P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 35 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.35 - การเดินทางสุดร้อนระอุ (4, ราชาอัญมณีอับดุล)


วันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 17: 00 น.

ณ ศาลากลางเมืองโร้คโดมินิค

“ยินดีตอนรับสู่ปราสาทของฉันจิมมี่”

ชายชาวอิสลามคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่หรูหรา เขาสวมหน้ากากที่ทำจากทองคำ และตามตัวของเขาเต็มไปด้วยอัญมณีหายากมากมายแสดงให้เห็นถึงฐานะของชายคนนี้ได้ดี

“ครับ คร้าบ คุณเชื้อพระวงศ์เก่า”

จิมมี่กล่าวอย่างไม่ทุกข์ร้อนกลางกลุ่มคนติดอาวุธที่กำลังเล็งอาวุธใส่เขา ซึ่งจากสีหน้าของแต่ละคนคงบอกได้เพียงอย่างเดียวว่าเดือดสุดๆ ทางจิมมี่เองก็ยิ้มกลับไปทำให้เราการ์ดติดอาวุธชักสีหน้ามากกว่าเดิมอีก

“เข้าเรื่องดีกว่า พวกนายออกไปให้หมด”

อับดุลสั่งเหล่าคนรับใช้ พวกเขาจึงเก็บอาวุธก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องอย่างว่าง่าย

“เอาละธุรกิจที่นายบอกคืออะไร”

อับดุลถอดหน้ากากทองคำของเขาออกเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและรอยไหม้มากมาย

“เห็นว่าคุณกำลังหาบ่ออัญมณีที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นทราย ผมเลยจะบอกให้ว่ามันอยู่ที่ไหน”

จิมมี่ดีดนิ้วของตนพร้อมกับเสกไพ่ออกมา

“แกพูดจริงเรอะ”

อับดุลแสดงอาการดีใจจนออกนอกหน้าก่อนที่เขาจะเก็บสีหน้าดีใจในทันที

“แกพูดจริงหรือเปล่า ฉันไม่เชื่อ”

อับดุลใช้มือถูรอยแผลเป็นที่เหมือนถูกของมีคมบาดลึกบนโหนกแก้มซ้าย เขาจำได้ว่าตัวเองเคยถูกชายตรงหน้าเล่นงานมาก่อน

“เอาน่า ยังไม่พอใจเรื่องเมื่อตอนนั้นอีกเหรอ งั้นผมขอโทษก็แล้วกัน”

“กูไม่ใช้ไม่พอใจ กูโกรธโว้ย ไอ้เวร”

อับดุลตะโกนด่าจิมมี่ ถึงเขาจะมีอำนาจหรือทรัพย์สินมากกว่าแต่ด้านเล่ห์เหลี่ยมเค้าสู้จิมมี่ไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

“นี้เราเป็นเพื่อนกัน อับดุลยังเรียกชื่อเล่นผมแทนชื่อจริงเลยไม่ใช่เหรอ”

“นั้นเป็นเพราะฉันพูดสะกดชื่อจริงแกไม่ถูกตั้งหาก”

อับดุลเถียงจิมมี่สุดฤทธิ์ แต่เอาเข้าจริงๆเขาเองก็เคยทำงานร่วมกับจิมมี่มาก่อน จำได้เลยว่าเมื่อ 15 ปี ในตอนนั้นนอกจากเขาจะเป็นทายาทเศรษฐีน้ำมันเขาเองก็ยังเป็นญาติห่างๆของเชื้อพระวงศ์มีหน้าที่จัดสรรดูแลความเรียบร้อยของเคหสถาน จิมมี่เองก็เป็นคนรับใช้ที่ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้เข้าออกได้ตามใจชอบ ซึ่งจิมมี่เองก็ทำหน้าที่ได้ดีจนกระทั้งวันที่สงครามโลกครั้งที่ 3 เข้าสู่ช่วงท้าย จิมมี่ก็ได้ทรยศเขาโดยก่อนที่เขาจะหนีไป เขาได้ฝากรอยแผลเป็นไว้บนหน้าของเขาพร้อมกับปราสาทที่กลายเป็นเถ้าธุลี

 

“เอาไงดี เจ้านายถูกมันหยอกเล่นอยู่”

“ง่ายๆ เดินเข้าไปเอาปืนจ่อหัวและเหนี่ยวไก ระเบิดกบาลมัน”

