P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 24 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.24 - เรื่องขบขันกลางความพินาศ


วันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 5:31 น.

ณ ซากเขตการปกครองกลางแกรนบาร์ซ่าร์

ผู้คนจำนวนมากกำลังมองดูเมืองที่พวกเขาอยู่ด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งร้องไห้ เสียใจ โกรธเกรี้ยว บางคนก็เป็นลมทั้งยืน หรือแม้กระทั้งเหม่อลอย เพราะช๊อกทีพวกเขาต้องสูญเสียแทบทุกอย่างภายในค่ำคืนเดียว

ท่ามกลางซากปรักหักพังเหล่านี้ ยังมีเศษซากของสำนักงานเขตที่เละเทะจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมมากที่สุด ซึ่งบนเศษซากนั้นได้มีชายคนหนึ่งกำลังทำอะไรบนนั้นอยู่

“ไง มีอะไรคืบหน้าไหม จิมมี่”

เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อของตน จิมมี่จึงหันไปทางทิศเสียงในทันที ก่อนที่จะทักทายกลับ

“อ้าว! วันนี้ ตื่นซ่ะเช้าเลยน่ะวิลสัน”

“เอาเถอะ ก็บอสสั่งให้ฉันมาช่วยแกทั้งที่นิ ทั้งที่วันนี้เองก็ไม่ใช้เวรของฉันแท้ๆ น่าเบื่อชะมัด”

วิลสันบ่นอุบอิบให้จิมมี่ฟังส่วนทางจิมมี่เองก็หัวเราะผ่านลำคอของตนก่อนที่จะกวักมือเรียกความสนใจของเพื่อนของเขา และชี้ไปยังซากขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกแยกออกมาจากซากคอนกรีตที่เละเทะ

“เออ! เข้าใจแล้ว”

วิลสันพูดออกมาอย่างรู้หน้าที่ของตนทันทีที่เห็นกองเศษเหล็กตรงหน้าของเขา ก่อนที่เขาจะหยิบหน้ากากสำหรับงานช่างออกมาสวมพร้อมกับถุงมือสีเขียวที่มีดวงไฟส่องออกมาตลอดเวลาจนเหมือนถุงมือติดไฟตามผับบาร์มากกว่าถุงมือสำหรับการช่างเสียอีก

“พวกคุณคือเจ้าหน้าที่พิเศษฟรูม กับเจ้าหน้าที่พิเศษมาสคิน ใช่มั้ยค่ะ”

เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นจนทำให้จิมมี่หันไปมองอย่างรวดเร็ว

ตรงหน้าของเขาคือหญิงสาวตาตี่ที่ไว้ผมทรงหางม้าสีดำในชุดยูนิฟอร์มทหารสีแดงสด ตรงปกเสื้อมีสัญลักษณ์นกนางแอ่นสีฟ้าที่มีลายน้ำสีแดง

‘สัญลักษณ์นั้นมันของตระกูลเวอร์มิลเลี่ยน’

จิมมี่มองไปยังสัญลักษณ์นั้น ในใจครุ่นคิด ก่อนที่จะสังเกตเห็นว่า

หญิงสาวคนนั้นเดินนำหน้าทหารในชุดยูนิฟอร์มสีแดงจำนวนมากเช่นกัน

จิมมี่ใช้หางตาไล่สายตามองไปยังเหล่าคนชุดแดงตรงหน้า เขานับแล้วน่าจะมีสักหมวดหนึ่งได้ (ทหาร 1 หมวด มีทหารประมาณ 44 คน)

เมื่อดูสถานการณ์ตรงหน้าเสร็จเรียบร้อย จิมมี่จึงหันหน้าไปยังวิลสัน แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีที่ท่าว่าจะสนใจอะไรแม้แต่น้อย ยังคงใช้มือสีเขียวจิ้มไปตามซากอิเล็กทรอนิกส์จนเกิดสะเก็ดไฟไปทั่วเหมือนเดิม

‘ดูท่ามันจะไม่สนใจอะไรเลยแหะเจ้านี้’

จิมมี่ส่ายหัวของจน ก่อนที่จะหันไปทักทายผู้มาเยือน

“ครับ ผมเจ้าหน้าที่พิเศษที่ทาง “Scarlet Desert” ส่งมาให้การช่วยเหลือ ผมเจ้าหน้าที่พิเศษฝ่ายตรวจสอบจอร์จ มาสคิน ส่วนทางนี้เจ้าหน้าที่พิเศษฝ่ายเทคนิควิลสัน ฟรูม ครับ ส่วนคุณ..”

