P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 30 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.30 - ผู้บุกรุก


“อ๊าก”

หวังลี้ถูกขาที่เหวี่ยงด้วยความเร็วสูงฟาดเข้าที่สะโพกอย่างจัง แต่ในจังหวะที่ถูกโจมตีเธอกระโจนไปด้านหน้าเพื่อลดแรงปะทะ ถึงมันจะช่วยลดพลังได้บ้าง แต่ร่างของเธอกระเด็นไปไกล แต่ก่อนที่เธอจะกระแทกพื้น เธอก็หันหน้ากลับมาเพื่อให้ระบบเล็งเป้าของเธอทำงาน พร้อมกับสะโพกของเธอที่เปิดออกและยิงลูกระเบิดที่ล็อคเป้าหมายใส่ชายในชุดคนรับใช้ในทันที

“ตูม”

ในจังหวะที่ร่างของเธอกระแทกลงบนพื้น ระเบิดนั้นก็ส่งเสียงดังสนั่นและปล่อยควันสีขาวออกมารอบตัวของอีกฝ่าย ก่อนที่ควันนั้นจะเรืองแสงสว่างจ้าและปล่อยไฟฟ้าแรงสูงออกมา ด้วยเครื่องจักรขนาดเล็กที่อยู่ในระเบิด เมื่อระเบิดควันทำงานหุ่นยนต์ขนาดเล็กไซต์นาโนจะทำการปล่อยกระแสไฟฟ้าภายในม่านควันจนเกิดแสงจ้าและช็อตทำลายศัตรูที่อยู่ภายในสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง

หวังลี้ใช้แขนทั้งสองข้างดันตัวของเธอขึ้นก่อนที่จะนั่งโดยหันหน้ามองอีกฝ่ายที่กำลังถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อต

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”

ของบางอย่างกลิ้งมาตรงหน้าหวังลี้ ทำให้เธอหันลงไปมอง มันเป็นวัตถุทรงกระบอกเท่าแก้วน้ำสีเงินกลวงเปล่าที่ดูเหมือนไร้พิษสง แต่ว่า

“แวบ”

“แย่ละ EMP”

หญิงสาวใช้แขนทั้งสองข้างบังใบหน้าของตนไว้ก่อนที่ทรงกระบอกนั้นจะทำงาน

ทรงกระบอกนั้นปล่อยคลื่นไฟฟ้าแรงสูงออกในทันทีทำให้เกราะของหญิงสาวหมดสภาพรวมไปถึงระบบปฏิบัติการบางอย่างด้วย และระเบิดควันที่กำลังส่องแสงก็ดับลงหลังการทำงานของระเบิดอีเอ็มพีที่จะทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่าง

แต่หญิงสาวเองก็ยังยืนอยู่ได้ เพราะเธอยังคงเปิดโหมดเซฟตี้ค้างไว้ ระบบหลักก็เลยไม่ได้รับความเสียหายแต่ปืนอิเล็กตรอนกับโล่พลังของเธอคงใช้ได้ไม่เต็มที่นัก

“เอานี้ไปกิน”

หวังลี้ยิงปืนอิเล็กตรอนใส่เป้าหมายที่น่าจะยังอยู่ในควัน เพราะถึงตาเครื่องจักรจะได้รับความเสียหายจากอีเอ็มพี แต่ก็ยังใช้มองเห็นความร้อนได้ ซึ่งแน่นนอนเธอเห็นความร้อนของสิ่งมีชีวิตในควัน

“หะ!”

