P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 33 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.33 - การเดินทางสุดร้อนระอุ (2, คราวนี้มันกลายเป็นน้ำ)


“หลุมนี้ใหญ่จังเลยนะครับ”

นิลมองหลุมขนาดใหญ่ที่เกิดจากแรงระเบิดทำให้บนเนินทรายมีหลุมรัศมีปรมาณ 5 เมตร ซึ่งนิลก็มองลงไปในหลุมนั้นอย่างตั้งใจจนพื้นทรายที่เขาเหยียบเกิดทรุดตัว

“เหวอ”

“ระวังด้วยครับ”

จิมมี่คว้าไหล่ของนิลได้ทันและที่จะใช้แรงลากนิลออกจากพื้นทรายที่กำลังทรุดตัว

“แต่ว่าหลุมที่พวกคุณมามันทำอะไรได้บ้างค่ะเนี่ย”

หวังลี้ถามเนื่องจากทั้งเธอและนิลต่างก็เกือบถูกทรายดูดเพราะแรงระเบิด

“ชั้นไม่เสียลูกระเบิดเพราะเรื่องไร้สาระหรอก”

วิลพื้นพร้อมส่ายมือเพราะเขาค่อนข้างรำคาญคนที่มาถามเหตุผลกับเขา

“รอดูก่อนก็แล้วกันครับ”

จิมมี่พูดพร้อมกับเดินไปยังด้านที่อยู่ระหว่างหลุมกับเส้นทางที่พวกเขาจะไป ก่อนที่จะหยิบอุปกรณ์บางอย่างออกมาประกอบกัน

จิมมี่ประกอบชิ้นส่วนปริศนาเข้าด้วยกันเพียงครู่เดียวก็สามารถมองเห็นมันเป็นรูปเป็นร่างได้แล้ว

“เรือ?”

หวังลี้พูดออกมาเพราะโครงของมันก็คือเรือชูชีพแบบมีหลังคา แต่ทำไมเขาต้องประกอบมันกลางทะเลทรายหรือว่า

เมื่อคิดได้หวังลี้ก็รีบวิ่งไปดูที่หลุมถึงมันจะมืดสนิทแต่เธอก็ได้ยินเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ

“ครืนๆ

“เสียงน้ำ?”

“ตูม”

หวังลี้กระโดดถอยหลังในทันทีหลังจากที่เธอเห็นมวลน้ำพุ่งออกมาจากหลุมลึกอย่างกับบ่อน้ำพุร้อนที่น้ำพวยพุ่ง

“น้ำพุ่งสูงมากเลยครับ”

นิลมองน้ำที่พวยพุ่งจนสูงเสียดฟ้าจนเขาต้องเอามือบังแดดที่ส่องเข้าตา

“คุณหวังกับนิลก็รีบเข้ามาเถอะครับ”

จิมมี่ตะโกนเรียกนิลและหวังลี้ที่กำลังตื่นตะลึงกับน้ำพุกลางทะเลทรายที่ร้อนระอุ ซึ่งทันทีที่ทั้งสองคนหันไปมองพวกเขาก็เห็นจิมมี่กับวิลที่นั่งอยู่ในเรือชูชีพสีส้มที่มีหลังคา แต่ถ้าพูดตามตรงมันเหมือนเรือดำน้ำมากกว่าเพราะมันปิดทุกส่วนเหลือแค่ประตูเท่านั้นที่ยังเปิดอยู่

“นิลเรารีบไปกันนเถอะค่ะ”

“ครับ”

หวังลี้รีบไปหานิลและรีบพาเขาเข้าไปในเรือนั้นเพราะว่าเธอได้ยินเสียงน้ำดังมากขึ้นเรื่อยๆแถมพื้นทรายเองก็สั่นสะเทือนแรงมาก

“คุณหวังลี้และนิลช่วยนั่งตรงกลางได้ไหมครับ”

