบบตรวจจับคลื่นของมันรวนจนมันเดินไปยังรูที่มันเข้ามาไม่รู้ตัว

“ลงไปซ่ะ ไอ้หมาหัวเน่า” วิลกระโดดและใช้ดรอบคิกถีบหมาในตัวนั้นตกลงไปจากยาน ก่อนที่จะมีแสงสีฟ้าขึ้นที่ระเบิดที่วิลแปะไว้ก่อนหน้านี้

“แวบ” แสงสีฟ้าสว่างจ้าพร้อมกับเสียงที่ดังเหมือนเสียงฟ้าผ่า ทำให้พวกหมาในระลอกใหม่ที่กระโดดขึ้นและกำลังใช้กรงเล็บเกาะบนยานบิน ชนเข้ากับยานบินและตกลงสู่พื้น ส่วนพวกที่วิ่งอยู่ก็เกิดวิ่งชนกันเองจนล้มระเนระนาด

‘สมน้ำหน้า’ วิลสันในหัวตะโกนดีใจ

“หนวกหูตัวเองไม่ได้ทำอะไรแท้” วิลบ่นออกมาเพราะครั้งนี้ก้เป็นเขาที่ออกมารับหน้าอีกตามเคย

‘ฉันใช้มีดสั้นน่ะเว้ย จะไปสู้กับพวกที่เป็นเหล็กทั้งตัวนี้ได้ไง’

วิลสันบ่นกลับอาวุธที่เขาใช้คือมีดบัตเตอร์ฟลายกับสารพัดมีดสั้นที่เตรียมไว้ แต่พวกหมาในพวกนี้ตัวใหญ่มากแถมยังเป็นเหล็กทั้งดุ้น ต่อให้เสียบเข้าก็คงทำอะไรมันไม่ได้อยู่ดี ขนาดโดนระเบิดจนหัวกระจุยก็ยังไม่ตายเลย ถ้าเขาออกไปสู้มีหวังได้ถูกเล็บเสียบตัวเป็นรู ไม่ก็ถูกเลเซอร์จี่ที่หัวจนเป็นรูเหมือนกัน

“ทำประโยชน์อะไรไม่ได้เลย” วิลพูดก่อนที่จะตบกระเป๋าของเขาที่เลอะทรายกับคราบเลือดจนสกปรก เขาเปิดกระเป๋าก่อนที่จะสวมหมวกมีปีก

“อย่าเพิ่งออกมาล่ะ แสงแดดส่องเข้ามาด้านในหมดแล้ว”

วิลพูดพร้อมกับมองที่ตอนนี้ห้องคนขับกับห้องรับรองมีแสงแดดส่องเข้ามา เฟอร์นิเจอร์บางอยางถูกแดดส่องจนไฟลุก ส่วนตรงกระจกนิรภัยบริเวณคนขับเองก็แตกไปส่วนหนึ่ง ตอนนี้เหล่านักบินใช้เครื่องยิงอีเลเมนต์ส่องตรงที่แตกไว้เพื่อป้องกันรังสีอยู่

“คงจะเรียบร้อยดี” วิลพูดพร้อมกับถอนหายใจก่อนที่หูเขาจะกระดิกขึ้น

“งั้นตาแกก็แล้วกัน” วิลพูดพร้อมกับหลับตาก่อนที่ดวงตาจะลืมขึ้นอีกครั้ง

“เย้! ตาฉันแล้ว” วิลสันตะโกนขึ้นก่อนที่จะหยิบมีดสปาร์ต้าขึ้นมาถูอย่างทะนุถนอม

“ตรงนั้น” วิลสันปามีดสปาต้าไปที่รูขนาดใหญ่ ก่อนที่จะมีหมาในตัวหนึ่งปีนเข้ามาพอดี

“สวบ” มีดสปาร์ต้าเข้าไปในปากของหมาในตัวนั้นกำลังตระเกียดตระกายเข้ามาจนมันร้องด้วยความเจ็บปวดเพราะมีดสปาร์ต้าที่วิลเล่นปาเข้าได้เสียบลึกไปถึงแก่นกลางของมัน (มิดด้ามเหลือแค่ด้ามจับที่โผล่ออกมา)

วิลสันหยิบผ้ากันรังสีมาคลุมตัวเขาเองก่อนที่จะเดินเข้าไปหาหมาในตัวนั้น ซึ่งมันก็ตอบโต้โดยการใช้กรงเล็บตะปปแต่วิลก็หลบได้ก่อนที่จะใช้แขนยันค่อของมันไว้ หมานในยังไม่ยอมสิ้นฤทธิ์หัวและท้องของมันเปิดออกและยิงเลเซอร์ใส่ศัตรูตรงหน้าทันที่

แต่วิลสันรู้ทันเล่ห์ของมันที่ล่อให้เขาเข้าไปใกล้ๆและใช้แสงเลเซอร์จัดการ วิลบิดตัวของมันออกก่อนที่จะหบิยมีดสีดำที่มีคุณสมบัติทนความร้อนสูงเสียบเขาที่ท้องของมัน มีดทะลุโลหะหนาจนเลือดพุ่งออกมาเหมือนน้ำพุ วิลสันออกแรงงัดเหล็กออกจนอวัยวะของมันรวมทั้งเครื่องจักรมากมายหลุดออกมาด้วยทำให้คราวนี้เลเซอร์ที่ท้องมันหยุดทำงานแล้ว

“ปิดฉาก” วิลสันหยิบมีดความถี่สูงออกมาแทงเข้าที่ใต้คางของและงัดขึ้นจนถึงส่วนที่ยิงเลเซอร์ เขาทำลายเครื่องสร้างเลเซอร์ทิ้ง ก่อนที่จะใช้มีดเล่มเดิมแทงเข้าไปตรงจุดเดียวกับมีดสปาร์ต้าจนเลือดสาดกระเซ็น เขาใช้มืออีกข้างจับที่ด้ามมีดสปาร์ต้าก่อนที่จะแหวกคอของมันออกจนเห็นแก่นกลาง

