P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 16 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.16 - เงามืด(2)


วันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 14:09 น.

เขตตัวเมืองตลาด แกรนด์บาร์ซ่า

 

ขอให้ทุกคนรีบออกมาจากโซน 7 โดยด่วน นี้ไม่ใช่การฝึกซ้อม ขอย้ำ! นี้ไม่ใช่การฝึกซ้อม!

เสียงโทรโข่งจากรถหุ้มเกราะดังสนั่นไปทั่ว พร้อมกับกำลังทหารที่มีอาวุธครบมือที่ตอนนี้กำลังยกพลประจำตามจุดยทธศาสตร์ที่ถูกเซ็ตไว้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

“ผู้หมวดครับ นี้มันยิ่งกว่าที่คิดไว้อีกน่ะครับ”

พลทหารนายหนึ่งที่พึ่งประจำการณ์ได้ไม่นานถามหัวหน้าของเขาที่ตอนนี้กำลังช่วยอพยพประชาชนโดยรอบอยู่ พร้อมกับทำสีหน้าตกตื่นหลัง จากได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมกับแสงไฟที่พวยพุ่งไปทั่วท้องฟ้า

เมื่อได้ยินดังนั้นหัวหน้าทหารจึงพูดกับเขาพร้อมกับประคองหญิงชรากับเด็กชายคนหนึ่งที่หกล้มจากความโกลาหลจนเกือบถูกเหยียบโดยฝูงชนที่กำลังหนีตายกันอย่างอลม่าน

“พลทหารอย่าเพิ่งท้อถ้อย หน้าที่ของเราคืออพยพประชาชนในเขตออกมาให้หมด ตอนนี้สัญญาญเตือนภัย ‘เอาท์เบรค’      อยู่ในระดับสูงสุด พวกอาวุธชีวภาพพวกนั้นทรงพลังขึ้นทุกๆครั้งที่เราได้เจอ แค่นี้ยังกลัว แล้วประชาชนที่เจ็บช้ำจากมหาสงครามโลกจะเป็นยังไง พวกเขามีพวกเราเป็นปราการสุดท้าย อย่ายอมแพ้พลทหาร”

หัวหน้าทหารพูดจบก่อนที่จะทำสัญลักษณ์มือ ให้ทหารอีกสองนายพาเด็กชายกับหญิงชราไปยังที่ปลอดภัย

ก่อนที่เขาจะดู PDA ส่วนตัวที่เพิ่งได้รับคำสั่งใหม่จากผู้บังคับบัญชา เขาเปิดดูมันก่อนที่จะกวักนิ้วเรียกนายหมู่ให้มาหาเขา

“อีกไม่นานจะมีคำสั่งใช้แอนไฮโดรเซตทรานอลบอม หมู่ 1 กับ หมู่ 2 เอาทหารในหมู่ทั้งหมดไปต้านพวกมันให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ หมู่ 3 ไปรวบรวมรปภ.กับคนที่พอจะสู้ได้มาเราต้องการคนมากกว่านี้ในการอพยพประชาชนกว่าสองหมื่นคน ส่วนหน่วยสื่อสารมากับฉันพวกเราต้องตามไปสมทบกับ NABF(North-America Anti Bio-Weapon Fleet) ก่อน ส่วนที่เหลือหลังใช้งานระเบิด ให้ตามไปเจอที่จุดนัดพบที่สวนดนตรี”

หลังออกคำสั่งเสร็จผู้หมวดหายใจเข้าช้าๆ

ผู้หมวดลากเสียงถอนหายใจยาวๆ ก่อนที่จะทำนิ้วจิ้มเป็นรูปไม้กางเขน

“ถ้างั้นก็ขอให้พระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองเหล่าทหารหาญ”

หลังสิ้นเสียงคำสั่งเหล่าทหารหาญทำวันทยาวุธให้หัวหน้าของตน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน เหลือเพียงผู้หมวดกับทหารอีกเล็กน้อยเท่านั้น

ผู้หมวดมองไปยังลูกหน่วยของตนที่ยังเหลืออยู่ก่อนที่จะพบว่า ในกลุ่มมีทหารใหม่คนนั้นด้วย