“เห้ยจะบ้าเหรอ เราเป็นถึงคนรับใช้กษัตริย์ ทำยังงี้ก็เสียเกียรติพวกเรากับหัวหน้าหมด”

“เสียยังไงวะ จิมมี่มันเป็นคนทรยศ”

ทางฝั่งการ์ดติดอาวุธและคนรับใช้เองที่กำลังแอบฟังบนสนทนาต่างถกเถียงกันยกใหญ่ เพราะคนส่วนใหญ่ของที่นี้ส่วนใหญ่ต่างเป็นคนที่ติดตามอับดุลมาตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นในกลุ่มคนเหล่านี้จึงมีคนรู้จักจิมมี่เป็นส่วนใหญ่

“เธอว่าไง โดโรธี”

หนึ่งในการ์ดติดอาวุธถามสาวใช้คนเดิมที่พาจิมมี่มาหาอับดุล เพราะเธอเป็นคนที่ใกล้ชิดกับเจ้านายของพวกเขาอับดุลมากที่สุด

“เรื่องนี้ดิฉันไม่แน่ใจค่ะ เพราะคุณจอร์จ มาสคินนั้นเข้ามาในปราสาทตอนที่ฉันยังเล็กมาก แต่ฉันรู้สึกได้ว่าเขาเข้ามาด้วยเหตุผลบางอย่าง”

สาวใช้คนเดิมตอบกลับ เท่าที่เธอจำได้ตอนนั้นเธอยังเป็นแค่เด็กที่เพิ่งเดินได้ แต่พอเพื่อนของเธอถามแบบนี้ทำให้เธอนึกถึงตอนนี้เธอคุยกับจิมมี่ตอนนำทาง

‘โตขึ้นเยอะเลยนี้โดโรธี’ จิมมี่ถามโดโรธีหลังจากที่ไม่ได้เจอกันตั้ง 8 ปี

‘แต่คุณมาสคินดูไม่เปลี่ยนไปเลยตั้งแต่ 8 ปีก่อน’ โดโรธีโต้ตอบอย่างสำรวม

‘ก็ร่างกายฉันมันไม่ยอมแก่เอง’ จิมมี่หัวเราะออกมาพร้อมกับมองนาฬิกาของตัวเอง

‘อับดุลเป็นคนเคร่งเวลาไม่ใช่เหรอจะห้าโมงแล้วนะ’ จิมมี่พูดถึงนิสัยของอับดุลที่เป็นคนเคร่งเวลามากกว่าใครเพราะในอดีตตอนที่เขายังเป็นคนรับใช้เหมือนกับอับดุล และอับดุลเป็นหัวหน้าคนรับใช้ที่เคร่งกฎมากกว่าใครด้วย

‘ไม่ต้องห่วงดิฉันหรอกค่ะ แค่เดินไปให้สุดท้ายก็ถึงแล้วค่ะ’

‘เธอนี้ไม่น่ารักเหมือนเมื่อก่อนเลย’

‘ตอนนั้นดิฉันยังเด็กเกินไปที่จะเป็นคนรับใช้ตอนนี้ดิฉันเป็นแล้วก็ต้องทำตัวให้เหมาะสมกับหน้าที่ของตน’ โดโรธีพาจิมมี่ไปถึงประตูบานใหญ่ที่ทำจาดโลหะ ก่อนที่เธอจะดูนาฬิกาพกพาของเธอก่อนที่จะกดหน้าปัดของนาฬิกาเพื่อทำการติดต่อ

‘คุณมาสคินมาถึงแล้วค่ะ’ โดโรธีกดนาฬิกาของเธอก่อนที่จะทายมันกับประตู

‘การยืนยันเสร็จสิ้นจะทำการปลดรหัสให้เดียวนี้’

‘ดิฉันคงมาส่งคุณได้เท่านี้ ขอลาค่ะ’ โดโรธีจับชายกระโปรงและโค้งคำรับ แต่จิมมี่เองก็หันมาทางเธอ

‘แล้วเธอกับเจ้าอับดุลเป็นยังไงบ้างเป็นพี่น้องกันไม่ใช้เหรอ’

‘มันไม่ใช่เรื่องของคุณ’ โดโรธีเบนตาใส่จิมมี่แววตาของเธอนั้นเต็มไปด้วยความเครียดแค้น นัยต์ตาสีเทาที่ขุ่นมัวแทบจะสาดลำแสงให้ทุกอย่างกลายเป็นน้ำแข็งได้

