P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 130 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.130 - สัมพันธ์ใกล้ชิด


คนกลุ่มหนึ่งกำลังมองภาพการต่อสู้ของคนสองคนในห้องประชุมที่มีแค่แสดงสว่างบนโต๊ะประชุม

“ไม่น่าเชื่อ!” คนๆหนึ่งพูดขึ้น เขาไม่อยากเชื่อในสายตาตัวเองเลยว่าโฮมุนครูสที่พวกเขาต้องยอมก้มหัวกลับถูกเด็กคนหนึ่งที่ไม่มีรากฐานอะไรเลยฆ่าทิ้ง

“เด็กนั้นเป็นมนุษย์ดัดแปลงเหรอ?”

“ไม่ใช่....”

“นั้นจะทำอะไร!!!”

มนุษย์ดัดแปลง(?)ที่กินแก่นของโฮมุนครูสทำให้คนในห้องประชุมตกตะลึง

“เด็กคนนั้นเป็นภัย” คนที่นั่งข้างหัวโต๊ะเอย เขารู้จักมนุษย์ดัดแปลงคนนั้น

ผู้คนที่ร่วมประชุมอยู่เริ่มถกเถียงกัน ภาพบันทึกการต่อสู้สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริง และพวกเขากำลังถกกันถึงภัยอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น แค่เด็กคนนั้นสามารถเอาชนะโฮมุนครูสที่พวกเขาแตะตัวไม่ได้ก็ว่าเหลือเชื่อแล้ว แต่การที่กินแก่นกลางเข้าไปยิ่งทำให้พวกเขาตกใจยิ่งกว่า

ภาพถูกตัดเป็นภาพของคนในชุดป้องกันกลุ่มหนึ่งกำลังทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด

“อนุภาคเกิดปฏิกิริยารุนแรงมากเราจึงไม่สามารถรู้เรื่องต่อจากนั้นได้ แต่กำลังตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม” โฆษกพูดด้วยความหนักใจ พวกเขาสามารถตรวจสอบอนุภาคในช่องว่างเอามาปรับความถี่ที่เหมาะสมเพื่อดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ แต่ว่าภาพที่ได้ถูกตัดออกเพราะอนุภาคเกิดปฏิกิริยาจนทำให้ข้อมูลที่เคยเกิดขึ้นได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ภาพที่ได้จึงขาดตอน

“ใช่! ส่งคนเพิ่มไปอีก” คนที่นั่งข้างหัวโต๊ะอีกคนพูดขึ้น “เรื่องนี้สำคัญมาก เราต้องรู้ให้ได้ว่าเด็กคนนั้นหายไปไหน”

คนในห้องพยักหน้าเห็นด้วย ข้อมูลคือสิ่งสำคัญ ตราบเท่าที่มีข้อมูล พวกเขาก็จะสามารถต่อยอดได้อีกมากมาย

“เงียบ” คนที่นั่งที่หัวโต๊ะเอยปากเพียงคำเดียว บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปในทันที และก็มีคนในห้องคนหนึ่งพยักหน้าเพื่อแสดงความคิดเห็น

“ท่านครับ พวกเราบอกเรื่องนี้ให้ทางยาตะทราบดีไหมครับ”

ชายที่เป็นหัวหน้าได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้า “มันเป็นไปตามสัญญาอยู่แล้ว ติดต่อให้พวกเขาทราบด้วย”

เขาอาจจะแสดงความอ่อนแอออกมาก็จริง แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ องค์กรจันทราของพวกเขากับหมู่บ้านลับแลยาตะเป็นหนึ่งในสองขุมอำนาจที่ค่อยปกป้องโลกมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ แต่เพราะแนวคิดกับวิธีการที่แตกต่างกันทำให้ทั้งสองขุมอำนาจเป็นไม้เบื่อไม้เมา การกระทบกระทั้งกันเล็กน้อยก็ทำให้เกิดสงครามระหว่างสองขุมอำนาจในทันที ยิ่งยาตะนั้นมีความสามารถในการต่อสู้ที่ทรงพลังกว่าพวกเขามากหลายเท่า [ขณะที่ด้านข้อมูลกับข่าวสารพวกเขาจะเหนือกว่า]

