P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 13 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.13 - บทสนทนาในโซนพยาบาล


Time บทสนทนาในโซนพยาบาล

 

วันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 2042 เวลา 11:14 น.

ห้องพยาบาลหลักบริเวณทางเข้า Song of Happy

“พยาบาลใหม่ตรงนั้นน่ะ มานี้หน่อยสิ”

ชายชราคนหนึ่งในเสื้อสูทมาดเข้มหัวล้าน เรียกพยาบาลสาวที่กำลังเอาผ้าชุบน้ำเช็ดตามตัวชายที่กำลังหมดสติอยู่บนเตียง

“ค่ะๆ มีอะไรค่ะท่านหัวหน้า”

พยาบาลสาวรีบลุกขึ้นโต้ตอบ เอามือขวาพาดอก โค้งหัวทำความเคารพในทันที

“เพราะเธอเอาแต่เป็นยังงี้ไง เลยไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่งสักที”

ชายหัวล้านกล่าวตักเตือนพยาบาลสาว

พยาบาลสาวทำปากหวอ มองหน้าอีกฝ่าย ก่อนที่จะส่ายหน้าให้อีกฝ่ายด้วยความงุนงง

“เฮ้อ ก็เธอเป็นพวกชอบเผลอเรอในทุกเรื่องน่ะสิ อย่างเมื้อกี้นี้เธอยังทำให้ลูกค้าเค้าดูถูกเลย ถ้าไม่ติดว่าพ่อของเธอเป็นเพื่อนฉัน ฉันก็คงไล่เธอออกไปนานแล้วล่ะ”

ชายหัวล้านหาเหตุผลให้อีกฝ่ายฟัง เพื่อหวังให้อีกฝ่ายหัดพัฒนาตัวเองได้ แต่ก็มักจะล้มเหลว เพราะพยาบาลสาวตรงหน้านี้เป็นพวกสมองช้าสุดๆ ถึงจะเรียนจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก แต่ก็ไม่เคยได้รักษาคนไข้ได้เป็นตัวเป็นตนสักคน ได้แต่เป็นพยาบาลมา 2 ปี แล้วครั้งนี้ดูเหมือนเธอก็ยังเหมือนเดิม สีหน้าเหมือนคนไม่ได้นอน แว่นตาตก ทำอะไรซุ่มซ่ามตลอดเวลา

“ที่นี้มีคนไข้ที่ชื่อว่า ‘นิล’ หรือเปล่า”

ชายหัวล้านเปลี่ยนเรื่องคุย พลางทำหน้าตาพร้อมถอนหายใจ

‘เฮ้อ ไอเกลอ เอ๊ย ฉันคงช่วยแกไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้วว่ะ คงได้แต่หวังว่า ลูกสาวแกจะได้เจอกับผู้ชายดีๆเข้าสักวันเท่านั้น’

ชายหัวล้านคิดในใจ ก่อนที่จะมองไปยังพยาบาลสาวก็พบว่าหล่อนหลับทั้งยืนไปเรียบร้อยแล้ว

นี้! สนใจหน่อย

ชายหัวล้านตะคอกใส่อย่างแรก ซึ่งมันก็ได้ผลหญิงสาวตรงหน้าตื่นขึ้นจากภวังค์แล้ว แต่ก็ยังแสดงถ้าทางอิดโรยอยู่เป็นระยะๆ

พยาบาลสาวขยี้ตาหนึ่งที ก่อนที่จะถามอีกฝ่าย

“เมื่อกี้ ท่านหัวหน้าสั่งอะไรค่ะ ดิฉันไม่ได้ยินค่ะ”

‘ไม่ได้ยิน หรือ ไม่ได้ฟังกันแน่ ชักจะทนไม่ไหวแล้ว’

“เฮ้อ ฉันแค่จะถามว่า ที่นี้มีคนไข้ที่ชื่อว่า ‘นิล’ ไหมมันก็เท่านั้นแหล่ะ แต่ก็อย่างว่า ฉันคงต้องตัดเงินเดือนของเธอ”