จิมมี่ชี้ไปยังตรงกลางของเรือที่มีที่นั่งสองทีพอดิบพอดี ซึ่งทั้งสองคนก็ทำอย่างว่าง่าย ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดอยู่ในเรือชูชีพรูปวงรีที่ด้านท้ายนั้นค่อนข้างแหลมและส่วนหัวค่อนข้างกลม ขนาดของเรือนั้นถ้าไม่นับที่นั่งก็สามารถจุคนได้10 คนเลยทีเดียวเพื่อ

ตำแหน่งในตอนนี้จิมมี่นั่งด้านหน้าพร้อมพวงมาลัยควบคุม หวังลี้กับนิลที่นั่งตรงกลางกับวิลที่นั่งรั้งท้าย ตอนนี้นิลกำลังจดจ้องกับภายในเรือชูชีพที่ด้านนอกมีสีส้มแต่ด้านในมีสีฟ้าอ่อนแถมอากาศด้านในก็เย็นสบายกว่าข้างนอกมาก หวังลี้สังเกตเห็นแผงหน้าปัดเล็กๆตามจุดต่างๆถึงจะประกอบเรือชูชีพนี้ด้วยมือ แต่มันกับมีเทคโนโลยีที่สูงมากเกินกว่ากองกำลังต่อต้านธรรมดาจะมีได้ แต่ถ้าเอาเข้าจริงๆก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรเธอที่เห็นห้องแล็ปใต้ดินของอลันที่มีวิทยาการทางอิเล็กทรอนิส์กับชีวภาพที่สูงพอๆกับของสหพันธ์ดีไม่ดีอาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำไป ถ้าจะให้สร้างเรือชูชีพสะเทินน้ำสะเทินบกแบบลำนี้ก็ไม่น่าแปลกใจอะไร

“น้ำแรงมาก”

นิลมองออกไปนอกกระจกสีใสที่สามารถมองเห็นด้านนอกได้อย่างชัดเจนแต่ด้านนอกจะเห็นแค่กระจกสีส้มที่กลืนไปกับฉากเท่านั้น

กระแสน้ำที่ซัดเข้าใส่เรือนั้นรุนแรงมากขึ้นแต่เรือกลับไม่ขยับเขยือนไปไหน พื้นทรายใกล้ๆพวกเขาเลยมีน้ำซึมออกบางจุดมีน้ำพุ่งสูงกว่า 6 เมตร

“เดียวรัดเข็มขัดและเกาะเอาไว้แน่นๆนะครับ”

จิมมี่พูดพร้อมกับสวมเข็มขัดเข้าที่ และหวังลี้กับนิลก็ทำอย่างโดยดี มีแค่วิลคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ยอมสวมเข็มขัดเท่านั้น

“เดินเครื่องได้”

จิมมี่พูดพร้อมกับกดหน้าปัดด้านบน เรือชูชีพก็ค่อยๆแล่นบนพื้นทรายที่มีน้ำไหล เรือของพวกเขาแล่นลงเนินทรายที่มีน้ำไหลออกมาและน้ำนั้นก็เพิ่มปริมาณจนมีแอ่งน้ำกลางทะเลทรายอย่างรวดเร็วและความเร็วของเรือก็เพิ่มขึ้นมากด้วย

“นี้มันอะไรกันค่ะเนี่ย”

หวังลี้ถามจิมมี่เพราะทะเลทรายได้กลายเป็นแอ่งน้ำไปเรียบร้อย แถมยังมีทรายถล่มและหลุมทรายดูดเกิดขึ้นตามพื้น ยังกับหนังโลกแตกที่เธอเคยดูตอนยังเล็กเลย

“เดียวรอคลื่นสงบกว่านี้ก่อนผมคอยตอบก็แล้วกันครับ”

จิมมี่ตอบพร้อมกับหมุนพวงมาลัยรบก้อนหินขนาดใหญ่ที่โผล่ออกมาจากพื้นทรายไปด้วย เขาควบคุมเรือชูชีพให้ตามกระแสน้ำที่ไหลอย่างรุนแรงลงเนินทราย ดูๆแล้วเหมือนกับเขากำลังเล่นน้ำอยู่ในสวนน้ำมากกว่า

