P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 15 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.15 - เงามืด


 

วันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 14:04 น.

ทางออก Song of Happy

“จะปล่อยไว้แบบนี้ดีหรอ ริสจัง”

โฮชิถามเพื่อนสาวของตนที่กำลังทำสีหน้าเคร่งคิด

เมื่อได้ยินดังนั้นริสตี้จึงหยิบแท่งสามเหลี่ยมสีทองยืนให้โฮชิดู

“มีคนให้ฉันมา แล้วเธอล่ะ โฮชิได้อะไรมารึเปล่า”

โฮชิได้ยินปัป ก็แบมือ แถมส่ายหน้าทันที

“อือ ไม่ได้น่ะ แต่มันสวยดีน่ะ แท่งอะไรหรอ”

โฮชิทำถ้าไม่รู้เรื่องกลบเกลื่อน ว่าตัวเธอเองก็ได้มันมาเหมือนกัน แต่จะให้ริสตี้รู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะเธออย่างรู้ตัวตนของนิลมากกว่านี้ สำหรับตัวเธอแล้วมันก็คือการทรยศเพื่อนดีๆนั้นเอง    แต่มันเป็นความรู้สึกที่เธอเองก็อยากที่จะเก็บไว้เป็นความลับ    นี้อาจเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของ(ในอนาคต)ของเธอก็เป็นได้

เมื่อริสตี้เห็นสีหน้าของเพื่อนสาว    ก็ไม่ได้เอะใจอะไรมากนัก   เพราะถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนของเธอนั้นโกหก  แต่เธอเองก็ไม่มีสิทธิ์ไปทักท้วงอะไรทั้งนั้น ในเมื่อตัวเธอเองก็กำลังโกหกอยู่เช่นกัน แถมหลอกลวงตั้งแต่ได้พบหน้ากันครั้งแรกด้วย

ริสตี้เก็บแท่งสามเหลี่ยมปริศนาไว้ที่กระเป๋าที่สะโพกของเธอ เธอหยิบ วิทยุสื่อสารเก่าๆออกมา ก่อนที่จะพูดออกมาเบาๆ

“เธอกับเจ้านั่นเป็นเพื่อนกันงั้นหรอ...”

ริสตี้ทำสีหน้าขุ่นมั่วลงอย่างมาก จนโฮชิต้องตบไหล่ของเธอด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่โฮชิจะได้ยินอย่างแผ่วเบา

“เธอยังไม่ให้อภัยฉันอยู่ใช่มั้ย ‘อลิซ’”

 

‘อลิซ ชื่อนี้คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน แต่นึกไม่ออกเลย’

โฮชิคิดในใจถึงชื่อที่เพื่อนสาวกล่าวออกมา ก่อนที่จะส่ายหัวเพื่อไล่เข้าคิดนั้นออกไปให้หมด เพราะการที่จู่ๆจะไปถามความลับของเพื่อน มันไม่ดีเอาเสียเลย ยิ่งเธอเองก็มีความลับที่ไม่ได้บอกริสตี้อยู่ ถ้าเกิดขืนถามออกไปได้โดยถามสวนกลับมาแน่ เพราะฉะนั้นอยู่อย่างเงียบๆดีที่สุดแล้ว

โฮชิตบแก้มทั้งสองข้างของตัวเอง พร้อมเปลี่ยนสีหน้าเป็นสีหน้าร่าเริง พร้อมกับหยิกแก้ม ริสตี้แรงๆ

โอ๊ย!!”

หญิงสาวตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะหันไปยังผู้ลงมือที่ตอนนี้ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ก่อนที่จะเห็นอีกฝ่ายวิ่งไปยังตลาดแกรนบาซ่าพร้อมโบกมือไปมา

ริสจังอย่าเครียดมากนักสิ เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังเถอะ เราไปหาเจจังกันก่อนไหม

โฮชิตะโกนเสียงดัง พร้อมเอามือไขว้หลังกระโดดโลดเต้นไปมา แถมขยิบตาให้เพื่อนของเธอที่ทำปากหวอ ดูเหมือนริสตี้จะคิดมากไปหน่อยเลยลืมเรื่องของเจไปเสียสนิท

โฮชิทำหน้านิ่วในทันทีเนื่องจาก เจ้าโง่นิลดันสลบเป็นตาย เจเลยหมดอารมณ์ที่จะเที่ยวเล่น เธอเลยขอร้อง(?) พวกวิลสันที่กำลังยกของกันอยู่ ให้ไปรับพวกเจกลับไปก่อน ส่วนพวกเธอสองคนจะตามไปที่หลัง เพราะอย่างน้อยๆที่อุตส่าห์นานๆจะได้มาที่นี้ทั้งที่    พวกเธอทั้งสองจึงคิดที่จะจัดการธุระอะไรหลายๆอย่างให้เรียบร้อยก่อน โดยเฉพาะการควบคุมอำนาจในพื้นที่แถบนี้