 

ก็ได้ถือว่าสัญญาลุล่วง ฉันจะช่วยให้ออกจากทะเลทรายเอง

เสียงตะโกนของอับดุลดังขึ้นทำให้โดโรธีหันไปยังทิศเสียงที่ตอนนี้คนอื่นๆนอกจากเธอคุยกันดังสนั่น

“เกิดอะไรขึ้นกันค่ะ” โดโรธีมองสีหน้าของแต่ละคนซึ่งทุกคนต่างทำสีหน้าเหมือนกันคือ พวกเขาไม่เชื่อสิ่งที่ทั้งสองคนนั้นคุยกัน

“เจ้าคนทรยศนั้นบอกว่าจะยกแร่อัญมณีทั้งหมดให้เรา”

“ฉันว่ามันโกหก”

โกหกหรือไม่แค่ตรวจสอบดูก็รู้ครับ

จิมมี่เบนสายตามายังเหล่าคนที่แอบฟัง แววตาของเขาทิ่มแทงเขาไปในใจของคนที่แอบฟังอยุ่ที่ทุกคน ถ้าไม่ใช่คนที่เคยเจอหน้าจิมมี่มาก่อนทุกคนต่างทนสายตาที่เสียดแทงอันรุนแรงแบบนี้ไม่ได้

“พอเถอะจิมมี่ แกมากับฉัน ส่วนคนอื่นๆไม่ต้องตามมาไปยังพิกัดที่หมอนี้ระบุไว้ ฉันต้องการผลรับโดยเร็ว”

“ครับ/ค่ะ”

อับดุลลุกจากบังลังภ์ของเขาและเดินออกจากห้องในทันทีซึ่งแน่นอนจิมมี่เองก็เดินตามไปเช่นกัน

“ยังเดินเร็วเหมือนเคย” จิมมี่พูดขณะยังเดินตามอับดุลไปตามเส้นทาง

“หึ ฉันเป็นผู้นำ การนำหน้าทุกคนที่ติดตามฉันเป็นหน้าที่สำคัญ”

อับดุลหัวเราะเสียงดังพร้อมกับเดินไปตามทางเดินซึ่งเขาก็คว้าลูกอมที่วางอยู่บนจานรับรองแขกข้างทางมากิน

“นิสัยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเลยนะ น้องสาวนายก็ชอบตามสตอกเกอร์เหมือนเดิม” จิมมี่พูดพลางเหล่สายตาไปด้านหลัง ทางอับดุลเองจึงหยุดเดินและหันหลังมอง ซึ่งที่เขาเห็นคือทางเดินที่มีสภาพเดิมไม่ผิดเพี้ยน

“งั้นเรอะ โดโรธีเธอเองยังมีหน้าที่ของเธออยู่นะ ไม่ต้องตามฉันกับหมอนี้ก็ได้” อับดุลพูดกับอากาศก่อนที่จะเกิดช่องว่างขึ้นกลางอากาศและโดโรธีจึงเดินออกมาจากช่องว่างนั้น

“ขออภัยค่ะท่านพี่ ดิฉันไม่วางใจที่จะปล่อยให้คุณอยู่กับผู้ชายคนนั้น”

โดโรธีจับชายกระโปรงขึ้น

“ฉันรู้ดีว่ามันมาดีหรือมาร้าย ถ้าเจ้านี้ไม่ปลอดภัยจริง พวกเราทุกคนคงตายหมดแล้ว” อับดุลล้วงแท็บเล็ตของตัวเองออกมาดู เพื่อดูข้อความที่เพิ่งได้รับ

“โดโรธีฉันต้องการให้เธอไปบอกตัวแทนค้าอัญมณีคนอื่นๆว่าพรุ่งนี้เที่ยงฉันต้องการพบ”

“ค่ะ แต่”

“นี้คือคำสั่ง ทำหน้าที่เสร็จก็ไปก่อนเถอะ”

อับดุลถอนหายใจ เพราะโดโรธีเป็นคนขยันมาก และเป็นพวกดื้อดึงมาก คนที่เธอฟังคำสั่งมีแค่เขาเท่านั้น

