P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 19 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.19 - เป้าหมาย


วันที่ 12 มีนาคม ปี ค.ศ. 2042 เวลา 17:11 น.

“อือ.. ที่นี้มันที่ไหนกัน แล้วผู้หมวดล่ะ คนอื่นๆด้วย”

ชายคนหนึ่งพูดออกมาอย่างแผ่วเบาอย่างไร้เรี่ยวแรง เขานึกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

ซึ่งเสียงของเขานั้นเบาบางมากจนไม่อาจเรียกว่าเสียงพูดได้เลยด้วยซ้ำ

“พลทหารเธอตื่นแล้วหรอ”

เมื่อได้ยินดังนั้นเขาจึงพยายามหันไปทางทิศทางของเสียง

“อึก”

พลทหารแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาพลางเอาแขนขวามาลูบตรงบริเวณอกของตัวเอง

“อย่าขยับดีกว่า กระดูกซี่โครงของเธอหักไป 6 ซี่ แถมปอดด้านขวายังฉีก แขนซ้ายหัก กล้ามเนื้อขาซ้ายมีอาการอีกเสบจากการกระแทกอย่างรุนแรงและกระดูกข้อเท้าขวาแหลกละเอียด อ่อและกล้องเสียงของเธอเองก็ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดคงพูดไม่ได้ไปสักพักใหญ่”

หลังได้ยินที่พูดพลทหารพยายามอ้าปากพูดอะไรบ้างอย่าง อะไรบ้างอย่างร้อนรน

เมื่ออีกฝ่ายเห็นท่าทีดังนั้นจึงถืออุปกรณ์บางอย่างขึ้นมา ทำให้เคลินสามารถมองเห็นหน้าอีกฝ่ายได้

สิ่งที่ชายหนุ่มเห็นคือหญิงสาวที่มีดวงตาสีดำสนิทใส่แว่นตากรอบสีขาว  เธอไว้ผมทรงโพนี่เทลสีดำแกมน้ำตาล และที่ขอบตาสีดำสนิท แถมมีตีนไก่เล็กๆตรงหางตา ตรงอกเสื้อของเธอติดป้ายชื่อ “อลิซาเบธ เวอร์มิลเลี่ยน สังกัดหน่วยรบต่อต้านอาวุธชีวภาพแห่งมหาสหพันธรัฐอเมริกาเหนือ หน่วยวิจัยอาวุธชีวภาพ”

‘คนของ NABF’

ชายหนุ่มรู้สึกทึ้งที่ตัวเองได้มาเจอกับสมาชิกของเหล่าบรรดานักรบหัวกระทิทั่วโลก ก่อนที่จะพบว่า

“!!!”

อลิซาเบธเอาอุปกรณ์บ้างอย่างแปะลงบนกระพุงแก้มของเคลวิน ก่อนที่หญิงสาวจะหยิบทัชแพดที่วางบนหัวเตียงขึ้นมา

“อุปกรณ์ที่ติดไปมีระบบเซนเซอร์ ที่สามารถสแกนการขยับของคุณและแสดงออกบนทัชแพดของฉันได้”

หญิงสาวนั่งไขว้ห้างขนโซฟาสีฟ้าลายลูกไม้สุดโปรดของเธอ พลางกดอะไรบางอย่างบนทัชแพด ก่อนที่เธอจะหยิบปากกาที่ด้านปลายจะฉายภาพสามมิติออกมา

“มีอะไรจะพูดก็บอกมา เพราะอีกเดียวถ้าพวกเราถึงฐานบัญชาการของฉัน คงต้องมีการผ่าตัดครั้งใหญ่เพื่อทำการจัดกระดูกกับปลูกสเต็มเซลล์เพื่อให้เท้าขวาและกล้องเสียงของคุณสามารถใช้ได้อีกครั้ง คุณพลทหารเคลวิน”

“!!!”

คำพูดนี้ทำให้เขานึกออกถึงสิ่งที่เขาจะพยายามจะถาม

เคลวินพยายามอ้าปากเพื่อพูดสิ่งที่ตัวเองอยากจะพูดพร้อมมองไปยัง ก่หญิงสาวที่กำลังจ้องมองบนทัชแพดด้วยสีหน้าหงุดหงิด และเธอก็ใช้นิ้วเรียวยาวของเธอดีดไปที่หน้าผากของเขาอย่างเต็มแรง

“อ..”