เมื่อเห็นแก่นกลางวิลสันก็หยิบมีดสีดำที่ปักอยู่บนท้องของหมาในตัวนั้นออกมาแทงเข้าไปที่แก่นกลางของมันจนมิดด้ามและหมุนมีดนั้นเพื่อทำลายแก่นกลางทิ้งทันที่

หมาในตัวนั้นหมดสภาพมันหล่นลงไปในทันที่ ซึ่งวิลก็ไม่ลืมที่จะเก็บมีดทั้งสามที่ใช้มาวางบนผ้าสีขาวก่อนที่จะลงมือทำความสะอาดมีดสุดที่รักทั้งสามเล่ม

ซึ่งสิ่งที่วิลสันทำไปสร้างความหวาดกลัวให้ทุกคนที่เห็นเพราะนอกจากจะโหดเหี้ยมไล่ความปราณีผิดกับใบหน้าดูกวนโอยแล้ว(ซาดิสต์มาก) ยังรวดเร็วด้วยขั้นตอนทั้งหมดที่เห็นไม่นับการทำความสะอาดมีดใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีด้วยซ้ำ ต้องบอกว่าเหมือนวิลสันแทงลมมากกว่าแทงพวกหมาในที่ตัวเป็นโลหะมากกว่า

“เอาล่ะตรงนี้เรียบร้อย แล้วตรงนั้นล่ะ” วิลสันพูดพร้อมกับเก็บมีดที่เช็ดคราบเลือดจนกลับมาเงาวับเหมือนเดิมเข้าที่ซองใส่ตามเดิม

 

“ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง” จิมมี่พูดพร้อมกับใช้แท่งเหล็กเสียบหัวของหมาในจนมันแน่นิ่งไป

“ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ เหลือแค่การเขียนโปรแกรมที่เหมาะกับสภาพของยานบินในตอนนี้ให้เสร็จก็เรียบร้อย” หวังลี้พูดขณะที่กำลังมองหน้าจอจำนวนมากที่กำลังใส่โค้ดใหม่อยู่ ซึ่งนิ้วของเธอแยกออกและมีสายไฟขนาดเล็กจำนวนมากเชื่อมต่อกับระบบหลักทั้งหมด

“ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมค่ะ” หวังลี้กล่าว “มีอะไรจะถามหรือไง” จิมมี่พูดพร้อมกับฉีดยาบางอย่างเข้าไปในร่างของหมาในที่สิ้นฤทธิ์ เพราะหมาในตัวนี้เป็นสายพันธุ์ใหม่ยังไม่มีในฐานข้อมูลโลก ดังนั้นเขาต้องฉีดยาที่มีผลหยุดการทำงานของเซลล์และทำให้ระบบไฟฟ้ารวนเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อของไวรัสแบะห้องกันไม่ให้ระบบทำลายเซลล์ตัวเองของหมาในตัวนี้ทำงาน เพื่อที่จะเก็บซากของมันไว้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัยที่ประจำสาขาที่ลอสแองเจลิส เพื่อนำมันไปวิจัย

ซึ่งในยุคนี้เมื่อไรก็ตามที่มีการค้นพบอาวุธชีวภาพชนิดใหม่ ว่าด้วยสัญญาการวิจัยโลกก็จะส่งร่างของมันให้นักวิจัยที่ประจำตามสถานที่สำคัญของโลกเพื่อค้นหาต้นตอและหาวิธีการกำจัด ก่อนที่จะทำอุปกรณ์ต่อต้านให้คนบนโลกได้ใช้ ทำให้อาวุธชีวภาพต่างพัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

“เรื่องที่คุณโดโรธีเล่ามาเป็นเรื่องจริงหรือไม่ค่ะ” หวังลี้ถามขณะที่ใช้กล่องเสริมที่อยู่ตรงหัวไหล่มองจิมมี่อยู่

“โดโรธีบอกเธอแล้วเหรอ” จิมี่ตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน

“คุณไม่คิดที่จะปิดบังเลย” หวังลี้ตกใจกับท่าที่ทองไม่รู้ร้อนของจิมมี่

“ถ้ามันเป็นเรื่องจริงแล้วจะพยายามบิดเบือนมันไปทำไหม การบิดเบือนความจริงไม่ใช่เรื่องดี” จิมมี่พูดพร้อมกับฉีดสเปรย์ใส่ร่างของหมาในก่อนที่จะห่อมันด้วยพลาสติกทนความร้อนสูงเป็นพิเศษ

“งั้นคนอื่นรู้ไหมค่ะ” หวังลี้ถามเพราะทุกคนในกลุ่มต่อต้านทำท่าเหมือนกับไม่รู้เรื่องนี้เลย

“คนอื่นๆรู้ตั้งแต่แรกแล้ว ฉันเป็นคนบอกเอง” จิมมี่ทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายให้หวังลี้ก่อนที่จะเดินไปหาหวังลี้

“...” หวังลี้เงียบกริบเพราะจิมมี่ไม่ทำตัวเหมือนกับวิลสันที่เป็นคนบ้าปัญญาอ่อน ส่วนวิลเป็นคนเอาแต่ใจแต่ทั้งสองก็เป็นพวกตรงผิดกับจิมมี่ที่เป็นคนมีลับลมคนในและดูนิ่งสงบเกินกว่าคนที่ถูกแฉความลับ

