P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก ตอนที่ 128 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

P.Plan เส้นทางลิขิต ปฏิวัติโลก

Ch.128 - เขาปรากฏตัวขึ้น


วันที่ 19 เมษายน  ค.ศ. 2042 เวลา 04: 59 น. (+10H)

นิลนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดที่กำลังมีหมอหลายคนคนกำลังช่วยกันผ่าตัดช่วยชีวิตเขาที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

“เขาเสียเลือดมากเกินไป!” ชายคนหนึ่งที่พันผ้าโพกหัวพูดด้วยสีหน้าหวาดกลัว “เราไม่มีกรุ๊ปเลือดที่เข้ากันเลย” เขาพูดต่อ ตั้งแต่ที่เขาเป็นหมอ เขายังไม่เคยพบมนุษย์ที่มีร่างกายแปลกประหลาด ขนาดที่ว่าต้องดัดแปลงเลือดสำรองก่อนถึงจะรับเลือดได้

“ฉันอุปกรณ์ไม่พร้อม!” หวังลี้ที่เพิ่งเย็บแผลที่คอพูด เธอถึงกับต้องผ่าตัดเปิดคอเพื่อต่อเส้นเลือดใหญ่ที่ฉีกขาด แต่ปัญหาต่อมาคือนิลเสียเลือดมากเกินไปแบบที่คุณหมอกำลังกังวล อลันเคยบอกว่านิลมีกรุ๊ปเลือดที่พิเศษผิดมนุษย์ทำให้ไม่สามารถรับเลือดของผู้อื่นได้ตามปกติ อลันจำเป็นต้องฉายรังสีและดัดแปลงโครงสร้างภายในเม็ดเลือดของเลือดสำรองด้วยวิธีการพิเศษ

หวังลี้เองก็มีข้อมูลของวิธีการดัดแปลงโครงสร้างอยู่และจัดการได้ด้วยตัวเอง  แต่ตอนนี้ไม่มีเครื่องมือกับสารเคมีที่ต้องการในขณะที่นิลนั้นกำลังขาดเลือด

ข้างนอกห้องผ่าตัด

“......” โดโรธีที่นั่งอยู่หน้าห้องผ่าตัดกำลังใช้มือกดหัวเข่าซ้ายที่พิการ

“คุณหนู!” หญิงรับใช้รีบดึงมือของโดโรธีออก เพราะหญิงสาวเล่นจิกทะลุเนื้อผ้าจนเป็นเลือดไหล

“ขะ..ขะ..ขอโทษ” โดโรธีที่ได้สติดึงนิ้วที่จิกหัวเข่าออก

เธอกำลังโทษตัวเองที่ช่วยนิลไม่ได้และเขาคนนั้นกำลังบาดเจ็บสาหัส แต่เธอก็ยังช่วยอะไรไม่ได้สักอย่าง

“ไม่มีใครผิดหรอก” หวังลี้ที่สื่อสารผ่านทางระบบสื่อสารไร้สายพร้อมกับผ่าตัดพูดปลอบใจ

“ตะ..แต่........แต่ฉัน”

ปึง!

“พอเลย” หวังลี้ที่ตัดสินใจเปิดประตูเสียงดังใช้มือที่เปื้อนเลือดจับที่ใบหน้าของโดโรธี “ฉันรู้ว่าเธอเจ็บ แต่จะโทษตัวแบบนี้ก็ช่วยเขาไม่ได้ ลองคิดดูให้ดีและหาทางช่วยเขา”

หวังลี้เพ่งเข้าไปในดวงตาที่ร้อนรนและสับสนของโดโรธี ความรักทำให้การตัดสินใจผิดพลาด ถ้าปกติโดโรธีคงจะคิดวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ และเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเด็กน้อยที่กำลังหลงทางและตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง

โดโรธีที่ได้ยินดังนั้นจึงเริ่มสงบลงและตั้งสติได้ แต่แก้มที่สั่นระริกก็ทำให้หวังลี้ยังรู้ตัวว่าเธอคนนี้ยังรับไม่ไหว

“ไปพักก่อนเถอะคะ ทุกคนคิดที่จะทำให้คุณนิลเข้าสู่สภาวะหลับลึกชั่วคราว” คำพูดนี้ทำให้โดโรธีโล่งใจมากขึ้น เพราะถ้าใช้วิธีนี้ก็จะสามารถช่วยชีวิตนิลได้ และเธอยังสามารถใกล้ชิดเขาและดูแลนิลตอนที่กำลังฟื้นฟูร่างกาย.......

