P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 29 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.29 - ทางลับใต้ดิน


วันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 19: 20 น.

ณ ทางเดินชั้นใต้ดินลับ โรงพยาบาลลาริส

“ที่นี้ มันที่ไหนค่ะ”

หวังลี้ถามออกมาหลังจากที่เธอถูกพามายังทางลับใต้โรงพยาบาลลาริส มันไม่เหมือนทางลับเก่าๆเลย เพราะผนังสร้างจากวัสดุที่สามารถดูดซับคลื่นความถี่ได้จึงใช้อาวุธคลื่นเสียงในนี้ไม่ได้ แถมยังทนไฟและแรงระเบิดเป็นเลิศอีก

“ที่นี้เคยเป็นเส้นทางลับโบราณน่ะ ตระกูลนอร์แมนของฉันสร้างมันไว้เพื่อใช้หลบภัยสงครามตามยุคสมัย คนรุ่นหลังก็เลยดัดแปลงมันให้ใช้การได้ตลอดเวลาน่ะ”

เคิร์กพูดขณะที่กำลังแบกร่างของวิลไว้บนไหล่ ซึ่งวิลก็พยายามขัดขืน แต่ทั้งตัวถูกพันจนเป็นมัมมี่ไปแล้วเลยไม่มีแววจะหนีได้ด้วยซ้ำ

“หน่อยแนะไอ...อู้ อี้”

วิลพยายามจะพูดออกมาก็ถูกเคิร์กใช้ผ้ายัดปากเพื่อให้วิลเงียบไปสักที

“หมอนี้มันปากเสียน่ะให้อภัยมันหน่อยก็แล้วกันเด็กใหม่ ฮ่าๆ”

เคิร์กหัวเราะเสียงดังคราวนี้เขาเขย่าร่างของวิลรั่วๆด้วย ซึ่งหวังลี้สามารถสังเกตได้ว่าวิลกำลังมองเธอด้วยแววตาเคียดแค้น

“อย่าไปมองหมอนั้นเดียวมันก็สลบไปเอง”

จิมมี่กระซิบข้างหูก่อนที่จะดีดเหรียญใส่หัวของวิลจนวิลหน้าดำหน้าแดง ส่วนเหรียญนั้นก็กระเด็นกลับมาที่มือของจิมมี่เช่นเดิม

“ถามเรื่องอื่นได้ไหมครับ”

จิมมี่กระซิบอีกรอบเพราะข้างนี้ดูเหมือนวิลจะพยายามใช้แรงฉีกผ้าที่พันอยู่ แน่นอนเคิร์กก็เขย่าตัวของวิลอย่างแรงและดูเหมือนคราวนี้จะเขย่าแบบต่อเนื่องไม่มีหยุดด้วย

“งั้นขอถามหน่อยค่ะ คุณเคิร์กนี้อายุเท่าไรค่ะ”

หวังลี้ถามจิมมี่เพราะเคิร์ก นอร์แมนที่เธอเคยค้นคว้ามาน่าจะอายุเกิน 50 แต่เคิร์กตรงหน้าของเธอดูหนุ่มมาก ดูแล้วพึ่งจะยี่สิบต้นๆเท่านั้น

“คือว่า”

เคิร์กที่เธอรู้จักคือพ่อฉันน่ะ เขาตายไปนานแล้วเคิร์กในตอนนี้ก็คือเคิร์กรุ่นที่สองน่ะ

เคิร์กพูดขึ้นมาก่อนที่จิมมี่จะตอบเธอเสียอีก ดูเหมือนว่าเคิร์กรุ่นที่สองคนนี้จะหูดีเอามากๆด้วย

“ฮ่าๆๆ เอาเถอะรีบไปกันก่อนเถอะ ฉันมีธุระด่วนด้วย เดียวพรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวให้พร้อมรอรับคำสั่ง เธอเองก็มีธุระส่วนตัวไม่ใช่เหรอเด็กใหม่”