“ค่ะ ระวังตัวด้วยนะค่ะ” โดโรธีทำเคารพพร้อมกับกางแขนทั้งสองข้างและเกิดช่องว่างกลางอากาศขึ้นก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในนั้น มันค่อยๆปิดอย่างช้าแต่แววตาของหณิงสาวยังมองมาที่จิมมี่

“ถ้าคิดไม่ซื่อฉันเอาแกตาย” โดโรธีทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ก่อนที่ช่องว่างนั้นจะหายไป

“เจ้าเด็กนี้ยังดื้อไม่เปลี่ยนเลย” อับดุลหัวเราะเสียงดัง เพราะอย่างน้อยมันก็ยังแสดงว่าน้องสาวเขาเป็นคนที่ช่วยเหลือตัวเองได้ยามที่ไม่มีเขาอยู่

“พลังของโดโรธีเพิ่มขึ้นใช่ไหม แต่ก่อนผมจำได้ว่าเธอยังทำได้แค่ทำให้ตัวจางลง” จิมมี่ถามอับดุลเพราะในอดีตเขาเคยเห็นโดโรธีใช้พลังอีเลเมนต์ทำให้บรรยากาศลองตัวเกิดผิดปกติทำให้คนอื่นสังเกตเห็นเธอได้ยากเล็กน้อย

“ใช่ ตอนนี้เธอสามารถเข้ามิติพิเศษที่มีแต่เธอเท่านั้นที่เข้าได้ ว่าแต่แกรู้ได่ยังไงว่าเธอแอบตามพวกเรามา”

อับดุลสงสัยเพราะความสามารถของโดโรธีคือการบิดเบือนมิติเพื่อสร้างมิติทับซ้อนขึ้นมาและเข้าไปในมิติพิเศษนั้น จึงไม่มีใครรู้ตัวเลยแต่จิมมี่กลับรู้ตัวเหมือนเมื่อก่อนเลยที่เวลาโดโรธีแอบลอบเข้าไปกินขนมในโรงครัวจิมมี่ก็จับได้

“ผมรู้สึกได้ เพราะเธอชอบปล่อยออร่าแปลกๆและผมจำความรู้สึกแบบนั้นได้ นายก็รู้ตัวนี้อับดุล” จิมมี่หัวเราะเพราะที่จริงแล้วนอกจากเขาแล้วอับดุลเองก็รู้ตัวเหมือนกันเวลาที่โดโรธีแอบตามเขา

“ก็จริง ฉันเองยังรู้สึกเสียวสันหลังวาบอยู่เลย แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้สึกอะไรแล้วคงไปจริงๆแล้วมั้ง” อับดุลหันไปเช็คข้างหลังให้แน่ใจว่าเจ้าน้องสาวตัวดีเลยตามเขาหรือยัง และดูเหมือนว่าจะเลิกตามแล้วจริงๆ

‘แต่เอาจริงๆต้องเป็นฉันที่ต้องขอบคุณแกนะ จิมมี่’ อับดุลกัดฟันส่งรหัสลับที่มีเพียงแค่เขากับจิมมี่เท่านั้นที่รู้

‘เอาเถอะน่า เราเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว เรื่องเมื่อตอนนั้นก็อย่าไปใส่ใจ’

จิมมี่สื่อสารกลับ รหัสลับนี้เป็นรหัสที่เขาสอนอับดุลไว้เวลามีปัญหาอะไร ต้องบอกเป็นความสามารถสื่อสารทางจิตของเขาดีกว่า

‘ยังชัดเหมือนเดิมความสามารถความถี่คลื่น’ อับดุลเหล่สายตาให้จิมมี่ที่มีความสามารถด้านคลื่นความถี่ และบังเอิญว่าคลื่นความถี่สมองของเขากับจิมมี่ใกล้เคียงกันมากก็เลยสามารถคุยกันทางจิตได้

‘ถ้านายช่วยพวกฉันไปยังที่หมายได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้ว’

จิมมี่ยักคิ้วให้ซึ่งอับดุลก็หัวเราะ

‘ฉันช่วยแกแน่ อย่าลืมสิว่าฉันติดหนี้แกอยู่จิมมี่’

‘ฉันมาว่าเรื่องนั้นหรอก ฉันเองก็ผิดปล่อย เรื่องเมื่อตอนนั้นไปเถอะ’