ถึงมันจะเป็นพื้นที่เป็นกลางที่ทั้งฝ่ายต่อต้านกับมหาสหพันธ์ตกลงกันไว้ แต่ก็ไม่ได้ห้ามการข่มขู่หรือการขยายอำนาจในพื้นที่ ทั้งสองฝ่ายต่างก็พยายามชักจูงประชาชนโดยรอบ  หรือแม้แต่สงครามสายลับที่มีมาตั้งแต่มหาสงครามโลกครั้งที่ 3 เช่นกัน

 

จู่ๆริสตี้ก็หมุนตัวหนึ่งรอบ ก่อนที่จะเอาปลายเท้าซ้ายตบส้นเท้าขวาเบาๆ

ในชั่วพริบตาโฮชิสังเกตเห็นเพื่อนสาวขยิบตาเล็กๆก่อนที่จะหันหลังกับไปที่เดิม เธอจึงพยักหน้าเล็กน้อย

ริสตี้ล้วงเข้าไปในกระเป๋าลับที่เอวก่อนที่จะหยิบใบมีดโกนขนาดเล็กออกมาควงไปควงมาระหว่างนิ้วก้อยกับนิ้วนางขวา

เมื่อโฮชิเห็นดังนั้นก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจแต่อย่างใด เธอเยียดขาตรง เพื่อให้กลไกภายในรองเท้าบู๊ทของเธอทำงาน ก่อนที่จะมีใบมีดขนาด 30 เซนติเมตรยื่นออกมาจากปลายเท้า พร้อมกับมีดพกและปืนสั้นของเธอ

“พวกมันมาแล้วหรอ”

โฮชิพูดออกมาเบา ซึ่งเสียงนั้นเบามากเหมือนเสียงลมพัดด้วยซ้ำ แต่สำหรับริสตี้ที่ผ่านการต่อสู้มาแทบทุกรูปแบบ    พร้อมกับประสาทสัมผัสที่ถูก   

ลับมาจนคมกริบ จึงไม่แปลกที่เธอจะได้ยินแถมพูดกลับไปอีก

“มาสิดี! ฉันจะได้ออกแรงสักหน่อย จะเอาที่เก็บไว้เมื่อกี้มาระบายให้หมดเลย”

ริสตี้พูดจบจึงดึงหมวกไหมพรมที่เธอสวมออก พร้อมชักปืนพกที่ซ่อนไว้ด้านในออกมาในทันที

แต่ดูเหมือนผู้ที่แอบซุ่มอยู่ จะไว้ตัวทันทั้งหมด จึงพากันกระโดดออกมาจากจุดต่างๆที่คำนวณกันไว้เป็นอย่างดี เข้าจู่โจมพร้อมกันทุกคน

ปัง!”

แต่มันย่อมมีข้อผิดพลาด    เมื่อคนที่กระโจนออกมาคนแรกสุดถูกริสตี้ที่มีความเร็วในการชักปืนในเสี่ยววินาทีเหนี่ยวไกเข้าที่หัวอย่างจัง ทันทีที่คนอื่นเห็นพวกตัวเองเสียท่า    จึงรู้ว่าจะประมาทให้กับสองสาวตรงหน้าไม่ได้ ทั้งหมดจึงพากันกระโดดเข้าที่กำบังที่อยู่บริเวณโดยรอบในทันที

ผู้คนที่อยู่บริเวณโดยรอบต่างพากันวิ่งนี้กันอย่างอลหม่าน หลังได้ยินเสียงปืนดังขึ้น พร้อมกับศรีษะที่กระจายเป็นเศษเนื้อสร้างความสยดสยองให้ทุกคนโดยรอบ

 

ริสตี้เมื่อสังเกตโดยรอบก็รีบไปหลบด้านหลังรูปปั้นหินด้านข้างในทันที พลางสังเกตคนที่ถูกเธอเหนี่ยวไกสังหารไปเมื่อครู่นี้

‘ใส่เสื้อสูทสีดำมีลายสีขาวติดฮู้ดบังลมสีดำ แถมหน้ากากกันแก๊สที่เชื่อมกับถังออกซิเจนแบบนั้นมัน     อย่าบอกน่ะว่า...    ไม่! เป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเป็นพวกนั้นละก็เรื่องนี้คงไม่...’

