P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 34 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.34 - การเดินทางสุดร้อนระอุ (3, หน้าที่ของหวังลี้)


วันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 16: 46 น.

ณ ห้องรับรองพิเศษใจกลางเมืองโร้คโดมินิค

ตอนนี้เป็นช่วงเย็น อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ถึงจะยังมีแสงแดดอยู่บ้าง แต่เมืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่แนวสันเขาทอดยาวไปยังหุบเขาก็ทำให้ที่นี้มีกระแสลมพัดผ่านทำให้อุณหภูมิต่ำกว่าปกติ และถ้าสังเกตดีๆจะมีกระแสน้ำไหลผ่านกลางเมือง และมีชาวเมืองในชุดคลุมกันทรายกับผ้าชีมัคกำลังช่วยกันวิดน้ำที่ท่วมเข้าไปในบ้านของพวกเขา เพราะไม่งั้นถ้าฟ้ามืดเมื่อไร อากาศตอนกลางคืนอาจจะติดลบได้และถ้ายังมีน้ำอยู่ในบ้านพวกเขา อากาศคงจะหนาวนรกกว่าปกติแน่นอน

“พวกเขาน่าจะลำบากนะค่ะ”

หวังลี้พูดพร้อมกับไล่สายตามองไปตามทางน้ำที่ไหลผ่านกลางตัวเมืองที่เกิดจากระเบิดที่พวกเธอจุดชนวนขึ้นทำให้ชาวเมืองต้องลำบาก ตอนนี้พวกเธอทั้งหมดอยู่ในตึกที่น่าจะเป็นศาลาว่าการของเมืองนี้ เนื่องจากที่นี้แทบจะไม่ใช้เทคโนโลยีอีเลเมนต์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิส์เลย เธอก็เลยไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลของเมืองนี้ได้มากนัก

เท่าที่หวังลี้รู้ก็คือเมื่อตอนในช่วงก่อนสงครามการค้นพบอีเลเมนต์ทำให้ระบบเศรษฐกิจของโลกพลิกกลับตาลปัตร น้ำมันและทองคำเริ่มหมดบทบาทลง เนื่องจากเทคโนโลยีพลังจิต-อีเลเมนต์สามารถใช้ได้จริงและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับโลกที่กำลังเข้าสู่ช่วงสงครามในขณะนั้น และทำให้คนที่มีทองคำตุนไว้เยอะก็เป็นล้มทั้งยืนเพราะใช้เงินเกือบจะไม่ได้เลย ทำให้เหล่าบรรดาเศรษฐีน้ำมันขาดทุนกันย่อยยับ และได้มีอดีตเศรษฐีน้ำมันสัญชาติซาอุดิอาระเบียที่ชื่ออับดุลเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและมาตั้งรกรากที่นี้

“ไม่ลำบากหรอกครับ พวกเขากำลังมีเรื่องดีๆที่ทำให้เรื่องในวันนี้เป็นแค่ฝันร้ายเพียงชั่วข้ามคืน”

จิมมี่นั่งไขว้ห้างอย่างไม่ทุกข์ร้อนพลางแตะแท็บเล็ตดูเวลาไปเรื่อยๆ

“มาแล้วสิน่ะ” วิลลุกขึ้นก่อนที่จะเดินไปหน้าประตู

“ก็อกๆ ขออนุญาตนะค่ะ ท่านอับดุลมีคำสั่งให้เรียกคุณจอร์จ มาสคินให้ไปพบกับท่าน” เสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับเสียงสาวใช้

วิลจึงเปิดประตูก่อนที่จะพบสาวใช้ที่สวมฮิญาบ และดูเหมือนเธอจะจ้องไปยังวิลแบบไม่กระพริบตา

“ท่านอับดุลไม่อนุญาตให้คนของพวกท่านแม้แต่คนเดียวออกจากห้องนี้ยกเว้นคุณมาสคิน”

“ให้คนๆนี้ออกไปเถอะครับ เขาไม่ก่อความเดือนร้อนให้พวกคุณ แต่ถ้าคุณยังคงขังเขาไว้ในห้องนี้ผมคิดว่าคงมีเรื่องที่แย่กว่าที่คุณคิดแน่นอน”