ชายหัวล้านกล่าวเพื่อให้อีกฝ่ายรู้จักขยันสักหน่อย

แต่เหมือนจะไม่มีประโยชน์กับหญิงสาวตรงหน้า เธอชี้ไปยังห้องพยาบาลที่อยู่สุดทางเดิน ซึ่งท่าทางของเธอเหมือนจะบอกว่า ‘ถ้าแน่จริงก็ไม่ต้องให้ก็ได้น่ะ เงินเดือนน่ะ’

และก็เป็นอีกครั้งที่ชายชราจะต้องส่ายหัว เขาจึงมองไปที่บริเวณดังกล่าวจะพบว่ามีหญิงสาวสองคนยืนคุยกันอยู่ ก่อนที่จะพบ หนึ่งในสองคนนั้นกำลังมองมาทางนี้ด้วยสีหน้าหงุดหงิดเสียด้วย ซึ่งหญิงสาวคนนั้นเท่าที่เขาได้ฟังกิตติศัพท์มารู้สึกว่า จะเคยส่งมาเฟียเรียกค่าไถ่ หรือแม้แต่แก๊งค้ามนุษย์ในระแวกนี้เข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น และประธานของแกรนบาร์ซ่ายังเคยกำชับไว้ว่า “ช่วงนี้มีผู้หญิงที่มีฉายาว่า ‘เจ๊ใหญ่’ ปวนเปี้ยนอยู่ให้ระวังไว้ให้ดี”

 

ไอแก่ตรงนั้นมองอะไร อย่างมีเรื่องรึไง

ชายหัวล้านสะดุ้งในทันที ก่อนที่จะพบว่าหญิงสาวที่กำลังกล่าวถึงกำลังมองหน้าเขาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อยังไงยังงั้น

ชายหัวร้านถึงกับเหงือกาฬไหลพลั่ก ก่อนที่จะแสร้งยิ้มคุยกับอีกฝ่ายด้วยความสุภาพ

“เอ่อ คือพวกคุณเป็นญาติของผู้ป่วยที่ชื่อว่า นิล หรือเปล่าครับ”

ชายหัวล้านพูดไปก้มหัวแสดงความเคารพไปด้วย เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายโกรธไปมากกว่านี้

แต่แน่นอนว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่สนใจกับการกระทำของเขาเมื่อครู่นี้ด้วยซ้ำ แถมยังกำหมัดเสียงดังกร๊อปแกร๊ปอีกตั้งหาก

“ต้องขอโทษด้วยน่ะค่ะ ที่เพื่อนของดิฉันกล่าววาจาหยาบคายกับคุณ ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงค่ะ”

หญิงสาวข้างกุมมือพลางโค้งตัวขอโทษให้กับเขา ก่อนที่หญิงที่นิสัยดูสุภาพคนนี้จะพูดให้หญิงสาวอารมณ์ร้อนนั้นใจเย็นลงบ้าง

ซึ่งหญิงสาวอารมณ์ร้อนก็แสดงท่าทางใจเย็นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่หญิงสาวอีกคนจะถามเขา

“แล้วไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรกับนิลคุงหรือค่ะ”

หญิงสาวตรงหน้าตอบด้วยความสุภาพ ซึ่งชายหัวล้านเองก็โค้งตัวให้อีกฝ่ายเช่นกัน ซึ่งจากกริยามารยาทของหญิงสาวตรงหน้าคงต้องเป็นคนประเทศเดียวกับเขาอย่างแน่นอน

ตอนนี้สำหรับชายหัวล้านแล้ว บรรยากาศที่ใช้พูดคุยนั้นดีขึ้นมาก คงต้องขอบคุณหญิงสาวตรงหน้านี้จริงๆ ไม่เช่นนั้นเขาคงถูกทำร้ายร่างกายในโซนพยาบาลของเขาเองก็เป็นได้

“คือ มีคนมาขอพบน่ะครับ ดูจากถ้าทางแล้วจะเป็นคนรู้จักกับผู้ป่วยน่ะครับ ตอนนี้เขาอยู่ที่ห้องรับรองด้านล่างแล้ว ผมเลยมาเพื่อเช็คห้องผู้ป่วยเพื่อยืนยัน ห้องของผู้ป่วยเฉยๆน่ะครับ”

“งั้นก็ก็ไปๆได้แล้ว บอกให้เขารออยู่ตรงนั้น นั้นแหล่ะ เดียวพวกฉันไปหา”