เคิร์กหัวเราะพร้อมกับโบกมือข้างที่ว่างอยู่ ก่อนที่จะวิ่งนำหน้าไปพร้อมกับแบกวิล ซึ่งเขาวิ่งมากเหมือนกำลังวิ่งแข่งขันร้อยเมตรก็ไม่ปาน

“ยังเหนื่อยเหมือนเดิมเลยน่ะครับ คุณเคิร์กเนี่ย”

จิมมี่พูดขึ้นพร้อมกับโชว์ไพ่ของตนออกมา ซึ่งนอกจากไพ่ที่ใช้เล่นตามบ่อนแล้วยังมีไพ่ยิบซีหรือแม้กระทั้งไพ่คารุตะด้วย

“คุณชอบเล่นเกมส์การ์ดหรือค่ะ”

หวังลี้ถาม เพราะเธอเห็นจิมมี่มักจะชอบโชว์ไพ่ออกมาจากแขนเสื้อ แต่เอาจริงๆถ้าไม่ตั้งใจมองก็ไม่เห็นเพราะชายหนุ่มชักได่ออกมาเพียงนิดเดียวเท่านั้นแถมยังเร็วสุดๆด้วย

“ครับ ผมชอบมันเพราะมันบันเทิงสมองดี”

จิมมี่พูดพร้อมกับสับไพ่อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะดึงไพ่จากกองแบบสุ่มมาห้าใบ

“โอ้โห เก่งจังเลยค่ะ”

หวังลี้ทำเสียงอึ้ง เพราะไพ่ที่จิมมี่เลือกได้นั้นคือ “ไฟว์การ์ด” ที่ได้จากการจั่วไพ่ที่เลขเหมือนกันทั้งสี่ใบกับโจ๊กเกอร์อีกหนึ่ง แถมไพ่ที่เลขซ้ำกับยังเป็นเอชทั้งหมดด้วย

“ไม่เท่าไรหรอกครับ ผมโกงน่ะครับ”

จิมมี่หัวเราะออกมาพร้อมกับหยิบการ์ดใหม่อีกสี่ใบ ซึ่งคราวนี้เป็นคิงทั้งหมด

“ผมรับสัมผัสได้ดีน่ะครับ ไพ่แต่ละใบจะมีขอบไม่เหมือนกัน ผมได้ทำรหัสเฉพาะไว้บนไพ่ทั้งหมด โดยแนวตั้งบอกตัวเลข ส่วนแนวนอนบอกลาย”

วิลสันพูดพร้อมกับใช้นิ้วสีขอบไพ่เพียงแค่แปปเดียวเท่านั้น

“คุณเก่งด้านนี้จังเลยน่ะค่ะ”

หวังลี้พูดพลางมองจิมมี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า เพราะว่าความสามารถของชายหนุ่มมันเป็นเจ้ามือที่ชอบโกงการ์ดเสียด้วย

“ไม่หรอกครับ ผมจะเปลี่ยนเซ็ตการ์ดทุกครั้งน่ะครับ ซึ่งแต่ละเซ็ตจะมีรหัสที่ต่างกันออกไป ผมเหนื่อยมากเลยน่ะครับที่จะจำ”

‘คือกะโกงแบบไม่ให้ใครจับได้สิน่ะค่ะ’

หวังลี้คิดในใจ ถ้าคนๆนี้อยากมีเงินใช้ก็แค่ไปรับงานจากเสี่ยตามคาสิโนก็ได้เงินใช้สบาย เธอไม่รู้เลยว่าเขามาทำงานในที่แบบนี้ทำไมมีจุดประสงค์อะไรกันแน่

“ไม่รู้สิครับ ผมก็แค่ทำสิ่งที่อยากจะทำก็แค่นั้นแหล่ะครับ”

จิมมี่พูดออกมาในทันทีจนทำให้หวังลี้สะดุ้ง เพราะเหมือนเขาจะอ่านความคิดของเธอได้

“ผมไม่ได้อ่านความคิดได้หรอกครับ”