จิมมี่พูดพร้อมกับมองไปยังดวงตาสีเทามนของสาวรับใช้คนนั้นที่มีดวงตาสีเดียวกับหวังลี้ ทางฝั่งสาวรับใช้เองก็ดูเหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่จิมมี่พยายามจะสื่อ เพราะเธอก็เคยได้ยินจากนายท่านของเธอว่า กลุ่มองค์กรนี้มีแต่พวกจิตวิปริตทั้งนั้น เพราะกลุ่มคนที่กล้างัดข้อกับมหาสหพันธ์ที่มีกำลังพลกับเทคโนโลยีสูงมาก ถ้าไม่เป็นพวกอยากตาย ไม่ก็เป็นพวกโรคจิตหรือบ้าก็เท่านั้น

“ค่ะ แต่โปรดระวังตัวไว้ด้วย เพราะเรื่องที่พวกท่านทำให้เมืองแห่งนี้น้ำท่วม ได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองแล้ว”

สาวใช้พูดเตือนก่อนที่จะหลีกทางให้วิลที่ยังเดินออกอย่างไม่สะทกสะท้านอะไรกับคำเตือนของสาวใช้

“งั้นผมไปก่อนนะครับ ฝากดูแลนิลด้วยนะครับคุณหวังลี้”

จิมมี่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนที่จะเดินตามสาวใช้ที่ทำหน้านำทาง ถ้าพูดถึงนิลแล้ว ตั้งแต่ที่พวกมาถึงที่นี้นิลก็เหมือนจะหลับเอาดื้อๆในทันทีและไม่มีท่าทีจะตื่น ดูถ้าหมออลันคงวางยาอะไรสักอย่างไว้สมองของนิลแน่ ตอนนี้ก็กำลังนอนหลับสบายใจเฉิบอยู่บนเตียง

“ค่ะ งั้นเอาสิ่งนี้ไปด้วยนะค่ะ”

หวังลี้โยนลูกบอลทรงกลมสีแดงขนาดเท่าลูกกอล์ฟให้จิมมี่ ซึ่งจิมมี่ก็รับไว้และมองไปยังลูกบอลนั้น

“มอนิเตอร์จิ๋ว?”

“ค่ะ อย่างน้อยในระหว่างสนทนาเรื่องธุรกิจดิฉันอาจจะช่วยคุณได้บ้าง”

ตอนนี้ในห้องพักผ่อนของพวกเธอเหลือแค่เธอกับนิลเท่านั้น และนิลเองดูเหมือนจะไม่ตื่นขึ้นต่อให้ส่งเสียงดังเท่าไร

เมื่อแน่ใจว่าในห้องนี้ไม่มีใครเข้ามาแน่นอน เธอจึงกดปุ่มบนแขนขวาของเธอ และหยิบอุปกรณ์บางอย่างโยนใส่ประตูกับหน้าต่างจนเกิดคลื่นอีเลเมนต์ปกคลุมทั่วทั้งห้อง เมื่อแน่ใจว่าเสียงจากภายในห้องนี้จะไม่ออกไปจากห้องเธอจึงจับแขนขวาของเธองัดไปตรงท้ายทอยก่อนที่จะดึงเหล็กเส้นสีแดงออกมาจากกระดูกสันหลังของเธอ

เธอวางเหล็กเส้นสีแดงบนพื้น ก่อนที่เหล็กเส้นแท่งนั้นจะปล่อยภาพโฮโลแกรมสามมิติขึ้นมา

“ไม่ได้เจอกันนานน่ะ เจ้าหน้าที่หวัง”

“ค่ะท่านอลิซาเบธ”

หวังลี้โค้งคำนับให้กับอลิซ

“นิลอยู่ที่ไหน”

“กำลังหลับอยู่ตรงนั้นค่ะ”

หวังลี้ผายมือไปบนเตียงที่ตอนนี้นิลกำลังหลับแบบไม่รู้ตัว

“ลงมือเลย”

ทันทีที่อลิซออกคำสั่งหวังลี้ก็เดินไปยังเตียงของนิลที่กำลังอยู่ก่อนที่จะใช้ไซลิงค์เจาะเลือดของนิลออกมา

หลังจากได้เลือดนิลมาแล้ว หวังลี้ก็เปิดกระเป๋าของเธอเพื่อเอาเครื่องสแกนขนาดเท่าฝ่ามือออกมา และใช้มันสแกนเลือดในทันที

“ฉันเข้าใจละ อลันวางยานิลอย่างนั้นหรือ”