เคลวินร้องเสียงหลงออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะเห็นหญิงสาวชี้อะไรบางอย่างบนทัชแพดของเธอ

“หัดอ้าปากให้เป็นภาษาเดียวได้ไหม อ้าปากไม่เป็นภาษาเลย ตกลงเธอเป็นคนประเทศอะไรกันแน่ คุณพลทหารเคลวิน”

เธอชี้ไปยังทัชแพดของเธอที่ตอนนี้มีภาษาต่างๆนานาอยู่เต็มไปหมด จากการที่เขาจะพยายามกระเสือกกระสนพูดทั้งที่ตอนนี้ยังเปล่งเสียงออกมา

ไม่ได้จนมันมั่วไปหมด

เคลวินจึงหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ ก่อนที่จะค่อยๆทำปากเป็นภาษาของเขาเอง

“เป็นคนเดนมาร์กสิน่ะพลทหารเคลวิน บรูค ไม่เป็นไรถึงจะยังไม่เก่งภาษาเดนิชสักเท่าไร แต่ก็ยังโอเค”

อลิซาเบธนั่งมองทัชแพดของเธอเพื่อดูสิ่งที่ชายที่อยู่บนเตียงพยายามจะสื่อสาร ซึ่งแสดงเป็นภาษาเดนิช ซึ่งต่อให้ไม่ต้องดูตัวภาษาที่ตัวทัชแพดแสดงผลออกมาจากการขยับปาก เธอก็รู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นคนเดชมาร์ก จากฐานข้อมูลทางการทหารที่ทางสังกัดส่งให้เธอเป็นกรณีพิเศษ ที่จะแสดงข้อมูลพื้นฐานทั้งหมดด้วย

แต่แค่เธออย่างแสดงว่าเธอฉลาดกว่าคนอื่นๆมันก็เท่านั้นแหล่ะ พร้อมกับที่เธอใช้นิ้วชี้ซ้ายของเธอม้วนปอยผมให้กลม ก่อนที่จะกดปุ่มบนแว่นตาของเธอ

กระจกแว่นของเธอค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีฟ้า เมื่อแว่นกลายเป็นสีฟ้าจนมิด โดยที่ฝั่งชายหนุ่มไม่สามารถมองเห็นดวงตาของเธอเลย

เธอกดปุ่มบางอย่างบนปากกาเพื่อเปลี่ยนภาพฉายจากปากกาของเธอให้เบลอ เพื่อเปลี่ยนจุดโฟกัสให้เข้ากับภาพฉายบนแว่นตาของเธอที่ตอนนี้ฉายภาพเบลอที่คนอื่นๆไม่ทางดูรู้เรื่องมีแค่คนใส่ที่มีจุดโฟกัสเข้ากันตามกฎฟิสิกส์อย่างเธอเท่านั้นที่มองรู้เรื่องเท่านั้น

ทางชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังทำปากสื่อสารอยู่รู้สึกว่าตัวเขาจะเจอกับคนแปลกๆเข้าให้แล้ว หลังจากที่เธอจะเอาลูกอมเม็ดสีฟ้าหย่อนลงในถ้วยใสที่มีของเหลวสีน้ำตาลที่ดูเหมือนจะเป็นกาแฟอยู่จนมันเปลี่ยนเป็นสีฟ้าขุ่นเหมือนนมเย็นสีฟ้าก็ไม่ปาน

เคลวินอ้าปากพูด ทำให้อลิซซาเบธที่กำลังดูทัชแพดของเธอพร้อมดื่มของเหลวปริศนาอยู่ทำสีหน้าหงุดหงิดอีกครั้ง พร้อมพูดออกมา

“อย่ายุ่งน่า ฉันต้องใช้สมองแค่หย่อนลูกอมใส่กาแฟเพิ่มกลูโคสให้สมองเท่านั้นอย่าจุ้นให้มันมากนักจะได้ไหม”

‘นั้นไม่ใช้ของที่เอาไว้บำรุงสมองน่ะครับ’

เคลวินนึกขึ้นในใจ เพราะถ้าขืนทำปากอีกคงได้โดนตวาดอีกรอบแน่

“ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็เงียบซ่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะหัวหน้าสั่งมาให้ดูแลเธอ ปานนี้คงได้หลับสบายไปนานแล้ว ถึงจะนอนไม่ค่อยจะหลับสักเท่าไรก็เถอะ”