ผู้หมวดมองหน้าของทหารใหม่ก่อนที่จะถามคำถามออกไป

“พลทหาร เราชื่ออะไร”

พลทหารได้ยินดังนั้นจึงใช้นิ้วสีจมูกทีหนึ่งก่อนที่จะพูดออกไป

“เคลวิน...เคลวิน บรูค ครับ”

พลทหารพูดชื่อตัวเองอย่างตื่นตนกเล็กน้อย จนเผลอพูดชื่อจริงตัวเองไปสองรอบ

ผู้หมวดเห็นดังนั้นจึงชี้นิ้วไปยังตึกที่อยู่ด้านหน้าที่มีคนกำลังวิ่งหนีออกมา

เหล่าทหารต่างวิ่งไปยังตึกดังกล่าวในทันที

“เดียวก่อน”

ผู้หมวดพูดหยุด พลทหารเคลวินไว้ ก่อนที่จะเอามือขวาวางไว้บนไหล่ของพลทหาร

“ถ้าไม่ไว้จริงๆ จะถอยไปก่อนก็ได้น่ะ เพราะดูอย่างเธอที่อายุยังน้อย ฉันคงส่งเธอไปตายไม่ได้”

ผู้หมวดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดกับเคลวิน ก่อนที่อีกฝ่ายจะยืนตัวตรง พร้อมกับพูดประโยคๆหนึ่ง

“ผะ ผะ ผมเป็นทหารครับผู้หมวด การตายในหน้าที่ถือว่าเป็นเกียรติสูงสุดครับ”

คำตอบของเคลวินทำให้ผู้หมวดยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่ผู้หมวดจะหยิบปืนลูกโม่สีแดงขึ้นมา

“ถ้าเธอตัดสินใจได้แล้วก็โอเค แต่การเป็นทหารไม่ได้หมายความว่าให้ไปตาย แต่ให้ไปทำหน้าที่อันกล้าหาญและกลับบ้านเกิดอย่างภาคภูมิ ถึงมหาสงครามจะทำให้ทุกอย่างพังพินาศแต่เธอก็ยังมีที่ๆต้องกลับไป”

ผู้หมวดเช็คกระสุนลูกโม่ที่อยู่ในรังเพลิงที่บรรจุอยู่ทั้ง 6 นัด

กระสุนทั้งหมดส่องแสงสีเหลืองทองเป็นประการกับแสงไปโดยรอบ เขาบรรจงถอดกระสุนออกหนึ่งนัด พร้อมใส่กระสุนสีขาวลงไปในรังเพลิงแถน ก่อนที่จะตบรังเพลิงกับไปเหมือนเดิม

“เธอตามฉันมาก็แล้วกัน”

พูดจบผู้หมวดจึงวางปืนลูกโม่สีแดงลงบทมือของเคลวิน ก่อนที่จะตบไหล่ขวาแรงๆ พร้อมกับหยิบปืนกลคู่กายขึ้นมา

ปัง ปัง ๆๆๆ

แทร่ดๆๆๆๆ

เสียงปืนดังขึ้นไม่หยุดจากตัวตึกที่เหล่าทหารเพิ่งวิ่งเข้าไป ผู้หมวดมองจากภายนอกตึกที่มีแสงไฟจากกระบอกปืนสว่างไปทั่วตึก ดูจากสภาพแล้วคงต้องมีการต่อสู้ขึ้นแล้ว

“ตามมาเคลวิน”

ผู้หมวดพูดเสียงดังก่อนที่จะวิ่งฝ่าฝูงชนที่กรีดร้องมากกว่าเดิม

เคลวินที่เห็นดังนั้นก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก ที่ผู้หมวดพูดกับเขาด้วยความจริงใจและเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะหยิบปืนพก 11 มม. ออกมาจากกระเป๋าเก็บ และเก็บปืนลูกโม่นั้นไว้แทน

“ครับ”

เคลวินตะโกนเสียงดัง ก่อนที่จะยกปืนกลเบา ขึ้นมาถือคู่กับปืนพก 11 มม.