ทางด้านวิลเองก็ค่อยๆหมุนหางเสือตามจังหวะเพื่อควบคุมระวางขับน้ำให้เข้ากับจังหวะการหมุนพวงมาลัยเรือของจิมมี่อย่างแม่นยำทำให้เรือนั้นแล่นหลบสิ่งกีดขวางที่โผล่มาจากพื้นทรายเพราะแรงสั่นสะเทือน(มีตั้งแต่โครงกระดูก โขดหิน ซากต้นไม้ จนไปถึงสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ในอดีต)

เรือชูชีพแล่นบนพื้นกึ่งทรายกึ่งน้ำเหมือนแล่นบนพื้นเปล่าน้ำ และยิ่งน้ำที่พุ่งขึ้นมามีมากเท่าไรก็ดูเหมือนว่าความเร็วมันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆด้วย

 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

“เอาละครับ ที่เหลือพวกเราก็แค่รอกระแสน้ำพาเราไปถึงที่หมายก็พอ”

จิมมี่ปล่อยมือออกจากพวงพร้อมกับสะบัดมืออย่างแรง หลังจากที่ต้องควบคุมเรือชูชีพให้ไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้เพื่อไปให้ถึงจุดพักให้ได้เร็วที่สุด และในตอนนี้กระแสน้ำสงบแล้วเขาจึงไม่ต้องค่อยบังคับแล้ว ปล่อยให้มันไหลไปตามกระแสน้ำก็ถึงแนวสันเขาที่เป็นจุดหมายปลายทางแล้ว

“งั้นฉันขอพักหน่อยก็แล้วกัน”

วิลหาวก่อนที่จะถอดหน้ากากและหลับไปแถมยังมีเสียงกรนอีกด้วย

“เออใช้ครับ ในนี้มันป้องกันรังสีได้”

จิมมี่ถอดหน้ากากของตัวเองออก นิลจึงถอดออกเช่นกัน ส่วนหวังลี้ก็พับหน้ากากที่ครอบหน้าของเธอกลับเข้าที่เดิม ก่อนที่จะดูสภาพแวดล้อมที่ตอนนี้มีแม่น้ำไหลผ่านกลางทะเลทราย

“นี้มันอะไรกับหรือครับ”

“อย่าเปิดนะค่ะ”

นิลพยายามเปิดหน้าต่าง แต่ก็ถูกหวังลี้ห้ามไว้เพราะแค่ถูกแสงแดดของที่นี้ก้จะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนไปหมด ตอนเธอเก็บหน้ากากก่อนหน้านี้ก็ทำให้ผิวหนังเทียมของเธอเป็นรอยด่างจางๆในทันที

“ที่ผมกับวิลระเบิดไปคือต้นน้ำที่ถูกเรียกว่า ‘หลุมทะเล’ มันก็เหมือนกับปล่องภูเขาไฟ ถ้าเกิดแผ่นดินไหวภูเขาไฟก็จะระเบิดและแม็กม่าก็จะพวยพุ่งกลายเป็นลาวาที่ไหลตามเส้นทาง แต่ก็กรณีนี้คือ หลังจากที่น้ำทะเลระเหยก็จะเหลือแร่ต่างๆที่ตกตะกอนกักเก็บไว้ตามชั้นดินใต้ทะเลทราย”

จิมมี่พูดพร้อมกับมองไปยังกระจกใต้ท้องเรือก่อนที่เขาจะสวมถุงมือและเปิดประตูที่อยู่ใต้เรือออก และหยิบแร่บางอย่างขนาดเท่ากำปั้นขึ้นมา