อลิซลูบคางของเธอ พลางกรอกตาไปมาก่อนที่เธอจะทุบมือของตัวเอง

“เจ้าหน้าที่หวังฉีด นาโนไบต์

ทันทีที่อลิซออกคำสั่งหวังลี้ก็กดปุ่มบนคางของเธอ คราวนี้เธอหยิบแคปซูลสีขาวออกมาจากปากของเธอ ก่อนที่จะบรรจุมันเข้าไซริงค์

หวังลี้พลิกร่างของนิลที่ยังสลบไสล ตอนนี้หน้าที่ของเธอคือการฉีดนาโนไบต์เข้าไปที่ไขสันหลัง และให้ยาผ่านน้ำไขสันหลังส่งตรงไปถึงสมอง

“อย่างที่อลันว่าเลย”

เสียงของวิลดังขึ้นก่อนที่เขาจะคว้าแขนของหวังลี้ไว้และกระแทกเธอลงบนพื้น และทิ้งน้ำหนักทั้งหมดแต่หวังลี้ก็ขันขืนอย่างรุนแรง

“ตั้งสติหน่อยลี้”

วิลตะคอกใส่หวังลี้ที่ยังคงขัดขืนเขา ดวงตาสีแดงของเธอส่องแสงจ้าก่อนที่จะดับลง และหญิงสาวก็หมดสติไป

ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ อลิซ

เสียงของอลันขึ้นมาก่อนที่แท่งเหล็กสีแดงนั้นจะปล่อยภาพโฮโลแกรมขึ้นอีกด้าน

อลัน นายอีกแล้ว

อลิซชักสีหน้าขึ้น ขมับของเธอมีเส้นเลือดขึ้นจนหน้ากลัว นอกจากเส้นเลือดตรงขมับแล้ว ตาขาวของเธอก็มีเส้นเลือดขึ้น และตาสีขาวของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดง

ผมว่ากิติก็เคยบอกไปแล้วนี่ครับว่าอย่าเครียดมาก เส้นเลือดในตาแตกอีกแล้วสินะครับ

ทั้งแกและกิติไม่ต้องบอกฉันๆก็รู้

แต่คุณก็ยังทำ

เรื่องของฉัน

งั้นเหรอครับ

อลันหลับตาของเขาพร้อมกับดึงวิกผมสีดำของเขาออกให้เห็นผมสีฟ้าของเขา เพราะมันเป็นเรื่องของเขากับเธอที่เคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน

ผมไม่รู้หรอกน่ะครับว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้างกับคุณ แต่การวางโปรแกรมในสมองของคนอื่นมันไม่ใช่เรื่องดีนัก คุณย่าลอร่าก็เคยบอกไปแล้ว

ยายแก่เอาแต่ย้ำแล้วย้ำอีก ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วหลักจริยธรรมแบบนั้นมันใช้ไม่ได้ สิ่งที่ฉันทำไปก็เพื่ออนาคตที่ดีกว่า

ถึงกับส่งนักฆ่ามาฆ่าลูกน้องของตัวเองเพื่อเพิ่มความไว้วางใจเลยเหรอ

ประโยคนี้ทำให้อลิซโกรธมาก คราวนี้เส้นเลือดตรงขมับของเธอฉีกออกและมีเลือดไหลออกมา เธอส่ายหัวก่อนที่ภาพฉายโฮโลแกรมจะหายไป

“ไปแล้วใช่ไหม”

วิลพูดพร้อมกับอุ้มร่างของหวังลี้ที่ไม่ได้สติบนเตียง

ครับ เพราะเธอถูกผมจับได้ และถ้าเธอโกรธมาเกินไปก็อย่างที่เห็น สภาพร่างกายเธอมันจะแย่ลงไปอีก เธอก็เลยปิดสัญญาณไปหนีไปแล้ว

อลันถอนหายใจก่อนที่เขาจะนั่งกลางอากาศ

“งั้นหวังลี้คือตัวอะไรกัน”

วิลชี้ไปยังหวังลี้ที่หมดสติอยู่

เธอถูกอลิซวางโปรแกรมไว้โดยไม่รู้ตัว ทันทีที่อลิซป้อนรหัสที่ถูกต้อง เธอก็จะกลายเป็นเครื่องจักรโดยไม่รู้ตัว คนที่เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์อย่างคุณน่าจะเข้าใจที่สุด

“นายจะบอกว่าเธอโดนวางไวรัสไว้ในหัวสิน่ะ”

วิลพูดพร้อมกับเกาหัว เพราะการแฮกข้อมูลก็ใกล้เคียงกลับที่อลันบอก วางโปรแกรมไว้ในระบบ พออย่างใช้งานก็แค่ใส่รหัสและสั่งควบคุมระบบทั้งหมด ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เขาชอบ แต่นึกไม่ถึงว่ามันจะพัฒนาจะใช้กับมนุษย์ได้แล้ว