ตอนเหตุการณ์ที่ขั้วโลกใต้ในอดีตก็ทำให้เหล่าจันทราเสียนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดไปจนเหลือเพียงคนเดียวที่รอดชีวิต เวลาเพียงร้อยสองร้อยปีไม่เพียงพอที่พวกเขาจะฟื้นฟูจากความเสียหายมหาศาลในครั้งนั้นได้เลย

“ส่งคนของเราออกไป” หัวหน้าที่อยู่ที่หัวโต๊ะลุกขึ้น “แต่ต้องระวังตัวไว้ด้วย อย่าให้ตันตนของพวกเราแพร่พรายออกไปเป็นอันขาด”

“ครับท่าน!” คนที่นั่งข้างหัวโต๊ะสองคนลุกขึ้นและพูดพร้อมกัน

หัวหน้าเอามือจับหนวดของตัวเอง ยังดีที่พวกเขาสามารถเรียกสายลับกับเซลล์แฝงเพื่อภารกิจได้ แต่เพราะสงครามแย่งชิงดินแดนที่เกิดขึ้นทำให้ขยับไม่สะดวก หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แต่ในห้องก็มีผู้ชายคนหนึ่งกำลังมองดูสถานการณ์ ดวงตาที่คมกริบจ้องไปยังทุกคนในห้อง เขาเป็นคนช่วยมนุษย์ดัดแปลงฆ่าโฮมุนครูส แต่จะให้คนอื่นรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด แผนกำลังดำเนินเป็นไปได้ด้วยดี นาระจำเป็นต่อแผนการนั้น

.............................

วันที่ 19 เมษายน  ค.ศ. 2042 เวลา 07: 00 น. (+11H)

            ห้องพยาบาลบนเรือสำราญ

“โอะ!”

“ขอโทษค่ะ” โดโรธีรีบดึงมือกลับมาแนบตัว

“ไม่เป็นไรครับ” นิลไม่ว่ากล่าวอะไร เป็นเขาเองที่ขอร้องให้โดโรธีช่วยทำแผลที่ข้อเท้า

เขามองหน้าโดโรธีที่แก้มแดงเหมือนลูกท้อพร้อมกับยิ้มให้อ่อนๆ

“รู้สึกเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” หวังลี้ที่กำลังต้มน้ำร้อนเพื่อชงเครื่องดื่มถาม

“ไม่ครับ แค่รู้สึกตัวชานิดหน่อย” นิลพูดพร้อมกับขยับนิ้วมือทั้งสองข้าง เขาถูกแช่แข็งและนึกว่าจะตายซ่ะแล้ว แต่โดโรธีก็เข้ามาช่วยเขาได้ทันเวลา ตอนนี้นิลใส่แค่กางเกงบ็อกเซอร์กับผ้าห่มหลายชั้นเพื่อทำให้ตัวอุ่น

หวังลี้ยื่นเครื่องดื่มให้นิลดื่ม เธอตกใจมากที่นิดฟื้นขึ้นมาตอนที่กำลังถูกแช่แข็ง ทั้งที่แพทย์ให้ยาที่ทำให้หลับลึกไปแล้ว แต่นิลดันได้สติกลับมาไม่พอ บาดแผลตามตัวที่ได้รับการรักษาร่วมไปถึงแผลผ่าตัดยังสมานตัวอย่างรวดเร็ว แถมยังไม่ขาดเลือดแล้วด้วย แพทย์บนเรือหลายคนกำลังตกใจและช่วยกันหาบทสรุปเหตุการณ์ดังกล่าว

โดโรธีกำลังตัดแต่งแผลที่ข้อเท้าของนิลพลางจ้องเท้าที่หายไปทั้งสองข้าง

“ผมตัดมันเอง...ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก” นิลปลอดโดโรธี ผู้หญิงตรงหน้ากำลังเสียใจและเขาก็ปลอบไปตามสมควร

พอโดโรธีได้ยินดังนั้นสีหน้าที่ดำคล้ำก็กลับมาแดงลูกท้ออีกครั้ง เธอยิ้มให้นิลและตัดแต่งแผลอย่างประณีต

