P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 17 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.17 - ตื่นขึ้นอีกครั้ง


วันที่ 12 มีนาคม ปี ค.ศ. 2042 เวลา 15:41 น.

 

เออ... อ้า

เสียงของนิลดังก้องกังวาลไปทั่วห้องเบาๆ

“เห้! เจ้านี้มันฟื้นแล้ว”

เสียงของวิลสันดังขึ้น ทำให้นิลหนังตาดีดในทันที สติที่เลือนลางของนิลก็ตื่นขึ้นในทันที

“พี่นิลตื่นแล้ว”

โรโต้เกล่าเสริมขึ้นเล็กน้อย พร้อมพยักหน้าให้วิลสันหนึ่งที ก่อนที่จะเดิมออกไปจากห้องๆเล็กๆทรงสี่เหลี่ยมสีเข้า

หลังจากที่โรโต้ออกไปจากห้อง วิลสันก็หันกลับมา ยกมุมปากเล็กน้อย พร้อมกับหยิบสิ่งที่เรียกว่า “แก้ว” ขึ้นมา

“แก้วหรือครับ”

นิลถามกับวิลสันด้วยท่าทางอิดโรย พร้อมกับหนังตาที่ตอนนี้ยังดีดไม่ยอมหยุดสักที

วิลสันยกแก้วซดหนึ่งที

“อืมเครื่องดื่มผสมเมเปิ้ลไซรัปนี้หวานดีแหะ”

วิลสันเลียปากหนึ่งรอบ ก่อนที่จะหันมาตอบนิล

“ใช้มันคือแก้วที่เอาไวใส่ของไว้ดื่มน่ะ ส่วนที่ฉันดื่มคือชาขาวสกัดผสมเมเปิ้ลไซรัป ที่วันนี้เพิ่งไปซื้อมาน่ะ มีส่วนของแกด้วยน่ะ จะเอาไหม”

วิลสันเอาแก้วของตัวเองวางไว้บนโต๊ะข้างๆ ก่อนที่จะหยิบแก้วที่วางอยู่ข้างๆขึ้นมา

“ระวังร้อนด้วยล่ะ เจ้าเบื้อก”

นิลทำมือเป็นวงกลม เมื่อวิลสันเห็นดังนั้นจึงค่อยๆวางแก้งลงบนมือนั้น

วิลสัลจึงพูดต่อ

“นายนี้หลับนานดีแท้น่ะ เจ้าเบื้อก”

วิลสันพูดพลางมองไปยังนิลที่ใช้ปากเป่าชาขาวในแก้วให้เย็นลง ก่อนที่จะค่อยๆดื่มอย่างช้าๆ

นิลดื่มลงไปอึกนึง ก่อนที่จะถามวิลสันถึงสิ่งที่เขาจะถาม

“แล้วเจ ริสตี้และโฮชิล่ะครับ”

วิลสันทำหน้าเบื่อเล็กน้อย

“ถ้าเจ นอนกลางวันที่ห้องของเธอ ส่วนริสตี้กับโฮชิพวกหล่อนยังไม่กับมาหรอก แต่คงใกล้จะถึงแล้วล่ะ แต่เดี่ยว”

วิลสันเอามือลูบคางพลางวิเคราะห์ ถึงสิ่งที่เขาไม่ทันได้คิด

‘เดียวน่ะ รู้สึกแปลกๆ เจ้านี้มันแปลกๆแหะ’

วิลสันลูบคาง พร้อมทำตาตี่เพ่งมองไปยังนิลอย่างตั้งใจ

นิลยังคงดื่มชาขาวอย่างช้าๆ จนหมด ก่อนที่นิลจะวางชาแก้วนั้นบนโต๊ะข้างๆ

“มีอะไรหรอครับ”

วิลสันทำตาโต พร้อมกับชี้นิ้วไปยังนิล ที่ทำสีหน้างุนงง

“แกเป็นใคร”

วิลสันชี้หน้าไปยังนิลพร้อมกับหยิบปืนขึ้นมา

นิลที่ได้ยินดังนั้น เอามือข้างขวาลูบคาง มือซ้ายเกาเสียงดัง ‘แกร๊ก’

นิลมองซ้ายทีมองขวาทีก่อนที่จะตอบกลับไป

“ผมคือใครครับ”

นิลทำตาตี๋แถมส่ายหน้าไปมา

หา!

วิลสันแทบไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

‘ไอนี้จำตัวเองไม่ได้ บ้าน่ะเมื่อเช้ายังคุยกันสบายอยู่เลย หลับแค่พักเดียวมันลืมแม้กระทั้งชื่อตัวเองเลยเรอะ กระทั้งนิสัยของมันเองก็’

วิลสันมองนิลที่ตอนนี้นั่งอยู่บนเตียงพลางพินิจพิเคราะห์อย่างตั้งใจ

นิลที่มักจะพูดติดๆขัดๆ ทำตาใสแป๋วถามไปถามมาร้องไห้บ่อยๆเหมือนไอน้องชาย กลายเป็น ไอหนุ่มหน้านิ่งหน้าตาดูโคตรดี(ปกติหน้าก็ดูเนียนอยู่แล้ว) พูดดีมีสัมมาคารวะ

‘เหมือนเจ้าจิมมี่เลยแหะ นิสัยแบบนี้’

วิลสันคิดในใจเกี่ยวกับนิสัยของนิลในตอนนี้กับจิมมี่เพื่อนของเขา มันคล้ายคลึงกันมาก แต่แค่นิลเหมือนจะยังทำตัวไม่รู้เรื่องอะไร ต่างกับจิมมี่ที่ดูแล้วมีลับลมคมในแถมเป็นนักคิดสุดๆ

“เหอะ นึกถึงมันแล้ว นี้มันไปไหนของมันว่ะ ไม่เห็นมันตั้งแต่เมื่อเช้าเลยแหะ”

วิลสันทำหน้าเฉื่อยชา พลางนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง

“เดียว! ลืมเรื่องของไอเบื้อกนี้ไปซ่ะสนิท”

วิลสันเหมือนจะพึ่งนึกเรื่องของนิลได้ เขามองไปยังนิลที่ตอนนี้ดูเหมือนยังมองเขาอย่างไรอารมณ์

‘เจ้านี้ไม่ยักคิดจะทำอะไรแหะ ต้องเรียกคนอื่นๆก่อนล่ะ’

เมื่อนึกได้ดังนั้น วิลสันจึงเก็บปืนของตัวเองลง ก่อนที่กดปุ่มบางอย่างบนปลอกแขนของเขา

“เอาล่ะ”

เมื่อกดปุ่มเสร็จวิลสันก็หยิบแก้วของตัวเองขึ้นมาดื่มต่อในทันที แถมยังนอนเอกเขนกบนโซฟาสีขาวในห้อง

ตึง ตึง ตึง

“เสียงอะไร!”

วิลสันหันไปมองที่ประตู พร้อมกับเสียงประตูถูกกระแทกอย่างแรงหลายครั้ง และก็

เปรี้ยง ปึง

 พร้อมกับเสียงประตูที่ล้มลงบนพื้น

“จะรุนแรงไปไหมพี่”

วิลสันหันไปมองที่ประตู ที่ตอนนี้นอนแผ่บนพื้น ถ้าสังเกตดูดีๆจะมีรอยรองเท้าลึกๆ อยู่ และยังเห็นขาของใครก็ไม่รู้แหย่เข้ามาในห้องอีกตั้งหาก

เปรี้ยง

ขาเรียวยาวเหยียบบนบานประตูอย่างแรง ตรงตำแหน่งรอยเท้าอย่างแม่นยำ เท้ากับรอยเท้าเข้าตรงกันอย่างพอดี แถมรอยเท้ายังลึกลงไปมากกว่าเดิมอีก