ใช่ครับ น่าจะเป็นไวรัสที่ชื่อว่านาโนไบต์ที่จะฉีดให้นิลนั้นแหล่ะ

“เรื่องนี้ต้องบอกให้หวังลี้หรือเปล่า”

ครับ เธอคงจะไม่รู้ตัวว่าถูกควบคุมอยู่ ตอนผมรักษาร่างกายของหล่อน ทำให้ผมรู้ว่าเวลาเธอถูกควบคุม เธอจะถูกสร้างความทรงจำลวงในหัว ตอนนี้เธอคงกำลังฝันว่าดูแลนิลอยู่

“งั้นเอาไง ในการเดินทางจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างก็รู้ ถ้ายังถูกควบคุมอยู่แบบนี้ คงต้องฆ่าหล่อนทิ้งสถานเดียว”

วิลหยิบระเบิดออกมา

“ไม่ต้องก็ได้ครับ ผมถอนโปรแกรมที่เซ็ตกับจัดการกับไวรัสไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ที่เธอยังคงถูกควบคุมอยู่เพราะผมจงใจให้อลิซป้อนรหัสใส่ตัวโปรแกรมที่ผมดัดแปลงไว้แล้ว เพื่อจะได้คุยกับเจ้านายเธอซึ่งๆหน้าได้”

อลันพูดด้วยความร้อนรน เพราะถ้าเขาบอกช้ากว่านี้วิลคงใช้ระเบิดขนาดเล็กมากระเบิดสมองของหวังลี้ทิ้ง เพื่อที่จะได้ไม่ทิ้งหลักฐานว่าตายเพราะวิล

“ก็ได้ แต่ฉันต้องปรึกษากับจอร์จก่อน”

ตามสบายครับ เพราะผมได้เชื่อมระบบประมวลผลและการสื่อสารของเธอเข้ากับระบบฐานข้อมูลดาวเทียมเลเซอร์ของผมไว้แล้ว

อลันโบกมือให้วิลก่อนที่ภาพโฮโลแกรมจะหายไป ซึ่งวิลนั้นรู้ดีว่าอลันชอบปิดระบบสื่อสารทั้งหมดการที่จะขอความช่วยเหลือกับเขาได้จำเป็นต้องใช้รหัสเฉพาะหรือไม่รู้ต้องไปเจอซึ่งๆหน้าเท่านั้น แต่นี้เล่นเชื่อมกับระบบไว้กับผู้หญิงคนนี้เท่ากับว่าเธอกลายเป็นคลังความรู้ทั้งหมดที่เจ้าอลันได้ค้นคว้าและวิจัยไว้ เจ้าจอร์จกับคุณลอร่าต้องเก็บเธอไว้แน่ๆ อีหรอบนี้วิลสันคงจะถูกริสตี้ฆ่าแน่นอนที่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ของศัตรูมาอยู่กับพวกเธอเป็นการถาวร

 

ณ ศูนย์วิจัยใต้ดินของอลันใต้โรงพยาบาลลาริส ในเวลาเดียวกัน

“โอนข้อมูลเรียบร้อย”

อลันบิดขี้เกียจบนเก้าอี้ของเขา เขามองหน้าปัดทั้งหมดก่อนที่จะกดปุ่มสีฟ้าด้านบน เพื่อที่จะออกคำสั่งสุดท้ายกับศูนย์วิจัยแห่งนี้

“ผมโอนและลบข้อมูลทั้งหมดไปแล้ว คุณลงมือช้าไปหน่อยนะครับ”

อลันพูดกับเงาๆหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นกลางห้อง

“ช้าไปนะครับคุณปีเตอร์ แม็กซ์ ควินด์ สุนัขของเวอร์มิ..”

ไม่ทันพูดจบมีดเล่มหนึ่งก็เสียบเข้าที่ไหปลาร้าของอลันและตัวก็ถูกชกจนตกจากเก้าอี้

“ข้อมูลทั้งหมดเก็บเอาไว้ที่ไหน”

ชายคนนั้นต่อยซ้ำที่หน้าของอลัน ครั้งนี้ฟันของอลันหลุดออกมาเกือบหมดปาก

“ยูน...”