ตอนแรกที่นิลเท้าขาดเธอตกใจมาก ทางแพทย์บอกว่าพวกเขาจะหาวิธีจัดการทีหลังตอนที่นิลได้รับการรักษาตอนถึงที่หมาย แต่ตอนนี้นิลได้สติแล้ว เธอคิดว่าพวกเธอควรจะหาวิธีทำให้นิลกลับมาเดินได้อีกครั้ง

“เรื่องเท้าของคุณฉันพอจะยกอะไหล่สำรองต่อเติมได้ค่ะ” หวังลี้พูด เท้าของนิลขาดและมีเท้าเทียมแบบไม่สมประกอบติดมา เนื่องจากนิลมีการผ่าตัดเชื่อมต่อทีกระดูกสันหลัง เธอจึงคิดว่าถ้าเอาขาเทียมอันสำรองมาดัดแปลงเชื่อมระบบประสาทและส่งสัญญาณผ่านกระดูกสันหลังก็น่าจะทำให้นิลสามารถเดินได้ตามปกติเหมือนเดิม

“ตอนนั้น” นิลทำสีหน้าเคร่งเครียด “เจ็บจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าผมตัดเท้าตัวเองทิ้ง ผมคงจะตาย....”

เขาเล่าเหตุการณ์ต่างๆให้ฟังเป็นฉากๆว่าหลังจากที่เขากับวิลบุกจู่โจมสถานีฯแล้วเจออะไรบ้าง และพอเล่าถึงตอนที่เขาสู้ตัวต่อตัวกับนาระบรรยากาศโดยรอบอุณหภูมิลดลงจนเกือบเป็นไอติมแท่ง

“เขาอยู่ที่นั้นด้วย?” หวังลี้เป็นคนแล้วที่ตกใจ “และคุณยังสู้กับเขาเพียงลำพัง!” อันนี้หวังลี้ตกใจยิ่งกว่า เธอเคยเจอสัตว์ประหลาดสีดำที่นิลเรียกว่านาระเล่นปางตายมาแล้ว ความสามารถทางกายภาพของนาระเหนือกว่าเธอในตอนนั้นมาก แต่นิลกับต่อสู้กับนาระได้อย่างสูสีแถมยังทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บทั้งที่ตัวเองเท้าขาด

นิลที่เห็นหวังลี้ตกใจจึงสาธิตความสามารถในการเปลี่ยนสีตัวเองให้ดู ซึ่งตอนนี้ความสามารถในการเปลี่ยนสีโดดเด่นกว่าแต่ก่อนมากหลายเท่า นิลในร่างสีน้ำตาลแค่ใช้นิ้วชี้พับก็สามารถบีบอัดโลหะที่หลุดออกจากเท้าเขาได้อย่างสบายๆ

ต่อจากนั้นนิลก็เล่าเรื่องตอนที่เขาถูกผู้หญิงที่ชื่อว่านาตาเลียจับเขาไป

“นาตาเลีย! ความตายสีขาว!!” หวังลี้กับโดโรธีตกใจที่นิลถูกคนอันตรายอย่างผู้หญิงคนนั้นจับตัวไป ชื่อเสียงของความตายสีขาวที่สองค่อนข้างเป็นที่โด่งดัง แต่เนื่องจากทางราชการเก็บข้อมูลของผู้หญิงคนนี้ไว้เป็นความลับ และเจ้าตัวยังเป็นพลซุ่มยิงมือฉกาจจึงยากที่จะรู้ข้อมูลสัณฐาน อย่างโดโรธีเองก็เคยถูกความสีขาวที่สองยิงเข้าที่ขมับ แต่โชคดีที่ร่างกายของเธอมันพิเศษเธอจึงรอดมาได้

นิลพยักหน้าและเล่าต่อ นาตาเลียบีบให้เข้าใช้ความสามารถและตะลุยโซนสีแดง และเจอเรื่องมากมาย จนเจอกับจิมมี่ที่ใช้ชื่อนาคคุด สุดท้ายจึงเล่าถึงตอนที่เขาหลุดเข้าช่องว่างตอนเข้าห้องน้ำและสู้กับนาระอีกครั้ง

“ไม่น่าเชื่อค่ะ”

“อุ่ย!”