จิมมี่ยิ้มแยะพลางยึกถึงคืนที่เต็มไปด้วยเพลิงนรกที่เขาเป็นคนทำ

‘ไม่ได้ฉันติดหนี้แกอยู่ นโยบาลฉันคือถ้าฉันติดหนี้ใครฉันจะคืนให้สิบเท่า’

‘งั้นแกเองก็แสดงละครเก่งจังเลยเล่นซะเข้าบทเหมือนแค้นฉันจริงๆ’

‘ถ้าตีเนียนสักหน่อยก็ไม่มีใครจำได้แล้ว ถ้าโดโรธีไม่สงสัยในความจริงก็ไม่มีใครรู้หรอก แต่การที่เห็นนายอยู่ดีแบบนี้ฉันก็ดีใจแล้ว’

‘เช่นกัน ฉันเห็นคนของนายร่วมทั้งโดโรธียังอยู่ดีฉันก็พอใจแล้ว’

‘พูดซะอย่างกับคนแก่เลยนะจิมมี่’

‘ก็มนุษย์เทียมอย่างฉันแก่กว่านายอยู่แล้ว’

‘นั้นดิ ฮ่าๆๆๆๆ’ ประโยคนี้ทำให้อับดุลหัวเราะลั่นมันเป็นความจริงเขานั้นอายุเกิน 40 แล้ว แต่จิมมี่นั้นแก่กว่าเขาอีก ถึงหน้าตาจะดูเหมือนวัยรุ่นค่อนไปทางผู้ใหญ่

เขาเคยเจอจิมมี่ครั้งแรกเมื่อเกือบ 40 ปีก่อนตอนเขายังเป็นเด็กฝึกหัด ตอนนั้นจิมมี่ทำหน้าที่ดูแลเขา ดีไม่ดีจิมมี่อาจจะแกกว่าปู่เขาหรือทวดเขาก็ได้ และขอบอกไว้อย่างหนึ่งชื่อจอร์จ มาสคิดกับชื่อเล่นจิมมี่ก็เขานี้แหละเป็นคนตั้งให้เอง และที่เขาอยู่ได้นานขนาดนี้คงเป็นเพราะว่าเป็นไอ้สิ่งที่จิมมี่เรียกตัวเองว่ามนุษย์เทียมละมั้ง

‘เออ ฉันอยากให้นายช่วยอะไรฉันสักอย่าง รับรองฉันต้องตอบแทนให้แน่นอน’ อับดุลหยุดหัวเราะก่อนที่จะขอร้องจิมมี่บางอย่างซึ่งสีหน้าของเขานั้นค่อนข้างจริงจัง

‘ว่ามา แต่ไอ้ของตอบแทนฉันไม่ต้องการหรอก’

‘งั้นฉันขอให้แกพาโดโรธีไปด้วย’

‘เดียวอะไรน่ะ แกล้อเล่นใช่ไหม’ จิมมี่หันไปถามอับดุล เพราะสิ่งที่อับดุลบอกมันไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรในทางศาสนาและโดโรธีคงไม่ยอมแน่นอน ก็เล่นติดพี่ชายแจ๋ ยังกับลุกเป็ดเดินตามก้นแม่เป็ดยังไงอย่างัั้น

‘ฉันมีข้ออ้าง ไม่เป็นไรหรอก’ อับดุลเอามือแตะกำแพงก่อนที่จะหยิบแอปเปิ้ลที่โผล่ออกมาจากช่องลมมากินอย่างเอร็ดอร่อย แถมยังโยนลูกหนึ่งให้จิมมี่ด้วย

‘มันไม่ใช่เรื่องของข้ออ้าง ศาสนาอิสลามเขาบอกให้สตรีอยู่ในเรือน และโดโรธีคงไม่มีทางไปกับฉันแน่’

จิมมี่แย้งเพราะโดโรธีเองก็เป็นสตรีอิสลามการที่จะไปผจญภัยนอกเรือนนั้นไม่เหมาะสม ยิ่งเจ้าหล่อนเกลียดเขามากคงไม่ยอมไปกับเขาแน่นอน

‘เรื่องศาสนาไม่ต้องห่วงหรอก ฉันอยากให้เธอไปเผชิญโลกกว้าง ถ้าจะให้เธอเดินตามก้นฉันแบบนี้ต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องดี อีกอย่างมีเพียงนายเท่านั้นที่ฉันไว้ใจให้ดูแลการเติบโตของโดโรธีในโลกภายนอกได้’

‘คิดดูก่อน’