พอคิดแบบนี้โดโรธีก็ทำสีหน้าไม่ดีอีกรอบ เพราะเธอกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวที่บ้าผู้ชายจนโง่หัวไม่ขึ้น

หวังลี้ถอนหายใจก่อนที่จะประคองตัวโดโรธีไปล้างเนื้อล้างตัวและไปพักผ่อน เห็นว่าบนเรือสำราญส่วนตัวลำนี้มีอ่างอาบน้ำร้อนสำหรับแขกกิตติมศักดิ์อยู่ เธอจะพาโดโรธีไปล้างตัว,แช่น้ำร้อน และพาไปนอนพักกินลมที่ชั้นดาดฟ้า

“ช่างน่าอิจฉา” หวังลี้หัวเราะขณะที่โดโรธีที่ยิ้มอ่อนๆ คนหลังพอจะเข้าใจว่าถ้าเป็นใครๆในยุคสมัยแบบนี้การที่มีคนร่ำรวยมหาศาลและมียานพาหนะหรูหรามากมายใครๆต่างก็อิจฉา(และรังเกียจ) อย่างเรือสำราญลำนี้ก็เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวของพี่ชาย

ตอนที่หวังลี้กับเธอนั่งเรือเร็วจนมาถึงจุดนัดพบ หวังลี้ถึงกับตะลึงในภาพตรงหน้า และเธอก็รู้สึกอายมาก เพราะอับดุลเล่นส่งคณะเรือเดินสมุทรของเขามารับเธอกลับบ้าน (เรือสำราญหนึ่งลำ,เรือเดินสมุทรที่ดัดแปลงเป็นเรือแม่สองลำ,เรือลาดตระเวนกับเรือดำน้ำเล็กอีกสามกลุ่ม) นี้มันเป็นกองเรือทั้งหมดที่พี่ชายของเธอมีเลยน่ะ แต่อับดุลเล่นใช้มารับเธอแบบนี้มันดูอวดรวยเกินไปยังไงก็ไม่รู้

หวังลี้พาโดโรธีมายังห้องอาบน้ำที่มีคนรับใช้มากมาย เห็นว่าบนเรือลำนี้นอกจากพวกเธอกับคนของอับดุลแล้วยังมีแขกท่านๆอื่นที่ร่วมทำธุรกิจติดมาด้วย

พอแบบนั้นทำให้เธอนึกถึงเหตุการณ์ที่เธอและโดโรธีเจอกับนิลบนเรือลำนี้

ระหว่างที่หวังลี้กำลังปรับจูนโปรแกรมให้เหมาะสม ส่วนโดโรธีก็ไปที่ห้องกัปตันเพื่อติดต่อกับพี่ชายเพื่อรายงานความคืบหน้า

ตอนนั้นเองที่ระบบสื่อสารในหัวของเธอได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากโดโรธี เธอจึงคิดว่าเกิดเหตุร้ายและรีบวิ่งไปช่วย พอเธอถึงตัวโดโรธีก็พบว่า หล่อนกำลังกอดร่างที่ชุมโชกไปด้วยเลือดของนิลที่กำลังจะหมดลม ทุกคนที่อยู่ใกล้เคียงจึงรีบพานิลเข้าห้องฉุกเฉินในทันที แต่เธอก็สงสัยเพราะว่านิลโดนมาหนักมาก ขนาดที่ว่าหน้านี้พังยับ,อวัยวะภายในบอบช้ำรุนแรง และยังมีเลือดออกในสมอง การที่บาดเจ็บสาหัสหนักถึงตายแต่นิลยังไม่ตาย ก็ต้องชมว่าทนทายาดเหนือมนุษย์ (ดีไม่ดีจะทนทายาดกว่าเธออีก)

“รู้สึกดีขึ้นหรือยังค่ะ”