“เปรี้ยง”

หวังลี้ยกแขนซ้ายป้องกันลูกเตะของอีกฝ่ายที่จู่โจมโดยไม่ทันรู้ตัว ทำให้ปืนอิเล็กตรอนของเธอที่ติดบนแขนกระจุยเป็นเศษเหล็ก

แต่ยังไม่หมดแค่นั้นชายคนนั้นยังใช้มีดฟันไปยังแขนขวาของเธอด้วย ซึ่งหวังลี้ก็ทำได้แค่ใช้โล่พลังงานที่ใกล้จะพังป้องกันมีดที่ฟันเข้ามา

“ฉัวะ”

มีดของเขาผ่าโล่ของหวังลี้เป็นสองซีกอย่างง่ายได้ ซึ่งไม่ใช้แค่โล่ มีดความถี่สูงของหญิงสาวก็ถูกฟันจนขาดครึ่งเช่นกัน และเขาคนนั้นก็แทงมีดใส่อย่างรวดเร็ว

“ลำบากแน่”

หวังลี้หลบมีดที่แทงใส่เธอได้อย่างฉิวเฉียว เสียงมีดเสียดสีกับร่างโลหะของเธอเสียงดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งหลบเธอก็ยิ่งเสียเปรียบ เธอในตอนนี้ไม่เหลืออาวุธอีกแล้ว ยิ่งระเบิดอีเอ็มพีเมื่อกี้นี้ยังทำให้ชุดเกราะของเธอที่สร้างโล่แม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อความคงทนเสียหาย แค่ถูกสะกิดเล็กน้อยเกราะมันก็พร้อมจะหลุดออกได้ทุกเมื่อ

เธอใช้โล่ที่เสียหายปัดป้องคมมีดของอีกฝ่าย แต่ยิ่งใช้มันมากเท่าไรขนาดของมันก็ยิ่งเล็กลงเรื่อยๆ แถมมีดของอีกฝ่ายยังแทงทะลุโล่และแขนที่เป็นเครื่องจักรของเธอ ถ้าเธอไม่ใช้โหมดเซฟตี้ล่ะก็ แขนขวาคงถูกมีดที่น่าจะเป็นมีดสั่นสะเทื่อนทำให้ลัดวงจรจนระเบิดไปแล้ว

หวังลี้ป้องกันการโจมตีต่อเนื่องด้วยแขนของเธอ เธอปัดป้องมีดที่แทงเข้ามา แต่โลหะบนแขนของเธอก็ถูกเลาะออกทีละหน่อย จนเธอเริ่มป้องกันไม่ทัน เพราะอีกฝ่ายยังโจมตีช่วงล่างด้วยขาที่ติดมีดแรงสั่นสะเทือนสูงทำให้เธอเสียจังหวะ

“หวัง ลี้ตายซ่ะ”

ชายในชุดพ่อบ้านใช้มือขวาที่กำมีดแทงไปยังหน้าอกของหวัง ลี้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเธอเองก็ถอยหลังและบิดตัวไปทางขวาตามสัญชาตญาณของเธอ แต่เพราะเธอเสียสมดุลแลการโจมตีนั้นมันก็เร็วเกินไปที่เธอจะหลบมันพ้น คมมีดเสียบเข้าไปที่อกขวาของเธอจนมิดด้ามและทะลุออกมาใต้รักแร้ขวา

“อ่อก”

หวัง ลี้ไอออกมาพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาเล็กน้อยที่มุมปาก ใต้รักแร้ขวาที่เป็นโลหะของเธอปล่อยสะเก็ดไฟออกมาอย่างต่อเนื่อง

“รุกฆาตล่ะ”

หวัง ลี้ใช้จังหวะที่อีกฝ่ายแทงมีดสุดแรงใช้มือซ้ายกดไปที่ไหล่ขวาของศัตรูอย่างแรง เพื่อให้เขาเสียจังหวะและหมดโอกาศที่จะใช้มือซ้ายที่ยังมีมีดอีกเล่มโจมตีเธอ เมื่ออีกฝ่ายพยายามที่จะเหวี่ยงตัวไปทางขวาเพื่อที่จะโจมตีเธอด้วยมือซ้ายที่กำมีดไว้แน่น หวัง ลี้จึงใช้แขนขวาของเธอล็อกแขนขวาของอีกฝ่ายไว้และใช้มือขวาคว้าไปยังตำแหน่งเดิมที่มือซ้ายคว้าไว้อยู่ แต่ทำไมคนๆนี้ถึงรู้ชื่อของเธอได้น่าแปลกจริงๆ เพราะตอนที่เขาพูดชื่อเธอทำให้เธอเสียสมาธิจนถูกแทงนั้นเอง