‘ไม่เป็นไรยังไงเสีย เหตุการณ์น้ำท่วมที่นี้ทำให้ระบบนิเวษน์เปลี่ยนไป จำเป็นต้องขุดคลองไหลผ่านใหม่หมด พรุ่งนี้นายก็ยังไปจากที่นี้ไม่ได้หรอกน่ะ’

‘อ้า เรื่องนั้นฉันเข้าใจ คนที่ระเบิดบ่อก็คือฉัน ดังนั้นฉันคำนวณผลกระทบได้ อีกอย่างคนที่มากลับฉันจำเป็นต้องใช้เวลาจัดสรรทรัพยากรก็ต้องใช้เวลานานหน่อย’

“ปิ๊บๆ”

“เดียว นะ” จิมมี่หยิบเครื่องสื่อสารไร้สายขึ้นมาฟัง เพราะมันมีข้อความใหม่จากศูนย์บัญชาการมาถึงเขาโดยตรง โชคดีที่ๆนี้มีมีคลื่นแรงมากเขาเลยติดต่อสื่อสารได้ง่าย

“ว่าไงน่ะ” จิมมี่ตกใจมากในสิ่งที่โอเปอเรเตอร์บอก

“ครับๆ ขอโทษครับ พวกเราต้องใช้เวลามากกว่าที่คาดไว้ ประมาณ 2 วันถึงจะถึงครับ” จิมมี่ปิดเครื่องสื่อสารไร้สายของเขา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเครียด

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ จิมมี่” อับดุลถามเพราะการที่จิมมี่ทำสีหน้าเคร่งเครียดแสดงว่าต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น

“อ้า ร้ายแรงมาก อับดุลฉันถามหน่อยถ้าฉันจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้เลยจะได้ไหม”

“ฉันบอกแล้วว่าไม่ได้ ถึงพรุ่งนี้จะมีขบวนชีนุก (Chinook) มาที่นี้ แต่มันก็มีแต่แขกเจ้าสำอางทั้งนั้น ชีนุกมันก็ไม่พอที่พาพวกนายไปพร้อมกับแขกที่กำลังมาที่ได้หรอก สองวันที่ฉันบอกนี้คือฉันซื้อลำใหม่มาเพื่อรับส่งพวกแกโดยเฉพาะ เร็วได้แค่นี้มากกว่านี้ไม่ได้”

อับดุลส่ายหัวเพราะถ้าให้พวกจิมมี่เข้าไปซ่อนก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะลูกค้าที่กำลังมาแต่ละคนต่างเป็นเศรษฐีหรือผู้มีอำนาจทางการทหารหรือนักการเมือง แน่นอนว่าในชีนุกที่จะมาคงจะมีทั้งเฟอร์นิเจอร์หรือแม้กระทั้งบอดี้การ์ดมากฝีมือ การให้พวกจิมมี่ไปด้วยมีหวังถูกจับได้ขณะโดยสาร ถ้าไม่ถูกจับได้ก็คงเป็นการยากที่จะไปถึงที่หมายเพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าพวกแขกทั้งหลายจะไปลงที่ไหนกันบ้าง

“งั้นเหรอ ต้องรอเท่านั้น” จิมมี่แท็บเล็ตของเขาขึ้นมาดูก่อนที่จะเปิดช่องข่าวเพื่อให้แน่ใจกับข้อมูลที่เขาได้มาจากศูนย์บัญชาการ

ในข่าวเป็นภาพของโรงพยาบาลที่ไม่เหลือเค้าโครงเดิมเปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาจากหลุมกลางโรงพยาบาลเหมือนภูเขาไฟระเบิด เหล่านักผจญเพลิงต่างพยายามควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ให้มันลามเข้าไปในเขตพักพิงชั่วคราวของประชาชน

“นั้นฐานทัพเก่าแกนี้” อับดุลมองไปยังโรงพยาบาลลาริสที่ถูกทำลาย ปกติเขาเองเวลามีปัญหาด้านเครื่องมือทางการแพทย์ก็ต้องไปหาคุณลอร่าเพื่อขอความช่วยเหลือโดยเฉพาะ แต่เขาได้ข่าวว่าทางกลุ่มต่อต้านได้อพยพไปตั้งแต่คืนก่อน

“ใช่ อลันกับคนจำศีลยังอยู่ใต้นั้น”




NEKOPOST.NET