อลิซาเบธพูดจบพร้อมลุกขึ้นพลางเดินไปกดปุ่มอะไรบางอย่างตรงโต๊ะข้าง

เสียงกลไกบางอย่างทำงาน ก่อนที่พื้นตรงมุมห้องจะแยกออก จนปรากฏเตียงลูกไม้สีฟ้าขึ้นมาเหนือพื้น

“ถ้าไม่มีอะไรจะพูดเดียวฉันให้ยานอนหลับทางสายพานให้”

อลิซาเบธพูดพลางวางแก้วกาแฟบนโต๊ะก่อนที่เธอจะสังเกตอะไรบางอย่างบนทัชแพดของเธอ

เธอมองเล็กน้อยพลางตบแก้มของเธอเพื่อเรียกสติที่สะลึมละลือของเธออีกครั้ง พร้อมกับเดินไปนั่งบนโซฟาอีกครั้ง ก่อนที่จะอ้าปากหาวเล็กน้อย

“ฮ้าว...! ถามว่า ‘ที่นี้คือที่ไหน’ งั้นสิน่ะ”

อลิซาเบธพูดพลางมองไปยังเคลวิน ที่ตอนนี้ทำสีหน้าสงสัยเหมือนอยากรู้คำตอบจากปากของเธอ

อลิซาเบธบิดคอของเธอไปมาพลางเอามือทั้งสองข้างวางบนตักของเธอ

เธอกดปุ่มเล็กๆบนโต๊ะของเธอ ซึ่งทำให้เตียงที่เคลวินนอนอยู่เอียงตัวโดยที่ด้านศรีษะขึ้นบน พร้อมกับฉายสไลด์ที่เลื่อนลงมาตรงหน้า

“ที่นี้มหาสมุทรแอนแลนติกพวกเรากำลังมุ่งหน้าไปยังสุดขอบทางทิศตะวันออกของแคนดา ซึ่งก็คือศูนย์บัญชาการใหญ่ของพวกเรา ส่วนยานพาหนะที่พวกเรากำลังโดยสารไปคือศูนย์บัญชาการชั่วคราวของพวกเราเหล่า NABF ยานรบสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกขนาดยักษ์ที่มีชื่อว่า Aim(จุดมุ่งหมาย) ลำนี้ โดยที่ยานรบนี้ฉันเป็นคนออกแบบขึ้นมาเองทั้งลำ”

อลิซาเบธพูดพลางใช้ปากกาสามมิติของเธอชี้ไปยังรูปสามเหลี่ยมสีเขียวบนแผนที่

“สามเหลี่ยมนี้คือพวกเรา ส่วนเส้นสีเขียวเข้มคือเส้นทางที่เราใช้ในการเดินทาง”

อลิซาเบธพูดจบพลางวางปากกาเพื่อดูทัชแพดของเธออีกครั้งเพื่อจะดูว่าพลทหารตรงหน้าจะถามอะไรอีกบ้าง

หลังจากที่ได้ยินคำพูดของหญิงสาว เคลวินจึงอ้าปากถามอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ดูเหมือนอีกฝั่งจะตอบคำถามของเขาไม่ได้ เพราะหญิงสาวแบมือขึ้นพลางส่ายหัว

“อ่อ... ฉันไม่ได้ไปเจอนายหรอกน่ะ แต่เดียวจะลองเรียกคนที่แบกนายมาที่นี้ก็แล้วกัน ”

อลิซาเบธกดปุ่มบางอย่างบนทัชแพด

“เฮ้! เรียก ลิซ่ามาที่ช่องสื่อสารหน่อยสิ”

อลิซาเบธพูดจบก่อนที่จะชี้ไปยังฉายสไลด์อันเดิม

ฉายสไลด์เปลี่ยนจากรูปแผนที่ขนาดใหญ่กลายเป็นหน้าของทหารที่ใส่หมวกปิดมิดชิด

“มีอะไรให้ช่วยงั้นหรือค่ะ คุณเวอร์มิลเลี่ยน”

ทหารหญิงถาม

อลิซชี้ไปยังเคลวินที่นอนอยู่ยนเตียง

“เธอไปเจอเจ้านี้ที่ไหน”

อลิซาเบธถาม

เมื่อได้ยินดังนั้นทหารหญิงจึงมองไปยังเตียงคนไข้ เมื่อเห็นคนไข้ เธอจึงพยักหน้าทีหนึ่ง ก่อนที่จะหันกลับมา

“พวกเราเจอเขาระหว่างทางไปจุดนัดพบค่ะ”

ทหารหญิงพูดพลางทำท่าชี้ไปยังเคลวินที่นอนบนเตียง

“เขากระเด็นออกมาจากตัวตึกที่ระเบิดค่ะ และเขาเป็นคนที่รอดชีวิตคนเดียวจากการระเบิดนั้นด้วยค่ะ”

“!!!”