“ปัง”

ร่างของศัตรูถูกกระแทกลงบนพื้นหลังจากที่หวัง ลี้ออกแรงกดอย่างแรง ในจังหวะนั้นเองเธอก็ใช้มือซ้ายบิดข้อมือของอีกฝ่ายจนอีกฝ่ายต้องปล่อยมีดที่ยังเสียบคาอยู่ที่อกของเธอ

หวัง ลี้ใช้เข่าขวาล็อกแขนขวาข้างนั้นไว้ และง้างหมัดขวาพร้อมกับปลดโหมดเซฟตี้ในเสี้ยววินาทีนั้นเพื่อเพิ่มพลังทำลายก่อนที่จะต่อยไปยังศรีษะของอีกฝ่ายสุดแรง

“ปึก ตูม”

หมัดของหวัง ลี้ที่กระแทกกับพื้นเต็มแรงจนเศษคอนกรีตกระเด็นไปทั่ว ทันใดนั้นหวัง ลี้ก็เห็นบางอย่างสีดำพุ่งเข้าใส่หน้าของเธอ

เธอจึงปล่อยมือซ้ายของเธอและยกแขนซ้ายป้องกันสิ่งนั้น

“เปรี้ยง”

“อ๊า”

เสียงกระอักของหวัง ลี้ดังขึ้น พร้อมกับร่างของเธอที่กระเด็นไปตามแรง ก่อนที่จะกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างจัง

“ปึง อึก”

ลูกถีบเมื่อครู่นี้เข้าที่อกและไล่ไปถึงคางของเธอจนเกือบทำให้เธอหมดสติ แต่เธอก็อาศัยแรงกระแทกตอนที่ชนเข้ากับกำแพงเรียกสติของตนก่อนที่จะใช้มือซ้ายคว้าไปยังมีดที่ยังปักคาอกขวาของเธออยู่ ซึ่งดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้เป้าหมายของเธอและใช้มือซ้ายปามีดอีกเล่มใส่ศรีษะของหวัง ลี้อย่างรวดเร็ว

“ฮ่า”

เธอออกแรงดึงมีดนั้นออกจากอกและใช้มีดเล่มเดียวกันปัดมีดที่บินมาหาเธอได้สำเร็จ

“ตึง อัก”

ในชั่วพริบตาที่แขนของหวัง ลี้บดบังทัศนวิสัยของตัวเองเพื่อปัดมีดที่บินมา เข่าขวาของอีกฝ่ายก็ได้กระแทกเข้าที่อกขวาที่มีเลือดกับประกายไฟอย่างแรง จนหวัง ลี้ไอออกมาเป็นเลือด

“หมับ”

ชายคนนั้นใช้มือซ้ายจับคอของเธอและยกสูงขึ้น และทำให้เธอปล่อยมีดที่มือซ้ายเพราะแรงกระแทก

‘เร็วมาก เราตามเขาไม่ทัน’

หวัง ลี้คิดในใจการโจมตีของอีกฝ่ายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ จนเธอมองไม่เห็นและยังโจมตีช่วงหน้าเพื่อบดบังการมองเห็นเพื่อที่จะหาจังหวะบีบคอของเธอ หรือว่าตั้งแต่แรกเขายังไม่ได้เอาจริง

“อึก”

ชายในชุดคนรับใช้ออกแรงบีบมากขึ้น จนหวังลี้ในตอนนี้หายใจไม่ได้แล้ว เธอพยายามใช้แขนซ้ายโจมตีอีกฝ่ายแทนแขนขวาที่ใช้การไม่ได้เพราะระบบเซฟตี้ได้รับความเสียหายตอนที่ดึงมีดออกจากอกขวาเพื่อป้องกันตัวเมื่อครู่