“จะโหดไปไหมเจ๊”

วิลสันที่ตอนนี้หลบไปอยู่ด้านหลังโซฟาพูดตะโกนพลางตัวสั่นไปด้วย

“แฮ่กๆ ไหน! เจ้านั่นอยู่ไหน แฮ่กๆ”

เสียงของผู้หญิงที่ดูเหมือนอยากจะฆ่าใครสักคนแผ่กระจายไปทั่วอณาบริเวณทั่วห้อง เสียงนั่นช้าแบบแปลกๆ แสดงว่าเจ้าของเสียงเหนื่อยแบบสุดๆ

“อ้าว เจ๊ ไปทำอะไรมา ถึงได้หอบขนาดนี้เนี่ย”

วิลสันถามริสตี้ที่ตอนนี้หายใจเข้าออกอย่างเหนื่อยหอบ พลางหันหน้าไปมาเหมือนผู้ล่าจะล่าเหยื่อยังไงยังงั้น

เธอหันหน้าไปมา ก่อนที่จะมาหยุดที่นิลที่ตอนนี้ยังทำตัวทองไม่รู้ร้อนอยู่

นิลหันหน้าไปมองริสตี้เช่นกัน พลางเอียงคอไปมาอย่างงุนงง

‘ฉิบหายล่ะ เจ้านั่นตายห่าแน่’

วิลสันพูดออกมาเบาๆพร้อมกับเสียงฟันขบกันเสียงดังถี่ยิบ

วิลสันมองไปยังนิลที่ยังไม่รู้ถึงหายนะที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง แถมยังหันหน้ามามองทางเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ตอนนี้วิลสันกำลังหนาวอย่างสุดขั้วทั้งที่อุณหภูมิห้องสูงถึง 28 องศาเซลเซียส แต่ทำไมเขาถึงหนาวอย่างนี้น่ะ

“ตึก ตึก ตึก”

เสียงเท้าดังขึ้น ปลุกวิลสันจากภวังค์เจ้าตัวหันไปทางทิศเสียง ทำให้เขาถึงกับอ้าปากค้างเอามือจับขอบปากล่างในทันที

ริสตี้ที่ตอนนี้เดินไปถึงหน้าเตียงแล้วมองหน้านิลด้วยสีหน้าบูดทะบึงตึง แถมที่นิ้วยังมีเสียงหักนิ้วดัง กร๊อบ แกร๊บ ทั้งที่ไม่ได้หักนิ้ว

ตูม

หมัดของริสตี้ต่อยทะลุหัวเตียงของนิล โดยทีหมัดนั้นเฉียดหูของนิลไปนิดเดียวเท่านั้น

นิลมองหมัดของริสตี้ที่เฉียดหูของตัวเองด้วยหางตา แล้วคล้อยๆไล่สายตาไปยังริสตี้ ก่อนที่ตาของทั้งคู่จะประสานกันแบบไม่กระพริบเลยแม้แต่น้อย

ริสตี้ที่ตอนนี้จ้องตาของนิลไม่กระพริบ ค่อยๆมีสีหน้าที่โกรธและหน้าของเธอก็เริ่มแดงมากขึ้น

“ย้ากกก”

เสียงคำรามของริสตี้ดังขึ้น เธอใช้มือซ้ายของเธอกระชากคอเสื้อของนิลขึ้นมา ก่อนที่จะใช้แขนข้างนั้นโยนนิลใส่กำแพงด้านข้างในทันที

“ตูม”

ร่างของนิลกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างจัง ร่างของเขาหล่นมากองที่พื้น

นิลลุกขึ้นมานั่งในท่าขัดสมาธิ พร้อมกับสีหน้าเฉื่อยชาของเขา และยังมองไปยังริสตี้อีกครั้ง พร้อมกับลุกขึ้นมองไปยังขากางเกง พลางทำมือปัดฝุ่นบนขากางเกงของเขา