“ขอโทษค่ะ” โดโรธีที่ประหลาดใจกับเรื่องราวของนิลเผลอกดแผลของนิลแรงไปจนนิลร้อง เธอไม่เชื่อเลยว่าโลกของเธอจะมีเรื่องเหนือธรรมชาติที่อธิบายไม่ได้อยู่ แค่ตัวเธอที่มีความสามารถเกี่ยวกับการเปิดช่องว่างก็เรียกได้ว่าโดดเด่นในหมู่ผู้มีใช้อีเลเมนต์แล้ว แต่เรื่องนี้ถือว่าแปลกใหม่เหมือนกับเธอกำลังอ่านนิยายดีๆสักเรื่อง

“เป็นไปไม่ได้” หวังลี้ส่ายหน้า “นาระคนนั้นเป็นคนทำร้ายคุณ?” เธอแทบจะไม่เชื่อการพัฒนาของนาระ เธอรู้ว่านาระเป็นมนุษย์ดัดแปลง แต่การพัฒนานาระนั้นรวดเร็วเกินไป ตามที่นิลเล่ามาตัวนาระได้บาดเจ็บสาหัสอยู่ก่อนแล้ว แต่ก็ยังสามารถเอาชนะและทำให้นิลอยู่ในสภาพอเนจอนาถได้อย่างไม่ยากเย็น

“เขาเก่งมาก พลังมันมากขึ้นเรื่อยๆ” นิลพูดถึงตอนนี้ก็กำมือ ถ้านาระยังคงพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ครั้งหน้าที่พบกันนิลอาจจะแพ้ทั้งที่ยังทำอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำ

“ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ” โดโรธีกำมือของนิล “ตัวประหลาดนั้นอาจจะเก่งขึ้น แต่เราชนะมันได้แน่” เธอพูพอย่างมั่นใจ สัตว์ประหลาดที่ชื่อว่านาระอาจจะทรงพลังไร้พ่าย แต่ก็ใช้ว่านิลจะพัฒนาไม่ได้เช่นกัน เธอมีทั้งเงิน,มันสมอง,กำลังพลและเทคโนโลยีอยู่ ถ้าเธอ,หวังลี้กับวิศวกรหัวกะทิช่วยกันลงแรง แบบนี้คุณนิลชนะเจ้านาระนั้นแน่

“ขอบคุณมาก” นิลยิ้มให้กับโดโรธี เขารู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าคิดจะทำอะไร และเขารู้สึกยินดี ทั้งที่ยังรู้จักเพียงไม่นาน แต่เธอก็ช่วยเหลือเขามากถึงขนาดนี้ นิลอาจจะโหดและบ้างทีก็ไม่มีความเมตตา แต่เขาก็รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควรและยังรู้ว่าโลกที่โสมมใบนี้ยังมีเรื่องดีๆเหลือให้เห็นอยู่

“เธอด้วย” นิลหันไปขอบคุณหวังลี้

หวังลี้ส่ายหน้า “ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก” เธอเหล่ตาไปยังโดโรธีให้นิลดูและรีบออกจากห้อง “ดิฉันจะไปเตรียมอะไหล่”

หวังลี้ที่รีบเดินออกจากห้องเหล่มองนิลกับโดโรธีด้วยแววตาน่ากลัว คนอื่นอาจจะคิดว่าเธอให้โอกาสทั้งสองให้อยู่ด้วยกันเพียงลำพัง แต่ความจริงแล้วหวังลี้ต้องการพิสูจน์บางอย่าง

เธอรู้สึกแปลกๆที่จริงก็อยากให้ทั้งคู่ได้สวีตกัน แต่หวังลี้รู้สึกเสียวสันหลัง นิลตรงหน้าของเธอให้บรรยากาศแปลกๆ ตอนที่เขาพูดกับโดโรธีกับเธอนั้นอบอุ่น แต่ตอนที่เขากำลังเล่าเรื่องของตัวเอง แววตาของนิลฉายแววที่ต่างออกไปมันเป็นแววตาที่เยือกเย็นและไร้ความรู้สึกเหมือนกับหุ่นยนต์ไม่มีผิด

หวังลี้เปิดกระเป๋าที่ติดตั้งไว้ที่หลัง ข้างในเป็นโดรนแมงมุมขนาดเล็ก เธอออกคำสั่งให้มันเกาะเพดานและให้เป็นดวงตาของเธอเพื่อดูสถานการณ์ในห้องอยู่ด้านนอก ส่วนตัวเธอเองก็ติดตั้งอาวุธและระวังตัวจนถึงขีดสุด ถ้าเกิดว่านิลคนนี้ทำร้ายโดโรธีเธอก็จะสามารถเข้าไปช่วยได้อย่างทันท่วงที

 

“เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าแดงมาก” นิลถามโดโรธีที่กำลังหน้าแดงจัดจนถึงหู ตามความเป็นจริงเขาแค่พูดไปงั้น นิลรู้ว่าโดโรธีกำลังเขินอาย แต่เขาไม่รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าคิดอย่างไรกับเขา

“กรี๊ด!”