แต่ก็ไม่มีผลอีกฝ่ายเตะไปที่แขนซ้าย ซึ่งคราวนี้มันมีมีดซ่อนโผล่อออกมาพร้อมกับลูกเตะนั้นด้วย และมีดนั้นก็เสียบที่แขนซ้ายของเธอก่อนที่มันจะตรึงแขนของหวังลี้เข้ากับกำแพง

ชายคนนั้นใช้แขนข้างที่บีบคอเหวี่ยงร่างของหวังลี้ขึ้นด้านบนอย่างแรง แต่แขนซ้ายที่ถูกมีดเสียบติดไปกับกำแพงก็ทำให้กระชากร่างของเธอกลับมาที่เดิม แต่นั้นก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกทรมาณเหมือนร่างของเธอจะถูกฉีกออกจากกัน

ชายคนนั้นไม่ปล่อยโอกาศหลุดมือ ตอนที่เข่าของหวังลี้แตะพื้น เขาก็ชักมีดลับที่ซ่อนที่หลังมือ เขาเล็งมันไปยังคอของหญิงสาวและแทงเข้าไปเพื่อเด็ดชีพ

“ฟิ้ว เปรี้ยง เคร้ง”

“หึม”

ชายคนนั้นชักมือของตนกลับออกมาทันที และเหล่มองไปยังหลังมือของตนที่ตอนนี้มีไพ่เอชโพดำเสียบอยู่ และมีดที่หลังมือของเขายังหักไปแล้วด้วย

‘เยอะ จริง’

ชายคนนั้นกระโดดถอยหลัง เพราะยังมีไพ่อีกนับสิบใบพุ่งมาทางเขา ซึ่งเขายังสามารถสังเกตได้ถึงคลื่นพลังอีเลเมนต์จางๆบนไพ่แล้ว ดูเหมือนว่าไพ่นั้นนอกจากจะทำจากวัสดุพิเศษที่สามารถรับคลื่นอีเลเมนต์ของผู้ใช้เพื่อทำให้มันคงทนมากขึ้นแล้ว มันยังเพิ่มพลังในการทะลุทะลวง เพราะมันทะลวงมีดซ่อนของเขาที่ทำจากไททาเนียมผสมคาร์บอนและเสียบเข้าที่หลังมือเต็มๆ ถึงจะไม่ลึกแต่ก็มีพลังทะลุทะลวงที่สูงมาก ถ้าโดนเข้าจังๆคงถึงตายได้

“ผมมาช่วยแล้วครับ”

จิมมี่ใช้ไพ่ฟันใส่มีดที่ตรึงแขนของหวังลี้ เพียงแค่ทีเดียวมีดนั้นก็ถูกตัดออก

เขานั่งชั่นเข่าเพื่อที่จะใช้มันช่วยประคองร่างของหวังลี้และใช้แขนขวาประคองร่างของหวังลี้ที่บาดเจ็บขึ้นมา

จิมมี่ยังไม่ลืมใช้มือซ้ายปาไพ่ใส่อีกฝ่ายเพื่อไม่ให้เขามีโอกาศโจมตีกลับ เมื่ออีกฝ่ายเห็นดังนั้นจึงชักมีดออกเพิ่มพร้อมกับปาใส่จิมมี่ แต่ก็ถูกไพ่ของจิมมี่สกัดกลางอากาศได้หมด

“คุณมาที่นี้ได้ยังไง”

หวัง ลี้พูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ ถึงร่างกายของเธอจะเป็นเครื่องจักรมากกว่าครึ่ง แต่จากการถูกแทงเข้าที่อกขวาทำให้ปอดขวาของเธอที่เป็นเลือดเนื้อของเธอจริงๆถูกแทงจนทะลุทำให้เธอเจ็บปวดไม่น้อย และที่ถูกบีบคอเมื่อครู่ยังทำให้เธอขาดอากกาศจนแทบหมดสติ