“อือ”

นิลรู้สึกได้ถึงบางอย่าง จึงเงยหน้าขึ้น ก่อนที่จะเห็นหมัดของริสตี้พุ่งเข้ามาแล้ว

“กร็อป”

หมัดของริสตี้กระแทกเข้าไปที่หน้าของนิล พร้อมกับเสียงกระดูกแตกดังสนั้น พร้อมกับร่างของนิลที่กระแทกที่กำแพงอีกครั้ง ร่างของเขากระแทกลงกับพื้น

“ตาย! ตายแน่”

ฟลิบที่วิ่งตามหลังพูดออกมาพร้อมกับจับหน้าของเขาไปด้วย

“ไม่รอด”

โรโต้ที่กล่าวเสริม

“เจ็บ ชะมัด”

สตีฟที่มาถึงเป็นคนต่อมาพูดต่อ

พร้อมกับโฮชิ กับ อลันที่ตามาทีหลัง

“ผมไม่เป็นไร”

เสียงพูดของนิลดังขึ้น เขาค่อยๆใช้มือทั้งสองข้างของเขาดันตัวของเขาขึ้นมา ท่ามกลางสายตาตกใจของทุกคนในห้อง ที่เขายังสามารถประคองสติของตัวเองหลังถูกริสตี้ต่อยจนกระดูกกระโหลกแตกเสียงดังสนั่นขนาดนั้น

นิลใช้มือซ้ายจับหน้าที่บูดเบียวของตัวเอง เขารู้สึกได้ถึงของเหลวบางอย่างที่มือซ้ายของเขาเป็นจำนวนมาก เขาจึงลองใช้มือซ้ายลูบใบหน้าของเขาโดยละเอียดโดยไม่สนใจคนอื่นๆเลย

“คระคูกกางง้านค้ายแคก บันคักฉี่ชี่”

นิลพูดออกไม่ค่อยเป็นภาษาสักเท่าไร คงเป็นเพราะกระดูกกรามด้านซ้ายแตก แต่เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเหมือนเดิม

“แกเป็นใคร”

ริสตี้ถามพร้อมทำท่าพร้อมปล่อยหมัดที่สองอีกครั้ง

นิลทำสีหน้าครุนคิดเล็กน้อย หลังจากที่ได้ยินสิ่งที่หญิงสาวตกหน้าถาม เขาจึงอ้าปาก แต่เขาก็หุบลงอีกครั้ง เขาจึงชี้ไปทีปากของเขาด้วยนิ้วชี้ซ้าย แล้วใช้มือขวาส่ายไปมา

“เจ้านั้นจะสื่อสารอะไรของมันว่ะ”

วิลสันพูดออกมา

“น่าจะหมายความว่า “กระดูกกรามเขาแหลกไปแล้ว ตอนนี้พูดไม่ได้” ”

เสียงของอลันดังขึ้น พร้อมกับทุกคนที่หันไปที่เขา พร้อมกับนิลที่พยักหน้าให้

“อาการนี้คงเป็นอย่างที่คำนวณไว้”

วิลสันพูดพลางดันกรอบแว่นของเขา

“ริสจังใจเย็นๆก่อน”

โฮชิพูดด้วยน้ำเสียงหวาน กล่อมเพื่อนของเธอที่ตอนนี้กำลังโกรธถึงขีดสุด

เมื่อริสตี้ได้ยินสิ่งที่ทั้งสองพูด เธอจึงเดินถอยออกมา แต่เธอก็ยังไม่ลดการป้องกันของเธอลง

เมื่อเห็นบรรยากาศในห้องผ่อนคลายลงแล้ว อลันจึงถอดแว่นของเขาออกมาพับเก็บไว้ที่อกเสื้อของเขา

อลันหันไปยังนิล ก่อนที่เขาจะพูดออกไป

“นายรู้ชื่อของตัวเองไหม”