ริสตี้ขมวดคิ้วจนชนกันในทันที  เพราะองค์กรที่สมาชิกสวมฮู้ดกับหน้ากากกันแก๊สแบบนี้ คงมีไม่กี่กลุ่มแน่ๆ อย่าให้เป็นกลุ่มที่เธอคิดไว้เถอะได้โปรด

แต่เพื่อความแน่ใจเธอจึงตะโกนเสียงดังในทันที

โฮชิ! ลากมานี้สักตัว

เธอตะโกนพร้อมกับยิงไปยังศัตรูสามคนที่วิ่งมายังเธอพร้อม     กงเล็บเหล็กขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของแขนวิ่งเข้าหาเธออย่างไม่กลัวตาย แถมยังเอาส่วนที่เป็นเหล็กบดบังจุดตายเอาไว้อีกต่างหาก

ทันใดนั้นปรากฏเงาสีดำเหนือหัวของผู้จู่โจมขึ้น ทั้งสามเพิ่งรู้ตัวก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นฟ้า

“ขอโทษน่ะค่ะ”

โฮชิพุ่งลงมาจากท้องฟ้า ก่อนที่จะใช้มีดพกของเธอปักเข้าที่หัวของศัตรูอย่างจัง พร้อมกับเหยียบท้องของศัตรูเพื่อให้ร่างนั้นโค้งตัวลงเพื่อป้องกันการโจมตีของศัตรู กรงเล็บเหล็กฉีกเนื้อร่างที่มิอาจขย้ำเขยื้อนแล้ว พร้อมกับเสียงดังเหมือนเหล้กกระทบกัน

“เหลืออีก 2 ตัว”

โฮชิพูดอย่างเยื่อกเย็นพลางก้มตัวหลบกรงเล็บที่หวดเข้าด้านหลังหัวของเธอ พร้อมกับกระโดดตีลังกาไปด้านหน้า เพื่อหลบการโจมตีของศัตรูอีกตัวที่หวดกรงเล็บใส่เธอ

“ขอโทษด้วยน่ะค่ะ”

โฮชิยิ้มให้หนึ่งที พร้อมใช้มีดที่ติดตรงปลายเท้าฟันเข้าที่คอของศัตรูจนขาดกระเซ็น พร้อมกับเอามือแตะเบาๆที่พื้นพวกยันตัวเองขึ้น ก่อนที่จะหยิบผ้าสีขาวผืนหนึ่งมาดึงจนยืดจนสุด

เหล่าสูทดำที่อยู่ใกล้ๆกัน กระโดดเข้าใส่เธอทันที

โฮชิที่ยินตั้งถ้า กระโดดในทันทีพร้อมยิ้มเล็กๆ

“มาเพิ่มอีก 3 ตัวสิน่ะค่ะ”

เธอหันหลังกลางอากาศในทันที พร้อมเปยเล็กๆ

“ขอให้สนุกกับของขวัญน่ะค่ะ”

 

ตูม

หลังจากกล่าวจบบริเวณที่สูทดำยืนอยู่ก็เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงในทันที ร่างของเหล่าสูทดำกลายเป็นเศษเนื้อกับตอตะโกในทันที

แรงระเบิดทำลายทุกสิ่งที่อยู่ในรัศมีจนพินาศ

โฮชิที่เตรียมพร้อมไว้อยู่แล้วใช้พลังของเธอควบคุมมวลอากาศมหาศาลจากแรงระเบิด เพื่อพัดเธอให้ลอยไปยังอีกฟากคล้ายเครื่องร่อน

เธอยืนมือไปข้างหน้า ก่อนที่ริสตี้ที่รออยู่แล้วจะคว้าแขนของเธอก่อนที่จะใช้แรงมหาศาลของเธอดึงเข้ามาหาในทันที

“ไหน ที่ให้ไปลากเข้ามา”

ริสตี้พูดกับอีกฝ่ายไป ยิงกับกลุ่มสูทดำไปพลาง

โฮชิยิ้มกว้างพร้อมส่ายนิ้วไปมา

“ริสจัง เห็นตัวไปแล้วไม่ใช่หรอ”

โฮชิกรอกตาไปมาก่อนที่จะชี้ไปยังสิ่งๆหนึ่งที่กำลังกลิ้งมาหาพวกเธอ

“นั้นไง!”

