P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 3 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.3 - ความทรงจำที่หายไป


วันที่ 11 มีนาคม ปี ค.ศ. 2042 

 

 “อาการเขาเป็นยังไงบ้างค่ะหมอ!?”

ริสตี้ ถาม หมออลันถึงอาการของผู้ป่วยที่กำลังอยู่ในห้องฉุกเฉินด้วยอาการตื่นตระหนก เพราะเด็กๆที่เธอดูแลอยู่ก่อความเดือดร้อนหนักมาก ซึ่งโดยปกติพวกเด็กๆกลุ่มนี้ก็มักก่อปัญหาไม่เว้นแต่ละวันอยู่แล้ว

แต่ครั้งนี้ถือว่าหนักกว่าทุกครั้งที่เธอเคยเจอ เธอเลยไม่แน่ใจว่าครั้งนี้เบื้องบนจะลงโทษอะไรเธอบ้าง

“เฮ้อ! คุณคงต้องเข้าไปดูเองก็แล้วกันครับ” 

อลัน พูดพร้อมส่ายหน้า ก่อนที่จะพูดต่อว่า

“แต่คุณคงต้องทำใจแล้วครับ เพราะผมคาดว่า ‘เบื้องบน’ คงไม่พอใจเเน่นอนครับ”

“อึก..”

ริสตี้ตอนนี้กังวลมาก เพราะถ้าขนาดหมอที่ขนาดเป็นถึงระดับท็อปขององค์กร ยังส่ายหน้า สภาพของ ‘พยาน’ คงไม่น่าดูเเน่

ก่อนที่เธอจะรวบรวมความกล้าเพื่อเปิดประตูเข้าไป ก่อนที่จะพบปัญหาที่ต่อให้เธอไปทำภารกิจเสี่ยงตายที่ ก็คงไม่สามารถชดใช้ความผิดครั้งนี้เเน่นอน

 

 

ฮ่า ฮ่า ฮ่า..

“เลิกหัวเราะได้เเล้ว ฟลิบ พวกเรากำลังซีเรียสกันอยู่น่ะ!!!”

โรโต้กำลังปวดหัวกับนิสัยที่ไม่คิดอะไรก่อนทำของพี่ชาย ที่นำพาความโชคร้ายมาพวกเขา

“แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ ตอนนี้ใครๆ ก็รู้เรื่องนี้กันหมดเเล้ว เเถมพี่ริสตี้กับพี่โยชิโนะยังถูก ผบ.เคิร์กสั่งห้ามไม่ให้แก้ต่างให้พวกเราอีก”

สตีฟ กล่าวเสียงเศร้า เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ พวกเขาผิดเต็มประตู พร้อมทั้งคิดว่า ‘ถ้ารู้ตั้งเเต่แรกก็คงไม่บอกให้ไอบ้าอย่าง ฟลิบ เป็นคนวางกับดักหรอก’

“เห้ ฟลิบ แกจะยังไงกันแน่ ถ้าเเกไม่ตั้งใจกว่านี้ ฉันนี้เเหล่ะจะเป็นคนเล่นเเกเอง”   โรโต้ กล่าวเสียงขรึม พร้อมเบนสายตาจ้องไปยังผู้ที่ยังทองไม่รู้ร้อนที่เอาแต่หัวเราะลูกเดียว

“จะเอาอะไรมาก ฉันแค่หัวเราะนิดหน่อย ดู เจ ดิวันๆไม่ทำอะไรก็เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับเด็ดดอกไม้นี้น่ะ”

ฟลิบ ทำท่ากลบเกลื่อน ก่อนที่จะชี้ไปยัง เจ ที่ตอนนี้กำลังยิ้มแย้มอย่างมีความสุข พร้อมกับเด็ดดอกไม้มาทำเป็นช่อใหญ่ โดยไม่สนใจ พวกเด็กชายเลย

นี้ ฟลิบ จะบ้ารึไง เจ เป็นกรณีพิเศษ เธอไม่เหมือนพวกเราสักหน่อย ไม่สงสารเธอก็ไม่เป็นไร แต่อย่าดูถูก เธอเด็ดขาด!!”

