P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 20 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.20 - ฝูงสุนัขล่าเนื้อ


วันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 14:32 น.

ณ สำนักงานเขตการปกครองกลางตลาดแกรนด์บาซ่าร์ ประเทศโคลัมเบีย สถานที่แห่งนี้มีหน้าที่รับคำสั่งโดยตรงจากมหาสหพันธ์โลก เพื่อใช้ในการปกครองและร่างกฏหมายตามความเหมาะสมในเขตๆนี้

“ตูม เปรี๊ยง”

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวอย่างรุนแรง จนเสียงดังถึงภายในตัวอาคาร หลังจากที่มีสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด เนื่องจากมีกองกำลังอาวุธชีวภาพปรากฎตัวในเขตพื้นที่

“ข้างนอกอาละวาทกันใหญ่เลยว่ะ”

หน่วยรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งพูดออกมาเบาๆ หลังจากที่เขายืนหัวออกมาจากที่กำบัง หลังสิ้นเสียงระเบิดที่รุนแรง

“โชคดีน่ะเนี่ยที่นี้มีหุ่นโดรนรักษาความปลอดภัย ไม่งั้นที่นี้เละตุ้มเป๊ะแน่”

รปภ.คนดังกล่าวพูดจบพลางนั่งดื่มชาเขียวกระป๋องของเขาต่อ ก่อนที่เขาจะสังเกตว่า

“ตอนนี้ศัตรูบุกอยู่อย่าเพิ่งดื่มก่อน อย่าลืมสิว่ากองกำลังส่วนอื่นกระจายไปตามจุดต่างๆแล้ว ที่ตรงนี้มีแค่พวกเราเพียงแค่สองคนเท่านั้น”

หน่วยรักษาความปลอดภัยอีกคนในชุดเกราะเต็มอัตราศึกกล่าวออกมา ขณะที่เขา ยังคงมองบนตารางโฮโลแกรมสีเขียวเพื่อออกคำสั่งให้กับหุ่นโดรนที่มีแปดขาแบบแมงมุม ส่วนตัวมีสีขาวที่ติดอาวุธหนัก เข้าโหมโรมรันกับศัตรูที่ยังโจมตีที่เข้ามาไม่ขาดสาย

เขาถอนสายตาออกจากตารางโฮโลแกรมหลังเซ็ตคำสั่งให้กับหุ่นโดรนเสร็จ

เขามองเพื่อนของเขาอยากตั้งใจก่อนที่จะกล่าวออกมา

“แล้วทำไมเอ็งไม่สวมเกราะ อยากตายรึไง”

รปภ.ในชุดเกราะถามเพื่อนของเขา หลังจากที่มองอยากละเอียดแล้ว ว่าเพื่อนของเขายังคงใส่ชุดยูนิฟอร์มธรรมดาอยู่เลย

ถึงจะได้ยินดังนั้น รปภ.ในชุดยูนิฟอร์มก็ยังดื่มชาเขียวต่อ

“เอาน่า ยังไงพวกมันก็บุกเข้ามาไม่ได้หรอก ถึงพวกเราตรงนี้จะมีแค่สองคน แต่พวกเราเองก็มีหุ่นโดรนติดปืนกลหนักขนาด  14 มม. กับเครื่องยิงมิสไซส์ ตั้ง 30 เครื่อง”

“ยังไงก็อย่าประมาณ พลาดแค่พริบตาคนเราก็ตายได้”

รปภ.ในชุดเกราะเตือนด้วยความหวังดี เพราะสมัยนี้ที่เหล่าบรรดาอาวุธชีวภาพไม่รู้จะมาไม้ไหน พวกมันเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่เจอ อย่างแต่ก่อนอาจเป็นซอมบี้โง่ๆวิ่งเข้ามาตะปป หรือไม่ก็มีเล็บขนาดใหญ่ใช้โจมตี แต่สมัยนี้พวกมันฉลาดจนสามารถใช้อุปกรณ์ได้อย่างมนุษย์ และยังคงความบ้าคลั่งเอาไว้เขาจินตนาการไม่ออกเลย ว่าพวกมันจะกลายเป็นไหนต่อกันแน่ ถ้าพวกมันสามารถใช้ได้แม้กระทั้งพลังอีเลเมนต์นี้เรียกว่าโลกแตกเลยก็ได้ และในขณะที่เขากำลังนั่งคิดอยู่ตอนนั้นเอง

“ปี๊บ ปี๊บ”                                                                                       

“ชุดคำสั่งใหม่สำหรับหุ่นรบงั้นหรือ”

รปภ.ในชุดเกราะรู้สึกสึกแปลกใจที่มีชุดคำสั่งใหม่ที่เขาเองที่เชี่ยวชาญในด้านโปรแกรมเองก็ไม่เข้าใจ ถูกส่งมาในตอนนี้ที่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้    เพราะถ้าออกคำสั่งโดยที่ยังไม่ได้ทดสอบ อาจทำให้การทำงานของเหล่าโดรนเกิดการผิดพลาด เหล่าโดรนทั้งหลายอาจจะวิ่งชนกันเอง หรือที่แย่ที่สุดคือเหล่าโดรนอาจยิงใส่พวกเดียวกันก็เป็นได้

“นั้นอะไรหรอ”

รปภ.อีกคนถาม

“ชุดคำสั่งที่ใช้กับหุ่นรบน่ะ”

รปภ.ในชุดเกราะพูดพลางดูโค้ดอิเล็กทรอนิกส์ของมันเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพของมัน โดยขณะที่เขากำลังอ่านโค้ดนั้นอย่างตั้งใจนั้น

“เอาน่ะถ้าเบื้องบนส่งมันมาก็ใช้ๆ มันไปเถอะ”

“เดียว...นี้มัน อย่าเพิ่ง”

รปภ.ในชุดยูนิฟอร์มกดปุ่มออกคำสั่งที่อยู่บนหน้าปัดในทันทีโดยไม่สนใจคำทัดทานของเพื่อนที่ตอนนี้กำลังตกใจหลังอ่านโค้ดของมันเสร็จ

“ตื้ด วืด”

เสียงการส่งชุดคำสั่งดังไปทั่วห้องในรูปความถี่เสียงสูง จนพวกเขาทั้งสองคนต้องเอามืออุดหูเลยดีเดียว

เมื่อเสียงสงบลงทั้งคู่จึงเอามือที่อุดหูออก ก่อนมองไปรอบๆห้อง

“นี้มันบ้าอะไรว่ะเนี่ย”

รปภ.ในชุดยูนิฟอร์มสถบออกมา เพราะภาพตรงหน้าของเขาคือกองซากเหล่าหุ่นโดรนจำนวนมากที่นอนหมดสภาพกันหมด ระบบไฟภายในสำนักงานดับหมดทุกดวง อุปกรณ์ป้องกันอัคคีปล่อยละอองน้ำออกมา และที่ร้ายกว่านั้นที่เหล่าอาวุธชีวภาพต่างพากับวิ่งกรูกันมาหาพวกเขา