สายตาของทุกคนจ้องไปที่อลันยกเว้นริสตี้ที่ยังมองไปที่นิลเหมือนเดิม

นิลส่ายหน้า ท่ามกลางสายตาของทุกคน อลันจึงตบมือหนึ่งที เพื่อเรียกสติของทุกคน เพื่อเขาจะได้ถามต่อ

“แล้วนายรู้จักชื่อของทุกคนในห้องนี้ไหม”

อลันพูดออกไป แต่คราวนี้เขาถามขณะนั่งเก้าอี้ข้างๆประตูห้องแทน

เขาค่อยๆมองไปยังทุกคนในห้องอย่างช้าๆ บรรยากาศเย็นยะเยือกค่อยๆแผ่ออกมาช้าๆ

“อึก...อัก”

วิลสันรู้สึกได้ถึงความเยือกเย็นแบบขีดสุด เขาพูดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ร่างกายยังขยับตามที่คิดได้เลยด้วยซ้ำ

“อุ..”

“...”

วิลสันพยายามหันไปมองพวกเด็กๆ เขาค่อยๆหันคอไปอย่างช้าๆ ก็พบว่าเด็กทุกคนไม่ต่างไปจากเขาที่สีหน้าซีดเผือก ฟลิบกับสตีฟ ตัวสั้นอยู่ข้างๆ ส่วนโรโต้ตอนนี้ตัวแข็งทื่อไปแล้ว

‘อะไรว่ะเนี่ย หนาวชะมัด ทุกคนแข็งไปหมด ขยับไม่ได้’

ฟลิบคิดในใจบรรยากาศตอนนี้สำหรับเขาถึงมันจะรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือก แต่สำหรับเขารู้สึกได้นี้มันนรกชัดๆ เขารู้สึกได้ว่าจะมีเรื่องอะไรสักอย่างเกิดขึ้น

ตอนนี้ในห้องนี้เรียกได้ว่าช่องแช่แข็งได้เลย ทุกคนในห้องยืนนิ่งกับหมด ยกเว้นอลันที่ยังคงนั่งบนเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ แต่นัยต์ตาเขากับเย็นยะเยือกแบบสุดๆ กับนิลที่สายตาเย็นยะเยือกไม่แพ้กัน

“งั้นคราวนี้นายมีอะไรจะถามฉันไหม”

อลันหยิบแว่นมาใส่อีกครั้ง เมื่อพบว่าอีกฝ่ายไม่แสดงท่าทีอะไรออกมาตั้งแต่ที่เขาถาม เขาจึงลองถามเพื่อดูว่า ‘นิลคิดอะไรอยู่กันแน่’

“แฮ่กๆ หายใจได้แล้ว”

เสียงของวิลสันดังขึ้นพร้อมกับ บรรยากาศในห้องที่กับเข้าสู่สภาวะเดิมอีกครั้ง

“ฮู่ว เกือบตายแล้ว”

ฟลิบพูดออกมาพลางเอามือทั้งสองข้างลูบแก้มของตัวเอง

“...”

“...”

โฮชิกับโรโต้ยังทำหน้านิ่งดูสถาณการณ์ต่อไป แต่แค่ในกรณีของโฮชิเธอต้องค่อยคุมอารมณ์อันแสนแปรปวนของเพื่อนรักของเธอ ส่วนของโรโต้นั้นเขายังคงนิ่งเงียบไม่ไวติ่งเช่นเดิม

“อลัน!”

ริสตี้พูดชื่อของอลันออกมาด้วยความโกรธ เพราะเธอรู้ดีถึงสิ่งที่หมอหนุ่มทำเมื่อครู่นี้พลังที่เขาใช้ออกมา มันเป็นสิ่งที่เธอเกลียดที่สุด กับพลังอีเลเมนต์ของเขา พลังที่ทำให้เธอต้องสูญเสียเพื่อนของเธอที่ดีที่สุดคนหนึ่ง ‘กิติ’

 

 




NEKOPOST.NET