P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 31 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.31 - พร้อมลาจาก


วันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 6: 00 น.

“ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด”

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นปลุกหวัง ลี้ที่หมดสติอยู่ เธอลืมตาขึ้นมาในห้องสีเทามนที่มีเส้นแสงสีเขียวส่องสว่าง

“คุณหญิงตัวเงินตื่นแล้ว”

เสียงของเด็กผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่งดังขึ้นเรียกความสนใจของเธอ ก่อนที่เธอจะเห็นผู้ชายคนหนึ่งทำตาโตมองหน้าของเธออยู่

“นิล!”

หวัง ลี้ดีดตัวขึ้นจนเจ็บแผลเพราะเธอรู้จักผู้ชายตรงหน้าดีมาก เพราะเขาถือว่าเป็นตัวอันตรายมากแม้แต่ในกลุ่มเดียวกัน

“นี้ คุณหมอ! คุณผู้หญิงตัวเงินตื่นแล้วครับ”

นิลส่งเสียงเรียกคุณหมอซึ่งก็คืออลัน เขาในตอนนี้กำลังนอนกรนเงยหน้าบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง เมื่อเห็นแบบนั้นนิลจึงเข้าไปเขย่าตัวของอลันที่กำลังหลับอยู่

“หือ ฉันหลับไปนานขนาดไหน”

อลันหยิบผ้าเช็ดหน้าเช็ดขี้ตาของตัวเองและสวมแว่นของตน พร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่ก็หน้ามืดเพราะลุกเร็วเกิน

เมื่อหายมึนแล้วเขาจึงหรี่ตามองไปยังนิลที่ยิ้มกว้างให้เขา และหันไปยังหวัง ลี้ที่กำลังมองเขาอยู่ ซึ่งหญิงสาวตอนนี้ไม่ได้สวมหนังสังเคราะห์สามารถมองเห็นร่างกายที่เป็นโลหะของเธอได้ชัดเจน ถึงจะเป็นโลหะแต่อลันก็สามารถรู้ได้ว่าสภาพของเธอยังไม่สู้ดีนัก

“ถึงร่างกายของเธอมากกว่าครึ่งจะเป็นเครื่องจักรก็ไม่ควรฝืน ไม่งั้นได้เสียส่วนที่เป็นเลือดเนื้อมากกว่าเดิมแน่”

คำพูดของอลันทำให้หวังลี้ลูบไปที่อกขวาของตัวเอง เพราะเธอถูกมีดความถี่สูงแทงทะลุปอด ดีไม่ดีปอดขวาของเธอในตอนนี้ก็คง...

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถึงจะถูกมีดความถี่สูงทำลายถุงลม แต่ฉันใช้เจลยึด สเต็มเซลล์เข้ากับโครงสร้างหลักของปอดไว้ ถ้าพักฟื้นดีๆ ภายใน 15 วันก็คงหายสนิท”

อลันพูดพร้อมกับใช้นิ้วกดพลางเอามือถูหน้าอกของหวังลี้ ซึ่งหญิงสาวเองก็เหมือนจะอายถึงจะเป็นเครื่องจักรแต่ถ้าถูกผู้ชายลูบคล้ำแบบนี้เธอเองก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน

“ขอโทษน่ะครับ ผมแค่เช็คความเข้ากันของเครื่องจักรที่ผมคิดกับอวัยวะภายในของคุณ”

อลันเอามือที่สัมผัสหน้าอกออก เขาเองก็เผลอลูบไปเพราะกำลังตรวจสอบระบบอวัยวะภายนอกเทียมที่เขาดัดแปลงให้หญิงสาวแทนของเดิมว่ามันเข้ากันกับอวัยวะที่เป็นเลือดเนื้อของจริงว่ามันมีผลข้างเคียงที่เป็นโทษอะไรหรือเปล่า

“คุณคือ?”