“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ต้องอภัยที่ทำให้ต้องเป็นห่วง” โดโรธีที่กำลังให้หวังลี้ช่วยล้างเนื้อล้างตัวให้สะอาดในห้องแช่น้ำร้อนค่อยๆเองตัวผิงเบาะกันน้ำที่อยู่ข้างหลัง

“เขาปลอดภัยแล้ว แต่ถ้าคุณช่วยเขาบำบัด ดิฉันว่าคุณนิลคงจะดีใจมากเลยค่ะ” หวังลี้พูดต่อหลังจากที่โดโรธีเริ่มใจเย็นลง เธอจึงเริ่มอธิบายเกี่ยวกับการรักษานิลที่กำลังให้ยาเพื่อให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะหลับลึก

สภาวะหลับลึกนี้คล้ายกับการจำศีล แต่ก็มีข้อแต่ต่างอยู่ นิลที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและขาดเลือดจะเสียชีวิตในอีกไม่กี่ชั่วโมง ขณะที่สมองจะตายในอีกไม่กี่นาที การหลับลึกจะเป็นการทำให้การทำงานของร่างกายของนิลแถบจะหยุดนิ่ง

ข้อดีคือสามารถยื้อชีวิตคนไข้จนกว่าจะสามารถหาวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพ แต่ข้อเสียของมันคือ วิธีการนี้ยังไม่สมบูรณ์ คนที่หลับลึกไปมีสิทธิ์ที่จะพิการหลังจากที่ฟื้นเพราะร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถจำศีลได้เหมือนสัตว์

แต่หวังลี้ก็พอมีวิธีแก้ไข เคราะห์ดีที่นิลมีการผ่าตัดติดตั้งระบบเชื่อมต่อที่กระดูกสันหลัง เธฮสามารถใช้จุดนั้นในการกระตุ้นร่างกายของนิลให้ฟื้นสภาพและทำการบำบัดได้เป็นปกติ

คำนวณดูแล้ววิธีนี้สามารถที่จะช่วยชีวิตคุณนิลได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากที่ได้สติกลับมา อาจจะส่งผลให้เป็นอัมพาตชั่วคราว และต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งในการบำบัด ตอนนั้นค่อยให้โดโรธีค่อยประคบประหงมให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม

โดโรธีคงจะใช้เวลานี้ทำแต้ม แต่จากสภาพแล้ว คงต้องไปบอกให้คุณอับดุลหาคนช่วยเหลือโดโรธีด้านความรักสักหน่อย (เพราะเธอเองก็ไม่รู้เรื่องนี้สักอย่างเหมือนกัน)

.........

‘ที่นี้มันที่ไหน’

‘แสงไฟ?’

‘นะ...หนาวชะมัด!!!’

‘ฉันต้องออกไปจากที่นี้’

ปึง ปึง ปึง!

“เห้! ได้ยินเสียงอะไรหรือเปล่า”

“แกฟังผิดไปมั้ง”

บุรุษพยาบาลลองตั้งใจฟังอีกที

“อืม! คงจะเสียงบานพับละมั้ง” เขาเห็นบานพับที่ปิดไม่สนิทกำลังถูกแอร์เป่าจนสะบัดไปมาส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด และยังกระแทกดังเสียงปึงปังด้วย

“รีบไปกันเถอะ หมอจะล็อกห้องเพื่อทำรังจำศีลแล้ว อู้วหนาวจะตายอยู่แล้ว”

“เห็นด้วยๆ อู้ย”

บุรุษพยาบาลสองคนรีบออกจากห้องและล็อกห้องแช่เย็น

“บะ...บะ...บ้า....เอ้ย” นิลที่พยายามขอความช่วยเหลือแต่ก็ล้มเหลว แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นาน

“หนาววววววววววววว” นิลร้องดังลั่น แต่ร่างกายที่ถูกความหนาวเย็นกัดลึกไปถึงกระดูกดำก็ทนไม่ไหว เขาก็หมดสติและเข้าสู่สภาวะหลับลึกในทันที

ตึก ตัก!

“เป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ” หวังลี้ที่กำลังเป่าผมให้โดโรธีเห็นเพื่อนทำสีหน้าเจ็บปวดและคว้าที่อกซ้าย

“เปล่าค่ะ แค่จู่ๆเหมือนใจมันสั่น...”