โฮชิชี้ไปยังสิ่งดังกล่าวที่ค่อยๆกลิ้งมาจนมาหยุดที่หน้าของพวกเธอ

สิ่งนี้ทำให้ริสจังกุมขมับในทันที ก่อนที่จะหยิบมันขึ้นมาดู

“เธอนี้ หน้าตายิ้มๆ แต่โหดไม่ใช่เล่นเลยน่ะ เนี่ยมันหัวคนสดๆเลยน่ะเนี่ย

ริสตี้พูดพลางส่ายหัวไปมากับความนิยมชมชอบของเพื่อนสาวที่ชื่นชอบเลือดเป็นชีวิตจิตใจ

ริสตี้ดูที่หน้ากากกันแก๊สชัดๆของพวกสูทดำชัดๆ มันเป็นหน้ากากเหล็กที่ส่วนจมูกนูนออกมาเป็นชั้นๆ และมีสีดำสนิท เธอจึงแงะเหล็กออกเพื่อดูหน้าที่อยู่ใต้นั้น

“ฮือ”

ริสตี้มองไปยังโฮชิที่ตอนนี้กำลังใช้ปืนของตัวเองยิงสู้กับศัตรูของเธออยู่ เธอจึงล้วงไปที่หลังของเธอก่อนที่จะยิ้มปืนลูกซองขนาดเล็กออกมา

“เอ้า! โฮชิรับ”

ริสตี้โยนให้โฮชิ

เมื่อโฮชิได้ยินดังนั้นจึง ใช้มือซ้ายคว้าปืนลูกซองสั้นที่ลอยเข้ามาทันที ก่อนที่จะเล็งไปทางเหนือหัวของตัวเองเล็กน้อย

“ปัง”

สิ้นเสียงปืน หนึ่งในชุดสูทดำที่หวังเข้ามาโจมตีระยะประชิด กระเด็นไปหลายเมตรในทันที ตามตัวยังมีรูกระสุนอยู่มากมาย แต่สูทดำตัวนั้นยังลุกขึ้นมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

โฮชิมองไปยังสูทดำตัวนั้น   พลางพริ้วปากแถมยังมีเหลื่อเย็นไหลออกมาด้วย

“ริสจังเอง ก็มาช่วยหน่อยสิ เจ้าตัวนั้นดูแล้วไม่ธรรมดาเลยน่ะ”

โฮชิพูดกับริสตี้พลางชี้ไปยังสูทดำตัวนั้น ที่ตอนนี้มีสูทดำอีก 11 ตัวเดินตามมาอีก และกำลังหยิบอาวุธนานาชนิดชี้มาทางพวกเธออีกด้วย

“นี้โฮชิพวกนั้นเหลือเท่าไร ลองใช้พลังของเธอดู”

ริสตี้ถามโฮชิด้วยน้ำเสียงแข็ง

“สัก 14 ตัว มีอีกสองตัวอยู่ห่างจากเราไป 100เมตร และกำลังใช้ปืนไรเฟิลเล็งพวกเราอยู่”

โฮชิให้คำตอบกับริสตี้ที่ตอนนี้ได้หยิบของบางอย่างขึ้นมา

โฮชิที่เห็นสิ่งนั้นจึงถามด้วยความกังวล

“แท่งสีทองมันช่วยพวกเราได้งั้นหรอ ดูสิ ริสจัง พวกมันเข้าใกล้มาเรื่อยๆแล้วน่ะ”

โฮชิพูดหลังจากที่เห็นพวกสูทดำทุกตัวชักอาวุธปืนนานาชนิด ทั้งปืนกลเบา ปืนลูกซอง หรือแม้กระทั้งอาวุธคลื่นความถี่สูง

“ถ้าเจ้าพวกนั้นเป็นมนุษย์ แค่โฮชิเธอคนเดียวคงสู้ได้สบาย”

ริสตี้พูดออกมา ก่อนที่จะวางหัวของสูทดำบนพื้น

“แต่ว่า....ฮึ้ย..ฮ่า!”

ริสตี้ต่อยศรีษะของสูทดำจนแหลกเหลว พร้อมกับมองไปรอบๆ

“พวกมันไม่ใช่คน คงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางแล้วล่ะ”

ริสตี้ยิ้มให้กับโฮชิอย่างมีเลศนัย พร้อมกับเอาที่อุดหู อุดหูของตัวเองและยังอุดให้โฮชิด้วย ทำให้โฮชิสงสัยมากจนต้องถามออกไป

“นี้ให้ใส่ท...”