อลันชี้ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งที่ยังคงทำงานอยู่ ซึ่งอีกฝ่ายก็เดินไปที่คอมเครื่องนั้นพร้อมกับกดคีย์บอร์ด

“ปีเตอร์ได้อะไรบ้าง”

“ขออภัยด้วยครับท่านอลิซาเบธข้อมูลถูกทำลายทั้งหมด”  ปีเตอร์พูดพร้อมกับค้นข้อมูลจากฐานคอมพิวเตอร์ทั้งหมดซึ่งมันก็ขึ้นแสงไฟเท่านั้น

“ฉันจะคุยกับมันหน่อย” เมื่อได้รับคำสั่งปีเตอร์ก็หยิบหน้าจอขนาดพกพาขึ้นมาและโชว์มันให้อลัน

“เอาจนได้น่ะอลัน แกเคยคิดว่าแกจะมีวันนี้หรือเปล่า”

อลิซพูดกับอลันด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียมเมื่อรวมกับเลือดที่ยังคงไหลอยู่มันก็ทำให้ใบหน้านั้นน่ากลัวมากกว่าเดิม

“หึ”

อลันยังคงยิ้มอยู่เหมือนเดิมถึงฟันจะหลุดจนเกือบหมดปากก็จริงแต่เขาก็ยังไม่สะทกสะท้านอะไร แถมยังม้วนผมสีฟ้าของเขาด้วย

‘มีหรือไม่มีวันนี้ ผมก็รู้อยู่แล้วว่าสักวันคุณก็ต้องฆ่าผม’

เสียงที่ของอลันดังขึ้นลำโพงเครื่องหนึ่ง

‘ไม่ต้องแปลกใจก็ได้ผมก็แค่เซ็ตคำพูดของผมเอาไว้เวลาคุณพูดอะไรผมก็ตอบตามนั้น ก็แค่แปลกใจที่ลงมือเร็วกว่าที่คาดเอาไว้ หรือว่า..’

‘ทนไม่ไหวเรื่องที่ผมพูดไปเมื่อกี้นี้’

“เพล้ง”

ปีเตอร์เตะร่างของอลันทะลุกระจกห้องแล็บ ซึ่งครั้งนี้อลันนั้นลุกไม่ขึ้นแล้ว

‘หืม กระดูกซี่โครงหัก ปอดซ้ายถูกเสียบ แขนขาหักหมด กระดูกคางหักรวมถึงแรงกระแทกเมื่อกี้ทำให้พูดไม่ได้ และยัง....’

อลันมองที่ท้องของตัวเองทำให้รู้ว่ามีเศษกระจกขนาดใหญ่เสียบทะลุตัวเขาอีก และยังไม่นับเศษกระจกยิบย่อยที่ไม่ได้เสียบจุดสำคัญ

“ปีเตอร์อย่าลืมหน้าที่ ฉันต้องการเทคโนโลยีพลังจิตของเขา”

อลิซพูดเตือนปีเตอร์ เพราะที่เธอให้ปีเตอร์ทำร้ายหวังลี้ที่นี้ก็เพื่อให้หวังลี้เข้าใกล้อลันและนิลได้ง่ายขึ้น ไวรัสที่เธอใส่ในตัวของหวังลี้จะทำให้เธอเข้าใจกลไกระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดของกลุ่มต่อต้าน และทำให้กองกำลังของเธอแทรกซึมได้ง่ายขึ้น แต่เธอไม่คาดคิดว่าปีเตอร์จะรู้ตัวก่อนและทำลายฐานข้อมูลทั้งหมดและเก็บมันวันในสมองของหวังลี้แทน

‘ที่จริงแล้วผมก็ไม่รู้หรอกว่าคุณจะฆ่าผม แต่ฟาโรเขาเตือนผมน่ะ ผมก็เลยเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมสรรพ’

เสียงดัดแปลงของอลันดังขึ้นในห้องเล็กๆแห้งนี้ ซึ่งชื่อฟาโรทำให้อลิซเลือดขึ้นหน้า

“ไม่ต้องเก็บมันไว้แล้ว ฆ่ามันซ่ะ เดียวฉันค่อยขุดสมองมันขึ้นมาทีหลัง”

“ครับ”

อลิซออกคำสั่งให้ปีเตอร์ สภาพของเธอในตอนนี้มีเลือดไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง ซึ่งปีเตอร์เองก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ผู้อยู่เหนือตนเองก่อนที่เขาจะค่อยๆเดินมาหาอลันอย่างช้าๆ

‘ผมบอกแล้วไงว่าผมเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมสรรพ’

เมื่อเสียงดัดแปลงจบลง แผ่นเหล็กจำนวนมากห้องทดลองแห่งนี้ก็ปิด พร้อมกับสัญญาณไฟสีแดง

‘ตรวจพบผู้บุกรุกระดับสูงสุด เตรียมทำลายตัวเองภายใน 10 วินาที’

เสียงของระบบคอมพิวเตอร์ดังขึ้น พร้อมกับม่านพลังที่กางรอบห้องนี้

“แกอลัน!”

