P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 21 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.21 - จุดเดียว ต่างเป้าหมาย(1)


วันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 16:57 น.

หน้าประชาสัมพันธ์ สำนักงานเขตการปกครองกลางตลาดแกรนด์บาซ่าร์

“แฮ่”

ท่ามกลางความมืดมิดในสถานที่นี้ยังคงมีเสียงคำรามอย่างดุดัน ชุดดำตัวหนึ่งดูเหมือนจะต่อสู้กับอะไรบางอย่าง

สวบ

“เปลืองมือ”

บุรุษสีดำดึงมือของเขาออกจากตัวของพวกชุดดำที่ถูกเขาใช้แขนขวาเสียบทะลุร่างของมัน เลือดกระเซ็นออกมาในทันทีที่ดึงแขนออกมา

ปึง

หลังดึงแขนออกมาจากร่างของมัน เขาก็โยนร่างของชุดดำ ตัวนั้นกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างจังจนเสียงดัง แผ่นเหล็กที่ถูกร่างของมันกระแทกยุบลงไปเลยทีเดียว

แต่ชุดดำตัวนั้นมันยังไม่ตาย ถึงบนอกของมันจะมีรูขนาดใหญ่ แต่เป็นเพราะร่างกายที่ถูกดัดแปลงเป็นพิเศษสำหรับการต่อสู้โดยจึงทำให้มันยังมีชีวิตอยู่ และมันยังคงตะเกียกตะกายบนพื้น สายตาของมันมองไปยังชายที่สวมฮู้ดสีดำที่คล้ายคลึงกับพวกมันมาก แต่เสียอย่างเดียวที่ไม่ใช่พวกเดียวกับมัน

“อยู่ที่ไหน”

บุรุษสีดำกล่าวพลางมองไปรอบๆห้องที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยเลือดสีแดง กับซากศพจำนวนมาก ผิดกับเมื่อครู่ที่ยังมีพวกทหารกับ ‘พวกหมาใน’ สู้กันอยู่

เขาค่อยๆเดินไปยังมุมห้อง พลางมองไปยังรอบตัวของเขา ที่เป็นห้องกว้างๆที่เป็นไปด้วยซากศพ เขาหันซ้ายและค่อยๆไล่ไปทางขวาอย่างช้าๆเพื่อที่จะให้รู้ว่าตอนนี้ตัวเขานั้นอยู่ไหน เพราะผลจากการต่อสู้กับทั้งพวกทหารกับพวกหมาในเมื่อครู่ รวมถึงความมืดในห้องนี้ทำให้เขาหลงทิศทางจนมาถึงที่นี้

เมื่อเขาเดินถึงมุมห้อง เขาจึงหยุดเดินและเอามือซ้ายแตะที่กำแพงก่อนที่จะคิดวิธีที่จะใช้เดินทางต่อไป

‘อีกไม่นานระบบไฟฟ้าจะกลับมา รอสักพักกูแล้วกัน ถ้าระบบไฟฟ้ากับมาค่อยเดินไล่จากมุมห้องออกไปเรื่อยๆ คิดว่าต้องเจอห้องนั้นแน่นอน’

“แว็บ”

“ฮึม”

บุรุษสีดำส่งเสียงออกมาจากปากหลังจากที่เขาสังเกตว่าที่หน้ากากของเขาส่องแสงประหลาดออกมา

เป็นเพราะแสงไฟของห้องที่กลับมาจากระบบไฟฟ้าที่ฟื้นฟูแล้ว ทำให้หน้ากากของเขาสะท้อนแสงไฟที่สาดส่องใส่ แสงไฟในห้องเริ่มที่จะกระพริบไปมา ก่อนที่แสงไฟจะเริ่มคงที่ และค่อยๆสว่างขึ้นจนสามารถมองเห็นห้องนี้ได้ง่ายขึ้น

“ระบบไฟฟ้ากลับมา”

บุรุษสีดำพูดออกมา เมื่อเขาเห็นดังนั้น เขาจึงหันหน้าออกจากกำแพง

‘ถ้าไฟสว่างแล้วแสดงว่าระบบนำทางต่างๆที่อยู่ในสำนักงานแห่งนี้สามารถใช้ได้ตามปกติแล้วสิน่ะ’

เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงเอามือซ้ายแตะที่กำแพงและค่อยๆเดินไล่ไปเรื่อยๆ ก่อนที่สายตาของเขาจะไปหยุดลงตรงมุมห้อง เมื่อเห็นว่าตรงบริเวณนั้นมีแสงแววว้าวออกมา ซึ่งมันน่าจะเป็นแผ่นกระจกที่ทำหน้าที่บอกทางในสำนักงานแห่งนี้ ซึ่งบนแผ่นกระจกนั้นกำลังสะท้อนแสงเล็กๆออกมาเป็นตัวอักษร

เมื่อบุรุษสีดำเห็นดังนั้น เขาจึงเดินไปยังแผ่นกระจกนั้นที่

“ห้องเซิร์ฟเวอร์ทางขวา”

บุรุษสีดำใช้มือซ้ายบีบข้อมือขวาของตน เขามองไปยังมุมห้องก่อนที่จะเห็นแสงไฟสีแดงที่กระพริบออกมา

“ระบบรักษาความปลอดภัยก็เช่นกัน”

บุรุษสีดำคลายมือซ้ายและรูดซิปที่มือขวาออก ก่อนที่ปืนพกขนาดเล็กจะหล่นออกมา

เขารับปืนนั้นด้วยมือขวา และเล็งไปยังชุดดำที่ยังตะเกียกตะกายอยู่

ชุดดำตัวนั้นพยายามใช้ขาและแขนยันตัวเองขึ้น แต่ก็ไร้ผม กระดูกแขนกับขาของมันถูกบดขยี้จนแหลก

“ระบบไฟฟ้าคืนสภาพเต็มที่”