“มีคนหาตำแหน่งคุณได้ครับ และเข้าให้ผมมาช่วยคุณน่ะครับ เห็นว่าเขารอคุณไม่ไว้ก็เลยให้ผมตามคุณ”

จิมมี่พูดขณะที่กำลังใช้มืออีกข้างที่ยังว่างอยู่ของตนปิดปากแผลเพื่อไม่ใช้เลือดไหลออกมามากเกินไป

เมื่อเห็นดังนั้นชายในชุดคนรับใช้ก็ปามีดที่มือซ้ายใส่ ทำให้จิมมี่ต้องใช้โล่พลังขนาดเล็กป้องกันมัน

ชายคนนั้นเมื่อเห็นโอกาศก็มีระเบิดขนาดจิ๊วไหลออกมาจากปลอกแขนเสื้อซ้าย และโยนระเบิดใส่จิมมี่กับหวังลี้ในทันที

“เคร้ง”

ก้อนหินปริศนากระแทกเข้ากับระเบิดกลางอากาศ ทำให้ชายในชุดคนรับใช้กระโดดออก เพราะระเบิดที่ถูกปาไปนั้นถูกกระแทกลับมาหาตน

“ตูม”

เสียงระเบิดพร้อมกับควันที่พวยพุ่ง ชายในชุดรับใช้ส่ายแขนเพียงทีเดียวเขม่าควันทั้งหมดก็หายไป และเมื่อควันหายไปก็ปรากฎร่างของชายอีกคนที่สวมหมวกปีกกว้างสีดำ ยืนอยู่ระหว่างเขากับจิมมี่และหวังลี้

“มาจนได้น่ะครับ วิลสัน”

จิมมี่พูดออกมาพร้อมกับใช้แขนซ้ายช้อนขาของหวังลี้และอุ้มเธอขึ้นมา

“เหอะ ไม่เป็นไรหรอกเพียงครู่เดียวก็จบแล้ว”

วิลสันทำแขนไขว้กันเหมือนท่าบิดขี้เกียจ ซึ่งเมื่ออีกฝ่ายเห็นเขาก็ชักมีดจากมือซ้ายและปามันใส่วิลสัน

“เอาล่ะ”

วิลสันชักมีดบัตเตอร์ฟายออกมาจากแขนเสื้อพร้อมกับปัดมีดที่ลอยมาทิ้งทั้งหมด

“เอาจริง ฉันก็ไม่อยากสู้กับคนเจ็บหรอกน่ะ”

วิลสันควงมีดบัตเตอร์ฟายและเก็บมันกลับไปที่เดิม เขาใช้มือขวาหยิบหมวกสีดำที่สวมอยู่ของตนและใช้มือข้างนั้นชี้ไปยังแขนขวาของอีกฝ่าย ที่อีกฝ่ายกำลังเอียงตัวเพื่อไม่ให้สังเกตเห็น ซึ่งคำพูดของวิลสันทำให้หวังลี้ที่ถูกอุ้มอยู่มองเห็นแขนขวาที่ตอนนี้กำลังห้อยต่องแต่งอยู่ เขาคงจะกระชากแขนของตนตอนที่ถูกล็อคอยู่จนหลุดเพื่อโจมตีเธออย่างฉับพลัน

“ฉันคิดว่าแกควรจะหนีไปน่ะ ไม่งั้นถึงตายได้”

วิลสันพูดออกมาพร้อมกับสวมหมวกนั้นกลับไป เพราะเขาเองก็ไม่อยากรังแกคนเจ็บสักเท่าไร ซึ่งทันทีที่หมวกกลับไปยังบนหัวของวิลสันเขาก็เห็นมีดเล่มหนึ่งลอยมาหาเขา พร้อมกับชายคนนั้นที่วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“งับ”