“ถ้าไม่ไหว ดิฉันจะช่วยเช็คให้ก่อนก็ได้น่ะคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ” โดโรธีวางมือจากหน้าอก “ตอนนี้หายดีแล้ว”

“อย่าประมาทดีกว่า เดียวฉันจะลองตรวจให้ก่อน” หวังลี้เตือนด้วยความเป็นห่วง ถ้าเกิดโดโรธีมีอาการเกี่ยวกับหัวใจเพราะความเครียด การตรวจก่อนย่อมปลอดภัยกว่า

“ได้คะ ต้องขอความกรุณาด้วย” โดโรธีที่เดิมไม่อยากรบกวนหวังลี้ต้องยอมรับความช่วยเหลือ เพราะตัวเธอที่ปล่อยให้เสียใจมากเกินไปจนเกิดเรื่องผิดปกติแบบนี้ขึ้น แต่พอเธอนึกถึงเรื่องของนิลเธอก็รู้สึกเจ็บลึกๆในใจ

“เรื่องของคุณนิล ตอนนี้ปล่อยให้แพทย์กับพยาบาลจัดการไปเถอะคะ ตอนนี้สิ่งที่คุณโดโรธีต้องทำคือการพักผ่อน แค่นั้นก็พอแล้วคะ” พูดจบหวังลี้ก็อุ้มโดโรธีในท่าอุ้มเจ้าหญิง

“กรี๊ด! นี้ทำอะไรกันคะเนี่ย” โดโรธีตกใจมาก เพราะเหมือนกับเธอกำลังถูกลวนลาม

“ฉันจะพาเธอไปพักผ่อน ดังนั้นช่วยเป็นเด็กดีจนกว่าฉันคนนี้จะอนุญาต” หวังลี้เปลี่ยนวิธีการพูดและพูดเสียงเข้มเพื่อกดดันโดโรธี

“ค่ะ” โดโรธีว่าตามโดยง่าย

“ดีมาก” หวังลี้ไม่คิดว่าวิธีนี้จะได้ผล แต่คนอย่างโดโรธีถ้าอยู่ในสภาวะนี้คงจะตกเป็นทาสของใครก็ได้เลยนะ คงต้องเอาไปบอกอับดุลที่เป็นพี่ชายเพื่อหามาตรการป้องกันซ่ะแล้วสิ

หวังลี้ที่อุ้มโดโรธีออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อท่ามกลางสายตาของผู้คนจำนวนมากที่สอดรู้สอดเห็น

หวังลี้เดินอยากอาจหาญแบบไม่สนใจสายตากับเสียงซุบซิบนินทาตลอดเส้นทาง ทั้งที่ฟันเทียมในปากกระทบกันอย่างต่อเนื่องและมือเทียมยังสั่นหงิกๆที่

ส่วนโดโรธีที่อายจนอยากแทรกแผ่นดินหนีถึงกับเผลอกัดลิ้นตัวเองจนเลือดออก แต่ก็พยายามไม่แสดงความเจ็บปวดมิเช่นนั้นจะดูเสื่อมมากกว่าเดิม และพี่ชายของเธอก็คงเสียหน้า

ณ อีกซีกโลกหนึ่ง

“ฮ่าๆๆๆๆ จริงเหรอนี้” อับดุลที่กำลังดูภาพสดส่งตรงจากอีกซีกโลกหัวเราะเสียงดังลั่นในห้องส่วนพักตัวที่มีเขาแค่เดียว เขาดีใจมากที่น้องสาวของเขาเริ่มมีหัวใจให้คนอื่น ตอนแรกแค่มีเพื่อนเขาก็ดีใจแล้ว แต่พอมีคนรักก็ทำให้เขาหัวใจพองโต

อับดุลไม่สนใจหรอกว่าโดโรธีจะไปหลงรักใคร เพราะสุดท้ายถ้าจะคบกันจริงโดโรธีก็ต้องบอกเรื่องกับเขาก่อน และตัวเขาเองจะเป็นคนพิจารณาว่าผู้ชายคนนั้นคู่ควรกับน้องสางต่างมารดาคนนี้หรือไม่

ขณะที่เขากำลังดูหวังลี้อุ้มโดโรธีต่อหน้าประชาชีอยู่นั้นเอง แหวนที่นิ้วชี้ซ้ายของเขาก็ส่องแสงสีขาว