เสียงตะโกนด้วยความโกรธของอลิซดังออกมาจากแท็บเล็ต เพราะวันนี้มีเรื่องที่อยู่นอกเหนือจากแผนการณ์ของเธอถึงสองครั้ง และกำลังมีครั้งที่สาม ที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของเธอ

‘ผมไม่ถนัดการวางแผน แต่ถนัดการโต้ตอบมากกว่า และก็’

“ปี๊บ”

สัญญาณในห้องนี้ถูกตัดขาดในทันที ปีเตอร์ที่พบว่าหน้าจอของเขาดับไปแล้ว เขาจึงเตรียมหาทางหนีจากที่นี้ แต่ก็

“ร่างกายมัน ขยับไม่ไ..”

“รู้ตัวแล้วเหรอครับ”

ปรากฏร่างเงาของอลันจำนวนมากตามที่ต่างๆห้องแล็บแห่งนี้ร่วมไปถึงทิวทัศน์ที่บิดเบี้ยวอย่างสิ้นเชิง

ปีเตอร์ในตอนนี้อย่าว่าแต่หนีเลยแค่จะเกร็งกล้ามเหนื่อยก็ยังทำไม่ได้

“อากาศ?”

ปีเตอร์ล้มทั้งยืนนอกจากร่างกายที่ขยับไม่ได้แล้ว เขายังรู้สึกได้ว่าอากาศยังหายไปด้วย

“อากาศไม่ได้หายไปไหน แค่คุณใช้มันไม่ได้”

เสียงของอลันปรากฏขึ้นข้างหูของปีเตอร์ พร้อมกับห้องที่ส่งเสียงหัวเราะหน้ากลัว

“ตอนนี้ตาผมที่ต้องลาละครับ”

‘3.. 2.. 1..0’ ทันทีที่เสียงนับถอยหลังหมดลงก็ปรากฏแสงสีขาวสว่างไปทั่ว

 

ณ คฤหาสน์หลักตระกูลเวอร์มิลเลี่ยน

“หน่อย!!”

อลิซทุบโต๊ะเสียงดังแผนที่เธอวางไว้นัดผิดพลาดทั้งหมด ทั้งที่เธอรอโอกาศที่เหมาะสมมาตั้งนาน แต่มันกลับหายไปหมด เธอในตอนนี้ปวดหัวมากทุกอย่างที่วางไว้พังทลายหมด และยังไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาศในการทำแผนการลุล่วงอีกเมื่อไร

“ขออภัยค่ะ”

“มีอะไร”

อลิซถามหลังจากที่คนรับใช้ในคฤหาสน์เรียกเธอ ซึ่งสาวในชุดเมดได้ยื่นเอกสารหนึ่งให้เธอ

“การทดลองประสบความสำเร็จ”

นี้เป็นเรื่องดีเพียงอย่างเดียวของเธอในวันนี้ ดูถ้าแผนของเธอยังสามารถดำเนินต่อไปได้

“ตัวอย่างทดลอง ACC-3302 มีปฏิกิริยาอะไรบ้าง”

“ค่ะ หลังจากการทดลองประสบความสำเร็จ ตอนนี้พวกเราให้ ACC-3302 พักฟื้นในแคปซูลชั่วคราวเพื่อตรวจสอบอัตราการเข้ากันของเซลล์”

อลิซยิ้มออกมาเล็กน้อยดูถ้าสิ่งที่เธอพลาดไปคงมีแค่โอกาศเท่านั้น ถึงแผนการที่ลาริสจะพังพินาศ แต่การทดลองนี้ประสบผลสำเร็จ เธออุตส่าห์รอมาเกือบ 10 ปี แล้วจะให้รออีก 10 ปีก็ยังไม่สาย เพราะถ้าทฤษฎีต้นกำเนิดตระกูลยูเรียลของเธอไม่ผิดละก็ ต่อให้ผ่านไป 100 ปีหรือ 1000 ปี เธอก็รอได้




NEKOPOST.NET