เคลวินแสดงท่าทีกระเสือกกระสนในทันทีเขาแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ทหารหญิงคนนั้นพูดเลย พลางอ้าปากยกใหญ่

“บอกแล้วว่าจะพูดมาก ภาษาไม่รู้เรื่องอีกแล้ว พูดช้าๆดิ รำคาญแล้วน่ะ”

อลิซาเบธพูดพลางทำหน้ารำคาญไปด้วย

“หึ จะบอกว่า ‘ในตึกนั้นยังมีพวกพ้องของเธออยู่สิน่ะ’”

อลิซาเบธพูดพลางชี้ไปยังฉายสไลด์ ก่อนที่ทหารหญิงจะกล่าวต่อ

“พวกเราทำการเช็คด้านในตึกแล้ว”

ทหารหญิงกล่าวก่อนที่จะมองไปยังคนไข้ที่อยู่ยนเตียงด้วนสายตาเสียใจ

“ถึงจะไหม้เกรียมไปหมดแล้ว แต่ก็ยังยืนยันได้ว่า ร่างผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นทหาร ใช่ ‘เป็นทหารที่หน่วยของเธอสังกัด’อยู่ทั้งหมด”

ทหารหญิงกล่าว ก่อนมองไปยังอีกฝ่ายที่ตอนนี้น้ำตากำลังคลอเบ้าอยู่

“ขอโทษที่พวกเราไปถึงช้าเกินไปจนหน่วยของเธอทั้งหมดต้อง...”

ทหารสาวพูดก่อนที่จะพยายามถอดหมวดของเธอ

“ไม่ต้องหรอกลิซ่า ที่เหลือเดียวฉันจัดการเอง เธอไปทำหน้าที่ของเธอต่อเถอะ”

อลิซาเบธพูดตัดบทเพราะเธอไม่อยากเสียเวลากับการทำความเคารพคนที่ตายไปแล้วเท่าไร สำหรับเธอแล้วอะไรที่มันข้ามๆได้ก็ข้ามไป เพราะการประหยัดเวลาได้แม้แต่วินาทีเดียวก็ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากเดิมได้

เธอสะบัดมือเป็นเชิงให้ทหารหญิง ก่อนกดปุ่มเพื่อปิดฉายสไลด์ในห้อง

เธอลุกขึ้นก่อนที่จะหันหลังให้พลทหาร

“ก็อย่างที่เธอคิดนั้นแหล่ะ ทุกคนที่เธอสังกัดอยู่ตายหมดแล้ว จะกระเสือกกระสนตอนนี้ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก ดีไม่ดีจะทำให้ร่างกายมันพังหนักกว่าเดิมจนทำสิ่งที่เธอวางแผนเป็นครั้งต่อไปไม่ได้ด้วย”

อลิสซาเบธควงปากกาของเธอ

เธอหรี่ตาลงก่อนที่จะพูดต่อ

“เคสแบบเธอฉันเจอมาเยอะแล้ว”

อลิซาเบธหันหลังกับไปมองเคลวินที่ตอนนี้มีหยาดน้ำไหลออกจากตาอยู่บนเตียงคนไข้ พลางขยับปากช้าๆ จนหมด หลังจากนั้นเธอจึงมองบนทัชแพดของเธอมองทุกคำทุกประโยคช้าๆ

“ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นใครมาจากไหนหรอก แต่ถ้าเธอเห็นมันซ่ะชัดเจนขนาดนั้น ฉันว่ามันคงไม่ใช่ระดับที่เธอจะต่อกรได้หรอกน่ะ ขนาดกำลังทหารมากขนาดนั้นยังหมดท่าเลย เธอคนเดียวจะไปทำอะไรได้”