หญิงสาวพูดสวนขึ้นทันควัน ก่อนที่จะโบกมือไล่อีกฝ่าย ซึ่งอีกฝ่ายเมื่อเห็นท่าทางดังนั้น จึงได้แต่ยอมถอยไปแต่โดยดี ก่อนที่จะใช้ระบบสื่อสารเฉพาะเพื่อบอกให้พนักงานด้านในเชิญแขกไปยังห้องวีไอพีก่อน

หลังสิ้นเงาของชายหัวล้าน หนึ่งในหญิงสาวก็พูดออกมา

“เธอคิดอะไรอยู่น่ะริสจัง แบบนี้มันอันตรายน่ะ”

โฮชิพูดด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“ก็เพราะว่ามันอันตรายนั้นแหล่ะถึงคุ้มค่าที่จะพบ อย่างที่ได้ยินใช้มั้ยหล่ะ ว่าห้องวีไอพี”

หญิงสาวพูดแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว พลางหยิบปืนสั้นที่เก็บไว้ตรงรองเท้าบู๊ทออกมา

“ดูท่า ริสจังกะอาละวาดเต็มที่เลยใช่มั้ยเนี่ย”

โฮชิพูดพลางบิดเอวไปมา

“ก็น่ะ ตอนแรกฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรหรอก แต่อีกฝ่ายถึงขนาดตามมาถึงที่นี้ แถมนัดกันอย่างโจ่งแจ้งซ่ะด้วย ถ้าไม่ใช้คนใหญ่คนโตของ มหาสหพันธ์ ก็คงทำเรื่องอย่างนี้ไม่ได้หรอก”

ริสตี้พูดขึ้นกอนที่จะเดินนำโฮชิไป

เมื่อเห็นเพื่อนรักเดินนำหน้า หญิงสาวจึงเดินตามพลางทำไปด้วย

“แต่ตอนนี้ เราเองกำลังทำสงครามเย็นกับพวกนั้นอยู่นิ แถมมีสัญญาหยุดยิงชั่วคราวอยู่ด้วย แบบนี้เบื้องบนจะไม่ว่าหรอกหรอที่อยู่ดีๆพวกเราก็อาละวาดขึ้นมาแบบนี้”

โฮชิพูดไปควงมีดไปตามทาง ซึ่งเธอเองตอนนี้พร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันแล้ว ใบมีดบนมือของเธอส่งเสียงดังถี่ยิบ

“มันก็แค่ ‘ชั่วคราว’ ยังไงซ่ะมันก็ต้องยิงกันให้ตายกันไปข้างหนึ่งอยู่ดี ตอนนี้ถ้าพวกเราลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ”

ริสตี้พูดพลางมองไปด้านหลังที สร้างความสงสัยให้โฮชิเป็นอย่างมาก

“มีใครตามเรามาหรอ ริสจัง”

“ก็ไม่แน่ใจนักหรอก แต่ในตอนนี้จะมาไม้ไหนฉันก็ไม่สนใจอีกแล้ว”

ริสตี้ยืดอกขึ้น ก่อนที่จะหยุดลงหน้าห้องวีไอพีห้องหนึ่งที่มี คนของพยาบาลมองกันตัวแข็ง

“แต่ก็อย่างว่า ถ้าอีกฝ่ายมาเพียงแค่พูดทางเราเองก็ควรมีมารยาทกันเล็กน้อยน่ะ”

“นั้นควรเป็นคำพูดของคนที่ชอบใช้แต่กำลังรึไง ริสจัง”

โฮชิพูดแขวะกับอีกฝ่ายเล็กน้อย

แต่ก็พบว่าริสตี้ไม่ได้หันมามองตัวเอง แต่กำลังมองกระจากเงาบานโตตรงหน้า แถมทำหน้าตาหน้ากลัว เหมือนมองเห็นผียังไงอย่างนั้น

“เป็นอะไรไปหรอริสจัง”

โฮชิถามด้วยความสงสัย

“ไม่มีอะไรหรอกก็แค่ นึกถึงอดีตหน่อยๆ มันก็เท่านั้น เอาเถอะเข้าไปกันดีกว่า”