สตีฟ ตะคอกใส่ ฟลิบ เสียงดัง จน ฟลิบ ต้องหันหน้าไปขอความช่วยเหลือกับผู้เป็นน้องของตน ก่อนที่จะโดนอีกฝ่ายข่มด้วยสายตาเหยียดหยามจนหัวของเขาก้มต่ำจนไม่รู้ว่าจะต่ำลงไปได้อีก

“อ่ะ! เสร็จเเล้ว เอาไปให้พี่ชายดีกว่า”

สตีฟ กับ โรโต้ ที่กำลังดุ ฟลิบ อยู่ ไม่ทันตั้งตัวก็เห็น สาวน้อยวิ่งไปไกลแล้ว

นี้!! เจ จะไปไหนน่ะสตีฟ ตะโกนเสียงดังด้วยความเป็นห่วง เพราะเขารู้ดีว่า เจ มี ทรอม่า(บาดแผลในจิตใจ) ตั้งแต่ก่อนหน้าที่จะมาอยู่กับพวกเขาอีก

เจ จะเอาดอกไม้ไปให้พี่ชายน่ะเด็กสาวตะโกนกลับมาด้วยสีหน้ายิ้มเเย้ม ก่อนที่จะเร่งความเร็วขึ้นอีก เพื่อไปหาพี่ชายที่ช่วยชีวิตเธอไว้

“นั้นไงบอกแล้ว เจ ไม่สนใจใครหรอก นิสัยไม่ดีจริงๆ”

ฟลิบ ที่ยังไม่เข็ดก็ยังพูดดูแคลนอย่างไม่ใยดีเช่นเคย

ก่อนที่จะพบได้มีสายตาที่ปล่อยความอำมหิต ทั้งสองคู่จ้องมองมาที่เขาจนเขาเหลือกแตกพลั่ก

“เห้ยนี้ โรโต้ เจ้านี้มันไม่เข็ด จัดหนักๆเลย”

“รู้แล้ว! คนเป็นน้องมีหน้าที่อบรมคนเป็นพี่อยู่แล้ว จะจัดหนักให้ถึงกระดูกดำเลยทีเดียว”

เบื้่องหลังที่สาวน้อยวิ่งจากไปนั้น ตามมาด้วยเสียวโหยหวนของคนปากเสียที่ตอนนี้กำลังถูกอบรมอย่างเข้มข้น และไม่รู้ว่าการอบรมนี้จะจบลงเมื่อไร

ณ ห้่องประชุมลับของกลุ่ม Scarlet Desert ที่อาร์เจนตินา

เอาอีกแล้ว คนของนอร์แมนมันทำเรื่องอีกแล้ว คราวที่แล้วคนของมันเกือบเสียข้อมูลให้พวกมัน มาคราวนี้มันไปเก็บสายลับของสหพันธ์มาอีก มันคิดจะทำอะไรกันเเน่

ชายรูปร่างกำยำผิวเข้มที่นั้งตรงริมห้อง ตะคอกอย่างแรง

“เอาน่า เคิร์ก เองก็คงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาหรอก อีกอย่างเธอก็ใช่ว่าจะไม่เชื่อใจเขา เขาออกจะเก่ง ใจร่มๆหน่อย คาร์ลอส” หญิงชราที่นั่งอีกมุมก็ทักขึ้นมา เพื่อดับอารมณ์ร้อนของชายผู้เป็นสหาย

“เธอพุดถูก คาร์ลอส ‘เคิร์ก นอร์แมน’ เป็นถึงผู้บัญชาการที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้มาก เรายังเสียเขาไม่ได้ ไม่เช่นเราอาจจะกันแนวรบที่โคลัมเบียไม่ได้ด้วยซ้ำ อย่าให้อารมณ์ทำให้แผนเสีย จากสถานการณ์ในตอนนี้เรายังเป็นต่ออยู่ไม่ต้องรีบร้อนให้มันมากนักหรอก” ชายร่างท้วมหนวดเฟิ้มพูดขั้นมาอีกคน

คาร์ลอสถอนหายใจก่อนจะพูดว่า

“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ เอ็นดา,แม็ททริว เธอก็รู้นี้สงครามมันพลิกได้เสมอ แล้วอีกอย่างเราเองก็มีสิ่งสำคัญมากๆด้วย ถ้าเจ้าสายลับนั้นรู้เข้า องค์กรเราก็คงแพ้หมดรูปแน่นอน”