 

 

 

ไม่กี่นาทีต่อมา

เขตตัวเมืองตลาด แกรนด์บาร์ซ่า

“พวกเราหนีรอดหรือยังว่ะ”

ทหารนายหนึ่งพูดกับเพื่อนทหารของเขาที่กำลังเหนื่อยหอบ จากการวิ่งเป็นเวลานาน

“ไม่รู้ว่ะ แต่เรารีบไปเถอะ ไอนั้นมันตัวบ้าอะไรกันว่ะ”

เพื่อนของเขาตอบกลับพร้อมกับมอง ไปรอบๆที่มีซากศพไหม้เกรียมมากมายจากการทำงานของระเบิด โชคดีที่พวกเขาวิ่งเข้าไปหลบในเซฟเฮ้าท์ได้มันก่อนที่จะระเบิด พลางถอดชุดเกราะกับอุปกรณ์สื่อสารหนักๆออกไป เพื่อให้วิ่งได้ไวขึ้น

“ที่นี้คงยังไม่ปลอดภัย รีบหนีไปเถอะว่ะ”

ทหาร A พูดก่อนที่จะวิ่งไปข้างหน้า ก่อนที่จะพบว่าเพื่อนของเขาตอนนี้ดูแปลกๆไป

“เห้! B ไม่เป็นไรใช่ไหม”

A พูดผลางเขย่าไหล่เพื่อนของเขา

“เฮ้! อย่าล้อเล่นดิ เป็นไรไปเนี่ย”

A รู้สึกไม่ค่อยชอบมาพากล ก่อนที่จะมองไปยังด้านหน้าของ B

ว๊าก

A ตะโกนดังหลั่นในทันที ก่อนที่จะล้มลงไปกับพื้น พยายามคลานหนีออกมา

แต่ดูถ้าจะไม่เป็นผลเมื่อเขาดูเหมือนเจออะไรบางอย่างตรงหน้าจนต้องหันกลับไปยังที่เดิม ก่อนทีจะวิ่งไปชน B จนล้มลงไป

A พยายามประคองสติของตัวเองก่อนจะพบว่าตอนนี้ B นอนคร่อมบนตัวของเขา

อ๊าาาาา...

A ตะโกนดังกว่าเดิม หลังจากที่สังเกตบนตัวของเขา

ตัวของเขาที่มีสำไส้สีแสงสดของ B ที่ค่อยๆไหลลงมาบนตัวของ เขา แถมเขายังเบิกตากว้างขึ้นเมื่อ หัวใจค่อยๆไหลลงพร้อมกับเลือดสีแดงสด ตามแรงโน้มถ่วงโลก แถมยังมีตับ ไต้ ไส้พุงที่ไหลออกมาจนหมดเช่นกัน

A พูดอะไรไม่ออก เขาพลักร่างของ B ออกไปก่อนที่จะพยายามปัดเครื่องในบนตัวเขาออกให้หมด จนตอนนี้เขาดูเหมือนตุ๊กตาเลือดไม่มีผิด เขาพูดอะไรไม่ออก จากเหตุการณ์ตรงหน้า

เขาหันไปรอบด้าน ในใจของเขาอยากตะโกนว่า ‘แกจะแอบทำไม มาฆ่าฉันนี้ ไอ้ฆาตกร’

แคว้ก

ร่างของเขากระแทกลงกับพื้นหลังสิ้นเสียง นายทหารมองบนเสื้อเกราะของตัวเอง

มีรอยกระชากประหลาดลงบนเสื้อเกราะของเขา ทำให้เขาทึ้งกับมัน ที่ชุดเกราะที่ออกแบบมาพิเศษขนาดกันการเจาะทะลุทะลวงของกระสุนขนาด 7.62 มม. ได้อย่างสมบูรณ์ถึงกับแหลกจนเห็นเลือดของตัวเองซึมออกมา

เขาพูดไม่ออก ความกลัวจนสั่นประสาทของเขาทำให้เขาแทบเป็นบ้า เขาพยายามตะโกนแต่ก็ตะโกนไม่ออก เขามองไปรอบด้าน เพื่อหาคนกระทำ แต่...

“แกร่ก”

มีเสียงดังมาจากด้านหลัง จนเขาต้องหันหลังกลับไปมอง ก่อนที่จะพบว่า..