วิลสันใช้ฟันกัดมีดนั้น และกระโดดถอยหลังไปตามแรงของมีดเพื่อไม่ให้มันเข้าไปลึกจนเกินไป

ซึ่งในจังหวะนี้อีกฝ่ายก็ไม่ปล่อยโอกาศทองหลุดไป เขาใช้แขนขวาที่ข้อไหล่หลุดเหวี่ยงใส่พร้อมกับบิดตัวไปด้านซ้ายเพื่อเพิ่มความเร็วในการโจมตี ซึ่งหมัดนั้นยังมีมีดติดอยู่ด้วย

วิลสันแอ่นตัวหลบหมัดแรกที่มาพร้อมมีดนั้น แต่อีกฝ่ายที่หันหลังให้วิลสันเพราะแรงเหวี่ยงก็ทำการโจมตีต่อเนื่องด้วยมีดอีกเล่มที่มือซ้ายและมีดเล่มนั้นยังเล็งไปยังเข่าข้างขวาของวิลสัน

“โทษทีน่ะ”

วิลสันทิ้งน้ำหนักที่ขาซ้ายก่อนที่แขนของศัตรูจะลอดใต้ข้อพับขวา และใช้ข้อพับขาขวาบีบแขนข้างนั้นไว้ พร้อมกับใช้เข่าซ้ายล็อกแขนข้างนั้นในทันที

เพราะอีกฝ่ายเหวี่ยงแขนขวาที่หลุดไปทำให้ตัวของเขานั้นหันหลังให้อีกฝ่ายและแขนซ้ายของเขายังถูกล็อคไว้อีก ตอนนี้อีกฝ่ายถูกผนึกการเคลื่อนไหวโดยสมบูรณ์

วิลสันไม่ปล่อยโอกาศนี้ให้หลุดมือ เขาใช้มือซ้ายหยิบมีดที่ปากคาบอยู่และแทงไปยังคอของศัตรูที่เคลื่อนไหวไม่ได้ในทันที

“กร็อป”

เสียงกระดูกหักดังขึ้น หลังจากเสียงนั้น มีดที่วิลสันเล็งไปที่คอก็พลาดเป้ามันทำได้แค่เฉียดแก้มซ้ายของอีกฝ่ายเท่านั้น และวิลสันเองก็สังเกตถึงเท้าของอีกฝ่ายที่เล็งเข้าที่คางของเขา แต่วิลสันก็หลบมันได้เช่นกัน

“อันตรายแหะ”

วิลสันพูดออกมา พร้อมกับคลายขาทั้งสองข้างและถอยออกมา เพราะลูกถีบเสยคางเมื่อครู่เกือบเข้าหน้า ถ้าขืนล็อคต่อไป อีกฝ่ายคงต่อด้วยเข่ายันหน้าแน่ๆ ดังนั้นการถอยออกมานั้นดีที่สุด

วิลสันถอยหลังและกระโดดตีลังกาถอยหลังสามตลบโดยใช้มือขวาจับหมวกของตนไว้แน่น เขากลับมาทรงตัวได้เหมือนเดิม และถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นสภาพของอีกฝ่าย

“ไอคนแปลกหน้า หักแขนข้างที่เหลือเพื่อหลบมีดยังงั้นหรือไม่เลวเลยนี้”

วิลสันพูดออกมาพร้อมกับบิดหัวของตน เขารู้สึกแปลกใจมากที่อีกฝ่ายหักแขนหักขาตัวเองโดนไม่ลังเลแม้แต่น้อย แบบนี้ไม่น่าใช่นักฆ่าดาดๆเสียแล้ว

“สุดยอด แค่กๆ”

หวัง ลี้พูดออกมาพร้อมกับไอปนเลือด เธอไม่นึกเลยว่าวิลสันจะเก่งขนาดนี้ การกะจังหวะ ความยืดหยุ่นของร่างกาย รวมไปถึงปฏิกริยาฉับพลันของเขานั้น เหนือกว่าเธอที่เป็นหน่วยลอบสังหารของตระกูลเวอร์มิลเลี่ยนหลายขุมมาก