หลังสิ้นเสียง เหล่าบรรดาผู้บริหารในห้องประชุมต่างถกปัญหากันทั้งห้องประชุม เพราะสิ่งที่พวกเขากำลังดูแลอยู่มันสำคัญมากจริงๆ แล้วยิ่งมีทหารจากสหพันธ์ที่ไหนก็ไม่รู้โผล่ในช่วงลองเชิงกันอยู่ นั้นไม่ใช่เรื่องดีแน่นนอน

ทันใดนั้นก็มีคนรีบร้อนเปิดประตูเข้ามา

“ท่านครับ ขออนุญาตครับ นี้คือผลการเช็คสภาพเชลยที่เคิร์ก นอร์แมน ทำการคุ้มตัวอยู่ครับ”

ชายชราที่นั่งตรงหัวโต๊ะ เคาะมือที่โต๊ะเพียงทีเดียว ในห้องก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง ก่อนที่ชายชราจะหยิบเอกสารขึ้นมาดู ก่อนที่ทุกคนจะเห็นรอยยิ้มตรงมุมปากของเขา ก่อนที่เขาจะเอ่ยว่า

“เอาหล่ะ ทุกท่านในฐานะที่ฉันเป็นผู้นำสูงสุดในภูมิภาคนี้ ก็คงไม่ต้องพูดให้มากความหรอก ให้เจ้าคนของสหพันธ์นั้นเข้ามาเป็นหน่วยสังกัดของเคิร์กก็แล้วกัน”

“แต่ท่านครับ มันเป็นศัตรูน่ะครับ” คาร์ลอสแย้งเสียงดัง คนในห้องบางคนก็เห็นด้วยเช่นกัน

“เพราะงั้นฉันจึงบอกว่าอย่าถามให้มากความยังไง เอานี้ไปดูซักหน่อยเถอะ”

ชายชราโอนข้อมูลเข้าระบบ ก่อนที่ข้อมูลนั้น จะขึ้นไปยัง PDA(เป็นอุปกรณ์ที่ทางทหารใช้ในการรับข้อมูลคำสั่งมีประสิทธิภาพสูง) ของทุกคน

นี้มัน!” ชายร่างกำยำถึงกับสะดุดกับข้อมูลแทบในทันที่

“ข้อมูลนี้ถูกต้องหรอครับท่าน”

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ‘อลัน ฮิล’  เป็นแพทย์มือโปรที่เชื่อใจได้ เขาเป็นแพทย์ได้ชื่อว่าเก่งเป็นอันดับที่ 7 ของโลก ยิ่งคนที่ให้เขาไปประจำที่ภูมิภาค ก็คือ‘เขา’คนนั้นอีก เพียงเท่านี้ข้อมูลที่ได้ก็น่าเชื่อถือแล้ว ถ้างั้นฉันข้อปิดการประชุมเลยก็แล้วกัน ทุกคนไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อเถอะ”

ชายชราลุกออกจากหัวโต๊ะ ก่อนที่ผู้เข้าร่วมประชุมต่างพากันแยกย้ายตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อไปทำหน้าที่ของตนต่อไป

 

ตัดกลับมาที่โรงพยาบาลลาริส ประเทศโคลัมเบีย

    เออ......

หญิงสาวถึงกับอึ้งทันทีที่เห็นอาการของเขาคนนั้น อาการแบบนี้มันยิ่งกว่าตายเสียอีก พลางคิดถึงชะตากรรมที่กำลังใกล้เข้ามา บทลงโทษคงไม่ใช่เบาๆแน่

ถ้าแหล่งข้อมูลชั้นเลิศตาย อาจแค่ถูกส่งไปทำภารกิจเสี่ยงตายเป็นการทดแทน แต่นี้มันเป็นการเพิ่มภาระแทน ซึ่งงานที่ได้พวกเด็กๆคงจะเดือดร้อนแน่นอน พวกเด็กผู้ชายคงไม่น่าจะมีปัญหา ปัญหาคงอยู่ที่ ‘เจ’

ในกลุ่มเธอนั้นร่างกายบอบบางที่สุด แถมยังมีอาการทางจิตอีก ถ้าพวกเบื้องบนสั่งมา ตัวเธอจะทำยังไงกันแน่

‘แอ็ด...’