“เห้ รีบวิ่งเร็ว”

“อ่ะ อ่อ”

รปภ.ในชุดเกราะวิ่งสกิดเพื่อนของเขาที่ยังยืนชะงักให้หลุดจากภวังค์ เพราะด้วยจำนวนของศัตรูที่มากมายขนาดนี้ พวกเขาแค่สองคนคงรับมือไม่ไว้แน่

“เราต้องรีบแจ้งหน่วยอื่นให้รู้กันก่อน ไม่งั้นพวกเขาป้องกันไม่ทันแน่”

“เออ เอาดิ ด่วนเลย ฉันยังไม่ยากตายน่ะเฟ้ย”

รปภ.ในชุดยูนิฟอร์มพูดอย่างร้อนรน เพราะตอนนี้สถานการณ์เลวร้ายมาก หลังจากที่เขากดปุ่มมอบคำสั่งให้กับหุ่นโดรนพวกมันก็หมดสภาพหมดทุกตัวหลังจากคลื่นเสียงประหลาด และรปภ.ในชุดเกราะกดปุ่มบางอย่างบนกำไลข้อมือของเขา ขณะวิ่งไปด้วย

ทางฝั่งรปภ.ในชุดยูนิฟอร์มเองก็สงสัย ถ้าพูดถึงเสียงประหลาดนั้นแล้ว

“แฮ่กๆ เห้ นายรู้ไหมมันคืออะไร”

รปภ.ในชุดยูนิฟอร์มถามเพื่อนของเขา

“ฉันดูแล้ว เมื่อกี้น่าจะเป็นโปรแกรมรีเซตระบบ แต่ไม่คิดว่ามันจะปิดระบบเครื่องจักรทั้งหมดในสำนักงาน ระบบสื่อสารของฉันก็ใช้การไม่ได้เหมือนกัน”

“แล้วคนอื่นๆล่ะ จะทำไงดี”

รปภ.ในชุดยูนิฟอร์มพูดอย่างร้อนรนเป็นเพราะเขาไม่ระมัดระวัง จึงทำให้เรื่องทุกอย่างเลวร้ายถึงขีดสุด

แต่ดูเหมือนเพื่อนของเขาจะไม่ได้สนใจคำพูดของเขาเท่าไร เขามองบริเวณโดยรอบตลอดเวลาที่กำลังวิ่งอยู่ แถมยังโยนของบางอย่างไปตามทางเดินอีกด้วย

“มานี้”

รปภ.ในชุดเกราะกล่าวกับเพื่อนของเขาสั้นๆของฉับไว เขาจึงวิ่งเลี้ยวเข้าไปที่หัวมุมเล็กๆทางซ้ายทางเดินที่มีลักษณะเป็นรูปตะขอ ก่อนที่จะกระชากเพื่อนของเขาเข้าไปด้วย เพื่อนของเขากระแทกเข้ากับกำแพงข้างๆอย่างจัง

“โอ้ย เห้ นายทำอะไร น่ะ ปีเตอร์”

เขาพูดออกมาพลางลูบช้อศอกของเขาที่กระแทกกับกำแพงจนเข้ารู้สึกได้ว่ามันคงจะช้ำในจากแรกกระแทกแน่ๆ

เขาหยิบระเบิด C 4 ขนาดหนึ่งฝ่ามือออกมาวางไว้บนพื้น ก่อนที่เขาจะวางกระเป๋าเหล็กที่สะพายอยู่วางบนพื้น

เขากดรหัสบางอย่างตรง พร้อมกับหลอดที่มีของเหลวสีเขียวเข้มกับหลอดที่มีของเหลวสีขาวใสออกสีเหลืองที่เก็บไว้ในกระเป๋าเหล็กที่เขาสะพายอยู่ออกมาวางบนพื้น และเขายังค้นในกระเป๋าดังกล่าว และหยิบชิ้นส่วนปืนขึ้นมาประกอบอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะตบท้ายด้วยซองกระสุนขนาดใหญ่ประกอบเข้ากับตัวปืน ปืนกลสีดำที่มีซองกระสุนขนาดใหญ่าเขาจับปากกระบอกปืน ก่อนที่จะโยนให้กับเพื่อนของเขาอย่างเต็มแรง ซึ่งเพื่อนของเขาก็รับอย่างร้อนรน ว่ามันจะตกพื้นจะปืนลั่นหรือไม่

“นายทำอะไรว่ะ เสียวน่ะว้อย”

เพื่อนของเขาบ่นออกมา หลังจากเขาคว้าปืนกระบอกนั้นได้อย่างหวุดหวิด

“ฉันยังไม่ได้ปลดเซฟ ไม่ต้องกลัวหรอก” 

ปีเตอร์เหล่าอย่างใจเย็น ขณะตั้งหน้าตั้งตา ผสมของเหลวตรงหน้าอยู่ ขณะที่เพื่อนของเขาทำสีหน้าโล่งอก

“พวกมันจะมาแล้ว ช่วยยิงต้านให้ฉันหน่อย แค่ครู่เดียวเท่านั้น”

ปีเตอร์พูดออกมา ขณะที่ยังบรรจุของเหลวลงในระเบิด

“ตึก ๆ ๆ”

เสียงฝีเท้าจำนวนมากดังขึ้นมากตามทางเดินแคบๆ ที่ทำให้เพื่อนของเขามองออกไป

เมื่อมองไกลออกไปก็พบคนที่สวมชุดสีดำวิ่งมาตามทางเป็นจำนวนมาก และพวกมันยังพกอาวุธหนักอยู่ด้วย

เมื่อเหล่าชุดสีดำเห็นรปภ. พวกมันก็เร่งความเร็ววิ่งมาอย่างบ้าคลั่ง แถมพวกมันยังเอาปืนเล็งมาทางทิศทางของพวกเขาอีก

“ปัง ๆๆๆๆๆๆ”

เสียงปืนกลดังสนั่น จนรปภ.ในชุดยูนิฟอร์มต้องหลบเข้าข้างกำแพงอีกครั้ง กระสุนจำนวนมากชนเข้ากับกำแพงเหล็กจน สะเก็ดไฟกระจุยกระจายไปทั่ว

“แฮ่”

เสียงคำรามดังสนั่นหลังเสียงปืน พวกสูทดำบางตัวชักกรงเล็บเหล็กวิ่งมาทางพวกเขาแล้ว และเขามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเสียงกรงเล็บเหล็กที่เสียดสีจนมีแสียงแสบแก้วหูไปทั่ว

“ไอบ้าเอ่ย”

“ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

รปภ.ในชุดยูนิฟอร์มบ่นสถบออกมา เขารีบนั่งชันเข่าพิงกำแพงด้านข้าง ก่อนที่จะกางขาปืนยึดเข้ากับกำแพงด้านข้าง และรีบยิงกระสุนไปทางเหล่าชุดดำ เพื่อปกป้องตัวเขาเอง