“นี้มัน!” อับดุลตกใจกับบอลแสงสีขาวที่ลอยออกมาจากแหวนของเขา

สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดปานใจจะขาด ความรู้สึกที่เปลี่ยนอย่างฉับพลันทำให้โรคหัวใจของเขากำเริบ แต่อับดุลก็ยังทานยาได้ทันท่วงที

เขาหายใจหอบแหก ขณะที่มือที่กำขวดยาทุบโต๊ะอย่างต่อเนื่อง

“ทำไมกัน” อับดุลปลดคอเสื้อ “ทำไมแกถึงตาย”

เขาเข้าใจดีว่าเพื่อนของเขานั้นกำลังจะตายในอีกไม่ช้า แต่เขาไม่คิดว่าจิมมี่จะจากไปก่อนที่เขาจะหาโอกาสขอบคุณ

ณ อีกซีกโลกหนึ่ง

บอลสีขาวลอยออกมาจากแหวนที่นิ้วชี้ซ้ายของหญิงสูงวัยที่กำลังสั่งการทหาร

เธอมองลูกบอกสีขาวนั้นพร้อมกับใช้มือขวาคว้ามันที่ลอยอยู่กลางอากาศ

เธอบีบมันแตกจนกลายเป็นละอองสีขาว และสูบละอองเหล่านั้นเข้าไปทั้งหมด

ความทรงจำในอดีตในวัยเด็กที่เคยอยู่ร่วมกับโฮมุนครูสผู้เป็นอมตะที่เป็นครูผู้เสี่ยมสอนความรู้ต่างๆนานาถูกเรียบเรียงซ้อนทับกับความรู้มากมายที่โฮมุนครูสตนนั้นไม่เคยบอกเธอ แต่ตอนนี้ข้อมูลเหล่านั้นได้ผุดขึ้นมาในหัว

“คราวนี้เป็นคุณเหรอ” เธอนึกถึงวันวานในอดีตอีกครั้ง ภาพถ่ายรุ่นสีเหลืองที่มีชายที่ปิดบังใบหน้าของตัวเองกับเด็กนักเรียนนับร้อยที่ยืนเรียงรายกันในวันจบการศึกษา “เหลือฉันคนเดียวแล้ว”

“ท่านครับเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” พัศดีถามเพราะเขาเห็นหญิงแก่กำลังตัวสั่น

“ไม่มีอะไรหรอก” เธอส่ายมือและให้พัศดีอย่ารบกวน

“เดียวก่อน” เธอหันหลังกลับมา “ยกเลิกการค้นหาชายที่ชื่อว่านิล” เธอพูดเพราะอยู่ดีๆชายที่มากับนาคคุดได้หายตัวไปต่อหน้าทหารที่อยู่บนเรือ เธอคิดว่าการที่เขาหายไปคงต้องเกี่ยวข้องกับการตายของนาคคุดเป็นแน่ พอเป็นแบบนั้นมันจึงอันตรายเกินไปที่จะส่งคนออกตามหาเพิ่มทั้งที่พวกเขาเสียราชองครักษ์ไปถึงสามนาย การออกคำสั่งให้ยกเลิกการค้นหาจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้

......

......

.......

“เขาเสียแล้วสิน่ะ” คีรีสที่กำลังมองท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยดวงตาสีอำพร่ำเอ่ยขึ้น เขากำลังยืนอยู่ที่ระเบียงในประสาทส่วนตัวที่ซ่อนอยู่ภายในยุโรปตะวันตก

“ใช่ นาระลงมือด้วยตัวเอง” ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังนั่งบนโซฟาพูดขึ้นพร้อมกับดื่มไวน์แดงราคาแพง

“เออร์เรียเธอคิดยังกับเรื่องนี้” คีรีสถาม

“ก็....” เออร์เรียเอามือลูบแก้วไวน์ แต่เธอไม่รู้จะพูดออกมายังไง ก่อนที่เธอจะนึกออกและดีดแก้วไวน์ “แมวไม่อยู่ หนูร่าเริง”

“ผมยังถือว่าเขาเป็นเพื่อนอยู่น่ะ มีมารยาทหน่อยสิ”