ทันทีที่มือของนิลแตะกับหน้าผากของโดโรธี เธอก็ร้องตกใจเสียงดังถึงกับทิ้งเครื่องมือทิ้ง

“ขอโท..”

“ไม่ใช่ค่ะ! ดิฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ” โดโรธีขอโทษนิลและพยายามหยิบเครื่องมือที่ตกพื้น แต่เหมือนเธอจะตกใจมากไปหน่อย ตอนเธอหยิบและลุกขึ้นก็ดันลื่นล้มทับนิล

“โอ้ว” นิลตาค้าง เพราะเหมือนกับว่าโดโรธีจะทับเข้าเต็มที เขารู้สึกเจ็บแผลที่อยู่ตามตัวสุดๆ แต่ก็ยังเก็บอารมณ์ไม่แสดงสีหน้าดูไม่ได้

“ขะ ขอโทษค่ะ” โดโรธีหายใจไม่เป็นจังหวะ ตาของเธอแดงและขุ่นมั่ว สติของเธอเริ่มไปซ่ะแล้ว

“อย่า!” นิลยกแขนขึ้น “อย่าขยับ” เขาค่อยๆดันตัวของโดโรธีขึ้นด้วยตัวเอง เมื่อกี้ตอนเจ้าตัวที่กำลังตกใจก็เล่นใช้มือกดแผล นิลรู้สึกเจ็บไม่ใช่น้อย เขาดันไหล่ของโดโรธีและคว้าเธอในอ้อมอก

โดโรธีที่หน้าแดงไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ปล่อยให้นิลจัดการเองทุกอย่าง

นิลมองโดโรธีก่อนที่มุมปากของเขาจะกระดก ตอนนี้เขารู้แล้วว่าโดโรธีชอบเขา แต่เขาก็ไม่รู้จะทำยังไง นิลคงไม่หน้าด้านลวนลามผู้หญิง แต่โอกาสแบบนี้ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ

ความรู้สึกด้านมืดกำลังเข้าครอบง่ำ แต่นิลก็ตัดใจได้ทันที เขาไม่รู้หรอกว่าในหัวเข้ามีอะไรใส่ไว้อยู่ข้างใน แต่มันก็ห้ามไม่ให้เขาล่วงเกินผู้หญิง

“โอเคมั้ย!” นิลพยายามเรียกสติโดโรธี แต่ดูจากตาที่เหม่ยลอยแล้ว “สลบไปแล้ว” ‘แล้วคราวนี้จะทำยังไงดี’

“คุณทำอะไรกับโดโรธี” หวังลี้ที่ถีบประตูห้องจ้องเขม็ง สีหน้าของเธอดำเมี่ยม

“เออ?” นิลที่ไปไม่เป็นมองไปยังหวังลี้ และพอเข้าเห็นสายตาของหวังลี้เขาจึงลองไล่มองดูจนพบว่ามือของเขากำลังบีบหน้าอกของโดโรธีที่แข็งเป็นผัก

“อุ้ย!” เขารีบปล่อยมือ

หมับ!

“ไอ้คนลามก! ไอ้ทุเรศ!  !@#$%^&*()_+” หวังลี้คว้าข้อมือของนิลตะโกนด่าอย่างต่อเนื่องไม่หยุดและกระชากนิลให้อยู่ห่างจากเพื่อนของเธอและใช้แขนเหล็กกดที่หน้าอกของนิล

“อ๊อก!” นิลร้องเสียงดัง เขาถูกกดจนแผลเปิดและหายใจออก

!