กระสุนจำนวนมากที่ออกมาจากปืนกลสีดำที่ีดัดแปลงเป็นพิเศษ ทำให้ตัวปืนสามารถลั่นกระสุนจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว

แต่พวกชุดดำก็ยังวิ่งมาอย่างไม่เกรงกลัวคมกระสุนที่สาดออกไป พวกมันใช้กรงเล็บเหล็กทั้งสองข้างมาป้องกันส่วนหัว กับส่วนตัวของมัน ในทันที หลังจากทีพวกมันเห็นสะเก็ดไฟจากปากกระบอกปืน

เนื่องจากกระสุนจำนวนมากที่สาดออกจากปากกระบอกปืนที่ถูกดัดแปลง ออกมาด้วยอัตราการยิงต่อนัดที่สูงมาก และการยึดปืนเข้ากับกำแพงก็ช่วยลดแรงถีบจากการยิงได้อีก ก็สามารถทำให้พวกมันบางตัวที่ถูกคมกระสุนจนล้มลง บางตัวถูกยิงเข้าที่ไหล่จนมือเหล็กที่ใช้ป้องกันใบหน้าสะบัดออก จนถูกยิงเข้าที่หัวหระจุยเป็นชิ้นๆ พร้อมกับเศษเนื้อที่กระจายไปทั่ว

แต่พวกมันก็ยังคงวิ่งเข้ามาอย่างไม่ลดละ ระยะทางระหว่างพวกเขากับพวกมันลดลงเรื่อยๆ

“ปัง ๆๆๆๆ แกร๊กๆ”

“บ้าเอ๊ย! กระสุนหมด”

กระสุนจากปืนกลหมดลงหลังจากยิงต่อสู้ เขารีบหันหลังไปล้วงซองกระสุนปืนอีกซองขึ้นมาในทันที

ในขณะนั้นเองที่เขากำลังบรรจุกระสุน เหล่าชุดดำก็รีบวิ่งมาอย่างรวดเร็ว เพื่อที่มันจะเข้าระยะสังหารของกรงเล็บเหล็ก

ทางฝั่งรปภ.ที่ยังบรรจุกระสุนอยู่หันไปมองเพื่อนของเขาที่ยังคงผสมระเบิดอย่างระมัดระวังอยู่ ก็แสดงสีหน้าเครียดออกมาในทันที เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าหลังบรรจุกระสุนเสร็จ คงไม่สามารถที่จะป้องกันมันได้ทัน

‘เป็นไงเป็นกันว่ะ ถ้าพวกแกไม่ตาย ก็ฉันตาย’

รปภ.นึกขึ้นในใจ ก่อนที่จะจะขึ้นลำกล้องบรรจุกระสุนจนเสร็จ

 “อย่ายิงช่วงบน ให้ยิงที่ขาของพวกมัน ยื้ออีกสักนิด”

เสียงของปีเตอร์ดังขึ้นมาหลังที่เพื่อนของเขาบรรจุกระสุนเรียบร้อย

“ไอบ้าเอ่ย แกผสมอะไรก็ไม่รู้ รีบๆดิ ต้านพวกมันจะไม่ไหวแล้ว!”

เพื่อนของเขาพูดออกมา และเขาก็เตรียมยิงอีกครั้ง

“เป้ง เป้ง”

รปภ.รีบหลบเข้ามุมในทันทีที่ฝั่งชุดดำสาดกระสุนเข้าใส่ตัวเขา ที่กำลังเตรียมประทับยิงอีกครั้ง

“เวรเอ่ย!”

สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ ระยะห่างที่ใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้ห่ากระสุนที่พุ่งเข้ามาแม่นยำขึ้น แถมพวกมันยังสลับหน้าที่กันยิงเพื่อที่จะได้ยิงเพื่อทำลายจังหวะของเป้าหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เป้าหมายยิงตอบโต้ ตัวที่อยู่ด้านหน้าก็ค่อยเป็นโล่เนื้อให้กับตัวที่อยู่ด้านหลังที่กำลังบรรจุกระสุนเพื่อเตรียมตัวยิงอีกครั้งสลับกันไป

“ทำอะไรเลยไม่ได้หรือยังไง”

รปภ.พูดออกมาขณะหลบอยุ่มุมกำแพงที่มีกระสุนปลิ้วว่อนไปหมด เสียงกระสุนกระทบกับกำแพงเหล็กจนเสียงเหล็กกระทบดังไปทั่ว

“บอกแล้วให้สวมเกราะ”

ปีเตอร์กล่าวออกมาก่อนที่เขาจะลุกขึ้นมาหลังประกอบระเบิดที่เขาต้องการเสร็จเรียบร้อย เขาคว้าปืนที่อยู่ในมือของเพื่อนของเขาในทันที ก่อนที่จะเดินออกจากมุมกำแพง

“นายจะทำบ้าอะไร เห้ย นั้นกระสุนจริง เหล็กทั้งดุ้นน่ะ”

เพื่อนของเขาพูดอย่างร้อนรน หลังจากที่เห็นเพื่อนของเขาเดินออกไปนอกมุมกำแพง

ปีเตอร์ถือปืนกลสาดเขาใส่เหล่าชุดดำอย่างไม่เกรงกลัว ต่อคมกระสุนตรงหน้า

“เป้ง เป้ง”

เสียงกระสุนกระทบกับชุดเกราะดังไปทั่ว แต่คมกระสุนกับไม่อาจเจาะทะลุชุดเกราะได้เลย

“ก็บอกแล้วให้สวมเกราะ”

ปีเตอร์พูดย้ำความคิดเดิม เขาสาดกระสุนใส่ช่วงล่างของเหล่าชุดดำ เหล่าชุดดำที่ไม่ได้ป้องกันส่วนขา คมกระสุนเจาะทะลุขาของพวกมัน จนขาเป็นแผลเหวอะหวะ เศษเนื้อกับเศษเหล็กกระเด็นออกมาจากขาของพวกมัน เมื่อขาที่เป็นส่วนรับน้ำหนักของร่างกายได้รับบาดเจ็บ ขาของมันบางตัวก็ขาดและล้มลงในทันที ในเมื่อพวกมันที่อยู่ด้านหน้าก็ล้มลง ตัวที่อยู่ด้านหลังที่วิ่งตามมาด้วยความเร้ว ก็ไม่อาจหยุดวิ่งได้ทันจนสะดุดล้มกันไปหมด

“เป็นกึ่งเครื่องจักรงั้นหรือ”

ปีเตอร์พูดออกมาขณะที่ยังสาดกระสุนไม่หยุด จากที่เขาสังเกตเมื่อครู่นี้ ที่พวกมันบางตัวมีกรงเล็บเหล็กขนาดใหญ่ เสียงเหล็กกระทบกันเมื่อถูกยิงจากกระสุน เศษเหล็กที่กระเด็นออกมา รวมทั้งขาที่ขาดออก คงเป็นเพราะร่างกายภายในบางส่วนเป็นโลหะที่มีน้ำหนักหนักทำให้ขาที่รับน้ำหนักต้องแข็งแรง แต่เมื่อส่วนขาที่รับน้ำหนักได้รับความเสียหาย จึงไม่แปลกที่ขาของพวกมันจะหักในทันทีหรือขาด