“ถ้าอยากรู้อะไรก็ถามผมได้ทุกเมื่อ ยกเว้นเรื่องส่วนตัว” จิมมี่พูดตอนนี้เขาอยู่ข้างๆหวังลี้ พลางถูข้อมือของตัวเองแล้ว

“เรียบร้อยค่ะ ดิฉันลงโปรแกรมทุกอย่างไว้ให้แล้ว” หวังลี้ดึงนิ้วออกมา ก่อนที่จะเก็บนิ้วกับเข้าที่เดิม ตอนนี้เธอสงสัยจิมมี่มากขึ้นคงต้องระวังตัวให้มาก เขาอาจจะเป็นตัวอันตรายแบบที่โดโรธีบอกก็ได้ แต่ถ้าเรื่องที่เขาบอกเป็นเรื่องจริงทุกคนที่สังกัดสการ์เล็ตก็เป็นตัวอันตรายทุกคน

“วิลทางนั้นเป็นยังไงบ้าง” จิมมี่ถามวิลเพื่อเช็คว่าทางนั้นเป็นยังไงบ้าง

“จิมมี่ ฉันคือวิลสันไม่ฉันวิล” วิลสันร้องเสียงแย้ง

“โทษทีก็แล้วกัน วิลสันทางนั้นเป็นยังไงบ้าง” จิมมี่พูดอย่างสำรวมขึ้นเล็กน้อย “ทุกอย่างเรียบร้อยเหลือแค่ปลดล็อคให้นิลออกมา ตอนนี้เจ้านั้นคงร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะฉี่ราดกางเกงแน่นอน” วิลสันหัวเราะลั่นจนทำให้จิมมี่ต้องถอดเครื่องสื่อสารไร้สายออก

“ปี๊บ”

“ทางนั้นโอเคแล้ว” จิมมี่เก็บเครื่องสื่อสารไร้สาร

“ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วดิฉันจะเปิดระบบหลักน่ะค่ะ” หวังลี้พูดพร้อมกับใช้มือแทงเข้าไปที่พื้น ก่อนที่จะมีวัตถุรูปร่างคล้ายกล่องสี่เหลี่ยมที่ขนาดพอๆกับเตียงนอนโผล่ขึ้นมาจากพื้น กล่องนั้นมีรูมากมายและมีแสงไฟออกมาด้วย

“ใหญ่มากเลยน่ะนั้น”

“ค่ะ นอกจากเป็นระบบควบคุมหลักแล้ว มันยังเป็นแก่นพลังงานอีเลเมนต์ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของยานด้วย” หวังลี้พูดก่อนที่จะเอามือซ้ายแปะบนกล่องสี่เหลี่ยมนั้น นิ้วของเธอก็ปล่อยสายไฟจำนวนมากแทรกเข้าไปตามรูที่มีมากมายในทันที

‘ได้รับการยืนยัน ทำการปลดล็อครหัสเพื่อการซ่อมบำรุงฉุกเฉินได้’

เสียงเครื่องจักรดังออกมาจากกล่องสี่เหลี่ยมนั้น ก่อนที่กล่องจะเปิดออกอย่างช้าๆ

“ที่เหลือก็แค่รอเวลา” หวังลี้ใช้นิ้วชี้ขวากดที่คอเพื่อเก็บหน้ากากของเธอ เพราะดูๆแล้วเธอคงไม่จำเป็นต้องใช้มัน

“อย่าประมาทล่ะ” จิมมี่พูดเตือนเพราะถึงตอนนี้พวกเขาจะสลัดจากพวกหมาในได้แล้วก็จริง แต่ก็ไม่ได้ว่าความว่ามันจบแล้ว อาจจะมีพวกใหม่ดักซุ่มอยู่ก็ได้

“ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ”

หวังลี้บ้วนเลือดออกจากปาก เพราะเธอถูกหมาในตัวหนึ่งกระแทกเข้าเต็มๆ แต่เธอสามารถวัดแรงกับมันได้เพราะร่างกายที่พิเศษ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่บาดเจ็บ และที่เธอถอดหน้ากากก็เพราะต้องการบ้วนเลือดที่ค้างอยู่ออกมาให้หมดไม่งั้นมันอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายของเธอที่ยังไม่เข้าที่ก็ได้

“ผิดปกติ”

“ตรงไหนของฉันเหรอค่ะ” หวังลี้สงสัยเพราะอยู่ดีๆจิมมี่ดันโพล่งอะไรแปลกออกมา

“ไม่ใช่ ฉันหมายถึงทำไมกล่องมันเปิดช้าและมีสะเก็ดไฟ”

“สงสัยมันคงได้รับความเสียหายดิฉันจะลองใช้กำลังดู”

หวังลี้พูดก่อนที่จะสวมหน้ากากของเธอกับที่เดิมและใช้แขนทั้งสองข้างงัดกล่องนั้นออก ซึ่งมันก็ปกติดีและมีเสียงลมพัดออกมาเล็กน้อย

“หวัง ปิดมันก่อน!!! ”  จิมมี่ตะโกนเสียงดัง

“ฮือ อะไรเหรอค่ะ” หวังลี้หันกลับมาถาม “เอ๋” เธอรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างจับที่ไหล่ของเธอ

“พลัก” หวังลี้ลอยไปทางจิมมี่ ซึ่งจิมมี่ก็สามารถรับร่างของเธอไว้ได้

“ตัวอะไร” หวังลี้พูดขึ้นเธอหันไปยังกล่องที่มีมือกับแขนเสื้อสีดำโผล่ออกมา ก่อนที่มือนั้นจะหายไป

“ฟุบ” เงาดำที่อยู่ข้างในกล่องพุ่งเข้าใส่ทั้งสองคน

“ช่วยไม่ได้” จิมมี่ปล่อยมือออกจากร่างของหวังลี้ก่อนที่จะรับการโจมตีของสิ่งแปลกประหลาด