“ขอโทษ!!!” หวังลี้รีบปล่อยมือ แขนข้างหนึ่งอุ้มโดโรธีที่หน้าแดงตัวแข็ง และอีกข้างคว้านิลที่กำลังกระแทกพื้นได้อย่างทันท่วงที การกระทำสองอย่างพร้อมกันคงมีแต่หวังลี้ที่มีระบบให้ความช่วยเหลือ

พอนึกถึงสภาพร่างกายของตัวเอง หวังลี้ก็คิดว่าเธอควรจะมีแขนกลเพิ่มเติมสักสองถึงสี่ข้างจะได้ใช้งานได้หลากหลายขึ้น (มีระบบคำนวณมากมาย แต่ไม่ได้ใช้ก็ดูไร้ประโยชน์ยังไงไม่รู้)

แต่อย่างน้อยก็หายห่วงไปเรื่องหนึ่ง นิลในตอนนี้ไม่เป็นอันตรายต่อโดโรธีอย่างแน่นอน ระบบของเธอสามารถคอนเฟิร์มเรื่องนี้ (ตรวจชีพจร,ตรวจจังหวะการเต้นและอะไรอีกมากมายระยะไกลจากโดรนแมงมุม) แต่ต้องระวังเรื่องเพศ เพราะเหมือนนิลจะมีความรู้สึกทางเพศต่อโดโรธี(ขณะที่โดโรธีจะไร้ซึ่งการป้องกันและยอมปล่อยให้นิลทำตามใจชอบ) เห็นทีเธอต้องหาอุปกรณ์เตือนภัยให้โดโรธีพกติดตัวไว้เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับโดโรธี

หวังลี้ดูขาซ้ายของโดโรธีที่ตอนนี้ติดตั้งอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหว แค่นี้เธอก็แทบไม่มีหน้าไปบอกอับดุลที่ฝากฝังโดโรธีให้เธอดูแลแล้ว ถ้าเกิดเพื่อนสาวเสียพรหมจรรย์อับดุลคงจะเลาะเธอเป็นเศษเหล็กและเอาเหล็กที่ได้ไปหลอมทำตัวถ่วงจับนิลถ่วงมหาสมุทร

“ผมตั้งหากที่ผิดเอง” นิลพูดพร้อมกับกดกล้ามเนื้อตามตัว เขารู้สึกเจ็บแปร๊บไปทั้งตัวเหมือนกับตัวกำลังจะฉีกออกจากกัน แต่ก็พยายามเก็บความรู้สึกไว้ ที่เขาเพิ่งมารู้สึกตอนนี้เพราะความรู้สึกตอนที่ตัวสัมผัสร่างกายของโดโรธีมันยังแสดงผลอยู่

หวังลี้จ้องมองนิลปางจะฆ่าให้ตาย เธอหยิบผ้าเช็ดตัวห่อตัวโดโรธีเอาไว้ เธอรู้ว่าโดโรธีชอบนิลมาก(และจากสภาพคงพร้อมจะพลีกายให้ในหลายความหมาย) หวังลี้ก็ต้องยิ่งเข้มงวดเหมือนกับผู้ปกครองพยายามปกป้องลูกสาวจากหมาป่าหิวกระหาย

ความรู้สึกนี้ยิ่งรุนแรงมากขึ้น หลังจากหวังลี้สแกนร่างกายของนิลอย่างต่อเนื่องก็พบว่านิลมีความรู้สึกทางเพศต่อโดโรธี แต่กับคนอื่นกราฟของนิลเหมือนกับมือสังหารที่เก็บความคิดอย่างฆ่าคนไว้ลึกๆและพร้อมจะฆ่าทุกคน

‘อันตรายมาก’ คำนิยามนี้ได้รับการพิสูจน์ หลังจากที่หวังลี้เคยสแกนตอนที่นิลอยู่กับเด็กน้อยเจสสิก้าและพบว่ามันเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย การทำงานของร่างกายนิลไม่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งที่นิลแสดงสีหน้าแสดงอารมณ์แต่ข้อมูลที่ได้ขัดกับการแสดงออก ตั้งแต่ตอนนั้นเธอก็เริ่มระแวงนิลแล้วถึงขนาดที่ว่าพร้อมกับฆ่าเขาทิ้ง ถ้าไม่ติดเรื่องของโดโรธีเธอคงจะลงมือ และอาจจะมีใครคนดันคนหนึ่งต้องตาย




NEKOPOST.NET