“นี้ประกอบปืนเป็นไหม”

ปีเตอร์หันหน้ามามองเพื่อนของเขาเล็กน้อย ตอนนี้เพื่อนของเขากำลังหายใจอย่างแรงหลังจากที่ต้องเสี่ยงหับคมกระสุนเมื่อครู่

เขาหันไปทางปีเตอร์ ขณะที่ยังหอบอยู่

“แฮ่ก พ...พอได้ แฮ่ก”

“งั้นประกอบเลย กว่าที่ระเบิดที่ฉันทำขึ้นมาจะสามารถใช้งานได้ต้องรออีกหน่อย”

ปีเตอร์ออกคำสั่งให้กับเพื่อนของเขาอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาที่งุนงงของอีกฝ่าย

“นายผสมระเบิดอะไร”

เพื่อนของเขาถามด้วยความกลัว เพราะในทางเดินแคบมีโอกาศที่แรงกดดันกับความร้อนที่ออกมาจากระเบิดจะฆ่าพวกเขาทั้งสองคน

อย่าเพิ่งพูดมาก รีบทำเลยดีกว่า

ปีเตอร์พูดเสียงดังออกมาเพื่อบังคับให้เพื่อนของเขารีบเตรียมพร้อมรบในทันที เพราะกระสุนในรังเพลิงของเขาอาจจะหมดลงในไม่ช้า ถ้าไม่มีคนมาช่วยยิงต้านล่ะก็ ได้เข้าระยะสังหารของพวกมันแน่ๆ ซึ่งเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าชุดเกราะขนาดใหญ่ที่สวมใส่อยู่จะป้องกันกรงเล็บเหล็กขนาดใหญ่ของพวกมันได้หรือไม่ และถ้ามีพวกมันที่เป็นพวกดัดแปลงเป็นพิเศษหรือพวกใหม่ล่ะก็ เขาคงต้านพวกมันไม่อยู่แน่ๆ

 

“แกร๊ก แกร๊ก”

“ฮืม”

ขณะที่ปีเตอร์กำลังคิดอยู่อย่างนั้น เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างที่ผิดปกติ มันเป็นเสียงเหล็กกระทบกันอย่างรวดเร็ว แต่ก็ดูเหมือนเสียงเหล็กแตกด้วยเช่นกัน

เขามองไปทางต้นเสียงที่ไกลออกไป ก็พบว่า

มีเหล่าชุดดำที่ใส่เสื้อสีดำมีหลายสีส้มและมีส่วนหัวเป็นหมวกเหล็กทรงสี่เหลี่ยม กำลังใช้กรงเล็บเหล็กปีนป่ายกำแพงเหล็กเข้ามาด้วยความรวดเร็ว

‘พูดไม่ทันขาดคำ อย่างที่คิดมีพวกใหม่มาอีกงั้นหรอ’

ปีเตอร์ใช้ปืนกลยิงกราดไปที่พวกใหม่อย่างรวดเร็ว กระสุนโดนเข้ากับร่างกายของพวกมันอย่างจัง แต่พวกมันก็ยังปีนป้ายเข้ามาอย่างรวดเร็วถึงแม้จะมีบางตัวถูกยิงจนหล่นลงมาบ้าง แต่จำนวนของพวกมันที่มีมากมาย รวมทั้งพวกมันที่ถูกยิงล้มตั้งแต่แรกบางตัวก็ลุกขึ้นมาแล้ว บางตัวที่ขาขาดหรือท่อนล่างกลายเป็นเศษเนื้อ ก็คลานเข้ามาด้วยความรวดเร็วแบบไม่เกรงกลัวความตาย เสียงกรงเล็บเหล็กที่ใช้คลานบนพื้นส่งเสียงดังน่ากลัว

“ปีเตอร์ กระสุน!”

เพื่อนของเขาโยนซองกระสุนใหม่ให้เขาในทันที และยังหยิบปืนขึ้นมาช่วยเขายิงคุ้มกันอีกด้วย

“กว่าจะออกมาเสียเวลาชะมัด”

ปีเตอร์แขวะออกมา พร้อมกับประทับปืนยิงไปทางศัตรูที่อยู่ตรงหน้า

“เอาน่า เมื่อกี้ก็เหมือนกัน แกยังปล่อยให้ฉันยิงอยู่คนเดียวอยู่เลย”

เพื่อนของเขาแขวะกลับ

“ฮึ เอาเถอะ ฉันยิงไอพวกตัวที่ปีน ส่วนแกยิงไอพวกที่กำลังวิ่งมาด้วยล่ะ เออ เน้นที่ขาเป็นพิเศษ”

ปีเตอร์ออกคำสั่งอย่างฉับพลันให้เพื่อนของเขา

“ฮึ”

ซึ่งอีกฝ่ายก็ส่งเสียงให้เบาๆพร้อมกับพยักหน้าช้าๆ เป็นเชิงตกลง

หลังจากนัดแนะกับเรียบร้อย ทั้งสองก็สาดกระสุนใส่เป้าหมายที่ตกลงกันในทันที

พวกเขาทั้งสองสาดกระสุนตามที่ตกลงกัน รปภ.ในชุดยูนิฟอร์มลั่นไกใส่ขาเหล่าชุดดำที่วิ่งเข้ามา จนพวกมันล้มลง ส่วนบางตัวที่คลานต้องใช้แขนทั้งสองข้างในการคลานแทนขาที่ใช้การไม่ได้ ขึงไม่อาจใช้กรงเหล็กที่เป็นเล็บของตัวมันเองป้องกันส่วนสำคัญอย่างศรีษะได้ จึงถูกคมกระสุนเจาะกระโหลกจนมันสมองกระจุยกระจายไปทั่วกันถ้วนหน้า

ทางฝั่งปีเตอร์ที่ลั่นไกใส่พวกที่กำลังปีนป้ายอยุ่ ก็สั่งเกตได้ถึงอะไรบางอย่าง

‘พวกที่มีลายสีส้มมันอึดกว่าพวกปกติแหะ กรงเล็บของมันที่ใหญ่กว่าพวกชุดดำธรรมดา แถมยังสามารถเจาะเข้าไปในกำแพงเหล็กจนมันสามารถปีนป้ายได้อิสระ ทั้งที่โลหะที่ใช้ทำกำแพงยังสามารถป้องกันกระสุนปืนไรเฟิลขนาด12.7 มม.ได้ แสดงว่าโลหะที่ทำเป็นกรงเล็บที่มือต้องมีความทนทานสูงมากเป็นพิเศษรวมทั้งกำลังแขนของตัวมัน การยิงเข้าบริเวณมือเพื่อให้เกิดกรณีแขนขาขาดแบบ พวกชุดดำธรรมดาคงเป็นไปได้ยาก และส่วนที่น่าจะเป็นหัวของมันยังเป็นเหล็กอีก เจอพวกลำบากอีกแล้วสิ’

“เดฟ อย่าให้พวกตัวสีส้มเข้ามาได้เด็ดขาด”

ปีเตอร์ออกคำสั่งให้กับเพื่อนของเขา

ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าด้วยเช่นกัน เพราะทางเดฟเองก็เห็นได้จากการปะทะกัน ถึงตัวเขาจะอาศัยปีเตอร์ที่สวมชุดเกราะหนักขนาดใหญ่ที่สามารถป้องกันคมกระสุนของพวกมันได้ แต่ทางฝั่งพวกมันที่เน้นจำนวนเข้าว่า กับพวกเขาที่มีแค่สองคน เดียวแค่สองคน...