“เจ้านี้!!?” วิลสันอุทานเพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขาคือชายในชุดฮู้ดสีดำหลายหกเหลี่ยมและสวมหน้ากาก ดูจากชุดที่เขาสวมแล้วมันดูเหมือนพวกหมาในมาก ระดับของมันคงไม่ธรรมดาเพราะลวดลายบนชุดของมันบ่งบอกว่ามันเป็นประเภทที่สร้างมาตัวเดียวเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ แต่ที่สำคัญที่สุดคือถ้าเขาไม่ใช่แขนทั้งสองข้างหนีบมือข้างหนึ่งที่เล็งมาที่อกของเขา อกเขาคงมีรูไปแล้ว ถึงตอนนี้จะมีเลือดออกเล็กน้อยก็เถอะ

หวังลี้อาศัยจังหวะที่หมาในตัวนี้กำลังกำหมัดอีกข้าง ยิ่งกระสุนขนาดเล็กที่ไหล่ใส่

“บ้าน่า” หวังลี้ตกใจมาก ที่หมาในตัวนั้นใช้แขนข้างที่กำมัดป้องกันกระสุนทุกนัดไม่ให้เข้าจุดสำคัญได้ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ความเร็วนี้ไม่ใช่ความเร็วของสิ่งมีชีวิตแล้ว

หมาในตัวนั้นไม่มีท่าที่สนใจหวังลี้เลยแม้แต่น้อย ยกแขนขึ้นทำให้จิมมี่ที่ใช้มือล็อกแขนไว้อยู่ลอยขึ้น

“เสร็จกัน” จิมมี่ปล่อยแขนที่ล็อกไว้ ก่อนที่จะบิดตัวกลางอากาศใช้ขาเตะเข้าไปที่คอของมัน แต่มันกลับไม่สนใจแถมยังใช้มือจับที่คอเสื้อก่อนที่จะกระแทกร่างของจิมมี่ใส่พื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ฮึบ” หวังลี้พุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็วเพื่อคว้าร่างของมันไว้ เพราะดูแล้วมันน่าจะเป็นหมาในแบบหายากที่ถูกดัดแปลงเป็นพิเศษความเร็วและความทนทานสูงมาก แต่ถ้าเธอสามารถเข้าประชิดอีกฝ่ายได้ เธอก็สามารถใช้ระบบต่อสู้ระยะประชิดกับศัตรูที่มีความเร็วสูงได้

“โอ็ย” หวังลี้ร้องเสียดัง ข้างหน้าของเธอตอนนี้มีแต่ความว่างเปล่า แถมยังมีอาการบาดเจ็บที่หลัง ก่อนที่เธอจะรู้สึกได้ว่าที่ตอนนี้ตัวของเธอกำลังจะกระแทกพื้น

‘มันมาตั้งแต่เมื่อไร’ หวังลี้ได้แต่นึกเมื่อบุรุษสีดำใช้หลังของเธอเป็นที่ยืน แสดงว่ามันคงถีบเข้าที่หลังของเธอด้วยความเร็วสูง

ทางฝั่งจิมมี่เองก็ได้แต่มองเพราะเขาไม่เห็นตอนที่มันหายไปเลยเลย เขาที่กำลังถูกทุ่มอยู่ก็เห็นหวังลี้พุ่งเข้าใส่ก่อนที่บุรุษจะหายไปและถีบหลังของหวังลี้ เหมือนมันสามารถเคลื่อนย้ายตำแหน่งของตัวเองได้ในชั่วพริบตา

“อ๊า” บุรุษสีดำบิดขาก่อนที่จะเตะเข้าไปที่หน้าของหวังลี้เต็มแรง จนเธอร้องเสียงหลง หน้ากากเหล็กของเธอหลุดออกจากหน้า

“ฮึบ” จิมมี่ปาไพ่ไปใต้ร่างของหวังลี้ก่อนที่มันจะมีม่านพลังสีฟ้าขึ้นมาห่อหุ้มร่างของหวังลี้ไว้ก่อนที่จะกระแทกเข้ากับกำแพง และมันก็ได้ดูบซับแรงกระแทกทั้งหมดเอาไว้

“เจ้านี้เป็นของจริง เห็นทีต้องสิ้นเปลืองหน่อยแล้ว” จิมมี่เรียกไพ่ออกมาคลี่เต็มฝ่ามือทั้งสองข้าง เพราะเขาจำเป็นต้องเอาจริงเต็มที่ ไม่งั้นได้ถูกมันฆ่าแน่

จิมมี่ปาไพ่ทั้งหมดใส่พื้นจนกลายเป็นลานไพ่ไปแล้ว ส่วนทางบุรุษสีดำก็หันไปมองไพ่ที่อยู่ตามพื้นก่อนที่จะหันไปทางหวังลี้ที่ถูกห่อหุ้มด้วยม่านพลังสีฟ้าที่กำลังจางหายไป

บุรุษสีดำเกร็งขาของตัวเองพร้อมกับตั้งท่ายืนโดยให้ขาซ้ายอยู่ด้านก่อนที่เขาจะหายไปจากสายตาของจิมมี่

“ต้องยอมรับว่าแกเร็วจริงๆ” จิมมี่ชี้นิ้วขึ้นก่อนที่ไพ่ที่เสียบอยู่บนพื้นบางส่วนจะพุ่งขึ้น คราวนี้ไพ่เหล่านั้นปล่อยก๊าซสีแดงออกมาพร้อมกับแตกตัวเป็นเศษเล็กเศษน้อยกว่าอากาศ