หวังลี้ถามพร้อมกับใช้แขนสีเงินของเธอที่สะท้อนภาพได้เหมือนกับกระจก ก่อนที่จะพบว่าตอนนี้บนหน้าของเธอตอนนี้เป็นโลหะสีเงินสะท้อนภาพชัดเจนพร้อมกับตาที่เป็นเครื่องทั้งสองข้างสีแดง

“ผมชื่ออลันเป็นเพื่อนของหัวหน้าคุณ”

อลันพูดพร้อมกับยื่นภาพถ่ายใบหนึ่งให้กับหวังลี้เพื่อพิสูจน์ว่ารู้จักกับหัวหน้าของเธอจริงถึงจะเก่าไปหน่อยก็เถอะ และเป็นไปตามคาดหญิงสาวก้มกัวให้เขาพร้อมกับคืนรูปให้ด้วย

“คุณหมอรู้จักกับใครครับ”

นิลทำตาแอ๊บแบ๊วและถามด้วยความไร้เดียงสา

“คนรู้จักของเพื่อนผม”

อลันตอบนิลพร้อมกับชี้นิ้วไปยังขวดแก้วที่มีแคปซูลสีแดงบรรจุอยู่ นิลเองก็ทำตามอย่างว่าง่าย เขาเดินไปที่ขวดแก้วนั้นและกินแคปซูลสามเม็ด

“เขาเป็นคนอันตรายมาก”

หวังลี้พูดสั้นๆด้วยความระแวงพร้อมกับมองไปยังนิล เพราะเธอเองก็เคยทำงานร่วมกับนิลมาก่อน เธอเลยรู้ว่าชายคนนี้โหดเหี้ยม พอๆกับเจ้ากากเหล็กนั้นเลย

“เขาความจำเสื่อมครับ”

อลันเทกาแฟบนโต๊ะเพื่อดื่มสักหน่อย เพราะเขายังมีงานต้องทำอีกมาก

“แต่ว่า?”

“บุคลิกที่เธอว่าโหดก็หายไปด้วย ไม่ต้องเป็นห่วงนักหรอก”

ทากันพูดดักหวังลี้พลางจิบกาแฟไปด้วย สำหรับหวังลี้แล้วเธอกำลังอึ้งเพราะเธอเห็นดวงตาเฉียบคมใต้แว่นตาที่มองเธอราวกับว่าเขากำลังอ่านความคิดของเธอทุกอย่างอยู่

“ตอนนี้ก็ควรทำใจให้สบายและพักให้เพียงพอเถอะครับ”

อลันวางถ้วยกาแฟบนหุ่นยนต์โดรนตัวหนึ่งที่รับถ้วยการแฟของเขาไป และเติมกาแฟให้ใหม่ในทันที

แต่หวังลี้ไม่ค่อยปักใจเชื่อมากนัก ถึงจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เป็นเพื่อนสนิทของท่านอลิซาเบธ เพราะภาพของนิลในอดีตที่กำลังฆ่าสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ไปด้วยความโหดเหี้ยม รวมถึงการทรมาณสิ่งที่ประกาศตัวว่าเป็นศัตรูจนตายถึงแม้จะไม่ได้ข้อมูลก็ตาม แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันต่างกันลิบลับที่บอกว่าต่อให้เลวแค่ไหนพอความจำเสื่อมทุกอย่างก็หายหมดดูถ้าจะจริง

“หมอครับผมกินยาเรียบร้อยแล้วครับ”

นิลพูดอย่างร่าเริงพร้อมกับโชว์แก้วน้ำที่ใช้กินคู่กับยา

“เอ้าๆ ดีแล้วล่ะครับ วันหลังก็กินยาตามที่สั่งเป็นประจำ และนี้กินตัวนี้เสริมวันละเม็ดก่อนนอนด้วยครับ”

อลันกดปุ่มบนเก้าอี้ของตน ทำให้หน้าปัดเปิดออกและมีขวดยาบรรจุเม็ดแคปซูลสีฟ้าโผล่ออกมา เขายืนมันให้นิล

“ครับ ผมจะกินทุกวันตามที่คุณหมอครับ”

นิลดูแคปซูลสีฟ้าด้วยความสนใจ เพราะมันส่องแสงแวววับน่าสนุกมาก

“งั้นคุณผู้หญิงตัวเงินล่ะครับ”

นิลมองไปยังหวังลี้ซึ่งหวังลี้ก็สะดุ้งทันทีตามความเคยชิน

“เธอไม่เป็นหรอกครับ คุณหมอคนนี้รักษาให้แล้ว”

อลันพูดพร้อมกับยิ้มและยิ้มให้หญิงสาวเช่นกัน ซึ่งหวังลี้เองก็พยักหน้าเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร

“งั้นผมไปเตรียมตัวก่อนน่ะครับ”

นิลพูดด้วยสีหน้าร่าเริงมากเหมือนเด็กๆ แต่นิลก็เห็นนิ้วโป้งของอลันชี้ไปยังห้องข้างๆ

“ช่วยไปปลุกสองคนนั้นด้วย”