“นี้ปีเตอร์”

เดฟถามเพื่อนของเขาไปด้วยแอบข้างกำแพงยิงสู้พวกชุดดำไปด้วย

“อะไร อย่ามองหน้าฉัน มองพวกมัน”

ปีเตอร์ถามเพื่อนของเขาที่มองหน้ามาทาง พลางทำตาเอียงมาเล็กน้อย

“ระบบการสื่อสารใช้ได้หรือยัง จะได้ติดต่อคนอื่น แบบว่าจะขอกำลังเสริมอะไรพวกนี้”

ปีเตอร์ถอนหายใจออก พลางส่ายหน้าว่าตอนนี้เขาติดต่อไม่ได้นั้นเองซึ่งตัวเขาได้แต่ภาวนาว่าพวกเขาจะปลอดภัย และในขณะนั้นเอง

“ปี๊บ ปี๊บ”

เสียงจากเครื่องมือบางอย่างที่วางบนพื้นที่ปีเตอร์ใช้ผสมระเบิดก็ส่งเสียงออกมา และไฟกระพริบก็ส่องแสงสีฟ้า

“เสร็จแล้วสิน่ะ”

ปีเตอร์พูดจบก็สะพายปืนเก็บไว้ที่หลังของเขาในทันที ก่อนที่จะคว้าเดฟเหวี่ยงเข้าไปมุมกำแพงอีกครั้ง

“อ๊อก มันเจ็บน่ะเห้ย”

เดฟเอามือจับแผ่นหลังของเขา หลังที่ถูกจับเหวี่ยงชนกำแพงเหล็กทั้งดุ้นจนหลังช้ำเป็นครั้งที่สองของวันนี้ เขาลูบหน้าของเขา ก่อนที่จะมองไปที่เพื่อนของเขา

ปีเตอร์กดปุ่มบนเครื่องดังกล่าวก่อนที่จะหยิบแท่งโลหะสีขาวขุ่นแกมเหลืองออกมากำไว้ในมือ

เขาเอาหลังชิดกำแพง พลางหลับตาลง

“เดฟ เอาหลังชิดกำแพงไว้ฉันจะจุดชนวนระเบิด”

ปีเตอร์พูดจบก็เอาหูแนบกำแพงเพื่อฟังเสียงของพวกชุดดำที่กำลังดาหน้ามาเข้าใกล้เรื่อยๆ

“เออ ไม่เป็นไรแน่น่ะ ถ้า..”

เดฟพูดพลางตัวสั่น หลังชิดกำแพง เขากลัวว่า ระเบิดที่ใช้เวลาสร้างนานขนาดนั้น อาจเอาชีวิตเขาได้

“แฮ่”

ไม่ทันที่เดฟจะพูดจบ ชุดดำที่มีหลายสีส้มก็โผล่หัวเข้ามาหาพกวเขา พร้อมกับกรงเล็บขนาดใหญ่ที่พุ่งมาทางพวกเขา

“ตอนนี้หล่ะ!”

“ตูม”

เสียงของปีเตอร์ดังขึ้น พร้อมกับหมัดซ้ายที่พุ่งเข้ากลางลำตัวของชุดดำลายสีส้มอย่างเต็มแรง ชุดเกราะของเขามีไอสีเหลืองออกมาตามข้อต่อเกราะก่อนที่เขาจะผลักตัวมันจนชนเข้ากับตัวที่อยู่ด้านหลังจนล้มลง

“เปิดระบบป้องกันสูงสุด”

ปีเตอร์กล่าว เขาหันลำตัวด้านขวาไปทางพวกชุดดำ และขณะเกราะรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนฟ้า ที่ติดอยู่บนไหล่ขวาของเขากางออกเป็นรูปลูกศร ก่อนกางออกอีกครั้งเป็นกรอบทรงสี่เหลี่ยมรูปว่าว

กรอบทรงสี่เปลี่ยมรูปว่าวกางออกและทำการปล่อยคลื่นพลังงานสีฟ้าออกมาจนกลายเป็นชั้นฟิลม์โปร่งแสงขนาดกว่า 2 เมตร ซึ่งมีรัศมีคลุมตัวเขากับเดฟเอาไว้ทั้งหมด

“แฮ่”

เหล่าชุดดำที่ถูกกระแทกจนล้มระเนระนาด เหล่าตัวที่อยู่ด้านหลังต่างส่งเสียงคำรามออกมา พวกมันพยายามลุกขึ้น ส่งเสียงคำราม พร้อมกับชักกรงเล็บเตรียมโจมตีอีกครั้ง

“ไอพวกโง่เอ่ย”

ปีเตอร์พูดออกมาเบาๆ

ชุดดำลายสีส้มที่อยู่ด้านหน้าสุด สังเกตคำพูดของเขา และพบว่าในมือของเขาถือสวิตซ์สีแดงเล็กอยู่ๆ มันที่รู้สึกเหมือนมีอะไรแปลกอยู่ที่ท้องของมันจึงก้มลงมองจนเห็น แท่งโลหะสีขาวขุ่นอยู่

“ปี๊ป”

ปีเตอร์กดปุ่มชนวนเบาๆ พลางหยิบให้พวกเหล่าชุดดำ โดยที่ตัวลายส้มกำลังยืนค้างอยู่ ส่วนตัวหลังๆก็กำลังวิ่งเข้าใส่โดยไม่เกรงกลัวสิ่งใดๆ โดยที่พวกมันยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง

แท่งโลหะส่งแสงสีขาวจ้าออกมา

“ฮึม เดฟกลั่นหายใจซ่ะ”

ปีเตอร์พูดออกมาพลางยืนตั้งฐานอย่างมั่นคง บอกเพื่อนของเขาในชั่วพริบตา

“ฮูบ”

ทางฝั่งเดฟก็ทำตามคำสั่งแต่โดยดี เขากลั่นหายใจในทันที ขอแค่เขารอดจะให้ทำอะไรก็ทำ

“ฮ่า ย๊า”

เสียงคำรามของเหล่าสูทดำร้องระงมไปทั่ว แสงสีขาวกลายเป็นควันสีขาวอย่างฉับพลัน ก่อนที่ควันสีขาวครุ่นจะกระจายไปทั่วทางเดินแคบๆของสำนักงาน  