จิมมี่แนะนำชื่อจริงของตน พร้อมกับผายมือไปยังเพื่อนของเขาที่ตอนนี้ยังคงใช้มือทั้งสองข้างลูบคลำ พร้อมกับประกอบเศษเหล็กตรงหน้าต่อไปโดยไม่สนใจบทสนทนา

“ขอโทษที่ไม่ได้แนะนำตัวค่ะ ดิฉันหวัง ลี้เป็นผู้หมวดของหน่วยรบพิเศษฮง(ภาษาจีนแปลว่า สีแดง)ค่ะ”

ทหารหญิงก้มหัวแสดงความเคารพให้จิมมี่ ก่อนที่เธอจะกวักนิ้วชิ้ขวาของเธอ เหล่าทหารในชุดสีแดงต่างก็วิ่งไปตามจุดต่างๆรอบๆซากสำนักงานในทันที

เหล่าทหารในชุดสีแดงยืนล้อมรอบซากปรักหักพังพร้อมกับเอาแท่งโลหะสีแดงปักลงบนพื้นพร้อมกันทุกคนในทันที

ทันทีที่แท่งสีแดงถูกปักลงพร้อมกัน ก็มีแท่งเหล็กสีขาวยื่นออกมาเหมือนไม้กางเขน และแท่งสีขาวก็ปล่อยแสงสีฟ้าเชื่อมต่อกับแท่งโลหะทุกแท่งในทันที พร้อมกับภาพฉายโฮโลแกรมสีเหลืองขที่มีตัวอักษรตัวอักษร “ห้ามเข้า” สีดำขนาดใหญ่

เมื่อจัดการตรงนี้เสร็จสิ้นทหารในชุดแดงต่างพากันยืนคุ้มกันตามตำแหน่งของตน พร้อมกับหยิบแผ่นโลหะสีแดงบางเสียบลงบนพื้น และแผ่นโลหะนั้นกางออกปล่อยอนุภาพสีเหลืองสดออกมา ก่อนที่พวกเขาจะตั้งท่าด้วยสภาพพร้อมรบ ท่ามกลางสายตาของประชาชนจำนวนมากที่จ้องมองด้วยความสงสัย

“ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือครับ”

จิมมี่พูดออกมาพร้อมกับเหงยหน้าขึ้นฟ้า แต่แสงแดดยามเช้าก็ทำให้เขาต้องหรี่ตาลง เพราะแสงไฟสปอตไลต์ที่ส่องเข้ามา

“พวกเรามีการตรวจสอบพบว่าก่อนที่สำนักงานแห่งนี้จะถูกทำลาย มีการเปิดระบบสื่อสารฉุกเฉินโดยบุคคลไม่ทราบฝ่ายค่ะ”

“แล้วไม่มีการถอดรหัสกลับเลยหรือครับ”

จิมมี่พูดพร้อมกับมองไปยังรอบๆของตนที่ตอนนี้มีโดมสีฟ้าใสคลุมอย่างกับรังผึ้ง

“ดูนี้ ก่อนสิค่ะ”

หวัง ลี้ พูดพร้อมกับยื่นนามบัตรให้กับอีกฝ่าย

เมื่อจิมมี่หยิบนามบัตรนั้นขึ้นมาดูซึ่งนามบัตรนั้นมีสีฟ้าโปร่งแสงที่ไม่มีลวดลายจนสามารถมองเห็นนิ้วมือของเขาเองได้

เขาที่จ้องมองบนนามบัตรนั้นจึงใช้นิ้วโป้งถูลงบนนามบัตรเบาๆ ทันใดนั้นก็ปรากฎลวยลายสีแดงเหมือนริ้วน้ำที่ค่อยๆกลายเป็นรูปนกนางแอ่นสีขาวกระพรือปีก พร้อมกับตัวอักษรสีแดงว่า “เวอร์มิลเลี่ยน”

“บัตรแดงรหัสพิเศษ แสดงว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆสิน่ะครับ”

“ค่ะ ทันทีที่มีการส่งรหัสพวกเราเองก็ให้วิศวกรคอมพิวเตอร์ของทางเราทำการตรวจสอบในทันที แต่สิ่งที่ทางเราถอดได้ก็มีรหัสนี้เพียงอย่างเดียวค่ะ”

ระหว่างที่หญิงสาวกำลังทำหน้าครุ่นคิด นามบัตรก็ปรากฎภาพฉายโฮโลแกรมขึ้นมาในทันที ซึ่งจิมมี่เองก็มองไปยังภาพฉายนั้นที่มีแต่เส้นขีดสีเขียวเหมือนเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ พร้อมกับตัวอักษรประหลาดมากมายที่เคลื่อนที่ขึ้นลงตามเส้นขีด