“แร่ถูกเก็บไว้ใต้ดินจะสะสมความร้อนมากขึ้นเรื่อยๆทำให้นอกจากแดดที่นี้แล้วความร้อนก็มาจากใต้ดินด้วย พอเราหาจุดที่มีสะสมความร้อนเจอและจุดระเบิดตรงชั้นแร่ที่บอบบางที่สุดซึ่งก็คือเนินทรายที่ยกตัวสูงขึ้นเพราะความร้อนและปล่อยอุณหภูทิส่วนเกิน การระเบิดก็จะทำให้ความร้อนที่สะสมอยู่ทะลักออกมา และทำให้พื้นผิวเกิดการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นแม่น้ำสายใหม่ตื้นๆอย่างที่เห็น”

จิมมี่ขัดแร่ที่เขาเก็บขึ้นมาก่อนที่จะยิ้มออกมาหลังจากที่เห็นมันส่องแสงสีเขียว เพราะเขาเจอของดีเขาแล้ว

“พวกคุณก็ลองล้วงไหมละ ความร้อนและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนอย่างรุนแรงทำให้ธาตุแยกตัวกันเป็นชั้นๆ เพื่อเจอแร่หายากเหมือนที่ผมหยิบได้”

จิมมี่ชูแร่สีเขียวให้ดูซึ่งหวังลี้มองแค่แวบเดียวก็รู้ว่ามันคือ มรกต ที่ไม่ได้หากันได้ง่ายๆ แต่จิมมี่กับล้วงไปแล้วเจอเลย

“งั้นเราทั้งสองคนจะลองด้วยค่ะ”

หวังลี้สวมถุงมือให้นิล ก่อนที่เธอจะใช้ตาของเธอสแกนพื้นผิวใต้น้ำเอา แต่ในน้ำมีแร่ธาตุปนเปื้อนในอัตราที่สูงมาก การที่จะตรวจสอบอย่างละเอียดคงเป็นไปไม่ได้ และเมื่อเธอได้โอกาศเธอจึงหยิบแร่ขึ้นมาจากในน้ำ

“ดิฉันได้ทับทิมค่ะ”

“ทับทิมสีเลือดนกพิราบชั้นหนึ่งแต่ตำหนิเยอะไปหน่อย แต่เยี่ยมมีตาที่ไม่เลวเลยนิครับ”

จิมมี่มองอัญมณีที่หวังลี้หยิบขึ้นมาได้ จนอดคิดไม่ได้ว่าพวกเขาระเบิดหลุมแร่รัตนชาติหรือเปล่า

“ผมก็ได้จะเอาไปฝากเจ”

นิลโชว์สิ่งที่อยู่ในมือของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ แต่อีกสองคนกลับไม่ดีใจด้วย เพราะรูปทรงของมันเป็นทรงกระบอกกลมหัวทู่ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ตรงกลางมีครีบเอาไว้ควบคุมทิศทางและส่วนท้ายมีใบพัด และดูแล้วมันกำลังจะระเบิดด้วย

“ฮึม”

วิลคว้าตอปิโดที่นิลเก็บได้ก่อนที่จะโยนออกไปนอกเรือชูชีพในทันที

“ตูม”

ตอปิโดนระเบิดกลางอากาศหลังจากที่มันอยู่ห่างจากตัวเหลือประมาณ 7 เมตรแรงระเบิดทำให้เรือโคลงเครงในทันที

“คุณวิลโยนของขวัญที่ผมจะให้เจทิ้งทำไมอ่ะ”

“ของขวัญบ้าอะไรของแก หยิบใหม่!”