จิมมี่พูดออกมา น้ำเสียงของเขานั้นดูขบขันมาก

“เออ คุณหมอเขาอยู่ไหนอ่ะค่ะ”

หวังลี้เปลี่ยนเรื่องคุย เพราะดูเหมือนอีกฝ่ายกำลังรวบหัวรวบหางเธอซึ่งเธอไม่ชอบเอาเสียเลย

“เขาเรอะ ตรงไปเรื่อยๆน่ะพอเจอบันไดทางฝั่งซ้ายที่สองก็เดินลงไปชั้นหนึ่ง จะเจอลิฟท์ให้กดปุ่มหยุดลิฟท์ค้างไว้และกดปุ่มฉุกเฉิน จะมีแท่นรหัสให้ใส่รหัส ให้ใส่ขวา, ซ้าย, ขวา, ซ้าย, ลง, ลง, ขึ้น, ขึ้น และเลขบนลิฟท์จะค่อยๆติดลบจนถึงเลขลบสามสิบให้ปล่อยปุ่มหยุดลิฟท์ ถ้าพลาดให้กดปุ่มฉุกเฉินอีกรอบและกดใหม่ ถ้าสำเร็จมันจะพาเธอไปชั้นไปถึงชั้นสุดท้ายและอย่าคิดมากกับระหว่างทาง เดินให้สุดนั้นแหล่ะห้องแล็ป”

‘ยุ่งยากสุดๆ แถมรหัสนั้นก็เหมือนจะเคยได้ยินที่ไหนสักแห่ง’

หวังลี้ทำสีหน้าพิกล ตกลงมันเป็นกองกำลังสุดยอด หรือชมรมคนไม่มีอะไรทำกันแน่ถึงได้คิดค้นรหัสแปลกๆแบบนี้

“งั้นผมไปก่อนล่ะครับ”

“เดียวสิค่ะ”

หวังลี้ห้ามจิมมี่ไม่ทัน เขาก็วิ่งไปข้างหน้าพอเธอจะวิ่งตามแสงไฟก็ดับลง พอสว่างอีกทีเขาก็หายไปแล้ว

“โธ่! ท่านอลิซาเบธ ทำไม่ให้ฉันมาทำงานแบบนี้ด้วย”

หวังลี้บ่นในใจ แต่หล่อนก็เป็นผู้มีพระคุณของเธอ หล่อนสั่งอะไรเธอก็ต้องทำตามเท่านั้น

หวังลี้สูดหายใจจนเต็มปลอดก่อนที่จะเดินไปตามเส้นทางที่บอก พลางนึกถึงวันวานเก่าๆของเธอที่มีเพื่อนฝูงมากมายกับครอบครัวใหญ่ที่แสนอบอุ่นก่อนที่ทั้งหมดจะหายไปเพียงชั่วข้ามคืน

ร่างของเธอได้รับความเสียหายจากรังสีอย่างรุนแรงและคลื่นอีเลเมนต์ที่เป็นพิษ แต่เธอก็ถูกช่วยชีวิตไว้ด้วยการถูกดัดแปลงเป็นมนุษย์กึ่งเครื่องจักร

หวังลี้ลงบันไดอย่างที่จิมมี่บอกพร้อมกับกดรหัสของลิฟท์ แต่เหมือนลิฟท์มันจะไม่แค่ลงอย่างเดียวมันยังเคลื่อนที่แบบซิกแซกด้วย

‘มันนานมากน่ะที่เรารับใช้ตระกูลเวอร์มิลเลี่ยน’

หญิงสาวถอนหายใจออกมา คราวนี้ลมหายใจนั้นมีสีเหลือง ทำให้ต้องหยิบของบางอย่างออกจากกระเป็าเสื้อซึ่งมันเป็นแท่งทรงกลมสีดำ ก่อนที่เธอจะเอามือล้วงเข้าไปในปากจนสุดมือ

“ค่อกๆ”