“รหัสแบบนี้! เข้าใจแล้วล่ะครับ จะจัดการให้เดียวนี้ครับ”

จิมมี่พูดเสร็จก็หลับตาลงก่อนที่จะเดินไปยังวิลสันที่ยังคงง้วนกับซากเมนคอมพิวเตอร์อยู่

“วิล จัดการด้วยล่ะ”

จิมมี่ใช้นิ้วดีดนามบัตรไปยังวิลสัน ก่อนที่อีกฝ่ายจะใช้มือขวารับนามบัตรอย่างแม่นยำ

“โฮ ของยากน่ะเนี่ย”

“วิลจัดการได้หรือเปล่า”

“คิดว่าฉันคือใครกันจิมมี่”

วิลสันพูดยกหางเสียงขึ้น พร้อมกับหยิบไขควงสีเขียวคู่ใจของตัวเองขึ้นมาควงเล่น

“แฮกเกอร์สายมืดอันดับ 1 ของโลก ที่เคยกินข้าวแดงฟรีในคุก เพราะไปขโมยข้อมูลทั้งหมดของธนาคารกลางอเมริกา”

จิมมี่พูดดักวิลสันขึ้นมาทันที ทำให้อีกฝ่ายถึงกับทำสีหน้าห่อเหี่ยวทันที

“โธ่ ตอนนั้นประมาทไปหน่อยเองอ่ะ”

วิลสันพูดด้วยน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจสุดขีด เขานึกไม่ถึงเลยว่าเพื่อนจะพูดเรื่องที่น่าอับอายให้คนอื่นฟัง แถมยังพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าผู้หญิงอีก

ทางด้านจิมมี่ที่หรี่สายตาลงมองไปยังสีหน้าของวิลสันที่ทำหน้าเหมือนหมาง่อย กับหลี่ หวังที่ทำสีหน้าเย็นชา ทำให้จิมมี่ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะพูดต่อ

“งั้นแถมอีกหน่อย มันถูกรปภ.จับได้ เพราะดันโง่ไปเบิกเงินที่ขโมยมาทั้งหมดที่ตู้เอทีเอ็มหน้าบ้านตัวเอง”

สิ้นเสียงของจิมมี่ ร่างของวิลสันในตอนนี้ก็อ่อนยวบจนแทบละลาย สีหน้าเองก็ดูง่อยหนักกว่าเดิมอีก

“อย่างน้อยถ้าจะอายแล้ว ก็เอาให้มันสุดๆไป จะได้ไม่ต้องขายหน้าซ้ำสองอีก”

จิมมี่พูดพร้อมกับหรี่ตามองไปยังทหารหญิงที่ขณะนี้ก็ยังไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมานอกจากสายตาดูถูกเล็กๆภายใต้ตาที่ตี่จนแทบมองไม่เห็นลูกตาของเธอเท่านั้น

แปะ

จิมมี่ตบมือเสียงดัง ทำให้วิลสันที่ไร้เรี่ยวแรงค่อยๆหันไปมองเพื่อนของตนที่ทำให้ตัวเองต้องขายขี้หน้าไปเต็มๆ เค้าก็แค่ขี้เกียจไปกดเงินหลายรอบ ก็เลยไปกดทีเดียว ใครจะไปรู้ว่าจะมีชาวบ้านแถวนั้นเรียกรปภ.จนตัวเองถูกจับยัดคุก ถ้าไม่ใช่เกิดมหาสงครามโลกครั้งที่ 3 ตอนนี้เขาก็คงยังถูกยัดซังเตอยู่เลย

ทางฝั่งจิมมี่ที่เห็นวิลสันหันมามองจึงใช้มือขวาดึงไปที่หูของวิลสันก่อนที่จะพูดออกมาเบาๆ

“มาเข้าเรื่องกันเลย วิลรีบจัดการให้เสร็จๆดีกว่า ถ้าทางฝั่งสหพันธ์รู้ว่า ทางเรามีความเกี่ยวข้องกับตระกูลเวอร์มิลเลี่ยน คุณผู้หญิงตรงนี้จะลำบากเอาน่ะ”

พร้อมกับพูดถึงสิ่งที่สามารถปลุกใจวิลสันได้นั้นก็คือ

‘ผู้หญิง’

วิลสันที่ไร้เรี่ยวแรงค่อยๆหลับตาลง มุมปากของเขาก็ยกขึ้นสูงอย่างน่าประหลาด และทันทีที่เขาลืมตาขึ้น

“ฮี่ ฮ่าๆๆ”

วิลสันหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างบ้าคลั่ง จนทำให้ทหารในชุดแดงหันไปมองถึงทิศมางของเสียง ก่อนที่พวกเขาจะหันกลับไปที่เดิมอีกครั้ง แววตาของเขาในตอนนี้ดูไม่เหมือนเดิมแม้แต่น้อย

“จอร์จ คราวหน้าถ้าแกพูดเรื่องนี้อีก ฉันฆ่าแกแน่”

วิลสันพูดชื่อจริงของจิมมี่ก่อนที่จะขบฟันของตนไปด้วย

“ทำให้ได้ก็แล้วกันวิล”

ทางฝั่งจิมมี่เองก็ไม่น้อยหน้า เขาทำสีหน้ายิ้มแย้มก่อนที่จะเดินไปทาง หวัง ลี้โดยทำที่ไม่สนใจคำพูดของเพื่อนตัวเองแม้แต่น้อย

“ชิ คราวหน้าน่าจะฆ่ามันจริงๆ”

วิลสันบ่นออกมาเสียงดัง ก่อนที่เขาจะหันไปมองทหารหญิงที่ถึงจะตาตี่และมีกล้ามเนื้อเนื้อหน่อยๆ แต่หน้าตาก็ถือว่าสวยใช้ได้ และถ้าพูดถึงกล้ามเนื้อ ผู้หญิงที่ดีก็ต้องมีบ้างขอแค่ไม่มากจนเกินไปก็พอ และอีกอย่าง.......ถ้าเทียบกับริสตี้แล้วกล้ามเนื้อของหญิงสาวตรงหน้าดูเล็กนิดเดียว

“ฉิบหายล่ะ ถ้าริสตี้รู้ถูกฆ่าแน่”

วิลสันบ่นเสียงออกมาเสียงเบาๆ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความสยองถึงขีดสุด จนคนอีกสองคนที่อยู่ใกล้ๆรู้สึกได้

“ให้คนโรคจิตมาจัดการจะได้หรือค่ะ”

ทหารหญิงพูดออกมาด้วยความเย็นชา หลังเห็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเจ้าหน้าที่พิเศษคนดังกล่าว และบ่นอะไรสักอย่างเหมือนคนโรคจิตแล้ว เธอรู้สึกกังวลว่าหน้าที่ๆได้รับมอบหมายเธออาจจะทำมันล้มเหลวก็ได้

จิมมี่ที่ได้ยินดังนั้นจึงสีมือของตัวเอง ก่อนที่จะชี้ไปยังวิลสันที่กำลังใช้มือที่สวมถุงมือสีเขียวทั้งสองข้างปล่อยแสงสีขาว กดอะไรบ้างอย่างบนซากคอมพิวเตอร์จนเกินประกายไฟมากมาย แต่ที่น่าแปลกที่วิลสันที่ใส่หน้ากากสำหรับการช่างกับไม่มีแว่นกันแสงแม้แต่น้อย

“เห็นเป็นแบบนั้น แต่หมอนั้นก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรและผมก็เคยบอกแล้วว่าหมอนั้นยังเป็นแฮกเกอร์มือหนึ่งของโลกด้วย”

ถึงจะเป็นแฮกเกอร์ที่ชอบขโมยข้อมูลชาวบ้านชาวช่องกับชอบดูดหนังเอวีฟรีๆในอินเตอร์เน็ตก็เถอะ

“แต่ถ้าพลาดจนโดนจับได้ ไอชื่อแฮกเกอร์อันดับหนึ่งของโลกก็ไร้ค่าน่ะค่ะ”

ทหารหญิงพูดแย้ง เพราะเธอเองก็เคยได้ข่าวว่าเมื่อเก้าปีก่อนทาง CIA มีการจับกุมกลุ่มแฮกเกอร์อันดับหนึ่งของโลกที่ขโมยข้อมูลในธนาคารกลางอเมริกาเป็นมูลค่าเก้าพันล้านดอลล่าร์ได้ ข่าวในตอนนั้นได้ชื่อว่าเป็นข่าวครึกโครมมากเลยทีเดียว แต่เธอไม่คิดเลยว่าแฮกเกอร์คนนั้นจะถูกรปภ.ธรรมดาจับ และแฮกเกอร์คนนั้นยังอยู่ตรงหน้าเธออีกด้วย

“ไม่เป็นเช่นนั้นครับ”

