P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 27 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.27 - ผ้ากันเปื้อน


“หนูน้อยชื่ออะไรหรือจ้ะ”

หญิงชราพูดพลางทำอาหารด้วยความปราณีต

“ดิฉันหวัง ลี้ค่ะ”

หญิงสาวพูดด้วยความนอบน้อม ขณะนั่งรออาหาร

“นี้คือมื้อเช้าของวันนี้จ้ะหนูน้อย”

ยายลอร่าวางอาหารจานหนึ่งพร้อมกับนมอุ่นๆลงบนโต๊ะอาหาร

“รับประทานรีซอตโตเป็นอาหารเช้าหรือค่ะ”

หวัง ลี้มองบนอาหารที่ดูหรูหรามาก นึกไม่ถึงเลยว่าที่นี้จะกินอาหารที่ดีขนาดนี้

“หรูหราเกินโรงพยาบาลเลยน่ะค่ะ”

หญิงสาวพนมมือก่อนที่จะนั่งลงเก้าอี้เพื่อรับประทานอาหารตรงหน้า

“ที่นี้น่ะปลูกและวิจัยอาหารเอาเองโดยไม่ต้องพึ่งใคร และอีกอย่างหนึ่งยายแก่คนนี้อย่างให้คนในโรงพยาบาลได้กินของอร่อยๆบางน่ะ”

หญิงชรายิ้มก่อนที่จะกดปุ่มบนโต๊ะเพื่อเรียกแก้วน้ำ

“ดิฉันเข้าใจค่ะ”

หญิงสาวเข้าใจทุกอย่างถึงสิ่งที่หญิงชราเปรยออกมา ที่โรงพยาบาลแห่งนี้เต็มไปด้วยคนไข้ที่เต็มไปด้วยอาการทางจิต และร่างกายของเหล่าคนไข้ยังมีรอยช้ำสีฟ้าเข้มเต็มไปหมด ดูถ้าพวกเขาจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกรัฐบาลเก่าทอดทิ้งให้ตายในสารกัมตรังสีและคลื่นอีเลเมนต์ไวรัส

ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรที่คนไข้ในนี้จะกลัวและเกลียดเธอที่สวมใส่เสื้อยูนิฟอร์มของสหพันธ์ และก็น่าสงสารที่พวกเขาทุกคนที่จะต้องรอวันตายอย่างช้าๆ จึงไม่แปลกที่เธอไม่ถือโทษอะไรพวกเขา เพราะเธอเองก็ถูกทิ้งไว้ให้รอความตายเหมือนกัน ถ้าท่านอลิซาเบธ เวอร์มิลเลี่ยนไม่พบเธอและดัดแปลงร่างกายให้กลายเป็นกึ่งเครื่องจักรเพื่อยื้อชีวิตของเธอไว้ เธอคงไม่มีทางมีวันนี้ได้

ในระหว่างที่เธอกำลังกินอาหารนั้นเธอก็นึกถึงเรื่องของหญิงชราตรงหน้า

เท่าที่เคยได้สอบถามจากท่านอลิซาเบธนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม Scarlet Desert ที่ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายระดับแนวหน้าของโลกและตระกูลเวอร์มิลเลี่ยนที่เธอสังกัดอยู่นั้นเองเป็นถึงหนึ่งในสี่ตระกูลที่ใหญ่ทีสุดในโลก ทั้งสองฝ่ายต่างมีความสัมพันธ์อย่างลับๆกันมานานเกือบครึ่งศตวรรษแล้ว แถมยังได้ยินมาว่า ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Scarlet Desert คุณยายลอร่า นอร์แมน เป็นเพื่อนสนิทของผู้นำสูงสุดตระกูลเวอร์มิลเลี่ยนคนก่อนท่านลีโอนาร์โดอีกด้วย

แต่ถ้าเอาเข้าจริงๆแล้วกลุ่มก่อการร้ายเป็นชื่อที่ทางสหพันธ์ใช้เรียกพวกเขาที่ไม่ยอมเข้าร่วมกับทางสหพันธ์มากกว่า เพื่อที่จะทำลายภาพลักษณ์และค่อยกดดันเพื่อยึดอำนาจของกลุ่ม ใครให้กลุ่ม Scarlet Desert เป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการช่วงชิงข้อมูลรวมถึงมีการคุ้มครองทางด้านการขนส่งเป็นอันดับต้นๆของโลก ก็ไม่แปลกที่จะมีคนอย่างได้พวกเขาไปเป็นแขนขาเพื่อที่จะใช้งานตั้งเยอะ