“โผล่ออกมาแล้วสิน่ะ” จิมมี่ก้มตัวก่อนที่จะปาไพ่ลอดหว่างขาของเขา ครั้งนี้ไพ่มีแสงสีเขียวออกมาแทน ทำให้บุรุษสีดำที่ตอนนี้อยู่ข้างหลังของจิมมี่ก้าวเท้าถอยหลัง แต่ก็พบว่าขาของตัวเองถูกไพ่สีฟ้าล็อกไว้กับที่จนขยับไม่ได้ ก่อนที่ไพ่สีเขียวจนปักลงบนตัวของเขาจนเลือดออก

“ตูม” ไพ่สีฟ้าเกิดระเบิดขึ้นทำให้บุรุษสีดำเซ่เล็กน้อย ก่อนที่เขาจะบิดตัวเพื่อรักษาสมดุล

“ได้ตัวแล้วค่ะ” เสียงของหวังลี้ทำให้บุรุษสีดำหันหลังกลับมามอง จนเขาเพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้เขาถูกหญิงร่างเหล็กกอดแน่น

“เปรี้ยง” กระแสไฟฟ้ามหาศาลไล่ผ่านร่างของบุรุษสีดำจนเขาดิ้นไปดิ้นมา แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้เขายกขาทั้งสองข้างขึ้นก่อนที่จะถีบไปที่ท้องของหญิงสาวจนหลุดออกมาได้

“เยี่ยมมากหวัง” จิมมี่พูดขึ้นพร้อมกับปาไพ่สีแดงใส่บุรุษสีดำทำให้บุรุษสีดำยกแขนและขาป้องกัน

“ตูม” ไพ่สีเขียวที่ปักอยู่บนตัวของเขาเกิดระเบิดขึ้นหลังจากที่ไพ่สีแดงชนเข้ากับร่างของเขา

“หวัง ถอยออกมา”

“ค่ะ”

ทั้งสองคนกระโดดไปข้างหลัง ทำให้บุรุษสีดำรู้ตัวก่อนที่จะมองไปด้านบน ซึ่งตอนนี้ไพ่ชุดแรกที่ลอยขึ้นได้พุ่งมาหาตัวเขา และเขาหลบไม่ทันแล้วด้วย

“ตูม” คราวนี้ระเบิดดังสนั่นจนยานบินบินเซไปเซมา ส่วนจิมมี่เองก็มองเข้าไปในกองไฟ

“สำเร็จไหมค่ะ” หวังลี้ถามเพราะเธอได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ถ้าขนาดนี้ยังเอามันไม่ลง ทั้งเธอและจิมมี่คงจะรอดยาก

“ไม่” จิมมี่ทิ้งคำพูดเดียวก่อนที่เขาจะลุกขึ้นตั้งถ้าพร้อมสู้

“ย้าก” เสียงหนึ่งดังขึ้นกลางเปลวเพลิงก่อนที่ไฟทั้งหมดจะดับลงในทันที เผยให้เห็นบุรุษสีดำที่ยังคงยืนอยู่ ชุดสีดำได้รับความเสียหายก็จริงแต่ก็เหมือนจะทำอะไรร่างข้างในไม่ได้เลย

“ไม่เลว”

“มันพูดเหรอ” หวังลี้อึ้งเพราะส่วนใหญ่พวกหมาในจะพูดไม่ได้เพราะไม่มีความจำเป็นในสงคราม เพราะส่วนใหญ่พวกหมาในจะฟังเสียงของเหยื่อเพื่อการวิเคราะห์เป้าหมาย ถ้าพูดเมื่อไรมันก็จะรู้ตัวทันที การที่มันพูดได้ถ้าไม่เป็นตัวพิเศษจริงๆ ก็ต้องเป็นตัวที่ยังหลงเหลือจิตสามัญสำนึกของมนุษย์อยู่

“พวกคุณทั้งสองคนไม่เลวเลยน่ะครับ” บุรุษสีดำถอนหายใจพร้อมกับบิดคอไปมาจนมีเสียงกระดูกกระทบกันเสียงดัง พร้อมกับเสียงหายใจที่ดังออกมาใต้หน้ากาก

“โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่วางแผนได้แนบเนียนมาก” บุรุษสีดำพูดชมจิมมี่ก่อนที่จะล้วงปืนสีเงินออกมาจากเสื้อ เพราะเขาคงต้องใช้อาวุธเพื้่อประหยัดเวลาให้ได้มากที่สุด

“คุณปาไพ่จำนวนมากลงพื้นเหมือนจะสร้างลานป้องกันไม่ให้ผมที่อาศัยความเร็วได้จุดพักบนพื้น โดยทั้งหมดเป็นกับดักเพื่อปิดบังไพ่เพียงใบเดียวที่มีลายเดียวกันพื้น” บุรุษสีดำหยิบไพ่ที่ปักอยู่ที่เท้าของเขา ถึงมันจะไหม้ไปแล้วส่วนหนึ่งแต่ยังมีลายและสีแบบเดียวกับพื้นทุกประการ ถ้าปกติเขาก็คงกระโดดเขาไปโจมตีด้วยความเร็วสูง แต่ถ้าพุ่งไปตรงๆเขาก็คงถูกกับดักที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ใช้แน่ๆ

“ก็ผมรู้ว่าความสามารถของคุณคือความเร็วตั้งแต่ที่คุณโจมตีหวังลี้” จิมมี่พูดพร้อมกับนั่งชันเข่า

“ความเร็วสิ่งมีชีวิตเร็วได้ขนาดนั้นเลยเหรอค่ะ” หวังลี้สงสัยเพราะความเร็วของเขามันเร็วมากขนาดที่ตาของเธอยังมองมันไม่ทัน