มีเสียงประตูดังมาจากทางด้านหลังของเธอ

เธอหันกับไปก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน

ขอโทษค่ะที่ทำให้ ผบ. เดือดร้อน ดิชั้นขอยอมรับผิดทั้งหมด ขอแค่อย่าลงโทษพวกเด็กๆเลยค่ะ

ผบ.เคิร์กส่ายหัว พร้อมทั้งส่ายมือไปมา ก่อนจะชี้ไปที่ประตู เพื่อไปคุยกันข้างนอกห้องฉุกเฉิน

“ไม่เป็นไรหรอก เมื่อกี้มีคำสั่งโดยตรงจากเบื้องบนมาน่ะ ท่านเอ็ดเวิร์ดเขาไม่เอาเรื่องพวกเรา แค่มีหน้าที่ให้นิดหน่อยน่ะ”

      ริสตี้รู้สึกดีใจมากที่ทางเบื้องบนใจดีถึงกับไม่ลงโทษพวกเธอ

      แต่ ผบ. ก็ยกนิ้วขึ้นเพื่อหยุดอารมณ์ดีของเธอก่อน พลางกล่าว

      “แต่เธอต้องจัดการพวกเด็กๆให้ดีๆล่ะ อย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาอีก ไม่เช่นนั้นจะหาว่าไม่เตือน”

      “ค่ะ ท่านผบ. แล้วหน้าที่ ที่ว่าให้ทำอะไรหรอค่ะ”

      เธอถามด้วยความงุนงง ก่อนที่ผบ. จะเยือนเอกสารมาให้

      เธอลุ้นจนตัวโก่งกับหน้าที่ ที่ได้รับมา ก่อนที่จะอึ้งกับคำสั่งที่ระบุอย่างชัดเจนบนเอกสาร

      “พี่ริสตี้ พี่ชายเขาตื่นแล้วใช่ไหมค่ะ หนูขอเขาไปก่อนน่ะค่ะ”

      ริสตี้หันกลับมาก็พบว่า มีเด็กผู้หญิงตัวน้อยวิ่งเข้าไปในห้องแล้ว

      “เดียวสิ เจ ” หญิงสาวพยายามเรียกให้เด็กสาวหยุด แต่ดูถ้าจะไม่ทันเสียแล้ว

      “เอาน่า ริสจัง ปล่อยเจจังไปเหอะ หลายวันมานี้เธอน่ะเอาแต่เก็บตัวลูกเดียวเลยน่ะ”

โฮชิโนะกล่าวพลางตบไหล่ริสตี้เบาๆเพื่อสงบสติอารมณ์ของเพื่อนรัก

“แล้วเธอมาได้ไงเนี่ย โฮชิ” ริสตี้ถามกลับ

“ก็เเหม่เมื่อกี้กำลังซ้อมทักษะนิดหน่อย ก็เห็นเจจังวิ่งผ่านมา ใครใช่ให้เจจัง มีพลังอีเลเมนต์ทางด้านความรับรู้หล่ะ”

โยชิโนะหยักไหล่ก่อนตอบกลับ เป็นความจริงดังที่เธอพูด เจมีความสามารถทางด้านความรับรู้ที่สูงมากเกินคนปกติ เธอเรียนรู้ได้เร็ว และสามารถรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนตามสถานที่ ที่มักอยู่บ่อยๆซึ่งก็คือห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน ที่ช่วงนี้มักจะวิ่งเข้าออกห้องนี้เป็นประจำ

“ถ้าทางเจจัง จะติดเข้ามากๆเลยน่ะ แล้วนี้คือ?”

“หน้าที่เบื้องบนส่งมาให้ทำ”

โยชิโนะรับเอกสารมาพร้อมกับเปิดดูในทันที

“ก็ดีแล้วนี้ริสจัง หน้าที่ง่ายๆพรรณนี้ พวกเราทำได้สบายอยู่แล้ว เจ้าผู้ป่วยนั้นก็คงทำอะไรมากไม่ได้หรอกน่ะ”

ริสตี้ส่ายหัวให้กับท่าทางของเพื่อนสาว เพราะเธอรู้ถ้า ถ้าเพื่อนของเธอคนนี้เป็นคนสบายๆ ที่มากเกินไป ขอย้ำมากเกินไป ถึงในหน้าที่จะไม่เคยพลาดเลยก็ตาม แต่ก็แทบที่จะไม่มีกาลเทศะเลย

ดูเหมือนโฮชิโนะจะอ่านใจเพื่อนรักออก เลยจับเข้าที่ไหล่ทั้งสองข้างของผู้เป็นเพื่อน พร้อมบอกว่า