เหล่าสูทดำที่อยู่เปลวควัน ต่างส่งเสียงร้องอย่างทรมาณ เมื่อควันสีขาวกระทบกับตัวของพวกมัน เสื้อที่ปกคลุมบนตัวก็เกิดประกายไฟคลอกในทันที ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ร่างของพวกมันก็ถูกเปลวเพลิงคลอกทั้งตัว และไหม้เกรียมเป็นจุลในทันที เหล่าชุดดำที่ตามก็หยุดลงมองเหตุการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้น พวกมันกำลังวิ่งถอยหลัง

แต่พวกมันไม่ได้สังเกตวัตถุบางอย่างที่เป้าหมายของพวกมัน ที่โยนทิ้งไปตามทาง เมื่อวัตถุนั้นสัมผัสกับควันสีขาวเพียงเบาบาง วัตถุนั้นก็พลันระเบิดขึ้นในทันที และเกิดเป็นควันสีขาวจำนวนมหาศาลพวยพุ่งใส่พวกมัน โดยไม่ทันตั้งตัว

ร่างของพวกมันตามทางเดินถูกควันสีขาวย่างสดเป็นจุล กรงเล็บเหล็กที่พวกมันสวมใส่ละลายในทันทีแสดงให้เห็นถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุของควันสีขาวยามที่มันสัมผัส และผนังห้องที่ทำจากเหล็กกล้าเปลี่ยนเป็นสีแดงระอุ โลหะที่ใช้ทำก็เกิดการละลายอย่างเห็นได้ชัด

“ร้อนโว้ย ร้อน”

เดฟผละออกจากกำแพงที่ร้อนระอุ ถึงกำแพงด้านที่พวกเขาอยู่จะไม่โดนควันสีขาวโดยตรง แต่ก็ยังมีหลักการนำตัวร้อนที่เกิดจากโลหะอยู่ แผ่นโลหะบนกำแพงเริ่มแหวกออก ไอน้ำจำนวนมากออกมาจากกำแพง

“เหวอะ”

ในจังหวะนั้นเองที่เดฟก็ตกใจอีกครั้ง เนื่องจากเปลวควันสีขาวขุ่นได้เล็ดลอดมาทางผนังห้องที่กำลังละลาย โลหะค่อยๆละลายอย่างช้า รอยต่อระหว่างแผ่นโลหะของห้องค่อยๆแตกออกและควันสีขวาก็แทรกมาตามรอยแตกนั้น กำลังมาถึงตัวเขาในอีกไม่ช้า

“หืม น่าจะตอนนี้หล่ะ”

เมื่อเห็นเพื่อนของเขาผละออกจากกำแพง ปีเตอร์ก็ใช้มือซ้ายของเขาหยิบกระป๋องเหล็กสีขาวที่มีลายพาดสีฟ้าออกมา เขาใช้นิ้วโป้งเกี่ยวสลักของกระป๋อง ก่อนที่จะหย่อนมันลงบนพื้นในทันที

กระป๋องดังกล่าวปล่อยแก๊สสีฟ้าออกมา และก๊าซนั้นก็กระจายไปทั่วอาณาบริเวณอย่างรวดเร็ว และแก๊สสีฟ้ากับควันสีขาวขุ่นได้ปะทะกัน ควันสีขาวขุ่นก็เกิดค่อยๆกระจายตัวต่ำลง ก่อนที่มันจะกลายเป็นเมือกสีขาวฟ้าอยู่เต็มทางเดินไปหมด

หลังจากที่แก๊สสีฟ้ากระจายไปทั่วห้อง ควันสีขาวขุ่นก็เลยหายไป จนสามารถมองเห็นทางเดินได้ง่ายๆขึ้น

ปีเตอร์กดปุ่มบนกำไลของเขาอีกครั้ง เพื่อที่จะปิดระบบป้องกันของเขา โล่สีฟ้าหายไป และกรอบทรงสี่เหลี่ยมรูปว่าวพับกับไปที่เดิมอีกครั้ง

เขาเดินออกมาจากมุมกำแพง และดูสภาพของทางเดินยาวในปัจจุบัน

สภาพของทางเดินไม่เหลือสภาพเดิมเลยแม้แต่น้อย ผนังห้องที่เปลี่ยนเป็นสีดำไหม้ ผนังห้องที่เว้าแว้ง โลหะเหลวสีแดงที่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีดำยังคงกองพะเนินอยู่บนพื้น และซากศพจำนวนมากที่ไหม้เกรียม ยังคงมีส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังคงเหลือชิ้นส่วนร่างกายบางอย่างอยู่ แต่ก็แค่ส่วนน้อยเท่านั้นถ้าเทียบกับเมื่อสักครู่ที่วิ่งไล่ล่าพวกเขาด้วยจำนวนมหาศาล

เดฟเดินออกตามปีเตอร์ออกมา หลังจากที่เห็นปีเตอร์กำลังไล่เดินดุสภาพห้องดังเกล่า

“ระเบิดอะไรของนายเนี่ยแรงดีจัง ร้อนได้ใจจริงๆ”

เดฟพูดพลางเอามือลูบปากของเขา พลางเอามือแตะหลังที่เกือบไหม้จากการเอาหลังชนกำแพงเมื่อครู่

“ตอนที่ฉันวิ่งมากับนาย ฉันเอาฟอสฟอรัสขาวหย่อนไปตามทาง ส่วนระเบิดที่ฉันใช้เป็นระเบิด C 4 ขนาดเล็ก”

ปีเตอร์อธิบายพลางเอามือจับกระโหลกของพวกชุดดำขึ้นมาดู

เขาหยิบผ้าสีดำออกมาจากกระเป๋าของเขาขึ้นมา เช็ดกระโหลกของพวกมัน ก่อนที่จะอธิบายต่อ

“ส่วนสารเคมีฉันใช้เป็นยูเรเนียมเหลวกับฟอสฟอรัสขาวเหลว ช่วยด้วยเวลามันระเบิดจะได้กระจายได้เป็นวงกว้าง และเมื่อ... ตุ้ย!”