“ใช่ตอนแรกฉันก็คิดว่าเขามีความสามารถในการวาร์ป แต่ข้อนี้ก็ตกไป เพราะแทนที่เขาจะวาร์ปลงจากตัวของคุณหวังเพื่อที่จะโจมตีปิดฉากได้ เขากลับเตะคุณจากมุมสูงที่ออกแรงได้ลำบากทั้งที่รู้ว่าคุณมีร่างกายเป็นโลหะแต่ก็ยังโจมตีทั้งแบบนั้น แสดงว่าเขาแค่ใช้ความเร็วที่สูงมากเฉยๆไม่ได้ใช้พลังอีเลเมนต์อะไร ที่คุณมองเขาไม่เห็นคงเป็นเพราะว่าเสื้อสีดำที่เขาสวมอยู่มีคุณสมบัติในการสั่นสะเทือนอนุภาครอบตัวเลยทำให้คุณมองเขาไม่ชัดในตอนที่เขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง แต่เขาคงจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องไม่ได้ ไม่งั้น เขาคงโจมตีแบบต่อเนื่องไปแล้ว” จิมมี่พูดพร้อมกับใช้แขนอีกข้างยกร่างของหวังลี้ขึ้นเพราะคงมีการต่อสู้ในอีกไม่ช้า ถึงอีฝ่ายจะดูไม่เป็นอะไร แต่ภายนอกต้องบาดเจ็บหนักมาก การที่ต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก็คงทำให้ร่างกายได้รับความเสียหาย พอเจอกับแรงระเบิดก็ต้องมีผลกระทบหลงเหลืออยู่ต้องรีบจัดการให้เสร็จ ถ้าไม่คงมีปัญหาในภายหลังแน่

“โห่? รู้ดีจังเลยน่ะครับ ที่คุณบอกมาก็ถูก ผมไม่มีความสามารถอะไรเป็นพิเศษก็แค่มีความเร็วเป็นจุดเด่น ส่วนเรื่องเสื้อคงเป็นเพราะระเบิดที่คุณใช้ ถึงจะมีรัศมีที่แคบมาก แต่ก็พลังทำลายสูงมากพอที่จะหลอมเหล็กในรัศมีนั้นได้ พอมันไม่สามารถทำอะไรผมได้ คุณก็เลยรู้”

เข่าของบุรุษสีดำกระแทกพื้นเพราะการระเบิดเมื่อครู่เขารับไปเต็มๆถึงเสื้อที่สวมจะมีคุณสมบัติสร้างม่านพลังและสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนอนุภาคโดยรอบเพื่อลดความเสียหาย แต่แรงระเบิดนั้นได้รอดผ่านไพ่สีเขียวที่เสียบบนชุดของเขาทำให้เขาได้รับแรงระเบิดไปบางส่วน ถ้าร่างเขาไม่ได้ดัดแปลงมาเป็นพิเศษคงจะหมดสภาพไปแล้ว

“หืม อ๊อก” บุรุษสีดำถอดหน้ากากของตัวเองก่อนที่จะอ้วกออกมา แถมภาพที่เขามองเห็นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว แต่ร่างกายของเขามันต้านทานพิษ ทำไมถึงมีอาการคล้ายพิษแถมกล้ามเนื้อยังเกร็งผิดปกติ

บุรุษสีดำหายใจอย่างเหนื่อยหอบถึงเขาจะไม่ได้สวมหน้ากาก แต่แสงไฟที่ดับเป็นระยะเพราะการต่อสู้ แถมตำแหน่งของเขายังเป็นมุมอับทำให้แสงแดดส่องเข้ามาไม่ถึงทำให้มันมืดสลัวจนมองไม่เห็นแม้แต่จมูก จะเห็นแค่ปากและคางสีขาวซีดเท่านั้น

“แย่แล้วนี้มันไม่ใช่พิษ นี้มันอาการแพ้”

“ฉลาดไม่เลว แต่รู้ตัวช้าไปหน่อยน่ะครับ” จิมมี่เอามือลูบที่ท้องของบุรุษสีดำ เขาเกร็งกล้ามเนื้อจนมันขยายตัวอย่างน่ากลัว ก่อนที่เขาจะอัดแรงเข้าไปทั้งหมดจนกล้ามเนื้อทั้งหมดรีบลงในทันที

“ตายซ่ะ” จิมมี่หมุนมือพร้อมกับกระแทกท้องของบุรุษสีดำจนบิน

“อั๊ก” ร่างของบุรุษสีดำกระเด็นเข้าไปกระแทกกับระบบหลักจนหลังแอ่นก่อนที่ร่างของเขาจะกระแทกเข้ากับพื้นในสภาพนอนคว่ำ

“หืม ต้องจัดการให้จบ” บุรุษสีดำใช้แขนดันตัวขึ้นก่อนที่จะชักปืนสีเงินขึ้นมากระหน่ำยิงใส่จิมมี่และหวังลี้แต่พอกระสุนถูกเป้าหมาย ภาพก็เบลอหายไปในทันที

“ตาฉัน!!” บุรุษสีดำเอามือปิดตาของตัวเอง ตอนนี้ภาพที่เขาเห็นคือภาพของจิมมี่และหวังลี้ทั้งที่ปิดตาก็ยังมองเห็นภาพเหมือนเดิมก็แสดงว่า..