วิลทำสีหน้าเคร่งครึมใส่นิลซึ่งนิลก็ทำน้ำตาคลอเบ้าเหมือนเดิม ตอนแรกวิลกำลังจะหลับแต่พอได้ยินเสียงที่พวกเขาพูดเรื่องแร่เขาก็เลยแอบฟังอยู่ห่างๆ แต่พอนิลล้วงอะไรบ้างอย่างขึ้นมา และเสียงมันเงียบหายไปเขาก็เดาได้ว่านิลต้องหยิบของผิดสำแดงอะไรขึ้นมาแน่ และอย่างที่เขาคิดนิลเล่นหยิบตอปิโดขึ้นมาเฉยเลย

สิบนาทีต่อมา

วิลนั่งก้มหน้าส่ายหัวไปมาเพราะเขาไม่รู้ว่าจะพูดยังไงกับสถานการณ์นี้ หลังจากที่นิลเก็บตอปิโดได้พวกเขาก็คิดจะหยิบของที่มากับน้ำสักหน่อย เพราะเขาเองก็กะเอาให้คุ้มกับค่าระเบิดที่เสียไปเหมือนกัน

สรุปผลที่ได้ดังนี้เขาเก็บเหล็กหรือของที่พอเอาไปขายให้คนเก็บขยะได้ จิมมี่เป็นคนมีดวงกับของมีค่าได้แร่อัญมณีต่างๆรวมไปถึงของเก่าหายาก หวังลี้ก็มีดวงตาที่เป็นเครื่องจักรจึงวิเคราะห์องค์ประกอบของสิ่งต่างๆได้ทันทีที่เห็นจึงเลือกที่จะหยิบแต่แร่ธาตุราคาแพง แต่นิลนี้แหล่ะที่คิดหนักที่สุด เพราะพี่แกเล่นเจอแต่ตอปิโด ระเบิด เอายังงี้อะไรก็ตามที่กำลังจะระเบิดนิลเก็บได้หมด ไม่เว้นแต่ถังออกซิเจนจิ๋วที่กำลังจะระเบิด

“เอาน่าวิล นิลเก็บอาวุธประเภทเดียวกับที่นายใช้บ่อยได้มันก็ควรเป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอครับ” จิมมี่ทำตาที่แฝงคำพูดขบขันใส่วิล

“ระเบิดที่ควบคุมไม่ได้น่ะไม่นับว่าเป็นระเบิดของฉันหรอก จอร์จ”

“เอาเถอะนิลฉันให้โอกาสสุดท้าย หยิบของมีค่าขึ้นมาไม่งั้นฉันถีบตรงน้ำจริงๆแน่”

วิลทำตาขึ้นขั้งมาก ซึ่งตามเดิมนิลทำตามอย่างว่าง่ายพร้อมกับน้ำตา

“ผมจับได้อะไรบางอย่าง”

นิลพูดออกมาด้วยเสียงแผ่งเบา ในความคิดของเขาคือถ้าเกิดหยิบอะไรไม่ดีจะได้ปล่อยทิ้งได้เลย

“ลักษณะยังไง”

“เป็นก้อนอะไรซักอย่างกลมๆ”

“ค่อยๆเอาขึ้นมาจากน้ำอย่างช้าๆ”

นิลเอาสิ่งนั้นออกมาจากน้ำ ซึ่งสิ่งที่นิลล้วงได้ก็คือลูกแก้วทรงกลมสีขาวขุ่น

“ไข่มุกหรือเปล่า” จิมมี่ถามหวังลี้

“ไม่ใช่ค่ะถึงลักษณะจะใกล้เคียงแต่ก็ไม่พบแคลเซียมคาร์บอเนตที่น่าจะเป็นส่วนประกอบหลักของไข่มุกเลย”

“แล้วมันคืออะไร” วิลพูดอย่างเกียจคร้าน

“ไม่ทราบค่ะไม่มีในฐานข้อมูลของฉันเลยค่ะ”

“งั้นนิลโยนมันทิ้งไปซะ” วิลเอื้อมมือไปที่ลูกแก้วประหลาดเพื่อที่จะโยนมันทิ้ง เพราะมันอาจจะเป็นไข่ของตัวประหลาดหรือสิ่งปนเปื้อนไวรัสก็ได้ แต่นิลกลับกอดมันเอาไว้แน่น และทำหน้าประมาณ “จะไม่ยอมให้ทิ้งลูกแก้วอันนี้เด็ดขาด”