‘มันว่างเปล่า’

มันไม่มีอะไรเลย ทั้งที่ต้องมี

A พยายามมองหาก่อนที่เขา จะมองไปบนพื้นที่อยู่ด้านหน้า สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาตกตะลึง

‘มันคือ กระดูกซี่โคร่งสีแดงสด’ แต่ว่ามันเป็นของใคร

A คิดอย่างบ้าคลั่งก่อนที่จะเหลือบเป็นเห็น ร่างของ B ที่อวัยวะภายในออกมากองภายนอกจนเกือบหมด เขาจ้องไปชัดๆ ก่อนที่จะเบิกตาโพลง

ร่างของ B ไม่มีกระดูกซี่โครงที่ทำหน้าที่ค้ำจุนอวัยวะภายใน แถมสภาพแบบนั้นยังดูเหมือนถูกกระชากไปสดๆโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว

 

“เอะ” A รู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวกมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่มันไม่น่าจะมีอะไร ก่อนที่จะเขาจะเอามือลูบคอของตัวเองที่รู้สึกเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ

เขารู้สึกเจ็บทันทีที่มือสัมผัสโดน ก่อนที่เขาจะดูมือข้างที่ลูบ ทำเอาเขาอึ้งในทันที

มือเปื้อนเลือดสีแดง เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเขามีแผลตั้วแต่ตอนไหน ก่อนที่เขาจะค่อยๆเดินอย่างช้าๆไปยัง เขามองไปยังแผ่นเหล็กที่ตอนนี้เปรียบเสมือนกระจก หลังได้รับความร้อนสูงจากการระเบิดจนมันสะท้อนภาพได้

 

สิ่งที่เขาเห็นคือ คนที่ใส่เสื้อเปื้อนเลือด ที่เลือดค่อยๆไหล่ลงมาเรื่อยๆจากคอ ของเขาที่เปิดโล่ง และรูบนคอค่อยๆขยายออก

“อือ”

A ส่งเสียงเล็กหลังสังเกตจากภาพสะท้อนที่ ไม่ชัดเจน แต่เขาเห็นกลุ่มก่อนสีดำที่อยู่ด้านหลัง ก่อนที่เขาจะได้หันหลังกลับไปมอง

“ฉึก”

เสียงเบาๆที่ทำให้เขารู้สึกสั่นผวา แต่เขาขยับร่างกายไม่ได้เหมือนต้องมนต์สะกด

เขาพยายามขยับแต่ไม่เป็นผลเขาขยับตัวไม่ได้นอกจากส่วนหัวเท่านั้น แต่ก่อนเขาจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้

ฉัวะ

ร่างของ A นอนลงไปบนพื้นอยางช้าๆ

เขาพยายามลุกขึ้นแต่ลุกไม่ได้ เขารู้สึกเจ็บปวดทรมาณอะไรเลย ก่อนที่เขาจะเห็น

‘ร่างของโค้ทสีดำสนิทสะท้อนแสง ที่ในมือขวาถือกระดูกสันหลัง และมือซ้ายถืออวัยวะเล็ก ที่เขาคิดว่า นั้นน่าจะเป็นอะไรสักอย่างตรงคอเขาอย่างแน่นอน’

 

 

 

 

ณ ความสูง 1500 เมตรเหนือตัวเมือง

 

เครื่องบินสีดำสนิทที่มีรูปทรงเป็นสามเหลี่ยมกลับหัว โดยมีส่วนหัวอยู่ด้านฐาน เครื่องบินดังกล่าวลอยนิ่งกลางอากาศโดยใช้ไอพ่นสีฟ้าขนาดใหญ่ที่อยู่ปลายปีกทั้งสองข้างต้านแรงโน้มถ่วงของโลก

ก่อนที่ไอพ่นสีฟ้าของมันจะค่อยๆเปลี่ยนทิศทาง ก่อนที่ไอพ่นจะปล่อยเปลวเพลิวจำนวนมาก พร้อมกับเครื่องบินสีนิลที่หายลับไปจากขอบฟ้า

 

 

 




NEKOPOST.NET