“ตายซ่ะเถอะค่ะ” หวังลี้ใช้เข่าของเธอกดหลังของบุรุษสีดำ และใช้มือสัมผัสคอของเขา ตอนที่เธอกอดอีกฝ่ายครั้งล่าสุด เธอได้ติดตั้งเครื่องจักรไว้ที่ตัวของเขาซึ่งมันได้ส่งผลถึงสมองของอีกฝ่ายโดยตรง ตอนแรกที่มันไม่แสดงอาการคงเป็นเพราะว่าบุรุษสีดำมีระบบประสาทที่ต้านทานระบบไฟฟ้าในระดับที่ไม่ธรรมดา มันก็เลยไม่แสดงอาการอะไรออกมา แต่พอเขาเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงเพราะระบบภูมิต้านทานทำลายร่างกายของเขาเอง ก็เลยทำให้ระบบต่อต้านพลอยทำงานผิดปกติไปด้วย เลยทำให้ผลกระทบของมันทำงานอย่างช้าๆ

“จัดการได้แล้วใช่ไหม” จิมมี่เดินกระเพลกมาทางหวังลี้ การโจมตีครั้งล่าสุด เขาใส่แรงเข้าไปทั้งหมด ทำให้กล้ามเนื้อของเขาที่ทำงานเกินพิกัดได้รับความเสียหายและดูเหมือนจะฉีกขาดบางส่วนด้วย ถ้ามันยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องจัดการให้เสร็จตั้งแต่ตอนนี้

“ค่ะ ดูเหมือนจะใช่” มือของหวังลี้มีสายไฟเสียบเข้าไปในคอของบุรุษสีดำและที่คอของบุรุษสีดำก็มีเส้นเลือดมากมายเต้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้หวังลี้ได้แทรกซึมระบบประสาททั้งหมดของบุรุษสีดำทั้งสมองและไขสันหลัง และได้ควบคุมระบบประสาททั้งหมดแล้ว

 “จงลุกขึ้น” หวังลี้ออกคำสั่งให้กับระบบประสาทก่อนที่จะเช็คว่ามันได้ผลหรือเปล่า เธอค่อยๆลุกขึ้น ส่วนสายไฟยังติดอยู่ที่คอของบุรุษสีดำ ก่อนที่เธอจะกระชากมันออกมา ซึ่งบุรุษสีดำลุกขึ้นอย่างว่าง่าย

“ทิ้งปืนซ่ะ”หวังลี้พูดออกคำสั่งอีกคั้ง บุรุษสีดำก็ทิ้งปืนโดยไม่ขัดขืนอะไร

“เรียบร้อยค่ะ เขาขัดขืนอะไรไม่ได้แล้วค่ะ” หวังลี้พูดก่อนที่จะใช้มือถอดฮู้ดของบุรุษสีดำออกเพื่อให้เห็นหน้าให้ได้ชัดๆ

“หมาในตัวนี้ไม่ธรรมดาน่ะเนี่ย” จิมมี่พูดพร้อมกับมองหน้าจริงๆของบุรุษสีดำที่น่าจะเป็นหมาในแบบพิเศษ

เขาเป็นหมาในเพศชายที่มีผมสีเงินประบ่า ดวงตาสีขาวที่ส่วนของตาดำมีสีแดงส้ม และมีผิวสีขาวซีด ส่วนของใบหน้าเหนือจมูกมีรอยเย็บสีดำที่ดูเหมือนถูกความร้อนสูงจนใบหน้าเชื่อมติดกันมากมาย ริมฝีปากสีดำสนิทเหมือนกับคนเสพยาเกินขนาด

“ผ่าตัดสมอง มิน่าถึงได้เร็วขนาดนี้” จิมมี่เอานิ้วชี้ไล่ไปตามรอยเย็บสีดำบนหัวของหมานในตัวนี้ ซึ่งมันน่าจะเป็นรอยเย็บที่เกิดจากการผ่าตัดสมองเพื่อเร่งสมรรถนะของร่างกายมนุษย์ให้เกินขีดจำกัดของมนุษย์ธรรมดา และริมฝีปากที่กลายเป็นสีดำคงจะให้ยาควบคุมไปกับการผ่าตัดเพื่อเพิ่มความคงทนของร่างกายเหมือนพวกหมาในปกติ

“ต้องจัดการมัน” จิมมี่ยกแขนทั้งสองข้างขึ้น มือของเขามีไพ่ที่สะท้อนเข้ากับแสงไฟแสดงถึงความคม เขาเล็งไปยังคอและคิดจะใช้แรงทั้งหมดที่เหลือตัดหัวของมัน

“ฉัะ” ไพ่ของจิมมี่จู่โจมใส่เป้าหมายอย่างแม่นยำ แต่สิ่งที่โดนคมไพ่คือแขนของหมาใน ก่อนที่แขนนั้นจะค่อยๆยกลงพร้อมกับดวงตาสีแดงส้มที่มองมายังจิมมี่พร้อมกับรอยยิ้ม

“เปรี๊ยง” จิมมี่ถูกซัดเข้ากับกำแพงเต็มๆ แต่เขาก็สามารถลุกขึ้นได้ในทันที “พวกคุณเกือบจัดการผมได้แล้วแท้ๆ น่าเสียดาย” บุรุษสีดำถอนหายใจก่อนที่จะกลับมายิ้มอีกครั้ง สีหน้าของเขาในตอนนี้เหมือนฆาตกรโรคจิตก็ไม่ปาน

“มันขยับได้ยังไง” หวังลี้ยกแขนขึ้นพร้อมกับออกคำสั่งให้กับระบบควบคุมที่เธอฝังไว้ที่คอของเขา แต่บุรุษสีดำก็แค่ยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะถีบหวังลี้กระเด็นไปกระแทกกับกำแพงของยานใกล้กับจุดที่แสงแดดส่อง

“มันหนวกหูเข้าใจไหมครับ” บุรุษสีดำเดินเข้าไปหาหวังลี้ เขาจะใช้มือของเขาบีบคอเหล็กของหวังลี้ก่อนที่จะดึงเหล็กเส้นที่ตากแดดจนกลายเป็นสีแดงทายลงบนหน้าของหวังลี้