ปีเตอร์บ้วนน้ำลายใส่กระโหลก ก่อนที่จะขัดกระโหลกให้สะอาดจนเห็นกระโหลกของพวกสูทดำที่เป็นสีเงินแวบวาว

“และเมื่อมันกระจายตัวออก มันจะเผาและกัดกร่อนทุกอย่างที่อยู่ในอาณาเขตของมัน”

ปีเตอร์อธิบายต่อพลางกดปุ่มบนกำไลข้อมืออีกครั้ง และเล็งส่วนที่เป็นรูเล็กๆบนกำไลข้อมือไปทางกระโหลก

“แชะ”

เสียงแฟลชดังขึ้น พร้อมกับแสงสีขาวที่ออกมาจากรูบนกำไล

“เออ ปีเตอร์ข้อแบบละเอียดได้ไหม อยากรู้มากกว่านี้อ่ะ”

เดฟพูดพลางไล่เตะกระโหลกของพวกสูทดำกระเด็นกระดอนไปทั่ว เขานั่งยองๆพลางกดมือถือของเขาว่าเมื่อไรระบบมันจะใช้การได้นั้นเอง

“ถ้าอยากรู้ก็จะบอกให้ เนื่องจากทางที่เราวิ่งมาเต็มไปด้วยละอองน้ำที่เกิดจากระบบป้องกันอัคคีภัยที่ทำงานผิดพลาดจึงมีไอน้ำเต็มเส้นทางไปหมด ฟอสฟอรัสขาวน่ะ ถ้ามันโดนเข้ากับน้ำที่อยู่ในอากาศมันจะกลายเป็นกรดฟอสฟอริก เข้มข้น มันจะไหม้ทุกอย่างในบริเวณที่มันสัมผัส และที่ฉันใช้เป็นฟอสฟอรัสขาวในสภาพที่อัดเข้มข้นเป็นพิเศษ และยูเรเนียมที่ผสมเข้าไปเล็กน้อยยังทำให้มันมีอุณหภูมิสูงมากพอที่จะละลายเหล็กกล้าได้เลย”

ปีเตอร์พูดจบก็ใช้แรงแขนกระชากชิ้นส่วนกระโหลกออกมาส่วนหนึ่ง และเก็บมันเข้าไปในกระเป๋าของเขาในทันที

เดฟได้ฟังดังนั้นจึงเดินชี้นิ้วเข้ามาทางเข้า

“แล้วไอบาเรียที่แกใช้ป้องกันล่ะ มันไม่น่าใช้ของที่ชุดเกราะสำหรับรปภ.อย่างพวกเราจะมีได้เลยน่ะ”

เดฟถามเพื่อนของเขา เพราะเขาเองก็เคยใส่ชุดเกราะเต็มยศแล้วเหมือนกัน ชุดเกราะเขายังไม่มีอุปกรณ์สร้างบาเรียแบบนั้นอยู่เลย และของคนอื่นๆเองก็ไม่ยักจะมีเหมือนกัน

เมื่อได้ยินคำถามของเพื่อน ปีเตอร์จึงลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเพื่อนของเขาก่อนที่เอามือขวาวางลงบนไหล่ของเดฟ

“นี้ไม่ใช่สิ่งที่นายควรรู้น่ะไอเกลอ”

ปีเตอร์พูดกับเพื่อนของเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“แต่นายก็ไม่ควร...”

“ตูม”

“พลั่ก”

ไม่ทันที่เดฟจะพูดจบ ร่างของปีเตอร์ก็ลอยขึ้นไปกลางอากาศก่อนที่ร่างของเขาจะร่วงลงบนพื้นห่างจากจุดเดิม 10 เมตร

“นี้มันอะไรกัน!”

เดฟที่มองไปยังเพื่อนของเขาที่กระเด็นออกไป หันกลับมามองสาเหตุที่เพื่อนของเขาลอยขึ้นฟ้าในทันที

“เปรี้ยง อั๊ก”

ร่างของเดฟถูกบางอย่างกระแทกอย่างแรงจนไปชนเข้ากับกำแพง

“อู้ย เจ็บชะมัด”

เมื่อเขาหันไปมองก็พบ คนที่มีร่างกายเหลือเพียงครึ่งท่อนบน ร่างกายของสีแดงสด ที่มีแต่ร่องรอยโดนไฟเผาอย่างหนัก โลหะที่หัวของมันละลายจนมองเห็นสมองสีแดงสดของมันได้อย่างชัดเจน ใบหน้าของมันไหม้เกรียมจนสามารถเห็นฟันอันแหลมคมของมันโดยที่ไม่ต้องอ้าปาก และมันกำลังใช้แขนซ้ายที่เหลือเพียงข้างเดียวของมันคลานเข้ามา ซึ่งที่แขนของมันยังมีลวดลายสีส้มให้เห็นจางๆกับผิวหนังที่ไหม้เกรียมอีกด้วย

กรงเล็บเหล็กขนาดใหญ่ที่ละลายไปเกือบครึ่งขูดไปตามพื้นจนมีเสียงดังอีกครั้ง และมันกำลังคลานเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ

“มันรอดไปได้ไงเนี่ย”

ปีเตอร์นึกสงสัยพลางเอามือกุมท้องของเขา คงเป็นโชคดีที่มันใช้ศอกของมันกระแทกแทนที่จะใช้กรงเล็บขนาดใหญ่ของมัน

แต่มันไม่น่าจะรอดจากการระเบิดเมื่อครู่ จนกระทั้งเขาไปสังเกตเห็นบางอย่าง

ถึงจะสังเกตได้ยาก แต่่มันคือฝูงโครงกระดูกที่ไหม้เกรียมจำนวนมากที่เกาะกลุ่มกันเป็นชั้นๆและถ้ามองลอดโครงกระดูกจะเห็นได้ว่าตรงกลางของมันกลวงผิดปกติ

“บ่าน่าใช้พวกเดียวกันเป็นโล่หรือนี้ อ๊อก แค่กๆ”

เดฟพูดพลางไอออกมา มีเลือดออกมาเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บที่ถูกกระแทกเข้าที่ท้องอย่างแรง

เขาไม่คิดเลยว่าพวกมันจะฉลาดถึงขนาดย่อมสละชีวิตของตัวเองเพื่อให้มีตัวใดตัวหนึ่งรอดไปได้เพื่อเป้าหมายของพวกมัน เป้าหมายที่มีเพียงการฆ่าทุกอย่างที่พวกมันมองเห็น

“ฮว่า”

มันคำรามพลางใช้กรงเล็บทิ่มเข้าไปในพื้นพวกค่อยๆใช้แรงแขนจากแขนที่บาดเจ็บของมันคลานไปหาเป้าหมาย

ระยะห่างของทั้งสองใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ เดฟที่ตอนนี้ได้รับบาดเจ็บหนักที่ท้อง ของใช้มือของเขาล้วงไปตามส่วนต่างๆของร่างกายของเขา และเขาก็พบว่าตอนนี้ตัวเขาไม่มีอาวุธอะไรเลย ปืนของเขาน่าจะกระเด็นหายไปกลางฝูงซากศพขณะโดนโจมตีเมื่อสักครู่นี้แน่นอน

“แล้วปีเตอร์ล่ะ”

เดฟนึกถึงเพื่อนของเขา ก่อนที่จะมองไปยังร่างที่ยังนอนแน่นิ่งอยู่ ก็พบว่าปีเตอร์นอนคว่ำหน้าอยู่ ที่หลังของเขามีรอยกรงเล็บขนาดใหญ่สีแดงสดและมีเลือดไหลออกมาเป็นทางด้วย

“ปีเตอร์ ปีเตอร์ อย่าหลอกฉันน่ะว้อย ลุกขึ้นมาสิว้อย ฉันต้องการให้แกช่วยน่ะว้อย”