จิมมี่ส่ายนิ้วก่อนที่จะหยิบเหรียญที่มีมูลค่าหนึ่งดอลล่าร์ออกมาให้ทหารสาว

“ในตอนนั้นเป็นแค่ข่าวหลอกครับ ไม่มีกลุ่มแฮกเกอร์อะไรทั้งนั้นครับ มีแค่หมอนั้นคนเดียวที่โดนจับจริงๆ แต่ผมบอกไปแล้วไม่ใช่หรอครับว่าถูกรปภ.จับได้”

จิมมี่พูดพร้อมกับใช้มือเท้าสะเอว

“ถ้ามันไม่ถูกรปภ.ที่กำลังจะตกงานร่วมหัวกับตำรวจที่อิจฉาในเงินที่มันเบิกออกมาและยัดข้อหาซี้ซั่วให้ ทางCIAก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าข้อมูลในธนาคารถูกขโมยไป เห็นว่าก่อนหน้านั้นมันรับงานจากผู้ก่อการร้ายแอบเอาไวรัสคอมพิวเตอร์ลงในฐานข้อมูลกระทรวงกลาโหมของอเมริกาจนพังมาแล้ว”

จิมมี่พูดไปก็เหล่ตามองหน้าของทหารหญิงก็พบว่าหวัง ลี้เริ่มมีรอยยิ้มแปลกๆด้วย

“เก่งขนาดนั้น แต่คงโชคร้ายสิน่ะค่ะ”

หวัง ลี้ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะใช้มือซ้ายหยิบแผ่นการ์ดสีแดงออกมา

“ช่วยเล่าเรื่องของคุณบ้างสิค่ะ จากความรู้สึกของฉันแล้วคุณเองก็ไม่ใช่คนธรรมดาเท่าไร”

ทหารหญิงเริ่มรู้สึกสนใจมากขึ้นแล้ว คนที่ดูเหมือนไม่ได้ความเมื่อครู่แต่ตอนนี้กลับกำลังกู้ซากระบบไฟฟ้าที่เสียหายจนสามารถใช้ได้ไม่เพราะ ตอนนี้เธอยังเห็นเขากำลังกู้ข้อมูลที่เสียหายทั้งหมดกลับมา

แต่สำหรับชายตรงหน้าที่อ่านความคิดไม่ออก เธอเองก็ไม่รู้ว่าเขาคนนี้สามารถทำอะไรได้ เธอเริ่มรู้แล้วว่าทำไมตระกูลเวอร์มิลเลี่ยนถึงสนใจกองกำลังติดอาวุธนี้มากกว่ากองกำลังของสหพันธ์อื่น

“ผมงั้นหรอครับ เอ๋ก็”

จิมมี่ทำหน้าเหมือนคนไม่ได้หลับไม่ได้นอน

“ผมน่ะไม่มีตัวตนบนโลกใบนี้หรอกครับ เท่านี้ก็คงจะรู้สิน่ะครับว่าผมเป็นใคร และอีกอย่าง”

จิมมี่ทำสีหน้านิ่งเงียบพร้อมกับสายตาที่หรี่ลงดูแหลมเล็ก ซึ่งทางทหารหญิงเองก็ดูเหมือนจะรู้ว่าคำว่าไม่มีตัวตนสำหรับเขาแล้วคืออะไร

เมื่อเห็นแววตาที่เฉียบคมของทหารหญิง เขาจึงเดินเข้าไปและใช้ไหล่ขวาของเขาชนเข้ากับไหล่ขวาของทหารสาว เขาจึงกระซิบออกมาเบาๆ

“ขอบคุณที่ช่วยมอบงานนี้ให้องค์กรของเราน่ะครับ”

จิมมี่ยิ้มเล็กๆก่อนที่เดินออกมาพร้อมกับโชว์แผ่นการ์ดสีแดงในมือซ้ายของเขา

“อ่ะ”

หวัง ลี้มองดูด้วยสีหน้าตกใจ ก่อนที่จะมองไปยังมือซ้ายของตน ที่เมื่อกี้นี้ยังมีการ์ดสีแดงอยู่ แต่ตอนนี้กลับมีการ์ดโป๊กเกอร์อัศวินดอกจิกอยู่

‘เป็นไปไม่ได้ มันใช้มือซ้ายหยิบการ์ดในมือซ้ายของเราในระยะนั้นโดยที่เราไม่รู้สึกตัวได้ ทั้งที่เราเองก็ผ่านสนามรบมามากมายกลับไม่รู้สึก แถมยังถอดรหัสข้อมูลในการ์ดได้ภายในพริบตา ดูถ้าที่นายหญิงพูดมาจะเป็นจริงสิน่ะที่ว่ากลุ่มกองกำลังนี้ได้รวบรวมพวกมือหนึ่งของโลกเอาไว้’

 




NEKOPOST.NET