อลันพูดพร้อมกับเรียกภาพจากกล้องที่ตอนนี้ทั้งวิลสันและจิมมี่กำลังพักผ่อนอยู่ จิมมี่ยังนอนบนเตียงแบบปกติ แต่วิลสันนอนดิ้นตลอดเวลาแถมยังใช้เท้าถูโต๊ะที่อยู่ติดกับเตียงนอนอีก

“ครับ เดียวผมไปปลุกให้ แล้วเจอกันที่ห้องอาหารน่ะครับคุณหมอ”

นิลพูดพร้อมกับน้ำลายไหล เพราะมันจะได้เวลาอาหารแล้วนั้นเอง แต่เจก็สอนเขาไว้ว่าเวลากินอาหารให้ชวนคนอื่นด้วย

“งั้นผมไปก่อนน่ะครับ”

นิลพูดและวิ่งอย่างร่าเริงเพราะกำลังได้กินของอร่อย และเขาก็ไม่ลืมที่จะพกยาแคปซูลสองสีไปด้วย

“ต่อไปก็คุณ”

อลันพูดกับหวังลี้ขณะที่กำลังมองนิลกระโดดโลดเต้น และยื่นยาแคปซูลสีฟ้าให้หวังลี้เช่นกัน

“นี้สำหรับคุณอย่างที่ผมบอกกับนิล วันละหนึ่งเม็ดก่อนนอนเช่นกัน”

อลันลูบคางพร้อมกับหาว เพราะเมื่อคืนนอกจากรักษา(ซ่อมแซม)หวังลี้แล้ว เขายังต้องสร้างยาแบบพิเศษนี้มากกว่าเดิมเท่าตัว หลังจากที่เขาเจอบางอย่างน่าสนใจในตัวของผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาต้องทำงานมากกว่าเท่าตัว

“นี้คือยาอะไรค่ะ?”

หวังลี้หยิบแคปซูลเม็ดหนึ่งขึ้นมาส่องกับไฟ ซึ่งแคปซูลนี้มันโปร่งแสงและภายในส่องแสงเหมือนมีกากเพชรขาวจำนวนมาก

“จะบอกว่ายาก็ถูกครึ่งเดียวครับ ต้องบอกว่ามันเป็นอนุภาคเพื่อช่วยการคงสภาพมากกว่า”

อลันซดกาแฟอีกครั้ง คราวนี้หวังลี้ทำสีหน้าเศร้ามาก

“ไม่ใช่เป็นเพราะว่าร่างกายคุณเกิดสภาวะเสื่อมสลายจากไวรัสอีเลเมนตร์หรอกครับ”

‘เขารู้อาการของเราได้ยังไง’

หวังลี้อึ้งกิมมี่เพราะถึงเธอจะถูกดัดแปลงให้เป็นเครื่องจักร แต่ร่างของเธอก็เกิดสภาวะเลื่อมสลายตลอดเวลาถึงมันจะช้า แต่มันก็พร้อมจะเอาชีวิตของเธอได้ทุกเมื่อ

‘การสื่อสารทางจิต’

อลันมองหน้าหญิงสาวที่งุนงงและหวังลี้ได้ยินเสียงในหัวของเธอ

ในตอนนี้อลันมองหวังลี้ด้วยดวงตาที่ส่องแสงสีดำของเขาปล่อยแสงสีน้ำเงินออกมา

‘ผมมีความสามารถทางจิตนิดหน่อย’

อลันเอานิ้วจิ้มเข้าไปที่ขมับขวาของเขาจนเลือดไหล ฉับพลันหวังลี้ก็รู้สึกได้ถึงความเย็บเฉียบที่ขมับด้านเดียวกัน แถมมันยังเย็นและเจ็บไปถึงสมอง

“แค่นี้คงจะรู้นะครับ”

อลันดึงนิ้วออกจากขมับของเขาจนเลือดสาดกระเซ็น นอกจากเลือดแล้วมันยังมีมันสมองปนออกมาด้วย สร้างความตกตะลึงให้กับหญิงสาว

“ป็อก”

เสียงดีดนิ้วของหมอหนุ่มดังขึ้นคราวนี้หวังลี้ยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีกเพราะแผลที่ขมับขวาหายไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่อลันเองก็ยังใข้ผ้าพันแผลพันหัวของตนเองอยู่ ซึ่งผ้าพันแผลที่ใช้พันก็มีเลือดซึ่มออกมาด้วย

“มาต่อเรื่องของคุณดีกว่าไหมครับ”