เดฟพยายามตะโกนอย่างสุดแรงเพื่อเรียกเพื่อนของเขาที่กำลังนอนคว่ำหน้าบนพื้น แต่ก็ไม่เป็นผล ปีเตอร์ยังคงนอนคว่ำหน้าอยู่เหมือนเดิมทุกกระเบียดนิ้ว

“เวรเอ่ย”

เดฟสถบออกมาเพราะครั้งนี้เขาคงไม่รอดแล้วแน่ๆ คงได้ตายแล้วจริงๆ และสูทดำที่ยังไม่ตายก็ได้คลานเข้ามาแล้ว เข้ามาเรื่อยๆ

เมื่อมันเข้ามาใกล้ตัวเดฟมากๆ มันก็ใช้แรงแขนอันมหาศาลของมันดันพื้นจนกระโดดเข้ามาหาเดฟ และใช้กรงเล็บขนาดใหญ่เตรียมโจมตีในทันที

‘ไม่รอดแล้ว’

เดฟหลับตาพลางยอมรับความตามตรงหน้า แต่ในขณะนั้นเอง

“ตูม”

เปรี้ยง

ก็เสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวันไหว พร้อมกับเสียงปืนดังขึ้น

“ปึก”

“อึ้ก”

เดฟส่งเสียงออกมาเบาๆ เขาค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าก็พบว่า สูทดำตัวดังเกล่าได้นอนบนร่างของเขา หัวของมันแหว่งอย่างเห็นได้ชัด มันสมองกับเลือดสีแดงไหลเจิ้งนองบนตัวของเขา

“ใครกันที่ช่วยเราไว้”

เดฟพยายามหันซ้ายหันขวาเพื่อหาที่มาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จนกระทั้งเขารู้สึกได้ว่ามีแสงสีขาวกำลังส่องมาที่ขาของเขา และยังมีเงาสีดำอยู่ภายใต้แสงที่ส่องเข้ามานั้น

เมื่อเดฟหันไปทางที่แสงไฟสว่างจ้าที่ทำให้เขามองเห็นไม่ชัด เขาเห็นเงาของคนๆหนึ่งปลายทางแสงนั้น และเมื่อเขาค่อยๆเพ่งม่องไปยังแสงนั้น เจ้าของเงาก็ค่อยๆเดินทางมาหาเขาอย่างช้าๆ จนตัวเดฟสามารถมองเห็นคนที่ช่วยเขาเอาไว้ได้ เขาสวมชุดโค้ทสีดำทมิฬที่ีมีฮู้ดสีดำไม่สะท้อนแสง

ชุดของเขาไม่เหมือนของพวกที่สวมชุดสีดำที่กำลังจะฆ่าเขาเลยแม้แต่น้อย ชุดของเขามีสีดำสนิททั้งตัวและถ้าสังเกตดีๆจะมีลายหกเหลี่ยมเป็นตารางอยู่บนเนื้อผ้าที่สะท้อนแสงนั้น ที่มือซ้ายยังมีปืนแม็กนั่มสีเงินที่ยังมีควันออกมาอยู่ เขายังมีฮู้ดสีดำที่ปิดสนิทจนมองไม่เห็นหน้าของเขา แต่ที่ๆแน่มันไม่จะใช่หน้ากากกันแก๊สพิษแบบไอพวกเมื้อกี้แน่นอน

“ขอบคุณที่ช่วยไว้”

เดฟกล่าวขอบคุณพลางใช้แขนดันซากศพที่เกือบเอาชีวิตของเขาไปไว้บนพื้นข้างๆ

ชายคนนั้นไม่ตอบ เขาควงปืนแม็กนั่มนั้นและเก็บไว้ใต้แขนเสื้อข้างซ้ายของเขา ก่อนเขาเดินมาหาเดฟท่ามกลางแสงสว่างนั้น

เดฟค่อยๆลุกขึ้น ก่อนที่จะพบว่าเขาแทบไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นเลย

“หมับ”

“เออะ”

บุรุษสีดำใช้แขนข้างซ้ายของเขาจับที่ร่างของเดฟก่อนที่จะยกขึ้น พร้อมกับเสียงสะดุ้งของเดฟ

เมื่อเดฟลุกขึ้นได้สนิท เขาก็หายใจเข้าออกอย่างช้าๆ ก่อนที่จะหันมองไปทางปีเตอร์ที่ยังนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น

“เราต้องไปช่วยปีเตอร์ นี้คุณขอยืมแรงหน่อยได้ม...”

สวบ

อ่ะ......

เดฟชะงักในทันที เขารู้สึกเจ็บปวดที่อกของเขาอย่างรุนแรง แต่ความรู้สึกนี้ตัวเขาเองก็บอกไม่ถูกเช่นกัน มันเป็นความเจ็บปวดที่แปลกประหลาด เขาจึงค่อยๆหันมาทางด้านหน้าของตัวเองก็พบว่า

ตรงหน้าของเขามีบุรุษสีดำที่ช่วยชีวิตของเขา ที่กำลังจ้องหน้าของเขาอยู่ในระยะที่ใกล้เอามากๆ ใกล้จนตัวเขาเองสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายใต้ฮู้ดสีดำสนิทนั้นอย่างชัดเจน หน้ากากสีดำที่สะท้อนแสงสีขาวอันเบาบาง หน้ากากที่มีลักษณะเป็นชั้นๆเหมือนกันขั้นบันได ที่มีส่วนที่เป็นจมูกเห็นเป็นแผ่นโลหะขนาดใหญ่เงิน ส่วนถัดมาเป็นสีดำทมิฬไร้แสงที่มีรูปเขี้ยวตรงสองมุมปาก และส่วนที่เป็นลูกตาที่เห็นเพียงแค่ขีดสีขาวเส้นเล็กๆเท่านั้น

เดฟที่รู้สึกอ่อนแรงจึงค่อยๆก้มหน้าลงมองสาเหตุที่ตัวเองเจ็บปวด และในทันใดนั้นเอง

“ซวบ”

เสียงดังขึ้นอีกครั้ง ร่างของเดฟค่อยๆล้มลงก่อนที่จะลงไปนอนกับพื้น ที่อกของเขามีรูขนาดใหญ่ที่มีเลือดจำนวนมากไหลทะลักออกมา เลือดสีแดง-ดำไหลทะลักออกมาไม่หยุด เลือดไหลนองเต็มพื้น พื้นที่รอบข้างค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน

เดฟใช้กำลังเฮือกสุดท้ายของตนพยายามมองไปทางบุรุษสีดำ ซึ่งที่แขนขวาของเขายังมีเลือดสีแดงที่ค่อยๆใหลไปตามชายเสื้อสีดำและหยดลงสู่พื้นดิน บุรุษสีดำสะบัดแขนขวาอย่างแรง จนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ก่อนที่เขาสะบัดตัวเดินจากไปในแสงสีขาวสว่างจนเงาสีดำนั้นได้หายไป

ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การมองเห็นของเดฟทั้งหมด ก่อนที่เขาจะค่อยๆหลับตาลงอย่างช้า และทุกสิ่งก็เงียบกริ่บราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกเลย




NEKOPOST.NET