อย่างเช่นเมื่อสองเดือนที่แล้วมหาสหพันธรัฐเอเชียอาคเนย์ก็ส่งทูตมาเพื่อเกลี้ยงกล่อมพวกเขาเหมือนกัน และผู้นำของกลุ่มก็ยังตอบปฏิเสธ ซึ่งอาเซียนก็ตอบโต้โดยการสั่งห้ามมีการเข้าออกสถานที่โดยไม่ได้ขออนุญาติ ทำให้พวกเราเองก็ทำการติดต่อได้อย่างยากลำบากมาก ถ้าไม่ใช่มีเหตุการณ์โจมตีเขตการปกครองในครั้งนี้ เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะติดต่อพวกเขายังไง

“แล้วหนูอลิซให้คำสั่งอะไรหนูล่ะ”

หญิงชราพูดอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับใช้ส้อมจิ้มลูกชิ้นเนื้อขึ้นมากิน ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“ดิฉันได้รับคำสั่งจากท่านอลิซาเบธให้ทำการช่วยเหลือในภายภาคหน้า ซึ่งภารกิจนั้นคืออะไรดิฉันก็ยังไม่ทราบค่ะ”

“ยังเป็นเด็กที่เอาแต่ใจสุดๆเหมือนเดิมเลยน่ะหนูอลิซเนี่ย”

“ขอโทษด้วยน่ะค่ะ”

ทั้งสองคนต่างหัวเราะออกมาเบาๆ

“ถ้าเป็นหนูอลิซคงชอบใช้งานคนหนักๆ ยังมีอะไรอีกหรือเปล่าจ้ะ”

หญิงชราพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ตรงกันข้ามหญิงสาวตรงหน้าถึงจะมีโครงหน้าที่สร้างด้วยโลหะก็สังเกตได้ถึงความเคร่งเครียด ช้อนกับส้อมที่หญิงสาวถืออยู่หล่นลงบนโต๊ะ

“เป็นอะไรหรือเปล่าจ้ะหนูน้อย”

หญิงชราถามด้วยความเป็นห่วง เพราะเธอก็สังเกตได้ถึงรอยจ้ำสีฟ้าเล็กๆที่ริมฝีปากตอนที่หวัง ลี้รับประทานอาหาร หญิงสาวเองก็คงได้รับผมกระทบของอีเลเมนต์ไวรัสเช่นกัน

“เมื่อเดือนที่แล้วภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชิคาโกได้ถ่ายคลิปนี้ไว้ได้ค่ะ”

หวัง ลี้ฉายภาพโฮโลแกรมออกมาจากนิ้วชี้ซ้าย มันเป็นภาพที่เต็มไปด้วยควันไฟจำนวนมาก แต่ภายใต้เปลวควันนั้นยังสังเกตได้ถึงคนสองคนที่เดินย้ำไปบนซากศพของสิ่งมีชีวิตที่คล้ายคลึงมนุษย์จำนวนมากที่กลายเป็นตอตะโก

“คนด้านซ้ายคือคนที่เข้าไปขโมยและวางไวรัสในระบบเมื่อวานค่ะ”

เธอใช้มือชี้ขวาปล่อยแสงสีแดงชี้ไปยังบุรุษสีดำหน้ากากเหล็กที่ได้ทำการโจมตีและสังหารทุกอย่างที่ขว้างหน้าโดยไม่สนใจว่าจะเป็นพวกหมาในหรือพลเรือนที่เขามาลี้ภัยในสำนักงาน

“และคนด้านขวา....”

ถัดจากบุรุษสีดำด้านข้างของเขาในภาพ ยังมีชายในชุดฮู้ดสีขาวที่ชุดมีที่ล็อคแขนให้มือทั้งสองข้างถูกรัดแน่นบนไหล่แต่ละข้าง ดูแล้วเหมือนเสื้อที่ให้คนไข้โรงพยาบาลบ้าใส่มากกว่า

หญิงชราเบิกตากว้าง ถึงชายตรงหน้าจะใส่เสื้อปิดทั้งตัวจนดูไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่เธอจำได้ท่าการเดินที่ใช้ขาขวากดพื้นอย่างแรง เหมือนคนขาพิการและผงกหัวอย่างแรงไปมาขณะที่เดินไปมาได้

‘คุณนายต้องทำใจเรื่องลูกชายน่ะครับ’

เสียงของเจ้าหน้าที่ในชุดแพทย์ผ่าตัดสีเขียวดังขึ้นในเต็นท์สีขาว ที่ในนั้นมีเจ้าหน้าที่สองคน กับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าบนเตียงด้านข้างมีร่างของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆที่เต็มไปด้วยผ่าพันแผลสีขาวที่เปื้อนเลือดจนเป็นสีน้ำตาลแกมแดง ที่ขาซ้ายมีแท่งโลหะสีแดงแทงทะลุ พร้อมกับสายระโยงระยางมากมายที่เสียบตามจุดต่างๆ