ริสตี้พูดตัดจบ ก่อนที่จะเดินนำหน้าเข้าไปในห้องในทันที

ส่วนเพื่อนสาวคงได้แต่ส่ายหัวไปมาเท่านั้น เพราะรู้นิสัยอีกฝ่ายดี ที่เป็นหนึ่งที่ปากไม่ตรงกับใจสักเท่าไร แถมชอบตัดจบบทสนทนาเอาดื้อๆเลยด้วยซ้ำ

 

“แอ๊ด”

ทั้งสองสาวเข้ามาในห้องเล็กห้องๆหนึ่ง ในห้องนี้นอกจากโซฟาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกันสองตัว ก็ไม่มีอะไรไปมากกว่านี้แล้ว ก่อนที่ประตูอีกฝั่งจะเปิดขึ้น พร้อมกับร่างของชายคนหนึ่ง

เขาสวมเสื้อกั๊กสีดำ กางเกงกับรองเท้าคอมแบ็ทสำหรับทหาร มีรอยแผลรูปดาวเหนือตาขวาเล็กน้อย บนหัวมีผมขาวแทรกผมสีดำ บนหน้ามีรอยเหี่ยวย่นแสดงถึงอายุของเขา แต่ตามตัวเขาก็มีรอยแผลเป็นบนกล้ามเนื้อจำนวนมาก แสดงให้เห็นประสบการณ์ที่มีมาอย่างโชกโชน

 

ชายดังกล่าวค่อยๆนั่งลงอย่างช้าๆ ก่อนที่จะทำมือเชื้อเชิญให้ทั้งสองสาวนั่งลงด้วย

หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายนั่งลงบนโซฟาเรียบร้อยแล้ว ฝั่งของริสตี้จึงเริ่มประเด็นก่อน

“เอาหล่ะๆ คนของสหพันธ์ มาทำอะไรในที่แบบนี้งั้นหรอค่ะ ดูท่าทางคงไม่ได้มาดีสิน่ะ หรือว่าจะมาเอาตัวไอคนที่นอนอยู่ข้างบนคืน”

ริสตี้นั่งไขว่ห้างพลางดีดนิ้วไปมา ก่อนที่จะชี้นิ้วไปยังด้านบนเพื่อเน้นย้ำคำพูดของเธอ

ชายดังกล่าวยิ้มให้น้อยๆ ก่อนที่จะส่ายมือไปมา

“ผมมาที่นี้ด้วยเหตุผลส่วนตัว ไม่ได้มาเพื่อเอาตัวของนิลกลับไป แต่แค่จะมาขอบคุณพวกคุณด้วยความจริงใจมันก็เท่านั้น”

“ขอบคุณพวกเขา? พวกเราเป็นอริกันไม่ใช่หรือไง”

ริสตี้พูดยั่วโมโหอีกฝ่ายเพื่อที่จะได้ หาเหตุผลในการออกแรงที่เธอถนัดที่สุด

แต่ในสายตาของโฮชิ อีกฝ่ายที่่เป็นทหารผ่านศึกมาอย่างโชกโชน คงไม่รู้สึกโกรธเพียงแค่คำหาเรื่องธรรมดาที่เพื่อนของหล่อนพูด แต่ดูเหมือนตัวริสตี้เองที่ดูเหมือนจะโกรธมากขึ้นเรื่อยๆมากกว่า

“นี้คือ นามบัตรของผมจะเอาไปดูก่อนก็ได้ครับ”

ชายดังกล่าวยืนบัตรดิจิตอลสีฟ้าให้สองสาว

ริสตี้หยิบขึ้นมาดูในทันที ก่อนที่จะส่งต่อให้โฮชิอย่างหมดอารมณ์

เมื่อโฮชิได้อ่านข้อความแนะนำตัวก็ถึงกับอึ้งกับสิ่งที่ระบุอยู่ด้านบน

 

ชายตรงหน้าลุกขึ้นอีกครั้งพร้อมแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ

 

“ผมพันเอกดีเบิร์ก แซดเดอร์ ผู้บัญชาการสูงสุดของหน่วยรบต่อต้านอาวุธชีวภาพแห่งมหาสหพันธรัฐอเมริกาเหนือ  ต้องขอขอบคุณพวกคุณที่ช่วยเหลือ พวกพ้องของเรา”

 

 




NEKOPOST.NET