อลิซาเบธพูดพลางคิดในใจ

‘ถ้าเป็นอย่างที่เจ้านี้บอก สิ่งที่ทำได้ถึงระดับนี้คงมีแต่องค์กรนั้นสิน่ะ ถ้าคิดจะต่อกรกับพวกมัน ทางพวกเราเองก็คงต้องเตรียมอะไรอีกเยอะซ่ะแล้ว’

อลิซาเบธนึกคิดในใจ ก่อนที่จะรู้พบว่าอีกฝั่งมองหน้าเธอไม่กระพริบอยู่

เธอจึงมองบนทัชแพดอีกครั้ง

“ฉันเข้าใจว่าเธออย่างจะรู้ตัวจริงของเจ้านั้น แต่ตอนนี้พวกเราเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็น‘พวกนั้น’จริงๆหรือเปล่า ถ้ากระเสือกกระสนมากไป ทางฉันจะซวยเอาน่ะ”

อลิซาเบธโยนปากกาเล่นบนมือ ก่อนที่จะพูดต่อ

“คนนอกอย่างเธอน่ะสู้กับ ‘พวกนั้น’ ไม่ได้หรอกตอนนี้นอนเฉยๆไปก่อนเถอะ”

หญิงสาวพูดพลางดูทัชแพดเพื่อดูว่าอีกฝ่ายจะตอบอะไรกลับมา

“คงไม่ได้หรอก ฉันคงปล่อยให้เธอไปตายฟรีไม่ได้หรอกน่ะ และฉันไม่คิดว่ามันจะตายเพียงด้วยการระเบิดหรอกน่ะ”

อลิซาเบธพุดพลางดื่มกาแฟที่เหลือไปด้วย ก่อนที่จะพูดต่อ

“สิ่งที่เธอได้เจอมันคือสิ่งที่เหนือกว่าที่เธอจะคาดคิด ดังนั้นประสบการณ์คือสิ่งสำคัญ และ”

อลิซาเบธพูดพลางวางแก้วลงบนโต๊ะ

“จงอย่ายึดติดกับประสบการณ์ จงรู้ตัว และกลัวตายให้มาก เพราะการกลัวตายจะทำให้เธอรอด และถ้าเธอรอด เธอก็จะสามารถเอาชนะศัตรูของเธอได้ พูดง่ายๆจงกลัวตายตลอดเวลานั้นแหล่ะง่ายดี”

อลิซาเบธพูดพลางมองไปยังเคลวินอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้อีกฝั่งดูร้อนรนกว่าเดิมมาก เธอจึงมองทัชแพดของเธอพลางยิ้มให้

“ใช้ได้นี้ ขนาดโกรธขนาดนั้นยังฟังสิ่งที่ฉันพูด ดูสิภาษาดูอ่านง่ายสบายๆกว่าเมื่อกี้ตั้งเยอะ”

อลิซาเบธมองไปยังอีกฝั่งด้วยท่าทีสนใจ

‘เวลาแค้นแล้วจิตใจเยือกเย็นงั้นหรอ แถมยังดูฉลาดกว่าตอนแรกด้วยอย่างนี้น่าจะไหว ขาดแค่ประสบการณ์อย่างเดียว แต่เอาเถอะไอนั้นแค่สู้บ่อยๆก็ได้แล้ว แต่คงต้องสร้างอะไรซักหน่อยให้เจ้านี้แล้ว’

เมื่อคิดได้ดังนั้นอลิซาเบธจึงเดินไปยังโต็ะของเธอก่อนที่จะหยิบแผ่นตลับเล็กๆขึ้นมา

“ฉันมีข้อเสนอให้เธอ แต่จะเลือกตามที่บอกหรือเปล่ามันก็อีกเรื่องหนึ่ง”

อลิซาเบธโชว์ตลับให้พลทหารเห็นชัดๆ

“ฉันอย่างเธอมาเป็นพวกเดียวกับฉัน หรือพูดง่ายๆมาเป็นพวกเดียวกับพวกเราเหล่า NABF”

คำพูดของอลิซาเบธทำให้เคลวินเบิกตากว้าง ก่อนที่เขาจะหลับตาลงอีกครั้ง พลางขยับปาก

“ปฏิเสธงั้นหรอ กลัวว่า ถ้ามากับพวกเราจะไม่ได้ทำตามสิ่งที่หัวหน้าของเธอพูดไว้งั้นหรอ พอจะบอกได้ไหมสิ่งที่หัวหน้าเธอบอกไว้”