บุรุษสีดำมองไปยังด้านขวาของตน ที่ตอนนี้ระบบไฟฟ้าได้คืนสภาพเป็นที่เรียบร้อย แสงไฟส่องสว่างจนเห็นประตูสีแดงเล็กๆที่อยู่ด้านหน้าตรงนั้น

เขาหันไปทางทิศของประตู และค่อยๆเดินไปด้านหน้าอย่างช้าๆ

‘เมื่อระบบไฟฟ้ากับระบบรักษาความปลอดภัยได้รับการรีบู๊ท ระบบทุกอย่างจะเข้าสู่การลงระบบอีกครั้ง รหัสทุกอย่างจะรีเซต ก็ไม่จำเป็นต้องใช้รหัสเข้า’

บุรุษสีดำพรึมพรำออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเล็งปืนไปยังประตูสีแดง และเหนี่ยวไก

“ปัง ปัง ปัง”

เสียงปืนดังขึ้นสามนัดซ้อน

“เป็นประตูที่แข็ง”

บุรุษสีดำพูดขึ้นหลังจากเหนี่ยวไกปืนไป ประตูสีแดงนั้นไม่มีแม้แต่ริวรอยเลยด้วยซ้ำ

บุรุษผู้นั้นเก็บปืนพกของตัวเองเข้าไปที่แขนขวา และรูดซิปที่กลับเข้าที่เดิมอีกครั้ง เขาจึงเดินไปที่หน้าประตูอีกครั้ง

“แฮ่”

ชุดดำบนพื้นห้องพยายามตะเกียกตะกายด้วยความรุนแรง มันต้องทำหน้าที่ของมัน ต่อให้อยู่จนถึงตัวสุดท้ายก็ต้องฆ่าทุกอย่างที่อยู่ในสายตาให้หมด

“เปรี้ยง ป๊อก”

เสียงของแข็กแตก ชุดดำตัวนั้นกระแทกแขนขาของตัวเองจนแตก กระดูกทิ่มทะลุผิวหนังออกมาจนเห็นกระดูกสีขาว มันใช้กระดูกที่ทะลุออกมาต่างขาเดินแทนเท้าของมัน

มันค่อยๆเคลื่อนไหวมาอย่างช้าๆ และค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้นที่ละน้อย ในสายตาของมัน พวกที่ไม่ใช่พวกเดียวกันคือเป้าหมายที่ต้องสังหาร มันก็แค่เหยื่อที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น

“ฮว่า”

มันใช้แรงทั้งหมดกระโจนไปยังบุรุษสีดำที่ยังคงมองประตูสีแดง ถึงมันจะหน้ากากและฮู้ดสีดำของเป้าหมาย แต่มันก็รู้จักแยกแยะเป้าหมายได้มากเท่าไร เพราะตัวมันเองรู้จักแค่การฆ่าสิ่งที่ไม่ใช่พวกเดียวกันเท่านั้นเท่านั้น

“หืม”

“หมับ”

ในชั่วพริบตาที่ชุดดำกระโจนใส่ บุรุษสีดำก็หมุนตัวใช้มือซ้ายจับเข้าที่หน้าของมัน

“ขอยืม ‘หมาใน’ อย่างแกหน่อย”

“แผละ!”

สิ้นเสียงของบุรุษสีดำ ใบหน้าของชุดดำหรือหมาในก็แหลกเละด้วยแรงบีบอันมหาศาลของบุรุษสีดำ

หมาในหรือชุดดำยังคงไม่ยอมแพ้ มันพยายามตะเกียกตะกายอย่างสุดกำลัง และพยายามใช้กระดูกที่ทิ่มทะลุชั้นเนื้อ เข้าทำร้ายบุรุษสีดำถึงแม้กระดูกที่ทิ่มทะลุแขนและขาจะไม่สามารถเกี่ยวร่างของบุรุษสีดำได้เลย

บุรุษชุดดำหันมามองหมาในกำมือของตอน ก่อนที่จะมองไปยังแผงควบคุมเล็กๆที่เขาเพิ่งจะสังเกตเห็น

“ประตูต้องการตัวเชื่อมไฟฟ้า เพื่อทำงาน”

 พูดจบบุรุษสีดำก็ใช้แรงแขนอันมหาศาลเหวี่ยงร่างของหมาในกระแทกเข้ากับแผงควบคุมและกดลงอย่างรุนแรง

ทันทีที่ร่างของมันกระแทกเข้ากับแผงวงจรนั้น กระแสไฟฟ้าจำนวนมหาศาลก็เกิดการลัดวงจรในทันที และทำการช็อตสิ่งที่ทำให้มันลัดวงจรในทันที

เฮ่อ ฮ่า!”

เสียงกรีดร้องของชุดดำดังลั่นไปทั่ว ถึงตัวพวกมันจะถูกดัดแปลงให้แข็งแกร่งกว่ามนุษย์หลายเท่า แต่กระแสไฟฟ้ามหาศาลที่ไหลเวียนภายในร่างกายรวมถึงร่างกายที่เป็นโลหะบางส่วนที่ทำให้เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีมากๆ กระแสไฟฟ้าจำนวนมหาศาลจึงสามารถไหลเวียนไปได้ทั่วร่างและย่างสดจากภายใน

 ร่างของมันเริ่มไหม้เกรียมจนส่งกลิ่นเหม็นไหม้ออกมา แต่กระแสไฟฟ้ามหาศาลที่ไหลเวียนภายในร่างของมันกลับไม่สามารถทำอะไรบุรุษสีดำที่ยังคงใช้มือข้างซ้ายที่ยังคงจับใบหน้าของหมาในที่แหลกเหลวกดลงบนแผงวงจร  และตอนนี้ที่ตอนนี้ร่างกายมันได้เปลี่ยนเป็นสีดำเกรียม เลือดทุกหยดที่ไหลออกมาก็ได้เหือดแห้งไปเรียบร้อย