“พยายามอย่าพูดดีกว่าครับ วิลสันเรารีบถอยกันก่อนดีกว่า”

จิมมี่พูดกับหวังลี้ ก่อนที่จะบอกให้วิลสันรีบถอย เพราะตอนนี้พวกเขาต้องรีบไปสมทบกับหัวหน้า ถึงสถานการณ์ในตอนนี้จะดูได้เปรียบ แต่อีกฝ่ายที่หักแขนหักขาตนเองทิ้งเหมือนหักขาแมลงและที่สำคัญเมื่อกี้เขาใช้ระเบิด คงจะพร้อมจะระเบิดพลีชีพเมื่อไรก็ได้แน่ การถอยในตอนนี้คงจะดูเป็นทางเรื่องที่ปลอดภัยที่สุด

“อ่า รู้แล้ว เพราะดูแล้วเขาก็ไม่ยักอยากจะสู้แหะ”

วิลสันเหล่ตามองจิมมี่ และพูดพร้อมกับกดหมวกของตนลงมาอีก เพราะอีกฝ่ายนั้นกำลังถอยหลังอย่างช้าๆ ถึงจะดูเหมือนยืนเฉยๆหรือตั้งท่าปามีด แต่เขาก็สังเกตได้ว่าเขาคนนั้นกำลังเพิ่มระยะห่างขึ้นทีละน้อย ถ้าไม่สังเกตก็ไม่รู้เลย

วิลสันสังเกตอีกฝายอย่างใจเย็น ดูจากเจตนาและท่าทางแล้วคงเข้ามาทำอะไรสักอย่างแบบเงียบๆ แต่ดันถูกจับได้ซ่ะก่อน ดังนั้นเมื่อแผนการรอบเร้นพลาดอีกฝ่ายที่เดิมทีคิดจะหนีไปเงียบๆ เลยเปลี่ยนแผนเป็นเชือดผู้รู้เห็นในที่เกิดเหตุทั้งหมดและเตรียมตัวเผ่นแน่ๆ

แต่ในขณะที่วิลสันกำลังดูท่าทีนั้นเอง แขนขวาของอีกฝ่ายที่ไหล่หลุดไปก็ดูเหมือนจะขยับไปมา และกลับมาขยับได้อีกเหมือนเดิมอีกครั้ง

ชายในชุดคนรับใช้มองไหล่ขวาที่ขยับไปมาได้ตามปกติเสร็จก็ใช้มันกดปุ่มบางอย่างทีข้างศรีษะ ก่อนที่จะใช้แขนข้างเดิมที่ข้อกลับมาต่อเหมือนเดิมแล้วเปิดกระดุมเสื้อที่อก จนเห็นไฟสีฟ้ากระพริบถี่ๆทั่วทั้งอกของเขา

“เห้ยนั้นมัน ระเบิด E-3 นี้หว่า”

วิลสันพูดพร้อมกับเหงื่อตก เพราะไอสิ่งที่กระพริบตรงอกของอีกฝ่ายมันเป็นระเบิดที่มีอีกชื่อ Element Third ซึ่งมันเป็นระเบิดรุ่นที่สามที่สร้างขึ้นในท้ายมหาสงครามโลกครั้งที่สาม มันใช้หลักแร่กัมตรังสีทำให้พลังอีเลเมนต์จนเกิดเป็นคลื่นรังสีที่มีรัศมีทำลายล้างเป็นวงกว้าง ซึ่งลูกเล็กเท่าเม็ดถั่วเขียวก็มีพลังทำลายพอๆกับระเบิดนาปาล์มที่เผาไหม้ทุกอย่างในรัศมีหนึ่งสนามฟุตบอลจนเป็นจุล ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าระเบิดก้อนขนาดนั้นถ้าระเบิดทีถึงจะอยู่ชั้นใต้ดินลึก 50 เมตรก็รับรองได้ว่าได้หายทั้งโรงพยาบาล