คีรีสหันกลับมามองเออร์เรีย ดวงตาสีอำพันที่มีแสงไฟเสียดสีกันทำให้เธอกลืนน้ำลาย “เข้าใจแล้วละพี่ชาย” เธอตัดสินใจยอมถอย ใครจะไปคิดว่าคีรีสจะโกรธกับเรื่องวาจา

คีรีสเอามือไขว้หลัง ดวงตาสีอำพันของเขาฉายภาพเหตุการณ์มากมาย ตั้งแต่เขายังแบเบาะ จนถึงปัจจุบัน วงแหวนสีเหลืองที่มีลายน้ำลอยเหนือหัวของเขา

ทันใดนั้นก็มีแสงสว่างส่องจากฟากฟ้า และปรากฏชายคนหนึ่งเดินออกมาจากแสงสว่างนั้น

“นั้นนาระนิ” เออร์เรียพอจำลักษณะเด่นของนาระได้ แต่เธอไม่คิดว่าเขาจะมาเสนอหน้าที่นี้ นาระพึ่งชนะและฆ่าโฮมุนครูสที่ทรงพลังมากและได้รับบาดเจ็บสาหัส และตอนนี้ยังดันมาโผล่ในที่ไม่สมควรที่โผล่มามากที่สุด

ครืน!!!

 คีรีสปล่อยออร่าสีทองอร่าม อากาศโดยรอบแปรปรวนอย่างฉับพลัน เศษหินเศษดินลอยตัวและแตกเป็นผุยผง และแก้วไวน์ที่เออร์เลียถืออยู่ถึงกับแตกละเอียด

“ฉันไม่อยู่แล้ว!!!!!” เออร์เรียรีบวิ่งหนี ตอนนี้คีรีสกำลังอารมณ์ไม่ดี เธอไม่อยากตายเพราะลูกหลงตอนที่พี่ชายตัวเองอาละวาด

คีรีสที่เห็นว่ากขค.ไม่อยู่แล้วจึงกระโดดและลอยตัวลงสู่พื้นอย่างช้าๆ ตรงหน้าของเขาคือนาระที่กำลังทำสีหน้าไม่สู่ดี และกำลังบาดเจ็บหนัก

“ผมคงต้องให้คุณตายที่นี้” เขาดึงดาบสีทองอร่ามที่มีลวดลายงดงามเปล่งปลั่งออกมาสะบัด วงแหวนเหนือหัวเพิ่มจำนวนเป็นสองชั้นโดยที่ชั้นล่างขยายออกและแตกเหมือนกับเศษแก้วลอยรอบศีรษะ

ส่วนนาระเองก็กัดฟันยิ้ม เขาใช้มือซ้ายบีบข้อมือขวาและมีเล็บที่กระดูกเหล็กพุ่งทะลุปลายนิ้วมือข้างขวายาวหนึ่งไม้บรรทัด

“แสดงว่าคุณเป็นคนฉีกสัญญาก่อน” นาระคำราม ฟันของเขาเปลี่ยนรูปทรงเป็นฟันแหลมเรียวสีเงิน และใช้มือซ้ายทุบที่ท้องน้อยที่ยังมีแผลหลงเหลืออยู่เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์อย่างเร่งด่วน  

แววตาของทั้งคู่สะท้อนภาพของอีกฝ่ายเหมือนกับกระจกเงา พวกเขาทั้งสองคนพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว

เมื่อระยะห่างของทั้งคู่เหลือไม่ถึง 5 เมตร คีรีสที่ลากดาบกับพื้นกระโดดทะยานตัวขึ้นและหมุนตัวกลางอากาศสองตลบและเหวี่ยงดาบสีทองฟันตะวัดลง ขณะที่นาระวิ่งเอามือติดพื้นและกระโดดใช้กรงเล็บเล็งตะวัดขึ้นฟ้า

เปรี้ยง!!!!

“อึ้ย!” เออร์เรียที่แอบมองการต่อสู้ครั้งนี้กลืนน้ำลาย แรงลมพัดใส่หน้าทำให้ทรงผมที่ทำมาอย่างดีเสียทรง “วันหลังต่อให้เชิญก็ไม่มา!!!”

 

 




NEKOPOST.NET