อลันพูดพร้อมกับเขย่าขวดบรรจุแคปซูล ทางหวังลี้เองก็หายใจอย่างช้าๆเพื่อสร้างสมาธิและถามชายหนุ่ม

“ทำไมถึงบอกความสามารถของคุณ”

“ผมจะบอกสิ่งที่ผมคิดว่าควรค่าจะบอก เพราะผมไม่อยากให้ใครสงสัยในตัวผมมากเกินไป บอกทีละอย่างจะได้เข้าใจง่ายครับ”

อลันดื่มกาแฟจนหมดพร้อมกับหาวฟอดใหญ่

“ถูกที่ว่าร่างกายของคุณมีมันเสื่อมสลายทุกวินาทีอย่างช้า แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางรักษา”

อลันพูดพร้อมกับฉายภาพอนุภาคสีฟ้าลอยเหนือหัว

“ถ้าเราให้เวลาร่างกายคงสภาพและใช้พลังจิตปรับโครงสร้างเซลล์ในร่างร่างกาย ร่างกายก็จะสามารถสร้างเซลล์อย่างเป็นธรรมชาติได้ ต่อให้สมองเสื่อมก็รักษาได้ถึงจะมีความเสี่ยงที่สภาวะจิตใจจะปันป่วนก็เถอะ แต่ของคุณนั้นไม่มีปัญหาด้านนี้ดังนั้นจึงโชคดีมากครับ”

อลันใช้นิ้วจิ้มไปยังอนุภาคสีฟ้าเหล่านั้นจนมันก่อตัวเป็นร่างกายของคน

“งั้นดิฉันคงรักษาอาการเสื่อมสภาพได้ใช่ไหมค่ะ”

หวังลี้พูดด้วยความตื่นเต้น

“ใช่แต่มันต้องใช้เวลาพอสมควรพยายามทำสมาธิเป็นประจำและอย่าไปสู้กับใครเขาก็แล้วกันครับ เพราะร่างกายคุณส่วนที่เป็นเลือดเนื้อนั้นอ่อนแอมาก ในอากาศนั้นมีละอองอีเลเมนต์ปะปนอยู่ถึงจะไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต แต่ก็ทำให้ร่างกายของคุณผิดปกติได้”

อลันพูดพร้อมกับยื่นตารางการใช้ชีวิตให้หญิงสาว

“ทำตามที่ระบุไว้ ไม่เกิน 15 วันอาการเสื่อมสภาพของคุณคงทุเลาลง”

หวังลี้รับตารางนั้นขึ้นมาอ่าน ก่อนที่เธอจะอึ้งมากกว่าเดิม เพราะบนตารางนั้นระบุการฟื้นฟู้ร่างกายของเธออย่างละเอียด ระบุถึงขนาดว่าถ้าเกิดผิดพลาดร่างกายจะออกมาในสภาพไหนอย่างชัดเจน

“ที่เหลือก็เตรียมตัวกินข้าวเช้าเถอะครับ เพราะคุณต้องออกเดินทางไปพร้อมกับพวกของนิลทันทีหลังกินเสร็จ ส่วนผมยังมีธุระต้องทำที่นี้อีก”

อลันลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ พร้อมกับกดปุ่มที่เป็นรูปเสื้อผ้า บนพื้นก็แยกออกมีชุดเสื้อผ้าสีแดงของหวังลี้

“ฉันดัดแปลงมันนิดหน่อยเพื่อที่มันจะทำให้เธอสะดวกในการเดินทางไกล”

อลันกดปุ่มอีกปุ่มคราวนี้หวังลี้ถูกเครื่องจักรล็อกเข้ากับบนเตียง และเตียงก็ทำการสวมใส่ชุดเกราะให้เธอในทันที พร้อมกับชุดยูนิฟอร์มีสีแดงที่ยึดเข้ากับชุดเกราะ

“เดียวก่อนค่ะ อร๊างอย่าน่ะ”

หวังลี้พูดอย่างเขินอายเพราะเครื่องจักรที่สวมเสื้อให้เธอมันจับสิ่งที่ไม่ควรจับทั้งบนและล่าง เครื่องจักรที่ใช้สวมเสื้อนี้มันไม่ปราณีเลยแม้แต่น้อย

“ทนสักครู่”

อลันพูดขณะที่กำลังอ่านบทความที่เพิ่งปรากฎขึ้นบนหน้าจอโดยไม่สนใจหวังลี้ที่กำลังขัดขืนกับเครื่องจักรที่กำลังสวมชุด(?)ให้เธออยู่