“กรี๊ด” หวังลี้ร้องเสียงหลง ตอนนี้เธอถูกเหล็กเส้นทาบลงบนหน้าจนมีควันขึ้น ถึงหน้าของเธอจะเป็นผิวหนังสังเคราะห์ที่อลันสร้างให้ แต่ก็มีเส้นประสาทเทียมเหมือนใบหน้าจริงทุกประการมันจึงเจ็บปวดมากเวลาถูกเหล็กร้อนจี่

เธอพยายามขัดขืนด้วยการต่อยอีกฝ่ายและปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงใส่ แต่บุรุษสีดำก็ไม่สะทกสะท้านอะไรทั้งสิ้น

“คุณเล่นผมซ่ะแทบแย่ ถ้าผมไม่มีไขสันหลังมากกว่าปกติคนจะแพ้ไปแล้ว”

‘ว่าไงน่ะ ไขสันหลังมากกว่าปกติ!!!?’ หวังลี้ช็อคเธอเข้าใจแล้วว่าทำไมหมาในตัวนี้ถึงไม่เป็นไรทั้งที่ถูกควบคุมระบบประสาท เพราะเขามีไขสันหลังมากกว่าหนึ่ง ตอนที่ระบบประสาทของเขาถูกแทรกแซงก็ให้ระบบสำรองปิดตัวเองเพื่อป้องกันการถูกควบคุม เขาก็เลยไม่เป็นอะไรเลย

“วิลสันอยู่ไหม” จิมมี่คุยผ่านเครื่องสื่อสารเพราะถึงเขาจะลุกขึ้นได้ ก็ไม่ได้ความว่าเข้ายังสามารถต่อสู้ได้

“ฉันได้ยินแล้วจิมมี่” วิลสันตอบกลับ “นายรีบมาที่นี้ด่วน”

“ฉันทำไม่ได้ห้องคนขับถูกล็อกจากภายนอกแถมความเร็วของยานก็เพิ่มขึ้นด้วย จะปีนไปก็ไม่ได้เหมือนกัน” วิลสันตอบกลับด้วยความร้อนรน เพราะเขาได้ยินเสียงกรีดของหวังลี้เหมือนกันเขาเลยจะไปช่วยแต่ก็พบว่า ห้องคนขับถูกล็อกไว้จากภายนอกทำให้เขาออกไปช่วยไม่ได้ ส่วนโดโรธีเองก็ใช้พลังมากเกินไปจนสลบไปแล้วจะให้เปิดประตูมิติก็ไม่ได้

“ชิส์” จิมมี่เดาะลิ้นเพราะถ้าเขาขืนชักช้ากว่านี้หวังลี้ถูกมันทรมาณจนตายแน่ๆ

“ไม่ต้องห่วงไปหรอกครับ ผมไม่ฆ่าผู้หญิงคนนี้จนกว่าผมจะพอใจ”

บุรุษสีดำพูดพร้อมกับดึงเหล็กเส้นออกทำให้เห็นลอยไหม้ขนาดใหญ่บนแก้มซ้ายของหวังลี้ เขาทาบอีกครั้งที่คอของหวังลี้

“กรี๊ด” หวังลี้ร้องเสียงดังกว่าเดิมก่อนที่เสียงจะหายไป เพราะเธอถูกทาบที่คอทำให้เธอไม่มีแรงที่จะส่งเสียง

“ถ้าจัดการเธอเสร็จ ต่อไปก็ตาคุณ คุณอมนุษย์” บุรุษสีดำแสยะยิ้ม

จิมมี่ทำสีหน้าเคร่งเครียด เขาประมาทมากเกินไปคงต้องบอกว่ามันเกินกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก แถมเจ้านี้ยังรู้ว่าเขาไม่ใช่มนุษย์อีก ดูถ้าคราวนี้จะไม่รอดซ่ะแล้ว

“เหล็กหายร้อนแล้ว” บุรุษสีดำโยนเหล็กเส้นที่เริ่มเย็นตัวทิ้งก่อนที่จะระดมหมัดต่อยเข้าที่ท้องของหวังลี้อย่างต่อเนื่อง หวังลี้อ้วกออกมาก่อนที่ไอออกมาเป็นเลือด เมื่อเห็นดังนั้นบุรุษสีดำจึงปล่อยมือ

“อ่า อ่า” หวังลี้หายใจเข้าช้าๆก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น เธอเห็นหมาในตัวนั้นยกเท้าขึ้น

“ตายซ่ะ” บุรุษสีดำออกแรงเหยียบเต็มแรง

 

ผัวะ หมัดๆหนึ่งเข้าที่หน้าของบุรุษสีดำจนเขาล้มลง

“อ๊อก ใครกัน!” บุรุษสีดำเงยหน้าขึ้นถึงหมัดที่โดนจะไม่สามารถสร้างแผลให้เขาได้ แต่เขาที่โดนแรงระเบิดไปแล้วเมื่อโดนหมัดต่อยเข้าเต็มแรงเขาเองก็รู้สึกเจ็บไม่เบา

หวังลี้หลับตาก่อนที่จะมองไปยังเจ้าของหมัดที่ยืนกั้นระหว่างเธอและหมาใน

“นิล” จิมมี่พูดพร้อมกับถอนหายใจ

“พวกใหม่งั้นเหรอ” บุรุษสีดำถุยน้ำลายเสียงดังก่อนที่ะลุกขึ้น

ผมไม่ยอมให้คุณทำร้ายเพื่อนของผมเด็ดขาด ไม่มีวัน!”

นิลพูดพร้อมกับกำหมัดซ้ายเล็งไปยังบุรุษสีดำ แววตาของเขาดุดันและร้อนแรงอย่างถึงที่สุด




NEKOPOST.NET