“อี-สามขนาดนั้นได้บรรลัยกันหมดแน่ครับ วิลสันถอยก่อนเถอะครับ”

จิมมี่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักใจ เพราะเขาที่มองไปที่สีหน้าของวิลสันเมื่อครู่ทำให้เขาแน่ใจในทันทีว่าเป็นระเบิดอี-สาม ดังนั้นรีบถอยในตอนนี้คงจะดีที่สุด

“เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้ว”

วิลสันพูดออกมาพร้อมกับถอยหลังออกมาเช่นกัน ดูเหมือนว่าตอนนี้สถานการณ์ตอนนี้จะเลวร้ายมากสำหรับพวกเขา

“ดูเหมือนถ้าแกตายระเบิดก็คงทำงาน ต่างคนต่างถอยนั้นคงดีที่สุดล่ะมั้ง”

วิลสันถอนหายใจออกมาพร้อมเดินถอยหลังจนไปอยู่ข้างๆพวกจิมมี่ ซึ่งตอนนี้ระยะห่างของทั้งสองฝ่ายคือ 20 เมตร คงเป็นระยะที่เหมาะสำหรับพูดคุย

“แกไปเถอะ ฉันไม่จัดการแกในตอนนี้หรอกน่ะ”

ทันทีที่อีกฝ่ายได้ยินที่วิลสันพูด เขาก็มองไปทางหวังลี้ที่บาดเจ็บทีหนึ่งก่อนที่ร่างของเขาจะปล่อยควันสีเทาออกมาจนครุ้งไปหมด

นี้มันทุกคนหลับตาลงเร็ว!

วิลสันพูดออกมาพร้อมกับใช้มือขวากดหมวกของตนลงจนสุด ทันใดนั้นควันสีเทานั้นก็ปล่อยแสงสีขาวจ้าในทันที

“ฮึบ”

จิมมี่กลับตาพร้อมกับหันหลังหลบแสงพร้อมกับใช้แขนของตนบังตาของหวังลี้ด้วย

และเมื่อแสงสว่างจ้านั้นหายไป จิมมี่ก็หันกลับไปมองวิลสันอีกครั้ง

“หน็อยแน่ะแก”

วิลสันพูดด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น แววตาแหลมคม ซึ่งไม่เหมือนวิลสันเมื่อครู่เลย

“วิลไม่เป็นอะไรน่ะ”

จิมมี่เดินไปหาวิลสันที่ตอนนี้กลายเป็นวิลไปเรียบร้อย และก็เห็นมีดที่ปักบนแขนซ้ายกับขาซ้ายของวิล ดูถ้าอีกฝ่ายก่อนจะหนีไปได้ลอบโจมตีตอนแสงจ้าเมื่อครู่

วิลก็เลยโผล่ออกมาควบคุมร่างของวิลสันให้ใช้ร่างด้านซ้ายรับมีดแทน แต่ดูเหมือนวิลจะเดือดผิดปกติ และเหตุผลนั้นก็ทำให้จิมมี่ถอนหายใจออกมาเมื่อเขาเห็นมีดเล่มหนึ่งเสียบเข้าที่หมวกสีดำของวิล

“แกบังอาจเสียบหมวกของฉัน แกหายหัวไปไหนว่ะ”

วิลพูด้วยน้ำเสียงเดือดดาล พร้อมกับไล่เตะข้าวของแถวนี้กระจุยกระจายไปทั่ว

‘เออใช้ เจ้าวิลมันห่วงหมวกของมันมากนิหว้า’

จิมมี่ส่ายหัวเพราะที่วิลปรากฎตัวออกมาคงไม่ใช้หลบมีดเพื่อเอาตัวรอด แต่มันออกมาเพื่อตามล่าคนที่ทำหมวกไมเคิล แจ๊คสันสุดโปรดของมันเป็นรูมากกว่า




NEKOPOST.NET