หวังลี้ล้วงเข้าไปและหยิบแท่งทรงกลมสีดำแบบเดียวกันออกมา และใส่อีกอันเข้าไปแทน ส่วนอันเก่าเธอก็เก็บไว้ในช่องลับที่แขนซ้ายของเธอ

“กิ๊ง”

เสียงลิฟท์ดังขึ้น ประตูลิฟท์เปิดออกเธอจึงเดินออกไป คราวนี้เธอมองไปยังรอบด้านของเธอก็พบว่ามันไม่เหมือนทางลับด้านบนเลย ที่นี้มันมืดมากจะมองเห็นเส้นทางได้จากเส้นแสงสีฟ้าที่ส่องบนพื้นเท่านั้น และดูเหมือนว่าเส้นแสงนั้นจะทำหน้าที่ฟอกอากาศด้วย กำแพงที่ดูเป็นเหมือนเป็นกระจกนิรภัยสีเข้มจนมองไม่เห็น แต่เธอมองเห็นได้สบายๆด้วยตาของหล่อน

“ที่นี้มัน”

หวังลี้มองอย่างตั้งใจถึงคนปกติจะสังเกตได้ยากแต่กับเธอที่มีดวงตาเป็นเครื่องจักรมองในที่มืดหรือแสกนหาสิ่งของด้านหลังกำแพงก็เป็นเรื่องง่ายๆ และสิ่งที่เธอเห็นคือ

“ศพ”

ซากซพจำนวนมากที่อยู่ในห้องที่เหมือนห้องแล็ปข้างทางที่กั้นด้วยกระจกนิรภัยสีเข้ม จนคิดได้ว่าที่นี้มันเป็นห้องทดลองลับมากๆทางหลบภัย หลังกำแพงเองก็มีศพจำนวนมากเหมือนกัน แถมปริมาณรังสีกับพลังอีเลเมนต์ของที่นี้เองก็สู้มากจนทำให้ตาจักรกลของเธอประมวลผมได้ลำบากมาก จนเธอไม่แน่ใจว่าศพพวกนั้นใช่ศพที่ไร้ชีวิตจริงๆหรือไม่

หวังลี้ค่อยๆเดินไปยังทางเดินเล็กๆเส้นทางที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดนี้มันชั่งเหนื่อยหน่าย เพราะเส้นทางที่เต็มไปด้วยซากศพนี้ก็ทำให้เธอนึกถึงหน้าที่ของเธอ ที่เป็นมือสังหารของเวอร์มิลเลี่ยนที่ฆ่าคนมานับต่อนับตามคำสั่ง และที่นี้คงไม่ต่างกันคงมีภารกิจให้สังหารใครสักคนแน่นอน ถึงตอนนี้จะยังไม่รู้แต่อีกไม่นานนักหรอก

“ฟิ้ว ฟี้”

‘เสียงลมแบบนี้มัน’

หวังลี้ย่อตัวเพื่อให้ตัวเองเคลื่อนที่ได้อย่างเงียบที่สุด เพราะเธอได้ยินเสียงลมที่ไม่ควรได้ยินในสถานที่เงียบเฉียบแบบนี้ คนปกติคงไม่มีทางได้ยินเสียงแบบนี้ แต่เธอสามารถรับรู้เสียงที่มีต่ำกว่า 1 เดซิเบลได้จากระบบการฟังจักรกลที่ดัดแปลงเพื่อรับรู้ในได้กว้าง

ทางใต้ดินที่ลึกขนาดนี้ที่รอบข้างปล่อยอากาศบริสุทธิ์จากพื้น จะมีเสียงลมเสียดสีได้อย่างไรไม่มีทาง ต้องเป็นเพราะอากาศของระบบของทางเดินนี้ไปกระทบเข้ากับอะไรบางอย่างที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วจนมีเสียงลมสีเข้ากับพื้นผิวของสิ่งปริศนานั้น

‘เคลื่อนที่อย่างไม่มีเสียงงั้นเหรอ หรือว่าอาวุธชีวภาพสายพันธุ์ใหม่!?’