“เรียบร้อยแล้วมั้ง”

อลันหันกลับมามองหวังลี้ที่หายใจเขาออกพร้อมกับหน้าที่แดงเป็นมะเขือเทศ ตอนนี้ร่างกายของเธอสวมชุดยูนิฟอร์มตัวเก่าของเธอ และบนหน้าได้มีผิวหนังเทียมปกคลุมเหมือนคนปกติ

“ถ้างั้นผมไปเข้าครัวก่อนล่ะ”

อลันพูดออกมาเพราะที่นี้มีแต่วัตถุดินสำหรับทำอาหาร แต่ไม่มีอาหารสำเร็จรูปดังนั้นต้องทำเองทั้งหมด

“ให้ฉันช่วยไหมค่ะ”

หวังลี้ถามอลันทั้งที่หน้ายังแดงอยู่ สร้างความสงสัยให้กับอลัน จนเขาต้องเปิดวิดีโอที่ถ่ายในห้องนี้ไว้ จนเขาทำตาค้างเพราะเห็นสิ่งที่เครื่องจักรตัวดีได้ทำไว้

“เออ ก็ได้ครับ”

อลันเอามือเกาหัวตอนแรกก็อย่างจะปฏิเสธ แต่เมื่อเครื่องจักรของเขาทำเรื่องที่ไม่ดีก็ควรทำตามที่เธอบอกจะดีที่สุด

“เดียวก่อนค่ะ ขอถามคำถามสุดท้ายค่ะ”

หวังลี้สูดหายใจเข้าเต็มปลอดเตรียมปล่อยคำถามสุดท้ายของเธอ

“ซพมนุษย์จำนวนมากนั้นคุณคิดจะเอาไปทำอะไรค่ะ”

หวังลี้ถามคำถามที่คาใจที่สุด เพราะผู้ชายตรงหน้าดูไม่ใช่คนเลวอะไรเลย ดูเอาใจใส่มากด้วยซ้ำไม่เหมือนกับท่านอลิซาเบธที่ทำทุกอย่างเพียงเพื่อบรรลุเป้าหมายโดยไม่สนใจวิธีการ

 “นั้นเป็นเหตุผลที่ผมยังไปจากที่นี้ไม่ได้ เพราะถ้าผมไม่อยู่ควบคุมคลื่นควอนตัมสมองของผู้คนที่จำศีลไว้ ไวรัสจำทำให้คนจำนวนมากกลายเป็นอาวุธชีวภาพในทันที จนกว่าจะรักษาพวกเขาได้ผมก็ต้องอยู่ที่นี้ต่อไปนั่นแหล่ะครับ”

“เป็นเช่นนั้นเอง งั้นดิฉันก็ต้องขออภัยที่เข้าใจผิดค่ะ”

หวังลี้โค้งคำนับให้ แต่อลันก็พยักหน้าเป็นเชิงให้อภัย เพราะคนที่เข้าใจเขาผิดนั้นถ้าจะให้นับแล้วก็อาจน้อยกว่าคนที่กำลังหลับใหลในชั้นใต้ดินแห่งนี้นิดเดียว

“คุณเองก็รีบไปเถอะครับ ถึงจะมีร่างกายเป็นเครื่องจักรก็ต้องกินอาหารเช้าเพื่อสุขภาพน่ะครับ”

“ค่ะขอบคุณที่เป็นห่วง งั้นดิฉันขอตัวก่อนน่ะค่ะ”

หวังลี้พูดจบก็หยิบสัมภาระของเธอออกไปด้วย ทิ้งให้ห้องนี้มีแค่อลันคนเดียวเท่านั้นที่กำลังดื่มกาแฟพลางทำตาตี่เพราะความง่วง

“แย่ล่ะ ผมเองก็ควรไปกินข้าวเช้าก่อน แต่เดียว...”

อลันใช้แก้วกาแฟเปล่าโขกศรีษะของตน เพราะเขาที่ดื่มกาแฟทั้งคืนทำให้มีความคิดบ้างอย่างที่เขานึกไม่ถึงอยู่

“เออใช้ เรายังไม่ได้หลับ ต้องบอกว่ามื้อดึกล่ะมั้งครับ”

 

***************************************************************************************

 

ต้องขอโทษที่หายไปนานครับ หายไปสองเดือน เพราะต้องเตรียมสอบไฟนอลมหาลัยก็เลยไม่ได้เขียนเลย




NEKOPOST.NET