“ปี๊บ”

หลังเสียงสัญญาณดังขึ้น ประตูสีแดงก็เลื่อนออก เมื่อบุรุษสีดำเห็นว่าประตูเปิดออกแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องถูกกำลังไฟฟ้าที่สูงขนาดนี้ดูดต่อไป ถึงความกำลังไฟฟ้าจะไม่มากพอที่จะทำร้ายร่างกายที่พิเศษของเขาได้ แต่การที่ถูกไฟฟ้ามากขนาดนี้ช๊อตตลอดเวลา ก็คงทำให้เซลล์ร่างกายของเขาเสียหายได้

เมื่อนึกได้ดังนั้นบุรุษสีดำจึงเอามือซ้ายออกจากร่างของหมาใน แต่ร่างของหมาในดันติดมือเขาขึ้นมาด้วย คงเป็นเพราะว่าเขาใช้มือกดหน้าของหมาในที่ถูกย่างสุกนานเกินไปจนมันสุกติดมือของเขา

บุรุษสีดำใช้มือขวาคว้าที่ไหล่ของหมาในและพยายามกระชากร่างของหมาในออก

“แคว้ก กร๊อป”

บุรุษสีดำเมื่อได้ยินเสียงที่ดูเหมือนร่างกายถูกฉีกขาด เขาจึงมองไปที่มือทั้งสองข้างของเขา

“เอาไม่ออก”

บุรุษสีดำพูดออกมา เขาพบว่าหัวของหมาในยังคงติดมืออยูที่มือซ้ายของเขา ส่วนร่างกายช่วงตั้งแต่คอลงไปติดอยู่ที่มือขวา คงเป็นเพราะว่ามันถูกไฟฟ้าแรงสูงดูดจนร่างมันกรอบไปหมด

“เอาออกทีหลัง”

บุรุษสีดำพุดจบก็โยนร่างของหมาในออก เขาเดินเข้าไปในห้องเล็กๆหลังประตูสีแดง ทั้งที่มือของเขายังมีหัวติดอยู่

เขาเดินเข้าไปในห้องเล็กๆนั้น และหันมองรอบห้องเพื่อดูสภาพพื้นที่ก่อน เพราะตัวเขาเองจะประมาทไม่ได้ ถึงระบบไฟฟ้ากับระบบรักษาความปลอดภัยจะได้รับการรีเซต แต่ก็อาจจะมีระบบสำรองเอาไว้เพื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นก็ได้

เขามองไปรอบห้องเล็กๆนี้ ถึงห้องเซิร์ฟเวอร์สมัยนี้จะไม่จำเป็นต้องใหญ่อะไรมาก แต่มันก็เล็กเกินไป ขนาดของมันเหมือนเป็นห้องรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีเพดานค่อนข้างจะสูงเอามาก ถ้าดูโดยหยาบๆ จะเทียบกว้างxยาวxสูง ก็ได้สักประมาณ 3x4x6 เมตร นอกจากลักษณะของห้องแล้วก็มีคอมพิวเตอร์ติดผนังเล็กๆที่มีแป้นพิมพ์เรืองแสง และก็มีกระจกเล็กติดอยู่ทั่วห้อง

บุรุษสีดำเดินไปยังคอมพิวเตอร์เล็กๆนั้น และกดปุ่มสีแดงเล็กๆที่อยู่มุมขอบซ้ายล่างของหน้าจอ

“วื้ด วื้ด”

มีเสียงสัญญาณดังขึ้นออกมาจากคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น

“ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักทำงาน โปรดออกคำสั่งด้วยค่ะ”

เสียงผู้หญิงที่ไร้ความรู้สึกดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอที่เปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อน และมีสัญลักษณ์วงกลมสีเขียวที่มีปากสีแดงอยู่กลางหน้าจอ

“คำสั่ง เปิดกล้องวงจรปิดทั้งหมด”

บุรุษสีดำพูดออกคำสั่งให้กับระบบเอไอของที่นี้โดยทันที เพราะเขาเองก็ยังไม่อยากเสียเวลามากที่นี้ ยังมีอย่างอื่นที่ต้องไปทำ

“รับทราบค่ะ ขอเวลาเปิดระบบหลักสักครู่ค่ะ”

หลังบทสนทนาเล็กๆ หน้าจอก็ดับลง บุรุษสีดำก้าวถอยหลังออกมา เขาอาศัยเวลาที่ระบบขอ พยายามดึงหัวของหมาในที่ติดอยู่ที่มือซ้ายของเขาออกไปให้หมด มันคงจะลำบากถ้ามือที่จำเป็นต้องใช้งานดันมีของที่ทำให้ใช้การไม่ได้อยู่

“แผละ”

เขาบีบมือซ้ายอย่างแรงจนหัวที่อยู่บนมือนั้นเละคามือ เขาจึงใช้มือขวาจับที่ถุงมือสีดำข้างซ้ายและจะถอดถุงมือออก เพราะตอนที่หัวของหมาในยังติดอยู่ ลักษณะมือของเขาอยู่ในลักษณะเหมือนจับรูปบอลซึ่งทำให้ถอดถุงมือไม่ได้

แต่ถ้าเอาจริงๆเขาเองก็อยากฉีกกระชากถุงมือทิ้งอยู่เหมือนกัน แต่เลือดมันจะเลอะมือหมดซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบเอาเสียเลย

“พรึบ”

เขาถอดถุงมือสีดำออก เผยให้เห็นมือสีขาวขุ่นที่มีรอยเย็บสีดำจำนวนมากมาย เขามองไปยังมือสีขาวนั้น ก่อนที่จะใช้มือขวากำที่ข้อมือซ้ายอย่างแรง ด้วยร่างกายที่สั่นเทา