“งั้นเราไปดื่มฉลองกันสักหน่อยล่ะกัน”

ก่อนที่ริสตี้จะส่ายหัวไปมากกว่านี้ ก็มีคนสะกิดด้านหลังทั้งสองคนเบา

“นี้อย่าลืมชั้นสิ เดียวครั้งนี้ชั้นจะเลี้ยงให้เองก็แล้วกัน ถือซ่ะว่าเป็นการเลี้ยงก่อนรับหน้าที่ ผู้ป่วยเดียวให้ เจ จัดการไปก็แล้วกัน”

“แหะ แหะ”

ทั้งสองคนสะดุ้ง ก่อนที่จะหัวเราะเบาๆ เพราะท่าทางเมื่อกี้พวกเธอจะไม่ได้สนใจผบ.เลย เรียกว่าลืมไปเลยด้วยซ้ำ

หลังจากนั้นทั้งคู่จะเดินตามผบ.ออกไปยังโรงพยาบาล

 

“โอ้ยยยยย......!!” ฟลิบบ่นด้วยถ้าทางอิดโรย

“วันหลังอย่าพูดอย่างนั้นอีกไม่เช่นนั้นโดนแน่! เงียบไปเลยไม่ต้องพูดๆ”

โรโต้พูดเสียงแข็ง ก่อนที่จะย้ำอีกที่เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังโต้แย้ง ทำเอาอีกฝ่ายจ่อยไปเลยทีเดียว

“รีบๆเหอะ ตอนนี้ใกล้ถึงห้องฉุกเฉินแล้ว” สตีฟพูดเพื่อเตือนสติเพื่อนทั้งสอง เพราะตอนนี้เขาเองก็คิดถึงเจมากเหลือเกิน

“เข้าใจเเล้ว!!” แฝดทั้งสองกล่าวประสานเสียงเพื่อตอบรับในทันที

ทั้งหมดเดินไปยังห้องผู้ป่วย ก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไป

“เจ ไม่เป็นไรใช่มั้ย”

ประตูเปิดออก สิ่งที่พวกเขาทั้งสามเห็นคือ ชายที่นั่งอยู่บนเตียง กำลังเล่นดอกไม้กับเด็กผู้หญิงผู้เป็นเพื่อนของพวกเขา ทั้งคู่ต่างหัวเราคิกคักกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่ชายผู้นั้นจะสังเกตเห็นพวกเขา พร้อมทั้งกวักมือเป็นเชิงเรียกให้พวกเขาเข้าไปหา

“นี้! มาเล่นกันเถอะ”

ทั้งสามระมัดระวังขึ้นมาในทันที เพราะจากท่าทางเมื่อไม่กี่วันก่อน จนถึงตอนนี้ชายที่นั่งเล่นอยู่ตรงหน้านั้นเปลี่ยนแปลงมากเกินไป จนคิดว่าเขาเสแสร้งรึเปล่า

นี้! พวกเธอ

“จ๊ากกก” ทั้งหมดร้องเสียงหลง หลังจากที่มีคนมาพูดเสียงดังด้านหลังของพวกเขา

“โธ่! หมอ ไม่ต้องทำให้ตกใจก็ได้มั้ง” สตีฟหันกลับไปก็โลงอกเพราะคนที่มาทักพวกเขาก็คือคุณหมออลัน นั้นเอง

หมอยิ้มก่อนที่จะพูดว่า

“ก็ใครใช้ให้พวกเธอ มาทำตัวลับๆล่อๆ ในห้องฉุกเฉินกัน”

“ไม่มีใครใช้พวกเรามาหรอกครับ โอ้ย!”

“บอกแล้วว่าให้เงียบ” โรโต้เขกหัวฟลิบอย่างรุนแรง จนอีกฝ่ายถึงกับเสไปเลยทีเดียว ก่อนที่หมอจะพูดขึ้นมาว่า

“เข้าเรื่องเลยดีกว่า ท่านผบ.สั่งให้พวกริสตี้ดูแลผู้ป่วยอย่างดี พวกเธอก็อย่าไปแกล้งเขาก็แล้วกัน”

“เฮ้ย! หมอนี้เคยเกือบฆ่าเรามาหนหนึ่งแล้วน่ะ”

“ถึงปกติพี่จะพูดเรื่องชวนเท้าเข้าหน้า แต่ครั้งนี้พี่พูดถูก”