 

เปรี้ยง

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังสนันเกิดขึ้น เมื่อสิ้นเสียงก็พบว่า หนึ่งในสามของสูทดำลำตัวฉีกขาดกระเด็นกระดอนไปทั่ว อวัยวะภายในกระจุยกระจายไปทั่ว

แต่น่าแปลกที่พวกมันยังสามารถลุกขึ้นมาได้อีก     พร้อมกับมองไปยังทิศทางของเสียง ก่อนที่พวกสูทดำทั้งหมดจะถอดหน้ากากออกมา

โฮ้ก

เหล่าสูทดำคำรามเสียงดัง ก่อนที่จะหันหน้ามายังพวกริสตี้

“อี้แหวะ อะไรกันเนี่ย”

โฮชิทำเสียงสะอิดสะเอียด เพราะใบหน้าพวกมัน มีสีขาวสนิท แถมยังมีทั้งรอยไหม้ และเนื้อเยื่อเน่าๆเต็มใบหน้า ในปากยังมีฟันคมกริบเรียงตัวสะเปะสะปะยังกับฟันฉลาม

“พวกอาวุธชีวภาพ ที่เป็นไซบอร์กงั้นหรือ”

ริสตี้พูดก่อนที่จะเอามือกดหัวโฮชิให้ก้มต่ำๆเข้าไว้ ทางโฮชิจึงถามริสตี้

“ริสจัง ไม่แหวะมั้งหรอ จ้องแป๋วเชี่ยวน่ะ”

โฮชิพูดขณะที่ตัวเองกำลังนอนแผ่ราบบนพื้น

“ไม่เป็นไรหรอกน่ะ นอนเฉยๆน่ะดีแล้ว”

ริสตี้พูดพลางนอนหงาย ดูแท่งสีทองบนมือ

“มีอะไรปิดบังรึเปล่าริสจัง”

โฮชิพลิกตัวหงาย เพื่อที่จะได้คุยกับริสตี้ได้ง่ายหน่อย

ริสตี้เอามือกอดอกก่อนที่จะพริ้วปากเบาๆ

“เดียวก็รู้จ้ะ”

โฮชิทำตาเข้มก่อนที่จะมองไปรอบด้าน ก็พบว่าตอนนี้มีพวกที่ใส่สูทสีดำสนิท วิ่งกรูมาทางพวกเธอแล้ว แถมจำนวนของพวกมันไม่ใช่น้อยๆด้วย

“แฮ่”

เหล่าอาวุธชีวภาพสูทสีดำต่างวิ่งเข้ามาหาสองสาวอย่างรวดเร็ว

“นี้โฮชิ จัดการตัวข้างหน้าน่ะ”

ริสตี้ชี้ไปยังทิศที่อยู่ด้านตรงข้ามกับรูปปั้น พลางพูดด้วยน้ำเสียงตลกๆ

“รูปปั้นนี้ทำจาก ไททาเนียมผสมคาร์บอนล่ะ มันแข็งสุดๆเลยน่ะ”

หลังจากที่ได้ยิน โฮชิหันหน้าไปยังริสตี้ในทันที

“อย่าบอกน่ะว่า...”

 

สิ้นเสียงของโฮชิ ก็เกิดเสียงดังก้องกังวาลไปทั่ว

เหล่าสูทดำต่างพากันหยุดวิ่งและมองไปยังรอบด้านที่ตอนนี้มีแต่เสียงไซเรนดังก้องไปหมด พร้อมกับเสียงผู้หญิงที่ไร้อารมณ์ดังขึ้นรอบๆพื้นที่

 

ตรวจพบอาวุธชีวภาพในอาณาเขต     คำร้องข้อทำลายล้างอนุมัติ อนุญาติให้หน่วยรบต่อต้านอาวุธชีวภาพใช้อาวุธหนักได้ในทุกกรณี

สิ้นเสียงขงอหญิงสาวไร้อารมณ์ เหล่าสูทดำต่างพากันมองไปยังรูปปั้นก็พบว่า ด้านตรงข้ามของรูปปั้นมีจุดสีแดงจำนวนมากปรากฏขึ้น

“เอาล่ะโฮชิ เราเองก็รอจังหวะดีกว่าน่ะ”

พอริสตี้พูดจบ ก็ปรากฎแสงสีขาวด้านหลังของพวกเธอ จนทุกอย่างกลายเป็นสีขาวโพ้น

“ไอ้พวกเวรนี้ เล่นแอนไฮโดรเซตทรานอลบอมเลยหรอ ถ้าแม่ออกไปได้เมื่อไร จะเอาเละเลยพวก ‘กองพันจอมทำลายล้าง’”

           ทันใดนั้นแสงสีฟ้าสาดส่อง เหล่าสูทดำไหม้เป็นเถ้าธุลี ทุกที่เป็นสีฟ้ายกเว้นหลังรูปปั้น

 

 

 




NEKOPOST.NET