ยูเรียล

บุรุษสีดำพูดประโยคสั้นๆออกมา

“เรียบร้อยค่ะ ระบบทั้งหมดทำงาน กล้องวงจรปิดทั้งหมดทำงาน”

เสียงของหญิงสาวไร้อารมณ์ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับแสงที่สว่างจ้าขึ้นทั่วห้อง

“แว๊บ”

“อึก”

บุรุษสีดำยกแขนขวาขึ้นมาบังใบหน้าของเขาจากแสงสว่างที่สว่างขึ้นภายในห้อง เนื่องจากเดิมทีตัวเขาเองจะสวมหน้ากากตลอดเวลาและในหน้ากากนั้นก็มีระบบที่ใช้ในการมองเห็นรูปแบบต่างๆเอาไว้อยู่ ถึงจะมีระบบอินฟราเรดที่สามารถมองเห็นได้ในที่มืดได้ แต่ตัวเขาเองก็ไม่อยากใช้ระบบมองเห็นในที่มืดมากนัก เพราะว่าถ้าเกิดมีแสงไฟแทรกเข้ามาทุกอย่างที่เขาเห็นจะมีแต่ความสว่างจร้าไปหมด แค่ละสายตาจากศัตรูเพียงแค่พริบตาก็อาจจะตายได้ ยิ่งยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป วิธีการสังหารศัตรูในรูปแบบต่างๆในเสี้ยววินาทีก็มากตาม

แต่เขากับคิดไม่ถึงว่าเป็นเพราะความคิดมากของเขา จะทำให้ดวงตาของเขาที่ชินกับความมืดมิด ต้องมาเจอกับแสงไฟที่สว่างมากในทันทีจนทำให้ตาของเขาที่พิเศษกว่าคนอื่นเจ็บแสบไปหมด

ถ้ารู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ตั้งแต่แรก เขาก็คงเปิดระบบลดความสว่างไปแล้ว แต่ก็คงทำให้มองในที่มืดได้ไม่สะดวกเท่าไรนัก

“เฮ่อ”

เมื่อตาของเขาเริ่มที่จะชินกับแสงไฟแล้ว เขาจึงเอาแขนขวาออกจากหน้าของเขา และค่อยๆมองไปยังทิศของแสงที่อยู่ด้านหน้า

สิ่งที่เขาเห็นคือ ภาพโฮโลแกรมที่ฉายออกมาทั่วห้อง ที่ห้องนี้มีสูงเอามากๆ ก็เป็นเพราะที่จะสามารถฉายภาพกล้องวงจรปิดทั้งหมดได้ ส่วนกระจกที่อยู่ทั่วห้องก็คงเป็นที่ฉายภาพโฮโลแกรมนั้นเอง

“โปรดออกคำสั่งต่อด้วยค่ะ”

ระบบเอไอสอบถามบุรุษสีดำเพื่อรอรับคำสั่งต่อไป

เมื่อได้ยินดังนั้นบุรุษชุดดำจึงมองไปยังภาพฉายโฮโลแกรมทั่วห้อง ซึ่งภาพที่แสดงมาทำให้เขาในตอนนี้สามารถรู้ทุกอย่างที่อยู่ในสำนักงานแห่งนี้ได้

ทุกที่ภายในสำนักงานแห่งนี้เต็มไปด้วยการปะทะกันระหว่างพวกหมาในกับรปภ.และทหารที่เพิ่งมาถึงสำนักงานแห่งนี้ ที่แห่งไหนในภาพที่ไม่มีการปะทะ แสดงว่าที่นั้นเหลือเพียงแต่ซากศพของทั้งสองฝ่ายเท่านั้น

“ข้อมูลยูเรียลในพื้นที่นี้ทั้งหมด”

บุรุษสีดำออกคำสั่งขณะที่ยังมองภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่ไฟสีขาวที่ฉายไปทั่วห้อง

“รับทราบค่ะ จะทำการค้นข้อมูลทั้งหมดเดียวนี้ค่ะ”

สิ้นเสียงหญิงสาวที่ไร้อารมณ์  บุรุษสีดำใช้มือขวาล้วงเข้าไปในกระเป๋าที่อยู่ตรงหน้าอกของเขา และหยิบถุงมือสีดำออกมา

เขามองลงไปที่มือซ้าย และสวมถุงมือข้างซ้ายอย่างบรรจง

“ป๊บ”

เสียงสัญญาณคอมพิวเตอร์ดังขึ้น ทำให้บุรุษสีดำหันไปมองด้วยสนใจ

“คำเตือน! คำเตือน! คำขอค้นหา ‘ยูเรียล’ ไม่สามารถเข้าถึงได้”

หน้าจอคอมพิวเตอร์เปลี่ยนเป็นสีแดงพร้อมกับเครื่องหมายเตือนสีเหลือง เพื่อบงบอกว่าข้อมูลนี้เป็นข้อมูลพิเศษ ฐานข้อมูลนี้ไม่สามารถเข้าถึงได้

เมื่อบุรุษสีดำได้ยินที่ระบบเอไอบอก เขาจึงมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้กระพริบเตือนถี่ๆอย่างรวดเร็ว เขาสะบัดมือซ้ายของเขา ก่อนที่จะใช้มือข้างนั้นวางแผ่นกระจกใสบางอย่างมาแปะตรงหน้าจอ

“เป็นคำขอพิเศษ ส่งข้อความถึงฐานข้อมูลหลัก”

บุรุษสีดำออกคำสั่งให้กับระบบเอไอ

“เข้าใจแล้วค่ะ จะติดต่อฐานข้อมูลหลัก ขอเวลาสักครู่ค่ะ”

ทันทีที่ระบบเอไอกล่าวจบ ภาพโฮโลแกรมที่ฉายอยุ่ทั่วห้องก็ดับลง

“ติดต่อสำเร็จค่ะ แต่การเข้าถึงข้อมูลนี้ถูกปฏิเสธถ้าไม่มีรหัส กรุณากรอกรหัสดีเอ็นที่ถูกต้องค่ะ”