หวังลี้เปิดระบบลอบเร้นในทันที มีแผ่นเหล็กโผล่ออกมาจากร่างกายของเธอมันปิดข้อต่อทั้งหมดและห่อหุ้มร่างกายเธอไว้ ส่วนหัวก็มีเกราะหน้าปิดอย่างมิดชิด

ภายใต้หน้ากากมีตัวเลขและรับสแกนมากมายพร้อมกับร่างกายของเธอที่โปร่งใสและกลมกลืนไปกับความมืดรอบห้อง มีเพียงแค่แสงไฟสีฟ้าที่ดูเหมือนจะระบุตำแหน่งของเธอจนมันเหมือนมีเคลื่อนน้ำสีฟ้าอยู่กลางอากาศเ

‘ปรับค่าแกมม่า’

ร่างของเธอค่อยๆกลมกลืนกับความมืดจนกระทั้งแสงสีฟ้าพิเศษก็ไม่สามารถระบุตำแหน่งของเธอได้

เมื่อแน่ใจหวังลี้ก็เคลื่อนที่อย่างเงียบเฉียบ ด้วยร่างกายเครื่องจักรที่สร้างขึ้นมาเพื่อลอบเร้น ทำให้เธอสามารถเคลื่อนที่อย่างไม่มีเสียงด้วยคลื่นแม่เหล็กที่ห่อหุ้มร่างกาย และทำให้เซนเซอร์ตรวจจับไม่มีทางหาเธอเจอ

หวังลี้เคลื่อนที่อย่างระมัดระวัง เพราะถึงเธอจะแสกนหาเป้าหมายในที่มืดได้ แต่ถ้าอีกฝ่ายแข็งแกร่งมากเกินไป เธอก็อาจจะถูกฆ่าได้เหมือนกัน แถมเธอยังไม่ได้พกอาวุธอะไรมามากมาย สิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันก็คงทำให้แค่หนีได้ง่ายขึ้น

‘มีดความถี่สูงสองเล่ม ปืนอิเล็กตรอน โล่พลังงานกับระเบิดควันเรืองแสงงั้นหรือ’

หวังลี้เปิดระบบแสกนในระดับสูงสุดเพื่อหาตำแหน่งของเสียงครั้งล่าสุด แต่ในหน้าจอแสดงผลก็ไม่มีอะไรเลย ถึงจอร์จจะบอกให้ไม่ต้องสนใจอะไรก็เถอะ แต่สถานที่ดูแล้วน่าจะอันตรายแบบนี้ คงต้องใส่ใจให้มาก เธอเดินไปยังทางเดินตรงหน้าจนถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่ไม่มีอะไรนอกจากความมืดมิด

“เสียงแบบนี้ อยู่ตรงนั้น”

หวังลี้ยิงมีดที่ติดที่แขนซ้ายของเธอออกไปเหนือหัวเป้าหมายที่ปล่อยเสียงแบบเดียวกันออกมาเพื่อดูว่าเป้าหมายนั้นคือตัวอะไรกันแน่

‘ตรวจพบความเสียงหายในเส้นทางกำลังซ่อมแซมระบบทำความสะอาดโดยทันที’

ตรงหน้าของเธอคือหุ่นยนต์โดรนขนาดเล็กที่มีลักษณะเป็นเหมือนครึ่งวงกลม กำลังส่องไฟไปยังมีดที่เธอยิงไปเมื่อครู่นี้ และมันกำลังทำท่าจะดึงมีดออกมาอีกด้วย

“หุ่นยนต์ซ่อมแซมยังไงหรือ”

เธอโล่งอกที่สิ่งตรงหน้าเป็นแค่หุ่นยนต์ซ่อมแซมแบบแรร์ที่เธอไม่รู้จัก ท่าทางเธอจะคิดไปเองมากกว่า หลังจากที่เห็นหุ่นยนต์ตัวน้อยกวักแขนน่ารักๆเรียกพวกของมันมาช่วยดึงมีด แถมพวกมันยังไม่ลืมหยิบที่เชื่อมประตูมาด้วย