อลิซาเบธมองลงบนทัชแพดก่อนที่ยิ้มให้เคลวิน

“ไม่ต้องห่วงหรอกว่าจะทำตามสิ่งนั้นไม่ได้ พวกเราคงไม่ปล่อยให้เธอตาย แต่จะช่วยเธอเท่าที่ทำได้ด้วย เพราะฉันสนใจทั้งตัวเธอ รวมทั้งศัตรูคู่แค้นของเธอด้วย”

อลิซาเบธพูดพร้อมกับเอามือล้วงไปยังกระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะ

“แล้วก็ ถ้ามากับพวกเราฉันจะคืนเจ้านี้ให้”

หญิงสาวหยิบของออกมาจากกระเป๋า

เคลวินถึงกับตกใจเมื่อเห็นสิ่งที่หญิงสาวหยิบออกมา

“มันเป็นสิ่งเดียวที่ไม่มีมีริ้วรอย แต่อย่างอื่นพังหมด ฉันว่ามันคงต้องมีโชคชะตาพัวพันอะไรกับเธอแน่เลย เจ้าปืนลูกโม่สีแดงอันนี้เนี่ย”

อลิซาเบธพูดพร้อมกับเอามันวางบนโต๊ะ พร้อมกับดูไปยังทัชแพดเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อดูคำตอบของอีกฝ่าย ซึ่งคำตอบนั้นทำให้เธอหัวเราะออกมาเบาๆ

“ฉันถือว่ามันเป็นคำตอบตกลงน่ะ ตามที่สัญญากันฉันขอคืนมันก็แล้วกัน”

หญิงสาวพูดพลางกดปุ่มเล็กๆบนโต๊ะก่อนที่จะเดินไปยังเตียงนอนของเธอ

“ฉันให้ยานอนหลับทางสายน้ำเกลือของเธอแล้ว ตอนนี้ก็พักก่อนเถอะ ฉันจะได้ไปหลับแล้ว ไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืน”

อลิซาเบธหาวพลางบิดขี้เกียจ เธอค่อยๆนอนลงบนเตียง ก่อนที่จะกดปุ่มสีฟ้าที่อยู่ด้านข้างเตียง

สักพักก็มีโดมใสมาครอบเตียงของเธอ พร้อมกับเตียงที่ค่อยๆลงไปใต้พื้นจนมิด พร้อมกับพื้นที่ประกบจนสนิทอีกครั้ง

หลังจากหญิงสาวออกไปจากห้อง ตอนนี้ก็ยังคงมีเคลวินคนเดียวที่ยังอยู่ในห้องนี้ ก่อนที่เขาจะรู้สึกง่วงนอนเพราะผลของยา เขามองไปยังแผ่นตลับการ์ดกับปืนลูกโม่สีแดงพลางคิดในใจ

‘ด้วยเจ้านี้ ผมสาบานว่าจะต้องแก้แค้นให้ทุกคน รวมทั้งหัวหน้าให้ได้’

หลังจากสิ้นสติ แสงไฟในห้องก็ดับมืดลง

 

 

“วืด..”

เสียงประตูอัตโนมัติของห้องเปิดออก พร้อมแสงสว่างจากภายนอกที่สาดส่องเข้ามา

 

ปรากฏเงาของชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามา

“ความแค้นไม่ทำให้อะไรดีขึ้นหรอกน่ะ เคลวิน ใช่ไหม ดีนอฟ”

ชายคนดังกล่าวพูดกับชุดมาสค็อตตุ๊กตาหมี ส่วนทางตุ๊กตาเองก็โค้งหัวพร้อมพูดตอบ

“ครับ ท่าน ‘คีรีส’ ”

แสงไฟในห้องสว่างขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงของหญิงสาว

“ทำไมชอบมีคนมายุ่งตอนเวลานอนของฉันด้วยน่ะ”

เสียงอลิซาเบธกล่าวออกมาอย่างรำคาญ เพราะดูท่าทางแล้วเธอก็คงไม่ได้หลับอีกเช่นเคย

ชายคนนั้นจะเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับตุ๊กตาหมี ก่อนที่ประตูห้องจะปิดลง




NEKOPOST.NET