สิ้นเสียงของระบบเอไอ ฝาคอมพิวเตอร์ก็เปิดออก และก็มีถาดสีแดงยื่นออกมาให้เขาเห็น

เมื่อเห็นดังนั้น บุรุษสีดำจึงรูดซิบเพื่อเปิดเสื้อคลุมของเขาออก และใช้มือขวาล้วงเข้าไป

เขาหยิบถาดวงกลมไม่มีสีที่ตรงกลางมีเยื้อสีขาวขุ่นบางอย่างอยู่วางบนถาดสีแดง และเมื่อเอาถาดวงกลมนั้นวางบนถาดสีแดง ถาดสีแดงก็เปล่งแสงไฟสีฟ้าออกมา

“จะทำการสแกนรหัสดีเอ็นเอเดียวนี้ค่ะ”

สิ้นเสียงเอไอ ถาดสีแดงที่ส่องแสงสีฟ้าก็กระพริบหนึ่งที่ และหน้าจอก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเขียวอย่างช้าๆ

“ทำการยืนยันรหัสผ่านเสร็จสิ้น”

“ยูเรียล โค้ดเนม ‘Phantom(แฟนท่อม = ผี)’ ยืนยันรหัสดีเอ็นเอถูกต้อง ทำการค้นหาข้อมูลต่อได้ค่ะ”

ระบบเอไอกล่าวออกมา หลังจากทำการยืนยันรหัสดีเอ็นเอเมื่อครูนี้สำเร็จ

“เดียวก่อน”

บุรุษสีดำพูดหยุดการทำงานของระบบเอไอของสำนักงานแห่งนี้เสียก่อน เพราะการที่ต้องใช้รหัสผ่านถึงขั้นรหัสดีเอ็นเอแสดงว่าการเข้าฐานข้อมูลนี้จำเป็นต้องใช้เวลามากเป็นพิเศษ และถ้าต้องใช้เวลานานขนาดนั้นในการเชื่อมต่อฐานข้อมูลหลัก ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกขัดขวางก่อนก็ได้

ชายผู้นั้นหันหลังให้กับคอมพิวเตอร์ เขาใช้มือขวาจับเข้าที่ใบหน้าที่สวมหน้ากากเหล็กนั้น และถอดมันออกภายใต้ฮู้ดขนาดใหญ่สีดำ

“สั้นๆ เจสสิก้า ยูเรียล อยู่ที่ไหน”

บุรุษสีดำหันกลับมามองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง มือขวาของเขามีหน้ากากเหล็กสีดำอยู่ และเขาก็ใช้มือซ้ายของเขาก็จับใบหน้าสีขาวซีดที่ยังคงเห็นรอยเย็บสีดำอยู่

“ได้ค่ะ จะแสดงข้อมูลในทันทีค่ะ”

ระบบเอไอทำการตอบกลับ และมันก็ใช้กล้องที่อยู่รอบๆฉายภาพโฮโลแกรมในทันที

“โรงพยาบาลลาริสค่ะ จะทำการค้นหาเจสสิก้า ยูเรียลต่อไปค่ะ”

ระบบเอไอกล่าวออกมา ก่อนที่จะซูมภาพไปยังโรงพยาบาลลาริสในปัจจุบัน

“ขอบคุณมาก แค่นี้ก็พอแล้ว”

บุรุษสีดำกล่าวขอบคุณ พลางโค้งคำนับให้กับคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น

“ไม่ต้องขอบคุณก็ได้ค่ะ เป็นหน้าที่ของดิฉันที่ต้องทำค่ะ”

ระบบเอไอตอบกลับชายตรงหน้า

“ไม่ใช่”

บุรุษสีดำตอบปฏิเสธ

“ผมหมายถึงคนที่อยู่อีกฝั่ง ที่ช่วยอนุญาตให้คนทรยศตระกูลยูเรียลอย่างผมเข้าระบบได้”

บุรุษสีดำใช้มือซ้ายดึงฮู้ดของตนลงจนปิดบังใบหน้าของเขาจนมิด

“ฮึ ฮ่าๆๆๆๆๆ”

เสียงหัวเราะดังก้องกังวานออกมาจากคอมพิวเตอร์เครื่องเล็กๆนั้น เสียงนั้นแหลมเล็ก

“รู้ตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย ‘ผีน้อย’ ที่รักของฉัน”

ระบบเอไอพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

เมื่อได้ยินเสียงที่หญิงสาวตอบหลับมา บุรษสีดำจึงสวมหน้ากากเหล็กสีดำอีกครั้ง

“ตั้งแต่แรกแล้วครับ ฐานข้อมูลของที่นี้คงจะเข้าระบบของตระกูลยูเรียลได้น่ะครับ และยิ่งคุณเป็นคนที่ชอบเห็นผมฆ่าคนมากที่สุดอีก ก็ไม่แปลกที่คุณจะมาเอง”

ชายคนนั้นพูดพลางใช้มือซ้ายหยิบแผ่นกระจกใสเก็บเข้าทีอีกครั้ง

“ตายจริง ผีน้อยยังคงน่ารักน่าเอ็นดูอยู่เหมือนเดิมเลยน่ะจ้ะ”

หญิงสาวปลายสายพูดชมอีกฝ่ายเล็กน้อยด้วยน้ำเสียงแหลมเล็ก

“ทำไมถึงช่วยผม”

บุรุษสีดำยิงคำถามสั้นๆให้อีกฝ่าย

“ฮึ คงเป็นเพราะผลประโยชน์”

หญิงสาวเน้นเสียงลึกๆ

“ถึงหนูน้อยคนนั้นจะเป็นลูกพี่ลูกน้อง แต่ถ้าเป็นตัวเกะกะก็คงต้องกำจัด”