“แต่ดูแล้ว ลูกแก้วลูกนี้ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตราย นิลเก็บไว้ก็ไม่น่ามีอันตรายอะไร”

หวังลี้พยายามวิเคราะห์โครงสร้างของมันแต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่ามันคืออะไร รู้อย่างเดียวว่ามันไม่มีสารเคมีหรือไวรัสที่เป็นอันตราย แต่เอาเข้าจริงมันอาจจะเป็นการตกผลึกของธาตุที่ยังไม่มีใครพบก็ได้ก็มันดันอยู่ใต้พื้นทรายที่ร้อนระอุจนกระทั้งมีการระเบิดลูกแก้วลูกนี้เลยขึ้นมาบนผิวโลกด้วยก็ได้

“แล้วเราจะทำยังไงกับอัญมณีที่เราเจอดีละค่ะ”

หวังลี้ถามเพราะพวกเธอหยิบขึ้นมาวางไว้บนเรือมากไปหน่อย ถ้าน้ำลดแล้วพวกเธอจะค้นพวกนี้ไปยังไง

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับกระแสน้ำนี้เพียงพอที่จะพาเราไปถึงแนวสันเขาก่อนเย็น โน่นไง”

จิมมี่ชี้ไปยังซอกเขาขนาดใหญ่ที่มีแสงไฟส่องระยิบระยับออกมาจากมุมมืดของแนวสันเขา ดูไปแล้วมันไม่เหมือนกับที่พักแรมที่รกร้าง แต่มันเหมือนเป็นเมืองขนาดกลางที่ตั้งอยู่ตรงซอกเขามากกว่า

“คืนนี้เราไปพักแรมที่นั้นก่อนเถอะครับ เพื่อเอาของพวกนี้ไปขายด้วย”

จิมมี่นั่งมองอัญมณีที่พวกตนเก็บได้ พร้อมกับกดแท็บเล็ตของตน ก่อนที่มันจะมีเครื่องหมายโทรออก

“เห้ย จิมมี่โทรมามีอะไร”

เสียงของชายวัยกลางคนที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดดังออกมาจากแท็บเล็ตของวิลสัน

“ผมอยากคุยธุรกิจกับคุณ คุณอับดุล”

จิมมี่พูดอย่างมีมารยาท

ธุรกิจบ้านเอ็งสิ มีน้ำไหลทะลักเข้าเมืองของฉัน ตอนนี้ไม่มีอารมณ์หาเรื่องให้ฉันสักทีบ้าน

ชายที่ชื่ออับดุลตะโกนเสียงดังทำให้จิมมี่หูอื้อ

“คนปล่อยน้ำก็ผมนี้แหล่ะ”

อย่างหาเรื่องหรือไงครั้งนี้ฉันเอาแกตาย

“เพราะแบบนี้แหล่ะผมจึงอย่างคุยเรื่องธุรกิจ ถ้าคุณตกลงน้ำท่วมซอกเขาก็เป็นแค่เรื่องขี้ประติ๋ว”

จิมมี่พูดด้วยความใจเย็นทำให้อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง ทางหวังลี้เองก็มองไปยังแท็บเล็ตนั้น เธอเองก็มีฟังก์ชันตรวจสอบรหัสเครื่องมือสื่อสารระยะไกลเหมือนกันจึงพอจะดูข้อมูลของคนที่จิมมี่กำลังติมต่อได้ และคนที่จิมมี่กำลังติดต่อก็ถือว่ามีชื่อเสียงในระดับหนึ่งเลย

“ก็ได้ถ้ามันคุ้มค่า เรื่องน้ำฉันจะปล่อยไป แต่ถ้าไม่กูขอทบต้นทบดอกเลยละกัน”

ปลายสายพูดออกมาเบาๆก่อนที่จะมีเสียงโทรศัพท์กระแทกขึ้นพร้อมกับสายที่ดับไป




NEKOPOST.NET