“เหอะของโล่งใจหน่อย”

หวังลี้ถอนหายใจออกมา เลยเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าที่แห่งนี้ในอดีตเคยได้รับผลกระทบจากรังสีและไวรัสหนักเป็นอันดับต้นๆของโลก ศพปนเปื้อนจึงมีมากมายก็ไม่แปลกที่จะมีห้องเก็บศพใต้ดินที่ทำหน้าที่สลายเชื่อไวรัสกับทำให้รังสีอยู่ในค่าสมดุลก่อนเอาไปทำลาย ดูถ้าที่จอร์จบอกให้ไม่ต้องคิดมากคงหมายถึงแบบนี้

“เหอะไปดีกว่า”

หวังลี้ปลดระบบรอบเร้น แต่ชุดเกราะที่เธอเรียกออกมาก็ยังไม่กลับเข้าที่เดิม เพราะว่าเกราะของเธอสร้างขึ้นมาเพื่อจู่โจมและหลบหนี ชุดเกราะเมื่อถูกใช้ออกมาจะเก็บยากเพราะแน่นอนว่าเสื้อของเธอจะขาดเกือบหมดดังนั้นเพื่อไม่ให้มันเปลือยเปิดระบบเซฟตี้เพื่อประหยัดพลังงานดีกว่า

‘เครียดเกินไปแหะเรา’

หวังลี้ดูไปที่แขนซ้ายของตนที่ตอนนี้มีปืนพลังงานอิเล็กตรอนออกมาแล้ว ถ้าเธอเปิดโหมดรอบเร้นอาวุธที่ซ่อนตามร่างกายจะถูกเรียกใช้ออกมาตามความคิด

ตอนนี้ปืนอิเล็กตรอนที่แขนซ้ายมีดความถี่สูงเล่มสุดท้ายที่เก็บอยู่ที่แขนขวา จนถึงระเบิดควันเรืองแสงที่เก็บที่สะโพก อยู่ในสภาพพร้อมใช้ ก่อนที่เธอจะไปหาคนที่นัดในแล็ป เธอก็ควรจะเก็บอาวุธทั้งหมดไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย

“ฟิ้ว วันหลังให้ท่านอลิซาเบธอัพเกรดให้มันเก็บง่ายๆหน่อยดีกว่า”

หวังลี้ใช้มือง้างหน้ากากเหล็กบนศรีษะของเธอออกขณะที่กำลังเดินออกจากห้องโถงใหญ่เพราะของเธอมันเก็บยากมากนั้นเอง

แต่เธอก็ต้องหยุดก้าวเท้า เพราะมันมีสิ่งแปลกปลอมสิ่งหนึ่งปรากฎบนหน้ากากของเธอ ถึงมันจะปิดระบบจนไม่มีอะไรในหน้าจอก็ตาม แต่ก็ยังสะท้อนแสงได้ ซึ่งแสงสะท้อนนั้นก็มาตาเครื่องจักรของเธอเอง

ศัตรู!”

สิ่งที่สะท้อนอยู่บนหน้ากากของเธอคือชายในชุดคนรับใช้ที่ใส่หน้ากากเหล็กปิดทั้งหัว ที่กำลังง้างขาขวาใส่เธอ

“ตาย”

ชายคนนั้นพูดออกมาเบาๆ ก่อนที่ขานั้นจะเหวี่ยงใส่เธอด้วยความเร็วและแน่นอนว่าหวังลี้ที่ประมาทไม่สามารถหลบมันได้แน่

“เปรี้ยง”

ขาที่ถูกเหวี่ยงด้วยความเร็วสูงนั้นกระทบเข้ากับสะโพกของเธอจนเกิดเสียงดังสนั่น




NEKOPOST.NET