อีกฝั่งพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมขึ้นเล็กน้อย

เมื่อได้ยินที่อีกฝ่ายพูด บุรุษสีดำจึงลุกขึ้น เพราะเขาเองก็ไม่คิดที่จะฟังสิ่งที่อีกฝั่งจพพูดแล้ว

“ถ้าเช่นนั้นผมก็ต้องขอบคุณ คุณที่ทำให้แผนของผมดำเนินต่อไปได้”

บุรุษสีดำกดปุ่มที่คอมพิวเตอร์ และแสงไฟก็ดับลง

เมื่อเห็นแสงจากหน้าจอและภาพโฮโลแกรมทั้งหมดดับลง เขาจึงหันหลังให้กับคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น

“ผมจะทำตามที่คุณหวัง ขอแค่คุณไม่ยุ่งกับแผนของผมก็พอ”

บุรุษสีดำพูด ก่อนที่จะเดินจากไป

“ตามนั้นก็ได้ เพราะงั้น นาระ เธอเองก็ระวังคนของตระกูลเวอร์มิลเลี่ยนเอาไว้ด้วยล่ะ”

หญิงสาวปลายสายพูดเตือนนาระเพราะดูแล้วคนของตระกูลเวอร์มิลเลี่ยนคงไม่อยู่เฉยแน่ ถ้าทางฝั่งตระกูลยูเรียลที่เป็นศัตรูทำ ‘สิ่งนั้น’ สำเร็จ

นาระไม่ตอบอะไร เขายังคงเดินออกไปจากห้องเล็กๆนี้อย่างช้าๆ

“ปี๊บ ปี๊บ ปี๊บ”

เสียงเตือนภัยดังไปทั่วห้องเซิรฟ์เวอร์เล็กๆแห่งนี้

“ตรวจพบการเข้ารหัสผิดพลาด ระบบทำลายตัวเองจะทำงานภายใน 5 นาทีนับจากนี้ ขอให้ทุกคนที่อยู่ภายในสำนักงานแห่งนี้ทำการลี้ภัยโดยด่วนค่ะ”

เสียงเตือนภัยดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟสีแดงที่เรืองแสงออกมาตลอดเวลา

 

นาระยังคงเดินออกไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เขารู้ดีถึงโครงสร้างทั้งหมดของสำนักงานแห่งนี้ หลังจากที่เขาดูภาพฉายโฮโลแกรมจากกล้องวงจรปิดทุกตัวของสำนักงานแห่งนี้ ถ้าตามที่เขาคิดแค่ค่อยๆเดินออกไปยังทางดาดฟ้าของสำนักงานแห่งนี้ก็คงใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีแน่นอน

“พอเห็นแบบนี้แล้ว นึกถึงต้นตอเลยแหะ”

ชายหนุ่มเห็นแสงไฟที่ว้าวุ้นอยู่รอบข้าง จนทำให้อดนึกไม่ได้ถึงต้นตอของเรื่องทั้งหมด

ทำให้เขานึกถึงหน้าที่ของสำนักงานของฝ่ายมหาสหพันธ์ที่อยู่ที่ต่างๆทั่วโลกเลยทีเดียว

ซึ่งสำนักงานเขตนี้ยังมีหน้าที่ในการประชุมเพื่อหาข้อยุติแทบทุกๆครั้งเมื่อมีการกระทบกระทั้งกันระหว่างทางสมาพันธ์กับกลุ่มต่อต้านในพื้นที่ๆยังไม่ยอมวางอาวุธของตนลงเพราะไม่เชื่อใจว่าทางสมาพันธ์จะสามารถทำตามข้อตกลงที่ได้กล่าวไว้ว่าจะไม่ใช้ ‘อาวุธชีวภาพ’ ได้หรือไหม

[เพราะในอดีตในช่วงกลางของมหาสงครามโลกครั้งที่ 3 ก่อนที่สงครามจะจบลงในภายหลังไม่กี่เดือน ได้มีผู้ไม่ประสงค์ดีนำเชื้อไวรัสบางอย่างมอบให้กับผู้มีอำนาจจากทางภาครัฐที่มีอคติต่อผู้เห็นต่างอย่างรุนแรง โดยอ้างว่า “มันสามารถทำให้สงครามครั้งนี้จบลงภายในไม่กี่เดือน”    และสิ่งนั้นได้ทำให้ซากศพจำนวนมากในสงครามลุกขึ้นมาอีกครั้งอย่างน่าประหลาด