“พวกเธออยากสอบถามเกี่ยวกับลูคัสของฉันสิน่ะ”

หญิงชราถอดหายใจออกมาก่อนที่จะเอามือล้วงไปหยิบอัลบั้มภาพที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะออกมา

“ปิดไม่ได้จริงๆน่ะค่ะ เอเย่นต์ของเวอร์มิลเลี่ยนจะได้คำสั่งที่ต่างกันออกไปถึงแม้จะเป็นภารกิจเดียวกัน ดิฉันได้รับคำสั่งให้ทำการช่วยเหลือพวกคุณในภารกิจ ดิฉันเองก็ไม่รู้ว่ายังมีเอเย่นต์คนอื่นที่เกี่ยวข้องอีกหรือเปล่าค่ะ”

หวัง ลี้กดปุ่มบนหลังมือซ้ายและหยิบเหรียญสีเงินออกมา

“แต่ที่แน่ใจคือทางเราได้รับข้อมูลจากทาง D.O.F. ว่าลูกชายคุณได้ทำตัวแปลกไป และได้ติดต่อกับคนนอกองค์กรซึ่งน่าจะเป็นชายด้านข้างค่ะ”

พูดจบทหารหญิงก็มอบเหรียญเงินให้หญิงชรา ซึ่งหญิงชราเองก็ใช้นิ้วของเธอกดบนเหรียญเงิน และปรากฎข้อความที่ใช้ตัวอักษรประหลาดที่เป็นเหมือนแท่งสี่เหลี่ยมสีแดงลอยเหนือเหรียญขึ้นมา

“เฮ่อ”

เธอไล่ดูข้อความที่เป็นภาษาบางอย่างจนหมดพลางถอนหายใจออกมา

“เรื่องในตอนนั้น อย่างที่ฉันคิดเอาไว้เลย”

หญิงชราบ่นออกมาเบาๆ หยิบเหรียญเงินเข้าชายเสื้อ พร้อมกับลุกขึ้นเดินไปยังห้องครัว ซึ่งเธอเองก็ไม่ชืมที่จะหยิบอัลบั้มภาพขึ้นมาด้วย

“ตามฉันมาสิ ยายแก่คนนี้มีอะไรจะให้”

หญิงชราเดินเอามือไขว้หลัง เดินเข้าไปในส่วนลึกของห้องครัว

“ค่ะ”

ทหารหญิงลุกขึ้นตามหญิงชรา พร้อมกับยกจานอาหารกลับไปด้วย

หญิงชราเปิดประตูที่เก็บเสื้อติดพนังออกมา พร้อมกับล้วงผ้ากันเปื้อนผืนหนึ่งออกมา

 

“ฉันอยากให้เธอสวมเจ้านี้ไว้”

หญิงชรายื่นผ้ากันเปื้อนสีฟ้าเก่าๆออกมา ซึ่งทหารหญิงสามารถสังเกตได้ว่าผ้ากันเปื้อนนั้นมีรอยเย็บมากมาย และยังมีรอยเลือดสีน้ำตาลเก่าๆอยู่ด้วย

“ให้ฉันใส่เหรอค่ะ”

ทหารหญิงหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาพิจารณา เพราะดูเหมือนว่าเธอจะเคยเห็นผ้ากันเปื้อนนี้มาก่อน แต่ก็จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน

“ตอนนี้คงยังไม่ถึงเวลา งั้นเธอก็ต้องช่วยงานฉันที่นี้”

“ให้ดิฉันช่วยอะไรหรือค่ะ”

ทหารหญิงถามอย่างพิจารณา เพราะดูเหมือนงานที่ว่าคงไม่ใช่อะไรที่เกี่ยวกับผ้ากันเปื้อนนี้ทำนองนั้นอ่ะน่ะ

ทางฝั่งหญิงชราเองก็ดูเหมือนมองแววตาของทหารหญิงและเข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายกำลังคิดอยู่ และชี้ไปยังห้องเล็กๆตรงมุมห้อง

“ยายแก่คนนี้ต้องการคนช่วยงานในครัว หนูลี้เองก็ไปเปลี่ยนเสื้อทำครัวก่อน นั้นห้องเปลี่ยนเสื้อยายแก่คนนี้เตรียมชุดทุกอย่างเอาไว้แล้ว”

“เออ คือ?”

ทหารหญิงอึ้งไปพักหนึ่ง

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอคือสมาชิกชั่วคราวของแผนกโรงครัวแห่งนี้น่ะจ้ะ หลาน”

“.......!?”




NEKOPOST.NET