โรโต้พูดเสริม ทำให้ฟลิบถึงกับเชิดหน้าขึ้นมาในทันที ทางสตีฟเองก็พยักหน้าเห็นด้วย เพราะให้เขาดูแลคนที่เกือบจะเอาชีวิตพวกเขา มันอันตราย

“แต่ถ้าฉันบอกว่า ‘เขาสูญเสียความทรงจำทั้งหมดไป พร้อมทั้งในตอนนี้ถ้าเทียบกับพวกเธอ เขามีอายุสมองน้อยกว่าพวกเธอเสียอีก’ แล้วฉันพูดผิดหรือไงที่ให้พวกเธอที่อายุสมองมากกว่าเป็นคนดูแล”

ทั้งสามฟังแล้วถึงกับอ้าปากค้าง กับคำตอบของหมอ

“แล้วจะดีหรอครับ” สตีฟเป็นคนแรกที่ตั้งสติได้ ก่อนที่จะตอบอย่างกระอักกระอ่วน

“ชั่งเธอหมดหน้าที่ของฉันแล้ว ฉันไปหล่ะ”

หมออลันเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทั้งสามจะพยายามเรียกอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจกับคำเรียกแต่อย่างใด

“แล้วจะเอายังไงดี” สตีฟคิดหนัก

“นายคิดอย่างที่ชั้นคิดรึเปล่า บี 1”

“ตามนั้นแหล่ะ บี 2”

ก่อนที่สองแฝดจะเดินเข้าไปร่วมวงเล่นกันอย่างสนุกสนาน ทำเอาสตีฟเครียดไปเลย

“แต่ก็เอาเถอะดูเหมือนจะไม่เป็นไรแหะ เราเองก็เอากับเขามั้งดีกว่า”

สตีฟตามทั้งสองแฝดอย่างรวดเร็ว

เด็กสาว เด็กหนุ่ม แฝด พร้อมกับผู้ใหญ่สมองเด็ก ต่างหัวเราะกันดังคิกคัก อย่างสนุกสนาน

“เหอะ สนุกกันจังเลยน่ะ ทำเอานึกถึงแต่ก่อนเลย สมัยที่ยังไม่เกิดสงคราม ถ้าไม่มีสงครามก็ดีสิ”

“คุณหมออลันค่ะ มีเคสใหม่ค่ะมาด่วนเลยค่ะ”

พยาบาลสาวเรียกหมอหนุ่มที่กำลังยืนพิงกำแพง พร้อมกับดูแท่งสี่เหลี่ยมสีขาวเล็กๆอยู่

“อ่อ! ทานิกะเรอะ ฉันแค่กำลังดูเศษคีย์เปียโนน่ะ เพื่อเอามันไปซ่อมน่ะ”

หมอหนุ่มตอบกลับ

“แหม่ คุณหมดมีงานอดิเรกชอบเล่นเปียโนด้วยเรอะค่ะ ไม่ยักจะรู้เลยค่ะ”

พยาบาลสาวหัวเราะเบาๆ ก่อนที่หมอจะตอบว่า

“แล้วงานล่ะ คนไข้อยู่ห้องไหน จะได้รีบไปหา”

หมอหนุ่มพูดเตือนสติพยาบาลสาว

“เกือบลืมไปเลย ห้องผ่าตัดที่ 303 ค่ะคุณหมอ” พยาบาลทบทวนความคิดก่อนตอบกลับไป

“งั้นเธอไปก่อนเลย เดียวฉันตามไป ฉันต้องไปเอาของนิดหน่อย ผบ.เขาสั่งมา”

หมอหนุ่มเกล่าจบ ก็ให้พยาบาลสาวไปรอที่ห้องผ่าตัดก่อน

หลังจากที่พยาบาลสาวเดินจากไป

“ถ้าเจ้านั้นได้รับความทรงจำกลับมาเร็วเกินไปก็คงไม่ดีสิน่ะ ยื้อไว้สักหน่อยก็แล้วกัน ถ้าเป็นอย่างนี้นายเองก็คงจะดีใจสิน่ะ ‘กิตติ’ ”

หมอหนุ่มกล่าวจบก่อนจะสวมแว่นสายตา พร้อมกับเก็บคีย์เปียโนเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนที่จะไปทำหน้าที่ของตนต่อ

 

 

 




NEKOPOST.NET