ใช่! เข้าสู่ช่วงที่สองของสงครามที่ใช้ “อาวุธชีวภาพในการต่อสู้” เหล่าบรรดาอาวุธชีวภาพที่เกิดจากร่างผู้เคราะห์ร้ายเกือบพันล้านคนต่างโหมโรมรันกันในสงครามชีวภาพครั้งนี้ ซึ่งตอนแรกเหล่าบรรดากองทัพอาวุธชีวภาพที่ถูกนำมาดูเหมือนจะสามารถนำมาควบคุมได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงสองสัปดาห์      เหล่าบรรดาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกัมตภาพรังสีจากสงครามนิวเคลียร์ในช่วงแรกของสงครามก็เริ่มเกิดอาการประหลาด พวกเขาเกิดอยากอาหารอย่างรุนแรงจนกระทั้ง เมื่อพวกเขาเริ่มสังหารมนุษย์ด้วยกันเองเพื่อระงับอาการหิวที่คุ้มคลั่งนั้น ทุกครั้งที่พวกเขากินเนื้อเยื่อเขาไป ร่างกายก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลง อวัยวะของพวกเขาเปลี่ยนสภาพ และแล้วโศกนาฏกรรมก็เกิดขึ้นเมื่อผู้ติดเชื้อที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เหล่าบรรดาผู้ติดเชื้อได้ทำการโจมตีสถานที่สำคัญของนานาประเทศ คราบเลือดเจิ่งนองไปทั่วทุกที่ และเหล่าบรรดาอาวุธชีวภาพในช่วงเริ่มแรกก็ทำการโจมตีเหล่าบรรดากองทหารที่ไม่ทันตั้งตัว มันคือนรกบนดินดีๆนั้นเอง    ในเวลาไม่กี่วัน ประชากรโลกจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว ประเทศเกือบทั่วโลกล้มสลาย จำนวนประชาการมีไม่ถึงพันล้านคน ดูเหมือนว่ามนุษย์ชาติอาจจะสูญพันธุ์ในเร็ววัน แต่เมื่อมนุษยชาติสามารถนำพลังอีเลเมนต์มาใช้เป็นอาวุธได้ มนุษยชาติที่ยังหลงเหลืออยู่ก็นำมันมาใช้ในสงครามกับเหล่าบรรดาอาวุธชีวภาพในทันที และก็เข้าสู่ช่วงที่สามของสงคราม “สงครามพลังอีเลเมนต์” และมนุษยชาติก็สามารถเอาชนะเหล่าบรรดาอาวุธชีวภาพได้สำเร็จ และมหาสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็จบลงด้วยความพินาศของนานาประเทศเกือบทั้งโลก พร้อมกับประชาชนกว่าค่อนโลก แต่ทว่าจากเหตุการณ์นั้นก็เกิดเหล่าผู้ที่มีอำนาจหลังสงครามขึ้น และพวกเขาได้ร่วมตัวกันก่อตั้งมหาสมาพันธ์ขึ้นมาทันทีภายหลังจบสงคราม และเป็นที่น่าแปลกเมื่อพวกเขาสามารถที่จะทำลายล้างไวรัสได้อย่างหมดจดและยังสามารถดำเนินนโยบายการปกครองต่างๆที่สามารถปกครองในยุคสมัยที่มนุษย์กำลังกลับไปเป็นมนุษย์ยุคหินนี้ได้อย่างลงตัวจนเกินไป จนเป็นที่ร่ำลือไปทั่วว่า เหล่าบรรดาผู้นำเหล่านั้นเป็นคนทำให้เกิดโศกนาฏกรรมในครั้งนั้น เพื่อสร้างอำนาจวางรากฐาน ให้โลกนี้เป็นไปตามที่พวกเขาต้องการ ในระยะแรกมันอาจเป็นเพียงคำวิพากษ์วิจารณ์เล็กๆเท่านั้น แต่น้ำผึ้งหยดเดียวยังเกิดเรื่องได้ ลมปากเพียงน้อยนิดก็สามารถทำให้มนุษย์ฆ่าล้างบางได้เช่นกัน เมื่อรวมกับโศกนาฏกรรมที่ทำให้โลกเป็นทะเลเลือดเมื่อครั้งก่อน ความแค้นที่สะสมก็ปะทุขึ้น เมื่อมีการนำไวรัสไปใช้ในเหตุการณ์ก่อการร้ายอีกครั้ง ทำให้ทางมหาสหพันธ์ได้ก่อตั้งหน่วยรบพิเศษ NABF ขึ้นมาเพื่อหยุดยั้งการใช้อาวุธชีวภาพที่อาจจะทำให้โลกเข้าสู่ยุคมืดได้อีกครั้ง ถึงจะก่อตั้งหน่วยรบที่มีอาวุธล้ำสมัย มียานรบกับหุ่นรบทรงพลัง มีผู้ใช้พลังอีเลเมนต์รวมถึงนายทหารระดับพระกาฬ ก็ไม่ช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับอาวุธชีวภาพลงไป แต่กลับทำให้มีการใช้มันเยอะขึ้นเรื่อยๆ ทำให้กลุ่มต่อต้านที่ไม่เห็นด้วยกับทางมหาสหพันธ์รวมกลุ่มกันจนมีกองทหารมากมาย ส่วนทางมหาสหพันธ์เองก็ส่งกองทหารของตนเข้าปราบปราม      แต่ยิ่งมีการปะทะกันมากเท่าไรทั้งสองฝ่ายก็ยิ่งสูญเสียมากขึ้นเท่านั้น แถมวิกฤตอาวุธชีวภาพที่ยังไม่สงบดีด้วย ลำพังหน่วย NABF อาจจะรับมือเหตุการณ์ในปัจจุบันได้ แต่ยิ่งปะทะกันมากเท่าไรก็มีโอกาศที่จะทำให้มีโอกาศที่จะใช้อาวุธชีวภาพมากขึ้นเท่านั้น  ต่อมาทั้งสองฝ่ายที่ต่างเบื่อหน่ายในศึกสงครามที่กินเวลาหลายปี และดูถ้าจะไม่จบลงง่ายๆเพียงใช้กระสุน กับ พลังอีเลเมนต์ พวกเขาจึงทำสัญญาหยุดยิง โดยทีทางมหาสหพันธ์สัญญาว่าจะไม่เข้ากวาดล้างกลุ่มผู้ต่อต้าน ส่วนผู้ต่อต้านเองก็สัญญาว่า ถ้าเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสที่ทำให้เกิดเหล่าบรรดาอาวุธชีวภาพอีกครั้ง     พวกเขาเองก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเช่นกัน และจากสัญญาดังกล่าวก็ทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวสงบลง และโลกก็เข้าสู่ภาวะฟื้นฟูอีกครั้ง]

แต่มันไม่ใช่  สิ่งที่สงครามในครั้งนั้นเหลือไว้เป็นมรดกตกทอดจากสงครามอาวุธชีวภาพมันยังคงหลงเหลืออยู่ และมันยังคงหลอกหลอนตัวของเขาจวบจนปัจจุบัน สิ่งนั้นจะทำให้ให้โลกนี้ลุกเป็นไฟถ้ามนุษย์ยังไม่ยอมรับสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่ทรงพลังกว่าตน และสิ่งนั้นที่ทำให้ให้โลกนี้ไม่มีทางสงบสุขได้ ก็คือ....

“ตูม”

“ฮึม”

เสียงระเบิดดังขึ้นอีกระลอก  การระเบิดครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งที่แล้วมากทำให้นาระที่ยังคงหวนนึกทบทวนเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์มืดอยู่หลุดออกจากความทรงจำเก่าๆของเขา

“ต็อก แต๊ก”

แรงระเบิดนั้นยังทำให้หน้ากากเหล็กสีดำที่อยู่บนหน้าหลุดออกและตกลงสู่พื้นส่งเสียงดัง

“ไม่น่านึกถึงมันขึ้นมาเลย เฮ่อ”

เขาถอนหายใจออกมาหลังจากที่พูดจบ เขายืนตัวตรงด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง พร้อมกับกุมมือทั้งสองข้าง หันหน้ามองไปยังท้องฟ้า ก่อนที่จะกล่าวาจาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย

“พระเจ้าทำไมท่านถึงเปลี่ยนตัวตนของลูก ท่านรังเกียจลูกมากเช่นนั้นหรือท่าน”

เขาก้มหน้าลงพร้อมเอามือทั้งสองข้างปิดใบหน้าของเขา และหยาดน้ำตาก็หลั่งไหลออกมา

ท่ามกลางเปลวเพลิงสีแดงฉานที่ลุกไหม้ หยาดน้ำตาสีใสสะท้อนเข้ากับแสงไฟ แสงไฟที่สะท้อนบนหยาดน้ำตาจนสามารถเห็นของเหลวสีแดงที่ปะปนออกมา

ตูม

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเปลวไฟสีแดงฉานที่ห่อหุ้มตึกทั้งหลังอย่างรวดเร็ว แสงสีแดงจากเปลวไฟค่อยๆลามอย่างช้าๆไปยังนาระที่ยังคงอยู่นิ่งไม่ไหวติ่ง จนเปลวไฟลามไปถึงร่างของนาระ

เปลวไฟค่อยๆไล่ไปตั้งแต่ขากางเกงไปถึงชายเสื้อสีดำของเขา แต่นั้นก็ไม่อาจทำให้นาระรู้สึกอะไร เขายังคงยืนนิ่งไม่ไหวติ่งเช่นเดิมเหมือนกับว่าไฟที่กำลังไต่ไปตามตัวของเขานั้นมันไม่ร้อนเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเกิดไฟ ทำให้เกิดอากาศร้อนที่พยายามขึ้นสู่ที่สูงกับอากาศเย็นในยามเย็นที่พยายามลงสู่ที่ต่ำ อากาศบริเวณรอบตัวของชายหนุ่มจึงแปรปวน อย่างรุนแรง จนฮู้ดที่คลุมศรีษะของเขาหลุดออก

ผมยาวสีขาว นัยต์ตาสีแดง ผิวสีขาวซีดจนดูน่ากลัวที่เห็นเส้นเลือดได้ชัดเจน และรอยแผลเป็นสีดำกับรอยเย็บมากมาย

“ฮู้ดของผมหลุดอีกแล้ว”

นาระหันหัวซ้ายไปทางซ้าย เขาดูฮู้ดของเขาที่ถูกกระแสลมที่แปรปวนพัดจนมันปลิ้วไปมา ก่อนที่เขาจะก้มตัวลงเพื่อมองไปยังหน้ากากเหล็กที่อยู่บนพื้น

หน้ากากเหล็กสีดำท่ามกลางเปลวไฟส่องแสงสีแดงฉาน เนื่องจากมันเป็นโลหะจึงมีอัตราการนำความร้อนที่สูง อุณหภูมิของมันในตอนนี้ร้อนระอุมาก

แต่นาระก็ไม่สนใจอุณหภูมิอันร้อนระอุเลย เขาใช้มือขวาจับไปที่หน้ากากเหล็ก ก่อนที่จะสวมมันลงบนใบหน้าในทันที

“ฉ่า.....”

เสียงเนื้อสุกส่งเสียงดังก้องกังวาน ร่างของชายหนุ่มสั้นเทาเพราะความเจ็บปวด แต่เพียงครู่เดียวร่างกายของเขาก็หยุดสั้น

“เปลวไฟที่เผาได้แต่เนื้อมันไม่น่ากลัวเลย”

นาระบ่นพึมพำออกมาเบาๆ เขาค่อยๆเอามือออกจากใบหน้าของเขาที่ตอนนี้มีหน้ากากเหล็กสีดำอันเดิมสวมอยู่ด้านบน

“ก็ได้ท่าน ถ้านี้เป็นความประสงค์ของพระองค์แล้ว”

เขาก้มลงบนพื้น ผายมือไปด้านข้างลำตัว และตั้งถ้าเตรียมวิ่งในทันที

“งั้นตัวลูกจะเปลี่ยนมันเองครับ”

เขากล่าวจบพร้อมกับออกตัววิ่งด้วยความเร็วที่สูงพร้อมกับกระโดดลงจากตึกไป เสื้อสีดำของเขาที่ติดไฟดับลงด้วยแรงลมอันมหาศาลที่เกิดจากการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ชายเสื้อสีดำสะบัดท่ามกลางเปลวเพลิงสีแดงฉาน แรงระเบิดที่ไล่หลังพัดเสื้อคลุม กับเสียงระเบิดที่ตามหลังมา จนตึกทั้งหลังตกอยู่ภายใต้เปลวเพลิงสีแดงฉาน

บุรุษสีดำหมุนตัวสองรอบ หัวของเขาชี้ดิ่งสู่พื้นโลก

เจสสิก้า ยูเรียล ฉันจะฆ่ามันด้วยตัวของฉันเอง




NEKOPOST.NET